WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 13, 2008

"สดศรี" ตำหนินำผลสอบกรณี "นอมินี" มาเปิดเผย

กกต. 13 มี.ค.- กกต. เห็นต่าง คดีนอมินี "สุเมธ" เผยอาจมีกฎหมายเทียบเคียงมาประกอบได้ ขณะที่ "สดศรี" ตำหนิ ไม่ควรนำผลมาเปิดเผย ระบุ กกต. ต้องเป็นกลาง ไม่ควรเข้าข้างฝ่ายใด หรือชี้นำทางการเมือง

นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงผลสรุปของคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีกฎหมายเอาผิดได้ แต่คิดว่ามีกฎหมายบางมาตราที่สามารถเทียบเคียงมาประกอบได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงต้องสอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพราะหากลงมติอะไรไป อาจเป็นผลร้ายต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว มายื่นหนังสือชี้แจงแทนก็ได้

“แต่ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการด้วยว่าจะเห็นอย่างไร หากคณะกรรมการพอใจเท่านั้น และ พ.ต.ท.ทักษิณ พอใจที่จะทำเช่นนั้น ก็ทำได้ เท่ากับว่าเราได้ขอให้ท่านมาให้การแล้ว เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่คดีอาญา และบางทีการให้การทางหนังสือ อาจละเอียดกว่ามาให้การด้วยตัวเองก็ได้ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ทำหนังสือชี้แจงมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องขยายเวลา หรือเรียกเอกสารเพิ่ม ถือว่ามีเท่าใดเอาเท่านั้น” นายสุเมธ กล่าว

ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ผลสรุปเรื่องนอมินีถือเป็นความลับทางราชการ ไม่สมควรที่จะเปิดเผย เพราะ กกต. ยังไม่ได้วินิจฉัย อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุเรื่องนอมินีไว้ จะไปเทียบเคียงกฎหมายที่ใกล้เคียงคงไม่ได้ เพราะกฎหมายที่ใกล้เคียงก็ไม่ได้เขียนเรื่องนอมินีไว้ และเมื่อไม่มีกฎหมายว่าไว้ เราจะไปพยายามดึงกฎหมายต่างประเทศมาบอกว่า นอมินีเป็นความผิดคงไม่ได้ ดังนั้น อย่าพยายามใช้กระแสในเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

“กกต. ต้องเป็นกลาง ไม่ควรเข้าข้างฝ่ายใด ซึ่งขณะนี้มี 2 ขั้วอำนาจ คือ อำนาจเก่าและอำนาจใหม่ และการพยายามเปิดเผยข้อมูลเพื่อชี้นำ ไม่น่าเป็นการกระทำของ กกต. และอนุกรรมการฯ เพราะเราต้องไม่มีคำว่าฝ่ายไหน กกต.ต้องยึดตัวบทกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีอคติในพรรคการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น” นางสดศรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไม่มีกฎหมายระบุเรื่องนอมินี ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ใช่หรือไม่ นางสดศรี กล่าวว่า ถ้าจะเอาผิดก็ต้องแก้กฎหมาย ส่วนจะมีการยกคำร้องหรือไม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่ง หากเรื่องนี้ไม่เอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ไม่มีเรื่องที่ยากต่อการตัดสินใจ หรือยากในการวินิจฉัย และว่า “หากจะยัดเยียดให้ผิด ก็ทำได้ทั้งนั้น แต่ขอถามว่า เราสมควรจะมีการเลือกตั้งซ้ำไปซ้ำมา และกินเงินภาษีประชาชนเป็นจำนวนมากอย่างนั้นหรือไม่ การเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้งบประมาณจำนวนมาก การที่จะล้มระบบประชาธิปไตยโดยการใช้ข้อกฎหมาย หรือใช้ข้อกฎหมายที่เทียบเคียงมาล้มพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และใช้อคติเข้ามา คิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. และไม่ใช่วิสัยที่ กกต. พึงกระทำ” .-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-13 15:34:09

เฉลิมแนะอภิรักษ์ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยระบุผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่จำเป็นต้องแสดงสปิริต เพราะใกล้ครบวาระแล้ว ที่สำคัญ คตส. ยังไม่มีการส่งฟ้องศาลฎีกา

