WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 19, 2008

สมชาย-หมอเลี้ยบ'ย้ำพปช.เลี่ยงเผชิญหน้าพันธมิตรฯเพื่อบ้านเมือง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน(พปช.) ยืนยันว่า พรรคพลังประชาชนไม่มีแนวคิดให้การสนับสนุน ส.ส.ของพรรคออกไปเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดการเผชิญหน้ากับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเห็นว่าพรรคจะต้องเตือน ส.ส.ถึงการเตรียมออกมาเคลื่อนไหว
"รัฐบาลไม่ได้เต้น ที่เต้นเป็นส่วนบุคคล รัฐบาลยืนยันไม่สนับสนุนให้เกิดการเผชิญหน้ากัน ที่บอกว่าปรบมือข้างเดียวไม่ดัง ก็อยากให้ประชาชนเป็นผู้ดูและพิจารณา ซึ่งพรรคก็ไม่สนับสนุนและคงต้องไปเตือนท่าน(ส.ส.บางคน)" นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย ยังขอร้องไปยังทุกฝ่ายว่าไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้ากันจนนำไปสู่วิกฤตบ้านเมืองดังเช่นในอดีต เพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและความสงบสุขของประเทศได้
ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน เตรียมแถลงเปิดตัวกลุ่มมหาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย ในวันที่ 26 มี.ค. และจะจัดสัมมนากลุ่มที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ในวันที่ 28 มี.ค.ซึ่งเป็นวันเดียวกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ จัดกิจกรรมยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขณะเดียวกัน นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวภายหลังรับการตรวจสุขภาพที่รัฐสภา ว่า ยังคงมีความฟิต และไม่เครียดตามวัย แต่ต้องเพิ่มการออกกำลังกายมากขึ้นอีก พร้อมกันนี้ ระบุถึงกรณีการชุมนุมคู่ขนานกันของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มมหาประชาชนพิทักษ์ประชาธิปไตย โดยยืนยัน พรรคพลังประชาชนไม่ประสงค์การเผชิญหน้าและความรุนแรง ซึ่งหาก ส.ส.ในพรรคจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังต้องมีการพูดคุยกันก่อน โดยมีแกนนำพรรคได้พูดคุยกับนายประชา ประสพดี แกนนำกลุ่มมหาประชาชนชนพิทักษ์ประชาธิปไตยแล้ว และเชื่อว่าจะมีการพิจารณาให้รอบคอบ และจะมีข้อสรุปออกมาตามทิศทางที่พรรคต้องการ
นอกจากนี้ นายแพทย์สุรพงษ์ ยืนยัน ฝ่ายการเมืองไม่เกี่ยวข้องกรณีการโยกย้าย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา


จาก hi-thaksin

จำอวดปชต.


โจรปล้นบ้านสิบครั้งร้อยครั้ง มันยังมีที่ดินเป็นกรรมสิทธ์เป็นของเราอยู่ครบถ้วน โจรปล้นประชาธิปไตยมันฉีกรัฐธรรมนูญกฎหมายสูงสุดที่ใช้ปกครองประเทศ ที่แย่พวกสมุนโจรที่เชียร์ข้างเวที สำทับสำส่อนร้องออกมาดังๆว่า ‘การปฎิวัติมันเป็นเพียงแค่รูปแบบ ไม่ใช่เนื้อหาสาระ‘ คนโง่ทางชนชั้นไหนๆก็ยอมรับไม่ได้หรอก ขอเฉลยคำตอบคนพูดที่ว่านี้ไม่ใช่คนอื่นไกล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนจำพวกมองคนด้วยหางตาดูถูกกึ่งเหยีดหยามแบบจัดให้เลยคนแบบนี้แหละ

ใครๆคงลืมสำนวนโวหารโง่ๆของคนชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลูกศิษย์คนโปรดนายหัวชวน หลีกภัย จอมหลักการ ‘ผมยึดมั่นในระบบรัฐสภา' ก้องอยู่ในหูนักการเมืองในวิถีทางระบอบประชาธิปไตยเหลือคำบรรยายที่มาโดยประชาชน เพื่อประชาชน ของประชาชน อยู่ดีๆแท้ๆเชียว

