WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 5, 2008

นพดล ปฏิเสธข่าวย้ายปลัด กต.

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ยังไม่ได้ดำเนินการจัดโผโยกย้าย จึงยังไม่มีใครรู้ว่าจะย้ายใคร หรือย้ายไปไหน มีแต่เอกอัครราชทูตในต่างประเทศโอนย้ายออกไปหน่วยงานนอกกระทรวงฯ จึงต้องมีคนไปแทนที่ ถือเป็นการย้ายเล็ก โดยจะมีการไหลเวียนของตำแหน่ง 3-4 ตำแหน่ง และจะขอรับผิดชอบการโยกย้ายแต่เพียงผู้เดียว จะไม่โยนความผิดให้ใคร


“หากมีการโยกย้าย จะต้องไม่กระทบขวัญและกำลังใจของข้าราชการในกระทรวงฯ ต้องให้เกียรติ ดูความรู้ความสามารถที่เหมาะสม และจะต้องปรึกษากับปลัดและข้าราชการในกระทรวงฯ ด้วย” นายนพดล กล่าว พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการโยกย้ายนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อย่างที่เป็นข่าว เพราะคงไม่มีรัฐมนตรีใหม่คนใดเพิ่งเข้ามาทำงานแล้วย้ายแม่บ้านที่จะให้ข้อมูล และส่วนตัวก็รู้จักนายวีระศักดิ์ ตั้งแต่เป็นอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก เป็นคนเก่ง และมีไมตรีที่ดี และว่า การจัดเวียนข้าราชการ หลังมีการโอนย้าย จะทำภายใน 2 สัปดาห์. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 15:50:37

ร.ต.อ.เฉลิม เผยจะหาเวลาคุยกับตัวแทนพันธมิตรฯ

กรุงเทพฯ 5 มี.ค. - มท.1 เผยจะหาเวลาเจรจากับตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ย้ำ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เดินทางกลับประเทศเพื่อต่อสู้คดี และไม่มีตำแหน่งใดในรัฐบาล ชี้ควรประท้วงรัฐบาล “สมัคร” มากกว่า เตรียมจัดสถานที่ชุมนุมไว้รอ หากพันธมิตรฯ มีมติที่ชัดเจน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณ ว่า เป็นมุมมองของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่อยากให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการกลับประเทศเพื่อสู้คดี ดังนั้น จะไปประท้วง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อย่างไร ต้องประท้วงรัฐบาล และขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีตำแหน่งอะไรในรัฐบาล คำสั่งที่มีการอนุมัติให้ความเห็นชอบเรื่องต่าง ๆ มีแต่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ตนเห็นว่าพันธมิตรฯ มีสิทธิที่จะคิดได้ แต่ประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ถ้าพันธมิตรฯ แน่จริง ต้องประชุมหาข้อยุติและจุดยืนให้เรียบร้อย และตนจะจัดเตรียมสถานที่ชุมนุมไว้ให้ล่วงหน้า จะสั่งปลัดกรุงเทพมหานครให้อนุมัติทันที ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้เป็นการท้าทาย พันธมิตรฯ สามารถแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ยิ่งเคลื่อนไหวมากเท่าไร รัฐบาลก็ต้องทำงานหนัก และชี้แจงให้ทราบ

“ผมอาจจะหาเวลาและโอกาสไปคุยกับตัวแทนพันธมิตรฯ ชี้แจงว่า พวกท่านเข้าใจผิด แต่คงจะไม่ได้คุยกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตร แม้จะรู้จักกัน แต่ พล.ต.จำลอง เป็นคนไม่ค่อยพูด และการที่จะหารือกับกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น ผมไม่กลัวเสียหน้า แต่อยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ ทำงานได้แบบไม่มีปัญหา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 15:47:21

จักรภพ เน้นย้ำ อสมท พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน

อสมท 5 มี.ค. - “จักรภพ” เผยรัฐบาลต้องการให้ อสมท และกรมประชาสัมพันธ์ พัฒนาระบบส่งสัญญาณเป็นดิจิตอล ตั้งสถานีโทรทัศน์อาเซียนและกีฬา ระบุรัฐบาลพร้อมมีงบประมาณสนับสนุน ขณะเดียวกัน อยากให้ อสมท พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และไม่อยากเห็นการขาดทุน

