WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, March 21, 2008

แฉบ้าน100ล้านปากช่อง เฉลิมชี้นอมินีตำรวจใหญ่ [21 มี.ค. 51 - 01:02]

ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าววานนี้ (20 มี.ค.) ถึงการบุกรุกที่ดินป่าสงวน ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังไม่ได้รายงานความคืบหน้าให้ทราบ แต่ขอย้ำว่าการตรวจสอบไม่ต้องการพุ่งเป้าที่ ส.ส. หรือ อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินป่าสงวนทั่วประเทศ เพราะการบุกรุกป่าสงวน และโครงการพระราชดำริ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

"ยุคผมต้องไม่มีอิทธิพล ไม่ใช่เฉพาะที่ปากช่อง ยังมีอีกเยอะ ใครก็ตามที่ทำผิด จะจับหมด ที่ปากช่อง มีนอมินีตัวจริงของนายตำรวจใหญ่ ปลูกบ้านราคากว่า 100 ล้าน แค่ต้นไม้ที่ปลูกในพื้นที่ก็เกือบ 300 ล้านบาท ถ้าเข้าไปตรวจพื้นที่แล้วขุดต้นไม้หนี ระวังจะถูกข้อหาลักทรัพย์ราชการ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหนังสือคำสั่งแต่งตั้งคณะกรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาเตียน ป่าเขาเขื่อนลั่น จ.นครราชสีมา จำนวน 9 คน ประกอบด้วย พล.อ.ธนู ศรียากูล เป็นประธาน พล.ต.ท.ชัยณรงค์ วัชรานันท์ เป็นรองประธาน และกรมการอีก 7 คน คือ นายปรีชา จันทร์ศิริตานนท์ นายสมศักดิ์ เนติรังษีวัชรา นายชำนาญ เอกวัฒนโชตกูร นายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้อำนวยการสำนักแก้ไขการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำนักงานปลัดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบตำแหน่ง เลขานุการ และนายนฤพล บุญชื่น หัวหน้ากลุ่มประสานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ควบตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการเพื่อตรวจสอบการถือครองที่ดินบริเวณเขายายเที่ยง มีอำนาจตรวจสอบ เรียกหรือขอเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ ชี้แจงจัดส่งเอกสารตามที่เห็นสมควร ตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าว มีผล ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป


เร่งเกมแก้รัฐธรรมนูญ [21 มี.ค. 51 - 02:29]

ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ คนที่นิยมพกแบงก์ย่อยจ่ายตลาด บางครั้งพกเงินไปไม่พอค่าของต้องแปะโป้งแม่ค้าไว้จ่ายทีหลัง แถมยังชอบลงมือทำกับข้าวกินเอง

เงินทองไม่ค่อยไหลออก

ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้โชว์บัญชีการยื่นแสดงทรัพย์สินหนี้สินของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2551

ปรากฏว่า “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สินอยู่ 9 ล้านกว่าบาท ขณะที่คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ภริยา มีทรัพย์สินมากกว่า หนี้สินอยู่ 10 ล้านบาท

สองคนตายายรวมกันก็ 19 ล้านกว่าบาท

ไม่รวยแบบโอเวอร์จนน่าอิจฉา และก็ไม่ได้อัตคัดจนถึงขนาดถูกค่อนขอดว่าสร้างภาพ ฐานะเหมาะตามอัตภาพของคนเป็นนายกรัฐมนตรี

เพียงแต่มันเทียบฟอร์มกันไม่ติดกับ “ครม.อภิมหาอมตะโคตรมหาเศรษฐี” ในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เปิดโผมาแต่ละทีฮือฮา นับตัวเลขกันไม่ถูก

ไม่รวย ไม่เด่น ก็ไม่โดนหมั่นไส้

“ลุงหมัก” น่าจะเบาเนื้อเบาตัวในประเด็นเรื่องเงินๆทองๆ ไม่ต้องวุ่นวายใจกับปมทรัพย์สินมหาศาล โดนจับจ้องเหมือนเศรษฐีอย่างอดีตนายกฯทักษิณ