วันดีคืนดีสุดท้ายดีแตกเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกเชิญไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งหลังการปฎิวัติรัฐประหารเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ด้วยน้ำมือคณะคมช. นำโดยพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สิ่งที่เป็นซากปรักหักพังย่อยยับทางเศรษฐกิจในรอบ 17 เดือนที่ผ่านมามันคือฝันร้ายที่สูญเปล่ากับการสัมภาษณ์สื่ออย่างรอยเตอร์ของพล.อ.สนธิ เที่ยวล่าสุดฟังดูยังยืนยันว่าปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจประเทศไทยไม่สูญเปล่า นั่นคือทัศนะคนเอาปืนปล้นประชาธิปไตยฉีกรัฐธรรมนูญต่อหน้าต่อตาอำนาจประชาชนหยุดลงทันที

อย่าเป็นคนไทยที่หูเบา ลืมง่าย เห็นแก่แนวร่วมพรรคโบราณวัตถุไม้หลักปักขี้เลน'เฉกเช่น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ‘ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอกลิ่มนิยามประชาธิไตยชนิดขำกลิ้งลิงชิงหมา มิใช่ตามแต่กรณีทุกตัวอักษรที่พูดผ่านสื่อมันนั้นผิดทุกประตู โดยเปรียบเทียบว่า'การปฎิวัติมันเป็นเพียงแค่รูปแบบ ไม่ใช่เนื้อหาสาระ ' พูดออกมาได้ไง ไม่พูดดูดีกว่าเยอะ อุตสาห์ฟักเนื้อฟักตัวอยู่ในถิ่นเกิดแม่แบบประชาธิปไตย อีกทั้งออกไปร่ำเรียนมันไม่ได้ช่วยซึมซับประชาธิปไตยติดหนังหัวกลับมาเลยหรือไง

ข้างหลังเวทีพันธมิตรมีอยู่หลายช่วงตอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเวทีขับไล่อดีตนายกฯทักษิณ อย่าเข้าใจผิดว่าคือนักต่อสู้ประชาธิปไตยตัวจริงเสียละ นักสร้างภาพ นักแสดงบอร์ดเวย์ลิเกการเมืองไทย ดูๆไปแถมยังชื่นชมหอบกระเช้าดอกไม้ช่อโตพลพรรคแห่ให้กำลังใจทิดสนธิ ลิ้มทองกุล ประดุจสนิทชิดเชื้อ นี่แหละคืออีกหนึ่งฉากละครการเมืองบทที่ถนัดถนี่

อีกทั้งทิดสนธิ ลิ้มทองกุล พูดชัดเจนว่ามีเจ้าของนักธุรกิจปูนใหญ่แห่งหนึ่งลงขันให้เงินมา400 ล้าน และเงินฝากฝังในรูปของผู้บริจาคผู้ไม่ประสงค์ออกนามท่อน้ำเสี้ยงอีกจำนวนไม่ต่ำกว่า 1100-1200 ล้านเอามาล้มอดีตนายกฯทักษิณมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มถือว่าน้อยมากๆ ประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าเอาเงินการเมืองล้มการเมือง เพื่อช่วงชิงอำนาจจากมืออีกฝ่ายรวมถึงพฤกติกรรมเดินยั่วยุทหารประสานกับผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญขับไล่อย่างแนบเนียน รากเหง้าที่แท้ของระบอบอำมาตยธิปไตย ขุนนางศักดินาลากตั้ง สั่งกดหัวเฉดออกไปจากวงจรทางการเมืองไม่ว่าวิธีใดก็ตาม

ต่อจากนี้ต้องจดต้องจำจงหนักแน่นสโลแกน ปากท้องประชาชน ประชาธิปไตย ต้องมาก่อนประชาธิปัตย์ อย่าเที่ยวสำส่อนสำเร็จความใคร่ทางปาก พวกอวดรู้เที่ยวสั่งเที่ยวสอนแหกตาประชาชนว่าพรรคโบราณวัตถุพรรคที่ต่อต้านเผด็จการมาทุกยุคทุกสมัยเลิกพูดทีเถอะ ถอยไป ออกไป ดีกว่า

เราต้องรณรงค์เสียใหม่ว่าอย่าให้ประชาธิปไตยเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์บ่อยนัก ปล่อยปละวิญญูชนจอมปลอมทั้งนักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์ บิดเบือนหาคำกินใจมาปลอกเปลือกแอบอ้างเอาไปกกเอาเป็นเมียบ่อยครั้งนักเลยและอย่าเปิดช่องช่องลมปากกับอาการคนที่ใช้ประวัติศาสตร์เป็นกับดักเครื่องมือหากินทางการเมืองดั่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ล้ามา อาทิ