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเยี่ยมและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับผู้บริหาร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า ได้เล่าถึงสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็น เช่นเดียวกับการไปตรวจเยี่ยมช่อง 11 ได้แก่ แนวคิดพัฒนาระบบส่งสัญญาณให้เป็นดิจิตอล การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์อาเซียน และการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์กีฬา ซึ่งในส่วนของ อสมท ได้ให้ผู้บริหารพิจารณาถึงความเป็นไปได้ว่า อสมท จะสามารถมีส่วนร่วมได้ในระดับใด ตั้งแต่การร่วมก่อตั้ง ร่วมลงทุน หรือเป็นเจ้าภาพดำเนินการเอง โดยเรื่องดังกล่าวรัฐบาลมีงบประมาณพร้อมให้การสนับสนุน

“เรื่องนี้ถ้าพูดให้ชัดก็คือ กรมประชาสัมพันธ์กับ อสมท หากใครเสนอโครงการได้ดีกว่า และมีความเป็นไปได้ คนนั้นก็มีโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินงาน ซึ่งอันนี้เราคิดใหม่ รัฐบาลไม่บังคับ แต่เราให้เขาเสนอกันขึ้นมา” นายจักรภพ กล่าว

สำหรับการดำเนินงานของ อสมท นายจักรภพ ย้ำว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะปัจจุบัน อสมท ต้องดูแลผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแลประชาชน ดังนั้น การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทางสหภาพแรงงานฯ ของ อสมท ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงแนวทางที่จะพัฒนาบุคลากรของ อสมท ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

“สำหรับเรื่องประสิทธิภาพ การแข่งขัน เมื่ออยู่ในตลาดก็คงปฏิเสธเรื่องผลดำเนินการไม่ได้ ซึ่งผมไม่อยากให้กลายสภาพจากที่ทำกำไรเป็นขาดทุน เพราะตอนนี้หากแยกสิ่งที่ทำเองออกจากสัมปทาน มันกำลังจะเป็นแบบนั้น แต่คงไม่ยาก เหมือนเพิ่งเริ่มเป็นโรคขั้นต้น ยังแก้ไขได้” นายจักรภพ กล่าว

นายจักรภพ กล่าวถึงการคัดสรรบอร์ด อสมท ว่า ขณะนี้กำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นให้มีที่มาจากหลายส่วน เช่น มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน มีความรู้เรื่องสื่อ และมีประสบการณ์เรื่องการแข่งขัน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพิจารณารายละเอียดว่าตัวบุคคลจะเป็นใครบ้าง แต่ก็จะดำเนินการคัดเลือกบอร์ด อสมท ให้เร็วที่สุด เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปได้ต่อเนื่อง. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 15:14:26

‘ชลิต'แก้ตัวแทน‘คมช.'ทำศก.ไทยทรุด

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และอดีตรักษาการ ประธาน คมช. กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเศรษฐกิจของไทยพัง เพราะ คมช. ว่า คิดว่าเป็นหน้าที่ทุกคนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาเหมือนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป คิดว่าเป็นเรื่องประกอบกันทั่วโลก
เมื่อถามว่า ยอมรับว่า คมช.บริหารประเทศไม่ดี พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า คมช.ไม่ได้บริหารประเทศ ทั้งนี้ตนไม่ขอพูดอะไร ให้ประชาชนและสื่อมวลชนเฝ้าดูว่า เกิดความเสียหายประการใด ซึ่งฝ่ายเศรษฐกิจต้องไปติดตามดู
ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีอคติกับ คมช.หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองว่ามองด้านใด เมื่อถามว่า อดีต คมช. จะมีการหารือกับ พ.ต.ท. ทักษิณ หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพบกันจะเหมาะสมหรือไม่ เพราะนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า มองได้หลายมุม บางทีการพูดคุยเป็นการแลกเปลี่ยน หากพูดเวลานี้คิดว่าเราไม่มีใครเป็นศัตรูกัน แต่จะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเจริญ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ปรากฏตัวหลังกลับประเทศ เพราะระบุว่าไม่ปลอดภัย เกรงถูกลอบสังหาร เพราะสมัยเป็นนายกรัฐมนตรียังเคยถูกกระทำ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า คิดว่าผู้นำประเทศต้องได้รับการดูแลให้เกิดความปลอดภัย ทั้งผู้นำประเทศปัจจุบันและที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกประเทศ เพื่อให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นอดีตผู้นำประเทศ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดูแล ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการกระทำเช่นนี้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นการป้องกัน


