WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 22, 2008

ตร.คุมเข้มพันธมิตรฯชุมนุม-เตือนอย่าละเมิดสิทธิคนอื่น

วันนี้(21 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรีประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่รองผบ.ตร.มค.1 . กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการจัดสัมมนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 28 มี.ค.ที่ห้องประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า วันนี้ตนได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมในทุกรูปแบบ ไม่ใช่เรื่องของพันธมิตรอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมีความขัดแย้งทางความคิดในสังคมมากขึ้น การทำงานของผู้รักษากฏหมายก็ต้องปรับตามไปด้วย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมที่จะทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายปฏิบัติให้มีกรอบการทำงานในทางเดียวกัน ซึ่งจะทำให้งานด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ในการชุมนุมของทุกกลุ่ม ตนอยากฝากให้ทุกฝ่ายชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ กระทำตามกรอบของกฏหมาย อย่าไปละเมิดสิทธิของคนอื่น ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัย ตำรวจจะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 27 มี.ค.ก่อนการชุมนุม ตนจะไปประชุมกับตำรวจนครบาลเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่


จาก hi-thaksin

‘สมัคร'เผยคนไทยรู้'‘อีแอบ'จ้องยุบพรรค-ชี้เป็นกรรมบ้านเมือง

วันนี้(21 มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคดียุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่จะโยงถึงพรรคพลังประชาชนว่า ออกปากพูดอะไรไม่ได้แล้ว พูดได้แต่เพียงว่า วันนี้มันเป็นกรรมของบ้านเมืองนี้ มีการปฏิวัติยึดอำนาจ เสร็จแล้วก็ออกรัฐธรรมนูญใหม่ จนกระทั่งได้มีประชาธิปไตย ทั่วโลกเขาก็เห็นว่ามีประชาธิปไตยแล้ว เลือกตั้งกันมาแล้วตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักจบจักสิ้น ใครที่เป็นคนดำเนินการให้ไม่รู้จักจบสิ้น ลองคิดดูบ้างซิว่า ไม่สงสารบ้านเมืองกันเลย
"ผมมันคนธรรมดา ไม่เป็นอะไรก็ไม่ตายหรอก แต่บ้านเมืองมันตาย ไม่สงสารบ้างหรอ ผมพูดอะไรไม่ได้แล้วกำลังนี้ มีส่วนได้เสีย ผมก็พูดไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ มันก็สมควรแก่เหตุแล้ว แต่จะเอากันให้ตายตรงนี้ก็เอาสิ เอากันมั้ย เอาให้ตายกันไปเลย ให้พรรคการเมืองมันตายไปเลย พรรคการเมืองมันตายไม่เป็นไร แต่ประเทศชาติมันตาย ก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะโงหัวขึ้นมาได้ พอเงยหน้าพอไปคบค้าสมาคมกับใครเขาได้ ก็จะกลับอย่างเดิมก็จะเอากันให้ตายอีก ทีนี้เป็นไงพอใจหรือยัง ไม่ต้องถามอีกแล้วพอแล้วเอาไปออกข่าวก็แล้วกัน" นายสมัคร ระบุ
เมื่อถามว่าจะระบุถึงคนที่จะให้ยุบพรรคได้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ต้องระบุหรอก ประชาชนทุกคนรู้ ใครคิดจะทำอะไรอย่างนี้ คิดบ้างซิ คิดบ้างนี่มันบ้างเมือง มันประเทศของเรา เอาพรรคการเมืองให้ตายแปลว่าต้องการฆ่าประเทศนี้ให้ตาย มันสะใจอะไรกันนักหนา มันเจ็บช้ำน้ำใจอะไรกันนักหนา ปฏิวัติไปแล้ว ยึดอำนาจไปแล้ว จะฆ่ากันให้ตาย เอากันให้ตาย เอาอีก
