WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 11, 2008

ร.ต.อ.เฉลิม โต้ น.ต.ประสงค์ อดีตนายกฯ ลี้ภัยไม่ได้

ทำเนียบฯ 11 มี.ค. - ร.ต.อ.เฉลิม โต้กรณี น.ต.ประสงค์ ระบุการเตรียมเดินทางไปประเทศอังกฤษ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นการขอลี้ภัยทางการเมือง ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี ที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาระบุว่า การเตรียมเดินทางไปประเทศอังกฤษ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มกราคมนี้ จะเป็นการขอลี้ภัยทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงคดีต่างๆ ว่า การขอลี้ภัยทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้ เพราะสหประชาชาติต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยประกอบว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการขอลี้ภัยในสมัยที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปฏิวัติก็อาจมีเหตุผลที่พอรับฟังได้ แต่ขณะนี้ประเทศไทยได้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น การขอลี้ภัยทางการเมืองจึงไม่สามารถทำได้ และสหประชาชาติคงไม่อนุญาต.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-11 12:25:09

นพดล ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีเหตุผลต้องลี้ภัย

กทม.11 มี.ค. - นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขอยื่นประกันตัวและขออนุญาตออกนอกประเทศต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเพราะต้องการลี้ภัยทางการเมืองว่า ส่วนตัวยังไม่ทราบ และไม่เคยได้ยินเรื่องการขอลี้ภัย แต่เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ มามอบตัวต่อศาลแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะขอลี้ภัย และเห็นว่าการเดินทางไปต่างประเทศเป็นการเดินทางตามปกติเท่านั้น. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-11 12:22:15

สมศักดิ์ ระบุหาก อนุรักษ์ จะยุติการทำงานต้องไม่ให้กระทบพรรคร่วมรัฐบาล

ทำเนียบฯ 11 มี.ค. - ยังคงมีความเห็นต่อเนื่องเกี่ยวกับคดีหวยบนดิน ที่ คตส.ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา และอาจทำให้มีผลต่อการทำหน้าที่ของ 3 รัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดนี้

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และ รอง หน.พรรคชาติไทย ระบุ หาก นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม จากพรรคชาติไทย หนึ่งในรัฐมนตรีที่ถูกกล่าวหาเรื่องคดีหวยบนดิน จะตัดสินใจอนาคตทางการเมืองอย่างไร ต้องหารือภายในพรรคและพรรคร่วมรัฐบาล โดยการตัดสินใจจะต้องไม่กระทบ 2 รัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหาในคดีเดียวกัน.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-11 11:15:09

พล.ท.ประยุทธ์ แจ้ง ทภ.1 ฝึกหนัก อย่าตกใจมีการเคลื่อนไหว

พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ ภายหลังตรวจเยี่ยมกำลังพล ที่กองพลทหารราบ 11 รักษาพระองค์ ว่า เป็นการตรวจเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อดูแลความก้าวหน้า ให้การปฏิบัติเป็นไปตามนโยบายของกองทัพ ซึ่งทหารจำเป็นต้องฝึกหนักตลอดเวลา และต่อจากนี้ไป กองทัพภาคที่ 1 จะต้องมีการฝึก และเคลื่อนไหวในกรุงเทพฯ แต่จะแจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ดังนั้น ขออย่าตกใจ ส่วนที่มีการโจมตีการเดินสายตรวจเยี่ยมกำลังพลทางเว็บไซต์นั้น ไม่ได้ให้ความสนใจ และคิดว่าคงไม่ต้องทำความเข้าใจ


“ผมคงไม่ต้องทำความเข้าใจกับใคร เพราะการฝึกทุกครั้ง ได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชา คือผู้บัญชาการทหารบกแล้ว และเป็นการปฏิบัติในฐานะผู้บังคับหน่วยสูงสุด ถ้าท่านอนุญาต ผมก็ทำได้หมด ถ้าเข้าใจเจตนา หรือเข้าใจว่าทหารทำอะไรอยู่ ก็จะไม่ตกใจ ขณะนี้เราทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุด” พล.ท.ประยุทธ์ กล่าว

พล.ท.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า การที่นำกองพลที่ 2 และกองพลที่ 9 มาร่วมฝึกด้วย เพื่อต้องการให้ได้มาตรฐานเดียวกันทุกกองพล พร้อมย้ำว่า ขออย่าหนักใจ และการมาตรวจครั้งนี้เพื่อมาตรวจและเยี่ยมลูกน้องเท่านั้น เพราะถ้าทหารไม่ฝึก ก็คงทำงานไม่ได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-11 10:52:16

ชูศักดิ์ ระบุไม่เป็นธรรม หากจะให้ 3 รมต.ยุติหน้าที่

ทำเนียบฯ 11 มี.ค. - มีความเห็นหลังจาก คตส. ยื่นเรื่องฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรี และ อดีต ครม.ทั้งคณะ ต่อศาลฎีกา คดีหวยบนดิน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มองว่า หากจะให้ 3 รัฐมนตรี ที่เคยทำหน้าที่ในรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพ และไม่เป็นธรรม

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-11 10:15:25



คตส.จ่อฟันสมัครหลุดเก้าอี้นายกฯ

คตส. จ่อฟันสมัคร สุนทรเวช หลุดเก้าอี้นายกฯ หากส่งฟ้องคดีรถและเรือดับเพลิงเช่นเดียวกับหวยบนดิน ชี้ ต้องใช้บรรทัดฐานเดียวกันตามกฎหมายป.ป.ช.