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า เรื่องดังกล่าว ไม่ใช่เป็นการแสดงให้เห็นถึงสปิริตของนายอภิรักษ์ แต่เป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ทั้งนี้ยังเห็นว่า นายอภิรักษ์ ยังไม่มีความจำเห็นที่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพราะเพียงแค่ คตส.ชี้มูลความผิด ซึ่งยังมีสิทธิ์ ที่จะชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และหากชี้แจงได้ คตส.ก็อาจจะไม่ส่งฟ้องต่อศาลก็ได้ แต่ถ้าหากถูกส่งฟ้องศาลเมื่อไหร่ถึงจะสมควรที่จะยุติการทำงาน ส่วนตัวอยากให้นายอภิรักษ์ ทำงานต่อไป ไม่จำเป็นต้องแสดงสปิริตอะไร เพราะอายุการทำงานเหลืออีกไม่มาก เดือนกรกฎาคมนี้ก็จะหมดวาระ และต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังบอกด้วยว่า กรณีของนายอภิรักษ์ กับ 3 รัฐมนตรี มีความแตกต่างกัน โดยนายอภิรักษ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโดยตรง เพราะมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดหารถและเรือดับเพลิง ของ กทม. ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการแสดงสปิริต ขณะเดียวกัน ก็ยังได้มีการหยิบยกเรื่องของกรรมการ คตส. บางคน ที่ถูก ปปช.ชี้มูลความผิด แต่ก็ยังไม่ได้ยุติการทำหน้าที่ ดังนั้นจึงไม่อยากให้มาถกเถียงกันในเรื่องของข้อกฎหมาย และไม่ควรที่จะนำกรณีของนายอภิรักษ์ มาเป็นบรรทัดฐาน เพราะการมีบรรทัดฐานจะต้องอยู่บนพื้นฐานครรลองของกฎหมาย และไม่ควรเอาการเมืองมาเป็นตัวตั้ง เพราะนายอภิรักษ์เองก็ใกล้จะครบเทอมแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องพ้นจากตำแหน่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องออกมาแสดงสปิริตอะไรหรอก ส่วนจะเป็นแผนของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับรัฐบาลหรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า ตนไม่เก่งในเรื่องนี้ แต่เก่งในเรื่องทำงาน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่า ชาวบ้านจะรู้ดีว่าการตัดสินใจของนายอภิรักษ์ครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างไร (13/03/51)


'ทักษิณ'ได้ใจไปครอง

ไทมส์ฉบับล่าสุดตีแผ่ชีวิต "เจ๊หมวย" แฟนพันธุ์แท้ "ทักษิณ" ติดใจนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่เอาจริงเอาจัง ในที่สุดได้ลูกชายกลัยอ้อมกอด ซึ่งก่อนหน้านี้หลงเสพติดยามาแล้ว

นิตยสารไทมส์ฉบับรายสัปดาห์ประจำวันที่ 17 มีนาคม 2551 โดยคอลัมน์ที่ใช้ชื่อว่า "Post Card" หรือว่าไปรษณียบัตร ที่เขียนโดยนายฮันนา บีช ที่ได้เขียนถึงนางมติ แซ่อั้ง หรือเจ๊หมวย เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อชื่อดังในจังหวัดเชียงราย ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเล่าให้นายบีช ฟังถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเมืองคนสำคัญของพรรคพลังประชาชนในจังหวัด โดยกล่าวว่ามีความประทับใจนโยบายปราบปรามยาเสพติดของอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากองค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลกถึงมาตรการรุนแรงที่นำมาใช้ ทำให้มีผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสียชีวิตจากการวิสามัญของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามกว่า 2,500 ศพ
โดยเจ๊หมวย กล่าวถึงนโยบายดังกล่าวว่าทำให้เธอได้บุตรชายคืนมาหลังจากที่เคยตกเป็นหนึ่งในผู้ติดยา และเกือบทำให้เธอต้องสูญเสียบุตรชายไป

