WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 22, 2008

รัฐบาลกำหนด 3 ยุทธศาสตร์ปราบปรามยาเสพติด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชีรัฐบาลเตรียมใช้มาตรการ 3 ลด 3 เพิ่ม และ3เน้น ยืนยันไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงในการปราบยาเสพติด

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ รัฐบาลจะประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดที่ทำเนียบรัฐบาลโดยใช้กลยุทธการลด 3 เพิ่ม 3 เน้นลดผู้ค้าผู้เสพและกลุ่มเสี่ยงเพิ่มมาตรการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ บทบาทของประชาชนและสาธารณและเน้นพื้นที่ กทม.และปริมณฑล บางพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่นำเข้า ทั้งนี้ นายกฯได้กำชับให้การใช้มาตรการจะต้องเห็นผลได้ในระยะสั้นและต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายใช้การรุนแรงในการปราบปราม รองโฆษกสำนักนายกฯยังสรุปถึงสถานการณ์ยาเสพติดด้วยว่าพื้นที่สำคัญคือกทม.และปริมณฑลและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการแพร่ระบาดจะเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเยาวชนอายุตั้งแต่ 15-24 ปี

อย่างไรก็ตามในส่วนของการปราบปรามได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในปี 2544 มีจำนวนสูงถึง 1.9 ล้านคน และมีการประกาศสงครามยาเสพติดในปี 2546 มีจำนวนผู้ที่เกี่ยวข้องลดลงเหลือ 4.5 แสนคน แต่เมื่อยุติการประกาศสงครามกับยาเสพติดกลับมีผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นถึง 5.7 แสนคน

นายกฯ ให้ฟื้นอุตสาหกรรมอาหารพัฒนา 3 จังหวัดใต้

นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยฟื้นอุตสาหกรรมอาหาร พัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ ดึงทหารเข้ามาถือหุ้น

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธาน ประชุมวางแนวทางแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้วันนี้ว่า เป็นการหารือใน ส่วนของการพัฒนาของฝ่ายพลเรือน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น

โดยที่ประชุมเห็นว่าควรมีการฟื้นฟูโครงการอุตสาหกรรมอาหารและโครงการอื่นๆ ที่ภาคเอกชนไม่กล้าเข้าไปดำเนินการกลับ ขึ้นมาใหม่ โดยการให้ทหารเข้าไปถือหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ และเอกชนถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ คล้ายกับรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้มีการ ลงทุนในด้านงบประมาณจากภาคเอกชนและใช้กำลังจากทหารเข้าไปดำเนินการแทน โดยสามารถดำเนินการได้ทันที

นายกรัฐมนตรีบอกว่าภาพรวมการแก้ไข นายกรัฐมนตรีจะเป็นคนรับผิดชอบหลัก โดยมีฝ่ายปฏิบัติงานทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร และตำรวจ แต่จะไม่ขอเปิดเผยยุทธศาสตร์ หรือแนวทางการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายทราบถึงแนวทางของ รัฐบาล ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีบอกว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ถือว่าดีขึ้นตามลำดับ แต่เหตุร้ายที่เกิดขึ้นค่อนข้างถี่ใน ช่วงนี้เป็นเพราะผู้ก่อการร้ายต้องการให้ฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีกระโดดลงไป ซึ่งขณะนี้ฝ่ายปฏิบัติการณ์ กำลังพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้จะยึดหลักสันติวิธีในการดำเนินการต่อไป ส่วนที่นักวิชาการเสนอให้เชิญ นายอนันต์ ปันยารชุน เข้ามาเป็นคณะทำงานในการแก้ปัญหานี้นั้น นายกฯ พูดเพียงสั้นๆ ว่าไม่เชิญ

รัฐบาลดีเดย์ อัดฉีดเงินลงรากหญ้าถึงมือชาวบ้าน เม.ย.นี้

รัฐบาลดีเดย์หลังสงกรานต์อัดฉีดงบลงรากหญ้าผ่านโครงการ เอสเอ็มแอล.เกือบ 20,000 ล้านบาท พร้อมดึง 2 แบงก์รัฐ ออมสิน และ ธกส.เดินโครงการประชานิยมเต็มสูบ เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ ให้ประชาชนในชนบท

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดเผยหลังเรียกประชุมคณะกรรมการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน เพื่อเร่งอัดฉีดเม็ดเงินลงไปสร้างรายได้ให้ประชาชนในภาคชนบท ซึ่งตังเลขเบื้องต้นของ ก.มหาดไทย ปัจจุบันมีหมู่บ้านอยู่ ทั้งสิ้น 78,358 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้แยกเป็นชุมชน 3,444 ชุมชน ซึ่งที่ประชุมได้มีมติขยายหมู่บ้านและงบประมาณที่จะใช้ใหม่ เป็น 7 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 ประชากรตั้งแต่ 1 คน ถึง 50 คน จะได้จัดสรรงบประมาณ 50,000 บาทเท่าเดิม

