WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 8, 2008

กลุ่มพันธมิตรฯวันนี้เป็นแค่อึ่งอ่าง ทำได้แค่ให้มีราคาเท่านั้น

นายสุรชัย แซ่ด่าน อดีตคนเดือนตุลา แกนนำชมรมคนรักทักษิณ และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นกป.)…

กลุ่มพันธมิตรฯจริงๆก็เป็นพวกเดียวกัน เป็นฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน ในความคิดเห็นของผม ถามว่าพวกนี้เข้าไปอยู่กระบวนการนั้นอย่างไร ก่อนที่นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และอีกหลายคนจะขึ้นเวทีก็นั่งอยู่ด้วยกัน เราก็เป็นเพื่อนกัน สนิทกัน ผมก็ยังห้าม บอกว่าดูซะก่อน การที่คุณจะไปขึ้นเวทีกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

โดยคุณสนธิมาชวนผมก่อนตรงนั้นซะด้วย ผมก็บอกกับคุณสนธิไปว่าผมเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้ปกป้องรัฐบาลไทยรักไทย แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่แบบโค่นล้ม

เราเคยต่อสู้ในป่ามาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ใช้ทฤษฎีโค่นล้ม มีการล้มตาย มีอะไรเสียหายมากมาย และได้บทเรียนแล้วว่าการโค่นล้มไม่ใช่การแก้ปัญหา การเปลี่ยนผ่านก็คือการเปลี่ยนอย่างสันติ พูดง่ายๆให้เป็นไปตามวิวัฒนาการ และผมเห็นว่าจะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นวิวัฒนาการ ไม่ใช่เป็นวัฏจักร ถ้าเปลี่ยนจากรัฐบาลไทยรักไทย ทักษิณต้องเปลี่ยนไปในสิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่ถอยกลับมาด้วยการยึดอำนาจ ตรงนี้มันเป็นการเปลี่ยนแปลงแบบวัฏจักร หรือที่เรียกว่าวงจรอุบาทว์ มีการยึดอำนาจ มีการเขียนรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลก็เป็นวัฏจักร ตรงนั้นเราผ่านมาแล้ว 20-30 ปี มันไม่ควรจะใช้อีก แล้วในที่สุดก็เป็นไปตามที่ผมเสนอไว้

แต่การเปลี่ยนแปลงแบบโค่นล้มแล้วอะไรจะเกิดขึ้นตามมา และเปลี่ยนแปลงแบบวัฏจักร ในที่สุดเมื่อยึดอำนาจเสร็จก็เขียนรัฐธรรมนูญ ก็เลือกตั้ง และถ้าต่อไปยึดอำนาจอีกมันก็จบ วันนี้โลกไม่ใช่โลกยุคเผด็จการ ไม่ใช่โลกยุคล้าหลังแล้ว เราต้องดูประเทศที่พัฒนา อย่างประเทศตะวันตกเขาก้าวไปไกลแล้ว ถามว่าคนพวกนี้เขาไม่รู้หรือ เขาก็รู้ แต่ในที่สุดก็ไปขึ้นเวที ซึ่งมองได้ 2 อย่างคือ

1.อาจจะติดทฤษฎีต่อต้านนายทุน เพราะทักษิณเป็นนายทุน ผมถามว่าคำว่าต่อต้านนายทุนคือทุนอะไร เป็นทุนเก่าศักดินา ทุนล้าหลัง หรือวันนี้ทักษิณคือทุนใหม่ ยิ่งกระแสโลกวันนี้คือกระแสทุนใหม่ จริงๆแล้วเรื่องทุนเป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้น ทฤษฎีเก่าที่ว่าต้องโค่นทุนนิยมใช้ไม่ได้แล้ว เพราะทุนนิยมมีทั้งข้อดีและข้อด้อย