ทุ่มงบ7แสนล้าน ขยายบีทีเอส3สายรัฐบาลขอทำเอง

“สมัคร” ทุ่มงบ 7 แสนล้านบาทลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ เดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าทั้งระบบ เดินหน้าเพิ่มส่วนต่อขยาย 3 ทิศทาง ได้แก่ “หมอชิต - คลองสี่” “ซอยแบริ่ง – บางปู” และ “สะพานตากสิน – อ้อมน้อย” โยนให้ “มหาดไทย - กทม.” เจรจาเทกโอเวอร์บีทีเอส 3 หมื่นล้านบาท เตรียมลงทุนเฟสแรก 1.9 แสนล้านบาท ผุดโปรเจ็กต์รถไฟฟ้าวงแหวน 100 กิโลเมตรต่อทันที

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน ครั้งที่ 1/2551 ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความชัดเจนโดยรัฐบาลจะเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจ็กต์ระบบรางลงทุนกว่า 7 แสนล้านบาท

พร้อมทั้งมอบหมายกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เจรจากับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด มหาชน ที่ดำเนินการรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยคาดใช้เงิน 3 หมื่นล้านบาทเพื่อเข้าบริหารกิจการเอง ขณะเดียวกันเตรียมส่วนต่อขยายเส้นทางออกไปอีก 3 ทิศทาง (รายละเอียด รายงานพิเศษ หน้า 2)

“เราจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว และได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะต่อขยายจากบีทีเอสออกไป โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องยากเย็น เนื่องจากสัมปทานอยู่ที่ กทม.” นายสมัคร กล่าว และว่า รัฐบาลจะดำเนินการทันทีในโครงการขยายเส้นทางต่อจากโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสทั้ง 3 ทิศทาง คือ จากหมอชิต – สะพานใหม่ – คลองสี่ จากซอยแบริ่ง – ปากน้ำ - บางปู และจากสะพานตากสิน – บางหว้า - อ้อมน้อย ทั้งนี้ ทางรัฐบาลจะเข้าไปซื้อกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอสมาดำเนินการเอง

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ - บางใหญ่ จะเริ่มเปิดประมูลทันทีเช่นกัน ขณะที่ส่วนต่อขยายเส้นทางโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงจะเข้ามาร่วมมือในโครงข่ายขนส่งมวลชนด้วย โดยจะเป็นเรื่องของรถไฟชานเมือง ที่จะมีรถไฟวิ่งจาก จ.พระนครศรีอยุธยาเข้าบางซื่อ จาก จ.นครปฐมเข้าบางซื่อ และจาก จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านหัวหมาก ผ่านสะพานเสาวนีย์ และไปถึงที่บางซื่อ และไปถึงหัวลำโพง

นายกฯ กล่าวต่อว่า ภายในปีนี้ คาดว่าจะขายแบบก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว 3 สาย ได้ ในขณะเดียวกัน โดย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการรถไฟใต้ดินระยะทาง 20 กิโลเมตร คือ จากบางซื่อถึงหัวลำโพง และจะทำใหถูกต้องตามกฎหมาย

“รัฐบาลจะเอาเงินไปใช้หนี้ โดยรัฐบาลจะถือหุ้น 89% ขณะที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะขอเอาอันนี้คืนมา ซึ่งประโยชน์จะเกิดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว คือ รถไฟฟ้าบีทีเอส 24 กิโลเมตร 3 แฉก มีสถานีมาตรฐาน 21 สถานี สามารถจอดได้ 6 ตู้ เพื่อรับคนจากชานเมืองเข้ามาในเมือง” นายกฯ กล่าว

ส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว คือการเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ได้มีการเปิดประมูลไปแล้วจะดำเนินการก่อสร้างภายใน 2 เดือนข้างหน้านี้ จะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 42 เดือน โดยเป็นรถไฟขนาด 1 เมตร แต่ตัวรถจะเป็นรถโดยสารช่องทางเดิม ทำใหม่รถโดยสารนั้นเป็นรถใหม่สำหรับทางเดิม ซึ่งจะไม่เกี่ยวกับรถไฟ แต่จะใช้ทางรถไฟที่ทำขึ้นมาใหม่