นายบรรเจิด สิงคเนติ กรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. กล่าวถึงกรณีที่คตส.แจ้งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาการยุติปฏิบัติหน้าที่ของ 3 รัฐมนตรี ที่ถูกกล่าวหาคดีหวยบนดิน ว่า คตส .มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ฉบับที่ 30

ดังนั้น มติ ของ คตส. ก็ต้องเหมือนกับ ป.ป.ช. ซึ่งตามมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบการทุจริตแห่ชาติ ระบุว่า เมื่อป.ป.ช. มีมติว่าข้อกล่าวหาใดมีมูล ผู้ถูกกล่าวหาจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ จนกว่าวุฒิสภาจะมีมติ หรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีคำพิพากษา

นอกจากนี้ คดีดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานในคดีอื่นๆ รวมทั้งคดีการทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของคตส. ที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย ซึ่งก็ต้องว่าไปตามกฎหมายนี้เช่นกัน ทั้งนี้นายบรรเจิด ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กล่าวยืนยันว่า คดีดังกล่าวจะมีความคืบหน้าในอีก 2-3 วันนี้

'ทักษิณ' เตรียมไปญี่ปุ่น บรรยายพิเศษ

วันนี้ (11 มี.ค.) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงภารกิจ ของอดีตนายกรัฐมนตรี หลังเดินทางออกจากประเทศไทย ในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ว่า จะเดินทางไปบรรยายพิเศษตามมหาวิทยาลัยต่างประเทศหลายแห่ง ตามที่มีได้มีหนังสือเชิญมา

โดยเท่าที่ตนเองทราบนั้น ประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะเดินทางไปเป็นประเทศแรก คือ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งครั้งหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เคยไปบรรยายพิเศษ ในวิชา 'Industry and People' หรือ 'อุตสาหกรรมและประชาชน' เป็นเวลา 90 นาที ที่มหาวิทยาลัยทาคุโชวกุ รวมทั้งยังได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยดังกล่าวมาแล้ว ส่วนกำหนดกลับเมืองไทยขณะนี้ยังไม่มีกำหนดที่แน่ชัด แต่ทราบจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงว่าคงจะไม่ใช้ระยะเวลานานเท่าใดนัก

วิสัยทัศน์ แคนดิเดต ปธ.สภาสูง

หมายเหตุ - การประชุมวุฒิสภานัดแรกวันที่ 14 มีนาคม มีวาระสำคัญคือการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา โดยผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ "มติชน" ได้สอบถามวิสัยทัศน์ของผู้ที่คาดว่าจะได้เสนอชื่อประธานวุฒิสภาตามที่ปรากฏในข่าว ดังนี้

นายประสพสุข บุญเดช

ส.ว.สรรหา


"การบริหารองค์กรภายใต้การนำของผม จะทำให้วุฒิสภาเข้าใจในภาระหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ 2550 บัญญัติ คือ การตรวจสอบ และพิจารณากฎหมาย ยึดความโปร่งใสและเป็นกลาง ต้องทำงานด้วยความยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ไม่มีอคติ ต้องเป็นผู้นำทำให้วุฒิสภามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ซึ่งหากประธานวุฒิสภายึดมั่นหลักการดังกล่าวแล้ว สมาชิกคนอื่นก็จะสั่นคลอนยากหากโดนฝ่ายการเมืองแทรกแซง

ทั้งนี้ จะประสาน ส.ว.ทุกฝ่าย โดยเน้นทำความเข้าใจกัน และเชื่อมั่นในสมาชิกทุกคนว่ามีจริยธรรมคุณธรรมอยู่แล้ว จึงไม่เคร่งครัดแบบครูกับนักเรียน และเท่าที่ดู วุฒิสภาชุดนี้ไม่ได้อิงฝ่ายใดชัดเจน รัฐธรรมนูญก็วางกฎกติกาในการเข้ามาไว้ค่อนข้างดี ส่วน ส.ว.เลือกตั้งก็เป็นผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนประชาชนไว้วางใจ องค์ประกอบของ ส.ว.ที่ออกแบบไว้ว่ามาจาก 2 ระบบ น่าจะทำงานร่วมกันได้

