WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, March 21, 2008

'สื่อกระบอกเสียงโจร'

"สมัคร"กระทุ้งเตือนสื่อเอง เสนอข่าวกลายเป็นกระบอกเสียงกลุ่มโจร ยืนยันไม่เปิดเจรจาโจรแบ่งแยกดินแดน มท1.เชื่อมั่นสถานการณ์ลดลง

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ -เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 20 มี.ค.51 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศสิงคโปร์ถึงการเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากประชุมเสร็จก็คงจะไม่แถลงว่าจะทำอะไรบ้างแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะรับหน้าที่ไปดำเนินการต่อ ตนจะไปกระโดดออกไปแสดง เพราะทั้งตนและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ก็โดนกันมาแล้วจนเข็ด และตอนนี้ก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่ากลัวตายก่อนที่จะลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ จะส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาเป็นคนชอบพูดความจริง แต่คนเราไม่ค่อยยอมรับความจริง คุณเฉลิมเขาบอกว่าเขากลัวตายก็เท่านั้นเพราะเขาเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าคุณเฉลิมประกาศซ่ากูไม่กลัวตายคนก็จะบอกว่าคุณเฉลิมเก่งมันก็เท่านั้น เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาใดๆ ส่วนคนที่ไม่กลัวเขาก็ลงไปด้วย สถานการณ์ทั้งหมดมันไม่ต้องมีจิตวิทยาอะไรอีกแล้ว เวลานี้เราก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรและกำลังพยายามแก้ปัญหาอยู่ซึ่งทุกอย่างก็กำลังจะค่อยยังชั่วแต่ก็มีเกิดเหตุรุนแรงอีก

“ถ้าสื่อมวลชนไม่เสนอข่าวเอิกเริกจนเกินไปก็จะช่วยกันรักษาสถานการณ์ได้ เราไม่ได้ปิดบังเพราะข่าวก็ยังเป็นข่าว ผมจะพยายามไม่ออกมาพูดอะไร”นายกรัฐมนตรีกล่าว

เมื่อถามว่าคิดว่าร.ต.อ.เฉลิมควรจะลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดหาคใต้ ไม่ใช่ลงไปประชุมแค่ที่จังหวัดสงขลาหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ลงไปแล้ว แต่เมื่อเขาบอกว่ากลัวก็เลยประชุมที่จังหวัดสงขลา แต่ถ้าหากเขากล้าขึ้นมาก็อาจจะลงไปในพื้นที่ก็ได้ ต่อข้อถามว่าแล้วนายกฯ จะลงพื้นที่บ้างหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า “ถ้าผมไปผมก็ไม่บอกให้ใครทราบ เพราะถ้ารู้ทุกคนก็คงไม่ต้องทำงานอะไร ต้องมาคอยดูแลป้องกันนายกฯ” ต่อข้อถามว่าจะมีการตั้งรองนายกฯหรือรัฐมนตรีคนใดไปรับผิดชอบโดยตรงหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ต้องตั้ง ใครที่มีหน้าที่ก็จะรับผิดชอบดูแลเอง ทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ส่วน ร.ต.อ.เฉลิมนั้น จะดูแลปัญหายาเสพติด แต่กระทรวงมหาดไทยก็มีนายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแล ศอ.บต. และมีผู้ว่าฯ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคนเหล่านี้ก็ต้องไปดูแล นอกจากนี้ยังมี ผบ.ทบ. พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็มีหน้าที่ดูแลและทำงานกันอยู่ ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิมเสนอแนวคิดให้ทหาร และตำรวจที่เชี่ยวชาญด้านการรบลงไปเป็นปลัดอำเภอในพื้นที่นั้น ก็ขอให้มาบอกกับตนจะได้ช่วยกันคิด เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ร.ต.อ.เฉลิมควรมาพูดกันก่อน หากเจอตนจะถามเรื่องนี้อีกที

“วันนี้คนไทยอยากถามว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องการอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่มีเหตุผล ไม่น่าจะมาทำกับบ้านเมืองเราขนาดนี้ อยากจะให้ผู้สื่อข่าวมีความคิดเหมือนกับพวกเราคนไทยด้วยกัน แล้วเขียนบทความออกมา กลุ่มคนเหล่านี้จะได้รู้สึกเสียทีว่านี่คือบ้านเมืองของเรา แต่สื่อปัจจุบันทำหน้าที่คล้ายกับเป็นกระบอกเสียงกับฝ่ายที่เคลื่อนไหว เวลาเกิดเหตุก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต จะให้คนใหญ่คนโตลงไป แล้วก็จะเกิดความเสียหายตามมา ผมเป็นนายกฯที่เลือกวิธีการทำงานแล้วจะไม่พูดจาซ้ำซากอะไรอีก” นายสมัคร กล่าว

