WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 17, 2008

ปัดฝุ่น'ประกาศสงครามยาเสพติด'21 มี.ค.ตามยุค'ทักษิณ'

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปมอบนโยบายและรับฟังสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือโดยมี นายปรีชา กมลบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการตำรวจ ทหาร เข้าร่วมสรุปสถานการณ์ที่ จ.เชียงราย และประเมินเหตุการณ์ของยาเสพติด หลังพบยังมีการระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดยังทวีความรุนแรง โดยกว่าร้อยละ 50 ของยาเสพติดทะลักเข้าสู่ชายแดนด้าน จ.เชียงราย เนื่องจากมีโรงงานผลิตจำนวนมากในประเทศเพื่อนบ้านอยู่ใกล้แนวชายแดนด้านนี้ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีการปลูกฝิ่นอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้น ยาเสพติดประเภทยาบ้า เฮโรอีน และยาไอซ์ จึงค่อนข้างหลั่งไหลเข้ามาในปริมาณที่สูง ประกอบเล่ห์เหลี่ยมในการขนลำเลียงของแก๊งยาบ้า และยาเสพติด ได้เกิดรูปแบบเกิดขึ้นมาใหม่ อทิเช่น จากการตรวจค้นนั้น พบมีการซุกซ่อนไว้ในถังน้ำมันรถยนต์ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับได้ยาก ดังนั้นในวันที่ 21 มีนาคม นี้ รัฐบาลจะประกาศสงครามกับยาเสพติดอีกระลอกตาม การดำเนินการตามนโยบายในยุคของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องยอมรับว่า ได้ผลมาแล้วครั้งหนึ่ง

ส่วนที่หลายฝ่ายเป็นห่วงว่า การดำเนินการดังกล่าว จะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น รมว.ยุติธรรม ระบุว่า คงไม่มีปัญหาอะไรเพราะการดำเนินการเป็นรูปแบบของการปฏิบัติการตามกฎหมายและข้อเท็จจริง

พันธมิตรผูกขาด!

‘กลียุค'ระบอบทักษิณ ระบบทักษิโณมิกซ์ ล่าสุดบัญญัติศัพท์ไพเราะ เพราะพริ้งสะดุดหูติดตาเผด็จการทุนนิยมสามานย์ นี่คือเครื่องมือหากินก่อม็อบชนม็อบศตวรรษที่ 21 พันธมิตรเปิดฉากดีเดย์ปลายเดือนมีนาคมนี้ ขับเคลื่อนไล่รัฐบาลที่มาจากการรับเลือกตั้งของประชาชนตามวิถีประชาธิปไตยโดยตรง มีข้อหาไม่ถูกอกถูกใจเรื่องปรับย้ายข้าราชการระดับสูง 4-5 คน คือหัวข้อโจมตีขับไล่อย่างเอาเป็นเอาตายชนิดไม่เผาผีตั้งแต่หัววัน มันช่างแปลกประหลาดใจพิลึกว่าระดับไอคิวของปัญญาชน ชนชั้นกลางหน้าโง่ แกล้งโง่ หรือโง่จริงไม่ทราบได้ หันรีหันขวางเอาทั้งต่อหน้า และลับหลังกลุ่มรากหญ้า หมายถึงประชาชนตั้งหาเช้ากินค่ำหาค่ำกินเช้า ประเภทหัวอกคนเดียวกันตั้งใจเลือกนโยบายพรรคมากกว่าความหล่อเหลาทางกายภาพ มีความผิดหัวคิวทางการเมือง ก้าวย่างจัดตั้งกลุ่มก๊วนพันธมิตรเพื่อบั้นท้ายประชาธิปไตยงัดยุทธวิธีข้างถนน แปลความหมายของแนวรบแบบอารยะขัดขืน เฉกเช่นหัวโจกแถวหน้าของกลุ่มมนุษย์พันธุ์พิเศษ จัดคิวว่ารัฐเผด็จการทุนนิยมแบบสามานย์ว่ากันเข้าไปเถอะ

ที่กล่าวมาข้างต้นมันสื่อทั้งหัวทั้งหางระบอบประชาธิปไตยไทยๆ อำนาจที่แท้จริงมาจากกลุ่มอำนาจแฝงเร้นภายนอกมากกว่าอำนาจประชาชน ชัดที่สุดพวกอำมาตยาธิปไตยชนิดฝังหัวว่า พวกกูคือเจ้าของอำนาจตัวจริงที่มองไม่เห็นการสั่งการล้มขัดขวางอำนาจที่โหวตเลือกมาด้วยซ้ำไป มองให้ทะลุเข้ากระดูกดำในห้วงเวลานี้มันช่างคล้ายคลึง ระบบเผด็จการผูกขาดระบอบประชาธิปไตย ชนิดตีความเข้าข้างใดใครก็ถูกหมด

วลีความหมายที่ว่า ‘ประชาธิปไตยมิใช่โสเภณีที่ใครๆ เวทีปลุกใจของเหล่าพันธมิตรทั้งหลาย จะเอามาครอบครองเอาเป็นเมียได้ตามชอบใจ อีแอบอ้างอิงประชาชนหากินไปเรื่อยๆ มันเลวน้อยกว่าทุนเผด็จการสามานย์จริงเท็จประการใด ช่วยตอบที'

ลำดับทบทวนความจำครั้งหนึ่งผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวันชุมนุมขับไล่อดีตนายกฯทักษิณ ณ.บริเวณสี่แยกมิสักวันข้างกระทรวงศึกษาธิการเยื้องทำเนียบรัฐบาล นายสนธิ ลิ้มทองกุล ตีบทแตกเล่นบทเป็นเอาสถาบันที่คนไทยเทิดทูนมาหาเสี้ยงชีพรายวันรายคืน โดยแต่ละช่วงวันเมื่อมีหัวข้อบิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายสนธิไม่รั้งรอที่หยิบฉวยมาโจมตีไม่เลือกโมงยาม ผมเห็นยุทธวิธีเฮงซวยในเกือบทุกครั้งที่ขึ้นปราศรัยเคลื่อนโจมตี โดยเอาประชาชนคนไทยที่มีความอ่อนไหวที่ใครกล่าวว่าร้ายสถาบันมาปลุกระดมทุกทีไป ลีลาโดยท่อนอุกซ้ายฮุกขวาลงเอยด้วยลูกสร้อยปลุกเร้าลงท้ายมักจะตะโกนปาวประกาศเสมอว่า 'พี่น้องครับ ไอ้ทักษิณมันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกแล้วครับพี่น้อง' โจษจานจนจำติดหนังหัวขนลุกขนพอง

นี่คือตัวตนสันดานดิบ ทิดสนธิ ที่หาจุดสมดุลหาเหยื่อมาสังเวยเป้าหมายสังหารที่ขุดหลุมเตรียมฝังศัตรูยืมสถาบันประหัตประหารจุดละเอียดอ่อน ที่คนไทยพลาดพลั้งของพวกก่อการปฎิวัติรัฐประหารตั้งหัวข้อฆ่าคนที่ยืนอีกฝั่งฝาหนึ่งเสมอมา นายสนธิมักหยิบยืมเอาสถานการณ์สร้างวีรกรรมวีรชนอวดสู่รู้แก่พรรคพวกคนที่เอามาเป็นพวก หากใครไม่ลืมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ครั้นนั้นสื่อต่างๆ ลงข่าวต่อต้านขับไล่เผด็จการรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นักปลุกระดมข้างถนนด้านจิตวิทยามวลชนเครือนสพ.ผู้จัดการ แจ้งเกิดบันดล มองลงไปล้วงลึกต้นตอหักโค่นคาใจของทหาร 2 รุ่น คือ รุ่น5 และรุ่น7 เป็นต้นเรื่อง มีตัวละครหน้าเดิมๆ สไตล์ปีศาจ ไล่เรียงผู้นำประท้วงอดข้าวอดน้ำ 7 วันยอมตายเสียสัตย์แถลงข่าวสลับสับเปลี่ยนยกสถานการณ์เปลี่ยนต้องรีบแก้เกมยุทธวิธีรบใหม่

ไม่มีใครไม่รู้จักตัวละครเอกพล.ต.จำลอง ศรีเมือง ชั่วข้ามคืน อีกทั้ง พลพรรคสมาชิกนายทหารรุ่น7 นับเนื่องพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เสริมส่งหน่วยกำลังบำรุงทั้งบนดินใต้ดิน อาวุธร้ายที่ดำมืดกำความลับเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดีที่สุดคนหนึ่งว่าใครทำอะไรกับใคร ประชาชนตกเป็นเหยื่อสังหารเกมแห่งอำนาจเข่นฆ่าล้มตายมากครั้ง ...ปมเงื่อนความลับนี้จากปากคำ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ลูกป๋าคนสนิท วันหนึ่งจะเปิดเผยความจริงนี่คือที่มาของคำเรียกขับขาน ...โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ...ยุคมือที่มองไม่เห็นผสมโรงยุคเท้าที่มองไม่เห็นเข่นฆ่าเครื่องเซ่นทางการเมือง ระหว่างอำนาจเก่ากับอำนาจใหม่ ในเวลานี้เกิดจากน้ำมือปีศาจตนใดมิทราบครับ

ที่พูดมาข้างต้นพอเห็นภาพว่าทิดสนธิ ลิ้มทองกุล วิธีการลื่นไหลมักหายุทธวิธีโจมตีแทรกตัวเข้าผูกเรื่องเชื่อมทอดสะพานสร้างมิตร กับตัวละครตั้งแต่วิชาการชักว่าวเก่งแต่งเพล๊อตเรื่องเก่งมาอยู่ใต้อาณัติ ซึ่งแสดงตนอย่างเปิดเผยทั้งบันไดไต่เต้าด้านชื่อเสียงเกียรติยศวิชาการมาประดับรายล้อมรอบกายทุกครั้งไป

จึงมิพักแปลกประหลาดใจว่าตัวละคร 5 พันธมิตร ต่างกอดรัดฟัดเวี่ยงอุดมการณ์อย่างเอาเป็นเอาตาย หนีตายแทนญาติวีรชนทุกทีไป

1. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ฉายานามจอมหลักการชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปไตยฝากประทับรอยหน้าผากไม่รู้ลืม ‘พาคนไปตาย' ยังลบคำสพประมาทลบลายเสือเฒ่าไม่ตกเสียที ต้องจำอวดร่วมงานญาติวีรชนไถ่บาปทุกปีไป

2. นายพิภพ ธงไชย นักเล่าคัมภีร์ประชาธิปไตยจอมปลอมพูดผ่านนสพ.บางกอกโพสต์ (คงคิดว่าคนไทยอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก) สุดท้ายแสดงความเฉิ่มตัวตลกประชาธิไตยแบบไทยๆ ประโยคที่กล่าวกับนสพ.ถ่ายทอดสรุปที่พูด 'ไม่มีหนทางอื่น นอกเสียจากการปฎิวัติรัฐประหาร' มึนงงอารมณ์ต้องการขับไล่พล.อ.สุรยุทธ์ ลงจากเก้าอี้นายก เสมือนหนึ่งรับงานใครมาอีกทอดหนึ่ง

3. สมศักด์ โกสัยสุข สหภาพกรรมการบอร์ดรถไฟ ผลประกอบการขาดทุนทุกปี รัฐจัดสรรงบอุดหนุน อีกแหล่งหนึ่งที่กลุ่มผลประโยชน์คนในไม่อยากออก คนนอกยากที่จะเข้าถึง คู่หูอีกแก๊งนายเพียร ยงหนู ปธ.สหภาพการไฟฟ้า ผลประโยชน์ที่รัฐฯ ไม่กล้าแตะแกนนําพันธมิตร

