WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, March 21, 2008

สหรัฐสนใจปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ของไทย

สหรัฐฯ 21 มี.ค. - สหรัฐอเมริกาสนใจปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เปิดเผยหลังเข้าพบ ดร.คอนโดลีซซา ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ว่า สหรัฐสนใจปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งไทยยืนยันเป็นปัญหาภายใน สามารถแก้ไขได้ ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ โดยใช้หลักความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีทั้ง 2 ยังได้หารือถึงปัญหาในพม่า ที่ไทยเห็นว่าการเจรจาและการใช้กลไกอาเซียน จะเป็นหนทางที่ดีกว่าการคว่ำบาตร

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-21 11:11:59

นายกฯ ให้การแก้ปัญหาไม่สงบภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ

ทำเนียบฯ 21 มี.ค. - การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาภาคใต้ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีให้ถือว่าการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ และกำชับให้เร่งแก้ไขปัญหาการก่อเหตุร้ายรายวัน

ทางด้าน ผู้ว่าฯ ปัตตานี กล่าวก่อนการเข้าร่วมประชุมว่า มั่นใจสถานการณ์ในพื้นที่จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะขวัญและกำลังใจของประชาชนในพื้นที่.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-21 10:12:22


ยุบพรรค

คุณสุเมธ อุปนิสากร นั้น มีตำแหน่งเป็น 1 ใน 5 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ดังนั้น คำพูดยืนยันของคุณสุเมธวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม!!
วันนี้...คุณสุเมธพูดชัดเจนอย่าง “ตั้งใจพูด” ว่า...

เรื่องคดียุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตยนั้น ตามกฎหมาย กกต. ก็จะทำอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคเท่านั้น แค่นี้ยังไม่เท่าไร แต่สิ่งที่ คุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กับ คุณอนงค์วรรณ เทพสุทิน จะต้องหนาวยะเยือกมากกว่านั้น คือ การยืนยันด้วยการยก ข้อกฎหมาย ประกอบการพูดว่า...กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.เลือกตั้ง มาตรา 103 วรรค 2 ที่ระบุว่า

หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคกระทำความผิด กฎหมายให้ถือว่าพรรคการเมืองได้อำนาจการปกครองโดยวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมันจะไปเข้ากฎหมายมาตรา 94(1) ที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบ ตรงนี้แหละ ที่คุณสุเมธนำมากล่าวอ้างในการพูด จนทำให้สองหัวหน้าพรรคแทบจะหัวใจวาย คือ“ถ้ากฎหมายมันเขียนคำว่า “ให้ถือว่า” ก็จะแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่เขียนว่าให้สันนิษฐานไว้ก่อน อย่างนี้แปลเป็นอย่างอื่นได้

เขียนอย่างนี้ก็คล้ายๆ ว่า มัดเอาไว้เลย ตามกฎหมายไม่มีทางที่จะให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นได้เลย เขามัดคอผมว่าต้องส่งไปอย่างนี้ คล้ายขีดเส้นให้ผมเดิน ซึ่งในที่ประชุมก็เห็นเหมือนกันหมด” จนบัดนี้ ผมเองก็อ่านไม่ออก คิดไม่ตกว่า คุณสุเมธนำเรื่องคอขาดบาดตายอย่างนี้ ออกมา “บอกเล่า” แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำไม??หรือคุณสุเมธต้องการ “สื่อ” อะไรบางอย่างออกมา ให้พรรคการเมืองอื่นๆ ได้รับรู้??

และแน่นอน!! หาก พรรคชาติไทยกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย ประสบชะตากรรมตามนัยคำอธิบายเบื้องต้นของคุณสุเมธ พรรคใหญ่ที่เป็นแกนนำรัฐบาลอย่าง พรรคพลังประชาชน ก็ “หนีไม่พ้น” เช่นเดียวกันหาก คุณยงยุทธ ติยะไพรัช เกิดถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินให้ “ใบแดง” เมื่อไร พรรคพลังประชาชนก็จะเจอข้อหาถูกยุบพรรคทันที เพราะคุณยงยุทธก็เป็น “กรรมการบริหารพรรค” คนสำคัญ

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างนี้ มาจากการร่างรัฐธรรมนูญที่มี “ประสงค์ สุ่นศิริ” เป็นประธานยกร่าง ทางเลือก (ที่ถือเป็นทางรอด) เดียว ซึ่งพรรคการเมืองทั้งหลายจะต้องทำ แต่คงทำยากหรือทำไม่ได้!!คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ!!เพราะวุฒิสมาชิกกับพรรคประชาธิปัตย์คงไม่เอาด้วย!!