ต่อข้อถามว่าประชาชนในพื้นที่มองว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหาภาคใต้เท่าที่ควร นายสมัคร กล่าวอย่าวมีอารมณ์ว่า “ ที่บอกว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจผมขอรายชื่อหน่อยได้หรือไม่ว่ามีใครบ้างหรือมีเจ้าหน้าที่คนไหนที่ขวัญกำลังใจเสีย เวลานี้ผมยังรู้สึกขอบคุณราษฎรอีก 73 จังหวัดซึ่งเขาไม่เคยออกปากเลยว่าเขาไม่ได้รับการดูแลอย่างเทียม ไม่เหมือนคนใน 3จังหวัดที่รัฐบาลลงไปแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ วิธีการแก้ผมไม่ต้องนั่งแหกปากบอกใคร แต่ยืนยันว่าเราแก้ไขเต็มที่ไม่ว่าจะเป็ฯตำรวจ ทหาร ทำงานกันอย่างเต็มเหนี่ยว ผมได้ฟังขั้นตอน วิธีการการดำเนินการทุกอย่างทั้งหมด เหตุการณ์ก็ค่อยๆดีขึ้นแล้ว เวลานี้สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการคือให้ผมแหกปากประกาศออกไปแล้วหากพลาดพลั้งอะไรไปก็จะมีการนำไปขยายผลให้เป็นเรื่องนานาชาติ อย่างที่ผมเคยบอกว่ามีความพยายามไปเจรจานอกรอบเพื่อที่จะให้รัฐบาลไทยไปเจรจากับคน 2 กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ขอเจรจา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่รัฐบาลลดเบี้ยเสี่ยงภัยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจะไปดูให้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

"เฉลิม"ยันไป3จว.แน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โดยใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวตอนหนึ่งว่า การสะท้อนปัญหาของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่พบว่ายังขาดแคลนในเรื่องของอาวุธและเครื่องมือในการปฏิบัติงานเช่นเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด และที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจพิสูจน์ที่เกิดขึ้น โดยในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ตนจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่ทุกฝ่ายได้เสนอ

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลในเชิงลึกของฝ่ายทหารและตำรวจพบว่าบางเรื่องจำเป็นจะต้องมีการเจรจากับนอกประเทศ ซึ่งต้องหาช่องทางติดต่อกับบุคคลที่สามารถคุยกับฝ่ายตรงข้ามได้ สำหรับนโยบายในการแก้ปัญหาของรัฐบาลยังยืนว่าจะใช้การเมืองนำการทหาร และความสมานฉันท์เป็นหลัก รวมทั้งวิธีการเจรจาโดยรัฐบาลนี้จะไม่ใช้กำลัง และจำเป็นต้องประสานข้อมูลกับทุกฝ่ายซึ่งหลังจากนี้จะหารือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไม่การประชุมครั้งนี้ไม่เชิญฝ่ายค้าน เหตุผลเพราะเป็นการประชุมปิด แต่ถ้าประชุมเปิดก็พร้อมที่จะเชิญมาเข้าร่วมหารือ