พฤติกรรมยืนตะโกนในโรงหนังยุคหนึ่งสมัยใคร ตะโกนใครฆ่าใคร บิดเบือนประวัติศาสตร์อย่างร้ายร้าย และไม่แก้ไขแก้ตัวแก้ในสิ่งผิดใดๆทั้งสิ้น แม้แต่คำขอโทษไม่เคยหลุดออกจากปากคนใหญ่คนโตคนไหนอีกเลย

ต้องอย่าปล่อยคนชั่วช้าหากินกับประวัติศาสตร์ หรือเด็กเมื่อวานซืนกลับมาเป็นโฆษกเทวดารอบสองคงจำได้ดีว่าเขาคนนั้นคือใครครับ? เที่ยวโพนทะนาบอกไปว่าเขาคนนั้นโฆษกเทวดา ฉายาที่สื่อมอบคนชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ผิดตัวหรอกครับ

คืนรัง

จาก hi-thaksin

นายกฯ ใช้โอกาสเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการพบปะกับชุมชนชาวไทย


นายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ พบปะกับชุมชนชาวไทยในสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์มีแรงงานไทยอยู่เป็นจำนวนมากเป็นอันดับ 2 รองจากไต้หวัน

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์ วันที่ 2 ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และคณะ นอกจากจะมีกำหนดการหารือ และเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีเอสอาร์ นาธาน ของสิงคโปร์แล้ว ยังพบปะกับทีมประเทศไทยเพื่อมอบนโยบาย และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน นอกจากนี้ นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังจะพบปะหารือกับข้าราชการ กับ นายเตียว ตีเฮียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ด้วย ก่อนจะพบปะชุมชนชาวไทยในสิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีแรงงานไทยมากเป็นอันดับ 2 รองจากไต้หวัน และยังหารือข้อราชการ กับนายลีกวนยู รัฐมนตรีที่ปรึกษาของสิงคโปร์ด้วย

ส่วนด้าน นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมคณะเดินทางมากับคณะทางการ ได้ใช้โอกาสนี้พบปะกับรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลการสื่อสารและศิลปะ ณ กระทรวงข้อมูลการสื่อสารและศิลปะของสิงคโปร์ด้วย


ร.ต.อ.เฉลิม ระบุนายกฯ มอบหมายดูแลปัญหาใต้ชั่วคราว

มหาดไทย 19 มี.ค. – “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ระบุ นายกรัฐมนตรี มอบหมายดูแลปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นการชั่วคราว ปัดไม่ได้โยนความรับผิดชอบให้ทหาร แต่มหาดไทยมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนงานมวลชน พร้อมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ยอมรับกลัวตาย แต่ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ ยืนยันย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลไปใต้ ไม่ใช่กลั่นแกล้งทางการเมือง


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ถึงกรณีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้สื่อมวลชนกำลังสับสน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมอบให้ดูเพียงชั่วคราว ไม่ใช่ตลอดไป ซึ่งตนและปลัดกระทรวงมหาดไทยจะลงพื้นที่ และรายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีทราบ

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่ากระทรวงมหาดไทยโยนความรับผิดชอบไปให้ทหารนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ได้โยนความรับผิดชอบ แต่อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบและการสั่งการ อยู่ที่แม่ทัพภาค 4 กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนงานมวลชน คนที่วิจารณ์ดังกล่าว เป็นเพราะไม่เข้าใจ