“สองคม”

ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด

สงครามใต้ ไข้ที่ถูกเลี้ยง (1)

ถึงขนาด..ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีมหาดไทย..ระบุว่า ไฟใต้ใหญ่เกินกว่ามหาดไทยรับมือ..แล้วขอให้กองทัพรับไปนั้นย้อนหลังไป..ก่อนที่โจรกระจอกจะแสดงปาฏิหาริย์..เผาบ้านผลาญชีวิต..จนถึงวันนี้..กองทัพได้เข้ามาจัดการแต่มันก็มีแต่แรงขึ้นจนเมื่อกองทัพเข้ามายึดอำนาจเป็นรัฐบาล..แต่สงครามใต้..ก็ไร้วี่แววจะสะดุดหยุดอยู่..แถมการพิฆาตเข่นฆ่าก็แผ่วงกว้างขึ้นมาทุกวัน

สงครามใต้..ไม่ใช่สงครามที่มีเชื้อโรคไวรัสบุกเข้ามาจากภายนอก..อย่างไข้หวัดใหญ่ หวัดนก แต่มันเป็นเชื้อโรคที่ก่อเกิดจากอวัยวะภายใน..แบบเดียวกับเอดส์หรือมะเร็งการรักษาไข้หวัด ไข้ทรพิษ หรือหวัดนก แตกต่างกับการรักษาเอดส์หรือมะเร็งอย่างไร..สงครามใต้ก็ต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกัน

โรคที่เกิดจากปัจจัยภายใน ย่อมรักษาได้ยากกว่าโรคที่เกิดจากปัจจัยภายนอก..สงครามใต้ก็เช่นกัน..สงครามใต้..คือ การหลั่งไหลออกไปของงบประมาณแผ่นดิน..ทั้งในด้านการบำรุงรักษากำลังพลและการจัดซื้อจัดหายุทธปัจจัย..ยังไม่มีใครยืนยันตัวเลขออกมา..นับตั้งแต่วันที่อาวุธถูกปล้นมาจนถึงวันนี้..ประเทศนี้เสียเงินไปแล้วกี่หมื่นกี่แสนล้าน..ในสงครามที่ปราศจากแนวรบสงครามนี้

ถ้านายแพทย์สักคนหนึ่ง โรงพยาบาลสักแห่ง..จะเลี้ยงไข้คนไข้..เพื่อหารายได้บำรุงโรงพยาบาล และเพื่อความมั่งคั่งของหมู่หมอแน่นอนว่า..เขาจะต้องเลือกอาการป่วยของคนไข้ที่เกิดจากภายใน..เช่น เอดส์หรือมะเร็ง..เพราะโรคที่เกิดจากพิษภัยภายนอกนั้น..การเลี้ยงไข้ย่อมง่ายต่อการตรวจพบหากข้อสันนิษฐานนี้มีความเป็นไปได้..สงครามใต้จะกลายเป็นคนไข้ที่ไม่มีวันได้ออกจากโรงพยาบาล

ว่ากันไปแล้ว..สงครามใต้ไม่ใช่สงครามใหม่ของโลก..และสงครามใต้ก็ไม่ใช่โจทย์ทางทหาร ที่ยากลำบากจนสิ้นหนทางแก้ไขมีแบบอย่างการแก้ปัญหามากมาย..ในหลายๆ ประเทศ ที่มีสาเหตุและที่มาของปัญหา คล้ายๆ กับ 3 จังหวัดภาคใต้ของไทย..พรุ่งนี้ว่ากันอีกวัน..จะหยุดสงครามใต้ได้อย่างไร

พญาไม้

พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

โม่งยึดสำเร็จถุงเงินทหาร

“โม่ง” แทรกโผทหารพาดหัวข่าวของ “บางกอกทูเดย์” ฉบับประจำวันที่ 9 และ 10 มี.ค. โดย “ฟันธง” ล่วงหน้าก่อนจะถึงวันโผจริงจะถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ช่วงใกล้เที่ยง 20 มี.ค.2 ตำแหน่งที่ข้องเกี่ยวกับ “ถุงเงิน” ของกองทัพ คือ...ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม ที่มี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม (ตท.8) ดูแลอยู่ และ ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา มี พล.อ.เหมรัฐ ขำนิล (ตท.9) รับผิดชอบทั้ง 2 คน จะต้องถูก “โยก” ออกไป