นอกจากนี้ รมว.กระทรวงมหาดไทย ยังยืนยันเจตนาเดิมว่าจะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน แต่เหตุผลที่ยังไม่ลงขณะนี้เพราะต้องการรับทราบปัญหาโดยตรงจากพื้นที่ก่อนเพราะถ้าลงไปจะทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา ไม่ใช้เพราะกลัวตายหรือเสียดายชีวิต เพราะถ้ากลัวคงไม่รับอาสานายกลงมาแก้ปัญหาและไม่จำเป็นต้องห่วงตัวเองเพราะไม่มีอะไรจะเสียมีแต่ตัวกับหัวใจ และไม่รู้ว่านายกจะเปลี่ยนตัววันไหน ส่วนเหตุความระรุนแรงที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมืองหรือการที่นายสมัครเป็นนายกหรือตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่เป็นไปตามสถานการณ์ที่พาไปแต่จริง ๆ ตั้งแต่ตนมาทำหน้าที่สถานการณ์รุนแรงลดลงกึ่งหนึ่ง ถามว่าหนักใจไหมกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นยอมรับว่าหนักใจต้องขอพรจากพระอัลเลาะห์และไว้พระให้ช่วยเพราะเรื่องนี้ต้องอาศัยโชคช่วยด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะตนจะเน้นการใช้เทคโนโลยีในการติดตามงานตรวจสอบความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในแต่ละวันผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ซึ่งจะทำให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้หลงผิดกลบตัวกลับใจเข้ามาให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ซึ่งพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรม แต่การที่จะนิรโทษหรือนิรโทษกรรมจะต้องทราบที่มาที่ไปก่อน เช่นเดียวกันหากประชาชนในพื้นที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนผ่านหน่วยงานในพื้นที่ได้โดยตรงทั้ง ศอ.บต. ศูนย์ดำรงธรรม แต่หากไม่มั่นใจก็สามารถร้องเรียนมายังตนได้โดยตรงซึ่งพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องของการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงบ่ายวันนี้ (20 มี.ค.) มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธาน พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ สอบถามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ กล่าวว่า ในการดูแลปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง อยากถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และในตอนหาเสียงพรรคพลังประชาชนได้ประกาศกับประชาชนทั้งประเทศว่า จะสานต่อนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเกิดข้อสงสัยว่ายุทธศาสตร์และนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลนี้ จะยึดถือตามแนวนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ และถ้าใช่จะทั้งหมดหรือบางส่วน และถ้าไม่ใช่ รัฐบาลนี้ใช้ยุทธศาสตร์อะไร รวมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ฝ่ายค้านได้เสนอกฎหมายไปนานแล้ว รัฐบาลจะผลักดันกฎหมายเพื่อให้การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพได้เมื่อไหร่ และจะรายงานผลการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อใด


นายสมัคร กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด มีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำอยู่แล้ว และพรรคพลังประชาชนไม่เคยบอกว่าจะนำนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาปฏิบัติ รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารงานได้เพียง 1 เดือนครึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก รับหน้าที่ในเบื้องต้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง แต่ไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยให้คนที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รับรู้แนวทาง สำหรับเรื่องการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาอยู่ เมื่อเสร็จแล้วจะนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป


"ผมจะทำรายงานให้ ส.ส.ได้ทราบว่า เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นมีก่อนที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ผมก็ให้เครดิต ส่วนรัฐบาลเก่าทำไว้อย่างไร ผมไม่ขอเอามานินทา เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 แล้ว ผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย และสิ่งที่จะแสดงให้เห็นคือความเปลี่ยนแปลงหลังจากเปลี่ยนคนบริหาร ผมรับผิดชอบเต็มที่ในฐานะทั้งสองตำแหน่ง และจะทำเป็นตารางเปรียบเทียบให้ดู" นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า วิธีการแก้ปัญหาทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตอบในรายละเอียดทุกเรื่อง ว่าจะส่งทหารลงพื้นที่จำนวนเท่าไหร่ บางเรื่องตอบได้ก็จะตอบ รัฐบาลจะไม่ตกหลุมให้ใครใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นเครื่องมือในการสอบถาม


นายสุเทพ กล่าวตอนท้ายว่า ไม่ได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นเครื่องมือหลอกถามนายกรัฐมนตรี แต่ที่ถามเพราะเห็นว่าเป็นปัญหาที่ประชาชนห่วงใย ส่วนนายกรัฐมนตรีจะไม่พูดอะไร ก็ถือเป็นสิทธิ และหากไม่พูดอะไรเลย ก็เป็นเรื่องดี เพราะถ้าพูดมากไปประชาชนจะเกิดความสับสนได้ หรือถ้าพูดครึ่งๆ กลางๆ อาจมีการนำไปตีความต่าง ๆ นา ๆ และทำให้นายกรัฐมนตรีเสียหาย