4. นายสุริยะใส กะติศิลา ลูกมือนายพิภพ ธงไชย เคยรับน้ำเลี้ยงรายเดือนจากเจ้าของปูนทีพีไอ เหมาจ่ายเวทีพันธมิตรวันละหลายๆล้านต่อวัน

5.นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ คนเอียงข้างพรรคประชาธิปัตย์ ฝากฝั่งไฟเขียวนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ตรวจสอบความผิดคนอื่น พรรคต้นสังกัดทําความเสียหายปรส. 8 แสนล้านบาท (ซื้อถูกขายแพง) รัฐสูญเสียเงินภาษีอากรประชาชนเมินเฉย สปก.4-01 ปล้นที่ดินไปแจกคนรวยพรรคพวก ไม่ไปแจ้งจับไล่ออกจากพรรคศาลฎีกาพิพากษาตัดสินชี้ขาดแล้ว อภิปรายไม่ไว้วางใจใบต่างด้าวปลอมเอกสารเท็จไม่ประณามไล่ออกจากสมาชิก นิสัยช่างไม่แตกต่างเทือกเถาเหล่ากอเข้าข่ายชอบเอาดีใส่ตัว โยนความผิดให้คนอื่น สันดานเหล่านี้นายสมเกียรติ ไม่เคยปริปากกล่าวโทษคนที่ทำความเสียหายแก่ประเทศชาติแม้แต่น้อยนิด

ไหนๆมีเกร็ดเล่าย้อนหลังเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 แม้แต่จะเอาน้องชายตัวเองไปเข้าห้องน้ำห้องท่า นายสนธิยังอุทานชนิดสะอิดสะเอียนว่าทําไม 'ชีวิตกูต้องมาเจอความลำบากลำบนต้องเจอะเจอห้องเฮงซวยแบบนี้ด้วยว่ะ' นี่คือชีวิตนักบู๊ล้างผลาญข้างถนนเมื่อไม่สบอารมณ์ใคร อยากได้ อยากอยู่ อยากเป็น ชีวิตนี้ขออุทิศเพื่ออะไรทั้งหลายแหล่ มันคือนิยายน้ำเน่า อุทานเช่นนี้ฟ้าดินได้ยินปิดไม่มิดแน่ใจว่า อาสาปกป้องผลประโยชน์ประชาชนชนิดไม่ลืมหูลืมตา ผูกติดผูกขาดความรักชาติต่อสู้เพื่อสถาบันไม่มีอำนาจสามานย์ยุแหย่มือที่มองไม่เห็นนับว่าแย่ ยังต้องเจอเท้าที่มองไม่เห็นขนานใหญ่ๆ โตๆ เข้าให้อีก โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจหลงเชื่อแล้วเจ็บตัวอีก

นี่คือตัวตนสันดานดิบทิดสนธิ ที่หาจุดสมดุลหาเหยื่อมาสังเวยเป้าหมายสังหารที่ขุดหลุมเตรียมฝังศัตรูยืมสถาบันประหัตประหาร นายสนธิมักหยิบยืมสถานการณ์สร้างวีรบุรุษแก่พรรคพวกคนที่เอามาเป็นพวก หากใครไม่ลืมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ครั้นนั้นสื่อต่างๆลงข่าวต่อต้านขับไล่เผด็จการรัฐบาลพล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนักปลุกระดมพลด้านจิตวิทยามวลชนเครือนสพ.ผู้จัดการ แจ้งเกิดบันดล มองลงไปล้วงลึกต้นตอหักโค่นสนิทคาใจของทหาร 2 รุ่น ( รุ่น 5 และรุ่น7 ) ก่อการดำเนินเรื่อยมาเท่านั้นเอง

ถามหน่อยเถอะเจ้าพระคุณทิดสนธิ ลิ้มทองกุล ถามตัวจริงชัดเจนดังนี้ครับ

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยถือเตารีดไถ่นาบต่อหน่วยงานอื่นใดบีบมาลงหน้าโฆษณาหนังสือพิมพ์ตัวเอง