แล้วให้ พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ ที่ปรึกษาพิเศษ บก.ทหารสูงสุด (ตท.10) มานั่งเก้าอี้ ผอ.สำนักงบประมาณกลาโหม แทน ขณะที่ เก้าอี้ เป็น ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ก็มีชื่อของ พล.ท.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ รอง ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดดเด่นขึ้นมาทาบรัศมีมากสุดๆ เช่นกันคนที่ “บางกอกทูเดย์” เรียกว่าเป็น “ไอ้โม่ง” ซึ่งถือเป็น “มือทำงาน” และยังเป็น “คนใกล้ชิด” ของผู้มีอำนาจในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช

อีกทั้ง ยังมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง “ถุงเงิน” ของกองทัพ ครั้งนี้ เคยพูดเอาไว้เมื่อครั้งประชุมสภากลาโหม เมื่อ 28 ก.พ.ต่อหน้าบรรดา “บิ๊ก’ทหาร” ว่า...“ผมจะเอาคนนี้...”และ “รับประกัน ผมจะเตรียมตำแหน่งจอมพลเอาไว้ให้...”“คนนี้” ในความหมายของ “ไอ้โม่ง” ที่ว่า ก็คือ...พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ และ พล.ท.เสถียร เพิ่มทองอินทร์

แต่การที่นายทหารระดับสูงทั้ง 2 คน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในกองทัพ ก็ไม่ได้หมาย ความว่า...พวกเขา คือ คนของ “ไอ้โม่ง” ที่จะคอยรับคำสั่ง “ขวาหัน...ซ้ายหัน” อย่างที่มีการสมอ้างต้องให้เกียรติ และเครดิต นายทหารทั้ง 2 คนด้วยกระนั้น ก็ต้องบอกว่า...ข่าวที่ “ไอ้โม่ง” ต่อรองจะขอเอา พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ และ พล.ท.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว...ล่วงหน้าถึง 12 วัน

ย่อมไม่ธรรมดา!!!เพราะโผโยกย้ายทหารกลางปีที่ออกมาอย่างเป็นทางการ เมื่อ 20 มี.ค.นั้น ก็ชัดเจนแล้วว่า...ตรงตามที่ “บางกอกทูเดย์” เคยเขียนถึง และต่างไปจากสื่อรายวันฉบับใหญ่หลายฉบับที่เคยชี้ไว้ว่า...จะต้องเป็นคนอื่นที่มิใช่ พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ และ พล.ท.เสถียร เพิ่มทองอินทร์

สำหรับนายทหารที่ถูก “โยก” ออกไป โดยเฉพาะ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ซึ่งเป็นคนของ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และประธาน คมช. และยังเป็นคนสนิทของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม กับคำสั่งล่าสุด คือ การถูกโยกไปเป็น ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม กินอัตรา “จอมพล”
ส่วน พล.อ.เหมรัฐ ขำนิล ก็ถูกโยกไปเป็น ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด ถึงตรงนี้ ก็ต้องบอกว่า...“ไอ้โม่ง” คนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ...เจ๋งจริง!!!สามารถเข้ายึดหน่วยงานที่ได้ชื่อว่าเป็น “ถุงเงิน” ของทหาร ทั้ง สำนักงบประมาณกลาโหม และ ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้อย่างที่เคยลั่นวาจาเอาไว้...เบ็ดเสร็จเด็ดขาด

เมื่อนับรวมกับ “ถุงเงิน-หลัก” ในซีกของรัฐบาล ผ่านโครงการเมกกะโปรเจ็กต์ต่างๆ แล้ว ก็ต้องถือว่า...เม็ดเงินที่ “ไอ้โม่ง” คนนี้...มีถือในมือสูงมากๆ
รวมๆ กันไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2551 (1 ต.ค.50 – 30 ก.ย.51) ที่ตั้งวงเงินเอาไว้ 1.66 ล้านล้านบาทคิดสะระตะแล้ว ก็ราวๆ 4 แสนล้านเศษน้อยซะทีไหนกัน???แม้ว่า…ระยะทางของงบประมาณฯปี 51 จะผ่านมาเกือบถึงครึ่งทางแล้วก็ตาม

แต่ก็ยังมีงบประมาณฯปี 52 (1 ต.ค.51 – 30 ก.ย.50) เต็มๆ ปี ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับ 2 ล้านล้านบาท รอให้จัดสรรอยู่ในมืออีก คงจะเหมือนกับงบประมาณฯปีต่อๆ ไปนั่นแหละ ตราบเท่า “ไอ้โม่ง” คนนี้...ยังคงสร้างสัดส่วนรายได้ 6 : 2 : 2 อยู่ เชื่อว่า...ถุงเงิน ทั้งของรัฐบาล และทหาร คงไม่พ้นการเข้ามา “ล้วงลูก” ของคนๆ นี้

แต่ก็นั่นแหละ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล และไม่ว่ารัฐบาลนั้น จะมาจากปลายกระบอกปืน หรือเสียงของประชาชน...ผ่านการเลือกตั้ง ก็ล้วนต้องเข้ามายึดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ “ถุงเงิน” แทบทั้งสิ้น!!!รัฐบาล ภายใต้การดูแลของ คมช. ยุค พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นใหญ่ ก็ได้ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม และ พล.อ.เหมรัฐ ขำนิล ดูแล “ถุงเงิน” ของกองทัพ ให้

แปลกอะไร!!! หาก รัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช ผู้ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. เป็น “นายทหารคู่ใจ” หอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ทั้งในและต่างประเทศ

จะมี พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ และ พล.ท.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ คอยดูแล ดูแล “ถุงเงิน” ของกองทัพ ให้บ้างสำหรับ พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการทหารอาจไม่รู้จักว่า “เป็นใครมาจากใหน??” จู่ๆ ก็มานั่งคุมงบประมาณกลาโหมนับแสนๆล้านได้ยังๆไง??

พล.อ.รังสาทย์ แช่มเชื้อ เป็นนักเตรียมทหาร รุ่น 10 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาแต่ชื่อ “รังสาทย์ แช่มเชื้อ” คงเรียกยากหรือเขียนยาก เพื่อนๆ เลยเรียกเขาว่า “ลองกอง”“ลองกอง” จึงหลายเป็นนิกเนมถาวรของ “รังสาทย์” ไปโดยปริยาย.....สำหรับ “ไอ้โม่ง” ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเข้ามายึด “ถุงเงิน” ของทหารครั้งนี้

ถือว่า...ประสบความสำเร็จอย่างสูงทีเดียว เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการแน่นอน...ขนาดกองทัพที่ว่าแกร่งทั่วแผ่นดิน และเพิ่งจะผ่านพ้นยุคของ คมช.มาหมาดๆ ยังไม่คณามือของ “ไอ้โม่ง” รายนี้ประสาอะไรกับ “ถุงเงิน” ของรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช เล่า!!!


ตท.10 ผงาด!!

โผโยกย้ายนายทหารกลางปี ช่วง เม.ย.นี้ ถูกจับตามองว่า...เป็นการกลับมาของ เตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) เพื่อนร่วมรุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กลับมาโลดแล่นในกองทัพไทยอีกครั้ง หลังแกนนำหลายคน “เด้ง” เข้ากรุ ทั้งก่อนและหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. 2549 ก่อนที่โผจะออกมาอย่างเป็นทางการ มีกระแสข่าวมาตลอดว่า ตท.10 จะกลับมาใหญ่อีกครั้ง แล้วก็ไม่ได้ไกลจากที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์

นั้นคือ ตท.10 กลับมาผงาดอีกครั้ง!!!สำหรับ ตท. 10 เพื่อนร่วมรุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้รับกาพิจารณาเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในกองทัพ ที่น่าจับตามอง ก็คือ พล.อ.ท.สุเมธ์ โพธิ์มณี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทอ. เป็น หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำรมว.กลาโหม (อัตราพลเอก)

พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต อดีตผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) พล.ต. มนัส เปาริก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 และ พล.อ.ต. พงษ์ธร บัวทรัพย์ อดีตเจ้ากรมสรรพาวุธทหารอากาศ เป็นผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำรมว.กลาโหม (อัตราพลโท) พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ซึ่งมีความขัดแย้งกับ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. ถูกเด้งมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัด

กระทรวงกลาโหม และพล.ต. เรืองศักดิ์ ทองดี อดีตผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ผบ.ปตอ.) เป็นที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตราพล.ท.) พล.ท. ชูชัย บุญย้อย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษบก.ทหารสูงสุด ขยับขึ้นเป็น ผบ.ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ผบ.ศรภ.) แทน พล.ท. ชวลิต จารุจินดา นายทหารคนใกล้ชิด พล.อ.วินัย ที่ถูกเด้งไปนั่งรอง ผบ.หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (รอง ผบ.นทพ.)