เมื่อถามว่าก็มีทางออกในทางกฎหมายหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ก็เขาก็พยายามไป แต่ก็น่าแสดงให้เห็น ถ้าเขาลองพูดสัก 2-3 คำ ว่าเรื่องนี้มันต้องดูทั้งนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ แต่ว่าถ้าบ้านเมืองมันมาขนาดนี้แล้ว เราก็คงจะต้องดำเนินการไป
เมื่อถามว่าแสดงว่าเรื่องมีธงมีเป้าหมายที่จะสกัดอยู่ นายสมัคร กล่าวว่า นั่นลูกสาวคุณบรรหาร(น.ส.กัญจนา ศิลปาอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย)ท่านพูด ก็ต้องขอบคุณ คุณกัญจนา
เมื่อถามว่าท่านบอกว่ามีคนคนหนึ่งที่พยายามทำให้บ้านเมืองมีปัญหาใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ใช้คำนี้เลย มีคุณกัญจนา พูดเฉียดไปหน่อย
"ผมเลิกพูดแล้วเรื่องนี้ ผมไม่ต้องการจะพูดอีกแล้ว วันนี้ผมจำเป็นที่ต้องแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมา มันน่าเจ็บช้ำน้ำใจ คุณเป็นผมคุณจะรู้เลยว่า มันอะไรกันนักหนา มันทำไม มันทำไม กับไอ้พรรคการเมืองพรรคนี้ มันทำความชอกช้ำให้ใคร จะเอามันให้ตายอย่างนั้นหรือ ผมต้องร้องถามเลย ผมต้องขอความเป็นธรรมกับสังคม ผมทำงานให้บ้านเมืองนี้อยู่ ทำไปถูกฉุดกระชากลากไป ก็ต้องรู้สึกเหมือนผมซิ"
เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เสนอให้มีการยุบสภาก่อนตัดสินยุบพรรค นายสมัคร กล่าวว่า เรื่องนั่นเป็นความเห็นส่วนตัวของเขา เมื่อถามว่าท่านจะไม่ทำตามใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ตามไม่ตามไม่รู้ แต่เขาเป็นนักการเมือง เขามีความคิด เขาพูดคุณก็ฟังเขาก็แล้วกัน
เมื่อถามถึงการนัดรับประทานอาหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) นายสมัคร กล่าวว่า ยังอยู่อีกหรอ คมช. ไหนบอกเลิกแล้วไง เมื่อถามว่าได้มีการสอบถามกรณีนี้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ถามหรอก คนเขารู้จักกันกินข้าวกันไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ไม่มีปัญหาไม่ต้องถาม พรรคผมยุบไปแล้ว ผมจะไปกินข้าวกันก็คงไม่มีใครสนใจแล้วต่อไปนี้
เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบงบลับของคมช.หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ผมไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมต้องการให้ทุกอย่างมันเดินหน้าไป โปรดกรุณาอย่าถามเรื่องนี้ ผมไม่ได้สบคบกับใครทำอะไรผิดหรอก
ส่วนกรณีวุฒิการศึกษาของนายสุธา ชันแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับรายงานหรือยังสำหรับกรณีนี้ นายสมัคร กล่าวว่า ก่อนที่เขาจะเข้ามาก็มีการตรวจสอบวุฒิการศึกษาเรียบร้อย ตนก็รอฟังอยู่ให้บอกว่ามาว่าไม่ใช่ ให้ก.พ.เขาบอกมา เมื่อถามว่าถ้ามีการบอกว่าเป็นวุฒิปลอม นายสมัคร กล่าวว่า ก็ทางนั้นเขาบอกว่าดีได้อย่างไร ถ้ามันปลอม ก.พ.จะบอกว่าดีเมื่อตอนต้นได้อย่างไร ก็เขาโอเคมาเราก็โอเคไป เขาบอกไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ไม่มีปัญหาเรื่องอย่างนี้ ไม่ดุเดือดเลือดพล่าน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงการโยกย้ายนายทหารว่า ทุกเหล่าทัพพอใจ


