WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 10, 2008

วิปรัฐบาลมอบ ชูศักดิ์ แจง ครม. ตีกลับร่าง พ.ร.บ.14 ฉบับ

ทำเนียบฯ 10 มี.ค. - ที่ประชุมวิปรัฐบาลมอบ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” แจง ครม.กรณีวิปรัฐบาลตีกลับ พ.ร.บ. 14 ฉบับที่ค้างจาก สนช. หลังพบขั้นตอนรับหลักการไม่ครบองค์ประชุม เสนอให้รัฐบาลยกร่างเสนอต่อสภาฯใหม่

นายสามารถ แก้วมีชัย โฆษกคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมวิปรัฐบาล ว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลมีมติมอบหมายให้ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค.) ถึงกรณีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 20 ฉบับ โดย 14 ฉบับผ่านการพิจารณาวาระรับหลักการและอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ อาทิ ร่าง พ.ร.บ.คุมประพฤติ ร่าง พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและการพิจารณาคดีครอบครัว พ.ศ. ... ร่าง พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารทางราชการ ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม เป็นต้น หลังจากที่วิปรัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบ พบว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 14 ฉบับ ของ สนช.ไม่ครบองค์ประชุม จึงเกรงว่าร่าง พ.ร.บ. 14 ฉบับที่ สนช.รับหลักการไปแล้ว อาจเป็นปัญหาได้ หากมีการร้องเรียน และส่งผลให้กฎหมายสำคัญตกไป ดังนั้น คณะรัฐมนตรีต้องทบทวน ซึ่งหากมีความสำคัญ อาจให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการยกร่างกฎหมายและนำเสนอเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ดีกว่าปล่อยให้เกิดปัญหาในภายหลัง

ส่วนกฎหมายที่เหลืออีก 6 ฉบับที่ สนช.ยังไม่ได้รับหลักการนั้น นายสามารถ กล่าวว่า มี 4 ฉบับที่วิปรัฐบาลเห็นชอบให้ยืนยันตามหลักการเดิม โดยคณะรัฐมนตรีสามารถหยิบยกขึ้นมาดำเนินการได้ทันที แต่ตั้งข้อสังเกต 2 ฉบับว่า รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงไม่ได้เป็นผู้ทำหนังสือส่งมาให้คณะรัฐมนตรียืนยัน แต่มอบให้ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม.เสนอยืนยันร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย กทม. และอีกฉบับปลัดกระทรวงเป็นผู้ยืนยันมาในร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพเภสัชกรรม ซึ่งวิปรัฐบาลไม่ขัดข้อง แต่ขอให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงยืนยันมาจะเหมาะสมมากกว่า. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-10 16:19:22

‘สมชาย'สวนหมัด‘หน้าแหลมฟันดำ'ปกป้อง‘ทักษิณ'