นอกจากนี้ กำลังจะเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นลำดับต่อไป ทั้งนี้ หลังจากดำเนินการได้ครบทั้ง 4 ทิศทางแล้วในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าวงแหวนระยะทาง 100 กิโลเมตร ตามแนวถนนรัชดาภิเษกขึ้นมาอีกด้วย
นายกฯ ยังระบุเพิ่มเติมถึงงบประมาณลงทุนกว่า 7 แสนกว่าล้านบาท โดยมีระบบนำเงินมาจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) ที่อนุมัติให้กู้ทั้ง 5 โครงการ เป็นเงินกู้ผ่านในประเทศ

ด้าน นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า โครงการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าเฟสแรกคงจะใช้เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 1.9 แสนล้านบาท โดยมาจากแหล่งเงินทุนในประเทศ 53% จากการออกพันธบัตรระยะยาว 30 ปี ประเดิมในวงเงิน 5 พันล้านบาทในเดือน เมษายนนี้ หลังจากนั้นจึงพิจารณาวงเงินที่จะออกพันธบัตรในระยะต่อไป หรืออาจจะออกเป็นพันธบัตรออมทรัพย์

ส่วนเงินลงทุนอีก 47% เป็นเงินกู้จากเจบิค จำนวน 8 - 9 หมื่นล้านบาท โดยในวันที่ 30 มีนาคมนี้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะเดินทางไปลงนามในสัญญาเงินกู้และสัญญาค้ำประกัน เพื่อใช้สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง, สายสีน้ำเงิน และสายสีแดง

สำหรับในเฟสที่สองจะใช้เม็ดเงินลงทุนอีก 5.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นแหล่งเงินทุนในประเทศ 40% และเงินกู้จากต่างประเทศอีก 60%

'เฉลิม'ชี้ช่อง'สนธิ'ติดคุกสูง

มท.1 เตือน "สนธิ" ระวังติดคุกคนเดียว หากออกมาเคลื่อนไหวโดยไม่ศึกษาเงื่อนไขของศาล ยืนยันไม่เคยลืมข้าวแดงแกงร้อนที่จุนเจือมาในอดีต รังเกียจแต่อย่างใด

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมประมาณปลายเดือนนี้ว่า ไม่รู้สึกหนักใจ และขอให้ดำเนินการได้อย่างเต็มที่ แต่เห็นว่าไม่ควรเอาเรื่องการโยกย้ายมาเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะกรณีของ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ และ พล.ต.ท.ชะลอ ชูวงศ์ เพราะในอดีตถูกโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. และหากจะมีการชุมนุมกันจริง ก็จะไม่มีการสกัดกั้นประชาชนให้มาร่วมชุมนุม เว้นแต่ประชาชนไม่เข้าใจเรื่องอะไร ก็ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ ยังแสดงความห่วงใยผ่านสื่อมวลชนไปถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยว่า ขณะนี้ถูกศาลตัดสินจำคุกไป 3 คดีแล้ว ดังนั้น หากจะพูดอะไรก็ควรระมัดระวัง เพราะการยื่นประกันตัว ศาลก็มีการตั้งเงื่อนไขไว้หลายเรื่อง การจะทำอะไรก็ควรพิจารณาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้น อาจจะต้องเข้าเรือนจำทันที พร้อมยืนยันไม่เคยลืมบุญคุณที่นายสนธิเคยช่วยเหลือไว้ในอดีต และไม่เคยเกลียด แต่ที่ต้องออกมากเตือน เพราะกลัวว่า นายสนธิ จะติดคุกเพียงคนเดียว และถ้าเป็นไปได้ก็จะขอคุยด้วย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเรียกร้องให้ สส.ในพรรคการเมืองบางคน ที่ออกมาเคลื่อนไหวโจมตีรัฐบาล ทบทวนตัวเอง ดังนั้น จึงไม่ควรที่จะใช้สถานะอื่นมาเคลื่อนไหวอีก