จาก hi-thaksin

‘หมอเลี้ยบ'เผยยุบสภาเลี่ยงยุบพรรคแค่ความเห็น

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้อง กกต.ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย นายยงยุทธ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยให้เป็นหน้าที่ของรองประธาน สำหรับพรรคพลังประชาชนคงจะประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการ ว่าจะเตรียมชี้แจงอย่างไร และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความรู้สึกของคนในพรรค
ส่วนที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการยุบพรรคคือการยุบสภานั้น ถือเป็นความเห็น แต่ในพรรคยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งอาจคาดเดาว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไปในทิศทางนั้น แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น อีกทั้งการที่ศาลรับคำร้องในคดีดังกล่าวเชื่อว่า จะไม่เชื่อมโยงหรือส่งผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละคดีก็มีรูปคดีและข้อมูลของตัวเอง
โดยระหว่างนี้ พรรคจะหาคนมาทำหน้าที่ประธานสภาแทนนายยงยุทธหรือไม่นั้น ต้องมีการพูดคุยกันว่า จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร แต่ในชั้นนี้กระบวนการยังอยู่ในการพิจารณาของศาลยังไม่ได้พิพากษาไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งในการสัมนาใหญ่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนวันที่ 22 มีนาคมนี้ คงจะหยิบยกมาหารือว่า จะรอให้มีคำพิพากษามาก่อน หรือจะดำเนินการอย่างอื่นต่อไป


จาก hi-thaksin

คณะ กก.เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจใต้อนุมัติ 5 ยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ใต้

ทำเนียบฯ 21 มี.ค.-นายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้อนุมัติ 5 กรอบยุทธศาสตร์พัฒนา 3 จังหวัดใต้ รวมสงขลา-สตูล พร้อมให้ทหารร่วมลงทุนภาคเอกชนฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ว่า การทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 2 ส่วน คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และกองกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน (พตท.) โดยที่ประชุมเสนอให้มีการพัฒนาในส่วนพลเรือนโดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคเอกชนไม่กล้าที่จะไปลงทุน ตนจึงขอให้กำหนดรูปแบบเป็นลักษณะอุตสาหกรรมทหาร เช่น ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานอาหารกระป๋อง การก่อสร้างถนน โดยทหารจะเข้าถือหุ้น 51% ภาคเอกชนถือหุ้น 49 % คล้ายกับรัฐวิสาหกิจ แต่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที

ส่วนสถานการณ์ที่ยังมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐบาลมีนโยบายจะมอบหมายให้ใครรับผิดชอบโดยตรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเป็นคนรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบสถานการณ์ทั้งหมด ขณะเดียวกัน มีฝ่ายปฏิบัติทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่มีการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ได้เปลี่ยนวิธีการดำเนินการใหม่ ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงเบาบางลง ส่วนเหตุระเบิดล่าสุดนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการให้ฝ่ายการเมืองลงไปมีบทบาทในพื้นที่ ดังนั้น จึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม ไปดูแลปัญหา

“แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ลงไปแค่จังหวัดสงขลา ก็ไม่ว่าอะไร เพราะฝ่ายปฏิบัติการก็ทำหน้าที่และรายงานให้ผมทราบอย่างถี่ถ้วน ดังนั้น เราต้องไว้วางใจให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน” นายสมัคร กล่าว

นายสมัคร กล่าวอีกว่า การพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะรวมถึง จ.สงขลา และ จ.สตูล ด้วย ในฐานะที่เป็นพื้นที่กันชนและเฝ้าระวังเหตุการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งจะเป็นการช่วยและเชื่อมโยงพัฒนาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 25 มีนาคมนี้ และในเบื้องต้นจะใช้งบประมาณเหลือจ่ายปี 51