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ ในฐานะน้องเขยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานที่ปรึกษาสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย(สปท.)แถลงข่าวว่าการกลับประเทศของพ.ต.ท.ทักษิณจะมาทำ 5 ก.และหลังการขึ้นศาลในวันที่12มี.ค.พ.ต.ท.ทักษิณจะลี้ภัยทางการเมืองไปประเทศที่ 3 ว่า ตนไม่ได้มองอะไรแบบนั้น ตนจะพูดข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องการหนีไปไหน การขอออกนอกประเทศนั้นก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขประกันตัว และต้องแล้วแต่ศาลจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ออกนอกประเทศหรือไม่
"พ.ต.ท.ทักษิณก็เคยเป็นอดีตนายกฯ มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และต้องการมามอบตัวสู้คดีในประเทศตามกฎหมาย โดยไม่ต้องการหลบหนีลี้ภัย เพราะหากพ.ต.ท.ทักษิณจะกระทำเช่นนั้นจริงก็ไม่ต้องกลับประเทศดีกว่า เพราะหากกลับมาแล้วออกไปแบบที่มีการกล่าวหาก็เสียเงินประกันตัว8ล้านบาทฟรีๆ"นายสมชายยกล่าว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยระบุว่าไม่เชื่อว่าอดีตนายกฯจะวางมือทางการเมืองและล่าสุดน.ต.ประสงค์ก็คิดเช่นนั้น แบบนี้สังคมจะเชื่อฝ่ายใด นายสมชายกล่าวว่า ต้องคิดว่าสังคมน่าเข้าใจว่าอดีตนายกฯวางมือทางการเมืองแล้ว และตอนนี้ก็กลับมาสู้คดีเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ใหม่ๆมันก็เป็นแบบนี้แหละมีบางคนไม่เข้าใจ สักพักสังคมก็จะเข้าใจ เมื่อถามว่า ในฐานะคนใกล้ชิดเชื่อหรือไม่ว่าอดีตนายกฯวางมือจริงและจะไม่เปลี่ยนใจใน5-10ปีข้างหน้า นายสมชายกล่าวว่า ตนเชื่อว่าวางมือทางการเมืองจริง และหากถามว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น หากให้พูดตอนนี้มันก็เร็วไป เพราะทุกคนในประเทศหากจะทำสิ่งใดก็ต้องยึดกฎหมายที่มีรองรับ หากทำให้สิ่งถูกกฎหมายก็ทำได้ และหากทำในสิ่งไม่ถูกกฎหมายก็ทำไม่ได้เช่นกัน


จาก hi-thaksin

'มิ่งขวัญ'แถลงลดราคาสินค้าจำเป็น 60 รายการ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว. พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปการปรับลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นแล้ว หลังจากหารือกับภาคเอกชนหลายครั้ง โดยบริษัทเอกชนผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคตกลงให้ความร่วมมือปรับลดราคาลงทั้งสิ้น 60 รายการ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนสินค้าที่ปรับลดราคาลง ได้แก่ นมผงสำหรับเด็ก 15 รายการ ลดราคาลง 10-56 บาท ผงซักฟอก 14 รายการ ลดราคาลง 2-16 บาท สบู่ 6 รายการ ลดราคาลง 2-20 บาท รวมทั้งผลิตภัณฑ์แชมพูอีก 5 รายการ ครีมนวดผม 1 รายการ ยาสีฟัน 7 รายการ แปรงสีฟัน แป้งโรยตัว 4 รายการ ผลิตภัณฑ์ล้างจาน รวมทั้งสินค้าอื่นอีก 5 รายการ โดยสินค้าทั้งหมดจะปรับลดราคาลงตั้งแต่ 5-30 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลา 2-6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือตลาดสด 8 แห่ง และศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้า ให้ปรับลดราคาอาหารปรุงสำเร็จลงด้วย โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าหรือผูกตลาด หากพบจะเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบทันที

นายประพจน์ นันทวัฒน์ศิริ นายกสมาคมสบู่ ผงซักฟอก และผลิตภัณฑ์ชำระล้างไทย ยืนยันว่า การปรับลดราคาสินค้าจำเป็นในครั้งนี้ เพื่อให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ผู้ผลิตสินค้าไม่ได้ถูกบีบบังคับ ในส่วนของสมาคมได้ปรับลดราคาสินค้าจำเป็นลง 5-15 เปอร์เซ็นต์ ในสินค้า 40 รายการ เพื่อช่วยภาระค่าครองชีพให้ประชาชน แต่อยากให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าให้ผู้ผลิตด้วย

