WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 12, 2008

สนธิไฟเขียวอภิสิทธิ์จ้อผ่าน เอเอสทีวี.

นายสนธิ ลิ้มทองกุล เผยพร้อมที่จะให้เวลาผู้นำฝ่ายค้านออกรายการพบประชาชน ผ่านทางเอเอสทีวี. ทั้งนี้ก็ออกมาตอบโต้รองโฆษกรัฐบาล พร้อมกับแฉว่าบรรดาแกนนำพันธมิตรประชาชน
เพื่อประชาธิปไตย ถูกติดตามและดักฟังโทรศัพท์

ภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ทำหนังสือไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อจะขอเวลาในการออกรายการพูดคุยกับประชาชน เหมือนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากทางสถานี

ทำให้วันนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้บริหาร เอเอสทีวี. ออกมาเปิดเผยว่า ทางเอเอสทีวี.ไฟเขียวให้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ออกรายการสนทนาพบปะกับประชาชนได้ เช่นเดียวกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพราะว่านายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งนี้เอเอสทีวี.จะให้เวลาผู้นำฝ่ายค้านเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในช่วงกลางคืนของวันอาทิตย์ หลังจากที่นายสมัครได้ออกอากาศทางรายการสนทนาประสาสมัครเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับนายอภิสิทธิ์ว่าจะตัดสินใจอย่างไร

นอกจากนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ยังออกมาตอบโต้นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล และอดีตแกนนำ นปก. ภายหลังจากที่นายณัฐวุฒิออกมาพาดพิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล เคยไปกล่าวปราศรัยที่อเมริกาว่า ได้ใช้เงินส่วนตัว 400 ล้านบาทในการเคลื่อนไหวชุมนุมเพื่อล้มพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ซึ่งนายสนธิกล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่อยากตอบโต้รองโฆษกรัฐบาล "แต่ไม่ว่า ผมจะต้องไปยืมเงินใครมาหรือไม่นั้นก็ไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่ผมกระทำไปก็เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ไปหนักอะไรใคร"

ทั้งนี้ยังยืนยันว่าตนเองไม่ได้รับท่อน้ำเลี้ยงจากใคร ซึ่งแตกต่างไปจากแกนนำ นปก. ที่เมื่อก่อนไม่เคยมีบ้าน พอชุมนุมเสร็จก็มีพร้อม ทั้งรถและบ้าน รวมถึงบางคนก็ได้เป็นรัฐมนตรีและเป็นบอร์ดบริหารรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตามแกนนำ นปก.ยังกล่าวว่า ขณะนี้บรรดาแกนนำ นปก.กำลังถูกคุกคามจากการถูกติดตามการถ่ายรูป พร้อมทั้งมีการดักฟังโทรศัพท์ ทั้งนี้การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ใช่วิถีทางของประชาธิปไตย (12/03/51)


ณัฐวุฒิโต้พันธมิตรฯ

รองโฆษกรัฐบาลยืนยัน รัฐบาลไม่ได้เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยอดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงไม่เคยมีแนวความคิดที่จะสร้างรัฐตำรวจ พร้อมทั้งเรียกร้องพันธมิตรฯ เปิดเผย
หลักฐานหลังอ้างว่ามีการดักฟังโทรศัพท์ และติดตามกลุ่มแกนนำ

นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รองโฆษกรัฐบาลและอดีตแกนนำ นปก. ได้ออกมาตอบโต้แถลงการณ์ฉบับที่ 3/2551 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซง
กระบวนการยุติธรรม เพื่อพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

พร้อมกับไม่เคยมีแนวความคิดที่จะสร้างรัฐตำรวจ ตรงกันข้างรัฐบาลพยายามทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประชารัฐ ซึ่งเป็นรัฐของประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังระบุว่ารัฐตำรวจหรือรัฐทหารจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบ้านเมืองมีการปกครองในระบอบเผด็จการเท่านั้น