จาก hi-thaksin

กกต.คาด 2 สัปดาห์พิจารณาสำนวนว่าที่ ส.ว.ได้

กกต.คาดภายใน 2 สัปดาห์ฝ่ายสืบสวนของแต่ละจังหวัดจะสามารถส่ง สำนวนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ว.ใน 6 จังหวัดที่เหลือเข้ามา ให้กับส่วนกลางพิจารณาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้สำนวนการสืบสวนสอบสวนการกระทำผิดกฎหมาย เลือกตั้ง ส.ว. ใน 6 จังหวัดที่ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ประกอบด้วย จังหวัด ขอนแก่น , ชัยภูมิ , นครนายก , นครสวรรค์ , เพชรบูรณ์ และสระแก้ว ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของ กกต.จังหวัด ซึ่งก็ต้องให้เวลา เพราะ เจ้าหน้าที่ในการทำงาน กกต.กลางไม่ได้กำหนดกรอบเวลาเอาไว้ เนื่องจาก ต้องสืบสวนด้วยความรอบคอบ อย่างไรก็ตามคาดว่าอย่างช้าสุดภายใน 2 สัปดาห์ กกต.จังหวัดจะสามารถสรุปสำนวน ส่งเข้ามาให้ กกต.กลางพิจารณาได้ และ กกต.กลางก็น่าจะชี้ขาดได้ ก่อนครบกำหนด 30 วันที่กฎหมายกำหนดไว้

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ กกต.วันนี้ กกต.จะเปิดให้ว่าที่ ส.ว.ใหม่ที่ กกต.ประกาศรับรองไปเมื่อวานนี้จำนวน 70 คน ไปรับใบรับรองที่ชั้น G สำนักงาน กกต. อาคารศรีจุลทรัพย์ ตั้งแต่เวลา 13 นาฬิกา 30 นาทีเป็นต้นไป จากนั้นว่าที่ ส.ว. แต่ละคนต้องไปแสดงตนที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แล้วรอให้มีการเรียกประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธาน และรองประธาน วุฒิสภาต่อไป

'นพดล' ปฏิเสธย้ายล้างบางทูต

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ปฏิเสธย้ายล้างบางทูตหลาย ประเทศ ชี้เหตุที่ต้องสลับตำแหน่งเพราะทูตประจำสหรัฐขอย้ายไป ส่วนราชการอื่น

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงข่าวการ โยกย้ายทูตประจำญี่ปุ่น อังกฤษ บรัสเซส และ แคนนาดาว่า เป็นการโยกย้าย ตามความจำเป็นไม่ใช่การย้ายทั้งหมดในคราวเดียวกันนั้นสาเหตุเป็นเพราะ นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐขอย้ายตัวเองออกจากการเป็นข้าราชการกระทรวง การต่างประเทศไปอยู่ส่วนราชการอื่น ดังนั้นจึงต้องการสลับสับเปลี่ยนทูตผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งแทน ทั้งนี้ขอยืนยันว่าได้ทำงาน อย่างมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ทำบัญชีโยกย้าย แต่ต้องการทำให้แล้วเสร็จในต้นเดือนนี้ นายพนดล กล่าวว่า ขวัญและกำลังใจของข้าราชการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยตนก็ได้ไปร่วมงานศพของข้าราชการชั้นผู้น้อยที่หัวใจ- วายวานนี้

ลดราคาเนื้อหมู

"มิ่งขวัญ"เผยข่าวดี ตลาด-กลุ่มผู้ค้าสุกร ร่วมมือลดราคาหมูหน้าเขียงเหลือ 98 บาทต่อกิโลกรัม อย่างน้อย 2 เดือน ดีเดย์แล้ววันนี้ หวังเป็นกลไกตลาดช่วยลดภาระประชาชน แย้ม 10 มี.ค.เตรียมแถลงข่าวดีอีกสินค้าหลายรายการจ่อปรับลดลง