2.พวกนี้เคยต่อสู้กับทุนเก่าศักดินา กับอำมาตยาธิปไตย ต่อสู้มาก็ต้องหนีเข้าพงเข้าป่า แล้วในที่สุดก็พ่ายแพ้ พอพ่ายแพ้ก็คิดว่าเที่ยวนี้อำมาตยาธิปไตยต้องชนะทุนอีกเลยไปเข้าข้างอำมาตยาธิปไตยดีกว่า ต้องชนะแน่ ทีนี้กลายเป็นว่าวันนี้ตัวเองตัดสินใจผิดพลาด ถ้าจะหยุดก็ไม่รู้จะอธิบายกับตัวเองอย่างไร และคิดว่าถ้าหยุดตัวเองก็จะตกเวทีประวัติศาสตร์ ถูกเช็กบิล ความกลัวจึงดันทุรังไป ทั้งๆที่สถานการณ์วันนี้ถ้ากลุ่มพันธมิตรฯจะรวมพลกันขึ้นมาจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าคนจะเห็นด้วยหรือเปล่า วันนี้กลายเป็นแค่ประเภทอึ่งอ่าง คือทำให้รู้ว่ายังน่ากลัวอยู่ จริงๆก็อยู่กันแค่ 5-6 คน เขาทำได้แค่ให้มีราคาเท่านั้น เพื่อให้เห็นว่าตัวเองยังมีกำลังอยู่ จริงๆแล้วก็น่าสงสาร เพราะมันรู้กัน

ขอขอบคุณ http://www.dailyworldtoday.com/

‘สมัคร'ย้ำไม่มีรุ่น-โยนกองทัพจัดการโยกย้ายทหาร

วันนี้(7 มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประจำสัปดาห์ โดยกล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะนายทหารในกองทัพ ที่มีรายงานว่ามีการโยกย้ายนายทหารที่ใกล้ชิดกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และดันนายทหารเตรียมทหารรุ่น 10 เพื่อนร่วมรุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญโดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลของตัวเองไม่มีรุ่น โดยจะดูที่ความรู้ความสามารถ และยึดความพอใจของกองทัพเอง และหลักเกณฑ์การย้ายก็จะใช้ของกองทัพ หากใครจะโวยวายก็ต้องไปโวยวายที่กองทัพ
นายสมัคร ย้ำว่า ไม่ได้หารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องการโยกย้ายนายทหารตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดีในส่วนการตั้งสหภาพข้าราชการ และเรื่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
ทั้งนี้มีรายงานว่า สาเหตุการโยกย้าย พล.อ.มนตรี ชมภูจันทร์ พ้นจากตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ซึ่งถือเป็นคนใกล้ชิดของ พล.อ.สนธิ นั้น เนื่องจากไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้บัญชาการทหารบกได้
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม นายทหารที่มีบทบาทสำคัญในยุค คมช.ก็จะถูกโยกย้ายในครั้งนี้ด้วย


จาก hi-thaksin

ใครกันแน่ที่...ยั่วยุ

แค่เห็นแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ระบุว่า "กลียุคมาแล้ว" ก็พอจะมองเห็นทะลุไปถึงเจตนาของการออกมาเคลื่อนไหวในคร้งนี้

เพราะสิ่งที่กล่าวอ้างรวมทั้งเหตุผล 7 ประการไม่มีสิ่งใดบ่งชี้เลยว่าจะเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโยกย้ายข้าราชการที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 4 ตำแหน่ง ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ ที่จะต้องปรับเปลี่ยนการบริหารงานให้เข้ารูปเข้ารอย

ที่สำคัญทุกตำแหน่งที่มีการโยกย้ายนั้น สามารถตอบคำถามประชาชนได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนดคีพิเศษ หรือนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ที่ล้วนถูกส่งไปทำงานสำคัญทั้งคู่

ส่วนการโยกย้ายที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ตอนแรกพยายามจะออกมากล่าวหากันว่ารัฐบาลจงใจเด้ง นพ.วิชัย โชควิวัฒน พ้นเรื่องการยกเลิกซีแอลยา แต่นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข ก็ยังคงให้ นพ.วิชัย นั่งหัวโต๊ะพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่อย่างเก่า

และคนสุดท้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. ที่ในเมื่อพบว่ามีการกระทำอันไม่ชอบมาพากล และต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง ก็เป็นเรื่องปกติในระบบราชการที่จะต้องให้พ้นจากตำแหน่งไว้ก่อน
ซึ่งกรณีของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ยังแตกต่างจากคนอื่นๆ ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นเพียงการย้ายออกจากตำแหน่งมาช่วยราชการ อันหมายถึงในหลักการแล้วก็ยังสามารถกลับไปนั่งในตำแหน่งเดิมได้

หรือหากจะมองกันอีกมุมหนึ่ง ในเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ มีที่มาจากคณะรัฐประหาร มาจากการโยกย้าย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ พ้นจากตำแหน่งไปโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ จะต้องไปในแบบเดียวกัน

และที่สำคัญเมื่อคราวย้าย พล.ต.อ.โกวิท กลุ่มพันธมิตรเองก็ออกมาระบุว่าเป็นการสมควรแล้ว เพราะการติดตามเรื่องระเบิดรับวันปีใหม่ไม่มีความคืบหน้า

เมื่อมาถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ การติดตามคดีเดียวกันก็ยังไม่เห็นไปถึงไหน แถมยังปล่อยให้มีตำรวจออกมาทำงามหน้าซะเองหลายเรื่องหลายราว ไม่ว่าจะเป็นแก๊ง ตชด. หรือเรื่องแชร์รถเช่าที่ไปปูดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทำวงการสีกากีมัวหมองกันไปหมด

แต่กลุ่มพันธมิตรฯ กลับเห็นว่าการถูกโยกย้ายเป็นความไม่ชอบธรรม ทั้งที่แค่ข้อกล่าวหาสถานเบาตามที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุก็ยังไม่ใช่เรื่องเล็ก และยังบอกเล่าความบกพร่องได้ครบถ้วนทุกประการ

ทั้งเรื่องความบริสุทธิ์ โปร่งใสในการทำงานจากกรณีการเช่ารถตำรวจมูลค่าเหยีบหมื่นล้านบาท ที่ส่อเค้าทุจริต

ทั้งเรื่องวุฒิภาวะความเป็นผู้นำที่ใช้ถ้อยคำหยาบคายในการสั่งราชการ เสมือนเป็นการดูถูกความเป็นคน ของผู้ที่ด้อยกว่าในตำแหน่งหน้าที่การงาน และยังอาจพ่วงไปด้วยเรื่องที่มีบางคนมองไปถึงสาระสำคัญของเอกสารฉบับที่มีปัญหา

รวมถึงการแต่งตั้งนายตรวจระดับ พ.ต.อ. หลายนาย โดยขัดต่อกฎหมาย ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่รอบคอบรัดกุม ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นในการทำงานของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

เหล่านี้หากยังไม่เพียงพอที่จะย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ พ้นจากตำแหน่งไปช่วยราชการก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะถึงนาทีนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เองก็ยังสงบปากสงบคำไปมาก เพราะคงไม่อยากให้รัฐบาลเอ่ยถึงข้อเสนอที่ใหญ่กว่า ดังที่นายกรัฐมนตรีเอ่ยไว้

เห็นได้ว่าแท้ที่จริงแล้วข้อกล่าวหาของพันธมิตรฯ ในเรื่องการโยกย้ายข้าราชการนั้นฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ส่วนที่อ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พยายามจะยั่วยุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ก็ยังไม่เห็นจะมีเค้าจริงตามนั้น เพราะตลอดเวลากว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์เพียง 2-3 ครั้ง

ครั้งแรกเป็นการแถลงถึงคนไทยทั้งประเทศในโอกาสที่เหยียบย่างถึงเมืองไทย ครั้งที่สอง ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชี่ยลไทม์ และครั้งที่สามให้สัมภาษณ์ในโอกาสไปร่วมประชขุมสมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย และทุกครั้งทุกบทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะย้ำเสมอว่าจะไม่หวนกลับมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก รวมทั้งไม่มีแม้กระทั่งข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พบปะกับใครในรัฐบาล

ส่วนจะมีพูดถึงเรื่องการบ้านการเมืองบ้าง พูดเรื่องเศรษฐกิจบ้าง ก็เพียงแค่พูดในภาพรวมทั้วไป และรับรองได้ว่าไม่มากไปกว่าที่กลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อรไหวอยู่ในขณะนี้

รวมทั้งยังไม้เห็นว่ามีถ้อยคำไหนที่บ่งชี้ถึงการเรียกคนออกมาเคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดเป็นความวุ่นวายในบ้านเมือง

กลับกันมีแต่กลุ่มพันธมิตรฯ เองต่างหากที่พยายามออกมาสร้างสถานการณ์ ใช้ถ้อยคำรุนแรงบอกเล่าผู้คน ว่าบ้านเมืองกับกำลังอยู่ในภาวะวุ่นวาย เป็นการสร้างความตื่นตระหนกขึ้นในประเทศชาติ และส่วนหนึ่วงยังอาจจะเป็นการหลอกพวกเดียวกันให้ออกมาเคลื่อนไหว

และมีแต่กลุ่มพันธมิตรฯ เองเท่านั้น ที่บอกว่าจะระดมแนวร่วมทั่วประเทศ

การกระทำต่างๆ เหล่านี้ของกลุ่มพันธมิตรฯ ต่างหากที่เป็นการยั่วยุ เป็นการกระทำที่วส่อให้เห็นว่าจงใจให้เกิดความวุ่นวายขึ้น จงใจให้เกิดการประจัญหน้า และเป็นเมือนการทอดสะพานให้เกิดการปฏิวัติขึ้นมาอีกครั้ง

เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่าใครกันแน่ที่พยายามออกมายั่วยุ ออกมาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

เชื่อว่าประชาชนตัดสินได้...ใครกันแน่ที่บ่อนทำลาย และเป็นภัยต่อแผ่นดิน...!!


บิ๊กโบ๊ต (แทน)

////////////////////////

คอลัมน์:ละครชีวิต...

จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์รายวัน ฉบับวันที่ 7/03/2551

‘สมัคร'เปิดตัวหนังสือ‘การเมืองเรื่องตัณหา'วางตลาด15มี.ค.

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในการพบปะสื่อมวลชนทำเนียบประจำสัปดาห์ถึงการนัดหมายเจอกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนที่อดีตนายกจะเดินทางไปประเทศอังกฤษในวันที่ 13 มี.ค.นี้ว่า ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้นัดหมายกัน
นายสมัคร กล่าวอย่างถ่อมตนว่าไม่ใช่นายกทักษิณ ท่านแนะนำหนังสือเก่งท่านอ่านเยอะ แต่วันนี้จะขอแนะนำหนังสือในอดีตชื่อ "การเมืองเรื่องตัณหา" ซึ่งวันที่ 15 มี.ค.นี้จะวางตลาด ซึ่งมีคนนำหนังสือของตนที่พิมพ์ไว้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยออกหมวด 1-2 ในเว็บไซต์ล่อใจ ซึ่งในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 17.00 น.ตนจะไปเซ็นหนังสือ
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะแนะนำให้ใครอ่านเป็นพิเศษ นายสมัคร กล่าวว่า "โอ๊ย นักข่าวต้องอ่านการเมืองเรื่องตัณหา ฮ่าๆ ต้องอ่านมากๆเลย" ทั้งนี้หนังสือดังกล่าวเป็นประวัติเรื่องการเมืองไทยพันเอาไว้กับชีวิตนายสมัคร สุนทรเวช
เมื่อถามว่าจะนำมาแจกครม.หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่แจกหรอก ราคาเล่มนึงตั้งเกือบ 200 บาท เพราะตนไม่ได้พิมพ์เองขายเอง เมื่อถามว่ารายได้จะนำทำอะไร นายสมัคร หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า "มีกำไรนิดหน่อย รู้ไหมว่าเงินเดือนนายกรัฐมนตรีได้เท่าไหร่ 100,750 กว่าบาท แต่เป็นผู้ว่ากทม.ได้เงินเดือน 104,000 บาท ทั้งที่เป็นนายกรัฐมนตรีใหญ่กว่ากทม. 76 เท่า ได้แพงกว่า 3 พัน กว่าบาทเท่านั้นเอง แต่นับเงินเดือนเปิดซองดูแล้วหักภาษีแล้ว เหลือ 86,000 บาท เสียภาษีเดือนละ 14,000 บาท ฉะนั้นหนังสือขายได้การก็มาช่วยเป็นค่าใช้จ่ายในการเป็นนายกบ้าง
นายสมัคร กล่าวถามผู้สื่อข่าวจากเอเอสทีวีว่าศาลท่านยังคุ้มครองอยู่ใช่ไหม ผู้สื่อข่าวบอกว่ารอดแล้ว นายสมัครทำหน้างงก่อนที่จะกล่าวต่อว่า รอดแล้วแสดงว่าทำได้หรือ ถ้าเช่นนั้น MV 1 ก็ต้องทำได้ด้วยถูกไหม ถ้าเช่นนั้นก็โอเค


จาก hi-thaksin

Friday, March 7, 2008

นายกฯ ลั่นย้ายทหารไม่มีรุ่นยึดกองทัพพอใจ

นายกรัฐมนตรี ระบุ รัฐบาลของตัวเองไม่มีรุ่น โดยจะดูที่ความรู้ความสามารถ และยึดความพอใจของกองทัพเอง

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนประจำสัปดาห์ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเฉพาะทหารในกองทัพ อย่างนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาซักถาม โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลของตัวเองไม่มีรุ่น โดยจะดูที่ความรู้ความสามารถ และยึดความพอใจของกองทัพเอง หลักเกณฑ์การย้ายก็จะใช้ของกองทัพ หากใครจะโวยวายก็ต้องไปที่กองทัพ

ทั้งนี้ ในส่วนการตั้งสหภาพข้าราชการ และเรื่องความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

ร.ต.อ.เฉลิม เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ. ศบชต. แทน ศอ.บต.แก้ปัญหาใต้

กรุงเทพฯ 7 มี.ค. – “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” เตรียมผลักดันร่าง พ.ร.บ. ศบชต.มาใช้แทน ศอ.บต.หลังหารือผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ยืนยันการดำเนินการดังกล่าวหารือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว เชื่อไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการหารือกับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งสำนักบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศบชต.วานนี้ (6 มี.ค.) ว่า เป็นร่างที่คล้ายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เคยทำไว้ก่อนหน้านี้ แต่รอ พ.ร.บ.ความมั่นคงออกมาก่อน สาระสำคัญนั้นเห็นตรงกันที่ต้องการให้ ศอ.บต.มาขึ้นกับนายกรัฐมนตรี เพราะต้องแก้ด้วยการเมือง ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะนายกรัฐมนตรีคือผู้บังคับบัญชาสูงสุด และเชื่อว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชาเดิมจะไม่ขัดข้อง

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ร่าง พ.ร.บ. ศอ.บต.เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้จะพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ. ศบชต.มาใช้แทน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมาก ส่วนจะใช้ชื่อเดิมหรือชื่อใหม่ไม่ใช่ปัญหา แต่ผู้อำนวยการจะยังคงเป็นคนของกระทรวงมหาดไทย และอาจต้องขึ้นตรงการบังคับบัญชาต่อนายกรัฐมนตรี

ส่วนกรณีที่ ส.ส.ภาคใต้ในพรรคร่วมรัฐบาลทั้งกลุ่มวาดะห์ และพรรคเพื่อแผ่นดินเกิดความน้อยใจที่กระทรวงมหาดไทยยังไม่สอบถามความเห็นนั้น ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่า ได้สอบถามก่อนหน้านี้แล้ว และเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดความน้อยใจ เพราะมีการพูดคุยกันตลอด ทั้งพบปะและการพูดคุยทางโทรศัพท์ ขอยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาปฏิเสธ ไม่ต้องการพูดคุยด้วยว่า ไม่เป็นไร แต่ตนมีวิธีการคุย ส่วนจะคุยกับใครยังไม่สามารถบอกได้

ต่อกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบว่ามีเอกชนเข้าไปบุกรุกอ่างเก็บน้ำในโครงการพระราชดำรินั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวจากข่าว และคาดว่าจะมีการรายงานกลับเข้ามาที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เชื่อว่า มีการดำเนินการมาก่อนหน้าที่ตนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้พร้อมที่จะเป็นตัวแทนประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเชื่อว่าการตรวจสอบดังกล่าวของผู้ว่าฯ เพชรบุรี ไม่ใช่การแสดงผลงาน แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เช่นที่ผ่านมามีการจับยาบ้าของผู้ว่าฯ นายอำเภอ ซึ่งขณะนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น และจากนี้ต่อไปจะรุกหนักมากขึ้น.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-07 12:24:11

ศาลเชียงรายสั่งจำคุก ‘สนธิ ลิ้มทองกุล’1ปี ฐานหมิ่นประมาทขรก. โดย‘ไม่รอลงอาญา’

'วิบากกรรม' ซ้ำซาก จากพิษปาก 'สนธิ ลิ้มทองกุล' โดนศาลสั่งจำคุกคดีหมิ่นประมาท ขรก.ป่าไม้อีก 1 คดี เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมให้ลงโฆษณาขอโทษในนสพ. 5 ฉบับเป็นเวลา 7 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลจังหวัดเชียงราย นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งเครือ 'ผู้จัดการ' พร้อมกับทนายความ ได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดเชียงราย เนื่องจากศาลนัดฟังคำพิพากษากรณีหมิ่นประมาท จากกรณีที่นายเก่งกาจ ศรีหาสาร ข้าราชการระดับ 8 กรมอุทยานและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ จากกรณีขึ้นปราศรัย 'เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร' ที่ จ.ระยอง และกล่าวหาว่า ได้มีคนนำเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปวางระเบิดที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร

ต่อมาที่ห้องพิจารณาคดีที่ 12 ศาลจังหวัดเชียงราย ออกนั่งบัลลังก์ และอ่านคำพิพากษา ตามที่นายเก่งกาจ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลว่า นายสนธิได้กล่าวหาและหมิ่นประมาทตนเอง กรณีจุดประทัดในช่วงที่มีการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ที่สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ในวันที่ 20 ม.ค. 2549 ได้มีการพูดซ้ำ ในการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ที่จ.ระนองอีกครั้ง เพราะมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ เมเนเจอร์เรดิโอ.คอม ทำให้ตนเองเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยศาลวิเคราะห์พยานหลักฐานต่างๆแล้ว ให้ลงโทษจำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา และได้ให้นายสนธิลงโฆษณาแก้ไขปัญหาต่างๆ ในหนังสือพิมพ์ 5 ฉบับ ระยะเวลา รวม 7 วัน

ขอขอบคุณ www.thaiinsider.info

จาก hi-thaksin

สั่งจำคุก ‘สนธิ ลิ้มทองกุล'1 ปี ไม่รอลงอาญาคดีหมิ่นฯ

วันนี้ (7 มี.ค.51) ที่ศาลจังหวัดเชียงราย นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นนั่งบัลลังก์พิจารณาคดี ในกรณีที่นายเก่งกาจ ศรีหาสาร นักวิชาการป่าไม้ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ กรมอุทยานแห่งชาติศรีหาสาร เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในข้อหาหมิ่นประมาท

โดยโจทก์ได้ระบุว่านายสนธิ ได้ไปปราศรัยระหว่างที่เป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่วัดป่าปะพงนอก จ.ระนอง เมื่อวันที่ 22 ม.ค.49 โดยกล่าวหาว่านายเก่งกาจ พาพวกอุทยานป่าไม้ไปป่วนการปราศรัยในรายการเปิดเวทีปราศรัยเวทีสัญจร ครั้งที่ 15 ที่สวนลุมพินี ซึ่งกล่าวหาว่าโจทก์เป็นผู้ขว้างประทัดยักษ์เข้าไปในขณะปราศรัยทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสองคน ทั้งที่จริงแล้วคนที่ขว้าง คือ นายสุทิตย์ ชาวบ้านแม่จันทร์ ซึ่งตำรวจก็ได้เปรีบยเที่ยบปรับไปแล้ว และนายสุทิตย์ ก็ได้รับสารภาพไปแล้ว

ทั้งนี้ โจทก์ได้กล่าวอ้างว่าการปราศรัยดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นการหมิ่นประมาท นอกจากนั้น จำเลยยังนำไปออกวิทยุและอินเตอร์เนตผู้จัดการ ตั้งแต่วันที่ 22- 31 ม.ค.49 เป็นการเผยแพร่ข้อความให้แพร่หลายมีลักษณะจูงใจให้คนเกลียดชังตน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าขณะนี้ศาลได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา ม.326 ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากว่าจำเลยมีความผิดลักษณะเดียวกันอย่างซ้ำซ้อนและให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์ จำนวน 5 ฉบับ เป็นเวลา 7 วัน ขณะนี้นายสนธิ อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว และอุทธรณ์คดีต่อไป

สำหรับเหตุการณ์จุดประทัดก่อกวนรายการ"เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร"นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2549 โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวนนับพันคนไปชุมนุมเผชิญหน้ากับผู้ชมรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรที่สวนลุมพินี ซึ่งเหตุการณ์บานปลายไปสู่ความรุนแรงเมื่อมีการขว้างประทัดเข้าใส่กลุ่มผู้ชมรายการฯ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คนในที่เกิดเหตุ คือ นายเก่งกาจ ศรีหาสาร ข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายสุทิพย์ ณรงค์ ก่อนที่จะเปรียบปรับและปล่อยตัวไป

ล่าสุดทางทนายความได้ขอยื่นประกันตัวนายสนธิต่อศาลจังหวัดเชียงรายด้วยเงินสด 200,000 บาท โดยศาลวิเคราะห์อนุญาตให้ประกันตัวและทางทนายแจ้งมาว่าจะยื่นอุทรณ์ต่อไป

จาก hi-thaksin

"สุเมธ " ระบุ สำนวน "ยงยุทธ" น่าจะแล้วเสร็จสัปดาห์หน้า

กกต.ด้านการมีส่วนร่วม ยืนยันไม่มีปัญหาหากมีการเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบ ขณะที่คาดว่าสำนวนนายยงยุทธ ติยะไพรัช จะแล้วเสร็จสัปดาห์หน้า

นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึง การแบ่งหน้าที่รับผิดชอบภายใน กกต. ว่า ไม่มีปัญหา ส่วนตัวพร้อมดูแลงานทุกด้าน ขึ้นอยู่กับที่ประชุม กกต.ทั้งนี้ มองว่า การเปลี่ยนงานกันไม่ใช่ประเด็นสาระสำคัญ เพราะ กกต.ทุกคน ต้องรับผิดชอบงานทุกด้านร่วมกันอยู่แล้ว
ส่วนการจัดทำสำนวนคำร้องของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งศาลฏีกา ที่หลายฝ่ายมองว่ามีความล่าช้า นายสุเมธ กล่าวว่า กกต.ได้ให้เจ้าหน้าที่จัดทำร่างอยู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ไม่เคยทำมาก่อน จึงทำให้ล่าช้า แต่คาดว่า สัปดาห์หน้าจะแล้วเสร็จ และเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ได้ทันที ส่วนการที่จะให้ กกต.ไปเป็นพยานในชั้นศาลนั้น ส่วนตัวไม่มีปัญหา หากมีหมายศาลเรียก ซึ่งการไปเป็นพยานต้องพิจารณาข้อเท็จจริงด้วยว่าเป็นประโยชน์หรือไม่

มท.1ป้องย้ายดีเอสไอเอื้อทักษิณระบุคดีถึงมืออัยการแล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม เชื่อการย้ายข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่เกี่ยวกับการช่วยคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ คดีถึงมืออัยการแล้ว ย้ายข้าราขการหมดก็ช่วยเหลือไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งภูกมองว่าเกี่ยวกับการช่วยเหลือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการต่อสู้คดีว่า เป็นเรื่องที่วิจารณ์ได้แต่ขอเท็จจริงไม่มี เนื่องจากคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตกไปยังอัยการสูงสุดแล้ว ไม่ได้อยู่ที่ดีเอสไอ ไม่น่าจะโยกย้ายล้างบางหรือจับข้าราชการมายิงเป้าจนหมด เหลือแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้

รมว.มหาดไทยยังย้ำด้วยว่าเป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาละช่วยไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องขึ้นศาลคนที่ออกมาวิจารณ์ไม่มีความเข้าใจหรืออาจจะเข้าใจแต่แกล้งพูดให้เกิดความสับสน