นอกจากนี้ก็ยังได้กล่าวยืนยันในฐานะที่เคยเป็นอดีตแกนนำ นปก.ว่าแกนนำ นปก.ไม่เคยหวังลาภยศสรรเสริญ จากการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ ซึ่งแตกต่างไปจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บางคนสมัยที่เผด็จการมีอำนาจ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สสร. สนช. และรัฐมนตรี

ส่วนกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาเปิดเผยว่า แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ถูกติดตามจากคนบางกลุ่ม พร้อมทั้งถ่ายรูปและดักฟังโทรศัพท์นั้น ก็ขอให้นำเอาหลักฐานข้อเท็จจริงออกมาเปิดเผย เพื่อจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้เป็นการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรฯ แล้วทำไมพลตรีจำลอง ศรีเมือง ถึงไม่มาประชุมด้วย กลับอ้างว่าเดินทางไปประเทศเกาหลี ทั้งๆที่พลตรีจำลองทราบมาก่อนหน้านี้แล้วว่าพันธมิตรฯ จะมีการประชุมใหญ่ในวันนี้ "ผมว่ายามเฝ้าแผ่นดินไม่ต้องมาเฝ้าประเทศชาติแล้ว เพราะว่ามีประชาชนเฝ้าอยู่แล้ว แต่ควรแบ่งขุมกำลังให้ไปเฝ้าพลตรจำลองจะดีกว่า" อย่างไรก็ตาม อดีต
แกนนำ นปก. ยังยืนยันว่า นปก.จะไม่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมอย่างเด็ดขาด และเชื่อว่าประชาชนจะมีวิจารณญาณในการพิจารณาได้ (12/03/51)


'ลูกป๋า'ไม่ไว้วางใจ'ทักษิณ'ถอยการเมืองจริง

'ลูกป๋า' ไม่เชื่อใจ'ทักษิณ';วางมือยุติบทบาททางการเมืองแน่อน อย่ากระพือข่าวพบ'เปรม' หวังผล

พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และคนใกล้ชิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศปฏิเสธที่จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม เพราะต้องทำธุระส่วนตัว ว่า ตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้าพบหรือไม่ แต่หากจะเข้าพบ พล.อ.เปรม ก็ไม่จำเป็นต้องมาออกสื่อ ทำหนังสือเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่มาพูดเพื่อออกข่าว เพราะประชาชนไม่รู้ข้อเท็จจริง อาจทำให้สังคมสับสนได้ ทั้งนี้ สื่อให้ความสำคัญบางเรื่องมากเกินไป ทำให้สังคมสับสน คิดว่าเป็นอันตรายต่อสังคม คงต้องดูว่าการเข้าพบจะเข้าพบเพื่ออะไร ทำไม บางทีหากต้องการเข้าพบไม่จำเป็นต้องออกมาพูดก็ได้ เพราะเป็นประเด็นข่าว
'พล.อ.เปรม ท่านพร้อมให้ใครเข้าพบอยู่แล้ว พบไม่เป็นข่าวก็จะดี เพราะปกติมีคนไปพบท่านมากมาย ทั้งนี้ ผมไม่ทราบข่าว อยากถามว่าทำไมต้องพบจะทำเป็นการเมืองหรือไม่เป็นการเมือง บางทีผู้ที่เมื่อไม่อยู่ในบทบาททางการเมือง ต้องไม่พยายามทำตัวให้เป็นข่าว หากพยายามทำตัวเป็นข่าวแสดงว่ายังไม่วางมือทางการเมือง อยากทำอะไรก็ทำไป ไม่ใช่ทำแล้วต้องมาให้เป็นข่าว ซึ่งเป็นวิถีทางของผู้ที่เป็นนักการเมืองที่ต้องการกระพือข่าว' พล.อ.พงษ์เทพ กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่วางมือทางการเมืองจริง พล.อ.พงษ์เทพ กล่าวว่า ตนไม่อยากวิจารณ์ แต่ให้เป็นข้อคิด บางทีควรจะลดบาทบาทหรือที่ภาษาต่างประเทศเรียกว่าโลว์โฟร์ไฟล์ ต่อข้อซักถามว่า หลังเลือกตั้งได้พบ พล.อ.เปรม และหารือถึงปัญหาการเมืองหรือไม่ พล.อ.พงษ์เทพ กล่าวว่า ตนก็มีงานที่สัมพันธ์กับ พล.อ.เปรม อยู่ เพราะเป็นเลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษ ซึ่งมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่ไม่มีการคุยกันเรื่องการเมือง เพราะไม่อยู่ในบทบาทของแต่ละคนแล้ว ส่วนมากคุยเรื่องอื่น เช่น การเตรียมโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้รุ่นที่ 8 ซึ่งจะเปิดโครงการในวันที่ 27 มีนาคมนี้
ทั้งนี้ พล.อ.พงษ์เทพ กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลการเมืองจะกลับไปแบบเก่าหรือไม่นั้น อยู่ที่ฝ่ายการเมือง คือ ฝ่ายบริหาร หากตั้งหลักถูกก็ไม่ง่ายหรอก ตนเพียงติดตามและภาวนาให้สงบราบรื่น ที่ผ่านมาอดีตรัฐบาลก็พยายามประคับประคองสถานการณ์ และประกาศจุดยืนชัดเจนที่จะให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้น ขณะนี้ขึ้นอยู่กับ 3 ส่วน คือ ฝ่ายบริหารว่าทำอย่างไร 2.ผู้ทำหน้าที่เสนอข้อมูลข่าวสารว่าจะวิเคราะห์ตรงไปตรงมา และชี้แนะให้เห็นข้อเท็จจริงหรือไม่ 3.ประชาชนในการรับรู้ข้อมูลทางตรงและทางอ้อมที่ไม่สับสน
'ฝ่ายบริหารต้องสร้างความชัดเจนให้ได้ ช่วงที่รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ บริหารก็ทำงานลำบาก เพราะต้องห้ามทัพหลายฝ่าย โดนกับตัวรัฐบาลโดยตรงก็มี แล้วก็ผ่านมาได้จนเข้าสู่ระบบ ดังนั้น หากทุกฝ่ายทำอะไรกันอีก ประชาชนก็จะถาม และเขาจะเบื่อการเมือง ทั้งนี้ ประชาธิปไตยแท้จริงไม่มีใครบอกได้ว่า ต้องเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง แต่ทำอย่างไรให้มั่นคง และต้องหาตัวผู้นำที่ดีมีคุณธรรม ไม่มีชนักติดหลัง เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะทำชาติผ่านพ้นวิกฤติได้ สื่อก็มีบทบาทสูงที่จะช่วยบ้านเมือง ตอนนี้เราถูกจูงเข้าใกล้หน้าผาแล้ว ต้องถอยออกมาสักสิบเก้า เพื่อช่วยบ้านเมือง หยุดไม่ให้ตกเหวให้ได้ เพื่อมาอยู่ยอดเนินให้ได้' พล.อ.พงษ์เทพ กล่าว

'พะจุณณ์'ปัดวิจารณ์ทักษิณ

พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศปฏิเสธที่จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพราะต้องทำธุระส่วนตัวว่า 'ไม่รู้นะ แต่ไม่ขอให้ความเห็น เพราะไม่มีความจำเป็น'
เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ยินดีที่จะ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าพบหรือไม่ พล.ร.ท.พะจุณณ์ กล่าวว่า 'ไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่คงไม่มีอะไร และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการติดต่อมาเพื่อขอพบ พล.อ.เปรม และคงไม่มีความจำเป็นต้องมา'

'สมัคร' เมินกลุ่มพันธมิตรฯนัดชุมนุม

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเมินการนัดชุมนุมของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมปฏิเสธไม่ทราบกำหนดการเดินทางไปอังกฤษของอดีตนายกทักษิณ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 28 มี.ค. ว่า ไม่เป็นห่วง เมื่อถามว่า เกรงว่าจะเป็นการก่อหวอดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามว่า “เขาเป็นกบหรือ ถึงได้ก่อหวอด”

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามการส่งตัวแทนเพื่อส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางกลับไปยังประเทศอังกฤษ เพราะตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศอังกฤษวันไหน

สวนดุสิตโพลล์ชี้ปชช.ต้องการปธ.วุฒิสภาจากส.ว.เลือกตั้ง

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทุกสาขาอาชีพในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่ามีความต้องการประธานวุฒิสภาแบบใด จำนวน 1,521 คน ระหว่างวันที่ 10 - 12 มีนาคม 2551 พบว่าประชาชนร้อยละ 40.76 อยากได้ประธานวุฒิสภาที่มีความซื่อสัตย์สุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ร้อยละ 23.38 มีความเป็นกลาง ยุติธรรม ไม่อยู่ฝ่ายพรรคการเมือง ร้อยละ 19.65 เป็นคนที่มีความสามารถ เก่งรอบด้าน นอกจากนี้ต้องการคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดีของสังคม และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่
เมื่อถามว่าต้องการประธานวุฒิสภามาจาก ส.ว.แบบสรรหา หรือแบบเลือกตั้ง พบว่าประชาชนร้อยละ 59.48 เห็นว่าควรเป็น ส.ว.แบบเลือกตั้ง เพราะได้จากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย มีความยุติธรรม โปร่งใส ร้อยละ 32.12 เห็นว่าเป็น ส.ว.แบบสรรหาหรือแบบเลือกตั้งก็ได้ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการเปิดโอกาสเพราะต่างก็เป็น ส.ว.เหมือนกัน และใครก็ได้ที่มีความเป็นกลาง และร้อยละ 8.40 เห็นว่าเป็น ส.ว.แบบสรรหา เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับตำแหน่งได้


จาก hi-thaksin

ทนายทักษิณ มั่นใจแจงศาลฎีกาได้

ทนายทักษิณ มั่นใจสามารถแจงข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อที่ย่านรัชดาได้ พร้อมยื่นขออนุญาตศาลเพื่อนำสืบพยานคดีลับหลังด้วย

นายพิชิต ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท เปิดเผยว่ามีความมั่นใจว่าสามารถชี้แจงข้อหาทั้งหมดได้ รวมทั้งปฏิเสธคำฟ้องทุกข้อกล่าวหา และจะมีการเสนอคำให้การและบัญชีพยานให้กับทางศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้พิจารณา ส่วนกรณีที่อาจจะมีบัญชีรายชื่อบางรายซ้ำกับคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะจะนำสืบนคนละประเด็นกัน ขณะเดียวกันจะมีการยื่นขอให้ศาลนำสืบพยานลับหลังให้กับศาลได้พิจารณา ซึ่งทั้งหมดคงอยู่ที่ดุลพินิจของศาลจะเป็นผู้ตัดสิน

อย่างไรก็ตามมีคณะบุคคลสำคัญที่เป็นถึงอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทยอยเดินทางมาเป็นจำนวนมาก อาทิ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล น.ต.ศิธา ทิวารี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นต้น

ทักษิณ แจงลายลักษณ์อักษรคดีนอมินีกับกกต.

โฆษกประจำตัว ยัน ทักษิณ จะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรกับกกต. คดีพรรคพลังประชาชนถูกกล่าวหาเป็นนอมินีไทยรักไทยและจะไม่เข้ารับฟังคำสั่งคดีเอสซีแอสเสท

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกประจำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือจากกกต. อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ชี้แจงคดีที่พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย แต่เรื่องนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เดินทางไปชี้แจงด้วยตนเอง โดยจะทำเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงแทน เนื่องจาก กกต. เปิดโอกาสให้ชี้แจงด้วยตนเองและเป็นลายลักษณ์อักษรได้ พร้อมกันนี้ ยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ จะให้ความร่วมมือให้ข้อมูลกับ กกต. อย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา ขณะที่ คดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บ.เอสซีแอสเสท ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ ซึ่งจะมีการนัดฟังคำสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะไม่มา
ฟังคำสั่งคดีด้วยตนเองเช่นกันว่าจะมีการฟ้องร้องต่อศาลหรือไม่

นอกจากนี้ นายพงษ์เทพ ยังกล่าวถึงกำหนดการเดินทางไปประเทศอังกฤษของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า จะเดินทางออกจากไทยคืนวันที่ 13 หรือ 14 มี.ค. และจะเดินทางกลับเข้าประเทศวันที่ 10 เม.ย.นี้