‘นพดล'ปฏิเสธ‘พปช'ล็อบบี้เก้าอี้ประธานวุฒิ-ปฏิวัติตัวเอง

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชาชนพยายามที่จะล็อบบี้ตำแหน่งประธานวุฒิสภา ว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าว เพราะถ้าพรรคดำเนินการเช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมาย และตนไม่เชื่อว่าสมาชิกพรรคจะไปดำเนินการเช่นนั้น เพราะได้กำชับสมาชิกตั้งแต่ต้นแล้วว่าห้ามไปช่วย ส.ว. หาเสียง เพราะเกรงเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคอีก นอกจากนี้วุฒิสภาต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเป็นเพียงข่าวลือ และหวังว่าสื่อมวลชนจะช่วยคัดกรองข่าวต่าง ๆ ด้วย
"ที่ผ่านมามีข่าวลือว่ารัฐบาลจะปฏิวัติตัวเอง เพื่อล้มคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งพูดขึ้นมาซึ่งไม่มีสาระ เนื่องจากพรรคหาเสียงมา และไม่ได้ฝักใฝ่การยึดอำนาจ เชื่อว่าอำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน ไม่ใช่จากรถถังหรือกระบอกปืน จึงไม่มีวันคิดเช่นนั่นเด็ดขาด" นายนพดล กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ นายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และผลักดันคนของตัวเองเป็นประธานวุฒิสภา รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เชื่อว่านายเนวินไม่น่าจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพราะอยู่ในบ้าน 111 อย่างไรก็ตาม ขอให้นำพยานหลักฐานมาแสดง เพราะการกล่าวหาไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหา


จาก hi-thaksin

เตือนพันธมิตรฯ

"เฉลิม" เลิกแผนเจรจาแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ หลังโดน "สนธิ" เมินคุยด้วย พร้อมปัดร่วมดีเบต สะกิดพันธมิตรฯ มีขัดแย้งภายในรุนแรง เตือนระวังแตกคอกันเอง บอกเกิดอะไรขึ้นรัฐบาลไม่เกี่ยว

วันนี้ (10 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย พร้อมกับ นายประภากร สมิติ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ซึ่งนับเป็นผู้ว่าฯ คนที่ 6 ที่เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปฏิเสธการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจ ว่า เมื่อนายสนธิ ไม่ตอบรับทุกอย่างก็ยุติ และจะไม่ติดต่อคุยสมานฉันท์กับแกนนำพันธมิตรฯ คนอื่นแล้ว พร้อมกับปฏิเสธที่จะดีเบตกับนายสนธิ ด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวขอเตือนกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากทราบข่าวมาว่าขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯ และแนวร่วม กำลังขัดแย้งกันอย่างรุนแรง และคิดไม่ดีต่อกัน หากเกิดอะไรขึ้นขอให้รับรู้ว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ร.ต.อ.เฉลิม ยังเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ ช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลบนพื้นฐานความถูกต้อง และหากจะชุมนุมก็ไม่คิดขัดขวาง จะปล่อยให้ชุมนุมกันไป.

ภารกิจนายกรัฐมนตรี เช้านี้

ประธานสมาพันธ์ ลดปัญหาแอลกอฮอล์เตรียมเข้าพบนายกฯ ชี้แจงปัญหาผลกระทบจากการประกาศใช้กฎหมาย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เตรียมให้การต้อนรับ น.ส.วิมลวรรณ อุดมพร ประธานสมาพันธ์ช่วยภาครัฐลดปัญหาแอลกอฮอล์ ที่จะนำคณะเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ เพื่อชี้แจงถึงปัญหาและผลกระทบ อันเนื่องมาจากการประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี พ.ศ. 2551 อย่างไรตาม ยังคงมีปัญหาทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่ยังต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาการรวบรวมรายชื่อ เพื่อถอดถอน นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในกรณีการโยกย้ายข้าราชการโดยไม่เหมาะสม และการประกาศใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา หรือ CL รวมถึงกรณีการสนับสนุนการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย ที่นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการผลักดัน

แต่เป็นการตีความที่ผิดพลาดของสื่อมวลชน และกรณีการตรึงราคาเนื้อหมูของกระทรวงพาณิชย์ และกรณีที่จะมีการประกาศลดราคาสินค้าเพิ่มเติมในวันนี้