ผมจะยึดการทำงานเป็นทีม ทำอะไรจะปรึกษารองประธานทั้ง 2 คน และประธาน กมธ.ทุกคณะ พร้อมเชิญตัวแทน ส.ว.สตรีที่จะประชุมกันวันที่ 11 มีนาคม มาเป็นทีมรองประธานด้วย เพื่อองค์กรจะได้ก้าวไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ทุบโต๊ะแล้วยึดตามความคิดของตนเอง


ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะประเด็นที่มา ส.ว. รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกแบบไว้เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 และประชาชนก็ผ่านประชามติฉบับนี้ ดังนั้น แม้วิจารณ์ว่าบกพร่องก็เป็นเรื่องที่คิดกัน แต่น่าจะลองปฏิบัติดูก่อนอย่างน้อยสัก 1 ปี"

นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง

ส.ว.บุรีรัมย์


"หากผมได้รับการเลือกเป็นประธานสภา ประการแรก จะต้องนำองค์กรนี้ให้มีความสง่างาม และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประการสอง การประสานงานจะต้องประสานงานได้กับองค์กรอื่น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ส.ส. และทางรัฐบาล ซึ่งสามารถที่จะประสานงานกันได้เป็นอย่างดี เพื่อให้การดำเนินงานของวุฒิสภาเกิดประสิทธิภาพ

ส่วนเรื่องที่มาของ ส.ว.ที่มีความแตกต่างกันนั้น เราจะต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกันกับ ส.ว.ทุกคน ซึ่งเมื่อถึงเวลาทำงานเราจะไม่แบ่งแยกได้ ถ้าทะเลาะกันภาพของวุฒิสภาก็จะไม่สง่างาม และทำให้งานเดินต่อไปไม่ได้ ต้องใช้ความสมานฉันท์ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว. นั้น ประเด็นนี้จะต้องพิจารณาร่วมกัน และพูดคุยทั้ง ส.ส. และ ส.ว.สำหรับความเป็นกลางต้องตีกรอบว่าสามารถแยกแยะระหว่างงานในหน้าที่ปฏิบัติ กับความสัมพันธ์ส่วนตัวออกจากกัน"

พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์

ส.ว.สุราษฎร์ธานี


"สิ่งสำคัญที่ผมจะต้องทำคือ การรักษาความเป็นกลางของวุฒิสภา เนื่องจากภายใต้บริบทการเมืองเช่นนี้ ประชาชนจะมีความคาดหวังกับวุฒิสภามาก การวิพากษ์ วิจารณ์การทำงานของวุฒิสภาที่แล้วมาก็ได้มีบทเรียนสำคัญที่ทำให้วุฒิสภาชุดใหม่นี้ต้องทำงานหนัก เพื่อยกระดับความเข้าใจอันดีของประชาชนในหน้าที่ของ ส.ว.อย่างเป็นธรรม

และเนื่องจากเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 มาก่อน จึงรู้งานด้านกฎหมาย อีกทั้งยังเคยเป็นอดีต ส.ว.ด้วย การทำงานโดยไม่ให้การเมืองเข้าแทรกซึมนั้น ไม่น่าวิตกหากมีการทำงานอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาของ ส.ว.ที่ต่างกันนั้น ยังไม่ชัดเจน และต้องศึกษาพูดคุยรายละเอียดกันว่าแก้ไขอย่างไรให้รอบคอบมากที่สุด"

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช

ส.ว.สรรหา


"หากได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา จะอาศัยจุดเด่นที่เป็นคนประสานงานเก่ง และรอมชอมในการบริหารจัดการ จะให้เกียรติสมาชิก และต้องฟังเสียงส่วนน้อยให้มากที่สุด แต่ถ้าจำเป็นต้องลงมติก็ต้องลงมติเพื่อหาข้อยุติ ส.ว.149 คน ประธานต้องให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น และเป็นกลางในการบริหาร ความเป็นผู้นำและเป็นที่ยอมรับจะช่วยในจุดนี้ คิดว่าไม่ยากในการบริหารองค์กรวุฒิสภา เพราะทหารเป็นกองทัพยังบริหารได้ดี