‘หมอเลี้ยบ'เผยยุบสภาเลี่ยงยุบพรรคแค่ความเห็น

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้อง กกต.ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย นายยงยุทธ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยให้เป็นหน้าที่ของรองประธาน สำหรับพรรคพลังประชาชนคงจะประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการ ว่าจะเตรียมชี้แจงอย่างไร และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความรู้สึกของคนในพรรค
ส่วนที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการยุบพรรคคือการยุบสภานั้น ถือเป็นความเห็น แต่ในพรรคยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งอาจคาดเดาว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไปในทิศทางนั้น แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น อีกทั้งการที่ศาลรับคำร้องในคดีดังกล่าวเชื่อว่า จะไม่เชื่อมโยงหรือส่งผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละคดีก็มีรูปคดีและข้อมูลของตัวเอง
โดยระหว่างนี้ พรรคจะหาคนมาทำหน้าที่ประธานสภาแทนนายยงยุทธหรือไม่นั้น ต้องมีการพูดคุยกันว่า จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร แต่ในชั้นนี้กระบวนการยังอยู่ในการพิจารณาของศาลยังไม่ได้พิพากษาไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งในการสัมนาใหญ่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนวันที่ 22 มีนาคมนี้ คงจะหยิบยกมาหารือว่า จะรอให้มีคำพิพากษามาก่อน หรือจะดำเนินการอย่างอื่นต่อไป


จาก hi-thaksin

Thursday, March 20, 2008

เฉลิมลั่นไม่กลัวตาย!ลง3จ.ชายแดนใต้แน่


รัฐมนตรีฯมหาดไทย ลั่น ไม่กลัวตายลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แน่ โดยยึดนโยบายการเมืองนำทหารแก้ปัญหาด้วยความสมานฉันท์ เตรียมรายงานผลประชุม 5ชั่วโมงให้นายกฯพรุ่งนี้




สมัคร เผย 2 เม.ย.ย้ายใหญ่ตำรวจ

รัฐสภา 20 มี.ค.-นายกรัฐมนตรี แจงย้าย “พล.ต.ต.ชัยยะ” เป็นการย้ายกลับไปทำงานเดิม พร้อมเผย 2 เม.ย. จะมีการย้ายตำรวจล็อตใหญ่

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

นายถาวร กล่าวว่า กรณีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา โดยไม่มีกำหนดกลับ อ้างว่าไปปฏิบัติหน้าที่ด้านการข่าว เพื่อความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ถูกโยกย้ายหลายคน อยากถามนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลต้องการให้ข้าราชการทำงานดีสยบต่ออำนาจ หรือให้มีข้าราชการที่ทำงานสุจริตจะต้องเกรงกลัว นี่เป็นการแก้แค้นหรืออย่างไร และจะมีการโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้งอีกหรือไม่

นายสมัคร กล่าวตอบว่า เรื่องการโยกย้ายตำรวจตนไม่อยากตอบว่าไม่ได้ทำเอง แต่อยากตอบกรณีนี้โดยเฉพาะว่า ตำรวจที่ถูกย้ายเมื่อ พ.ศ. 2550 วันที่ 17 ตุลาคม ขณะนั้นพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ยังไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลที่แล้วได้ย้ายนายตำรวจคนนี้พร้อมด้วยพวก 8 คนให้ไปทำงานนี้ทางภาคใต้ แต่ภายหลังให้กลับมาช่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่องานเสร็จแล้วจึงให้กลับไปทำงานเดิม สำหรับการโยกย้ายนั้น จะมีการโยกย้ายอีกล็อตใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน

นายถาวร ถามอีกว่า รัฐบาลจะให้สัญญากับรัฐสภาได้หรือไม่ว่า หากข้าราชการร้องขอให้ทบทวนเพื่อขอความยุติธรรม ทั้งในประเด็นการพลัดพรากจากครอบครัว ความไม่เป็นธรรม นายกรัฐมนตรีจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ย้ายด้วยเหตุผล ความเหมาะสม และมีเหตุผลตรวจสอบได้ ตนอยากดูเอกสารเหมือนกันว่าการย้ายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ได้มีการทำหนังสือมาร้องเรียนสภาให้สอบถามรัฐบาลหรือไม่ว่า ทำไมจึงพรากลูกพรากเมีย ทำไมตอนนั้นไม่มีการร้องเรียนเลย ทำไมคราวนี้ไม่ได้สั่งย้ายเพียงแต่เอาคำสั่งเดิมมาขอให้กลับไปอยู่ที่เดิม จึงออกมาร้องเรียน.-สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 16:24:28

ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.

