WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 6, 2008

จักรภพย้ำรัฐบาลไม่รับผิดชอบหากสื่อรายใดหายจากวงจร

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จักรภพ เพ็ญแข ย้ำ ไม่มีนโยบายปิดเอเอสทีวี แต่ไม่รับผิดชอบ หากมีสื่อรายใดหายออกไปจากวงจร

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้ความเห็นว่ารัฐบาล มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำสั่งลับที่ให้ยุติ ิการเผยแพร่ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ ASTV ในต่างจังหวัดหรือไม่ หลังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาระบุว่า ถูกรบกวนสัญญาณและโดนกลั่นแกล้งจนไม่สามารถออกอากาศได้ตามปกติ พร้อมกันนี้ยืนยันรัฐบาล ไม่มีนโยบาย ในการปิดสถานี โทรทัศน์ ASTV แต่ทั้งนี้เห็นว่าหากสื่อรายใด หายไปจากสังคมไทยจริง คงไม่ใช่ประเด็นการแทรกแซงสื่อของรัฐบาล เพียงแต่วันนี้ รัฐบาลพยายามจะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าใครเป็นสื่อมวลชน และใครเป็นนักการเมืองที่แฝงเข้ามาในรูปของสื่อมวลชน

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายในการปิดเว็บไซต์ HI 5 หลังพบว่ามีพระภิกษุสงฆ์เข้าไปใช้บริการ โดยการดำเนินการของรัฐบาลนั้น จะไม่เหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ที่ไม่ว่าพบเว็บไซต์อะไรมีปัญหาก็ปิดอย่างเดียว

‘จักรภพ' ค้านตั้งสหภาพข้าราชการ-ติงระบอบ‘อมาตยาธิปไตย'

นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวความคิดในการตั้งสหภาพของข้าราชการ เพื่อปกป้องข้าราชการไม่ให้ถูกฝ่ายการเมืองย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ว่า ถือเป็นสิทธิของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่จะดำเนินการ แต่ต้องติงไว้ว่าประเทศนี้ไม่ได้เป็นของข้าราชการ แต่เป็นของประชาชนที่ไม่เคยรับราชการ และไม่เคยมีญาติพี่น้องอยู่ในตระกูลรับราชการ ดังนั้นการทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นระดับชาติขึ้นมา จะต้องคิดให้ดี เพราะในปัจจุบันเราไม่ได้อยู่ในระบอบอมาตยาธิปไตย แต่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่แปลว่าประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นเราไม่ควรนำเรื่องการโยกย้ายข้าราชการไปพูดในภาพรวม เพราะกรณีที่เกิดขึ้นในดีเอสไอ อย. กรมประชาสัมพันธ์ หรือ สตช. เป็นเหตุผลคนละกรณีกัน เพียงแต่เกิดในห้วงเวลาเดียวกันเท่านั้น
เมื่อถามว่า จะฝากอะไรไปถึงนายกสมาคมข้าราชพลเรือนแห่งประเทศ ที่อยู่ใน สปน.หรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า ขอให้ช่วยกรองข้าราชการ ให้เหลือข้าราชการที่ดีจำนวนมากเอาไว้รับใช้สังคม ไม่ให้ข้าราชการเล่นการเมือง หรือคิดที่จะได้รับประโยชน์จากการอิงแอบตัวเองเข้ากับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นยุคเผด็จการหรือประชาธิปไตย ซึ่งสมาคมข้าราชการพลเรือนฯ จะช่วยได้มาก ส่วนการเสนอให้ออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อตั้งสหภาพฯ นั้น ถือว่าไปไกลเกินไป ข้าราชการอยู่ภายใต้รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การที่ต้องมีกฎหมายใด ๆ ออกมากำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกัน ก็หมายความว่ามันแย่ลง จึงไม่ควรสื่อสารให้สังคมคิดว่า เกิดสงครามขึ้นแล้ว ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายราชการ แต่ถ้าจะหาทางแก้ปัญหา เพื่อที่จะมาคุยกันอย่างสงบ สันติถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
" ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องตั้งสหภาพฯ และเชื่อว่าไม่มีใครผิดเพี้ยนถึงขั้นนั้น อาจเป็นการพูดด้วยอารมณ์ความรู้สึก และคิดว่าข้าราชการใหญ่กว่าทุกคน ซึ่งถ้าคิดผิดก็คิดใหม่ได้" นายจักรภพ กล่าว และว่า หากสมาคมฯ เสนอร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นมา ตนก็ต้องดูก่อนว่า เขาจะไปไกลถึงขั้นไหน ทั้งนี้เราไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งอะไรมากขึ้นในสังคมอีก ถ้าไม่พอใจก็ควรใช้ช่องทางปกติในการพูดจากันได้


จาก hi-thaksin

‘เพื่อนบ้าน'คิดยังไง? 'ทักษิณกลับไทย' ถามใจ 'คนจรัญฯ 69'

"วันนี้ผมขออาศัยเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ต้องการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ผมไประเหเร่ร่อนมาทั่วโลก ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีแผ่นดินที่ไหนที่จะให้ความอบอุ่นกับผมและครอบครัวเท่ากับแผ่นดินไทย เพราะฉะนั้นผมจะขอกลับมาอยู่อย่างมีความสุข มีความอบอุ่น และขอตายบนแผ่นดินนี้..." ...เป็นส่วนหนึ่งจากคำเปิดใจหลังเดินทางกลับสู่ไทยเมื่อสายวันที่ 28 ก.พ. 2551 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
แม้เบื้องต้น "พ.ต.ท.ทักษิณ" ยังไม่ได้เข้าพักที่บ้านตนเอง
แต่ลองสุ่มถามใจคนเป็น "เพื่อนบ้าน" ก็มีคำตอบแล้ว.....
ทั้งนี้ "สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์" ลองไปสุ่มสอบถามความรู้สึกของผู้ที่เป็น "เพื่อนบ้าน...บ้านจันทร์ส่องหล้า" ของ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว ที่อยู่ในย่านซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 หลังออกมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ว. เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อนบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งเผยว่าชื่อ วุฒิ อายุ 66 ปี เป็นนักธุรกิจ บอกว่า... "มีความรู้เป็นบวกมาก ๆ ที่อดีตนายกฯกลับมา" อย่างน้อยก็สร้างความมั่นใจส่วนตัวในการทำธุรกิจ คิดว่าต่อไปอะไร ๆ อาจจะดีขึ้น ซึ่งช่วงปีกว่าที่ผ่านมา รู้สึกเงียบเหงาเคว้งคว้างมาก และคิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ
"สมัยที่ท่านยังไม่เป็นนายกฯ เวลาเดินสวนไปมาก็ยิ้มแย้มทักทายกับเพื่อนบ้านตามประสาคนอยู่ซอยเดียวกัน ผมอยู่ซอยนี้มาเกือบ 50 ปีแล้ว เรียกว่าเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ รู้จักกันมานาน พอช่วงที่เป็นนายกฯ ก็มีโอกาสเห็นกันน้อยลง แม้ว่าจะพยายามมาดักรอเจอหลายครั้งก็ตาม เพราะภารกิจท่านมาก แต่ท่านและครอบครัวก็ไม่เคยทำให้เพื่อนบ้านต้องเดือดร้อน" ... เพื่อนบ้านที่ชื่อวุฒิกล่าว
ขณะที่ เจ้ส่วน ซึ่งเปิดร้านขายของชำอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 บอกว่า... อยู่ซอยนี้มาไม่ต่ำกว่า 40 ปี "ดีใจเหมือนกันที่ท่านทักษิณกลับมา" เห็นครอบครัวของอดีตนายกฯ คนนี้ทั้งครอบครัวทั้งบ้านมานาน ลูกชาย ลูกสาว ก็เห็นมาตั้งแต่เด็ก ๆ เคยมาซื้อของที่บ้านหลายครั้ง ก็เด็ก ๆ ดูน่ารักดี ไม่มีอะไรที่ไม่ดี
ในซอยนี้มันแคบ รถเข้า-ออกก็แยะ พ.ต.ท.ทักษิณก็เสียสละบริเวณด้านหน้าบ้านบางส่วนให้เป็นถนนหลวง เพื่อให้สัญจรกันสบายขึ้น ซึ่งก็นับว่ามีน้ำใจ เสียสละเพื่อส่วนรวม ไม่เคยคิดกั้นเป็นอาณาจักรของตนเอง
"ท่านจากบ้านไปนาน เราก็คิดถึง คราวนี้ท่านกลับมา เราก็ดีใจ ดีใจที่เพื่อนร่วมซอยของเรากลับมา" ...เจ้ส่วนเผยถึงความรู้สึกหลังเจ้าของบ้านจันทร์ส่องหล้าเดินทางกลับมาไทย
อามร นักธุรกิจสาวใหญ่ เพื่อนบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า... "ดีใจที่กลับมา" รู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวมานานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ลงเล่นการเมือง แม้จะเป็นการรู้จักแบบทั่ว ๆ ไป คือแค่เห็น ๆ กันประสาคนละแวกเดียวกัน ซึ่งที่นี่ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคนพิเศษ
เพื่อนบ้านคนนี้บอกอีกว่า... เคยร่วมรถติดช่วงเช้าด้วยกัน เพราะหน้าปากซอยมีโรงเรียน รถจึงติด ก็ได้เห็น พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว เพราะเมื่อก่อนรถไม่ติดฟิล์มกรองแสงหนาเหมือนช่วงที่เป็นนายกฯ พอช่วงที่เป็นนายกฯโอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะขับรถเองและยิ้มทักทายคนในซอยก็น้อยลง และมักจะออกจากบ้านทางด้านหลังซอย แต่หลายครั้งที่ตนเองขี่จักรยานผ่านหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าก็จะมองหา อยากเห็น ซึ่งช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่อยู่ เวลาขี่จักรยานผ่านก็ยังมองเข้าไป ก็เห็นว่ามีคนนอกเครื่องแบบมาคอยดูแลความปลอดภัยอยู่
"เท่าที่รู้สึกจากการสัมผัสแบบห่าง ๆ คิดว่าท่านก็เป็นคนดี-คน เก่งคนหนึ่ง มีความตั้งใจดีที่จะทำงานเพื่อประเทศ แต่คิดว่าคงเพราะบริวารเป็นพิษ และท่านก็ไม่กล้าลงโทษเพราะติดขัดเรื่องบุญคุณ ซึ่งน่าเสียดาย และหากย้อนเวลากลับไปได้ ในฐานะเพื่อนบ้านเก่าแก่ ก็ไม่อยากให้ท่านเล่นการเมืองเลย อยากให้เป็นเพื่อนบ้านกันแบบคนธรรมดา ๆ ดีกว่า" ...เพื่อนบ้านรายนี้กล่าว
เพื่อนบ้านจันทร์ส่องหล้าอีกคนที่ขอสงวนชื่อ เผยเพียงแค่มีอาชีพเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ก็บอกว่า... "ท่านกลับมาถือว่าดีมาก" เพราะจะได้มีโอกาสมาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม มาพิสูจน์ตนเองตามที่ถูกกล่าวหาหลายเรื่อง "จะได้รู้กันเสียทีว่าใครผิดใครถูกกันแน่ และความจริงเป็นอย่างไร"
อนุวัฒน์ เพื่อนบ้านหนุ่มน้อยวัยรุ่น พูดคุยกับทีม "สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์" หลังลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ว.ที่โรงเรียนพิมลวิทย์ หน่วยเลือกตั้งของชาวซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 โดยบอกว่า... เพิ่งจะมีสิทธิเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องการเมืองมากนัก และไม่ค่อยรู้จักอดีตนายกฯคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ เวลาจะเข้า-ออกซอย จะไปไหนมาไหน ก็ไม่เคยเห็นว่าต้องวุ่นวายขนาดต้องปิดซอย
"ช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ ซอยนี้ปลอดภัยจากขโมยและ ยาเสพติด และตอนนี้ซอยของเราก็น่าจะปลอดภัยเหมือนเคย เพราะคงจะมีตำรวจมาอารักขากันมากเช่นกัน" ...อนุวัฒน์ว่า
ส่วน นพดล เพื่อนบ้านซึ่งมีอาชีพรับราชการ บอกว่า... ถ้าเป็นตัวเองก็คงจะดีใจไม่น้อยที่ได้กลับบ้าน และได้กลับมาพิสูจน์ตัวเองกับหลาย ๆ คดี และส่วนตัวก็ดีใจที่ว่าประชาธิปไตยกลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง
"พ.ต.ท.ทักษิณก็มีสิทธิที่จะกลับบ้าน และได้ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนไทยทั่วไป พอกลับมาจริง ๆ จึงเฉย ๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ" ...นพดลระบุ
ด้านเพื่อนบ้านวัยกว่า 60 ปี ท่าทางภูมิฐาน ที่ไม่ประสงค์ออกชื่อ บอกสั้น ๆ ว่า... "เฉย ๆ" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณกลับไทย ในซอยอดีตนายกฯคนนี้ก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เคยทำตัวเรื่องมากแม้จะเป็นนายกฯ
"คิดว่าไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะเขาก็ไม่ใช่คนพิเศษอะไร เพียงแค่มีโอกาสมากกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง !!!!"


//////////////////////////////////

คอลัมน์ สกู๊ปหน้า 1 ....

จากหนังสือพิมพ์-เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 5 มี.ค. 2551

Wednesday, March 5, 2008

กลุ่ม 24 มิถุนาจับมือคนวันเสาร์จี้สภาฯยกเลิกรธน. 50

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และโฆษกกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่สอง เพื่อให้ยกเลิกผลิตผลของคมช.-รัฐธรรมนูญ 50 สิ้นสุด

ที่รัฐสภา กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ประธานกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย โฆษกกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่สอง เพื่อให้ยกเลิกผลิตผลของคมช.-รัฐธรรมนูญ 50 สิ้นสุด และริเริ่มการปฎิรูปการเมือง โดยนายสมยศ กล่าวว่า จากการรัฐประหารที่ผ่านมาได้ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 ทำลายประชาธิปไตยและยัดเยียดรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งทำลายความเข้มแข็งของพรรคการเมืองและระบบรัฐสภา สังคมไทยได้รับความเสียหายในทุกด้านอย่างรุนแรง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและกฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมาโดยสนช.และคำสั่งของคมช.ถือเป็นกฎหมายเถื่อน หากปล่อยให้มีการบังคับใช้เท่ากับเป็นการยอมรับอำนาจเถื่อนของกลุ่มโจรกบถ เป็นการยอมรับการรัฐประหารและระบอบการปกครองเผด็จการทหาร

นายสมยศ กล่าวว่า เมื่อคมช.ได้ยุติบทบาทลงไปแล้วยังคงไว้ตัวหนังสือที่เป็นบทบัญญัติและองค์กรผลผลิต ถือเป็นมรดกบาปและสิ่งชั่วร้าย ดังนั้นจึงขอเรียกร้อง 1.ให้สภาฯดำเนินการให้รัฐธรรมนูญ 2550 คำสั่งคมช. กฎหมายและองค์กรต่าง ๆที่มาจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ให้สิ้นสุดลงหรือให้เป็นโมฆะ 2.ให้จัดตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบความเสียหายจากการรัฐประหาร (คตร.) ประกอบด้วยพรรคการเมือง ตัวแทนองค์กรที่ต่อต้านการรัฐประหาร นักวิชาการ และองค์กรประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งนี้จะต้องมีงบประมาณ บุคคลากร และอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการัฐประหาร 19 กันยายนทั้งหมด

พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ขณะนี้สภาฯได้ประสานไปยังสถาบันพระปกเกล้าให้ศึกษาผลกระทบจากการใช้รัฐธรรมนูญ 2550 นอกจากนี้สำนักวิชาการของสภาฯก็ได้ศึกษาเช่นกัน เพื่อข้อไขข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่ายจะต้องดำเนินการบนหลักวิชาการ ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว หรืออาฆาตมาดร้าย ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็น สำหรับแนวทางในการตั้งกรรมาธิการต้องประกอบด้วยทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล และต้องฟังความเห็นของประชาชนด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับกฎหมายที่ออกโดยสนช.จะมีการพิจารณาศึกษาว่าฉบับที่ดีก็จะใช้ต่อไป ยกเว้นที่มีปัญหา โดยเฉพาะพ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จะต้องพิจารณาแก้ไข


มิ่งขวัญโต้สุวโรจน์กลางสภาไม่เอี่ยวตัดไม้อุทยานน้ำหงาว

ส.ส.พลังประชาชน "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" ลุกโต้ "สุวโรจน์ พะลัง"กลางสภา ยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตัดไม้อุทยานแห่งชาติน้ำหงาว ยัน แค่คนนามสกุลเดียวกัน

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงกลางสภาผู้แทนราษฎร ต่อกรณีที่นายสุวโรช พะลัง ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีการตัดไม้ทำลายป่าในอุทยานแห่งชาติน้ำหงาว จ.ชุมพร ซึ่งอ้างว่าผู้กระทำความผิดมีนามสกุลเดียวกับนายมิ่งขวัญ โดยมิ่งขวัญ ยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดดังกล่าว แม้ว่าจะมีนามสกุลเดียวกัน และต้องยอมรับว่านามสกุลแสงสุวรรณนั้นมีจำนวนมาก จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการเอาผิดกับผู้กระทำผิดดังกล่าวตามกฎหมาย
ขณะที่ ร.ต.อ.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ได้เรียกร้องให้ประธานในที่ประชุม ดำเนินการสอบสวนและหาที่มาของใบปลิว ที่ชื่อว่า "วีรบุรุษเมียกู" ที่มีการวางกระจายไว้ทั่วรัฐสภา เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้อีก เนื่องจากเนื้อหาในใบปลิวดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

มท.1 เตรียมคุยแกนนำพันธมิตรฯ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมนัดพูดคุยทำความเข้าใจกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้เข้าใจ ย้ำไม่ได้ท้าทายถ้าจะนัดชุมนุมใหญ่ แต่ประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ก็ลองดู

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านระบอบทักษิณที่ชักใยอยู่เบื้องหลังรัฐบาลว่า พันธมิตรมีสิทธิที่จะคิดและเคลื่อนไหว แต่ทั้งนี้อยากจะบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล (05/03/51)


หมอเลี้ยบยันรัฐไม่เคยคิดปฏิวัติ

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันรัฐบาล ชุดนี้ไม่เคยคิดทำปฏิวัติตามที่กลุ่มพันธมิตรกล่าวหา

นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตร ประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ออกมาระบุว่า รัฐบาลใช้การโยกย้ายข้าราชการเป็นแผนการในการทำรัฐประหารตัวเองเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคดีของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นไปได้ ทั้งในแง่การปฏิวัติเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่นก็ตาม พร้อมกับบอกว่า การที่พันตำรวจโททักษิณ กลับมาต่อสู้คดีก็เป็นการแสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่ามีความต้องการที่จะมาต่อสู้ตามกระบวนการ
ยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลก็ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป โดยที่ไม่มีอะไรมาล้มล้างได้ ส่วนการโยกย้ายข้าราชการถือเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกยุค ซึ่งเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งที่ดำเนินการลงไปดีหรือไม่อย่างไร (05/03/51)


พล.อ.เลิศรัตน์ ยอมรับ ส.ว.สรรหา หนุนนั่งประธานวุฒิสภา

กรุงเทพฯ 5 มี.ค. - พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สรรหา กล่าวปฏิเสธไม่ได้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตตำแหน่งประธานวุฒิสภา และไม่เคยประชุมตั้งแก๊งหรือกลุ่ม เพื่อเป็นฐานเสียงหรือหัวคะแนน แต่ยอมรับว่ามี ส.ว.สรรหา หลายคนสนับสนุน ส่วนตัวหากสมาชิกสนับสนุนก็ไม่ปฏิเสธ แต่ไม่เคยวิ่งเต้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย ที่อาจจะมีการต่อสู้แข่งขันกันบ้าง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเลือกประธาน ส.ว.ครั้งนี้จะไม่มีปัญหา

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ประธานวุฒิสภาจะมาจาก ส.ว.สรรหา หรือ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะสุดท้ายอยู่ที่ดุลพินิจของ ส.ว.แต่ละคน ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าใครได้รับความไว้วางใจ แต่ตนอยากให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อให้สมาชิกได้รู้จัก และเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาเลือกประธาน ส.ว. สำหรับคุณสมบัติของประธานวุฒิสภาคนใหม่นั้น ต้องการคนที่มาประสานประโยชน์ของส่วนรวมและประชาชน โดยส่วนตัวไม่ได้มองเรื่องวุฒิภาวะ วัยวุฒิ อุดมคติ หรือความเป็นกลาง เพราะ ส.ว.ทุกคนมาด้วยความมุ่งมั่นของตนเอง ไม่มีใครเป็นนอมินีของใคร. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 17:34:10

สมชาย เชื่อเปิดบ่อนกาสิโนไม่กระทบเยาวชน

ทำเนียบฯ 5 มี.ค. - “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ระบุเปิดบ่อนกาสิโนเป็นเพียงแนวคิดของ “สมัคร” ชี้ต้องศึกษาข้อมูล หากดำเนินการ มั่นใจไม่กระทบเยาวชน เพราะต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ยืนยัน ก.ศึกษาฯ ไม่สนับสนุนเยาวชนเล่นการพนัน

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการเปิดบ่อนกาสิโนของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ขณะนี้เป็นเพียงแนวความคิดเท่านั้น และคิดว่าเรื่องนี้ต้องศึกษาก่อน ส่วนผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนที่หลายฝ่ายกังวลนั้น คิดว่าคงไม่มีอะไรร้ายแรง เพราะหากเกิดกาสิโนขึ้น ต้องมีกฎเกณฑ์และกติกาที่ชัดเจน เช่นเดียวกับสถานบันเทิงต่าง ๆ เช่น ผับ เธค ที่กำหนดอายุผู้ที่จะเข้าไปเที่ยว อย่างไรก็ตาม นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไม่สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องหรือหมกมุ่นกับการพนัน

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องความคืบหน้าการดำเนินการออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดิน ให้ถูกกฎหมาย ว่า ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ว่า หากหวยบนดินเกิดขึ้นจริง จะขอเงินส่วนหนึ่งมาเป็นทุนการศึกษา แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง โดยจะใช้วิธีการให้สอดคล้องกับหลักการทำงาน และต้องมีคนบริหารจัดการ เมื่อถามว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่ขัดข้องใช่หรือไม่ หากรัฐบาลจะออกนโยบายเรื่องกาสิโนและหวยบนดิน นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ตนมีหน้าที่ดูแลเด็ก หากมีเงินมาให้เด็กเรียนหนังสือได้ ตนก็ยินดี. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 17:10:46

สมชาย โต้พันธมิตรฯ รัฐบาลทำรัฐประหารตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า

ทำเนียบฯ 5 มี.ค. - รองนายกรัฐมนตรี โต้พันธมิตรฯ วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง รัฐบาลจะรัฐประหารตัวเอง เพื่อล้มคดี “พ.ต.ท.ทักษิณ” คิดมากไปหรือเปล่า ระบุการโยกย้ายข้าราชการมีทุกยุคที่เปลี่ยนแปลงรัฐบาล ชี้ไม่มีกฎหมายให้ข้าราชการตั้งสหภาพ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบทักษิณอีกครั้ง และจับตาการโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม ว่า การโยกย้ายข้าราชการมีทุกยุคทุกสมัย ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการโยกย้าย และยังมีการโยกย้ายประจำปี ย้ายนอกฤดูกาล ซึ่งต้องถามคนที่เกี่ยวข้องว่า การโยกย้ายมีเหตุผลอย่างไร เพราะตนไม่ทราบ

ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯ วิเคราะห์ว่า การโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม เป็นการสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนไม่พอใจ หลังจากนั้นรัฐบาลจะรัฐประหารตัวเอง เพื่อตัดตอนไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีคดีหลายคดี ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “คิดไปถึงไหน คิดมากไปหรือเปล่า”

นายสมชาย ยังปฏิเสธว่า ไม่ได้ยินเรื่องที่ข้าราชการมีแนวคิดจะตั้งสหภาพขึ้นมา เพื่อดูเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม เพราะหากจะทำ ต้องมีกฎหมายรองรับ ในส่วนของข้าราชการมีกฎหมายระบุว่า ข้าราชการสามารถรวมตัวกันได้ที่จะดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย การจะทำอะไรที่มีกฎหมายรองรับสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่มีกฎหมายก็ทำไม่ได้ แต่เท่าที่เห็นไม่น่าจะมีกฎหมายเรื่องการจัดตั้งสหภาพ. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-05 16:57:47