รักชาติบ้านเมืองบ้างหรือเปล่า

หากย้อนกลับไปดูรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยตลอด 76 ปีที่ผ่านมา จะถือว่ารัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐบาลที่มีปัญหารุมเร้า รอให้เข้ามาแก้ไขมากมายเป็นประวัติการณ์ก็คงจะไม่ผิด

นับตั้งแต่ปัญหาวิกฤติทางด้านเศรษฐกิจที่มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทั้งจากผลกระทบต่อเนื่องของปัญหาซับไพรม์ หรือปัญหาราคาน้ำมันในตลาดโลก อันเกิดจากการจำกัดการผลิตของกลุ่มโอเปค

รวมไปถึงการชะงักและการชะลอตัวของนักลงทุนในช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในบรรยากาศเผด็จการทหาร ยาวนานกว่า 16 เดือน จนส่งผลให้ทั้งนักลงทุนในประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้าควักเงินออกมาลงทุน

ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงการขาดเงินตราหมุนเวียนในประเทศ ปริมาณการจ้างงานลดลง และสุดท้ายผลกระทบหนักก็ไปตกอยู่กับประชาชนในระดับรากหญ้า


ซึ่งหมายถึงการแก้ปัญหาที่สำคัญเร่งด่วนในการเร่งรัดฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมไปถึงประชาชนที่ยังตกงานอีกกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ ที่ในจำนวนนั้นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งจบการศึกษาระดับปริฐฐาตรีขึ้นไป

นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาทางสังคมที่สั่งสมมาอย่างน้อยปีเศษ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบอันสืบเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ และบางส่วนก็เกิดจากความละเลย และไม่รู้เท่าทันปัญหาของรัฐบาลที่เข้าทำทำหน้าที่เพียงขัดตาทัพ และไม่เห็นความสำคัญของการทำงานในเชิงรุก

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม การฉก ชิง วิ่งราว ที่มีสถิติเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ รวมถึงปัญหาเด็กวัยรุ่นที่เกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบอย่างรวดเร็ว ตามการพัฒนาของเทคโนโลยีที่จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลและแก้ปัญหาอย่าวรู้เท่าทัน

รวมไปถึงปัญหายาเสพติดที่หวนกลับมาระบาดอีกครั้งอย่างน่าตกใจ หลังจากที่การปราบปรามเริ่มเข้าที่เข้าทางไปแล้วครั้งหนึ่งในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหาด้านต่างประเทศ ที่ต้องเร่งรัดทำความเข้าใจถึงเสถียรภาพของรัฐบาลไทย ภายหลังมีการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการทำการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพันธมิตรใหม่

รวมทั้งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เคยคาดการร์กันว่าในช่วงของรัฐบาลทหารจะสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้ดีกว่ารัฐบาลพลเรือน แต่สุดท้ายก็กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า และกลายเป็นว่ายังคงมีผู้บริสุทธิ์ทั้งครู พระสงฆ์ และทหาร ตำรวจ ตายกันเป็นรายวัน

ทุกประเด็นปัญหาดังที่กล่าวล้วนถูกสั่งสมไว้ในห้วงการทำงานของรัฐบาลขิงแก่ ซึ่งแน่นอนว่าการแก้ไขปัญหาที่ก่อตัวมายาวนานจำเป็นจะต้องใช้เวลา แต่ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทุ่มเทกำลังกายกำลังใจอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้จงได้ โดยไม่มีสิทธิอุทธรณ์

และลำพังปัญหาเก่าที่รอการสะสางทั้งหมดนั้น ก็ต้องถือว่าหนักหนาเอาแรงอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญและน่าเป็นห่วงก็คือปัญหาใหม่ที่มีกลุ่มคนบางพวกพยายามจะให้เกิดขึ้น