กรุงเทพฯ 20 มี.ค.-กรุงเทพโพลล์สำรวจพบประชาชนเชื่อสถานการณ์ทางการเมืองยังน่าเป็นห่วง ไม่เห็นด้วยกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค. เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยก แนะยุติการชุมนุม เจรจาอย่างประนีประนอม-สมานฉันท์ ชี้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,214 คน ในหัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.นี้” ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2551 พบว่า ประชาชนร้อยละ 25.9 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ช่วยสอดส่องและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ได้รู้ข้อเท็จจริงของปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า สร้างความวุ่นวาย ทำให้เกิดความแตกแยก ควรให้รัฐบาลทำงานนานกว่านี้ก่อน และร้อยละ 16.7 ไม่แสดงความเห็น

ส่วนความรู้สึกต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน ปรากฏว่า ประชาชนร้อยละ 84.7 เห็นว่าน่าเป็นห่วง และร้อยละ 15.3 เห็นว่าไม่น่าเป็นห่วง สำหรับความคิดเห็นในการไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.1 ไปร่วมชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 80.8 ไม่ไปร่วมชุมนุม และร้อยละ 14.1 ไม่แน่ใจ ส่วนสาเหตุการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 20.5 เชื่อว่าไม่พอใจการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 19.5 เชื่อว่าไม่พอใจการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนร้อยละ 15.5 เชื่อว่าเกิดจากแย่งชิงผลประโยชน์และตอบโต้ทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 6.3 เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อกวนทางการเมือง และร้อยละ 38.2 ไม่แสดงความเห็น

ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเคลื่อนไหวและนัดชุมนุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 30.2 ระบุว่าฝ่ายพันธมิตรฯ แกนนำ และผู้ชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 21.9 ระบุประชาชนและประเทศชาติ ร้อยละ 3.0 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 1.4 ระบุผู้ที่เสียผลประโยชน์ทางการเมือง ร้อยละ 1.2 ระบุรัฐบาล ร้อยละ 6.1 ระบุไม่มีใครได้ประโยชน์ และร้อยละ 36.2 ไม่มีความเห็น

สำหรับสิ่งที่ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลควรปฏิบัติต่อเรื่องนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 38.3 เห็นว่ารัฐบาลควรติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม ขณะที่ร้อยละ 13.2 เห็นว่ารัฐบาลควรรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนร้อยละ 12.8 เห็นว่ารัฐบาลควรใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อควบคุมการนัดชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 6.5 เห็นว่ารัฐบาลควรหาทางเจรจาตกลงกันโดยสันติวิธี ร้อยละ 4.4 เห็นว่ารัฐบาลควรให้อิสระในการชุมนุมตามวิถีทางประชาธิปไตย และร้อยละ 24.8 ไม่มีความเห็น

ผลสำรวจยังพบว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตรฯ คือ ยังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย ให้เจรจาอยางประนีประนอม สมานฉันท์ ให้ชุมนุมโดยสงบ อย่าใช้ความรุนแรง เป็นกำลังใจให้ชุมนุมต่อไปเพื่อประชาธิปไตย.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 15:45:44

‘สมชาย'มั่นใจคดี ‘ยงยุทธ'ไม่กระทบ‘พปช.'

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่ากรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังศาลฎีการับคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะเป็นคนละส่วนกัน ทั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องเตรียมหาประธานสภาสำรองไว้ เพราะต้องรอคำตัดสินของศาลก่อน และถ้าหากตัดสินว่าผิดจริง ก็มีรองประธานสภาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้ ขณะที่ยืนยันพรรคไม่ได้วิตกกังวลต่อเรื่องดังกล่าว หรือแม้แต่คดีนอมินีก็ตามเพราะทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎหมายและพรรคก็ต้องต่อสู้ตามกฎหมายเช่นกัน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ นายสมชาย ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของคตส. หลังตรวจสอบที่มาของเงินการซื้อสโมสรฟุตบอลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ามองในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็เห็นว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะซื้อสโมสรฟุตบอลได้

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะทีมทนายความของนายยงยุทธเปิดเผยว่า ได้เตรียมพยานหลักฐานกว่า 20 ปากเพื่อซักค้านสำนวนของ กกต. ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีมติประทับรับฟ้องคดีของนายยงยุทธ และขณะนี้ได้มีการหารือกับ ส.ส.ภาคเหนือบางส่วน เพื่อหาทางหนีทีไล่หากศาลฎีกาฯ มีมติให้ใบแดงนายยงยุทธ และอาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง โดยเตรียมที่จะเสนอยุบสภา เพื่อให้ ส.ส.ของพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้พรรคก็มีการรือถึงการตั้งพรรคใหม่แล้ว