“เรามีสถิติว่าการที่ผู้ใหญ่ลงไปพื้นที่ จะต้องมีการปฏิบัติการตอบโต้ที่รุนแรงกลับมาทุกครั้ง การได้รับมอบหมายของผม จะเข้าไปดูแลว่าสามารถสนับสนุนอะไรได้บ้าง ทั้งงบประมาณ ขวัญกำลังใจ กองทัพต้องการอะไร หลักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการเข้าไปสนับสนุนมีอะไร เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรลุเป้าหมาย การเข้าไปแก้ปัญหาของผม ไม่ใช่แบกเอ็ม 16 แล้วกราดยิงกับประชาชน เพราะนโยบายของรัฐบาลนี้คือสมานฉันท์ ไม่ใช้ความรุนแรง ใช้การเจรจายุติปัญหา ซึ่งผมกำลังจะประสานงานเพื่อเจรจาในเร็ว ๆ นี้ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะเป็นความลับ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ต่อข้อถามว่าการดูแลชั่วคราว หมายถึงนายกรัฐมนตรีจะเป็นคนกำหนดว่าจะยุติบทบาทเมื่อไรใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ช่วงนี้นายกรัฐมนตรีมีงานมาก เดินทางไปต่างประเทศบ่อย สถานการณ์ขณะนี้มีความรุนแรง จึงได้มอบหมายให้ตนเป็นตัวแทนลงไปดูแล ซึ่งคนรับผิดชอบหลัก ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี การดูแลชั่วคราวก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่รับผิดชอบดูแลแบบถาวร เพราะหากนายกรัฐมนตรีมอบหมายก็ยินดี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการวิจารณ์ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเงา ที่ระบุกลัวตาย ว่า “ยอมรับว่ากลัวตาย กลัวมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เป็นนักเรียนตำรวจปี 2516 เวลาจะไปจับผู้ร้ายแต่ละครั้ง ไหว้พระสวดมนต์ แขวนพระเครื่องทีละ 19 องค์ แขวนเสื้อติดผ้านุ่งแม่ ก่อนจะไปปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง แม้ผมกลัวตาย แต่ผมก็ต้องทำ เพราะมันคือหน้าที่ ซึ่งใครบอกว่าไม่กลัวตาย ต้องถือเป็นยอดมนุษย์”

ส่วนกรณีที่หลายคนเสนอว่าต้องการให้ชวนนายสุเทพลงใต้ด้วย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “คงพาไปด้วยไม่ได้ ไม่ใช่ว่ารังเกียจ ตนไม่ได้รังเกียจท่านเลย แต่เรื่องของทางราชการ มันเป็นเรื่องลับ”

นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงการโยกย้าย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ว่า เป็นการช่วยราชการ ยืนยันว่าไม่ได้ถูกการเมืองกลั่นแกล้ง และการลงไปช่วยทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นเรื่องที่ดี.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-19 11:35:20

มท.1 ยืนยันไม่โยนดับไฟใต้ให้ทหาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันรัฐบาลไม่ได้โยนการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ทหารรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ปัญหาต้องยึดหลักสมานฉันท์ เจรจา ไม่ใช่ความรุนแรง พร้อมระบุเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รู้ใจ จริงๆ ว่าผมกลัวตาย

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยก่อนเข้าร่วมการประชุมประจำเดือนของกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้โยนการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคให้ทหารรับผิดชอบอย่างเดียว ส่วนคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นั้น ตนไม่อยากตอบโต้ แต่คงวิจารณ์ไปเพราะความไม่เข้าใจงานทางด้านการข่าว และไม่เคยเข้ามารับราชการ จึงไม่เข้าใจในสภาพของปัญหา รวมถึงการเดินทางลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกครั้ง เมื่อกลับขึ้นมายังกรุงเทพมหานครแล้ว ก็จะเกิดความรุนแรงขึ้นทันที ดังนั้น จึงไม่อยากที่จะไปเพิ่มภาระให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ที่ต้องคอยมาดูแลเรื่องความปลอดภัย ขณะเดียวกันก็เตรียม
เดินทางลงไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะลงไปวันใด พร้อมกับการลงพื้นที่ครั้งนี้จะไปรับฟังสภาพปัญหาและเข้าไปเพื่อส่งเสริม สนับสนุน งานด้านมวลชน ร่วมมือกับทหาร ตำรวจ ว่ามีสิ่งใดที่จะสามารถช่วยเหลือ และสนับสนุนได้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยึดหลักสมานฉันท์และการเจรจา เพราะความรุนแรง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจผิด ส่วนการลงไปในพื้นที่นั้น ก็ถือเป็นการได้รับมอบหมายงาน มาจากนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว เนื่องจากนายกฯ ยังติดภารกิจอื่นๆ และทางกระทรวงมหาดไทยเองก็ต้องดูในภาพรวม

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ว่ารู้ใจจริงว่าผมกลัวตาย ตั้งแต่สมัยเป็นร้อยตำรวจตรี เวลาจะไปจับผู้ร้ายทีก็ต้องไหว้พระไหว้เจ้า แต่การเดินทางลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ คงจะไม่ได้ชวนนาย สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเงาไปด้วย เนื่องจากเป็นความลับของทางราชการ ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ เพราะส่วนตัวก็สนิทสนมกันอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่มีการย้ายพลตำรวจตรีชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปช่วยงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เรื่องดังกล่าวไม่ทราบเหตุผล ต้องไปถามรักษาการ ผบ.ตร. พร้อมกับชี้แจงว่าไม่ใช่การย้ายแต่เป็นการไปช่วยราชการเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการประชุมประจำกระทรวงมหาดไทยผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อรับทราบสภาพปัญหา โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนที่จะลงพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง (19/03/51)