“ส่วนการวิเคราะห์สถานการณ์และเหตุระเบิดล่าสุดนั้น จะต้องดูว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องการอะไร เพราะฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า จะมีก่อเหตุความไม่สงบในช่วง 12-15 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ผู้ก่อความไม่สงบก็ลงมือในวันที่ 16 มี.ค. เพราะเจ้าหน้าที่คลายความระมัดระวัง ซึ่งการที่สื่อมวลชนเสนอข่าวเอิกเกริกก็จะสมประโยชน์ของผู้ก่อความไม่สงบ และถ้าผมกระโดดลงไปในพื้นที่ด้วยก็จะยิ่งสมประโยชน์มากขึ้น เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลผม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้ก่อความสงบ 2 กลุ่มเคลื่อนไหวในต่างประเทศและต้องการยกระดับปัญหาให้เป็นสากล เพื่อให้มีการเจรจาที่เจนีวา โดยให้รัฐบาลไทยรับรองการเจรจาดังกล่าว แต่รัฐบาลไม่มีทางที่จะดำเนินการเช่นนั้น

“นายลี กวน ยู ก็บอกว่าเป็นเรื่องภายในของประเทศ และที่ต้องหวานอมขมกลืนทุกวันนี้ เพราะต้องการให้เป็นปัญหาอินเตอร์” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 23 มีนาคมนี้ เป็นวันครบรอบก่อตั้งขบวนการพูโลคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า “ขบวนการดังกล่าวฝากผู้สื่อข่าวมาบอกกับตนหรือ ผมจะรับฟังไว้ และเราจะต้องระมัดระวังว่าเขาจะลอบวางระเบิดอย่างนั้นหรือ และคงไม่เชิญนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานแก้ไขปัญหา อย่างที่มีนักวิชาการเสนอ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กพต. วันนี้ (21 มี.ค.) ให้ความเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนา จ.สตูล เป็นพื้นที่กันชนและเฝ้าระวังการลุกลามของเหตุความไม่สงบ และพัฒนา จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับนานาชาติ

ทั้งนี้ กรอบยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การคุ้มครองความปลอดภัย การอำนวยความเป็นธรรมเพื่อเสิมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐและสร้างภูมิคุ้มกันแก่กลุ่มเสี่ยง 2. การแก้ไขปัญหาความยากจนและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในการพึ่งพาตัวเอง 3. การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเน้นการปฏิรูปการศึกษาเชิงบูรณาการ 4. การเสริมสร้างความแข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่และการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยมีแนวทางในการขยายการผลิตด้านการเกษตรให้ครบวงจร และ 5. การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยเน้นการปรับปรุงและการทำกฎระเบียบเฉพาะในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดำเนินการบูรณาการแผนงานโครงการและกรอบงบประมาณตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวภายใน 45 วัน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-21 19:12:05


ไม่ยุบสภาหนียุบพรรค

21 มี.ค.-วันนี้มีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคพลังประชาชนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต่างยืนยันย้ำว่า จะไม่มีการยุบสภาเพื่อหนีการยุบพรรคอย่างเด็ดขาด ทั้งเชื่อว่ามีความพยายามวางยา พรรคพลังประชาชน ผ่านกฏหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีวันนี้ วอนขอให้ฝ่ายที่จ้องจะยุบ 3 พรรค คือพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ให้คิดถึงบ้านเมืองด้วย เพราะฆ่า 3 พรรคเหมือนทำลายประชาธิปไตย.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-21 19:11:26

เฉลิมพร้อมเป็นทนายเคลียร์คดียงยุทธ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเผยพร้อมเป็นทนายให้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช หากเรื่องดังกล่าวนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน ทั้งนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าไม่มี กกต.ใดในโลกมีอำนาจ
มากเท่ากับ กกต.ประเทศไทย

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าพร้อมที่จะเป็นทนายความให้กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคพลังประชาชน หาก กกต.ได้ส่งเรื่องกรณีใบแดงของนายยงยุทธ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และส่งผลกระทบถึงขั้นยุบพรรคพลังประชาชน