จาก hi-thaksin

‘สมัคร'แจงเหตุผลย้าย‘พล.ต.ต.ชัยยะ'เผย2เม.ย.โยกย้ายใหญ่อีก

วันนี้ (20 มี.ค.51) การพิจารณากระทู้ถามสด เรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกรัฐมนตรี ถึงเหตุผลของการสั่งย้าย พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และ พันตำรวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา อย่างไม่มีกำหนด เพราะมองว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง

ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ส่วนตัวไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งย้ายใคร อีกทั้ง พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล ก็ถูกรัฐบาลที่แล้วสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2550 แต่เมื่อถูกขอตัวไปช่วยราชการ คณะกรรมการการเลือกตั้งในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม โดยวันที่ 2 เมษายนนี้ จะมีการโยกย้ายอีกจำนวนมาก แต่หากเห็นว่ามีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้

จาก hi-thaksin

โพลชี้คนกรุงเทพค้านการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ

การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551 จะมีการนัดชุมนุมกันขึ้นอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกรุงเทพ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร โดยกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 1,214 คน ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วยต่อการนัดชุมนุมในครั้งนี้ ร้อยละ 80.8 ไม่มีความคิดในการไปร่วมชุมนุม และส่วนมากเห็นว่าน่าเป็นห่วงความรู้สึกต่อสถานกรณ์ทางการเมืองของประเทศ
ในขณะที่ประชาชนเชื่อว่าสาเหตุหลักของการชุมนุมในครั้งนี้ อาจเกิดจากความไม่พอใจต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และความไม่พอใจต่อการเดินทางกลับมาของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 30.2 คิดว่าฝ่ายพันธมิตร แกนนำ และผู้ชุมนุมจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด รองลงมาคือประชาชนและประเทศ
ส่วนสิ่งที่อยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตร ร้อยละ 41.7 เห็นว่ายังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย และอยากให้เจรจาอย่างประนีประนอม สมานฉันท์ ส่วนความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลควรปฏิบัติต่อเริ่องนี้ แบ่งเป็นร้อยละ 38.3 อยากให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม พร้อมทั้งอยากให้รัฐบาลรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงานต่อไป


จาก hi-thaksin

เฉลิมฮึดลงใต้ครั้งแรก เกาะติดปัญหาความไม่สงบ

มท.1 ควงลูกชาย เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ มีกำหนดประชุมกับ แม่ทัพภาค4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.สงขลา

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (20 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ และนายดวง อยู่บำรุง บุตรชายคนเล็ก เดินไปหาดใหญ่ ด้วยเที่ยวบิน TG 1231 เพื่อประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม มีกำหนดประชุมกับแม่ทัพภาค 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จ.สงขลา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ตนไปบูรณาการ ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ผ่านสื่อ ผ่านตัวแทนของทางราชการว่า รัฐบาลชุดนี้ เน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา ด้วยความสมานฉันท์ มีอะไรที่ติดขัดไม่เข้าใจ เปิดการเจรจาทุกรูปแบบ และอยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกศาสนาว่า รัฐบาลมองท่านทั้งหลายเป็นประชาชนคนไทยเหมือนกับไทยพุทธ เรื่องที่ผ่านมา มีอะไรไม่สบายใจ ไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลพร้อมรับคำร้องทุกข์

'แนวคิดรัฐบาล และผมเน้นการเจรจาเป็นที่ตั้ง หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง ไม่สนับสนุนการใช้กำลัง' ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว และว่า ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยไม่ได้โยนความผิดให้กองทัพ แต่กองทัพรับผิดชอบอยู่ก่อนแล้ว วันนี้ ตนจะถามตำรวจว่า มีปัญหาติดขัดอะไรบ้าง หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเต็มตัว จะหาเครื่องมือสื่อสาร จัดตั้งติดตามสถานการณ์ทุกทิศในเหตุการณ์ภาคใต้ ตั้งหน่วยบัญชาการที่กระทรวงมหาดไทย

เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะยุติลงได้ในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องใช้เวลา ทั้งนี้ จะไม่ขอผูกมัดตัวเอง เพราะเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย

"ประสพสุข" เตรียมเสนอตั้ง กมธ.ตรวจสอบข่าวใช้เงินซื้อเก้าอี้ประธานวุฒิสภา

กทม. 20 มี.ค. - นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เตรียมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบข่าวการซื้อเสียงเป็นประธาน ส.ว. ในระหว่างการประชุม วันพรุ่งนี้ ยืนยันไม่มีมวยล้มแน่นอน .

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 12:26:43