ผบ.ตร.ยิ้มระรื่นรับทราบข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รุดเข้าพบอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ผิดวินัยร้ายแรง ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในผู้ช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบ นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุดในฐานะประธานคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีดำเนินการเช่ารถยนต์วงเงินกว่า 9,800 ล้านบาท ส่อไปในทางทุจริตกรณีการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมและกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจไม่เป็นธรรม โดยมีนายชัยเกษม นายนที เปรมรัศมี รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง จเรตำรวจ ในฐานะกรรมการเป็นผู้แจ้งข้อกล่าวหาก่อนจะมีการประชุมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้

'จักรภพ'พร้อมคุยพันธมิตรฯ

นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯ

ให้สัมภาษณ์ถึงนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส. สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เชิญชวนให้ประชาชนและสมาชิกพรรคมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ในวันที่ 28 มี.ค.ว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้แตกต่างจากตอนรัฐประหาร ตอนนั้นเราไม่มีสภาจากการเลือกตั้ง กลุ่มมวลชนต่างๆ จึงต้องออกมา แต่เงื่อนไขตอนนี้แตกต่างราวฟ้ากับดิน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะใช้แนวทางแบบนั้น ประชาชนจะตัดสินพรรคประชาธิปัตย์เอง เมื่อถามว่าจะปล่อยให้ประชาชนร่วมชุมนุมได้เต็มที่ใช่หรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลเข้าไปสกัดกั้นการเคลื่อนไหวอย่างเสรีของประชาชน ถือว่าเราไม่เป็นประชาธิปไตย จนกว่าจะมีการแสดง ออกขัดต่อกฎหมายหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น ตรงนั้นรัฐบาลจึงจะเข้าไปได้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่นายสมเกียรติ ไปใช้เวทีประชุมสาขาพรรคเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุม

นายจักรภพ กล่าวว่า ส.ส.ควรมีความศรัทธาในระบบรัฐสภา ถ้ารัฐสภาไม่เพียงพอที่จะแสดงออกทางการเมืองก็ไม่ควรเป็นสมาชิกรัฐสภาตั้งแต่ต้น รัฐบาลชุดนี้สนับสนุนการทำงานของรัฐสภาเต็มที่ ดังนั้นอะไรที่อยู่นอกกรอบนี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เราจะไม่สกัดกั้น

เมื่อถามถึงการปิดห้องคุยกับแกนนำกลุ่มพันธ มิตรฯ ยังเป็นไปได้หรือไม่

นายจักรภพ กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งนั้น บ้านเมืองเราต้องเดินไปข้างหน้า ยิ่งประชาชนเห็นผลงานของรัฐบาลมากขึ้นจะยิ่งเรียกร้องให้มีทิศทางของการประนีประนอม พูดคุยกันอย่างสุภาพชนมากขึ้น เชื่อว่าแนวคิดนี้ยังมีความเป็นไปได้

เทพเทือก...ตะแบง

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กรณีนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวทีประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาธิปัตย์ อำเภอเชียงใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวปลุกระดมให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มพันธมิตรฯในวันที่ 28 มีนาคม นี้ ว่า เป็นบุคคลพิเศษ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เกี่ยวข้อง

เป็นอีกครั้งหนึ่งในหลายๆ ครั้งที่ นายสุเทพ มักใช้โวหารเบี่ยงเบนประเด็นและเนื้อหาที่สังคมตำหนิ เช่นเดียวกับการแก้ตัวกรณี สปก 4-01 ที่เห็นชัดว่า ในอำนาจหน้าที่ของนายสุเทพ ที่ขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ มีเลขาฯหน้าห้องชื่อ อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ภรรยาของนายทศพร เทพบุตร ผู้ได้รับเอกสารสิทธิ์ สปก 4-01 ในภูเก็ต

หากกล่าวแล้ว ไม่ว่าใครที่ไหนก็ย่อมบอกได้ว่า ทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ยังอุตสาห์ช่วยกันตะแบงไปสู่การตีความด้านกฎหมาย ให้นายทศพร กลายร่างจากนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมหลายร้อยล้าน ไปเป็นเกษตรกรผู้อยากไร้แบบน้ำขุ่นๆ

จึงไม่ผิดที่ล่าสุดศาลฎีกาได้พิพากาษาให้คืนที่ดิน สปก 4-01 ที่นายทศพรได้มา ให้กับราชการทั้งหมดกว่า 98 ไร่...