นับตั้งแต่เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญที่มีการกำหนดเนื้อหาสาระที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของสภา ของนักการเมือง ไปจนถึงฝ่าบบริหาร และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจงใจร่างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในภายหลัง

รวมไปถึงกฎหมายอีกหลายฉบับที่ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญยัติแห่งขาติ หรือประกาศ คปค. ที่ยังคงอยู่ ซึ่งหลายฉบับมีเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน จงใจเอื้อการสานต่ออำนาจเผด็จการ ฯลฯ

ที่สำคัญมีการกระทำที่เชื่อได้ว่าเป็นขบวนการจ้องทำลายรัฐบาล ด้วยเหตุผลเป็นส่วนตัวมากว่าเป็นการกระทำเพื่อบ้านเมือง ด้วยเพราะความพยายามให้ร้ายหลายเรื่องเป็นเพียงข้อกล่าวหาเลื่อนลอย และเป็นเพียงคำพูดที่ชวนให้เกิดความเข้าใจผิดหรือคล้อยตาม ทั้งที่ไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง

และที่น่าสังเกตุก็คือคำพูดของผู้นำพรรคการเมืองบางพรรค ข้าราชการผู้ใหญ่บางคน นักวิชาการบางคน คอลัมนิสต์บางคน หรือแม้แต่กลุ่มก๊วนข้างถนนบางกลุ่ม มีแนวทางหรือลีลาการพูดที่แทบจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

อย่างเช่นการออกมาบอกว่าการเป็นผู้นำจะต้องไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจริงอยู่ว่าสิ่งที่พูดเป็นเพียงข้อเท็จจริงเท่านั้น แต่ก็ต้องถามไปที่ผู้พูดว่าเจตนาแท้จริงเป็นอย่างไร

เพราะคำพูดดังที่ว่าชวนให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าผู้นำรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี กำลังมีความคิดที่จะทำแบบนั้น กำลังจะเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทั้งๆ ที่ไม่เป็นความจริง

รวมไปถึงความพยายามที่จะวิพากษ์วิจารณ์ทุกเรื่องราวที่เป็นแนวคิดของรัฐบาล ทั้งที่บางเรื่องเพิ่งจะเป็นแค่การจุดประกาย ที่ยังไม่ได้มีการนำเข้าสู่กระบวนการ ก็ไปเปิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันให้เกิดความเสียหาย

แม้ว่าการที่คนบางกลุ่มอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จะมีแบ็กเป็นใคร หรือจะมีแนวร่วมเป็นใครบ้างก็ตามแต่ ออกมาตั้งกรรมการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล หรือพรรคประชาธิปัตย์จะตั้งรัฐบาลเงาก็ตาม แน่นอนว่าในภาพรวมแล้วเป็นเรื่องดี

หากเป็นการทำเพื่อส่งเสริมการทำงานของรัฐบาล แนะนำในเรื่องที่ขาดตกบกพร่อง ตรวจสอบในเรื่องที่มองเห็นความไม่ชอบมาพากลด้วยใจบริสุทธิ์

แต่การออกมาตั้งข้อสันนิษฐานว่ารัฐบาลจะต้องทำผิดอย่างนั้น อย่างนี้ แล้วก็เที่ยวออกมาพูดจาให้เกิดความเชื่อเช่นนั้น เป็นการสร้างความระสำระสายในบ้านเมือง ทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นไหว นักลงทุนเกิดความหวาดผวา ทั้งที่เรื่องราวไม่ได้เกิดขึ้นจริง

คนพวกนี้ได้สนใจความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง สนใจผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนคนไทยบ้างหรือเปล่า

หรือบ้านเมืองจะฉิบหายก็ไม่สนใจ ขอให้กูได้ประโยชน์เป็นพอ...!?

บิ๊กโบ๊ต (แทน)

///////////////////////////////

คอลัมน์:ละครชีวิต....