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยเอาเงินชุบเลี้ยงนักการเมืองเพื่อต่อรองแลกกับผลพวงแห่งผลประโยชน์ของสองฝ่าย

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตเคยให้เงินคนทุกวงการเพื่อความเสน่ห์หาเอื้อเฟื้ออาทรโดยลำพังไม่คิดหาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยตบทรัพย์นักการเมือง ตามที่ก่อนหน้าที่ด่ากราดสื่อด้วยกันเองว่าขายตัวขายจิตวิญญานของความเป็นสื่อ

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตประกอบเลี้ยงชีพสื่อมีจรรยาบรรณจริยธรรมสื่อครบถ้วน

นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล้าสาบานว่าในชีวิตไม่เคยปั่นหุ้น

ทิดสนธิ ลิ้มทองกุล พูดดังฟังชัดทุกที ‘ผมเป็นคนชอบศึกษาประวัติศาสตร์' ผมอีกคนที่ชอบพูดความจริงแล้วไม่ต้องจดจำครับ

คืนรัง

จาก hi-thaksin

Sunday, March 16, 2008

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 กลุ่มพันธมิตรฯแอลเอ

จากพฤติกรรมของรัฐบาล “นอมอนี” พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง จนเป็นสาเหตุให้ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต้องออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการกระทำที่จะดำเนินไปสู่การจัดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลุดพ้นคดีไปอย่างไม่ยุติธรรม จากข้อกล่าวหาที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กระทำไว้กับชาติไทย

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แอล.เอ จึงขอแถลงว่า การดำเนินการต่อต้านเพื่อหยุดยั้งระบอบทักษิณ จะต้องดำเนินต่อไป แม้นว่าจะมีการหยุดชะงักเกิดขึ้นเพราะการปฎิวัติของคณะคมช. และการปฎิบัติงานของรัฐบาล “ขิงแก่” พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งกลับซ้ำเติมก่อให้เกิดความเสียหายกับชาติไทยอย่างรุนแรงต่อเนื่องจากความเสียหายที่เกิดจากรัฐบาลชุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหยุดยั้งความล้มเหลวในขณะนี้ทั้งปวงเพื่อตั้งใหม่บนรากฐานของหลักธรรมาภิบาล คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแล กิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม รวมถึง ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์กรภายนอก

พี่-น้องชาวไทยในแอล.เอจำนวนมากที่มีภูมิลำเนาในภาคอีสานและภาคเหนือ ขอชักชวนให้พี่-น้อง ชาวอีสานและภาคเหนือ โปรดใช้สามัญสำนึกที่ปราศจากผลประโยชน์มาพิจารณาให้ความร่วมมือกับพันธมิตรฯในบ้านท่าน

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในแอล.เอ จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนไทยในเมืองไทยให้การสนับสนุน “ให้เคลื่อนไหวครั้งที่ 1” โดย มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินดำเนินการจัดการสัมมนารายการ “ยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ” ในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2551 ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พร้อมกันนี้ขอตำหนิ พลเรือเอก สถิรพันธ์ เกยานนท์ ผบ.ทร.และอดีตสมาชิกคมช. ต่อท่าที่ต่อต้านการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพลังบริสุทธิ์ของประชาชนที่จะออกมาแก้ไขปัญหาเรื้อรังของชาติ

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในแอล.เอ ไม่เชื่อมั่นในรถถังและปืนใหญ่ เพราะที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า ได้สร้างความวิบัติและซ้ำเติมประเทศชาติให้เสียหายมากยิ่งขึ้น