การออกมากล่าวแก้ต่างให้นายสมเกียรติ ครั้งนี้ก็เช่นกัน นายสุเทพ แก้ต่างเหมือนกับทำไม่รู้ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ฟัง เนื้อหาที่นานสมเกียรติ ปราศรัยไว้ และหากยังไม่รู้ ขอนำมาแจงให้เห็นชัดๆ กันอีกรอบ เผื่อจะได้สำเนียกเสียที่ว่า คนไทยไม่ได้โง่ อย่างที่นายสุเทพ คาดคิด

ที่ห้องประชุมเทศบาล ต.เชียรใหญ่ (ศาลาประชาคม) อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี สาขาพรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 นครศรีธรรมราช มี ส.ส.ของพรรค อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.เขต 2 นครศรีธรรมราช นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าร่วม

ก่อนการประชุม นายสมเกียรติปราศรัยว่า ภาคใต้ไม่ทำให้พันธมิตรฯว้าเหว่ พรรคไทยรักไทยกำเนิดไม่กี่ปี แต่สามารถครอบครองประเทศไทยได้ ไม่น่าเชื่อ แต่มีภาคเดียวที่ไม่ให้พรรคไทยรักไทยเกิดคือภาคใต้ คนภาคใต้ทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ

พร้อมกล่าวด้วยว่า "พันธมิตรฯต้องการล้มระบอบทักษิณที่รักของคนอีสาน คนภาคเหนือและภาคกลางบางกลุ่ม และเป็นที่น่ารังเกียจของคนภาคใต้ อยากให้ทุกคนพร้อมกันไปล้มระบอบทักษิณอีกรอบ ยินดีต้อนรับนักรบศรีวิชัย ต้อนรับพันธมิตรฯ ลุ่มน้ำปากพนัง ในวันที่ 28 มีนาคม เราจะร่วมกันล้มผู้ชักใยและระบอบหุ่นเชิด วันนี้ระบอบทักษิณมีสิ่งพะรุงพะรังมาก นายสมัครเป็นรัฐบาลศรีธนญชัยแห่งเอเชีย อยู่เหนือกฎหมาย จึงทำให้พันธมิตรฯต้องไปธรรมศาสตร์ร้องขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่า 3 รัฐมนตรีและนายสมัครที่ถูกชี้มูล พันธมิตรฯขออนุญาตพรรคประชาธิปัตย์ให้โค่นล้มทักษิณอีกรอบ"

1. คือ นายสมเกียรติ เป็น ส.ส. สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในวาระของการะชุมพรรค ที่มีใจความในช่วงแรก ปลุกปั่นให้คนไทยแยกภาค แบ่งภาค ด้วยวิธีการที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ด้วยถ้อยคำ "โดยเฉพาะคนภาคใต้ทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ เกี่ยวเนื่องมาถึงข้อความที่ว่า พันธมิตรฯต้องการล้มระบอบทักษิณที่รักของคนอีสาน คนภาคเหนือและภาคกลางบางกลุ่ม และเป็นที่น่ารังเกียจของคนภาคใต้"

2.นายสมเกียรติ ปลุกปั่นให้เกิดการโค่นล้มรัฐบาล ด้วยวิธีการที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย อันมีประมหากษัตริย์เป็นประมุข ด้วยข้อความ "อยากให้ทุกคนพร้อมกันไปล้มระบอบทักษิณอีกรอบ ยินดีต้อนรับนักรบศรีวิชัย ต้อนรับพันธมิตรลุ่มน้ำปากพนัง ในวันที่ 28 มีนาคม เราจะร่วมกันล้มผู้ชักใยและระบอบหุ่นเชิด"
นี่ชัดไหม ที่เป็นการปลุกระดมให้เกิดความเกียจชัง โดยมิใยดีแต่อย่างใดว่า มวลชนที่รับฟังจะฮึกเหิม และพร้อมใช้กำลังหากโดนยั่วยุขึ้นได้

3. นายสมเกียรติ บอกกล่าวอย่างชัดแจ้งว่า พันธมิตรฯมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยข้อความที่ว่า "พันธมิตรฯขออนุญาตพรรคประชาธิปัตย์ให้โค่นล้มทักษิณอีกรอบ"