จากหนังสือพิมพ์รายวันประชาทรรศน์ ฉบับประจำวันที่ 10/03/2551

พ.อ.อัคร ชี้จังหวัดชายแดนใต้การค้าเริ่มคึกคัก

กรุงเทพฯ 10 มี.ค. - โฆษกกองทัพบก ระบุการค้าในจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มคึกคักมากขึ้น หลัง จนท.วางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดต่อเนื่อง รวมถึงมีประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วม ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุได้ยากขึ้น

พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า จากเหตุการณ์ระเบิดในเขตเทศบาลอำเภอเมืองยะลา เจ้าหน้าที่สามารถตรวจจับวัตถุระเบิดได้ก่อนระเบิด จะเห็นได้ว่ามาจากมาตรการรักษาความปลอดภัยเขตชุมชนเมือง ประกอบกับอุปกรณ์ตรวจสอบพิเศษ รวมถึงประชาชนที่เข้ามาเป็นแนวร่วม ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุได้ยากขึ้น ซึ่งในพื้นที่ตอนนี้การค้าเริ่มคึกคักมากขึ้น ตลาดในยะลาคนแน่นขึ้น มีรถขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง

“ผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุลำบาก เพราะมาตรการกดดันปิดล้อมอย่างต่อเนื่อง และรับฟังความเห็นจากประชาชน พร้อมกับเปิดโอกาสให้มอบตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจมีกำลังเพียงพอ ซึ่งบางหน่วยได้กลับมาทำงานในพื้นที่เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งเราพยายามทำงานให้มีความต่อเนื่อง” พ.อ.อัคร กล่าว

เมื่อถามว่า การทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ผ่านมา มักมีการวิจารณ์ว่าไม่ประสานกับชุมชน พ.อ.อัคร กล่าวว่า ได้ทำงานควบคู่กันไปกับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งการทำงานแต่ละโครงการต้องอาศัยระยะเวลา

ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย พ.อ.อัคร กล่าวว่า หากพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือเป็นความผิด ได้ตั้งกรรมการสอบสวนทุกกรณี เพราะถือว่าขัดต่อนโยบายของผู้บังคับบัญชา ซึ่งวันนี้ (10 มี.ค.) ตัวแทนสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จ.สงขลา มาพบแม่ทัพ เพื่อรับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจ กรณีครูสอนศาสนาถูกทำร้ายระหว่างถูกควบคุมตัว ส่วนกรณีอื่น ๆ เชื่อว่าเมื่อทำความเข้าใจแล้ว ประชาชนจะเข้าใจและมีความเชื่อมั่นกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-10 08:03:36

น.ต.ประสงค์ ชี้การเมืองยุค พ.ต.ท.ทักษิณ มี 5 แก้

กรุงเทพฯ 9 มี.ค. - “น.ต.ประสงค์” ชี้การเมืองยุค “พ.ต.ท.ทักษิณ” กลับประเทศ มีลักษณะ “5 แก้” ขณะเดียวกัน เชื่ออดีตนายกรัฐมนตรีเตรียมลี้ภัยในต่างประเทศ แนะประชาชนอารยะขัดขืน หากรัฐบาลใช้อำนาจไม่เป็นธรรม และมั่นใจจะไม่มีการปฏิวัติตัวเอง

ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส หลานหลวง น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวในการเสวนาภาคประชาชน “วิพากษ์บ้าน วิจารณ์เมือง ครั้งที่ 1 หัวข้อ บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร เมื่อทักษิณกลับมา” ตอนหนึ่งว่า ขอกล่าวถึงรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมื่อแรกเข้ามาก็ดูเป็นคนดี สมถะ ไม่อยากมีเรื่องกับใคร และไม่กล้าตัดสินใจแก้ปัญหาต่าง ๆ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เก็บกวาดบ้านให้สะอาด เพื่อรอการมาของรัฐบาลคณะใหม่ ซึ่งระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน สามารถทำได้ แต่ไม่ทำให้ถูกต้อง ต่อให้มีการตั้งกติกามาดีเพียงใด แต่ก็ยังนำไปสู่การมีรัฐบาลที่มีปัญหาเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม หลายพรรคการเมืองถูกตรวจสอบจนอาจถึงขั้นยุบพรรค ซึ่งขอสรุปว่า รัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่ต้นทุนทางสังคมต่ำ