สำหรับในส่วนกองทัพบกได้ปรับย้ายนายทหารคนใกล้ชิดกับ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตประธาน คมช. เข้ากรุ คือ พล.ท.สุนัย สัปปัตตะวนิช ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เป็นที่ปรึกษากองทัพบก โดยโยกเอา พล.ท. ภุชงค์ รัตนวรรณ จเรทหาร ขึ้นเป็น ผบ.นสศ.
ส่วน พล.ท. พิรุณ แผ้วพลสง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ บก.ทหารสูงสุด ข้ามมาเป็นรองเสธ.ทบ. พล.ท. กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ ผอ.ททบ.5 เป็น เจ้ากรมการทหารสื่อสาร พล.ต. สหชาติ พิพิธกุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎ

ส่วนกองทัพเรือที่เป็น ตท.10 ได้มีการขยับ คือ พล.ร.ท. วัลลภ เกิดผล ผบ.โรงเรียนนายเรือ เป็นที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (อัตรา พล.อ.) พร้อมกับ พล.ร.ท. รพล คำคล้าย ผู้ช่วย เสธ.ทร.ฝ่ายยุทธการ เป็นรองเสธ.ทร. พล.ร.ท. นิพนธ์ จักษุดุลย์ เป็นที่ปรึกษากองทัพเรือ (อัตราพล.ร.อ.)
พล.ร.ท. ชัยวัฒน์ พุกกะรัตน์ เป็นผู้บัญชาการกองเรือภาคที่ 1 กองเรือยุทธการ ส่วนกองทัพอากาศ พล.อ.ท.หม่อมหลวง สุทธิรัตน์ เกษมสันต์ ณ อยุธยา ปลัดบัญชี ทอ. ซึ่งเป็นบิดาของ “น้องนุ๊ก” สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ขึ้นเป็น ผบ.กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ

นอกจากนี้ นายทหารที่มีการปรับย้ายตำแหน่งสำคัญในกองบัญชาการทหารสูงสุด อาทิ พล.ท. เสถียร เพิ่มทองอินทร์ รอง ผบ.นทพ.เป็น ผบ.นทพ. แทน พล.อ. เหมรัฐ ขำนิล (ตท.9) ซึ่งเป็นนายทหารใกล้ชิดกับ พล.อ. บุญรอด สมทัศน์ อดีตรมว.กลาโหม ที่ถูกเด้งเข้ากรุเป็นที่ปรึกษาพิเศษ บก.ทหารสูงสุด พล.ต. สุรพันธ์ วงษ์ไทย เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษาทหาร พล.ต. สุรัตน์ วรรักษ์ เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร

กองทัพบก พล.ท. บดินทร์ ลักษมีวาสิน รองเสธ.ทบ. เป็นที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก พล.ท. อารักษ์ ประภาพันธ์ เจ้ากรมการทหารสื่อสาร เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทบ. พล.ต. อดุล อุบล รองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เป็น เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก พล.ต. ชาย วงคำษา รองแม่ทัพภาคที่ 1

และพล.ต. จิระพันธ์ เกษมศานติ์สุข รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นรองหัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสธ.ประจำผู้บังคับบัญชา พล.ต. คณิต สาพิทักษ์ ผบ.พล.ร.2 รอ. เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต. โฆษิต สมุทรผ่อง ผบ.กองพลพัฒนาที่ 4 ขยับขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต. ไตรรัตน์ รังคะรัตน์ รอง ผอ.ททบ.5 เป็น ผบ.ศูนย์การทหารม้า และพ.อ.วลิต โรจนภักดี รองผบ.พล.ร.2 รอ.เป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.

สำหรับกองทัพอากาศซึ่งมีตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ทอ.ว่างลง เนื่องจาก พล.อ.อาคม กาญจนหิรัญ ลาออกไปเป็น ส.ว. ปรากฏว่า พล.อ.อ.ชลิต ได้ขยับเอา พล.อ.อ. พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ ผบ.กองบัญชาการยุทธทางอากาศ (ผบ.บยอ.) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ต กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทอ. และให้ พล.อ.อ. คณาพันธุ์ สงวนสัตย์ เป็น ผบ.กองบัญชาการยุทธทางอากาศ นอกจากนี้ พล.อ.ต. ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง (ผบ.ดม.) ขยับขึ้นเป็น ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) โดยเอา พล.อ.ต.

อานนท์ จารยะพันธุ์ เสธ.กรมควบคุมการปฏิบัติการทางอากาศ (คปอ.) เป็น ผบ.ดม.ทั้งนี้ พล.อ. อนุพงษ์ ยังขยับน้องชาย พล.ต. ธนดล เผ่าจินดา เสธ.หน่วยบัญชาการกำลังสำรอง (เสธ.นสร.) ขึ้นเป็นรอง ผบ.นสร. เพื่อเตรียมจ่อเก้าอี้ ผบ.นสร.ในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ พ.อ.ธัญญพรหม อัศวจินดา ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทของ พล.อ. สพรั่ง กัลยาณมิตร รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขยับมานั่งผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสธ.ประจำรองปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พล.ต.)

สำหรับรายชื่อนายพลหญิงใหม่ของกองทัพมีทั้งหมด 12 คน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 6 คน คือ น.อ. หญิง วิชชุดา พิชญาภรณ์ เป็นผู้ชำนาญการกรมการเงินกลาโหม พ.อ.หญิง พูลศรี รัศมี พ.อ.หญิง หิรัญญา เพ็ญกิตติ พ.อ.หญิง ศรีสรัณย์ ธีรธำรง พ.อ.หญิง สุวาณี ศรีวิไลทนต์ และ พ.อ.หญิง เอี่ยมทิพย์ สิมารักษ์ เป็น ผู้ชำนาญการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย มี 1 คน คือ น.อ. หญิง สุรัชฎา ชลออยู่ เป็นผู้ชำนาญการกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบกมี 2 คน คือ พ.อ.หญิง ศิริรัตน์ บุญรอด และพ.อ.หญิง วราภรณ์ ทวีวุฒิทรัพย์ เป็นผู้ชำนาญการกองทัพบก และกองทัพอากาศ มี 3 คน คือ น.อ. หญิง วันเพ็ญ โพธิสุวรรณ น.อ. หญิง วีร์นะ ตระกูลฮุน และน.อ. หญิง กาญจนา เชื้อทอง เป็นผู้ชำนาญการกองทัพอากาศ.


พณ.ร่วมมือกับห้างค้าปลีกของฝรั่งเศส นำผลไม้ 6 ชนิด กล้วยไม้ สินค้าโอทอป ไปจำหน่ายในนิทรรศการอาหาร


กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับห้างค้าปลีกบิ๊กซีของฝรั่งเศส เตรียมนำผลไม้ 6 ชนิด กล้วยไม้ สินค้าโอทอป และอาหารฮาราล ส่งออกไปจำหน่ายในนิทรรศการอาหาร “สบาย สบาย” ที่กระจายอยู่ในเครือข่ายห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ดังกล่าวถึง 8,000 สาขา

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเจรจาหารือร่วมกับนายฌอง เปรโว ที่ปรึกษาประธานกลุ่มห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ หรือบิ๊กซีของฝรั่งเศสนั้น ได้สรุปผลความร่วมมือระหว่างกัน โดยห้างค้าปลีกขนาดใหญ่หรือบิ๊กซีของฝรั่งเศสนั้น พร้อมสนับสนุนนำผลไม้ไทย 6 ขนิด ได้แก่ มังคุด ลำไย ลิ้นจี่ ลองกอง เงาะ ทุเรียน รวมทั้งกล้วยไม้ และสินค้าโอทอป ออกกระจายจำหน่ายไปยังเครือข่ายสาขาทั้งหมดถึง 8,000 สาขา โดยในส่วนของผลไม้ลำไยและมังคุดนั้น คาดว่าจะส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 60,000 และ 100,000 ตัน ตามลำดับ นอกจากนี้ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่หรือบิ๊กซีดังกล่าวยังเตรียมพร้อมจัดนิทรรศการนำผลไม้และอาหารไทยเข้าไปจัดจำหน่ายโดยใช้ชื่อ " สบาย สบาย " โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับให้การจำหน่ายผลไม้ไทยนั้น จะต้องใช้ชื่อเรียกที่ทับศัพท์กับภาษาไทยและยังจะมีการนำอาหารฮาราลหรืออาหารอิสลามของไทยเข้าไปจำหน่ายในนิทรรศการที่ฝรั่งเศสจะจัดขึ้นในครั้งนี้

สำหรับการส่งออกสินค้าผลไม้ของไทยไปจำหน่ายยังฝรั่งเศสนั้น นายมิ่งขวัญ กล่าวด้วยว่า จะใช้สายการบินของไทยลำเลียงสินค้าเพื่อส่งออก ทั้งนี้ หากสินค้ามีจำนวนมาก ก็อาจเปิดให้สายการบินพาณิชย์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยดำเนินการได้ ตามที่กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงคมนาคม ได้เตรียมพร้อมให้สายการบินในประเทศของไทยขยายธุรกิจและหันมาดูแลในเรื่องของโลจิสติกส์ได้มากขึ้น


โผโยกย้ายทหารกลางปี พล.ท.ภุชงค์ คุม นสศ.

กรุงเทพฯ 20 มี.ค. - โผโยกย้ายทหารกลางปีเป็นไปตามคาด ในส่วนของ 5 เสือ ทบ. ไม่มีเปลี่ยนแปลง ขณะที่เตรียมทหาร 10 รุ่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรี พ้นกรุหลายคน และผงาดคุม นสศ.แทน ส่วนกองทัพอากาศได้ “พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์” เป็น ผช.ผบ.ทอ.คนใหม่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการ จำนวน 383 นาย โดยมีตำแหน่งที่เด่น ๆ อาทิ กระทรวงกลาโหม พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม เป็นประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม

สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ตท.10) เป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ท.สุเมธ โพธิ์มณี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ตท.10) เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม พล.ต.มนัส เปาริก ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 3 (ตท.10) และ พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม อดีต ผบ.พล.1 รอ. เป็นผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.เหมรัฐ ขำนิล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยมี พล.ท.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นผู้บัญชาการแทน พล.ท.พลางกูร กล้าหาญ เจ้ากรมกิจการพลเรือน เป็นที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด

กองทัพบก พล.ท.สุนัย สัมปัตตะวนิช ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) เป็นที่ปรึกษากองทัพบก โดยมี พล.ท.ภุชงค์ รัตนวรรณ จเรทหาร (ตท.10) เป็นผู้บัญชาการ นสศ. พล.ท.พิรุณ แผ้วพลสง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด (ตท.10) เป็นรองเสนาธิการทหารบก พล.ท.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธุ์ ที่ปรึกษากองทัพบก (ตท.10) เป็นเจ้ากรมทหารสื่อสาร พล.ท.พิชษณุ ปุจฉาการ ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตโฆษกกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก พล.ต.คณิต สาพิทักษ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 1 รอ. เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.โฆษิต สมุทรผ่อง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 4 เป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4

กองทัพเรือ พล.ร.ต.ฉลอง พัฒนโสภณ รองเจ้ากรมอู่ทหารเรือฝ่ายบริหาร เป็นรองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ส่วนกองทัพอากาศ พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธทางอากาศ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.อ.คณาพันธุ์ สงวนสัตย์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการสนับสนุนทางอากาศ เป็นผู้บัญชาการกองบัญชาการยุทธทางอากาศ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ วันนี้ (20 มี.ค.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่าจะให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 3 ปี พูดเพียงว่า ดูตามอายุของ พล.อ.อนุพงษ์ ยังเหลือเวลาราชการ 3 ปี ก็พูดเท่านั้น และว่า “การที่บอกว่าจะให้อยู่ 3 ปี หมายความว่าอย่างไร แปลว่าจะให้ทุกคนอยู่ปีเดียวและเปลี่ยนใหม่หรือ ถึงมาถามอย่างนี้” - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 20:17:32

ที่ประชุม ก.ต.ได้ผลการเลือกตั้งแล้ว เตรียมประชุมนัดแรก 31 มี.ค.

สนง.ศาลยุติธรรม ถ.รัชดาฯ 20 มี.ค.- “พิชิต คำแฝง” “วัฒนชัย โชติชูตระกูล” รองประธานศาลฎีกา องค์คณะคดีทุจริตที่ดินรัชดา ชนะใจตุลาการเลือก เป็น ก.ต.ศาลสูง ประชุมนัดแรก 31 มี.ค.นี้ ส่วนกรณี “จรัญ-สุนัย ขอกลับศาล ต้องผ่านขั้นตอนตรวจคุณสมบัติก่อน

นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสรุปผลการนับคะแนน ดังนี้ ชั้นฎีกา จำนวน 6 คน ลำดับที่ 1 นายประทีป เฉลิมภัทรกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้ 72 คะแนน ลำดับที่ 2 นายศุภชัย สมเจริญ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 72 คะแนน ลำดับที่ 3 นายพิชิต คำแฝง รองประธานศาลฎีกา ได้ 66 คะแนน ลำดับที่ 4 นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล รองประธานศาลฎีกา ได้ 64 คะแนน ลำดับที่ 5 นายสุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 55 คะแนน ลำดับที่ 6 นายศิริชัย จิระบุญศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้ 53 คะแนน

ชั้นอุทธรณ์ จำนวน 4 คน ลำดับที่ 1 นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้ 162 คะแนน ลำดับที่ 2 นายพงษ์เทพ ศิริพงษ์ติกานนท์ ประธานศาลอุทธรณ์ ได้ 160 คะแนน ลำดับที่ 3 นายอดิศักดิ์ ทิมมาศย์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้ 143 คะแนน ลำดับที่ 4 นายบวร กุลทนันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้ 143 คะแนน

ชั้นต้น จำนวน 2 คน ลำดับที่ 1 นายมานิตย์ สุขอนันต์ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 ได้ 533 คะแนน ลำดับที่ 2 นายธนรัตน์ ทั่งทอง เลขานุการศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้ 532 คะแนน โดยมีผู้พิพากษาส่งบัตรลงคะแนนกลับเข้ามาทั้งหมด 2,721 ใบ จากผู้มีสิทธิ 3,681 คน คิดเป็นร้อยละ 72 ทั้งนี้สำหรับ กรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ.) 3 คน ที่ได้รับเลือกเป็น ก.ต. คือนายประทีป เฉลิมภัทรกุล ,นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล และนายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ ซึ่งลาออกจาก ตำแหน่งใน กบศ. แล้ว เนื่องจากกฎหมายห้ามดำรงตำแหน่งพร้อมกัน ขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอให้ นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา ลงนามผลการเลือกตั้งทั้งหมด ก่อนส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

นายสราวุธ กล่าวว่า คณะกรรมการ ก.ต.ชุดใหม่ จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมครั้งแรก วันที่ 31 มีนาคมนี้ ทั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ยังขาด ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิจากวุฒิสภาอีก 2 คน ซึ่งจะคัดเลือก ก.ต.จากบุคคลภายนอกอีก 2 คน ในวันที่ 21 มีนาคมนี้

เมื่อถามว่า ในการประชุม ก.ต.ชุดใหม่จะมีวาระพิจารณาเรื่องการขอโอนย้ายกลับศาลยุติธรรม ของ นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ช่วยราชการรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือไม่ นายสราวุธ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญใหม่ การประชุม กต. หากยังขาด กต.ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 2 คน จะพิจารณาได้เฉพาะเรื่องจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนในการกลับเข้ารับราชการของข้าราชการตุลาการโดยปกติ เมื่อมีการยื่นคำร้องขอ ก็จะมีขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจึงจะเสนอให้ ก.ต.พิจารณา ซึ่งขณะนี้เรื่องของทั้ง 2 ท่านยังอยู่ระหว่างขั้นตอนดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายพิชิต คำแฝง และนายวัฒนชัย โชติชูตระกูล ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกาในวันนี้ (20 มี.ค.) เป็น 2 ใน 9 องค์คณะผู้พากษาในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ตกเป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกด้วย.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 20:09:12

นายกรัฐมนตรีเน้นความร่วมมือไทย-สิงคโปร์

รัฐมนตรีอาวุโสสิงคโปร์ สอบถามถึงพระพลานามัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขณะที่นายกรัฐมนตรีของไทย เน้นย้ำความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันของประเทศสมาชิกที่จะทำให้อาเซียนก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 19:25:43