แล้วใยพันธมิตรฯต้องขออนุญาตพรรคประชาธิปัตย์ถ้าไม่เกี่ยวข้องกัน หรือหากนายสมเกียรติ กล่าวอ้างเป็นเรื่องส่วนบุคคล ย่อมต้องไม่ใช้เวทีการกระชุมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเช่นนี้ หรือไม่หากมีความรับผิดชอบ ย่อมต้องบอกต่อผู้ฟังให้กระจ่างว่า ทั้งหมดเป้นความคิดเห็นส่วนตัวของนายสมเกียรติ

ทั้งหมดจึงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจาก พรรคประชาธิปัตย์ รู้เห็นเป็นใจ เพราะทุกครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล มักเกิดภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้แล้ว
และหากรวมกับการออกมาตอกหน้าของชาวบ้าน ที่มีหัวคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ กำลังใช้เงินหว่านจ้างคนมาร่วมกลุ่มพันธมิตรฯในวันที่ 28 มีนาคมนี้ด้วยแล้ว จึงชัดเจนยิ่งว่า นายสมเกียรติ กระทำการปราศรัยด้วยนัยที่เป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

นายสุเทพ น่าจะรู้ว่า อะไรควรทำในนามพรรค อะไรควรทำในนามส่วนตัว ทุกคนมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่หัวโขนที่นายสมเกียรติสวมอยู่ คือ ผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ควรดำเนินการทางการเมืองในรัฐสภา ที่ประชาชนต้องเสียภาษีให้

เลิกตะแบง... เลิกโกหกคำโต เสียทีเถอะว่า สิ่งที่นายสมเกียรติพูดไปนั้น ดีดไม่ดี อาจเลยไปถึงการยุบพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้

พร ภัทร (แทน)

//////////////////////////////

คอลัมน์:ละครชีวิต....

จากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์รายวัน ฉบับวันที่ 19/03/2551

จาก hi-thaksin

'พงศ์เทพ'โยงใยคตส.มีพิรุธ

พงศ์เทพข้องใจคตส.เชิญสุรยุทธ์เป็นพยานทักษิณรวยผิดปกติ กรณีซื้อหุ้นแมนซิตี้ จวกยับคตส.ที่มาจากอํานาจปล้นมาจากประชาชน กล่าวหาลอยๆ

วันนี้ (18มีนาคม) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคตส.เรียก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นพยาน ในคดีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกกล่าวหาว่า มีทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติ โดยเฉพาะการซื้อสโมสรแมนซิตี้ ว่า เรื่องนี้จะต้องไปถามคตส.ว่าเหตุใดจึงเรียกพล.อ.สุรยุทธ์เป็นพยาน เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นความเชื่อมโยงในประเด็นดังกล่าวได้ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดคตส.จึงตั้งประ เด็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณร่ำรวยผิดปกติในช่วงนี้ ทั้งนี้ตนไม่เข้าใจว่าทำไมคตส.จึงจุดประเด็นช่วงจะครบวาระ แต่ไม่แปลกใจกับข้อกล่าวหาแปลกๆ เพราะเข้าใจดีว่าคตส.ทำงาน อย่างไร เพราะที่ผ่านมาเมื่อ คปค.ปฏิรูปการเมืองเสร็จก็ตั้ง คตส.ขึ้นมา ซึ่งชัดเจนว่ามีเจตนา และภารกิจที่จะเน้นแจ้งข้อกล่าวหากับอดีตรัฐบาลทักษิณ ทั้งๆ ที่มีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้วคือ ป.ป.ช. แต่ คปค.ก็อุตส่าห์ตั้ง คตส.ขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นคตส.ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะการกล่าวหาพ.ต.ท.ทักษิณในประเด็นต่างๆ ที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน

นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ทราบว่า จะมีการเชิญพล.อ.สุรยุทธ์มาเป็นพยานในประเด็นร่ำรวยผิดปกติ แต่พ.ต.ท.ทักษิณก็พร้อมชี้แจง เพราะเงินที่นำไปซื้อสโมสรแมนซิตี้มีเอกสารชัดเจน และรู้กันทั่วโลกเพราะทำอย่างเปิดเผย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ประเทศอังกฤษดูแลสโมสรแมนซิตี้เป็นหลัก รวมทั้งกำลังเตรียมพร้อมเพื่อรับปริญญาโทของน.ส.พิณทองทา และยังไม่มีกำหนดที่จะเดินทางไปประเทศไหน แต่ยืนยันว่าจะกลับมาประเทศไทยประมาณวันที่ 10 เม.ย.แน่นอน