วันนี้ (5 มี.ค.) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร สมาคมชำแหละสุกร และตลาดสด เช่น ตลาดใหม่เจริญกรุง ตลาดเก่าเยาวราช ตลาดศาลาน้ำเย็น ตลาดพรานนก ตลาดใหม่อินเตอร์มาร์ทปทุมธานี และห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศนับร้อยสาขา ซึ่งทุกฝ่ายยินดีเข้าร่วมโครงการลดราคาจำหน่ายสุกรเนื้อแดง จาก 120 บาท ลดทันทีเหลือ 98 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ไดรับผลกระทบ ซึ่งราคาดังกล่าวผู้ประกอบการทุกฝ่ายจะลดอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 เดือน

นายมิ่งขวัญ กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องว่าหลายฝ่ายไม่ต้องคำนึงถึงสูตรคำนวณ แต่เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันจะช่วยเหลือประชาชนในเรื่องราคาสินค้าสุกรแพงขณะนี้ จึงยินดีลดราคาลงทันทีเหลือไม่เกิน 98 บาทต่อกิโลกรัม แม้ว่าราคาสุกรเป็นหน้าฟาร์มยังอยู่ที่ระดับ 58 บาทต่อกิโลกรัม และเมื่อเฉลี่ยราคาไปยังสุกรชำแหละ ซึ่งได้รับรายงานกลุ่มผู้ค้าชำแหละจะมีกำไรไม่เกิน 1 บาทต่อกิโลกรัม แต่ทุกฝ่ายต้องการช่วยเหลือประชาชน และแม้ขณะนี้สุกรที่จะวางจำหน่ายทั้งส่วนกลางและภูมิภาคจะยังไม่เต็มทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่มั่นใจระบบกลไกตลาด เมื่อผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกับภาครัฐ สุกรธงฟ้าจำหน่ายไม่เกิน 98 บาทต่อกิโลกรัม น่าจะทำให้ตลาดต่าง ๆ ที่ยังจำหน่ายแพงจะปรับลดราคาให้เป็นไปตามกลไกตลาดเหลือ 98 บาทเช่นกัน ซึ่งในช่วงแรกยังไม่เข้มงวดในการจำหน่ายเนื้อสุกร แต่ยังเชื่อมั่นระบบกลไกตลาด และเชื่อว่าผู้บริโภคจะไม่ซื้อของแพง และยังได้รับคำยืนยันจากห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ และตลาดสดว่า ราคาเนื้อสุกรจะเริ่มลดราคาและจำหน่ายในราคาดังกล่าวในวันนี้ (5 มี.ค.)

“ขอย้ำว่า ไม่มีเจตนาบีบคอพ่อค้า แต่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าจะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน จึงยินดีลดราคาลง ขณะเดียวกันยังได้รับคำยืนยัน แม้ก่อนหน้านี้วงจรการเลี้ยงสุกรจะมีปัญหา แต่ปริมาณสุกรที่จะออกสู่ตลาดหลังจากนี้มีเพียงพอต่อการบริโภคและไม่ขาดแคลน กระทรวงพาณิชย์มีแผนเร่งกระจายสินค้าให้ทั่วถึงทั้งในประเทศและต่างประเทศ การปรับราคาสุกรลงครั้งนี้ถือเป็นของขวัญประชาชน ซึ่งในวันที่ 10 มี.ค.นี้ จะแถลงข่าวว่ากลุ่มสินค้าอื่น ๆ ก็จะปรับลดราคาลงด้วยเช่นกัน” นายมิ่งขวัญ กล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะกำหนดราคาเนื้อสุกรไม่เกิน 98 บาทต่อกิโลกรัม และพยายามเน้นไม่ต้องคำนึงสูตรการคำนวณต้นทุนทุกฝ่าย แต่เพื่อต้องการให้เกิดความชัดเจนได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในร่วมกับภาคเอกชนไปดำเนินการจัดทำสูตรการคำนวณต้นทุนกลุ่มสุกรอีกครั้ง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะนำเนื้อสุกรไปจำหน่ายตามส่วนราชการต่าง ๆ ในราคาดังกล่าว ซึ่งจะเริ่มสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