แต่โดยเกมที่ต้องฉุดกระชากลากถูกันต่อไป

สังเกตว่า นับจากวันที่ “เจ๊สด” นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเปรยๆ ไม่อยากให้มีการยุบพรรค เนื่องจากจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินในการเลือกตั้งซ่อมเป็นพันๆล้านบาท

แต่พูดแล้วเงียบไปเลย

ไม่รู้โดนใครทักให้ “พูดผิดพูดใหม่ได้” หรือเปล่า

เอาเป็นว่า นาทีนี้เตรียมหาทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าได้ จับทางจากท่าทีตั้งแท่นของนายสุเมธ อุปนิสากร กกต. โอดครวญไม่มีทางเลือกอื่น

ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคชาติไทยกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย

“เรื่องนี้ กกต.ไม่มีทางเลือกต้องเห็นใจด้วย เพราะกฎหมายมันรัดคอ กกต.ไว้ ไม่ให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้เลย นอกจากส่งศาล”

พูดชัดซะขนาดนี้ รอดยาก

และก็คงประเมินสถานการณ์แล้วถึงทนนิ่งเงียบอยู่ต่อไปไม่ได้ “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ออกมาบ่นดังๆออกอากาศ

“เรื่องยุบพรรคก็แล้วแต่ กกต.ทั้ง 5 คนจะดูให้รอบคอบ นักการเมืองเองก็มองได้หลายด้าน เกิดมาแล้ว เมื่อตั้งรัฐบาลกันมาแล้วก็อยากจะทำงาน ถ้าเกิดสะดุดขึ้นมาก็ยุ่ง ซึ่งถ้ามองในแง่รัฐศาสตร์ยุบพรรคไม่ได้หรอก เพราะบ้านเมืองต้องวุ่นวายแน่”

เซียนเก๋าเกมออกโรงแล้ว

และที่สำคัญ ยี่ห้อ “เสธ.หนั่น” เป็นหมอดูการเมืองที่ทายแม่นมากซะด้วย

แน่นอนโดยแรงตกกระทบ พรรคชาติไทยกระเทือนหนักกว่าใคร ไล่ดูชื่อในบัญชีคณะกรรมการบริหารพรรคก็ชุดเดียวกันกับที่เป็นรัฐมนตรีและ ส.ส.ปัจจุบัน

โดยเฉพาะบ้านใหญ่ ไล่ตั้งแต่ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค “หนูนา” น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา และ “ลูกท็อป” นายวราวุธ ศิลปาอาชา

โดนโละเหมาตระกูลเลย

และกับคิวของ “บิ๊กเติ้ง” ในวัย 75 ปี ถ้าโดนเว้นวรรคทาง การเมือง 5 ปี กว่าจะพ้นโทษดองเค็มก็ปาเข้าไป 80 ขวบ ตะบันน้ำกินแล้ว

ใครจะทำใจได้ มังกรปิดฉากการเมืองไปแบบไม่สวย

และถึงที่สุดเลยก็มาเฉลยตรงที่ “เสธ.หนั่น” เขี่ยลูกเปิดเกมล่วงหน้า

“ผมถึงบอกว่า รัฐธรรมนูญปี 50 ต้องหาทางแก้ไขกันหลายเรื่องหลายประเด็น วันนี้นักการเมืองถูกย่ำยี ถูกเหยียบย่ำ คนมาเป็นนักการเมืองต้องอดทนจริงๆ มันเลวไปหมด ทำอะไรก็ไม่ถูกใจซักที ตรงนี้ก็ต้องขอความเห็นใจเหมือนกัน”

คิวยุบพรรค บีบให้เร่งเกมแก้รัฐธรรมนูญ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

'สื่อกระบอกเสียงโจร'

"สมัคร"กระทุ้งเตือนสื่อเอง เสนอข่าวกลายเป็นกระบอกเสียงกลุ่มโจร ยืนยันไม่เปิดเจรจาโจรแบ่งแยกดินแดน มท1.เชื่อมั่นสถานการณ์ลดลง

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ -เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 20 มี.ค.51 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศสิงคโปร์ถึงการเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากประชุมเสร็จก็คงจะไม่แถลงว่าจะทำอะไรบ้างแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะรับหน้าที่ไปดำเนินการต่อ ตนจะไปกระโดดออกไปแสดง เพราะทั้งตนและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ก็โดนกันมาแล้วจนเข็ด และตอนนี้ก็จะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่ากลัวตายก่อนที่จะลงไปพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ จะส่งผลทางด้านจิตวิทยาต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาเป็นคนชอบพูดความจริง แต่คนเราไม่ค่อยยอมรับความจริง คุณเฉลิมเขาบอกว่าเขากลัวตายก็เท่านั้นเพราะเขาเป็นคนธรรมดา แต่ถ้าคุณเฉลิมประกาศซ่ากูไม่กลัวตายคนก็จะบอกว่าคุณเฉลิมเก่งมันก็เท่านั้น เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาใดๆ ส่วนคนที่ไม่กลัวเขาก็ลงไปด้วย สถานการณ์ทั้งหมดมันไม่ต้องมีจิตวิทยาอะไรอีกแล้ว เวลานี้เราก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรและกำลังพยายามแก้ปัญหาอยู่ซึ่งทุกอย่างก็กำลังจะค่อยยังชั่วแต่ก็มีเกิดเหตุรุนแรงอีก

“ถ้าสื่อมวลชนไม่เสนอข่าวเอิกเริกจนเกินไปก็จะช่วยกันรักษาสถานการณ์ได้ เราไม่ได้ปิดบังเพราะข่าวก็ยังเป็นข่าว ผมจะพยายามไม่ออกมาพูดอะไร”นายกรัฐมนตรีกล่าว

เมื่อถามว่าคิดว่าร.ต.อ.เฉลิมควรจะลงไปในพื้นที่ 3 จังหวัดหาคใต้ ไม่ใช่ลงไปประชุมแค่ที่จังหวัดสงขลาหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม ลงไปแล้ว แต่เมื่อเขาบอกว่ากลัวก็เลยประชุมที่จังหวัดสงขลา แต่ถ้าหากเขากล้าขึ้นมาก็อาจจะลงไปในพื้นที่ก็ได้ ต่อข้อถามว่าแล้วนายกฯ จะลงพื้นที่บ้างหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า “ถ้าผมไปผมก็ไม่บอกให้ใครทราบ เพราะถ้ารู้ทุกคนก็คงไม่ต้องทำงานอะไร ต้องมาคอยดูแลป้องกันนายกฯ” ต่อข้อถามว่าจะมีการตั้งรองนายกฯหรือรัฐมนตรีคนใดไปรับผิดชอบโดยตรงหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ต้องตั้ง ใครที่มีหน้าที่ก็จะรับผิดชอบดูแลเอง ทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ ส่วน ร.ต.อ.เฉลิมนั้น จะดูแลปัญหายาเสพติด แต่กระทรวงมหาดไทยก็มีนายพระนาย สุวรรณรัฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแล ศอ.บต. และมีผู้ว่าฯ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคนเหล่านี้ก็ต้องไปดูแล นอกจากนี้ยังมี ผบ.ทบ. พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็มีหน้าที่ดูแลและทำงานกันอยู่ ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิมเสนอแนวคิดให้ทหาร และตำรวจที่เชี่ยวชาญด้านการรบลงไปเป็นปลัดอำเภอในพื้นที่นั้น ก็ขอให้มาบอกกับตนจะได้ช่วยกันคิด เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ร.ต.อ.เฉลิมควรมาพูดกันก่อน หากเจอตนจะถามเรื่องนี้อีกที

“วันนี้คนไทยอยากถามว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องการอะไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่มีเหตุผล ไม่น่าจะมาทำกับบ้านเมืองเราขนาดนี้ อยากจะให้ผู้สื่อข่าวมีความคิดเหมือนกับพวกเราคนไทยด้วยกัน แล้วเขียนบทความออกมา กลุ่มคนเหล่านี้จะได้รู้สึกเสียทีว่านี่คือบ้านเมืองของเรา แต่สื่อปัจจุบันทำหน้าที่คล้ายกับเป็นกระบอกเสียงกับฝ่ายที่เคลื่อนไหว เวลาเกิดเหตุก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต จะให้คนใหญ่คนโตลงไป แล้วก็จะเกิดความเสียหายตามมา ผมเป็นนายกฯที่เลือกวิธีการทำงานแล้วจะไม่พูดจาซ้ำซากอะไรอีก” นายสมัคร กล่าว

ต่อข้อถามว่าประชาชนในพื้นที่มองว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหาภาคใต้เท่าที่ควร นายสมัคร กล่าวอย่าวมีอารมณ์ว่า “ ที่บอกว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจผมขอรายชื่อหน่อยได้หรือไม่ว่ามีใครบ้างหรือมีเจ้าหน้าที่คนไหนที่ขวัญกำลังใจเสีย เวลานี้ผมยังรู้สึกขอบคุณราษฎรอีก 73 จังหวัดซึ่งเขาไม่เคยออกปากเลยว่าเขาไม่ได้รับการดูแลอย่างเทียม ไม่เหมือนคนใน 3จังหวัดที่รัฐบาลลงไปแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ วิธีการแก้ผมไม่ต้องนั่งแหกปากบอกใคร แต่ยืนยันว่าเราแก้ไขเต็มที่ไม่ว่าจะเป็ฯตำรวจ ทหาร ทำงานกันอย่างเต็มเหนี่ยว ผมได้ฟังขั้นตอน วิธีการการดำเนินการทุกอย่างทั้งหมด เหตุการณ์ก็ค่อยๆดีขึ้นแล้ว เวลานี้สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการคือให้ผมแหกปากประกาศออกไปแล้วหากพลาดพลั้งอะไรไปก็จะมีการนำไปขยายผลให้เป็นเรื่องนานาชาติ อย่างที่ผมเคยบอกว่ามีความพยายามไปเจรจานอกรอบเพื่อที่จะให้รัฐบาลไทยไปเจรจากับคน 2 กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ขอเจรจา

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่รัฐบาลลดเบี้ยเสี่ยงภัยเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนจะไปดูให้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

"เฉลิม"ยันไป3จว.แน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 โดยใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ โดย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวตอนหนึ่งว่า การสะท้อนปัญหาของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในพื้นที่พบว่ายังขาดแคลนในเรื่องของอาวุธและเครื่องมือในการปฏิบัติงานเช่นเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด และที่เกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจพิสูจน์ที่เกิดขึ้น โดยในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ตนจะรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการตามที่ทุกฝ่ายได้เสนอ

อย่างไรก็ตามจากข้อมูลในเชิงลึกของฝ่ายทหารและตำรวจพบว่าบางเรื่องจำเป็นจะต้องมีการเจรจากับนอกประเทศ ซึ่งต้องหาช่องทางติดต่อกับบุคคลที่สามารถคุยกับฝ่ายตรงข้ามได้ สำหรับนโยบายในการแก้ปัญหาของรัฐบาลยังยืนว่าจะใช้การเมืองนำการทหาร และความสมานฉันท์เป็นหลัก รวมทั้งวิธีการเจรจาโดยรัฐบาลนี้จะไม่ใช้กำลัง และจำเป็นต้องประสานข้อมูลกับทุกฝ่ายซึ่งหลังจากนี้จะหารือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไม่การประชุมครั้งนี้ไม่เชิญฝ่ายค้าน เหตุผลเพราะเป็นการประชุมปิด แต่ถ้าประชุมเปิดก็พร้อมที่จะเชิญมาเข้าร่วมหารือ