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในประเด็นเดียวกันนี้ ว่า ไม่ทราบว่า คตส. มีวัตถุประสงค์อะไร เพราะเชื่อว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ไม่น่าจะทราบข้อมูลเหล่านี้-

ไฟใต้ที่ลุกโชน [19 มี.ค. 51 - 17:49]

เหตุการณ์ คาร์บอมบ์ ที่เกิดขึ้นทั้งใน จ.ยะลา จ.ปัตตานี และล่าสุดก็เกิดระเบิดรุนแรงขึ้นที่ จ.นราธิวาส สะท้อนให้เห็นถึง สงครามลัทธิความเชื่อ ที่ความขัดแย้งฝังรากลึกและลุกลาม จนยากจะเยียวยา พร้อมกันนั้นก็สะท้อนถึง ความหน่อมแน้ม ของนโยบายในการแก้ปัญหา

เข้าขั้นหมดปัญญา

เมื่อเทียบเคียงกับเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางหรือ ประเทศที่มีปัญหาเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน เชื้อชาติ ศาสนา แล้วจะเห็นการพัฒนาของการก่อความไม่สงบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากระเบิดที่ซุกตามอาคารบ้านเรือน ตู้โทรศัพท์ จากที่ซุกอยู่ใต้เบาะมอเตอร์ไซค์

เป็นคาร์บอมบ์

ผมรู้สึกสงสารชาวบ้าน สงสารเจ้าหน้าที่ข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ต้องตกเป็นเหยื่อบริสุทธิ์ ต้องแบกปืนล่อเป้าไปวันๆ ในขณะที่ระดับนโยบายก็คิดแต่เรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์

การสร้างมวลชนก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ผมมีข้อมูลใหม่จะเล่าให้ฟัง เดิมทีกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในบ้านเรามีด้วยกันถึง 10 กลุ่ม ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติพอหอมปากหอมคอ การสู้รบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการตอบโต้ของฝ่ายรัฐ ทำให้กลุ่มต่างๆเหล่านี้อ่อนแอลง แม้แต่ฝ่ายวางแผน หรือคนให้การสนับสนุนในต่างประเทศก็ทำท่าจะวางมือ

ล่าสุดเหลืออยู่แค่ 3 กลุ่ม

ที่ต้องชิงกันสร้างผลงาน และชิงเป็นแกนนำในการก่อความไม่สงบ นั่นหมายถึงจะต้องให้เกิดภาพของความรุนแรงและความถี่ในการก่อความไม่สงบมากขึ้น

สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯ ได้วางยุทธวิธีทางทหารในการแก้ปัญหาไว้หลายอย่าง ซึ่งบางอย่างก็ต้องยอมรับว่าได้ผล โดยเฉพาะการตัดวงจรเครือข่ายต่างๆออกจากกัน

ทำให้ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะสงบไปชั่วขณะ

โดยเฉพาะการส่งกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่ชนิดปูพรม แน่นอนว่า กลายเป็นดาบสองคม แง่หนึ่งทำให้การก่อการร้ายเบาลงไป

แต่ในแง่ของมวลชนแล้ว กลับแย่ลง ชาวบ้านรู้สึกไม่ไว้ วางใจและหวาดระแวงเจ้าหน้าที่มากขึ้น เพราะเกรงว่า จะถูกเหมารวมว่าเป็นผู้ก่อความรุนแรงไปหมด

บางหมู่บ้านที่เป็นสีแดงก็ถูกจับตาเป็นพิเศษจนชาวบ้านรู้สึกอึดอัด อีกอย่าง รัฐบาลลืมเรื่องปากท้องของประชาชน ความยากจน ไม่มีอาชีพ เศรษฐกิจภาคใต้ที่ทรุดหนัก

ล้วนแต่เป็นปัจจัยลบทั้งนั้น

ปัญหาภาคใต้ทำให้เราถูกมองจากโลกมุสลิม มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือโอไอซีจ้องตาไม่กะพริบมองด้วยความวิตก เพราะปัญหาไฟใต้ย่อมเกี่ยวข้องและมีความสำคัญต่อการเมืองในประเทศเหล่านี้ด้วย.

หมัดเหล็ก

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก