WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 5, 2008

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ตอกกลับพันธมิตรประชาชนเพื่อการรัฐประหาร!

กระแสการกลับมาก่อหวอดของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยแก้ตัวว่ากลุ่มตนไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร และออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ ถูกกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ซึ่งเป็นองค์กรประชาชนผู้รวมตัวคัดค้านการรัฐประหารที่ผ่านมา ออกแถลงการณ์ตอบโต้ ดังนี้

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2551 กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ตอบโต้การแถลงของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ระบุว่า ในอดีตรัฐบาลไทยรักไทยปฏิบัติตนเสมือนเชื้อเชิญการรัฐประหาร และคัดค้านการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย แถลงการณ์ตอบโต้คัดค้านการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ โดยระบุเหตุผล 6 ประการ คือ

หนึ่ง พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีส่วนสำคัญทั้งทางตรงและทางอ้อมในการสร้างสถานการณ์การเมือง จนนำมาสู่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นผู้ให้การสนับสนุนการรัฐประหาร สนับสนุน คมช. และองค์กรที่เกิดจากการรัฐประหาร กระทั่งดำรงตำแหน่งสำคัญใน สนช. และใน ครม. การรวมตัวเคลื่อนไหวออกมาต่อต้านรัฐบาลในครั้งนี้ จึงเสมือนหนึ่งการสร้างเงื่อนไข หรือออกบัตรเชื้อเชิญ นำมาสู่การรัฐประหารได้อีกครั้งหนี่ง เป็นการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับกลุ่มอำนาจเก่าหรือมือที่มองไม่เห็น และเป็นการสร้างการกลียุคขึ้นมาเสียเอง

สอง แกนนำที่เคยร่วมเคลื่อนไหวกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และส่วนหนึ่งได้รับเลือกตั้ง เช่น นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ การปรากฏตัวออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ทำให้เข้าใจได้ว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านต้องการสร้างสถานการณ์การเมืองให้วุ่นวาย และนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

สาม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคยผลักดันให้มีการดำเนินคดีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยเรียกร้องให้รัฐบาลและ คตส. เร่งรัดสอบสวนการทุจริต โดยพนักงานอัยการได้เคยทำเรื่องเพื่อนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับประเทศไทย มาสู่กระบวนการทางกฎหมาย ดังนั้นการออกมาคัดค้านของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาด ส่อให้เห็นถึงเจตนาซ่อนเร้นทางการเมือง ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ

สี่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ควรนำเรื่องการเดินทางกลับประเทศของอดีตนายกฯ มาเป็นเงื่อนไขเพื่อสร้างสถานการณ์การเมืองให้วุ่นวาย เกิดความสับสน และนำมาสู่ความแตกแยกในหมู่ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้ามาประเทศไทยในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง และเข้ามาเพื่อต่อสู้ในกระบวนการทางยุติธรรม เป็นไปตามความต้องการของฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย



ห้า ควรเปิดโอกาสให้รัฐบาลพลเรือนที่เริ่มเข้ามาบริหารประเทศมีเวลาบริหารงาน สร้างการสมานฉันท์ในสังคม แก้ไขความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาน ไม่ใช่การออกมาสร้างสถานการณ์ที่อาจนำมาสู่การรัฐประหารโดยทหาร

หก ขอเรียกร้องต่อรัฐบาลให้เร่งรัดแก้ไขความเดือดร้อนของกรรมกร ชาวนา ชาวไร่ คนยากจนในเมือง ในเรื่องสินค้าราคาแพง การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้สูงขึ้น การสร้างรัฐสวัสดิการ การประกันราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ การสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การส่งออกและความสามารถในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ เป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ เพื่อให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

'ของดีที่ถูกเมิน'

นายกฯสมัคร บ่นเอ็นจีโอขวางโรงไฟฟ้าจนต้องไปสร้างที่กัมพูชา สุดท้ายต้องซื้อนําเข้ามาใช้ในประเทศ ปล่อยมุกโชคดีที่กัมพูชาไม่มีเอ็นจีโอ

สมัคร บ่นเอ็นจีโอขวางโรงไฟฟ้าจนต้องไปสร้างที่กัมพูชา
นายกรัฐมนตรีบ่นเสียดายที่ 2 โรงไฟฟ้าถ่านหินไทยในอดีตไม่ได้ก่อสร้างเหตุเอ็นจีโอต่อต้าน จนต้องไปสร้างที่กัมพูชา พร้อมเผยสั่ง ปตท.เจรจาหาทางร่วมทุนสร้างพื้นที่พัฒนาก๊าซธรรมชาติในกัมพูชา ต่อยอดโครงการก๊าซฯจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย-กัมพูชา
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังกลับจากการเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถึงความร่วมมือการพัฒนาใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ ว่าได้ให้ บมจ. ปตท.ไปสำรวจ เพื่อสร้างความร่วมมือที่จะสร้างท่อก๊าซธรรมชาติ นำก๊าซฯไปขึ้นในพื้นที่กัมพูชา มีการลงทุนและแบ่งประโยชน์ร่วมกัน นอกจากนี้ ในขณะนี้มีบริษัทเอกชนจากไทยจะเข้าไปลงทุนผลิตไฟฟ้าที่จังหวัดเกาะกง มูลค่าลงทุนนับแสนล้านบาท ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินส่งมาขายประเทศไทย ซึ่งน่าเจ็บใจที่ว่า ในอดีตเราจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2โรง แต่สร้างไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องมีการนำเข้า
“น่าเจ็บใจหรือไม่ เรามี 2 โรงกลับสร้างไม่ได้ บัดนี้จะสร้างในกัมพูชา มันประหลาดดี เห็นหรือไม่ ตนว่าเช๊ยเชย ขณะไป สปป.ลาว เขาบอกว่าทำได้หมด เพราะบ้านเขาไม่มีเอ็นจีโอ” นายสมัคร กล่าว
ด้าน นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่ได้รับมอบหมายให้ไปพูดคุยกับนายซก ฮัน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปรากฎว่า ได้มีการพูดคุยกันด้วยดีระหว่าง ไทยและกัมพูชา โดยไทยจะมีการหารือทวิภาคีข้อตกลงเรื่องพื้นที่พัฒนาปิโตรเลียมร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปริมาณสูง โดยจะพูดคุยหารือกันระหว่างกระทรวงการ ต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน และ ปตท. เพื่อจะเจรจาต่อไป


'มาร์ค'พร้อมถก รบ.แก้ไฟใต้ หนุนฟังความหลายๆ ฝ่าย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือเชิญไปให้ข้อมูลปัญหาภาคใต้ว่า จะให้ ส.ส.ในพื้นที่เป็นผู้รวบรวมข้อมูล จากนั้นคงจะได้มีการนัดหมายในรูปแบบที่เหมาะสมที่จะให้ข้อมูลอีกครั้ง โดยจะดูความสะดวกทั้งสองฝ่าย และจะทำให้เป็นระบบที่สุด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด

'สืบเนื่องมาจากตอนอภิปรายแล้ว เพราะผมอภิปรายว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เราพร้อมให้ความร่วมมือ และท่านเองก็บอกว่าท่านอยากให้เราไปให้ข้อมูล คือเราต้องเข้าใจว่าในที่สุด คนที่รับผิดชอบการทำงาน การตัดสินใจคือรัฐบาล เพราะฉะนั้นเราทำได้ก็คือ เสนอข้อมูลความเห็น เราคงไม่มีสิทธิที่จะบอกว่า ท่านมาฟังเราแล้ว ต้องทำตามเรา เพราะท่านต้องเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เมื่อท่านแสวงหาความร่วมมือมา เราก็พร้อม เพราะเราก็เสนออยู่แล้ว เรื่องนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข' นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนที่ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถให้ข้อมูลได้นั้น ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า การฟังหลายๆ ด้านไม่ใช่เรื่อง เสียหายอะไร และหากรัฐบาลทำงานกันอย่างนี้จะทำให้คนได้มองเห็นว่า ความจริงแล้วแม้จะอยู่คนละพรรค ก็ไม่ได้ขัดแย้งหรือเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งบางเรื่องพรรคยังอยากจะเสนอความเห็นในส่วนของพรรคเอง เช่น เรื่องสินค้าราคาแพง ก็อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดโอกาสให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปให้มุมมองบ้าง

'สมัคร'ฟุ้งผุดกาสิโนในวาระ 4 ปีนี้แน่

'สมัคร' ผุดไอเดียเปิดคาสิโนถูก ก.ม.ในไทย เอาอย่างกัมพูชา การันตีได้เห็นแน่ในวาระ 4 ปีนี้ แย้มแผนในฝันเปิดกลาง 5 เมืองแหล่งท่องเที่ยว หวังดึงต่างชาติ-คนไทย พร้อมเปิดระบบสมัครสมาชิก เอาเงินเข้ารัฐช่วยการกุศล ยันไม่เหมือนบ่อนเสรี

วันนี้ (4 มี.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังกลับจากการเยือนราชอาณาจักร กัมพูชาอย่างเป็นทางการ ถึงแนวคิดการเปิดกาสิโนในเมืองไทยว่า ในการเยืนอกัมพูชา ตนได้เห็นคาสิโนโฮเทล และทราบว่า เรื่องคาสิโนนี้ สิงคโปร์ และมาเลเซียทำที่เกนติ้งไอร์แลนด์ ใกล้กรุงกัวลาลัมเปอร์ ตนจึงเห็นด้วยที่จะมีการพิจารณาเรื่องคาสิโน สมัยที่ตนเคยดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ช่วงที่นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ไปดูงานเรื่องคาสิโนที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งทดลองทำโดยใช้เรือโดยสารมา จอด ในอ่าวมะนิลา จัดให้มีคาสิโนในเรือ โดยชาวต่างชาติเข้าได้ฟรี แต่คนฟิลิปปินส์ ต้องซื้อบัตรสมาชิกรายปี ราคาใบละประมาณห้าหมื่นบาท ซึ่งใน 2 ปีต่อมา ฟิลิปปินส์ก็ขยายไปถึง 10 แห่ง โดยเปิดในมะนิลา 5 แห่ง และเมืองท่องเที่ยวอื่น 5 แห่ง เป็นธุรกิจที่รัฐบาลทำเอง

นายสมัครกล่าวต่อว่า แต่เมื่อตนพูดว่าจะให้มีการพิจารณาเปิดคาสิโน ก็มีการพูดเรื่องบ่อนเสรีก็มาทันที ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องแปลคาสิโนว่าบ่อน ซึ่งความหมายไม่ถูกต้อง ตนหมายถึงการทำขึ้นมาให้มีมาตรฐาน แล้วพวกบ่อนก็ปิดหมด

'สมมุติว่า มีการเปิด 5 แห่งในเมืองใหญ่ คือ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ขอนแก่น หาดใหญ่ ใครอยากเล่นก็ได้ แต่ทำระบบสมาชิก หัวละหนึ่งแสนบาท 10,000 คนก็ได้พันล้านบาท แล้วเอาเงินที่ได้ไปทำอะไรก็ได้ เช่น ช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บตามแนวชายแดน ทำสาธารณกุศล คนเล่นก็ไม่ต้องไปเล่นตามบ่อนอีก ความหมาย ของผมไม่ใช่ บ่อนเสรี ทำไมต้องใช้คำว่าบ่อนเสรี ไม่ยอมเข้าใจกัน ก็คงเหมือนทำแท้ง เดิมผิดกฎหมาย แต่ต่อมาก็แง้มให้หน่อย กรณีท้อง แล้วเป็นอันตราย เด็กเป็นเอดส์ เด็กไม่สมประกอบ ก็มาพูดกันเป็นว่า เป็นทำแท้งเสรีอีก เรื่องทำแท้ง ก็คนหัวเกรียน นั่นแหละค้านชนฝา นี่อุตสาห์เรียกว่า มีคาสิโนในแหล่งท่องเที่ยว ให้คนไปซื้อตั๋วเล่นแล้ว เรื่องคาสิโนยังมีเวลาทำ ถ้าผมอยู่ 4 ปี จะตั้งจริงปีเดียวก็ตั้งได้แล้ว เครื่องไม้เครื่องมืออะไรเขาก็พร้อมที่จะขาย ' นายสมัคร กล่าว