นอกจากนี้ รมว.กระทรวงมหาดไทย ยังยืนยันเจตนาเดิมว่าจะลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน แต่เหตุผลที่ยังไม่ลงขณะนี้เพราะต้องการรับทราบปัญหาโดยตรงจากพื้นที่ก่อนเพราะถ้าลงไปจะทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา ไม่ใช้เพราะกลัวตายหรือเสียดายชีวิต เพราะถ้ากลัวคงไม่รับอาสานายกลงมาแก้ปัญหาและไม่จำเป็นต้องห่วงตัวเองเพราะไม่มีอะไรจะเสียมีแต่ตัวกับหัวใจ และไม่รู้ว่านายกจะเปลี่ยนตัววันไหน ส่วนเหตุความระรุนแรงที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมืองหรือการที่นายสมัครเป็นนายกหรือตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่เป็นไปตามสถานการณ์ที่พาไปแต่จริง ๆ ตั้งแต่ตนมาทำหน้าที่สถานการณ์รุนแรงลดลงกึ่งหนึ่ง ถามว่าหนักใจไหมกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นยอมรับว่าหนักใจต้องขอพรจากพระอัลเลาะห์และไว้พระให้ช่วยเพราะเรื่องนี้ต้องอาศัยโชคช่วยด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะตนจะเน้นการใช้เทคโนโลยีในการติดตามงานตรวจสอบความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในแต่ละวันผ่านทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ซึ่งจะทำให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ขอความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้หลงผิดกลบตัวกลับใจเข้ามาให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ซึ่งพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรม แต่การที่จะนิรโทษหรือนิรโทษกรรมจะต้องทราบที่มาที่ไปก่อน เช่นเดียวกันหากประชาชนในพื้นที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนผ่านหน่วยงานในพื้นที่ได้โดยตรงทั้ง ศอ.บต. ศูนย์ดำรงธรรม แต่หากไม่มั่นใจก็สามารถร้องเรียนมายังตนได้โดยตรงซึ่งพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะในเรื่องของการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ช่วงบ่ายวันนี้ (20 มี.ค.) มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่ประธาน พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ สอบถามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

นายสุเทพ กล่าวว่า ในการดูแลปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้อง อยากถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง และในตอนหาเสียงพรรคพลังประชาชนได้ประกาศกับประชาชนทั้งประเทศว่า จะสานต่อนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเกิดข้อสงสัยว่ายุทธศาสตร์และนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลนี้ จะยึดถือตามแนวนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ และถ้าใช่จะทั้งหมดหรือบางส่วน และถ้าไม่ใช่ รัฐบาลนี้ใช้ยุทธศาสตร์อะไร รวมทั้งกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ฝ่ายค้านได้เสนอกฎหมายไปนานแล้ว รัฐบาลจะผลักดันกฎหมายเพื่อให้การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพได้เมื่อไหร่ และจะรายงานผลการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อใด


นายสมัคร กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้นั้น นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด มีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำอยู่แล้ว และพรรคพลังประชาชนไม่เคยบอกว่าจะนำนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาปฏิบัติ รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารงานได้เพียง 1 เดือนครึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก รับหน้าที่ในเบื้องต้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง แต่ไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยให้คนที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รับรู้แนวทาง สำหรับเรื่องการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรบริหารราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เจ้าหน้าที่กำลังพิจารณาอยู่ เมื่อเสร็จแล้วจะนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป


"ผมจะทำรายงานให้ ส.ส.ได้ทราบว่า เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นมีก่อนที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา ผมก็ให้เครดิต ส่วนรัฐบาลเก่าทำไว้อย่างไร ผมไม่ขอเอามานินทา เมื่อมีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารบก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2550 แล้ว ผู้บัญชาการทหารบกได้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย และสิ่งที่จะแสดงให้เห็นคือความเปลี่ยนแปลงหลังจากเปลี่ยนคนบริหาร ผมรับผิดชอบเต็มที่ในฐานะทั้งสองตำแหน่ง และจะทำเป็นตารางเปรียบเทียบให้ดู" นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า วิธีการแก้ปัญหาทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องตอบในรายละเอียดทุกเรื่อง ว่าจะส่งทหารลงพื้นที่จำนวนเท่าไหร่ บางเรื่องตอบได้ก็จะตอบ รัฐบาลจะไม่ตกหลุมให้ใครใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นเครื่องมือในการสอบถาม


นายสุเทพ กล่าวตอนท้ายว่า ไม่ได้ใช้สภาผู้แทนราษฎรเป็นเครื่องมือหลอกถามนายกรัฐมนตรี แต่ที่ถามเพราะเห็นว่าเป็นปัญหาที่ประชาชนห่วงใย ส่วนนายกรัฐมนตรีจะไม่พูดอะไร ก็ถือเป็นสิทธิ และหากไม่พูดอะไรเลย ก็เป็นเรื่องดี เพราะถ้าพูดมากไปประชาชนจะเกิดความสับสนได้ หรือถ้าพูดครึ่งๆ กลางๆ อาจมีการนำไปตีความต่าง ๆ นา ๆ และทำให้นายกรัฐมนตรีเสียหาย


‘หมอเลี้ยบ'เผยยุบสภาเลี่ยงยุบพรรคแค่ความเห็น

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้อง กกต.ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย นายยงยุทธ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยให้เป็นหน้าที่ของรองประธาน สำหรับพรรคพลังประชาชนคงจะประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการ ว่าจะเตรียมชี้แจงอย่างไร และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความรู้สึกของคนในพรรค
ส่วนที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการยุบพรรคคือการยุบสภานั้น ถือเป็นความเห็น แต่ในพรรคยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งอาจคาดเดาว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไปในทิศทางนั้น แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น อีกทั้งการที่ศาลรับคำร้องในคดีดังกล่าวเชื่อว่า จะไม่เชื่อมโยงหรือส่งผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละคดีก็มีรูปคดีและข้อมูลของตัวเอง
โดยระหว่างนี้ พรรคจะหาคนมาทำหน้าที่ประธานสภาแทนนายยงยุทธหรือไม่นั้น ต้องมีการพูดคุยกันว่า จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร แต่ในชั้นนี้กระบวนการยังอยู่ในการพิจารณาของศาลยังไม่ได้พิพากษาไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งในการสัมนาใหญ่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนวันที่ 22 มีนาคมนี้ คงจะหยิบยกมาหารือว่า จะรอให้มีคำพิพากษามาก่อน หรือจะดำเนินการอย่างอื่นต่อไป


จาก hi-thaksin

Thursday, March 20, 2008

เฉลิมลั่นไม่กลัวตาย!ลง3จ.ชายแดนใต้แน่


รัฐมนตรีฯมหาดไทย ลั่น ไม่กลัวตายลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แน่ โดยยึดนโยบายการเมืองนำทหารแก้ปัญหาด้วยความสมานฉันท์ เตรียมรายงานผลประชุม 5ชั่วโมงให้นายกฯพรุ่งนี้




สมัคร เผย 2 เม.ย.ย้ายใหญ่ตำรวจ

รัฐสภา 20 มี.ค.-นายกรัฐมนตรี แจงย้าย “พล.ต.ต.ชัยยะ” เป็นการย้ายกลับไปทำงานเดิม พร้อมเผย 2 เม.ย. จะมีการย้ายตำรวจล็อตใหญ่

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

นายถาวร กล่าวว่า กรณีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา โดยไม่มีกำหนดกลับ อ้างว่าไปปฏิบัติหน้าที่ด้านการข่าว เพื่อความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ถูกโยกย้ายหลายคน อยากถามนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลต้องการให้ข้าราชการทำงานดีสยบต่ออำนาจ หรือให้มีข้าราชการที่ทำงานสุจริตจะต้องเกรงกลัว นี่เป็นการแก้แค้นหรืออย่างไร และจะมีการโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้งอีกหรือไม่

นายสมัคร กล่าวตอบว่า เรื่องการโยกย้ายตำรวจตนไม่อยากตอบว่าไม่ได้ทำเอง แต่อยากตอบกรณีนี้โดยเฉพาะว่า ตำรวจที่ถูกย้ายเมื่อ พ.ศ. 2550 วันที่ 17 ตุลาคม ขณะนั้นพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ยังไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลที่แล้วได้ย้ายนายตำรวจคนนี้พร้อมด้วยพวก 8 คนให้ไปทำงานนี้ทางภาคใต้ แต่ภายหลังให้กลับมาช่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่องานเสร็จแล้วจึงให้กลับไปทำงานเดิม สำหรับการโยกย้ายนั้น จะมีการโยกย้ายอีกล็อตใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน

นายถาวร ถามอีกว่า รัฐบาลจะให้สัญญากับรัฐสภาได้หรือไม่ว่า หากข้าราชการร้องขอให้ทบทวนเพื่อขอความยุติธรรม ทั้งในประเด็นการพลัดพรากจากครอบครัว ความไม่เป็นธรรม นายกรัฐมนตรีจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ย้ายด้วยเหตุผล ความเหมาะสม และมีเหตุผลตรวจสอบได้ ตนอยากดูเอกสารเหมือนกันว่าการย้ายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ได้มีการทำหนังสือมาร้องเรียนสภาให้สอบถามรัฐบาลหรือไม่ว่า ทำไมจึงพรากลูกพรากเมีย ทำไมตอนนั้นไม่มีการร้องเรียนเลย ทำไมคราวนี้ไม่ได้สั่งย้ายเพียงแต่เอาคำสั่งเดิมมาขอให้กลับไปอยู่ที่เดิม จึงออกมาร้องเรียน.-สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 16:24:28

ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.

กรุงเทพฯ 20 มี.ค.-กรุงเทพโพลล์สำรวจพบประชาชนเชื่อสถานการณ์ทางการเมืองยังน่าเป็นห่วง ไม่เห็นด้วยกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค. เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยก แนะยุติการชุมนุม เจรจาอย่างประนีประนอม-สมานฉันท์ ชี้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,214 คน ในหัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.นี้” ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2551 พบว่า ประชาชนร้อยละ 25.9 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ช่วยสอดส่องและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ได้รู้ข้อเท็จจริงของปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า สร้างความวุ่นวาย ทำให้เกิดความแตกแยก ควรให้รัฐบาลทำงานนานกว่านี้ก่อน และร้อยละ 16.7 ไม่แสดงความเห็น

ส่วนความรู้สึกต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน ปรากฏว่า ประชาชนร้อยละ 84.7 เห็นว่าน่าเป็นห่วง และร้อยละ 15.3 เห็นว่าไม่น่าเป็นห่วง สำหรับความคิดเห็นในการไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.1 ไปร่วมชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 80.8 ไม่ไปร่วมชุมนุม และร้อยละ 14.1 ไม่แน่ใจ ส่วนสาเหตุการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 20.5 เชื่อว่าไม่พอใจการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 19.5 เชื่อว่าไม่พอใจการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนร้อยละ 15.5 เชื่อว่าเกิดจากแย่งชิงผลประโยชน์และตอบโต้ทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 6.3 เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อกวนทางการเมือง และร้อยละ 38.2 ไม่แสดงความเห็น

ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเคลื่อนไหวและนัดชุมนุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 30.2 ระบุว่าฝ่ายพันธมิตรฯ แกนนำ และผู้ชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 21.9 ระบุประชาชนและประเทศชาติ ร้อยละ 3.0 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 1.4 ระบุผู้ที่เสียผลประโยชน์ทางการเมือง ร้อยละ 1.2 ระบุรัฐบาล ร้อยละ 6.1 ระบุไม่มีใครได้ประโยชน์ และร้อยละ 36.2 ไม่มีความเห็น

สำหรับสิ่งที่ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลควรปฏิบัติต่อเรื่องนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 38.3 เห็นว่ารัฐบาลควรติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม ขณะที่ร้อยละ 13.2 เห็นว่ารัฐบาลควรรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนร้อยละ 12.8 เห็นว่ารัฐบาลควรใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อควบคุมการนัดชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 6.5 เห็นว่ารัฐบาลควรหาทางเจรจาตกลงกันโดยสันติวิธี ร้อยละ 4.4 เห็นว่ารัฐบาลควรให้อิสระในการชุมนุมตามวิถีทางประชาธิปไตย และร้อยละ 24.8 ไม่มีความเห็น

ผลสำรวจยังพบว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตรฯ คือ ยังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย ให้เจรจาอยางประนีประนอม สมานฉันท์ ให้ชุมนุมโดยสงบ อย่าใช้ความรุนแรง เป็นกำลังใจให้ชุมนุมต่อไปเพื่อประชาธิปไตย.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 15:45:44

‘สมชาย'มั่นใจคดี ‘ยงยุทธ'ไม่กระทบ‘พปช.'