เหตุเกิดที่ปราจีนบุรี

ท่านเหล่านี้รู้ดีว่าบ้านเมืองที่ผ่านมาก่อนการยึดอำนาจกำลังเดินหน้าไปสู่ความเข้มแข็งในฐานะผู้เล่นในระดับโลก เรากำลังปรับฐานเศรษฐกิจชาวบ้านให้สอดคล้องกับฐานเศรษฐกิจนายทุนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสองครรลอง และเมืองไทยกำลังทะยานขึ้นฟ้า
เมื่อวานนี้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปรกติธรรมดา นับเป็นนัดที่ ๕ ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ แต่ที่จังหวัดปราจีนบุรี เวลาราว ๐๘.๐๐ น. กลับมีการประชุมที่ออกจะไม่ปรกติธรรมดาเกิดขึ้นและน่าจับตามองเป็นที่สุด
ว่ากันว่ามีคำสั่งลับ-ด่วนของท่านแม่ทัพกองทัพภาคที่ ๑ พลโทประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาในวันจันทร์ที่ ๓ มี.ค. สั่งการให้บุคคลต่อไปนี้เดินทางไปร่วมประชุมด่วนที่จังหวัดนั้น
ผู้บัญชาการกองพลที่ ๑, ผู้บัญชาการกองพลที่ ๒, ผู้บัญชาการกองพลที่ ๙ พร้อมผู้การกรมในทุกๆกองพลที่เอ่ยนาม แถมด้วยผู้บังคับหน่วยกำลังรบที่อยู่ในชั้นรองลงมาทั้งหมด
คนที่มาจากกองพลที่ ๙ ต้องเดินทางไกลเป็นพิเศษ ใช้เวลาสี่ห้าชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
ทั้งหมดนี้เพื่อการประชุมลับที่ไม่ได้รับอนุญาตให้แพร่งพรายสู่ภายนอก
แต่ก็นั่นล่ะครับ ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะคำสั่งใดๆที่แสลงต่อระบอบประชาธิปไตยสมัยนี้ออกจะขัดอกขัดใจนายทหารของชาติที่มีหัวใจเป็นนักประชาธิปไตยอยู่มาก
อดรนทนไม่ไหวท่านก็ทำให้ข่าวแบบนี้มัน "หลุด" ออกมาเสียเลย
ครับ เรื่องแบบนี้ใครจะมีหูมีตาไปถึงขั้นสอดแนมท่านได้ เว้นแต่คนในเครือของท่านเองนั่นแหละที่เขารู้เจ็บรู้จำ และไม่อยากจะยืนในฝั่งตรงข้ามกับประชาชนอีกต่อไป เขาก็ร่ำๆจะตะโกนก้องฟ้าเพื่อเปิดเผยความจริงอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีใครสนใจไถ่ถาม
ท่านควรจะรู้ด้วยว่าในกลุ่มบุคคลที่ท่านนึกว่าเขาจะเป็นนักเต้นรำกันทั้งหมดนั้น ความจริงมีนักรบที่แท้จริง ผู้รักความเป็นธรรมและถูกต้องรวมอยู่ด้วย
ท่านเหล่านี้ไม่ต้องการให้เกิดเหตุรัฐประหารขึ้นอีกเลยในบ้านเมือง
ความรุนแรงใดๆที่จะต้องประหัตประหารทำร้ายกัน เขาก็ไม่เห็นด้วย
ท่านเหล่านี้รู้ดีว่าบ้านเมืองที่ผ่านมาก่อนการยึดอำนาจกำลังเดินหน้าไปสู่ความเข้มแข็งในฐานะผู้เล่นในระดับโลก เรากำลังปรับฐานเศรษฐกิจชาวบ้านให้สอดคล้องกับฐานเศรษฐกิจนายทุนด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสองครรลอง (dual-track economy) และเมืองไทยกำลังทะยานขึ้นฟ้า
พอยึดอำนาจเท่านั้นเอง บ้านเมืองก็ทรุดฮวบลงราวกับคนที่เป็นลมล้มทั้งยืน และยังไม่ค่อยจะได้สติมาจนกระทั่งบัดนี้
ใครมายุให้เตรียมความพร้อมเพื่อกระทำอย่างนั้นอีก ก็รู้สึกขัดขืนใจเป็นกำลัง แต่ต้องแปรตามในขณะนี้ก็เพราะวินัยของเครื่องแบบบังคับอยู่
แต่ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการฝืนใจนี่ล่ะครับ เขาก็ยังจัดตั้ง "วอร์รูม" กันขึ้นมาได้จากการประชุมลับที่ว่านี้เอง
ส่วนจะใช้ "ห้อง (บัญชาการ) รบ" นี้ไปทำอะไร สุดที่จะคาดเดาได้ แต่ไม่ใช่การเตรียมการต่อสู้กับอริราชศัตรูนอกประเทศอย่างแน่นอน
เพราะเดี๋ยวนี้เขาเอารูปคนสำคัญๆในบ้านเมืองทางฝ่ายประชาธิปไตยมาใส่ไว้ในโปรแกรมเรียบร้อยหมดแล้ว และจั่วหัวไว้อย่างที่ใครเห็นแล้วก็ต้องสะดุ้ง
"ภัยคุกคามรูปแบบใหม่"
ครับ เขาเสี้ยมสอนให้รู้สึกนึกคิดกันแบบนั้น สำหรับผู้คนที่เขามาตามตรอกออกตามประตูในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เล่มเกมจิตวิทยาในหมู่พวกของตัวเองโดยเหยียดคนไทยด้วยกันเป็นศัตรูเสียอย่างนั้นเอง
รู้ล่ะครับว่าทหารเขามองหา "ศัตรู" อยู่ตลอดเวลา เพราะไม่เช่นนั้นจะหาเหตุผลที่จะเป็นกองทัพอยู่ต่อไปมิได้ แต่วิธีการอย่างนี้ออกจะทุเรศทุรังไปหน่อย
อยู่ดีๆจะมาหาเหตุเล่นเกม ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เสียอีกแล้ว
พึงรู้นะครับว่าเหตุการณ์อย่าง ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น จะเป็นเกมบ้าเลือดของใครก็ตามทีเถิด แต่สำหรับประชาชนแล้วคือความเจ็บปวดเข้ากระดูกดำชนิดที่ไม่มีวันลืมเลือนไปได้เลย ต้องคอยจดคอยจำกันอยู่ตลอดไป
แต่ "วอร์รูม" ที่ปราจีนบุรี เป็นเทวทูตบอกเหตุว่าคนบางคนก็หลุดโลกไปไกลโพ้นจนไม่เห็นอะไรเหมือนมนุษย์ปุถุชนเขาเลย
รัฐบาลประชาธิปไตยครับ...จงตั้งรับไว้ให้ดีเถิด
ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ถ้าท่านไม่รู้จักโยกย้ายอะไรต่อมิอะไรให้มันสมควรแล้วล่ะก็ เชือดคอตัวเองตายไว้ล่วงหน้าก่อนเห็นจะดีกว่า

/////////////////////

คอลัมน์: เลือกคบ ไม่เลือกข้าง:จากหนังสือพิมพ์โลกวันนี้ 5/03/2551


จาก hi-thaksin

เลขา‘พล.อ.เปรม'เผย‘ทักษิณ-สมัคร'ยังไม่เข้าคาราวะ

พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป เลขานุการส่วนตัวของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษเปิดเผยว่าจนถึงขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังไม่มีการติดต่อขอเข้าพบ พล.อ.เปรม ผ่านทางตนแต่ไม่ทราบว่ามีการติดต่อผ่านบุคคลอื่นหรือไม่ ซึ่ง พล.อ.เปรม ไม่เคยกล่าวถึงหรือสอบถามขณะที่รัฐบาลปัจจุบันซึ่งนำโดย นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯนั้นยังไม่มีการติดต่อขอเข้าคาราวะ พล.อ.เปรม เช่นกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะไม่มีความคุ้นเคย แต่ทั้งนี้เห็นว่าไม่จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเข้าพบ พล.อ.เปรม ทุกชุด และที่ผ่านมามีการติดต่อขอเข้าพบเพราะมีความคุ้นเคยกัน
ขณะเดียวกัน พล.ร.ท.พะจุณณ์ ยังยืนยันว่า พล.อ.เปรม ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับบัญชีโยกย้ายนายทหารและเป็นเพียงความใจผิดเท่านั้น