ทั้งนี้ ยังระบุด้วยว่าหากมีการยุบพรรคการเมืองอย่างมัชฌิมาธิปไตย ชาติไทย และพลังประชาชนจริง ก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง และจะทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ไม่เคยเห็น กกต.ที่ใดมีอำนาจมากมายเท่ากับ กกต.ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้กล่าวด้วยว่า ในขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจราชการและคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับคดีการบุกรุกที่ดินป่าสงวนและการบุกรุกพื้นที่ป่าโครงการพระราชดำริภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ แต่กระทำภายใต้หลักฐานข้อเท็จจริง โดยได้ติดต่อยังไปยังพื้นทีป่าสงวนทั่วประเทศ (21/03/51)


มท.1 รับมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ขอเคลียร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเผยมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่หนีไปอยู่ประเทศสวีเดนขอเจรจา ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะเข้าไปดูแลการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ หากนายกฯ มอบหมายอย่าง
เป็นทางการทั้งนี้ ยืนยันนายกฯ จะเดินทางไปลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แน่นอน

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าได้นำข้อมูลจากการเดินทางไปร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้นายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันจะลงพื้นที่ภาคใต้แน่นอน นอกจากนี้ยังระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้ส่วนหนึ่งเป็นประเด็นทางการเมือง แต่โดยภาพรวมแล้วการแก้ปัญหาขณะนี้ก็ดีขึ้นมาก ภายหลังจากที่มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ นอกจากนี้ยังยอมรับด้วยว่ามีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ไปหลบหนีอยู่ที่ประเทศสวีเดน ติดต่อเข้ามาเพื่อขอเจรจากับตนเองที่ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งขณะนี้ก็กำลังพิจารณาอยู่

ทั้งนี้ หากมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มใดที่หลบหนีอยู่ภายนอกประเทศ และมีความต้องการที่จะเดินทางกลับประเทศไทย ก็ขอให้มาเจรจากับตนเองได้ โดยจะดูแลเรื่องความปลอดภัยเต็มที่ และถ้าไม่กล้ากลับมาก็พร้อมที่จะไปรับด้วยตนเองอย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็พร้อมที่จะเข้าไปดูแลการแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง หากนายกรัฐมนตรีมีการมอบหมายให้ดูแลงานด้านความมั่นคงอย่างเป็นทางการ และให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี (21/03/51)


ยุบพรรค [22 มี.ค. 51 - 17:50]

ก็เป็นไปตามคาดการณ์เมื่อศาลฎีกาคดีการเมืองรับคำร้องสำนวนคดีทุจริตเลือกตั้งที่เชียงราย ซึ่ง กกต. ชี้ขาดให้ “ใบแดง” นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนฯ ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ผลจากการนี้มันไม่ใช่แค่คดีที่จะต้องไปสู้กัน แต่มันมีผลต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายยงยุทธ เมื่อศาลฎีการับคดีก็จะทำให้นายยงยุทธต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ทันที

เรียกว่าไม่ต้องไปแสดง “สปิริต” หรือ “ดัดจริต” อะไรหรอกครับ...เพราะยังไงก็ต้องถูกพักงาน เพราะกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างนั้น และถ้าจะแสดงสปิริตก็ต้อง “ลาออก” ตอนนี้แหละถึงจะงดงาม

จะ “หัวหมอ” อย่างไรก็หยุดไม่อยู่และอย่าดัดจริตไปพูดอย่างอื่นก็แล้วกัน

แม้ว่ากระบวนการพิจารณาเรื่องนี้จะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง แต่ดูเหมือนพรรคพลังประชาชนจะมีการเตรียมการแก้ปัญหาล่วงหน้าเอาไว้แล้ว แม้จะใจดีสู้เสือเรื่อง “ยุบพรรค” ก็ตาม