'หวยบนดิน' คืนชีพ! 'เลี๊ยบ' เอาแน่

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เดินหน้าโครงการหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว และขานรับนโยบายนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรื่องบ่อนการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดย นพ.สุรพงษ์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 3 มีนาคมว่า สัปดาห์หน้าจะหารือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องหวยบนดิน ภายในเดือนมีนาคมนี้ ส่วนกำหนดวันเปิดจำหน่ายและรูปแบบหวยบนดินในส่วนการจำหน่ายแบบออนไลน์นั้น คงต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาให้ละเอียด เพื่อหารูปแบบและแนวทางที่เหมาะสมอีกสักระยะ

นพ.สุรพงษ์ กล่าวถึงแนวทางในการออกรางวัลสลากพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว ว่า ต้องเลือกจาก 2 แนวทาง

คือ การออกภายใต้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2550 ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้ ้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าเป็นกฎหมายทางการเงินหรือไม่ และอีกส่วนคือ การออกสลากภายใต้กฎหมายเดิม ตามที่กฤษฎีกาตีความแล้วว่าสามารถดำเนินการได้ด้วยรูปแบบต่างๆ โดยจัดสรรเงินตามที่กฎหมายกำหนด

'ช่วงที่ผ่านมาได้หารือกับผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปบ้างแล้ว และในสัปดาห์หน้า จะเดินทาง ไปมอบนโยบายให้กับผู้บริหาร รวมถึงการเร่งเดินหน้ากระบวนการคัดเลือกผู้อำนวยการคนใหม่' นพ.สุรพงษ์ กล่าว

สำหรับแนวทางการเปิดบ่อนเสรีตามแนวคิดของนายสมัครนั้น นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า

คาดว่าคงจะต้องหารือและรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ เพราะต้องยอมรับว่ามีการพนัน ที่ผิดกฎหมาย จำนวนมากในสังคมไทย จะทำอย่างไรให้ตระหนักปัญหานี้ แต่ต้องไม่ให้มีการใช้จ่ายเกินตัว เกิดการลุ่มหลงมอมเมา จึงต้องหาความชัดเจนจากทุกฝ่ายสำหรับการดำเนินการในเรื่องนี้

'หากจะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายก็ย่อมทำได้ แต่ยังมีประเด็นอีกมากมายที่ต้องช่วยกันขบคิดให้มากกว่านี้ เช่น มิติทางสังคม พร้อมหรือไม่ และเยาวชนที่ยังไม่สามารถดูแลตนเองได้ ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด ก็อาจเสี่ยงต่อการเข้าสู้วงจรการพนันได้ อีกทั้งผลกระทบอื่นๆ อีกมากมายที่จะตามมา' นพ.สุรพงษ์ กล่าว

Tuesday, March 4, 2008

นายกฯ เดินหน้าเปิดคาซิโนให้เสร็จใน 1 ปี

นายกฯ เดินหน้าเปิดบ่อนคาซิโน ยืนยันไม่ย้ายผู้บัญชาการเหล่าทัพและจะไม่เข้าไปแทรกแซงการปรับโยกย้ายข้าราชการ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมาเปิดเผยว่า จะเดินหน้าทำโครงการบ่อนคาซิโน พร้อมกับยกตัวอย่างว่าประเทศกัมพูชา ก็๋มีบ่อนคาซิโนเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีเดียวในรัฐบาลของตนเอง พร้อมกับชี้แจงว่าเป็นคาซิโนไม่ใช่บ่อนเสรี เพื่อจะทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้กับคนไทยและต่างชาติ ที่สนใจได้เข้ามาเล่น "เปิดให้คนไทยที่คันได้เล่น" ทั้งนี้การดำเนินการต่อตั้งคาซิโนก็เพื่อป้องกันบ่อนผิดกฎหมาย รวมถึงจะสามารถนำเงินที่ได้จากคาซิโน มาใช้ทำประโยชน์ในโครงการอื่นๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่เชื่อว่าคาซิโนจะไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เพราะว่าเยาวชนคนไม่มีเงินจำนวนมหาศาลที่จะเข้าไปเล่นการพนัน (04/03/51)


ตีข่าวทั่วโลกแฟนคลับ‘เรือใบสีฟ้า'ในไทยปลื้ม‘ทักษิณ'