ส่วนการป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองคิดว่าไม่ยาก เพราะ ส.ว.ครั้งนี้ต่างกับ ส.ว.ชุดที่แล้ว เมื่อศึกษาดูพบว่า การแทรกแซงต่างๆ เช่น การเลือกองค์กรอิสระ มาจากความต้องการให้คนที่ตนเองชอบได้รับเลือก แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้วุฒิสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ ไม่ได้ให้เลือก หากกรรมการสรรหายืนยันว่าจะเอาบุคคลนั้น วุฒิสภาก็ทำอะไรไม่ได้ คืออำนาจวุฒิสภาลดลง การแทรกแซงของฝ่ายการเมืองก็ลดลงด้วย ส่วนเรื่องอำนาจการถอดถอน วุฒิสภาเป็นเพียงผู้ตัดสิน ป.ป.ช.จะเป็นพนักงานสืบสวน รัฐธรรมนูญนี้ดีในแง่การออกแบบให้ป้องกันการบล็อคโหวตในสภา และลดการยุ่งเกี่ยวของฝ่ายการเมืองกับวุฒิสภาลงไป ส่วนจุดอ่อนเรื่องการได้มาซึ่ง ส.ว. ผมคล้อยไปในแนวโน้มให้เลือกตั้งทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่า ส.ว.สรรหา 74 คนที่เข้ามาตอนนี้ไม่ดี แต่ควรลองระบบนี้ก่อน 1 ปี แล้วค่อยเปรียบเทียบว่า ระบบ ส.ว.ไทยควรจะเป็นแบบใด ไม่ใช่เข้ามาแล้วจะมาแก้รัฐธรรมนูญกันเลย"

รมว.คมนาคมสั่งการ รฟม.และสนข. เร่งจัดทำแผนรายละเอียดเรื่องของระบบขนส่งรวมถึงการเดินทางสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ รฟม.และสนข. เร่งจัดทำแผนรายละเอียดของระบบขนส่งรวมถึงการเดินทางสำหรับผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้า
นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. เพื่อเตรียมความพร้อมแผนการขนส่งมวลชนระบบราง และระบบการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ โดยให้ 2 หน่วยงาน รวบรวมรายละเอียด เช่น เงินลงทุน ปัญหาต่างๆของโครงการ การศึกษาสิ่งแวดล้อม สถานีรับ-ส่งผู้โดยสาร ในรัศมี 200 เมตร บริเวณสถานีรถไฟฟ้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการรวมถึงระบบขนส่งผู้โดยสารชานเมือง โดยในวันที่ 11 มีนาคมนี้ จะได้รับแผนและรายละเอียดทั้งหมด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึงการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าว่าจะสามารถเปิดขายซองประมูลโครงการรถไฟฟ้าได้ในปี 2551 ทั้งหมด 5 เส้นทาง สายสีม่วงช่วง บางซื่อ-บางใหญ่ จะเปิดขายซองประมูลได้ ปลายเดือนมีนาคมนี้ หรือต้นเดือนเมษายนนี้ สายสีน้ำเงินช่วง บางซื่อ-ท่าพระ เปิดขายซองประมูล เดือนมิถุนายนนี้ สายสีเขียวอ่อนช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และสายสีเขียวเข้มช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ เปิดขายซองประมูล เดือนกรกฎาคมนี้ และสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต เปิดขายซองประมูล เดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง บางซื่อ-ตลิ่งชัน" ระยะทาง 15 กม. ได้มีการเปิดขายซองประมูลโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นจะใช้วงเงินลงทุนประมาณ 2.7แสนล้านบาท

จาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

พปช.ตั้งกลุ่มต้านพันธมิตรฯตอบโต้ตาต่อตาฟันต่อฟัน


นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ชี้ ตั้งกลุ่มต้านพันธมิตรฯตอบโต้ตาต่อตาฟันต่อฟัน

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาแถลงการณ์ ระบุจะเกิดกลียุคอีกครั้ง ว่า ขณะนี้มีประชาชนหลายภาคส่วน ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ ล่าสุดคณะครูอาจารย์และประชาชน ได้เดินทางไปยังกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 111 และ 215 ข้อหาปลุกปั่น ระดมคน ให้รวมตัวกันก่อความไม่สงบ นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง เข้าร้องต่อศาล ให้ยกเลิกการถอนประกันตัวชั่วคราวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร หลังจากที่ศาลตัดชั้นต้นตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทถึง 3 คดีด้วยกัน ส่วนตัวก็อยากให้นายสนธิ สำรวมเลิกก่อความไม่สงบ วันนี้บ้านเมืองมีประชาธิปไตยแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯจะเคลื่อนไหวอีกมีเจตนาอะไรหรือไม่ ทั้งที่ความจริงควรยอมรับสภาพว่า มันไปไม่ไหวแล้ว เปลี่ยนความคิดใหม่ดีกว่า ขาดเหลืออะไรให้มาบอกกัน

" เบื้องต้นได้จัดตั้ง “กลุ่มมหาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย” ขึ้นมา เพื่อติดตามพฤติกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯอย่างใกล้ชิด และมีมาตรการตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ขั้นแรกจะดำเนินการตามช่องทางกฎหมายก่อน หากกลุ่มพันธมิตรไม่หยุดทำการเคลื่อนคนออกมา เราก็จะมีคลื่นมหาชนออกมาเช่นเดียวกัน " นายประชาระบุ