ขอแสดงความคารวะ

นายสมศักดิ์ กูรมะโรหิต

นายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์

นายนิพันธ์ โรจนโสภณดิษณ์

15 มีนาคม พ.ศ.2551

รสนา พร้อมรับตำแหน่งประธาน กมธ.ตรวจสอบทุจริต

กรุงเทพฯ 16 มี.ค.- “รสนา โตสิตระกูล” พร้อมรับตำแหน่งประธาน กมธ.ตรวจสอบทุจริต หากได้รับการสนับสนุน ระบุเห็นด้วยให้ตรวจสอบกรณีข่าวแจกเงิน-รถ แลกตำแหน่งประธานวุฒิสภา ชี้การตรวจสอบทุจริตต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวการจ่ายเงินและแจกรถ เพื่อซื้อตำแหน่งประธานวุฒิสภา ว่า ตนเห็นว่าเรื่องนี้ควรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แม้ว่าการเลือกประธานวุฒิสภาจะผ่านไปแล้วก็ตาม ไม่ควรปล่อยให้เรื่องดังกล่าวจบไป เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากไม่มีมูลความจริงคงไม่มีข่าวลือเกิดขึ้น แต่คงบอกไม่ได้ว่าข่าวที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ต้องมีการตรวจสอบ

“การตรวจสอบทุจริตถ้ามีกรณีเกิดขึ้นต้องมีการตรวจสอบเป็นราย ๆ ไป แต่สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การนำเสนอแนวทางในการป้องกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการทุจริต และต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในการรวมตรวจสอบด้วย ซึ่งวุฒิสภาต้องให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ” น.ส.รสนา กล่าว

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ว่า ส.ว.ชุดนี้ เพิ่งเริ่มทำงาน แต่กลับมีกระแสข่าวเรื่องความไม่โปร่งใส เกิดขึ้น ส.ว.กทม. กล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะถ้า ส.ว.ให้ความสนใจตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อสร้างกระบวนการแก้ไขให้เกิดความโปร่งใส

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเห็นว่า เหมาะสมที่จะนั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น น.ส.รสนา กล่าวว่า ยินดีที่จะทำหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าว หากได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน ส.ว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-16 17:47:14

มท.1ไม่อนุมัติ อภิรักษ์ ลากิจ อ้าง คตส.ยังไม่สรุปมีความผิด

กรุงเทพฯ 16 มี.ค.- รมว.มหาดไทย ไม่อนุมัติ “อภิรักษ์” ลากิจ อ้าง คตส.ยังไม่สรุปว่าผิดจริง รวมทั้งเหตุผลในใบลาไม่ตรงกับที่แถลงต่อสื่อ ขู่หากไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ต่อเท่ากับละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หากจะแสดงสปิริตควรลาออกดีกว่า เพื่อจะได้เลือกผู้ว่า ฯ กทม.คนใหม่

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงกรณีที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ส่งหนังสือขอลากิจเป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม ว่า ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่เหตุผลในจดหมายลากิจบอกว่า ต้องการไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ซึ่งไม่ตรงกับเหตุผลที่นายอภิรักษ์ แถลงต่อสื่อมวลชน ว่า ต้องการขอยุติการปฏิบัติหน้าที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง หลังคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ระบุว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตการจัดซื้อรถ เรือดับเพลิงของ กทม. และตามกฎหมายต้องถือว่า คตส.ยังไม่ได้สรุปว่า นายอภิรักษ์ ผิด หากสรุปว่าผิดจริง นายอภิรักษ์ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อยู่แล้ว จึงไม่อนุมัติให้ลากิจ และการจะลากิจได้ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุมัติ ไม่ใช่อยู่ ๆ มาหยุดปฏิบัติหน้าที่ และบอกว่าลากิจ ดังนั้น ขอฝากบอกไปยังนายอภิรักษ์ ว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตอนการหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่หากต้องการจะแสดงสปิริต ก็ควรจะลาออกไป เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยแทนที่จะเลือกตั้งในเดือนสิงหาคม ก็เร็วขึ้น

“ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อมสปิริตสูง ก็ขอให้ลาออก แต่ถ้าถามผม ผมต้องบอกว่า อยากให้อยู่ ปฏิบัติหน้าที่ไปเถอะ อภิรักษ์ น้องรัก มาช่วยกันทำงาน เว้นแต่ว่า คตส.มีมติว่าผิด ทุจริตแล้วค่อยยุติการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกฎหมาย จะไปมอบอำนาจให้ใครทำหน้าที่แทนไม่ได้ ต้องไปทั้งชุด แต่ตอนนี้ถ้าอยากแสดงสปิริต ขอให้ วันเวย์ทิกเก็ต คือลาออกไปเท่านั้นเอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (17 มี.ค.) จะแทงหนังสือกลับไป และให้นายอภิรักษ์ กลับมาทำหน้าที่ตามปกติ ถ้าไม่มาปฏิบัติหน้าที่จะถือว่าเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ขอยืนยันว่า กรณีที่เกิดขึ้นไม่ใช่การกลั่นแกล้ง แต่จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย เพราะตนกลัวติดคุกเหมือนกัน เนื่องจากการที่ผู้ว่า ฯ กทม.ไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีปัญหา และเสียหายได้ เพราะจะต้องมีการอนุมัติเรื่องต่าง ๆ และตอนนี้ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นแล้ว ไม่เช่นนั้นปลัดกรุงเทพมหานคร คงไม่ทำหนังสือมาสอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกา. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-16 16:45:53

นายกฯ รับเองยังไม่หมด ต้องย้ายอีกข้าราชการ [16 มี.ค. 51 - 13:16]

เมื่อเวลา 08.40 น. วันนี้ (16 มี.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวผ่านรายการ สนทนาประสาสมัคร ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ช่อง 11 เครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ ว่า ได้ลงนามแต่งตั้งบัญชีรายชื่อโยกย้ายข้าราชการทหารกลางปีตั้งแต่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 3 กองทัพพอใจ

นายกฯ และรมว.กลาโหม ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปลุกระดมนัดชุมนุมในเร็วๆ นี้ ว่า ไม่ทันไรอยูมาเดือนกว่าปลุกระดมกันแล้ว จะเป็นรัฐตำรวจ เปลี่ยนหัวหน้าตำรวจหน่อยกล่าวหาว่า จะตั้งรัฐตำรวจ ไปอ่านคำแถลง โอ้โหบ้านเมืองสู่วิกฤติแล้ว ตนจะตั้งรัฐตำรวจ ฟังดูแล้วอะไรกันนักหนา ยังไม่ถึงวันที่ 28 มี.ค.2551 ประกาศแล้วมี 30,000 คน


นายสมัคร กล่าวถึงกรณีมีคนเขียนจดหมายมาถามว่า จะย้ายข้าราชการอีกหรือไม่ ว่า ขอตอบตรงนี้ เลยว่า จะต้องย้ายอีก คำอธิบาย คือ ที่แล้วมามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองบ้านเมือง ยึดอำนาจมาได้ย้ายเป็นแผง ย้ายกันไปสุดลูกหูลูกตา เงียบไม่มีใครพูดอะไร แล้ว 16 เดือนที่ผ่านมา ดีหรือไม่ ทุกข์ทรมานหรือไม่ เสียหายหรือไม่ เสร็จเรียบร้อยแล้วเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ตนจะต้องนั่งงอมืองอเท้าหรือ ดังนั้น ตนจะต้องย้ายข้าราชการอีก เพราะมีความจำเป็น

ณัฐวุฒิ ยันสส.พปช.เคลื่อนไหวชนพันธมิตรไม่ใช่นโยบายพรรค

สส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน 'ณัฐวุฒิ ไสเกื้อ' ยืนยันการเคลื่อนไหว สส.ของพรรค ชนกับพันธมิตรไม่ใช่นโยบายพรรค พร้อมจี้ พันธมิตรตอบคำถามสังคมทำเพื่อล้างแค้นใคร