เพราะหากนายยงยุทธถูกศาลตัดสินให้ “ใบแดง” ตามคำร้องของ กกต.ก็คงมิใช่แค่ว่านายยงยุทธจะถูกเว้นวรรคทางการเมืองเท่านั้น แต่มันจะยึดโยงไปสู่การดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน นั่นก็คือ ความเป็นกรรมการบริหารพรรค

เมื่อกรรมการบริหารพรรคไปทำผิดทุจริตเลือกตั้ง คำถามก็คือทำในฐานะส่วนตัวหรือทำเพื่อพรรค แม้คำพูดจะแยกกันได้ แต่การกระทำมันแยกไม่ออกอยู่แล้ว ยิ่งการเป็นรองหัวหน้าพรรคอันดับ 1 ไม่ต้องพูดเลยว่ามีความสำคัญต่อพรรคมากน้อยแค่ไหน

ยิ่งบทบาท ลีลา กระบวนท่าทางการเมืองด้วยแล้วมันก็ยิ่งชัด

เรื่อง “ยุบพรรค” นั้น หากดูการดำเนินการของ กกต.ไม่ใช่ ธรรมดาเหมือนกัน ยิ่งการส่งเรื่องให้ที่ปรึกษากฎหมายพิจารณาในข้อกฎหมายด้วยระยะเวลา 15 วัน มันน่าจะไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่มันน่าจะมีอะไรที่จะต้องยืดเวลาออกไป

หรือถ้าจะพูดกันง่ายๆ กกต.น่าจะรอการตัดสินของศาลฎีกาก่อนว่าจะรับคดีนายยงยุทธหรือไม่มากกว่าเหตุผลอื่น

เพราะอย่างที่ กกต.ท่านหนึ่งได้เปิดเผยว่า กฎหมายมันมัดผูกโยงในฐานะกรรมการบริหารพรรคเมื่อไปกระทำผิดเลือกตั้งก็จะ

ต้องเกี่ยวพันกับพรรคโดยตรง จึงไม่มีทางเลี่ยงที่จะต้องถูก “ยุบพรรค” ด้วยเพียงแต่ว่าคนในพรรคอื่นๆ ถือว่าไม่ใช่เกี่ยวข้อง สามารถไป สังกัดพรรคการเมืองอื่นหรือสังกัดพรรคการเมืองใหม่ได้

เว้นแต่คนกระทำผิดเท่านั้นที่ต้องถูกเว้นวรรค 5 ปี

เหนืออื่นใดที่ว่า กกต.ต้องรอศาลฎีกาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง มันมีผลต่อ กกต. แน่ เพราะหาก กกต.ชี้ขาดออกมาก่อนว่าพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตยถูกคำสั่ง “ยุบพรรค” ด้วยกรณีเดียวกัน คือเป็นกรรมการบริหารพรรคแล้วทุจริตเลือกตั้ง

แม้ว่าคณะอนุฯ กกต. จะลงมติเอกฉันท์ว่าไม่สมควรยุบเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่เมื่อมีกฎหมายบังคับไว้ก็ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น กกต.คงจะต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดเรื่องนี้เพื่อเป็นบรรทัดฐานและจะได้ดำเนินการได้

หาก กกต. ชี้ขาดยุบชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตยแล้วศาลฎีกาไม่รับคำร้องคดีนายยงยุทธ อะไรจะเกิดขึ้น กกต.เจอปัญหาทันที

เพราะจะทำให้ กกต.หมดความเชื่อถือ เนื่องจากนายยงยุทธตอบโต้มาตลอดว่าถูกกลั่นแกล้ง จัดฉากสร้างหลักฐานเท็จ ถ้าศาลฎีกาไม่รับก็แสดงว่าเป็นอย่างข้อกล่าวหาได้ แต่เมื่อศาลรับทำให้การตัดสินใจยุบพรรคชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตยง่ายขึ้น

และแรงกดดันทั้งหมดก็จะไปอยู่ที่พรรคพลังประชาชน เพราะถ้า 2 พรรคโดนก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังประชาชนจะไม่โดนด้วย

เลยเครียดกันไปทั้งพรรค...

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

โดนทุบฝ่ายเดียวที่ไหน [22 มี.ค. 51 - 02:36]

ด้านหนึ่ง “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังกลับจากเดินทางเยือนประเทศสิงคโปร์ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีลี กวน ยิว แห่งสิงคโปร์ ได้ให้ความสนใจสอบถามความคืบหน้าคดียุบพรรค

และไม่ได้มีแค่ผู้นำสิงคโปร์ที่ห่วงใยเสถียรภาพการเมืองไทย “ลุงหมัก” ว่า แม้แต่สมเด็จฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็เคยสอบถามเรื่องเดียวกัน โดยเห็นว่า ทำไมป่านนี้เรื่องไม่จบสิ้นเสียที

อีกด้านหนึ่ง นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปร่วมฉลองความสัมพันธ์ 175 ปีไทยกับสหรัฐฯ ก็เจอคำถามเสียวๆจากผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย

ทหารจะยึดอำนาจอีกหรือเปล่า

ล่าสุด “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯและ รมว.คลัง ก็ออกมายอมรับตอกย้ำความน่าห่วงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศที่จะได้รับแรงตกกระทบจากกรณีที่นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นทิ้ง

เนื่องจากไม่มั่นใจกับสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งประทับรับฟ้องคดีใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งแท่นส่งศาลรัฐธรรมนูญพิพากษายุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย

นำร่องล้างบางพรรคพลังประชาชน

โดยความพยายามของฝ่ายรัฐบาลอิงมุมมองต่างชาติ โยงสถานการณ์เศรษฐกิจ ผูกปมกับการเมืองวุ่นวายไม่จบ

ยื้อกับแรงเสียดทานที่พุ่งเข้าหา

นอกจากคิวที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ ลต.38/2551 ตามที่ กกต.ได้ยื่นคำร้องให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ

วันเดียวกันที่ประชุมที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ชง กกต. ให้ส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคชาติไทยและพรรค มัชฌิมาธิปไตย

และก็เป็น “หนูนา” น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ส.ส.สัดส่วน รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ลูกสาวคนดังของ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา ออกมาแฉดังๆเลยว่า

ได้ยินกระแสข่าวมีใบสั่งจากผู้ใหญ่ให้ยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาฯ

พร้อมๆกับรายงานข่าวกระซิบตามมาอีกว่า บิ๊กๆพรรคชาติไทยรู้สึกหนักใจที่เกมยุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตยถูกนำไปพัวพันกับความต้องการยุบพรรคพลังประชาชน

ถือเป็นเกมล้างบางพรรคการเมืองที่เข้าไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล

โดยใบสั่งยุบ 3 พรรค มีเงื่อนไขสำคัญคือ กลุ่มผู้มีอำนาจทางทหารไม่ยอมรับการกลับมาของพรรคพลังประชาชน จึงต้องการล้มเกมให้มีการเลือกตั้งใหม่ และการยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาฯ เพื่อตัดกำลังรัฐบาลให้ง่อนแง่น

โยงกันเป็นฉากๆเลย

แต่ก็ใช่ว่า จะตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว โดยเกมรุกกลับของเครือข่าย “ทักษิณ”

ประกาศบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายของกองทัพ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ของอดีตนายกฯทักษิณ หวนกลับมากินตำแหน่งหลักสำคัญๆ

ขยับปีกกันพรึบพรับ

สวนทางกับเด็กในคาถาของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. นายทหารคนสนิทของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คมช. โดนเด้งเข้ากรุระนาว

แถมด้วยคำสั่งไล่บี้สอบการใช้งบฯสมัย คมช.