จาก hi-thaksin

สมองหมา...ปัญญาควาย

หากตีความหมายของคำว่า “ควาย” ดังที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ใช้ตำหนิการทำงานของลูกน้องที่ไม่เข้าท่าเข้าทาง หรือไม่เป็นไปอย่างใจ

ผมเองก็คงมอง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ต่างกัน จากการออกมาแสดงอาการไม่พอใจคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และออกมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำและท่าทีที่รุนแรง

ทั้งที่คนเป็นข้าราชการต่างก็รู้กันดีว่า มีหน้าที่ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย มีการกำหนดเอาไว้ในคู่มือเป็นกฎเกณฑ์กติกาอย่างชัดแจ้ง

โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ-ทหารนั้น ยิ่งถูกสั่งสอนกันมาให้เคร่งครัดในระเบียบวินัยมากยิ่งไปกว่าข้าราชการพลเรือนทั่วไป แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็ยังมีท่าทีแข็งกร้าวมาอย่างสม่ำเสมอ และทำท่าว่าจะไม่ค่อยเคารพกรอบกติกาสักเท่าไร

นอกจากนี้ก็อยากจะตะโกนถามไปยังตำรวจไทยทั้งประเทศกว่า 2 แสนคนว่า ชื่นชมยินดีกับคำว่า “ควาย” อย่างที่เจ้านายกล่าวอ้างจริงหรือเปล่า

เพราะเรื่องนี้ผมได้ยินพ่อค้าในตลาดเขาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามันว่า “ถ้าใครมาด่ากูเป็นควาย กูชกปากแม่งแน่”

หรือหาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะทึกทักเอาว่าเป็นถ้อยคำที่เหมาะสมแล้วอย่างนั้น อีกหน่อย “ควาย” ก็คงจะเดินกันว่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การเกษียนหนังสือราชการก็จะเต็มไปด้วยคำว่า “ควาย” และ “ควาย”

และอีกหน่อยหนังสือพิมพ์ก็คงจะต้องปฏิวัติการพาดหัวข่าวกันใหม่ อย่างเช่น “จับแก๊งควายอุ้มยัดยาบ้า” หรือถ้าย้อนกลับไปแก้พาดหัวข่าวเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็อาจจะต้องมีข่าว “เด้งหัวหน้าควายเข้ากรุ”

บอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช สักเท่าไร ที่บอกว่าเห็นแก่ไมตรี เลือกที่จะพิจารณาโทษ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในสถานเบาสุด จากที่มีการเสนอมา

เพราะคนที่ได้รับความปรานีก็ยังไม่รู้ตัว ไม่รู้สึกสำนึก และยังย้อนกลับมาด่าท่านอยู่ เสมือนเป็นการทำคุณบูชาโทษ ทางที่ดีควรจะหยิบทุกข้อสงสัย ทุกข้อกล่าวหามาพิจารณาให้หมด แล้วก็น่าจะเปิดช่องทางให้มีการร้องเรียนเข้ามาเสียเลย เพื่อที่จะได้รับรู้ปัญหาอย่างรอบด้าน รู้ทุกประเด็น แล้วสะสางกันให้เบ็ดเสร็จไปพร้อมกันทีเดียวทุกเรื่องราว

เพราะที่ผ่านมาคนที่มีข้อมูล หรือตำรวจผู้น้อยที่คับข้องใจ ก็ไม่มีใครกล้าออกมาเปิดปากพูด จะมีก็แต่ไปบ่นกันตามวงสนทนาบ้าง เอาไปเมาท์กันเป็นที่สนุกปากไปบ้าง