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชนยืนยันการชุมนุมเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคพลังประชาชนโดยการจัดตั้งกลุ่มมหาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตยในวันที่ 28 มี.ค.ไม่เกี่ยวข้องหรือเป็นนโยบายของพรรค แต่เป็นอิสระของ ส.ส.พรรคที่จะดำเนินการอันเนื่องมาจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะมีการชุมนุมเคลื่อนไหวในวันดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรยุติการชุมนุม ทั้งยังเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรตอบคำถามสังคมให้ชัดว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ต้องการสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนหรือเพื่อต้องการล้างแค้นใคร

นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ นปก.ว่าจะมีการเคลื่อนไหวก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยซึ่งไม่เฉพาะกลุ่มพันธมิตรเท่านั้น

สมัคร ยันไม่ต้องลาออก ชี้คดีรถดับเพลิงตอนเป็นผู้ว่าฯ กทม.

16 มี.ค.-นายกรัฐมนตรียืนยันไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะถูกชี้คดีรถดับเพลิงตอนเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งแตกต่างจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ยืนยันว่าการที่นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นไปตามกฎหมายว่าใครอยู่ตำแหน่งไหน ถ้าชี้ว่ามีความผิดก็ต้องยุติการทำหน้าที่ แต่กรณีของตน พ้นจากการเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้ว และตอนที่ถูกกล่าวหาก็เป็นประชาชนธรรมดา แต่ปรากฏว่ากลับถูกสื่อออกมาวิพากษ์วิจารณ์.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-16 11:16:54

นายกรัฐมนตรียังไม่ได้รับรายงานเหตุวางระเบิด ร.ร.ซีเอส ปัตตานี

กรุงเทพฯ 16 มี.ค. - นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังออกรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ถึงกรณีเหตุระเบิดที่โรงแรมซีเอส ปัตตานี วานนี้ (15 มี.ค.) ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ว่า “ผมก็อ่านหนังสือมาเหมือนคุณ” พร้อมระบุยังไม่ได้รับรายงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทันที่ที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงสถานีวิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง 11 เพื่อที่จะออกรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ปรากฎว่า พันจ่าอากาศเอกประมวล พึ่งสุริยะวงศ์ ในฐานะผู้ควบคุมโครงการปลูกป่าอุทยานต้นน้ำถ้ำน้ำพิมพ์ อ.ท่าพันโท จ.กาฬสินธุ์ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี กรณีการเผาป่ากระทบพื้นที่ปลูกป่า โดยนายกรัฐมนตรีรับที่จะดูแลเรื่องดังกล่าว.- สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-03-16 10:33:39

กรมประชาสัมพันธ์สนองนโยบายรัฐบาลเตรียมเปิดโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นเวทีข่าวสารของประเทศไทยระดับโลกที่เสนอข่าวสารให้ชาวโลกรับรู้อย่างถูกต้อง


กรมประชาสัมพันธ์สนองนโยบายรัฐบาลเตรียมเปิดโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นเวทีข่าวสารของประเทศไทยระดับโลกที่เสนอข่าวสารให้ชาวโลกรับรู้อย่างถูกต้อง

นายกฤษณพร เสริมพานิช รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์เตรียมดำเนินการโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ ตามนโยบายของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาพบว่าข่าวที่เผยแพร่ไปยังต่างประเทศ มีผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย และเสนอข่าวไปด้านเดียว บางข่าวอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดังนั้น รัฐบาลจึงมีแนวนโยบายจัดตั้งโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษ เป็นสถานีระดับโลก เชื่อมโยงการถ่ายทอดสัญญาณผ่านดาวเทียมทั่วโลก เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในข่าวสาร

สำหรับโทรทัศน์ภาษาอังกฤษนั้นเบื้องต้นคาดว่าจะใช้สถานที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 เดิม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร ขณะนี้กำลังทำแผนและเร่งสำรวจเพื่อเตรียมความพร้อมเปิดดำเนินการให้เร็วที่สุด