สำนักข่าวเอเอฟพี ได้นำเสนอรายงานข่าวว่าในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศนาน 18 เดือน นั้นได้ซื้อ สโมสรฟุตบอล "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เป็นจำนวนเงิน 162.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5.5 พันล้านบาทได้สร้างความตื่นเต้นยินดีอย่างมากให้แก่แฟนลูกหนังชาวไทย
เอเอฟพีระบุด้วยว่า ช่วงเดินทางกลับมาสู้คดีที่ประเทศไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อดีตนายกฯทักษิณยังนำเอา แคสเปอร์ ชไมเคิล กับ เคลวิน เอทูฮู นักเตะดาวรุ่งมาเปิดคลินิกฟุตบอลเพื่อกระตุ้นความสนใจของแฟนลูกหนังชาวไทย พร้อมทั้งมีแผนสร้างความสำเร็จของทีม ซิตี ให้เป็นหนึ่งในความภูมิใจของคนไทย และก้าวขึ้นมาเทียบเคียงกับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก
ด้านนายกฤติเดช ชัยสิงห์หาญ ประธานแฟนคลับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย กล่าวว่า "คุณทักษิณ ได้ช่วยส่งเสริมกีฬาหลายๆ หลายชนิดเพื่อคนไทย เรามีความหวังว่าเขาจะสามารถยกระดับการแข่งขันฟุตบอลในประเทศไทยให้ด้วย"
ด้าน พอล ไทร์เรลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของทีมแมนฯ ซิตี เปิดเผยว่าเป้าหมายระยะยาวของ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ามาพัฒนาฟุตบอลให้กับประเทศไทย "บอกได้เลยว่าสิ่งที่เขาต้องการคือยกระดับฟุตบอลในประเทศไทยให้สูงขึ้น"


จาก hi-thaksin

"เสรีพิศุทธ์" ยังไม่สำนึก

การโยกย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ้นจากการทำงานในตำแหน่ง ผบ.ตร. คงไม่สามารถเอาไปเทียบเคียงกับ นายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ นายปราโมช รัฐวินิจ อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ได้

เพราะ 2 คนหลังเป็นการโยกย้ายไปทำหน้าที่สำคัญ ตามความเหมาะสมแก่ความรู้ความสามารถ ไม่ได้มีการระบุความผิดหรือความบกพร่องในการทำหน้าที่


ต่างจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่มีข้อกล่าวหาอย่างน้อย 3 ประการ ทั้งการเช่ารถเพื่อใช้ในราชการตำรวจมูลค่าเฉียดหมื่นล้านบาท ที่กระบวนการในการดำเนินการกินเวลาเพียงแค่ 69 วัน และยังมีเรื่องของตัวเลขที่น่าสงสัย และความคุ้มประโยชน์ดังข้ออ้างว่าจะนำมาใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งที่รถบางคันยังจอดนิ่งอยู่กับที่ เพราะบางพื้นที่ไม่มีแก๊สเอ็นจีวีจะเติม หรือบางโรงพักก็ถึงกับส่งรถคืน เพราะไม่รู้ว่าจะเอารถไปจอดไว้ทำไม

หรือจะเป็นเรื่องของการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสม ก็ไม่เพียงเฉพาะแค่การแสดงสันดานพื้นฐานออกมาเท่านั้น แต่ประเด็นที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สบถออกมานั้น มีความเกี่ยวโยงกับการงดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อร่วมไว้อาลัย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งไม่บังควรอย่างยิ่ง

แต่จนถึงขั้นนี้แล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ยังไม่ได้สำนึกในความผิด และยังคงออกมาแสดงวาจาไม่เหมาะสม ที่บ่งบอกถึงวุฒิภาวะอีกหลายถ้อยคำ

ไม่ว่าจะเป็นการย้ำถึงคำพูด "ควายหรือเปล่า" ที่นักข่าวถามว่าอาจเป็นถ้อยคำที่บางคนอาจไม่ชอบ และถูกสวนมาว่า "แต่ลูกน้องผมชอบ ไปหนักกบาลใครหรือเปล่า"

หรือจะเป็นคำกล่าวในเชิงอาฆาตมาดร้าย ทั้งที่ระบุว่า "ยังมีเวลาอีกยาวนาน วันข้างหน้าเผื่อจะได้ถล่มใครกะเขาบ้าง" หรือจะเป็น "ผมมีพวกมากแค่เป่านกหวีดก็ออกมาเต็มไปหมดแล้ว"

ที่สำคัญเมื่อนักข่าวถามถึงการตั้งกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็พยายามอธิบายความและทิ้งท้ายว่า "มีแต่ไอ้โง่ที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง" ชวนให้คนที่ได้ยินเข้าใจเอาเองว่าหมายถึงคนที่ออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งก็ย่อมหมายถึง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

ทั้งคำพูดและท่าทีของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่เพียงบอกเล่าตัวตนหรือพื้นฐานความคิดที่แท้จริงหรืออาจรวมถึงการมองย้อนไปถึงปูมหลังเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงการไม่รู้จักยอมรับความจริง ไม่เคารพในกฎเกณฑ์กติกา
ในเมื่อเกิดความบกพร่อง ผิดพลาดในการทำงาน ก็ต้องเช้าสู่กระบวนการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและเป็นกติกาสากล

หากผิดก็ต้องรับโทษทัณฑ์กันไปตามกฎหมาย แต่หากไม่ผิดก็สามารถกลับไปรับตำแหน่งได้ เหมือนดังที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย บอกไว้ หากว่ายังมีความเหมาะสมกับงานในตำแหน่งสำคัญเช่นนั้นอยู่

เพียงแต่ว่าการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังคงออกมาฟาดงวงฟาดงามากเท่าไร แสดงความไร้วุฒิภาวะมากเท่าไร ก็ดูจะเห็นความเหมาะสมในการกลับไปนั่งในตำแหน่ง ผบ.ตร. ลดน้อยลงเท่านั้น

เพราะคนกักขฬะ หยาบคายไม่ให้เกียรติผู้คนทั้งลูกน้อง และเจ้านาย จะไปอยู่ที่ไหนผู้คนก็รังเกียจ และที่สำคัญการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกมาพูดจาด้วยท่าทีก้าวร้าวเช่นนี้ หากรัฐบาลขืนปล่อยไว้ก็จะพานทำให้ถูกมองได้ว่าบ้านนี้เมืองนี้ ไม่มีกฎ ไม่มีกติกา ใครนึกอยากจะออกมาพูดจาจิกด่าใครก็ได้ตามอำเภอใจ

ผมว่านอกเหนือไปจากการตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทั้ง 3 ประการ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี และหมายรวมถึงประเด็นอื่นๆ ตามที่กรรมการเห็นสมควรแล้วการแสดงกิริยา วาจาอันไม่เหมาะสมแก่ความเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ควรเป็นเยี่ยงอย่างแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อยหรือลำดับชั้นที่ลดหลั่นลงมา ก็ยังสมควรจะต้องมีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอีกกระทงหนึ่ง

เพราะการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และเอ่ยถึงผู้บังคับบัญชาด้วยถ้อยคำก้าวร้าวรุนแรง ถือเป็นความผิดที่ยิ่งใหญ่ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ย่อมรู้ดีว่าข้าราชการตำรวจที่เคร่งครัดในวินัยและลำดับชั้นการบังคับบัญชา ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

ตัวอย่างก็มีปรากฏอยู่แล้วว่าหากตำรวจชั้นผู้น้อยประพฤติตัวไม่เหมาะสมแก่ความเป็นตำรวจไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ ก็ตาม เจ้านายก็ยังสั่งขังกันมาแล้ว

รวมทั้งยังเป็นที่รู้กันดีว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้รักษากฎหมายกระทำผิดเสียเอง การรับโทษทัณฑ์ก็ยังเข้มงวดกว่าชาวบ้านทั่วไป และไม่มีเหตุให้ลดหย่อนผ่อนปรน

แล้วนี่นายตำรวจใหญ่มาทำตัวไม่เหมาะสมเสียเอง หากรัฐบาลไม่ตั้งกรรมการสอบสวนหรือลงโทษกันเสียบ้าง นอกจากจะกลายเป็นตัวอย่างเลวๆ ให้คนอื่นเอาอย่างแล้ว คนทำผิดก็จะไม่รู้จักเข็ดหลาบและสร้างปัญหาได้อีกในภายหลัง

ทางที่ดีต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบวินัยเอาผิดกันให้ชัดเจนไปเลย
...แล้วก็อย่าลืมตบปากสักที ข้อหาที่ "ปากเสีย"...!!