จึงเป็นเรื่องดีที่จะมีเวทีให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ได้ชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ ดีกว่าปล่อยให้ใครต่อใครออกมานินทากล่าวหาให้เป็นเรื่องเสียหาย โดยที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทองของมูลนิธิฯ เมื่อคราวเป็น ผบก.ภูธร ภาค 2 เรื่องคาวๆ ของตำรวจหญิงที่มีการลงลึกกันถึงขั้นระบุตัวตน ชื่อเสียงเรียงนาม หรือเรื่องการถมแม่น้ำที่บ้านพักตากอากาศ จ.กาญจนบุรี

เรื่องราวเหล่านี้ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นเรื่องส่วนตัวกับงานในหน้าที่ เพราะบางเรื่องดังว่าหากไม่ได้เป็นนายตำรวจใหญ่ ก็ไม่อาจที่จะทำผิดหรือมีคนละเลย ยินยอมให้ทำผิดเช่นนั้นได้

ในเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ยังคลุมเครือ รัฐบาลก็น่าจะนำมาพิจารณาซะให้คนที่พอรู้มาเลาๆ ได้คลายความคับข้องใจ ส่วนใครที่มีหลักฐาน หรือพร้อมจะเป็นพยาน ช่วยกันเสนอเรื่องเข้ามาก็น่าจะเป็นเรื่องดี

ส่วนอีกเรื่องที่รัฐบาลไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง และอย่าไปคิดว่าจะลุกลามกลายเป็นความขัดแย้ง ก็คือ การสอบสวนเอาความผิดทางวินัยกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จากการที่ออกมาพูดจาด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมซ้ำซาก รวมทั้งการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผู้บังคับบัญชา

เพราะหากไม่มีการดำเนินการหรือจัดการอย่างเด็ดขาด ก็จะกลายเป็นแนวทางปฏิบัติว่า ใครนึกอยากจะลุกขึ้นมาด่าใครเมื่อไรก็ได้ หรืออาจจะทำให้รู้สึกว่า การวิพากษ์วิจารณ์ หรือแสดงท่าทีแข็งขืนต่อคำสั่งผู้บังคับบัญชา เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยปกติ

รวมทั้งในกรณีที่บังเอิญว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะสามารถแก้ต่างข้อกล่าวหาได้ครบถ้วนทุกประการ นายกรัฐมนตรีก็คงจะต้องคิดหนักว่าจะสามารถส่งกลับไปทำงานที่ สตช. ได้อีกหรือไม่
เพราะหากเป็นเช่นนั้น ตำรวจไทยก็อาจจะกลายเป็น “ควาย” กันไปหมดจริงๆ

ที่จั่วหัวเรื่องไว้ว่า “สมองหมา ปัญญาควาย” นั้น ในเบื้องต้นผมไม่ได้เจตนาที่จะกล่าวถึงใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ แค่เพียงเห็นคำว่า “ควาย” กำลังอยู่ในกระแส และพบว่ามีการเขียนถึงเอาไว้ในเว็บไซต์ด้วยความน่ารักว่า “สมองหมา” หมายถึง สมองที่ซื่อสัตย์ รักเจ้านาย น่ารัก ส่วน “ปัญญาควาย” หมายถึง ปัญญาที่มีความอดทน ยอมลำบากเพื่อให้คนมีข้าวกิน ทำงานหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน

แต่สำหรับผม “สมองหมา” น่าจะหมายถึง การคิดอย่างตื้นเขิน เพราะหมามีสมองเล็กกว่าคน แม้จะซื่อสัตย์แต่ก็จะซื่อเฉพาะกับเจ้านายอย่างฝังหัว แต่ขณะเดียวกันก็อาจกัดคนอื่นทั่วไป และจะยิ่งน่ากลัวมากหากเป็น “หมาบ้า”
ส่วน “ปัญญาควาย” ผมคงมีนิยามไม่แตกต่างไปจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ สักเท่าไร เพราะหากท่านเรียกการตัดสินใจที่ไม่เข้าท่าเข้าทาง ไม่เหมาะสม ไม่ถูกใจ ของลูกน้องท่านว่า “ควาย”

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์เจ้านาย การแสดงท่าทีตะแบงแข็งขืนไม่เข้าท่า ผิดกาลเทศะ ที่ดูแล้วออกจะรู้สึกขัดใจในความเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่

ผมก็คงมีข้อสรุปที่ไม่แตกต่างกัน...!!

บิ๊กโบ๊ต (แทน)