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่ากรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังศาลฎีการับคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะเป็นคนละส่วนกัน ทั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องเตรียมหาประธานสภาสำรองไว้ เพราะต้องรอคำตัดสินของศาลก่อน และถ้าหากตัดสินว่าผิดจริง ก็มีรองประธานสภาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้ ขณะที่ยืนยันพรรคไม่ได้วิตกกังวลต่อเรื่องดังกล่าว หรือแม้แต่คดีนอมินีก็ตามเพราะทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎหมายและพรรคก็ต้องต่อสู้ตามกฎหมายเช่นกัน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศ

พร้อมกันนี้ นายสมชาย ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของคตส. หลังตรวจสอบที่มาของเงินการซื้อสโมสรฟุตบอลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ามองในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็เห็นว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะซื้อสโมสรฟุตบอลได้

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะทีมทนายความของนายยงยุทธเปิดเผยว่า ได้เตรียมพยานหลักฐานกว่า 20 ปากเพื่อซักค้านสำนวนของ กกต. ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีมติประทับรับฟ้องคดีของนายยงยุทธ และขณะนี้ได้มีการหารือกับ ส.ส.ภาคเหนือบางส่วน เพื่อหาทางหนีทีไล่หากศาลฎีกาฯ มีมติให้ใบแดงนายยงยุทธ และอาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง โดยเตรียมที่จะเสนอยุบสภา เพื่อให้ ส.ส.ของพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้พรรคก็มีการรือถึงการตั้งพรรคใหม่แล้ว

จาก hi-thaksin

‘สมัคร'แจงเหตุผลย้าย‘พล.ต.ต.ชัยยะ'เผย2เม.ย.โยกย้ายใหญ่อีก

วันนี้ (20 มี.ค.51) การพิจารณากระทู้ถามสด เรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกรัฐมนตรี ถึงเหตุผลของการสั่งย้าย พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และ พันตำรวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา อย่างไม่มีกำหนด เพราะมองว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง

ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ส่วนตัวไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งย้ายใคร อีกทั้ง พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล ก็ถูกรัฐบาลที่แล้วสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2550 แต่เมื่อถูกขอตัวไปช่วยราชการ คณะกรรมการการเลือกตั้งในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม โดยวันที่ 2 เมษายนนี้ จะมีการโยกย้ายอีกจำนวนมาก แต่หากเห็นว่ามีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้

จาก hi-thaksin

โพลชี้คนกรุงเทพค้านการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ

การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551 จะมีการนัดชุมนุมกันขึ้นอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกรุงเทพ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร โดยกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 1,214 คน ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วยต่อการนัดชุมนุมในครั้งนี้ ร้อยละ 80.8 ไม่มีความคิดในการไปร่วมชุมนุม และส่วนมากเห็นว่าน่าเป็นห่วงความรู้สึกต่อสถานกรณ์ทางการเมืองของประเทศ
ในขณะที่ประชาชนเชื่อว่าสาเหตุหลักของการชุมนุมในครั้งนี้ อาจเกิดจากความไม่พอใจต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และความไม่พอใจต่อการเดินทางกลับมาของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 30.2 คิดว่าฝ่ายพันธมิตร แกนนำ และผู้ชุมนุมจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด รองลงมาคือประชาชนและประเทศ
ส่วนสิ่งที่อยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตร ร้อยละ 41.7 เห็นว่ายังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย และอยากให้เจรจาอย่างประนีประนอม สมานฉันท์ ส่วนความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลควรปฏิบัติต่อเริ่องนี้ แบ่งเป็นร้อยละ 38.3 อยากให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม พร้อมทั้งอยากให้รัฐบาลรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงานต่อไป


จาก hi-thaksin