WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 10, 2008

ที่อยากเห็น [10 มี.ค. 51 - 15:33]

นอกเหนือจากปัญหาการเมืองที่รัฐบาลพยายามสร้างปมขึ้นมาเองแล้ว ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้และปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องใหญ่และเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ จะต้องช่วยกันแก้ไขเพราะมันเป็นเรื่องของสังคมประเทศนี้ที่ต้องเผชิญอยู่

ไม่ใช่เฉพาะแค่รัฐบาลเท่านั้น ยังเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านด้วย

ก่อนหน้านี้ ประชาธิปัตย์ได้ตั้ง ครม.เงาเพื่อติดตามการทำงาน ของรัฐบาลแบบที่เรียกว่าคนต่อคน กระทรวงต่อกระทรวงประกบกันเลย ว่าที่จริงแล้วการตั้ง ครม.เงานั้นเป็นเรื่องปกติของฝ่ายค้านเพื่อตรวจสอบรัฐบาลให้เข้มข้น

ขณะเดียวกัน ก็เป็นการเตรียมพร้อมที่จะเข้าไปเป็น ครม.แทน หากรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำจนต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง ฝ่ายค้านเข้าไปเป็นรัฐบาลแทน

หรือเพื่อนำเสนอตัวบุคคลของพรรคที่จะเป็น “รัฐมนตรี” หากได้เป็นรัฐบาล

ที่ผ่านมาแม้จะมีการตั้ง ครม.เงาขึ้นมา แต่ก็เพียงแค่ทำให้เห็นว่า ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล พอรัฐบาลเริ่มบริหารประเทศก็จะเงียบหายไป เพราะมันไม่สนุกหากไม่ได้เป็น “ตัวจริง” ก็เลยกลายเป็นแค่พิธีกรรมทางการเมืองเท่านั้น

ไม่ได้มุ่งหวังที่จะให้ ครม.เงาเป็นไปตามเจตนารมณ์จริง ซึ่งครั้งนี้ก็คงจะรู้สึกว่า น่าจะเป็นการสร้างภาพทางการเมือง ไม่ได้จริงจังอะไร ดีกว่าไม่มีอะไรทำ

แต่ไปมุ่งหวังเอาตอนเปิดสภาเพื่อซักฟอก หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะเชื่อว่าหมัดเด็ดที่จะเล่นงานรัฐบาลได้ก็คือการยกมือไม่ไว้วางใจเท่านั้น

รัฐบาล “ทักษิณ” ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่าการเดินหมากการเมืองอย่างนั้นไม่มีทางสำเร็จ และแทบไม่ได้ประโยชน์อันใด เพราะแม้จะมีประเด็น มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ารัฐบาลมีการทุจริต บริหารงานบกพร่อง ใช้อำนาจโดยมิชอบต่างๆเหล่านี้

แต่ก็ไม่สามารถเล่นงานได้เพราะเสียงสนับสนุนสู้ไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคฝ่ายค้านก็เลยเงียบหาย หลุดจอไปเลย หากไม่มีการยึดอำนาจหรือแม้ยึดอำนาจแล้วก็ตาม “ประชาธิปัตย์” ก็ยังต้องเป็นฝ่ายค้าน

และหากไม่สามารถพลิกฟื้นทำให้ประชาชนทุกภาคหันกลับมาให้ความเชื่อมั่น เชื่อถือ ก็ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะได้เป็นรัฐบาล

อย่างไรก็ดี มีปรากฏการณ์ซึ่งน่าจะเป็น “มิติใหม่” ของสังคมการเมืองไทย เมื่อรัฐบาลและฝ่ายค้านจะร่วมมือกันแก้ไข 2 ปัญหานี้ ด้านเศรษฐกิจ ประชาธิปัตย์ได้ส่งตัวแทนเข้าพบรัฐมนตรีคลังเพื่อมอบข้อมูลและ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไข

หรือการที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มท.1 ได้เชิญหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคณะ เข้าหารือแนวทางการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดีและน่าจะทำให้รัฐบาลได้ข้อมูลไปมากพอสมควร

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีมหาดไทยยอมรับด้วยว่าจะไม่พูดเรื่องปัญหา 3 จังหวัดแบบที่ผ่านมา นั่นคือ สิ่งที่ถูกต้องที่สุด เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่างเรื่องเขตปกครองพิเศษ ที่ยังไม่รู้ทิศทางว่าจะปกครองกันรูปแบบไหน อย่างไร

ยิ่งปัญหานี้ยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องระมัดระวังจนกว่าจะมีสูตรสำเร็จ ทุกฝ่ายให้การยอมรับว่าจะเป็นทางออกที่ดีจึงจะประกาศและเดินหน้าว่าจะเอายังไงแน

ก็ไม่ใช่ “โจรกระจอก” หรือ?..ที่มันทำให้ยุ่งมาถึงวันนี้

เหนืออื่นใดบทบาทความร่วมมือรัฐบาลกับฝ่ายค้านในเชิงสัมพันธ์อย่างนี้น่าจะเป็นผลดี ต่อประเทศและทำให้ประชาชนพึงพอใจ เพราะจริงๆแล้วหน้าที่ ของรัฐบาลและ ฝ่ายค้านมันก็คือจุดเดียวกัน

ไม่ใช่มากัดกันหรือทะเลาะกันเพื่อแสดงความเก่งกาจ.

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย


มุมที่ “ลุงหมัก” ไม่เถียง [10 มี.ค. 51 - 02:46]

พักร้อนจากปัญหาราคาหมูที่ไม่หมู

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาส่วนตัว หอบหิ้วเอาทีมงาน “ยกโขยงหกโมงเช้า” แวบไปเล่นบทพระยาน้อยชมตลาด ปรุงแกงเขียวหวานทะเลโชว์ชาวบ้าน พ่อค้า แม่ขาย ที่ตลาดสดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หลบการเมืองไปอัดเทปรายการสไตล์ “ชิมไปบ่นไป” สบายอารมณ์

แอบไปเงียบๆไม่บอกใคร ถึงขนาดที่ตำรวจท้องที่ยังรู้ล่วงหน้าแค่ 1 ชั่วโมง ต้องรีบตาลีตาเหลือกระดมพลมาอารักขา

นายกฯสมัครไม่อยู่กรุงเทพฯ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เก็บตัวเงียบอยู่ในเซฟเฮาส์ ไฮไลต์ก็เลยไปอยู่ที่เวทีเสวนาหัวข้อ “คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย” ที่จัดโดยสถานีวิทยุ อสมท เอฟเอ็ม 96.5

นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม พูดออกอากาศดังๆว่า

ท่ามกลางความแตกแยกที่เกิดขึ้นในหลายวงการขณะนี้ รัฐบาลต้องมุ่งมั่นแสดงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะประชาชนต้องการเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด

อย่าเพิ่งมุ่งคิดบัญชีล้างแค้น ลด ละ เลิก พฤติกรรมผลประโยชน์ทับซ้อน

รัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหน รวมถึงระบบราชการ ซึ่งเป็นผู้คุมอำนาจ เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ อย่าเหลิงอำนาจ หลงยึดติด จนลืมความชอบธรรม

หากรัฐบาลทำได้ จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นไปได้ด้วยดี ลดปัญหาความแตกแยก สร้างความสามัคคีในชาติ และท้ายที่สุดประชาชนจะค่อยๆให้การยอมรับ

“ในการบริหาร เมื่อมีอำนาจแล้ว จะอ้างว่าเป็นอำนาจที่ทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่ได้ ต้องสนใจผลกระทบที่เกี่ยวข้องในเรื่องอื่นๆด้วย จึงอยากขอให้ผู้ใช้อำนาจในทุกระดับ ขอให้มีศิลปะในการใช้อำนาจว่าจะใช้อย่างไร ให้สมเหตุสมผล และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ผู้นำจะต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดเป็นเงื่อนไขในการต่อต้านรัฐบาล รวมถึงไม่แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบอื่นๆด้วย เช่น วุฒิสภา องค์กรอิสระ”

เทศนากัณฑ์ใหญ่เลย

โดยสถานการณ์โยกย้ายข้าราชการร้อนๆ ประเด็นแหลมๆคมๆ และสถานะคนพูดที่พะยี่ห้อสัญลักษณ์ของขั้วอำนาจตรงข้ามกับรัฐบาล

มันไม่หายไปกับสายลมแน่

และก็ไม่ได้ผิดการคาดหมาย วันรุ่งขึ้น “ลุงหมัก” สวนทันควันในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ยืนยันเสียงแข็ง

รัฐบาลไม่คิดแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

“พวกคุณเตือนผิดคนหรือเปล่า และเตือนช้าไป 16 เดือนหรือไม่ นี่อดีตนายกฯทักษิณท่านกลับมาสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม แต่กลับมีการปล่อยข่าวว่ารัฐบาลจะปฏิวัติตัวเองและแทรกแซงศาลอีก

ผมจะกล้าแทรกแซงตุลาการเหรอ เพราะยังมีคดีในศาลอยู่ รวมทั้งเรียนกฎหมายมาและรู้เรื่องประชาธิปไตยดีว่า มี 3 สถาบัน คือ

บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ที่คานอำนาจกัน โดยตุลาการ หรือศาล เป็นอำนาจที่มั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง

เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้น จึงอยากให้นักวิชาการที่ออกมาเตือนคิดก่อนพูด เพราะอาจจะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้”

อารมณ์ค้าง บลัฟกลับตามสไตล์

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าตัดอคติของความเป็นฝ่ายตรงข้ามออกไป สิ่งที่นายจรัญสะท้อนออกมามันก็มีแง่มุมตรงที่ว่า

หากรัฐบาลทำได้ จะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจเป็นไปได้ด้วยดี ลดปัญหาความแตกแยก สร้างความสามัคคีในชาติ

และท้ายที่สุดประชาชนจะค่อยๆให้การยอมรับ

ตรงนี้ “ลุงหมัก” ไม่เถียง

และก็เถียงไม่ได้ด้วย.

"ทีมการเมือง"

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)


นายกฯสมัครอัดกลับจรัญ ไม่คิดล้วงลูกศาลยุติธรรม [10 มี.ค. 51 - 04:05]

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าววานนี้ (9 มี.ค.) ในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" กรณี นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมาเตือนรัฐบาลว่าอย่าเหลิงอำนาจและก้าวล่วงแทรกแซงตุลาการ ว่า หัวหน้ารัฐบาลและคณะรัฐบาลไม่มีวันที่จะกล้าไปแทรกแซงตุลาการ แต่ในอดีตเมื่อ 16 เดือนที่แล้ว ใครที่ทำ คนที่ออกมาพูดสอนผิดคนและพูดผิดเวลา และการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย ก็เพื่อต้องการต่อสู้ในศาล แต่ยังมีคนมาเตือนมาว่าแทรกแซงสถาบันตุลาการ

"ชีวิตผม ผมเรียนกฎหมาย ผมรู้ระบอบประชาธิปไตย ผมรู้ว่า 3 อำนาจนี้คานกันอยู่ และผมก็รู้ด้วยว่า อำนาจศาลเป็นอำนาจที่มั่นคง เพราะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเราไม่ได้เลือกตั้งศาล แต่เราเลือกตั้งสภา รัฐบาลก็เข้าๆ ออกๆ อย่างไรก็ตาม ขอบพระคุณที่เตือน แต่ต้องบอกว่าท่านเตือนผิดคนหรือเปล่า เตือนช้าไป 16 เดือนหรือเปล่า" นายกรัฐมนตรี กล่าว

คตส.เตรียมทำหนังสือถึงนายกฯ หลัง ครม. 3 คนถูกกล่าวหาคดีหวยบนดิน

กรุงเทพฯ 9 มี.ค. - คตส. เตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี กรณีมี ครม. 3 คน และข้าราชการระดับสูงถูกกล่าวหาในคดีหวยบนดิน ทั้ง “นพ.สุรพงษ์-อุไรวรรณ-อนุรักษ์” ด้านสภาทนายความพร้อมฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ พรุ่งนี้

มีรายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า ในการประชุม คตส. วันพรุ่งนี้ (10มี.ค.) คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว หรือหวยบนดิน ที่มีนายอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส. เป็นประธาน ได้เตรียมหารือต่อที่ประชุม คตส. ถึงการทำหนังสือถึง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้รับทราบเกี่ยวกับการฟ้องคดีหวยบนดินของ คตส.ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

“เหตุผลที่คณะอนุกรรมการไต่สวนฯเห็นว่า ต้องทำหนังสือถึงนายกฯ เนื่องจากในรายชื่อบัญชีจำเลยคดี 47 รายในคดีนั้น ได้ปรากฎชื่อรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีจำนวน 3 คน คือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม รวมไปถึงข้าราชการระดับสูงหลายคนที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยจะขอความเห็นจากที่ประชุมคตส.ว่าจะมีมติอย่างไรในเรื่องนี้” แหล่งข่าวคตส.กล่าว

ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของทีมทนายความของสภาทนายความ ล่าสุด ปรากฎว่าได้จัดทำร่างคำฟ้องคดีหวยบนดิน ที่จะส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ทำสำเนาจำนวนทั้งสิ้น 18 ชุด ซึ่งจะส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ โดยมีจำเลยทั้งสิ้น 47 ราย ทั้งในส่วนที่เป็นบุคคลในคณะรัฐมนตรีรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-09 18:45:50

แกนนำ นปก.จับตาการทำหน้าที่ ส.ว. เชื่อจะค้านทุกเรื่องของรัฐบาล

มธ. 9 มี.ค.- “จรัล ดิษฐาอภิชัย” เชื่อ ส.ว.ชุดใหม่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่ค้านทุกเรื่อง พร้อมจับตาการทำงาน ติงกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ออกแถลงการณ์พูดแต่เรื่องกลียุคทั้งที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ขณะที่ “อนุสรณ์ ธรรมใจ” เสนอแก้กฎหมายที่มา ส.ว.สรรหาให้เหลือ 1 ใน 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดเสวนาหัวข้อ “ลากตั้ง เลือกตั้ง สว. ใครได้? ใครเสีย? ” โดยมีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) และอดีตกรรมการสิทธิมุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตผู้สมัคร ส.ว.กทม. เข้าร่วม

นายจรัล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับระบบที่ให้ ส.ว.มาจากการสรรหา เพราะเห็นว่าคนร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้ ส.ว.มาจากการสรรหา เพื่อต้องการเอาพรรคพวกของตัวเองเข้าไปมีบทบาททางการเมือง ซึ่งคนที่ได้ผลประโยชน์คือ พวกอมาตยาธิปไตย ชนชั้นสูง อนุรักษ์นิยม เพราะเป็นคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และคนเสียประโยชน์คือประชาชน เสียเปรียบหมื่นเปอร์เซ็นต์ ให้คนเพียงแค่ 7 คน มีสิทธิเลือก ส.ว.ได้ถึง 74 คน และเห็นว่าขณะนี้ประธานวุฒิสภาจะเป็นส่วนสำคัญมาก เนื่องจากจะต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานรัฐสภา ที่ประกาศยุติบทบาท เพราะสาเหตุที่กรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งความเห็นให้ใบแดงให้ศาลฎีกาพิจารณา ทั้งนี้รู้สึกเป็นห่วง หากประธานวุฒิสภามาจากการสรรหา และไม่ได้เป็นผู้รักประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามสามารถแก้ไขได้ โดยให้ประธานวุฒิสภามาจาก ส.ว.ระบบเลือกตั้ง ก็จะบรรเทาความเสียหายได้บ้าง

นายจรัล กล่าวอีกว่า แนวโน้มการทำงานของ ส.ว. ชุดนี้ จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านของรัฐบาล และจะคัดค้านทุกเรื่องที่รัฐบาลเสนอ แม้กระทั่งกฎหมายสำคัญๆ ที่ประชาชนต้องการอาจจะไม่ผ่านสภาฯ เนื่องจากถูก ส.ว.ชุดนี้ดอง ยับยั้ง หรือแช่เย็นเอาไว้ รวมทั้งจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น การถอดถอนนายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นการรับลูกกระแสสังคม อย่างไรก็ตาม จะจับตาดูการทำงานของ ส.ว.ชุดใหม่ ว่ามีความเป็นกลางหรือไม่

นายจรัล กล่าวฝากไปยังกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถึงการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ทั้งที่รัฐบาลยังไม่ทำอะไร โดยออกแถลงการณ์ฉบับแรกก็บอกว่า เป็นแถลงการณ์ฉบับก่อนกลียุค ตามมาด้วยฉบับกลียุคแล้ว ซึ่งคิดว่า น่าจะมีอีกฉบับตามมาติดๆ โดยใช้คำว่าปราบกลียุค แต่ส่วนตัวยังมองไม่เห็นว่าตอนนี้เป็นกลียุค เพียงแต่รัฐบาลมีการโยกย้ายข้าราชการเพียง 4-5 คนเท่านั้น จะเรียกว่ากลียุคได้อย่างไร เพราะกลียุค หมายถึง บ้านเมืองเจอปัญหาข้าวยากหมากแพง

ด้านนายอนุสรณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ลงสมัคร ส.ว.ใน กทม. พบปัญหาเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องความเป็นธรรมกับกับจังหวัดใหญ่ๆ ที่กำหนดให้ 1 จังหวัด มีส.ว.เพียงคนเดียว ซึ่งเป็นเรื่องตลกที่ร่างรัฐธรรมนูญให้ ส.ว.เลือกตั้ง มีเพียงจังหวัดละคน อย่างเช่น กทม.เป็นจังหวัดที่ใหญ่มี 50 เขต ประชากรมาก ตนยังเดินหาเสียงไม่ครบ ดังนั้น เห็นว่าในอนาคตควรที่จะแก้ไขให้จำนวน ส.ว. สมดุลกับจำนวนประชาชน นอกจากนี้สิ่งที่เป็นปัญหา คือ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ไม่เป็นประชาธิปไตย ต้องแก้ไข โดยเฉพาะที่มาของ ส.ว.ที่มาจากการสรรหา ควรมีจำนวนลดน้อยลงให้เหลือ 1 ใน 3 และให้ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน มีมากขึ้น

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ยังมีข้อดีในเรื่องที่ให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง แต่เห็นว่าควรจะรักษาความสมดุลให้ระบบการเมือง และพรรคการเมืองมีความเข็มแข็งด้วย ไม่เช่นนั้นประชาธิปไตยจะไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม เท่าที่ลงพื้นที่พบว่า ประชาชนแบ่งเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความขัดแย้งกันทางโครงสร้าง หากยังปล่อยให้มีการขัดแย้งทางการเมือง และไม่จัดการให้เข้าสู่ระบบการแข่งขันภายใต้ระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ก็จะเกิดวิกฤติได้. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-09 16:55:20

พ่อค้าข่าว

หากจะไล่กันให้ถึงคำตอบสุดท้าย ขอเพียงคำตอบเดียวว่า หายนะแห่งแผ่นดินในวันนี้นั้น ตัวการตัวป่วนที่มีความสำคัญสูงสุดคืออะไร..น่าจะตอบได้ว่า คือ...สื่อ โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ประการแรก คือ สื่อหนังสือพิมพ์วันนี้มีเพียงไม่กี่ฉบับที่ยังรายได้อยู่กับการขายหนังสือพิมพ์ หลายๆ ฉบับมีวาระซ่อนเร้นทำหนังสือเพื่อเป็นอำนาจแฝงสำหรับกิจการส่วนอื่น และดูเหมือนว่าแทบจะหาคำตอบได้เลยว่า...ใคร ฉบับไหนกันบ้างเมื่อสื่อที่ควรจะเป็นคนกลางขาดความเป็นกลางเสียแล้ว แต่กลับมามีบทบาทในการชักจูงผู้คนให้เชื่อและไม่เชื่อในสิ่งที่เป็นข่าวและบทความความปั่นป่วนวุ่นวายจึงเกิดขึ้นยกตัวอย่างกันง่ายๆ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจของแทบจะทุกสื่อว่า เบื้องหลังการถูกย้ายของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส มาจากสาเหตุอะไร...แต่ก็ยังไขสือ...ว่า เป็นการย้ายเพื่อเปิดทางกลับให้กับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ดามาพงศ์ เพื่อจะจูงให้เป็นการเมืองเรื่องกิเลสของคนนามสกุลดามาพงศ์อันเป็นนามสกุลเก่าของ คุณหญิงพจมาน ชินวัตรทั้ง ๆ ที่รู้กัน อ ยู่ว่า ทุก ค รั้ง ที่มีก า รเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และมีการแถลงนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจในแต่ละหน่วยงานไม่มากก็น้อย ยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากระบอบเผด็จการมาเป็นประชาธิปไตยด้วยแล้ว ยิ่งมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้นรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์เอง ก็เปลี่ยนตำแหน่งต่างๆ ไปกว่า 400 ตำแหน่ง...ในช่วงแรกๆ ของการเป็นรัฐบาล แต่กลับไม่มีสื่อเอามาเปรียบเทียบสื่อต่างเรียกร้องความเป็นอิสระและเสรีภาพ ร่ำหาความเป็นธรรมให้กับสังคมแต่สื่อไม่รู้เลยหรือว่า...ต้นทุนการผลิตหนังสือพิมพ์ฉบับละ 30 บาท แล้วมาวางขายกันราคา 8 บาท 10 บาทนั้น...คือฆาตกรผู้คุมกำเนิด และไม่เห็นมีสื่อผู้กล้าท่านใด...อาจหาญออกมาต่อต้านต่อกรเขียนขึ้นมาเพื่อที่จะกราบเรียนว่า...ก่อนที่จะสู้เพื่อสิ่งใดๆ ในใต้หล้านั้น...มันควรจะสู้ให้กับเผ่าพันธุ์แห่งมันเสียก่อน ความยุติธรรมมันยังหาให้พวกมันไม่ได้ มันจะมีปัญญาไปหามาเผื่อใคร นอกจากเป็นทาสรับใช้ไปตามกลไกแห่งผลประโยชน์และการค้าเ ป็น แ ค่ “ พ่อ ค้า ข่า ว ” จ ะ เ อ า“ฐานันดร” ไปทำอะไร

● พญาไม้ ●


พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

แก้ลำประสาสมัคร!

“คนอย่างผมน่ะหรือ จะกล้าแทรกแซงสถาบันตุลากร”คำพูดที่บ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ข้างต้น อาจทำให้คนส่วนใหญ่มอง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่ากำลังหงุดหงิด ถึงขั้นออกอาการ “ของขึ้น” ระหว่างพูดสดๆ ในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” เมื่อช่วงสาย วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ 1 วัน นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดฯ ยุติธรรม ไปพูดในรายการ “คิดเพื่ออนาคต ถอดโจทย์ประเทศไทย” จัดโดยสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 96.5 คลื่นความคิด พาดพิงถึงรัฐบาลและนายกฯ สมัคร ว่า...เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือ อย่าเหลิงอำนาจจนลืมความชอบธรรมเด็ดขาด นายจรัญ อธิบายเพิ่มเติมว่า...“ในการบริหาร เมื่อมีอำนาจแล้วจะอ้างว่าเป็นอำนาจที่ทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่ได้ ต้องสนใจผลกระทบที่เกี่ยวข้องในเรื่องอื่นๆ ด้วย จึงอยากขอให้ผู้ใช้อำนาจในทุกระดับ ขอให้มีศิลปะในการใช้อำนาจว่า จะใช้อย่างไรให้สมเหตุสมผล และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

สำหรับบทบาทผู้นำ จะต้องไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดเป็นเงื่อนไขในการต่อต้านรัฐบาลรวมถึงไม่แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบอื่นๆ ด้วย เช่น วุฒิสภา องค์กรอิสระ”นั่นเอง จึงทำให้ นายสมัคร ต้องเปิดปฏิบัติการ “สวน” ทันทีและทันควัน สำหรับ “บางกอกทูเดย์” แล้ว เราไม่มองปรากฏการณ์ข้างต้นเป็นแค่เรื่องของ “คนแก่-ปากเร็ว” แต่มองว่ามันเป็นอะไรที่ลึกและแหลมคมกว่านั้นมากช่วงที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร “กลับ-ไม่กลับ” เมืองไทยกระทั่ง สร้างภาพ “กราบดิน” ให้ปรากฏเป็น บันทึก...หลักฐานทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.นั้น

ยามนั้น...ต้องบอกว่า นายกฯ สมัคร “หมอง” และ “เงียบเหงา” เอามากๆหากนี่คือสงครามแย่งชิง “พื้นที่สื่อ” ก็ต้องถือว่า...นายกฯ สมัคร พ่ายแพ้แก่อดีตนายกฯ อย่างเห็นได้ชัดแต่ “ขิงแก่” ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว ทั้งเวทีการเมืองและนักหนังสือพิมพ์เกือบ 50 ปี อย่าง...นายสมัคร นั้นตั้งรับเป็นไม่มีถ้า “ถอยหลัง” ก็ต้องหกล้มนั่นแหละวันที่ 2 มี.ค. นายสมัคร ได้ทำการ “ทิ้งทุ่น” ให้สังคมไทย หยิบ...ไปขยายผลในเรื่อง เปิด “คาสิโน” หรือ “บ่อนพนันถูกกฎหมาย”

เท่านั้นเอง ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ของสังคมไทย แปรเปลี่ยนจากเรื่อง “กราบดิน” และ อดีตนายกฯ ทักษิณ มาเป็น...“คาสิโน” และนายสมัครตลอดเวลา 2 สัปดาห์หลังจากนั้นเรา “บางกอกทูเดย์” ไม่ได้มองเรื่องนี้ว่า...เป็นความบังเอิญ หากแต่เชื่อว่า...สิ่งนี้มันคือการ “จงใจ” มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน อย่าง...“แนบเนียน” และ “แยบยล” ที่สุดแน่นอน แม้ว่ามันจะเป็นจังหวะพอเหมาะพอดีกับที่ อดีตนายกฯ ทักษิณ ต้องการ “ปิดกั้น” ข่าวสารและความเคลื่อนไหวของตัวเองด้วยไม่ต้องการตกเป็น “เหยื่อ” ทั้งจาก “น้ำมือ” ของสื่อและฝ่ายตรงข้าม

จึงทำให้น้ำหนักและสัดส่วนของข่าว “คาสิโน” และ นายสมัคร บนหน้าหนังสือพิมพ์ และพื้นที่สื่ออื่นๆ บดบังภาพ “กราบดิน” และ อดีตนายกฯ ทักษิณ มิดทีเดียวกระแสที่กลุ่มก้อนทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น...ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักวิชาการและองค์กรอิสระบางคน แม้กระทั่ง ข้าราชการระดับสูง อย่าง...นายจรัญ ที่ออกมา “ตีกัน” ไม่ให้รัฐบาลเหลิงอำนาจ หรือแทรกแซงอำนาจตุลาการนั้นจำเป็นอยู่ที่นายสมัครภายใต้ “ทีมกุนซือ” จะต้อง “แก้ลำ” ด้วยประโยคเด็ดที่ว่า...

“คนอย่างผมน่ะหรือ จะกล้าแทรกแซงสถาบันตุลาการ”แน่นอน การออกมาพูดทำนองดังกล่าวของ นายสมัคร ไม่น่าที่มันจะเป็นเรื่องของ “ความบังเอิญ” หรือ “ปากพาไป”แต่น่าจะเป็นเรื่องของการวางแผน ที่ผ่านการกลั่นกรองทางความคิดอย่างแยบยลของ “ทีมกุนซือ” ซึ่งจะเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับที่เคยใช้ในหลากหลายภารกิจก่อนหน้านี้ ตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร หรือไม่???สุดจะคาดเดาจริงๆ !!!“บางกอกทูเดย์” ขอบอกว่า...นายสมัครคนนี้ไม่ธรรมดาเอามากๆ ฝ่ายตรงข้ามที่คิดจะ “เคี้ยว” เหมือนที่เคยทำกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ล่ะก็คงไม่ง่ายกับคนชื่อ “สมัคร สุนทรเวช”

อย่าลืมว่า...ก่อนหน้านี้ “แฟนคลับ” ของนายสมัคร ก็มีมากมาย ทั้งที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ในหลายๆ จังหวัดยิ่งประกาศตัวเป็น “นอมินี” ให้กับอดีตนายกฯ ทักษิณ แถมยังเดินหน้า...สานต่อนโยบายประชานิยม และผลักดันโครงการเมกะโปรเจกต์อีกมากมาย โดยเฉพาะ...รถไฟฟ้าอีก 8 เส้นทาง 9 สายรถไฟรางคู่อุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำโขง รวมถึงโครงการพัฒนาเมือง พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม“แฟนคลับ” เดิมที่มีมากมายอยู่ ก็ยิ่งทวีมากยิ่งๆ ขึ้น!!! กอปรกับการมี “ทีมกุนซือ” ที่บางคนเคยผ่านการเป็น “กุนซือ” ให้กับ อดีตนายกฯ ทักษิณ ก็ยิ่งตอกย้ำถึงความเด็ดขาดที่จะต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม

โดยเฉพาะ กลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ รวมถึงการเมืองฝ่ายตรงข้าม และแนวร่วมที่มีสถานะเป็นทั้งข้าราชการและเอ็นจีโอทั้งหมดนี้ “บางกอกทูเดย์” ก็เพียงแต่จะบอกกับสังคมว่า..ระหว่าง...การศึกสงครามนั้น ความเป็นกลางจะไม่มีทุกคนต้องเลือกข้าง ถ้าไม่ใช่มิตรก็ต้องเป็นศัตรูกัน!!!ไม่แปลก! หาก นายสมัคร คิดจะ “แก้ลำ” ทางการเมือง ด้วยการ “ตอกกลับ” กับฝ่ายตรงข้าม ด้วยบุคลิกภาพและความเป็น คนตรง...กล้าคิด กล้าพูด และกล้าทำ แต่ประชาชนคนไทย จะได้อะไรจากการ... แก้เกม! ประสาสมัคร ครั้งนี้เล่า???


'ผลพวงรธน.50'รัฐฯรอดยาก

นายกฯ ระบุ ประชาชน 20,000 รายชื่อถอดถอนนักการเมืองได้ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล 'สมัคร'ซัดเปรี้บงนักการเมืองต้องทําให้ปชช.ไว้ใจ

นายกรัฐมนตรี ระบุ การที่รัฐธรรมนูญ ปี 2550 บัญญัติให้ประชาชน 20,000 รายชื่อสามารถถอดถอนนักการเมืองได้ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล พร้อมยืนยันคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลมีความสามารถทำงานได้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ว่า คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลมีความสามารถในการทำงาน โดยยกตัวอย่าง พลโทหญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่สามารถเจรจาการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร(เอฟที) จาก 5.28 สตางค์ต่อหน่วย เหลือเพียง 2.75 สตางค์หน่วย ช่วยให้ประชาชนทั้งประเทศสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 1,200 ล้านบาท

สำหรับกรณีที่มีข้าราชการระดับสูงระดับรองอธิบดี 2 คนลงชื่อถอดถอน นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่บัญญัติให้ประชาชน 20,000 รายชื่อสามารถถอดถอนนักการเมืองได้จากเดิมที่ต้องใช้ 50,000 รายชื่อนั้น นับเป็นช่องโหว่เพราะหากมีการลงชื่อถอดถอนได้จริงจะกระทบต่อการบริหารราชการแน่นอน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเตือนการวางตัวของนักการเมืองบางคนว่า ควรวางตัวให้เป็นที่เชื่อถือของสังคม เนื่องจากต้องปฏิบัติหน้าที่ในสภา ทำงานเพื่อประชาชน

Moving On: สะท้อนตัวตนพ้อสื่อชอบเขียนข่าวบิดเบือน




ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา “ลิเดีย” สุดดีใจ “พ่อทักษิณ” กลับบ้านเกิดเมืองนอน จังหวะพอดีเปิดอัลบั้มใหม่ “Moving On” เผยพ่อไม่หวั่นโดนบึ้ม ลั่น “ตายเป็นตาย!” ชำแหละสื่อบางสำนักทำตัวเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก มีปากกาเขียนข่าวบิดเบือน เผยยอดขายหนังสือ “Lydia Here I am” ยอดขายพุ่งกระฉูด ทำให้คนเข้าใจมากขึ้น เชิญทักษิณร่วมเปิดคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มแน่ เตือนปฏิวัติทำชาติเสียหาย ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

* ที่ผ่านมา “ลิเดีย” หวั่นไหวกับข่าวที่เกิดขึ้นกับตัวลิเดียและคนรอบข้างขนาดไหน
ถ้าถามว่าหวั่นไหวไหม ไม่หวั่นไหว แต่ว่าแบบก็มีเครียดบ้าง เพราะว่ามันก็มีข่าวขึ้นหน้า 1 ตลอด แล้วก็มันเป็นการเข้าใจผิดกันตั้งแต่ตอนแรก แต่ก็ที่ผ่านมาก็เคลียร์กันแล้วก็โอเค

* ความรู้สึกในช่วงนั้นเป็นอย่างไร ที่สื่อมวลชนออกมาโจมตีเราเรื่องคุณทักษิณ
จริงๆ แล้วมีเป็นบางสื่อเท่านั้นที่แบบ...ส่วนผลกระทบมันก็มีเยอะ มันทั้งดีด้วยและไม่ดีด้วย อะไรอย่างเนี้ย มันมีทั้งหมด แต่หลังจากที่ออกมาเคลียร์ข่าว ซึ่งเราไม่ได้มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว และเราค่อนข้างบริสุทธิ์ใจ มันไม่มีอะไรอะค่ะ เลยคิดว่าเขาจะโจมตีเราอย่างไรเขาโจมตีเราไม่ได้ เพราะว่ามันไม่มีอะไร

* เรื่องที่ถูกโจมตีในช่วงนั้น มีผลมาจากการเมือง และดึงคุณทักษิณเข้ามาเกี่ยวด้วย
ด้วยค่ะ ค่อนข้างเป็นข้อใหญ่เลยอะค่ะ ที่เป็นข่าวหน้า 1 ตลอด เพราะว่าถ้าไม่ใช่พ่อคงไม่เป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเดียไปสนิทกับผู้ใหญ่คนอื่น คงไม่แบบ...อ๋อเป็นเมียน้อย อะไรอย่างเนี้ย มันไม่ใช่อยู่แล้ว คือถ่ายคู่กับคนอื่น ถ่ายคู่กับเฮียฮ้ออย่างเนี้ย เขาจะเขียนเหรอว่าเป็นเมียน้อย อันนี้มันไม่ใช่ คือมันเป็นที่บุคคลด้วย ที่เกี่ยวข้องอะไรอย่างเนี้ย

* ช่วงที่เกิดเรื่อง ลิเดียได้คุยกับคุณทักษิณเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่ และคุณทักษิณแนะนำอะไรบ้าง
ตอนนั้นอยู่ที่ประเทศอังกฤษ อยู่ด้วยกันที่โน่น ไปกันหมด ตอนที่ไปเปิดสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตอนที่ข่าวออกมาพ่อขำๆ คือมันลงเป็นพาดหัวข่าวเล่นๆ แต่ช่วงหลังมันก็เริ่มแบบว่าทุกวัน เป็นเรื่องใหญ่โต พ่อให้อานพดล (นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ในขณะนี้) ออกมาพูดให้ แต่มีอยู่บางกลุ่มเท่านั้นที่ดูเหมือนว่ายังออกมาโจมตีอยู่ และเหมือนเดียไม่ได้ออกมาเคลียร์ ยังอยู่อังกฤษอยู่ และเพิ่งเดินทางกลับมาก็ยังไม่ได้ออกมาเคลียร์อะไร มันเลยมีการเข้าใจผิดกันในตอนแรก

* มีผลกระทบกับยอดจำหน่ายเทปบ้างไหม
น่าจะเป็นยอดหนังสือมากกว่านะ เพราะตอนนั้นออกเทปมาแล้ว หนังสือช่วงนั้นมันเหมือนออกมาเคลียร์ และมันเป็นเรื่องของพ่อช่วงหลังปฏิวัติ ซึ่งมันไม่มีใครรู้เกี่ยวกับพ่อ ว่าพ่อไปอยู่ไหน ไปทำอะไร และชีวิตพ่อเป็นอย่างไร ก็เลยแบบอาจจะทำให้คนให้ความสนใจเยอะกับหนังสือของเดีย ยอดขายหนังสือเลยพุ่งค่ะ

* หลังจากที่หนังสือออกไปแล้ว ทำให้คนในสังคมรับรู้ข่าวสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวลิเดียมากน้อยแค่ไหน
รู้อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าวันที่แถลงข่าวนั้น พี่ๆ สื่อมวลชนมาเยอะมาก แล้วลงหน้า 1 คือต้องรู้อยู่แล้วว่ามีหนังสื่อตัวนี้ออกมา แต่ว่าจะได้อ่านไหม อันนี้เดียไม่ทราบเหมือนกัน แต่ถ้าได้อ่าน คือจะรู้เลยว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ แบบเนี้ย ถ่ายรูปคู่กับทั้งคุณหญิงและตัวคุณทักษิณเอง แบบมันไม่มีอะไร ถ่ายกับครอบครัวเขา ถ้าเดียเป็นเมียน้อยกับเขาจริงๆ จะถ่ายรูปกับครอบครัวเขามันคงไม่ใช่ และพ่อแม่เดียไปอยู่ด้วย พี่น้องเดียไปอะไรอย่างเนี้ย คือคนที่ได้อ่านได้ดูคงเข้าใจอยู่แล้ว แต่คนที่ไม่ได้อ่าน ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไง

* คิดอย่างไรกับบทบาทสื่อบางสำนักที่ออกมาโจมตีลิเดีย โดยหวังผลทางการเมือง
คิดอย่างไง มีอยู่แค่กรณีเดียวที่เดียรู้สึกว่า โดนผู้ใหญ่รังแกโดยไม่มีเหตุผล อะไรแบบนี้ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เขามีปากกา เราไม่มีปากกา บางครั้งเขาก็เขียนอะไรของเขาได้ แต่ว่าในเมื่อเราออกมาเคลียร์ แบบว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ซึ่งมันเป็นสิทธิของคุณที่คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ว่าเรื่องจริงมันแค่นี้ เราทำได้เท่านี้

* ในความรู้สึกตอนนั้นลิเดียโกรธเขาไหม
ไม่โกรธ แต่รู้สึกว่าน่าสงสารคนคนเนี้ย คือ ชีวิตนี้คนคนนี้ไม่มีอะไรทำแล้วเหรอ เขียนข่าวด่าคนอื่น แล้วแบบคือเดียไม่เข้าใจว่าเดียไปทำอะไรให้ครอบครัวเขาบาดเจ็บล้มตายหรือเปล่า มันไม่มี แล้วเขามาเขียนว่าเดียอย่างนี้ คือไม่เข้าใจ แล้วด่าถึงพ่อแม่ว่าแบบเอาลูกสาวไปขาย แล้วลงชื่อพ่อแม่และชื่อผู้ใหญ่ที่เดียเคารพหลายท่าน แบบว่าอ๋อ...เนี่ยเป็นพ่อเล้า คือไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

* มองสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากที่ คุณสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง
ดีนะคะ เพราะว่าเป็นประชาธิปไตย เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง แล้วคนเลือกขึ้นมาเป็นรัฐบาล เดีย...หวังว่าจะทำให้เศรษฐกิจบ้านเราเหมือนเดิม ให้ดีขึ้นเหมือนกับตอนก่อนที่จะเกิดการรัฐประหาร

* ได้คุยกับคุณทักษิณบ้างไหม หลังจากที่มีรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตยแล้ว
มีคุยบ้าง คุยกันตอนแรกบอกจะกลับมาประมาณเดือน 4-5

* ได้เดินทางไปรับที่สนามบินไหม
ตอนแรกว่าจะไป แต่เดียว่าเดียคงโดนเหยียบ (หัวเราะ) เพราะคนคงเยอะมาก แล้วแบบมันคงวุ่นวาย และเดีย...คิดว่ามันคงมีหลายอย่าง เพราะว่าเขาไม่ได้กลับมาบ้านเกือบตั้ง 2 ปี แล้วทางครอบครับ ทางอะไร มันคงมีเรื่องเยอะมาก คิดว่าเราค่อยเจอทีหลังน่าจะดีกว่า

* ในช่วงที่คุณทักษิณอยู่ต่างประเทศคนเดียวได้โทร.คุยกับคุณทักษิณบ้างไหม และคุณทักษิณได้คุยเรื่องการบ้านการเมืองกันบ้างไหม
มีบ้าง ส่วนมากจะเขียนหนังสือหมดเลย เหมือนตอนที่ช่วงแรกๆ ที่ถูกรัฐประหารใหม่ๆ พ่ออยู่ที่เมืองจีนคนเดียว แยกกับครอบครับ ปกติเขาจะเป็น “แฟมิลี่แมน” มาก คือเขารักครอบครัวเขามาก อยู่ๆ มาพลัดพรากจากกัน แล้วแบบไปอยู่กันคนละประเทศ แล้วเขาอยู่คนเดียว แบบเหมือนที่เมืองจีน ตอนนั้นฤดูหนาว แล้วแบบวันๆ อยู่เฉยๆ ปกติที่เมืองจีนเขาจะมีสนามกอล์ฟ แบบ 27 หลุม เขาจะตีได้ แต่หน้าหนาวตีไม่ได้ วันๆ ต้องอยู่แต่ในบ้าน แล้วเขาแบบนั่งดู คือนอกบ้านจะเป็นทะเลสาบ เขาบอกว่า “วันๆ พ่อไม่ได้ทำอะไร นั่งดูน้ำแข็งละลาย” คือแบบเขาเหงาอะ คนเราเคยอยู่กับครอบครัวทุกวันแล้วอยู่ๆ ต้องไปอยู่คนเดียว

* ตอนนี้ยังมีกลุ่มคนที่ไม่ชอบคุณทักษิณอยู่ และคุณทักษิณกลับมาแล้วคิดว่าจะมีปัญหาอะไรไหม
เดีย...ห่วงอย่างเดียว คือ ห่วงเรื่องความปลอดภัยของพ่อ คือ กลัวเหมือนกับที่ผ่านมา ที่ปากีสถาน นางเบนาซีร์ บุตโต อดีตประธานาธิบดีปากีสถาน ถูกลอบสังหาร กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น เพราะก่อนที่จะเกิดการรัฐประหารมีเรื่องคาร์บอมบ์ มีอะไรอย่างนี้ กลัวว่าถ้ากลับมาแล้วจะเกิดอะไรไม่ดีหรือเปล่า เป็นห่วงอยู่เรื่องเดียว เรื่องอื่นไม่เท่าไร

* ได้คุยกับคุณทักษิณบ้างหรือเปล่า เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย
ก็คุยนะ ก็บอกว่ากลัว “พ่อก็บอกว่า ถ้าตายก็ต้องตายอะ” อะไรอย่างเนี้ย เขาก็แบบค่อนข้างทำใจ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

* ถ้าคุณทักษิณกลับมาแล้ว คุณลิเดียจะไปเยี่ยมที่บ้านไหม
น่าจะไปถ้าเขาแบบว่าง แต่เดียคิดว่าถ้ากลับมา คงเยอะ หลายๆ อย่างคงแบบคงไม่ว่างแน่ๆ กว่าจะได้เจอคงอีกสักพักอะค่ะ

* ลิเดียมองว่าการรัฐประหารครั้งนี้มันกระทบกับตัวลิเดียเอง และกระทบต่อคนรอบข้าง หรือประชาชนทั่วไปอย่างไร
เท่าที่รู้สึกได้ เศรษฐกิจแย่ คือ ต่างประเทศเขาสูญเสียความมั่นใจกับเศรษฐกิจบ้านเรา แล้วหลายๆ อย่างธุรกิจต่างๆ เสียหายไปเยอะ ตลาดหุ้นอย่างที่เห็น ตกพรวดลงมาเยอะ แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว อย่างที่เห็นๆ เลยมีเรื่องเศรษฐกิจ

* มองบทบาทของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างไร ที่บอกว่าถ้าคุณทักษิณกลับมาจะออกมาชุมนุมขับไล่อีก มองว่ามันจะเกิดความวุ่นวายไหม
ความวุ่นวายมันต้องมีค่ะ เพราะว่าเราไม่สามารถทำให้คนทั้ง 100 คนคิดในสิ่งเดียว เชื่อในสิ่งเดียวได้ หลายๆ คนต้องมีหลายๆ ความคิดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าความคิดของคนส่วนมาก ถ้าคนส่วนมากเลือกพรรคพลังประชาชนแล้ว ควรที่จะเคารพค่ะ

* ถามจริงว่าทำไมลิเดียถึงกล้าบอกว่าสนิทกับคุณทักษิณ เหมือนพ่อเหมือนอะไร ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นก็รู้ว่าค่อนข้างแรง
เดีย...คิดว่า ในฐานะที่คนเรารู้จักกัน เพียงแค่ว่าเรื่องการงานของเขา หรือว่าเรื่องในสังคมนั้น มันเหมือนถ้าเดียรู้จักคุณอาคนหนึ่งเนี่ย ทำไมเดียจะต้องไปเกลียดเขาด้วย ในเมื่อเรารู้จักกันส่วนตัว ส่วนในเรื่องการงานเขาจะไปอะไร เขาไม่ได้มาทำให้ครอบครัวเดียเสียหาย พ่อถึงได้บอกว่าเป็น เพื่อนยามยากของพ่อ คือว่าทุกคนทิ้งเขาหมดเลย แต่ว่าครอบครัวเดียยังไปร้องเพลง ไปแบบว่าแฮปปี้กัน เดียคิดว่ามันไม่เกี่ยว การเมืองส่วนการเมือง เรื่องสังคมก็เรื่องสังคม แต่นี่คนเรารู้จักกันอะ ทำไมเราจะต้องเอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

* ตอนที่ไปแมนฯ ซิตี้ เป็นอย่างไรบ้าง
มีแฟนบอลมาต้อนรับเยอะมากๆ ทั้งสนามเรียก ทักษิณ ทักษิณ แบบว่าสุดสายตาที่เห็น

* คุณทักษิณพูดถึงเรื่องแมนฯ ซิตี้ ว่าเครียดไม่ใช่หรือ
เครียด แต่ชนะแมนยูฯ ไป 2 รอบ แล้วคงหายเครียดแล้วมั้ง (หัวเราะ)

* คุณลิเดียตอนนี้มีออกอัลบั้มใหม่
ค่ะชื่ออัลบั้ม Moving on (มูฟวิ่ง ออน)

* อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ 3 เป็นเพลงแนวเดิมหรือว่ามีการเปลี่ยนแนว
ก็จะเป็นแบบแนวเดิม คือ ป๊อป R&B ค่ะ

* กลุ่มลูกค้าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น

ใช่...กลุ่มวัยรุ่น แต่ความจริงผู้ใหญ่ฟังได้นะคะ เพราะว่าเนื้อหาไม่ใช่ว่าเด็กมาก

* มีนัยอะไรหรือเปล่ากับชื่ออัลบั้ม Moving on (มูฟวิ่ง ออน)
คือเหมือนจากที่ผ่านมามันมีทั้งข่าว และมีทั้งแบบเรื่องของเพลง แบบมีกระแสมาเรื่อยๆ เลยคิดว่าถึงแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องพัฒนาตัวเองต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานเพลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข่าว เราหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ เพราะว่าเวลามันไม่ได้หยุดให้เราอยู่แล้ว เราต้องก้าวหน้าต่อไป พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ค่ะ

* ในอัลบั้ม Moving on (มูฟวิ่ง ออน) นี้มีเพลงไหนที่เขียน หรือร้องให้คุณทักษิณบ้างไหม
อืม…ถ้าเขียนนี่ไม่อะ แต่ถ้าร้องมีหลายเพลงที่พ่อชอบ เวลาไปเมืองจีนมีหลายเพลงที่พ่อชอบร้อง เวลาไปเมืองจีนพ่อชอบร้องเพลงอันเชนจ์ เมโลดี้ (Unchange Melody) เพลงเอ็นเลส เลิฟ (Endless Love) ส่วนเพลงของเดีย พ่อเขาชอบเพลง “ใช่รักหรือเปล่า” จากอัลบั้มแรก แต่อัลบั้ม Moving on (มูฟวิ่ง ออน) นี้ยังไม่ได้ส่งไปให้ฟังเลย

* ในส่วนของคุณทักษิณ มีแฟนคลับอยู่เยอะ ลิเดียออกอัลบั้มใหม่อยากได้แฟนคลับของคุณทักษิณมาช่วยอุดหนุนบ้างไหม
หวังว่าเขาจะรู้จักเดีย...มากขึ้นในแง่ของศิลปิน ว่าลิเดียเป็นใคร ร้องเพลงอะไร เป็นเจ้าของเพลงอะไร แต่คือเดียไม่รู้ว่าเขาจะมาชอบผลงานของเดียหรือเปล่า ถ้าชอบก็ดีไป มันมีทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าพูดถึงผลดี โอเค...มีคนรู้จักเรามากขึ้น แล้วอาจจะมีคนอยากรู้จักเพลงของเดีย...มากขึ้น แต่ว่าถ้าชอบเพลงของเดียมากขึ้นไหม อันนี้เดียไม่รู้

* อยากให้แฟนคลับของคุณทักษิณมาซื้อเทปของคุณลิเดียเยอะๆ ไหม
อันนี้ต้องอยากอยู่แล้วค่ะ (หัวเราะ) ไม่ต้องแฟนคลับของพ่อ คนอื่นก็ได้ค่ะ

* มีโปรแกรมจะออกคอนเสิร์ตใหญ่ แล้วก็เชิญคุณทักษิณไปร่วมด้วยไหม
มี...มีแผนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่เดือนมิถุนายน แต่วางแผนไว้คร่าวๆ ว่าจะมีช่วงประมาณนั้น ส่วนว่าจะเชิญพ่อไปไหม ก็คงต้องบอกค่ะ

* ความรู้สึกนาทีแรกที่คุณทักษิณกลับเมืองไทยโดยปลอดภัยแล้ว รู้สึกอย่างไร?
ดีใจมากที่พ่อกลับบ้าน และได้อยู่กับครอบครัว

Sunday, March 9, 2008

รัฐฯปิดฉากเจ้าภาพกาสิโน

นายกรัฐมนตรียืนยันรัฐบาลไม่คิดทำบ่อนกาสิโน เปิดทางเอกชนทำอย่างถูกต้อง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"สนทนาประสาสมัคร"ถึงเรื่องการตั้งบ่อนกาสิโน โดยตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า เสวนาปรับทุกข์ เรื่องอบายมุขกับคนไทย
ทั้งนี้ เรื่องบ่อนกาสิโนที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ เกิดจากการตอบคำถามในรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีคนถามเข้าว่าจะทำบ่อนกาสิโนได้หรือไม่ แล้วตนเองตอบว่าได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นเรื่องเหลวไหล เพราะเรื่องนี้มีการพิมพ์เป็นรายงานไว้ในสภาผู้แทนราษฎร หากใครต้องการทำก็สามารถนำรายงานดังกล่าวไปดำเนินการได้ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ทำเอง แต่หากเอกชนคิดจะทำก็สามารถทำได้
"สิ่งที่ตนเองพูดเป็นเรื่องมีอยู่แล้ว และมีเจตนาที่แท้จริงในการทำให้การพนันใต้ดินเข้ามาอยู่ในระบบให้ถูกต้อง และเด็กอายุไม่ถึง 21 ปี ก็เข้าไม่สามารถเข้าไปเล่นได้ นอกจากนี้ตำรวจก็ไม่ต้องถูกสังคมมองว่ามีผลประโยชน์จากบ่อน รวมถึงยังสามารถเก็บเงินภาษีมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การศึกษาได้ด้วย"นายกรัฐมนตรี กล่าว