พล.อ.สนธิ ระบุปลงเข้าใจชีวิตมากขึ้นหลังหมดอำนาจ

อดีตประธาน คมช. ยืนยันการปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 ไม่สูญปล่า พร้อมปลงเข้าใจชีวิตมากขึ้นหลังหมดอำนาจ

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) ระบุเข้าใจชีวิตมากขึ้นหลังหมดอำนาจ ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ได้พิสูจน์ว่าใครเป็นมิตรแท้ และรักเราจริง พร้อมยืนยันเหตุการณ์ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 ไม่สูญเปล่า เพราะทหารสามารถยุติการนองเลือดระหว่างคนไทยด้วยกันได้ และจากนี้จะขอใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา และไม่มีความคิดจะเล่นการเมือง พร้อมกันนี้ยังไม่รู้สึกกังวลเรื่องการถูกเช็กบิล เพราะตนเกิดที่นี่ และจะขอตายที่นี่ ซึ่ง ชีวิตเคยผ่านความตายมาเยอะแล้ว พร้อมกับเชื่อว่าในอนาคต วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผลของการปฏิรูปที่ผ่านมาของคมช. ให้ประโยชน์หรือให้โทษอย่างไร
ทั้งนี้ขอฝากให้คนไทยทุกคนตื่นตัวทางการเมืองอยากให้เรารักและสามัคคีกันมากกว่าที่เป็นอยู่และหวงแหนประเทศชาติบ้านเมือง ไม่มีชาติไหนจะอยู่รอดได้หากทุกคนลืมชาติตัวเองไม่รักชาติตัวเอง ทอดทิ้งชาติตัวเอง

อดีตประธาน คมช.ระบุด้วยว่าขณะนี้ชีวิตมีความสุขดี สุขภาพก็แข็งแรง มีวิ่งออกกำลังกายบ้าง ตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ บ้าง หรือไม่ก็ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนปุถุชนธรรมดา

สนธิพันธมิตรประชุมจับตารัฐบาล

นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประชุมจับตาความเคลื่อนไหวการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะการแทรกแซงตุลาการและการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

วันนี้เวลาประมาณ 10.00 น.ที่บ้านท่าพระอาทิตย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วยนายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสุริยใส กตะศิลา, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกสัยสุข และนายพิภพ ธงชัย ได้ประชุมร่วมกันเพื่อจับตาความเคลื่อนไหวของรัฐบาลในรอบสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการป้องกันไม่ให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงอำนาจตุลาการ และการปรับโยกย้ายข้าราชการตำรวจ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมประชุม กตล.เมื่อวานนี้

อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตรฯ จะร่วมกันแถลงจุดยืนและข้อเสนอแนะรวมถึงแนวทางการดำเนินการของกลุ่มพันธมิตรฯ อีกครั้งในเวลา 12.00 น.ของวันนี้ (12/03/51)


'ทักษิณ'ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

การพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก ซึ่งมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1 เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยทางอดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่ศาลอนุญาตให้พิจารณาไต่สวนพยานลับหลังได้

เมื่อเวลา 09.30 น. นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน และองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรกสำหรับจำเลยที่ 1 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา จำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ

โดยองค์คณะผู้พิพากษาอ่านและอธิบายคำฟ้องให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีฟัง และสอบถามว่าได้กระทำความผิดในกรณีทุจริตซื้อ-ขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกจริงหรือไม่ และจะให้การต่อสู้อย่างไร ซึ่งพันตำรวจโททักษิณ จำเลยที่ 1 ปฏิเสธตามคำให้การ พร้อมยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณาคดีรับสั่งจำเลยที่ 1 ซึ่งทางอัยการสูงสุดฝ่ายโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องและไม่คัดค้าน องค์คณะผู้พิพากษาพิเคราะห์แล้วจึงอนุญาตให้พิจารณาและไต่สวนพยานลับหลังจำเลยที่ 1 ได้ และให้นัดตรวจพยานหลักฐานพร้อมกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำเลยที่ 2 ในวันที่ 29 และ 30 เมษายน 2551