ยังไม่รวมสัญญาณโยกย้ายข้าราชการบิ๊กลอตในเดือนเมษายน

และกับคิวที่ คตส.ส่งซิกเรียก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นพยานปากเอกกรณีระบุต่างชาติสงสัยอดีตนายกฯทักษิณ รวยมาจากไหนถึงได้มีเงินซื้อสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ล่าสุดนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้ลงนามในคำสั่งที่ 73/2551 ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดินบริเวณเขายายเที่ยง ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักตากอากาศของอดีตนายกฯสุรยุทธ์

แก้เกมกันแบบช็อตต่อช็อต

สวนหมัดกันทันทีทันควันเลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)

ยุบพรรค

คุณสุเมธ อุปนิสากร นั้น มีตำแหน่งเป็น 1 ใน 5 ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ดังนั้น คำพูดยืนยันของคุณสุเมธวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้าม!!
วันนี้...คุณสุเมธพูดชัดเจนอย่าง “ตั้งใจพูด” ว่า...

เรื่องคดียุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตยนั้น ตามกฎหมาย กกต. ก็จะทำอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคเท่านั้น แค่นี้ยังไม่เท่าไร แต่สิ่งที่ คุณบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กับ คุณอนงค์วรรณ เทพสุทิน จะต้องหนาวยะเยือกมากกว่านั้น คือ การยืนยันด้วยการยก ข้อกฎหมาย ประกอบการพูดว่า...กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 วรรค 2 กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.เลือกตั้ง มาตรา 103 วรรค 2 ที่ระบุว่า

หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคกระทำความผิด กฎหมายให้ถือว่าพรรคการเมืองได้อำนาจการปกครองโดยวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งมันจะไปเข้ากฎหมายมาตรา 94(1) ที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบ ตรงนี้แหละ ที่คุณสุเมธนำมากล่าวอ้างในการพูด จนทำให้สองหัวหน้าพรรคแทบจะหัวใจวาย คือ“ถ้ากฎหมายมันเขียนคำว่า “ให้ถือว่า” ก็จะแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เว้นแต่เขียนว่าให้สันนิษฐานไว้ก่อน อย่างนี้แปลเป็นอย่างอื่นได้

เขียนอย่างนี้ก็คล้ายๆ ว่า มัดเอาไว้เลย ตามกฎหมายไม่มีทางที่จะให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นได้เลย เขามัดคอผมว่าต้องส่งไปอย่างนี้ คล้ายขีดเส้นให้ผมเดิน ซึ่งในที่ประชุมก็เห็นเหมือนกันหมด” จนบัดนี้ ผมเองก็อ่านไม่ออก คิดไม่ตกว่า คุณสุเมธนำเรื่องคอขาดบาดตายอย่างนี้ ออกมา “บอกเล่า” แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำไม??หรือคุณสุเมธต้องการ “สื่อ” อะไรบางอย่างออกมา ให้พรรคการเมืองอื่นๆ ได้รับรู้??

และแน่นอน!! หาก พรรคชาติไทยกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย ประสบชะตากรรมตามนัยคำอธิบายเบื้องต้นของคุณสุเมธ พรรคใหญ่ที่เป็นแกนนำรัฐบาลอย่าง พรรคพลังประชาชน ก็ “หนีไม่พ้น” เช่นเดียวกันหาก คุณยงยุทธ ติยะไพรัช เกิดถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินให้ “ใบแดง” เมื่อไร พรรคพลังประชาชนก็จะเจอข้อหาถูกยุบพรรคทันที เพราะคุณยงยุทธก็เป็น “กรรมการบริหารพรรค” คนสำคัญ

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างนี้ มาจากการร่างรัฐธรรมนูญที่มี “ประสงค์ สุ่นศิริ” เป็นประธานยกร่าง ทางเลือก (ที่ถือเป็นทางรอด) เดียว ซึ่งพรรคการเมืองทั้งหลายจะต้องทำ แต่คงทำยากหรือทำไม่ได้!!คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ!!เพราะวุฒิสมาชิกกับพรรคประชาธิปัตย์คงไม่เอาด้วย!!

“สองคม”

ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด - ผลัดกันเขียน เวียนกันคิด