‘ทักษิณ'พร้อมครอบครัวไหว้พระทำบุญที่อยุธยาฯ

วันนี้ (13 มี.ค.51) เวลา 11.00 น. พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนายพานทองแท้ ชินวัตร เดินทางไปไหว้พระที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนสนิท อย่าง นายเนวิน ชิดชอบ ให้การต้อนรับ
ทั้งนี้ ทันทีที่อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางขึ้นไปยังวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต ได้จุดธูปจำนวน 2 ดอก เพื่อไหว้พระ จากนั้น พันตำรวจโททักษิณ และครอบครัวเข้าไปไหว้หลวงพ่อโต โดยมีการห่มผ้าสะเดาะเคราะห์ ตามความเชื่อของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคนทั่วไปว่า หากใครได้ห่มผ้าแล้วจะพ้นจากสิ่งชั่วร้าย และไม่มีอันตราย จากนั้น พันตำรวจโททักษิณ ตีกลองด้วยมือเปล่า จำนวน 9 ครั้ง และเดินวนรอบองค์พระหลวงพ่อโต ก่อนที่จะหยุดรดน้ำมนต์ และถวายจตุปัจจัยจำนวน 1,000 บาท เพื่อสมทบทุนในการบูรณะ
สำหรับการเดินทางมาไหว้พระดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ (12 มี.ค.51) พันตำรวจโททักษิณ เดินทางไปขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา จึงอาจเป็นไปได้ว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้หายกังวลใจได้คือการทำบุญไหว้พระ


จาก hi-thaksin

ปล้น (1)

อธิบายได้ว่า..
ถึงแม้ว่า..การซื้อรถซื้อเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ที่กลายเป็นคดีความต่อเนื่องกันมายาวนานถึง 3 รัฐบาล และพัวพันไปถึงพรรคการเมืองอันดับ 1 และอันดับ 2 ของประเทศ คือ พรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์
ผู้แทนราษฎรของทั้ง 2 พรรค..ต่างเป็นผู้กล่าวหาและเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของเรื่องนี้..จนถึงวันนี้..เรื่องนี้ก็ยังเป็นปัญหา..
ว่ากันว่าสูตร..6:2:2 ของตัวเลข..ที่รู้กันทั่วทั้งกรุงเทพมหานครว่าเป็นสูตรแบ่ง..สมบัติของใคร..6:2:2 ไม่ใช่ร้อยละ 10 ของตัวเลข..รายได้ที่เกิดจากรายจ่ายในงบประมาณแผ่นดิน หรือการจัดซื้อจัดจ้าง
แต่เป็นตัวเลขของ..รายได้ที่แบ่งกันออกไปเป็น 6 ส่วนของนายคนหนึ่ง และอีก 2 ส่วนกับอีก 2 ส่วนนั้น..มันเป็นตัวเลขของ "รัก-ยม" ที่เกาะอยู่ข้างกายนายใหญ่
มาถึงตัวเลข 8,300 ล้าน..จะถูกแบ่งออกมา 4,000 ล้านบาท..ถูกกำกับการแสดงให้ตกแต่งเป็นชิ้นส่วนละ 500 ล้าน คูณไปด้วย 6 ส่วน อีก 1,000 ล้าน..กันไว้เป็น..งบกลาง..
ว่ากันว่า ส่วนที่ยังเหลือ..4300 ล้าน..1 ส่วนใน 3 ส่วน..ก็ยังเป็นเค้กก้อนใหญ่..ที่กลายเป็น..งบซ่อนเร้น..ตกอยู่ในมือที่มองเห็น..มองเห็นตัวกันเป็นๆ
รถเรือดับเพลิง..ชุดนี้เกือบจะไม่เป็นปัญหา..หากว่าการซื้อขายที่สะดุดหยุดอยู่นั้น..มันหยุดกันไปเลยในระหว่างที่กรุงเทพมหานครกำลังจะเปลี่ยน..ผู้บริหาร..
แต่เพราะ..ตัวเลขมันยั่วใจ
และมีความจำเป็นที่จะต้องเอาไปจับจ่ายใช้สอยในเทศกาลการเลือกตั้งครั้งใหญ่...การตัดสินใจตายดาบหน้าจึงเกิดขึ้น
รายการขุดป่าช้า..พลิกฟื้นเรื่องราวขึ้นมาจึงเกิดขึ้น..ทำให้กลุ่มคนทำผิด..ที่ยังไม่ได้ทำผิด ต้องมาติดร่างแหไปด้วย..
ทำท่าจะซวยกันไปตั้งแต่หัวจรดหาง..
งานนี้ต้องนับถือฝีมือ..ขอ..คตส. ..ถึงแม้จัยอมตัด อภิรักษ์ โกษะโยธิน ออกไปจากคดี..แล้วดำเนินคดีกับ..อีกส่วนหนึ่ง..
แต่พอถึงที่สุดแห่งคดีแล้ว..ก็จะวกกลับเข้ามาเหมือนบูมเมอแรง ที่ร่อนเข้าหาผู้สั่งซื้อสั่งจ่าย
คอร์รัปชั่นใช้ไม่ได้กับคดีนี้..เพราะนี่คือการ "ปล้น"


พญาไม้

////////////////////////////

คอลัมน์:พญาไม้ ทูเดย์ ...

จากหนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ วันที่ 14 มี.ค. 2551

'เฉลิม'จี้'สุรยุทธ์'คืนที่ดินเขายายเที่ยง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สั่งผู้ว่าฯตรวจสอบการบุกรุกที่ดิน พร้อมทั้งชี้กรณีที่ดินเขายายเที่ยงของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นที่ป่าสงวน ดังนั้น หาก พล.อ.สุรยุทธ์ คืนที่ดิน เรื่องก็จบ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งตรวจสอบการบุกรุกที่ดิน โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ไม่มีการยกเว้น ต้องตรวจสอบสิทธิการครอบครองอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ กรณีที่ดินเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมาของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นที่ป่าสงวน ออกโฉนดและโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ดังนั้น หาก พล.อ.สุรยุทธ์ คืนที่ดิน เรื่องก็จบ เพราะพล.อ.สุรยุทธ์ ไม่มีเจตนาที่จะบุกรุก และโดยส่วนตัวแล้วจะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะอาจถูกกล่าวว่าเข้าไปกลั่นแกล้งอดีตนายกรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงการบุกรุกที่ดินที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า เป็นการบุกรุกโดยนายตำรวจ เพื่อที่จะทำคอกม้าและบ้านพัก เตรียมสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด และอธิบดีกรมที่ดิน ดำเนินการ คาดว่าจะมีความคืบหน้าภายใน 15 วัน

ผบ.ทบ. เชื่อ การนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร จะไม่เกิดความรุนแรง ยืนยันไ ม่งัดแผนปฐพี 149 และพ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เชื่อ การนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ จะไม่มีความวุ่นวาย หรือ เกิดความรุนแรง เพราะเงื่อนไขไม่เพียงพอที่จะสร้างความรุนแรงได้ จึงเป็นเพียงการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ได้มองว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อเหมือนสมัยรัฐบาลทักษิณ แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้การชุมนุมอยู่ภายใต้
กรอบของกฎหมาย ซึ่งหากในการกระทำอันใดที่ก่อให้เกิดความวุ่นวาย เห็นว่าทุกฝ่ายควรลดลาวาศอกเป็นการดี

อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งผู้บัญชาการทหารบก ระบุ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาลงที่จะเข้าไปดูแล โดยเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการเตรียมการนำแผนปฐพี 149 มาใช้ รวมทั้ง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร


สมศักดิ์ รับลูกส่งเรื่องตีความคุณสมบัติ สุเมธ ให้ประธานรัฐสภาแล้ว

กทม. 13 มี.ค.- นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฏร เปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องที่กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชาชน ยื่นขอให้รัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของนายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฏร ในฐานะประธานรัฐสภา ไปแล้ว แต่ยังไม่ได้พบกับนายยงยุทธ จึงไม่ทราบว่านายยงยุทธมีความเห็นอย่างไร


อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อประธานรัฐสภาไม่ได้ทำหน้าที่ ก็น่าจะเป็นเรื่องของรองประธานวุฒิสภา ซึ่งจะมีการเลือกในการประชุมวุฒิสภา วันพรุ่งนี้ (14 มี.ค.) จะเป็นผู้พิจารณาในฐานะรองประธานรัฐสภา

“ผมในฐานะรักษาการประธานสภาฯ เมื่อมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกทั้งหมด ยื่นเรื่องให้พิจารณา ก็มีหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์ ส่งเรื่องไปประธานรัฐสภา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนายยงยุทธ ว่าจะพิจารณาอย่างไร ไม่ใช่หน้าที่ของผม คงวิพากษ์วิจารณ์อะไรไม่ได้” นายสมศักดิ์ กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-13 13:50:48