บิ๊กโบ๊ต (แทน)

////////////////

คอลัมน์:ละครชีวิต...จากหนังสือพิมพ์รายวันประชาทรรศน์

ฉบับประจำวันที่ 4/03/2551

สมัคร'สยบกระแสป่วน!โยกย้ายข้าราชการ

4มี.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าว จะมีการโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหลายกระทรวง โดยเฉพาะปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ทูต และกองทัพ ว่า สำหรับกระทรวงการต่างประเทศ ตนได้พูดต่อหน้า รมว.การต่างประเทศ และปลัด ว่าเรื่องการโยกย้าย เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลชุดนี้ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เกิดมีปัญหาขึ้นมา และมีผู้บอกมา ก็จะฝากบอกไปว่าตรงนั้น ตรงนี้มีปัญหาให้ช่วยดูด้วยเท่านั้น ไม่ให้ไปควักไปล้วง เพราะไม่ใช่หน้าที่ที่รัฐมนตรีโผล่เข้ามาทำงาน แล้วจะไปโยกย้ายเขาเช่นนั้น
นายสมัคร กล่าวว่า ส่วนกระทรวงกลาโหม ตนได้นั่งพร้อมหน้ากับ ปลัดกระทรวง ผบ.สส. ผบ.ทบ. และ ผบ.เหล่าทัพทุกคน และเจ้ากรมเสมียนตรา ซึ่งเป็นผู้ดูบัญชีรายชื่อทหารทั้งหมด นั่งกันอยู่ 6 คน แล้วพูดจากันชัดเจนว่า จะทำอะไรอย่างไร ตนระบุชัดว่าให้ทุกหน่วยไปยกร่าง ว่าจะทำอย่างไร ตนจะให้ผู้เชี่ยวชาญของตนไปนั่งดู และถ้ามีเรื่องทักท้วงก็จะสอบถามว่าอะไรเป็นอะไร และตนได้ขอต่อหน้าทุกคนว่า ให้แต่ละหน่วยส่งให้ปลัดต่อหน้าตน อย่างนี้ก็น่าจะเรียบร้อย ซึ่งปลัดกระทรวงกลาโหมคงคิดว่า ตนจะไปอะไรๆกับท่าน แต่ไม่มีอะไร ปลัดก็อยู่ไปถึงเดือนกันยายน ไม่มีปัญหา พูดจากันด้วยดี เรานั่งคุยกันในวันที่มีการประชุมสภากลาโหม ซึ่งตรงกับวันที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าบรรดา ผบ.เหล่าทัพ จะอยู่กันครบถึง 1 ก.ย.ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นั่นก็เดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นการโยกย้ายปลายปี แต่นี่เป็นการโยกย้ายกลางปีช่วงเดือนเมษายน อย่าถามข้ามช็อต อย่ารีบร้อน แล้วเดือนสิงหาคม ค่อยมาถามไล่เบี้ยตนอีกครั้ง
เมื่อถามว่า การโยกย้ายกลางปีในเดือนเมษายนนี้ กำหนดให้มีการส่งโผเมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่กำหนด แต่ให้ทางโน้นเป็นคนกำหนด นายสมัคร กล่าวว่า ในปีนี้ ผบ.ทอ. ผบ.ทร. ผบ.สส. ก็จะเกษียณอายุ ซึ่งหน่วยงานทั้งหมดนี้จะได้ไปพิจารณาว่าใครควรจะขึ้นมาแทน และแทนกันด้วยเหตุผลใด และจะเสนอมาให้ตนดู ไม่ใช่ว่าตนจะไปสั่งให้เปลี่ยนเป็นคนนั้นคนนี้ และนักข่าวทั้งหลายจะได้นอนตาหลับ ไม่ต้องวิ่งเต้นหาข่าวว่าปฏิวัติหรือไม่ ไม่ต้องการให้มีการจุดชนวนเรื่องนี้ ตนมาเพื่อดับชนวน ตนในฐานะ รมว.กลาโหม ได้บอกให้ ผบ.เหล่าทัพโปรดพิจารณาว่า ใครจะสมควรเปลี่ยนอย่าไร ให้เหมาะกับงาน ด้วยเหตุผลอย่างไร ถ้ามีเหตุผลก็ไม่มีปัญหา และจะสอบถามว่าทำไมจึงเปลี่ยนตรงนี้ ตนจะขอฟังรายละเอียด เมื่อท่านเป็นคนเลือกมาให้ก็ต้องชี้แจงให้ได้ ว่าอะไรเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ถ้าใครเขาจะทำอะไร คงไม่บอกล่วงหน้า อย่าไปคาดคั้นว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างที่มีข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศ จะย้ายทูตอังกฤษ การออกข่าวเช่นนี้ต้องการอะไร เป็นการถามดักหน้าเพื่อไม่ให้ย้ายใช่หรือไม่ หรือเจ้าตัวรู้สึกไม่ค่อยดี ว่าจะถูกย้ายอย่างนั้นหรือ เรื่องไม่มีอะไร ถ้าสื่อไม่ถามก็ไม่มีอะไร กระทรวงเขาก็รับผิดชอบในการโยกย้ายข้าราชการ เมื่อข่าวออกมาเช่นนี้ รมว.ต่างประเทศเขาก็เดือดร้อน ไม่ยุติธรรม และเสียหาย"
เมื่อถามว่า กระแสการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงต่างๆอาจส่งผลต่อภาพพจน์ของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่ตั้งรัฐบาลขึ้นมาย้ายไปเพียง 4 คน ไม่ใช่ 40 หรือ 400 และทำด้วยความจำเป็น มีเหตุผล ดูเหมือนว่ามีคนเดือดร้อน หรือกลัวว่าตนจะทำอะไร กลัวจะปฏิวัติอีกอย่างนั้นหรือ คนที่จะปฏิวัติหรือไม่ ก็นั่งอยู่ข้างตนนี้เอง (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.) ซึ่งมันไม่มีเหตุผล ตนถึงบอกว่าตนต้องทนให้พูดกันไปอย่างนี้ วันนี้มีข่าวเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งรัฐมนตรีเขายืนยันว่าไม่ย้าย ก็ไม่ย้าย แล้วสัปดาห์หน้าจะเป็นชื่อใครอีก ทีรัฐบาลยึดอำนาจโยกย้ายเต็มไปหมด แต่ก็นั่งหุบปากกัน พอรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโยกย้ายกัน ก็กลัว ไม่รู้กลัวอะไรกัน


จาก hi-taksin

จักรภพเสียใจสังคมพุทธแย่พระเล่นHi5ยันยังไม่บล็อค

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ'จักรภพ เพ็ญแข' เสียใจกับสังคมไทยกรณีพระใช้โปรแกรมไฮไฟว์ วอนร่วมมือกันกดดัน ระบุยังไม่คิดบล็อกเพราะมีการใช้ในทางที่ดี

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่มีพระภิกษุใช้โปรแกรมไฮไฟว์ โดยกล่าวว่าตนรู้สึกเสียใจกับสังคมไทยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก เบื้องต้นจะประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการมาตรการต่อไป แต่ตนอยากให้กลุ่มคนที่ใช้โปรแกรมไฮไฟว์หรือผู้ใช้โปรแกรมอินเทอร์เน็ตกดดัน โดยการตักเตือนกับบุคคลที่ไม่เหมาะสมที่เข้ามาใช้โปรแกรมดังกล่าวในเบื้องต้นไม่ถึงขั้นสกัดกั้นหรือบล็อกโปรแกรมไฮไฟว์เพราะมีคนใช้ในทางที่ดีเยอะ

ทั้งนี้ นายจักรภพ กล่าวถึงการเปิดบ่อนการพนันหรือบ่อนกาสิโนแบบเสรีถูกต้องตามกฎหมายว่า ขณะนี้ยังเป็นแค่แนวคิดไม่ถือเป็นขั้นตอนการกำหนดนโยบายของรัฐบาลและจะสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนอย่างจริงจังก่อนกำหนดเป็นนโยบาย