รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันรัฐบาล ชุดนี้ไม่เคยคิดทำปฏิวัติตามที่กลุ่มพันธมิตรกล่าวหา
นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ออกมาระบุว่า รัฐบาลใช้การโยกย้ายข้าราชการเป็นแผนการในการทำรัฐประหารตัวเองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคดีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ ทั้งในแง่การปฏิวัติเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่นก็ตาม พร้อมกับบอกว่า การที่พันตำรวจโททักษิณ กลับมาต่อสู้คดีก็เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่ามีความต้องการที่จะมาต่อสู้ตามกระบวนการ
ยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลก็ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป โดยที่ไม่มีอะไรมาล้มล้างได้ ส่วนการโยกย้ายข้าราชการถือเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกยุค ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งที่ดำเนินการลงไปดีหรือไม่อย่างไร (05/03/51)
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, March 5, 2008
หมอเลี้ยบยันรัฐไม่เคยคิดปฏิวัติ
พล.อ.เลิศรัตน์ ยอมรับ ส.ว.สรรหา หนุนนั่งประธานวุฒิสภา
กรุงเทพฯ 5 มี.ค. - พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา กล่าวปฏิเสธไม่ได้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตตำแหน่งประธานวุฒิสภา และไม่เคยประชุมตั้งแก๊งหรือกลุ่ม เพื่อเป็นฐานเสียงหรือหัวคะแนน แต่ยอมรับว่ามี ส.ว.สรรหา หลายคนสนับสนุน ส่วนตัวหากสมาชิกสนับสนุนก็ไม่ปฏิเสธ แต่ไม่เคยวิ่งเต้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ที่อาจจะมีการต่อสู้แข่งขันกันบ้าง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเลือกประธาน ส.ว.ครั้งนี้จะไม่มีปัญหา
อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 17:34:10

สมชาย เชื่อเปิดบ่อนกาสิโนไม่กระทบเยาวชน
ทำเนียบฯ 5 มี.ค. - “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ระบุเปิดบ่อนกาสิโนเป็นเพียงแนวคิดของ “สมัคร” ชี้ต้องศึกษาข้อมูล หากดำเนินการ มั่นใจไม่กระทบเยาวชน เพราะต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ยืนยัน ก.ศึกษาฯ ไม่สนับสนุนเยาวชนเล่นการพนัน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการเปิดบ่อนกาสิโนของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ขณะนี้เป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น และคิดว่าเรื่องนี้ต้องศึกษาก่อน ส่วนผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนที่หลายฝ่ายกังวลนั้น คิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรง เพราะหากเกิดกาสิโนขึ้น ต้องมีกฎเกณฑ์และกติกาที่ชัดเจน เช่นเดียวกับสถานบันเทิงต่าง ๆ เช่น ผับ เธค ที่กำหนดอายุผู้ที่จะเข้าไปเที่ยว อย่างไรก็ตาม นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไม่สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องหรือหมกมุ่นกับการพนัน
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องความคืบหน้าการดำเนินการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน ให้ถูกกฎหมาย ว่า ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ว่า หากหวยบนดินเกิดขึ้นจริง จะขอเงินส่วนหนึ่งมาเป็นทุนการศึกษา แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โดยจะใช้วิธีการให้สอดคล้องกับหลักการทำงาน และต้องมีคนบริหารจัดการ เมื่อถามว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ขัดข้องใช่หรือไม่ หากรัฐบาลจะออกนโยบายเรื่องกาสิโนและหวยบนดิน นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ตนมีหน้าที่ดูแลเด็ก หากมีเงินมาให้เด็กเรียนหนังสือได้ ตนก็ยินดี. - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 17:10:46

สมชาย โต้พันธมิตรฯ รัฐบาลทำรัฐประหารตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า
ทำเนียบฯ 5 มี.ค. - รองนายกรัฐมนตรี โต้พันธมิตรฯ วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง รัฐบาลจะรัฐประหารตัวเอง เพื่อล้มคดี “พ.ต.ท.ทักษิณ” คิดมากไปหรือเปล่า ระบุการโยกย้ายข้าราชการมีทุกยุคที่เปลี่ยนแปลงรัฐบาล ชี้ไม่มีกฎหมายให้ข้าราชการตั้งสหภาพ
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณอีกครั้ง และจับตาการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม ว่า การโยกย้ายข้าราชการมีทุกยุคทุกสมัย ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการโยกย้าย และยังมีการโยกย้ายประจำปี ย้ายนอกฤดูกาล ซึ่งต้องถามคนที่เกี่ยวข้องว่า การโยกย้ายมีเหตุผลอย่างไร เพราะตนไม่ทราบ
ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯ วิเคราะห์ว่า การโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม เป็นการสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนไม่พอใจ หลังจากนั้นรัฐบาลจะรัฐประหารตัวเอง เพื่อตัดตอนไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคดีหลายคดี ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “คิดไปถึงไหน คิดมากไปหรือเปล่า”
นายสมชาย ยังปฏิเสธว่า ไม่ได้ยินเรื่องที่ข้าราชการมีแนวคิดจะตั้งสหภาพขึ้นมา เพื่อดูเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม เพราะหากจะทำ ต้องมีกฎหมายรองรับ ในส่วนของข้าราชการมีกฎหมายระบุว่า ข้าราชการสามารถรวมตัวกันได้ที่จะดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย การจะทำอะไรที่มีกฎหมายรองรับสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่มีกฎหมายก็ทำไม่ได้ แต่เท่าที่เห็นไม่น่าจะมีกฎหมายเรื่องการจัดตั้งสหภาพ. - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 16:57:47

นพดล ปฏิเสธข่าวย้ายปลัด กต.
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ยังไม่ได้ดำเนินการจัดโผโยกย้าย จึงยังไม่มีใครรู้ว่าจะย้ายใคร หรือย้ายไปไหน มีแต่เอกอัครราชทูตในต่างประเทศโอนย้ายออกไปหน่วยงานนอกกระทรวงฯ จึงต้องมีคนไปแทนที่ ถือเป็นการย้ายเล็ก โดยจะมีการไหลเวียนของตำแหน่ง 3-4 ตำแหน่ง และจะขอรับผิดชอบการโยกย้ายแต่เพียงผู้เดียว จะไม่โยนความผิดให้ใคร
“หากมีการโยกย้าย จะต้องไม่กระทบขวัญและกำลังใจของข้าราชการในกระทรวงฯ ต้องให้เกียรติ ดูความรู้ความสามารถที่เหมาะสม และจะต้องปรึกษากับปลัดและข้าราชการในกระทรวงฯ ด้วย” นายนพดล กล่าว พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการโยกย้ายนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อย่างที่เป็นข่าว เพราะคงไม่มีรัฐมนตรีใหม่คนใดเพิ่งเข้ามาทำงานแล้วย้ายแม่บ้านที่จะให้ข้อมูล และส่วนตัวก็รู้จักนายวีระศักดิ์ ตั้งแต่เป็นอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก เป็นคนเก่ง และมีไมตรีที่ดี และว่า การจัดเวียนข้าราชการ หลังมีการโอนย้าย จะทำภายใน 2 สัปดาห์. - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 15:50:37

ร.ต.อ.เฉลิม เผยจะหาเวลาคุยกับตัวแทนพันธมิตรฯ
กรุงเทพฯ 5 มี.ค. - มท.1 เผยจะหาเวลาเจรจากับตัวแทนกลุ่มพันธมิตรฯ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ย้ำ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เดินทางกลับประเทศเพื่อต่อสู้คดี และไม่มีตำแหน่งใดในรัฐบาล ชี้ควรประท้วงรัฐบาล “สมัคร” มากกว่า เตรียมจัดสถานที่ชุมนุมไว้รอ หากพันธมิตรฯ มีมติที่ชัดเจน
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณ ว่า เป็นมุมมองของกลุ่มพันธมิตรฯ แต่อยากให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการกลับประเทศเพื่อสู้คดี ดังนั้น จะไปประท้วง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อย่างไร ต้องประท้วงรัฐบาล และขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีตำแหน่งอะไรในรัฐบาล คำสั่งที่มีการอนุมัติให้ความเห็นชอบเรื่องต่าง ๆ มีแต่ชื่อนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ตนเห็นว่าพันธมิตรฯ มีสิทธิที่จะคิดได้ แต่ประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ถ้าพันธมิตรฯ แน่จริง ต้องประชุมหาข้อยุติและจุดยืนให้เรียบร้อย และตนจะจัดเตรียมสถานที่ชุมนุมไว้ให้ล่วงหน้า จะสั่งปลัดกรุงเทพมหานครให้อนุมัติทันที ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้เป็นการท้าทาย พันธมิตรฯ สามารถแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ยิ่งเคลื่อนไหวมากเท่าไร รัฐบาลก็ต้องทำงานหนัก และชี้แจงให้ทราบ
“ผมอาจจะหาเวลาและโอกาสไปคุยกับตัวแทนพันธมิตรฯ ชี้แจงว่า พวกท่านเข้าใจผิด แต่คงจะไม่ได้คุยกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตร แม้จะรู้จักกัน แต่ พล.ต.จำลอง เป็นคนไม่ค่อยพูด และการที่จะหารือกับกลุ่มพันธมิตรฯ นั้น ผมไม่กลัวเสียหน้า แต่อยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ ทำงานได้แบบไม่มีปัญหา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 15:47:21

จักรภพ เน้นย้ำ อสมท พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน
อสมท 5 มี.ค. - “จักรภพ” เผยรัฐบาลต้องการให้ อสมท และกรมประชาสัมพันธ์ พัฒนาระบบส่งสัญญาณเป็นดิจิตอล ตั้งสถานีโทรทัศน์อาเซียนและกีฬา ระบุรัฐบาลพร้อมมีงบประมาณสนับสนุน ขณะเดียวกัน อยากให้ อสมท พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และไม่อยากเห็นการขาดทุน
นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเยี่ยมและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับผู้บริหาร บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า ได้เล่าถึงสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็น เช่นเดียวกับการไปตรวจเยี่ยมช่อง 11 ได้แก่ แนวคิดพัฒนาระบบส่งสัญญาณให้เป็นดิจิตอล การจัดตั้งสถานีโทรทัศน์อาเซียน และการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์กีฬา ซึ่งในส่วนของ อสมท ได้ให้ผู้บริหารพิจารณาถึงความเป็นไปได้ว่า อสมท จะสามารถมีส่วนร่วมได้ในระดับใด ตั้งแต่การร่วมก่อตั้ง ร่วมลงทุน หรือเป็นเจ้าภาพดำเนินการเอง โดยเรื่องดังกล่าวรัฐบาลมีงบประมาณพร้อมให้การสนับสนุน
“เรื่องนี้ถ้าพูดให้ชัดก็คือ กรมประชาสัมพันธ์กับ อสมท หากใครเสนอโครงการได้ดีกว่า และมีความเป็นไปได้ คนนั้นก็มีโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพในการดำเนินงาน ซึ่งอันนี้เราคิดใหม่ รัฐบาลไม่บังคับ แต่เราให้เขาเสนอกันขึ้นมา” นายจักรภพ กล่าว
สำหรับการดำเนินงานของ อสมท นายจักรภพ ย้ำว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะปัจจุบัน อสมท ต้องดูแลผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแลประชาชน ดังนั้น การพัฒนาความสามารถในการแข่งขันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประเด็นดังกล่าว ทางสหภาพแรงงานฯ ของ อสมท ได้นำเสนอต่อที่ประชุมถึงแนวทางที่จะพัฒนาบุคลากรของ อสมท ให้มีประสิทธิภาพ และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
“สำหรับเรื่องประสิทธิภาพ การแข่งขัน เมื่ออยู่ในตลาดก็คงปฏิเสธเรื่องผลดำเนินการไม่ได้ ซึ่งผมไม่อยากให้กลายสภาพจากที่ทำกำไรเป็นขาดทุน เพราะตอนนี้หากแยกสิ่งที่ทำเองออกจากสัมปทาน มันกำลังจะเป็นแบบนั้น แต่คงไม่ยาก เหมือนเพิ่งเริ่มเป็นโรคขั้นต้น ยังแก้ไขได้” นายจักรภพ กล่าว
นายจักรภพ กล่าวถึงการคัดสรรบอร์ด อสมท ว่า ขณะนี้กำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นให้มีที่มาจากหลายส่วน เช่น มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน มีความรู้เรื่องสื่อ และมีประสบการณ์เรื่องการแข่งขัน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพิจารณารายละเอียดว่าตัวบุคคลจะเป็นใครบ้าง แต่ก็จะดำเนินการคัดเลือกบอร์ด อสมท ให้เร็วที่สุด เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปได้ต่อเนื่อง. - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 15:14:26

‘ชลิต'แก้ตัวแทน‘คมช.'ทำศก.ไทยทรุด
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และอดีตรักษาการ ประธาน คมช. กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเศรษฐกิจของไทยพัง เพราะ คมช. ว่า คิดว่าเป็นหน้าที่ทุกคนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาเหมือนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป คิดว่าเป็นเรื่องประกอบกันทั่วโลก
เมื่อถามว่า ยอมรับว่า คมช.บริหารประเทศไม่ดี พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า คมช.ไม่ได้บริหารประเทศ ทั้งนี้ตนไม่ขอพูดอะไร ให้ประชาชนและสื่อมวลชนเฝ้าดูว่า เกิดความเสียหายประการใด ซึ่งฝ่ายเศรษฐกิจต้องไปติดตามดู
ต่อข้อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีอคติกับ คมช.หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองว่ามองด้านใด เมื่อถามว่า อดีต คมช. จะมีการหารือกับ พ.ต.ท. ทักษิณ หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพบกันจะเหมาะสมหรือไม่ เพราะนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า มองได้หลายมุม บางทีการพูดคุยเป็นการแลกเปลี่ยน หากพูดเวลานี้คิดว่าเราไม่มีใครเป็นศัตรูกัน แต่จะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเจริญ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ปรากฏตัวหลังกลับประเทศ เพราะระบุว่าไม่ปลอดภัย เกรงถูกลอบสังหาร เพราะสมัยเป็นนายกรัฐมนตรียังเคยถูกกระทำ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า คิดว่าผู้นำประเทศต้องได้รับการดูแลให้เกิดความปลอดภัย ทั้งผู้นำประเทศปัจจุบันและที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกประเทศ เพื่อให้ได้รับความปลอดภัยมากที่สุด ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นอดีตผู้นำประเทศ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดูแล ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการกระทำเช่นนี้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นการป้องกัน
กกต.คาด 2 สัปดาห์พิจารณาสำนวนว่าที่ ส.ว.ได้
กกต.คาดภายใน 2 สัปดาห์ฝ่ายสืบสวนของแต่ละจังหวัดจะสามารถส่ง สำนวนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ส.ว.ใน 6 จังหวัดที่เหลือเข้ามา ให้กับส่วนกลางพิจารณาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้สำนวนการสืบสวนสอบสวนการกระทำผิดกฎหมาย เลือกตั้ง ส.ว. ใน 6 จังหวัดที่ยังไม่ได้ประกาศรับรอง ประกอบด้วย จังหวัด ขอนแก่น , ชัยภูมิ , นครนายก , นครสวรรค์ , เพชรบูรณ์ และสระแก้ว ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของ กกต.จังหวัด ซึ่งก็ต้องให้เวลา เพราะ เจ้าหน้าที่ในการทำงาน กกต.กลางไม่ได้กำหนดกรอบเวลาเอาไว้ เนื่องจาก ต้องสืบสวนด้วยความรอบคอบ อย่างไรก็ตามคาดว่าอย่างช้าสุดภายใน 2 สัปดาห์ กกต.จังหวัดจะสามารถสรุปสำนวน ส่งเข้ามาให้ กกต.กลางพิจารณาได้ และ กกต.กลางก็น่าจะชี้ขาดได้ ก่อนครบกำหนด 30 วันที่กฎหมายกำหนดไว้
ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่ กกต.วันนี้ กกต.จะเปิดให้ว่าที่ ส.ว.ใหม่ที่ กกต.ประกาศรับรองไปเมื่อวานนี้จำนวน 70 คน ไปรับใบรับรองที่ชั้น G สำนักงาน กกต. อาคารศรีจุลทรัพย์ ตั้งแต่เวลา 13 นาฬิกา 30 นาทีเป็นต้นไป จากนั้นว่าที่ ส.ว. แต่ละคนต้องไปแสดงตนที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แล้วรอให้มีการเรียกประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธาน และรองประธาน วุฒิสภาต่อไป
'นพดล' ปฏิเสธย้ายล้างบางทูต
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ปฏิเสธย้ายล้างบางทูตหลาย ประเทศ ชี้เหตุที่ต้องสลับตำแหน่งเพราะทูตประจำสหรัฐขอย้ายไป ส่วนราชการอื่น
นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงข่าวการ โยกย้ายทูตประจำญี่ปุ่น อังกฤษ บรัสเซส และ แคนนาดาว่า เป็นการโยกย้าย ตามความจำเป็นไม่ใช่การย้ายทั้งหมดในคราวเดียวกันนั้นสาเหตุเป็นเพราะ นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน สหรัฐขอย้ายตัวเองออกจากการเป็นข้าราชการกระทรวง การต่างประเทศไปอยู่ส่วนราชการอื่น ดังนั้นจึงต้องการสลับสับเปลี่ยนทูตผู้อื่นไปดำรงตำแหน่งแทน ทั้งนี้ขอยืนยันว่าได้ทำงาน อย่างมีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้ทำบัญชีโยกย้าย แต่ต้องการทำให้แล้วเสร็จในต้นเดือนนี้ นายพนดล กล่าวว่า ขวัญและกำลังใจของข้าราชการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยตนก็ได้ไปร่วมงานศพของข้าราชการชั้นผู้น้อยที่หัวใจ- วายวานนี้