สำหรับการเมืองจะเป็นอย่างไร ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมานั้น น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้อง “ถ้า” เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กลับมาแล้ว ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา มีอยู่ 5 แก้ ที่กำหนดไว้ว่าต้องทำ คือ 1.แก้ตัวว่าถูกรังแก ไม่ได้รับความเป็นธรรม 2.แก้ต่าง โดยพรรคพวกแก้ต่างให้ทุก ๆ เรื่อง 3. แก้คดี โดยการโยกย้ายข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม

“ผมเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่มั่นใจในคำตัดสินของศาล จึงตัดสินใจที่จะออกนอกประเทศในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกลับมา เพราะคดีความถึงขั้นติดคุกติดตาราง จึงต้องหาที่ลี้ภัย” น.ต.ประสงค์ กล่าว

น.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า 4. แก้แค้น ตอนนี้จะยังไม่มีการแก้แค้น เพราะมัวยุ่งกับการแก้คดีอยู่ แต่หลังจากนี้จะมีการแก้แค้นอย่างรุนแรง และ 5. แก้รัฐธรรมนูญ โดยมีการตั้งกรรมาธิการขึ้นมา ส่วนเราจะทำอย่างไรเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมานั้น ตนขอสรุปว่า หากมีการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม ประชาชนก็สามารถแสดงอารยะขัดขืนในเรื่องต่าง ๆ ได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิในเรื่องนี้ไว้อย่างเต็มที่ รวมทั้งการไม่ร่วมมือและต่อต้านพวกอนารยะขัดขืน

น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า เชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้น บางคนบอกว่าจะมีการปฏิวัติตัวเอง ขอเรียนว่าอย่าไปดูถูกน้ำใจทหาร บทเรียนการปฏิวัติตัวเองมีเพียงในยุคของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเขาคุมกองทัพเอง แต่ทหารรู้ดีว่าครั้งนี้ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อแก้แค้นหรือเพื่อนักการเมือง ตนเชื่อว่าไม่มีการปฏิวัติ แม้บางคนจะเป็นพรรคเป็นพวกกันอยู่. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-09 18:36:20

ต้องสู้ต่อไป [10 มี.ค. 51 - 15:03]

ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปถึงแม้ต้นทุนชีวิตจะสูงขึ้นทุกวันสินค้าขึ้นราคากันพรวดๆ สวนทาง กับเงินในกระเป๋าที่ลดลง

แต่ในความเป็นจริงราคาอาหารจะแพงน้อยหรือแพงมาก ก็ขึ้นกับหลัก “ดีมานด์-ซัพพลาย”

ถ้าหมูแพงก็เปลี่ยนไปกินไก่ ไก่แพงเปลี่ยนไปกินปลา ปลาแพงก็เปลี่ยนกลับไปกินหมู

เพราะเมื่อหมูแพง คนไม่กินหมู หมูก็ต้องลดราคาลงมา!!

นี่คือคำแนะของ นายกฯสมัคร สุนทร-เวช ผู้เชี่ยวชาญการจ่ายตลาดติดต่อกันเป็นเวลากว่าห้าสิบปี

เชื่อว่านโยบายนี้จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้พอสมควร

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสินค้าขึ้นราคามีต้นเหตุจากวิกฤติน้ำมันแพง!!

ล่าสุด ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งกระฉูดไปอยู่ที่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นสถิติแพงที่สุดตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักน้ำมัน

การที่ราคาน้ำมันตลาดโลกแหกทะลุเพดาน 100 เหรียญต่อบาร์เรล เป็นสัญญาณอันตรายว่าราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในอนาคตอาจบานทะโร่ไปถึงลิตรละ 40 บาทก่อนสิ้นปี??

โอ้อุแม่เจ้า...ฟังแล้วปวดไข่ดัน

การที่รัฐบาลพยายามตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลก็คงช่วยได้แค่ชั่วคราว

ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือเร่งผลิตพลังงานทดแทนควบคู่กับนโยบายประหยัดพลังงาน

“แม่ลูกจันทร์” ขอประณามกลุ่มโอเปกที่รวมหัวขึ้นราคาน้ำมันอย่างไร้ มนุษยธรรม

ทำให้ประเทศยากจนต้องเดือดร้อนไปตามๆกัน

ล่าสุด ที่ประชุมโอเปกลงมติไม่ยอมเพิ่มการผลิตน้ำมันให้เพียงพอกับความต้องการ ของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อกำลังผลิตน้อยกว่าความต้องการ ราคาน้ำมันก็ยิ่งแพงบรรลัย

น้ำมันยิ่งแพง กลุ่มโอเปกก็ยิ่งร่ำรวย!!

กำไรมหาศาลจากราคาน้ำมันก็เอาไปสะสมอาวุธสร้างอำนาจต่อรอง

กลุ่มโอเปกจึงเป็นผีดูดเลือดที่ดูดความมั่งคั่งจากทั้งโลกไปอยู่ในกระเป๋าคนแค่หยิบมือ

เฮ้อ...คิดแล้วเจ็บกระดองใจ

ก็อย่างที่ “แม่ลูกจันทร์” กระชุ่นไว้ตั้งแต่ แรกว่า วิกฤติน้ำมันแพงเป็นปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบชีวิตคนไทยโดยตรง

แม้แต่รัฐบาลเทวดาก็ไม่สามารถทำให้ราคาน้ำมันถูกลง

แถมความเสียหายที่เกิดจากการเว้นวรรค

ประชาธิปไตยไป 2 ปี ได้ทำลายความแข็งแกร่ง

ของเศรษฐกิจไทยลงไปอีกบานตะเกียง

ยิ่งมาเจอวิกฤติเงินบาทแข็งกระหน่ำซ้ำเข้ามาอีก ก็ยิ่งทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยยากขึ้นอีก 2 เท่าตัว

แต่ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป ยังมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับ มาแข็งแกร่งได้อย่างเดิม

ขอเพียงคนไทยร่วมแรงร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรคด้วยความอดทน เราเคยเจอวิกฤติหนักยิ่งกว่านี้ยังเอาตัวรอดมาได้อย่างชิวชิว

อนึ่ง...คืนวันก่อน “แม่ลูกจันทร์” ดูข่าวซีเอ็นเอ็นเสนอรายงานพิเศษวิกฤติเศรษฐกิจไทยเป็นสกู๊ปเรื่องยาว

ซีเอ็นเอ็น ฟันธงว่าเงินบาทแข็งจะทำ ให้ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของไทย (ปีละสี่แสนล้านบาท) ต้องกระทบอย่างจัง!!

การที่ค่าเงินบาทแข็งโป๊ก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่อยากเที่ยวเมืองไทย

เพราะต้องควักกระเป๋าแพงขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์!!

“แม่ลูกจันทร์” ยอมรับว่าเงินบาทแข็งกระทบการท่องเที่ยวแน่นอน

แต่ก็ยังมั่นใจว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่ลดลง เพราะค่าครองชีพของไทยยังต่ำกว่าประเทศอื่นในมาตรฐานเดียวกัน

ข้าวหมูแดงจานละ 30 บาท คิดเป็นดอลลาร์ก็แค่ดอลลาร์เดียว

ปะโธ่เอ๊ยย์ แค่นี้บ่นแล้วเรอะพ่อคุณ.

“แม่ลูกจันทร์”

คอลัมน์ สำนักข่าวหัวเขียว