กลุ่มที่ 2 ประชากร 51 คน ถึง 100 คน ได้งบประมาณ 100,000 บาท เท่าเดิมเช่นกัน

กลุ่มที่ 3 ประชากรตั้งแต่ 101 ถึง 200 คน จะได้รับจัดสรรงบลงเหลือแค่ 150,000 บาท จากเดิม 200,000 บาท

กลุ่มที่ 4 ประชากรตั้งแต่ 201 ถึง 500 คน ได้รับจัดสรรงบเท่าเดิมคือ 200,000 บาท

กลุ่มที่ 5 ที่ประชากรตั้งแต่ 501 ถึง 1,000 คน จะได้งบประมาณเท่าเดิม คือ 250,000 บาท

กลุ่มที่ 6 ประชากรตั้งแต่ 1,000 ถึง 1,500 คน จะได้งบประมาณ 300,000 บาท

กลุ่มที่ 7 ซึ่งถือเป็นหมู่บ้านขนาด เอ็กซ์แอล ประชากรตั้งแต่ 1,501 คนขึ้นไป จะได้รับการจัดสรรงบประมาณ 350,000 บาท ซึ่งในกลุ่มนี้จะมีหมู่บ้านที่เข้าข่ายราว 3,117 หมู่บ้าน

ซึ่งเมื่อคำนวนงบตามสัดส่วนของขนาดหมู่บ้านทั้ง 7 กลุ่ม จะต้องใช้งบประมาณถึง 18,687 ล้านบาทเศษ โดยในจำนวนนี้จะ โยกงบจากโครงการอยู่ดีมีสุข 15,000 ล้านบาท ส่วนที่เบิกจ่ายไปก่อนหน้านี้ในโครงการอยู่ดีมีสุขก็จะประสานไปยัง ก.มหาดไทย ให้ทำโครงการให้สอดคล้องกับโครงการเอสเอ็มแอล.ส่วนที่เกินอยู่อีกราว 3,600 ล้านบาท จะใช้งบกลางโดยจะเสนอให้ ครม. เห็นชอบในวันอังคารนี้เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการได้ทันที และหลัง ครม.เห็นชอบก็จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. และตั้งเป้าช่วงเทศกาลสงกรานต์

ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับบ้านจัดเวทีประชาคมหมู่บ้านเพื่อดูว่า แต่ละหมู่บ้านจะนำเงินไปทำอะไรกันบ้าง และสัปดาห์สุดท้าย ของเดือนก็จะเริ่มกดปุ่มโอนเงินเข้าระบบผ่านธนาคารออมสิน และ ธกส. ลงไปสู่หมู่บ้านทันที ซึ่งในเรื่องดังกล่าวได้มีการตั้งคณะ กรรมการเร่งรัดการเบิกจ่ายขึ้นมาอีก 1 ชุด เพื่อให้การเบิกจ่ายและใช้งบมีประสิทธิภาพสูงสุด

และในการประชุม ครม.วันอังคารนี้จะมีการเสนอโครงการประชานิยมที่อยู่ในความรับผิดชอบของธนาคารออมสิน และ ธกส. ซึ่งก็ อยู่ในแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าเข้าที่ประชุม ครม.ด้วย ซึ่งประกอบด้วย การพักหนี้เกษตรกร 3 ปี, โครงการธนาคาร ประชาชนที่ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 0.75 จากร้อยละ 1 ต่อเดือน และโครงการกองทุนหมู่บ้านที่จะมีการอัดฉีดเม็ดเงินใหม่เข้าไป ยังหมู่บ้านเกิดใหม่ 1,600 หมู่บ้าน หมู่บ้านละ 1 ล้านบาท โดยทั้งหมดดีเดย์เดินโครงการพร้อมกันเดือน เม.ย.นี้ เพื่อเร่งสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับนายทุนในภาคชนบท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดกำลังซื้อในประเทศ หนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ใน 6 เดือน

‘หมอเลี้ยบ' หนุนแก้รธน.-แนะส.ส.เริ่มก่อนเพื่อความรวดเร็ว

วันนี้ (21 มี.ค.) นายแพทย์ (นพ.) สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัญหาด้านการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ยกร่างขึ้นมาจากการยึดอำนาจ ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน จึงควรมีการแก้ไขเพื่อให้การเมืองมีเสถียรภาพและนักลงทุนเกิดความมั่นใจมากขึ้น
นพ.สุรพงษ์ กล่าวยอมรับว่า ปัญหาการเมืองได้สร้างแรงกดดันทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างไรจากคดียุบพรรค ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและนักลงทุน อีกทั้งการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาบอกว่าไม่มีทางเลือกในการส่งให้ศาลตัดสินกรณียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เพราะข้อกฎหมายบังคับไว้ ทำให้มองย้อนกลับไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้มาจากกฎหมายที่มาจากการยึดอำนาจ
ดังนั้น เมื่อกฎหมายทำให้เกิดความไม่มั่นใจ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรต้องทบทวนและหาทางแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตลอดจนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งประชาชน, ส.ว. และ ส.ส. สามารถเข้ามาร่วมกันเพื่อแก้ไขกฎหมายได้ แต่หากจะให้แก้ไขปัญหาได้โดยเร็วก็ต้องให้ ส.ส.เป็นฝ่ายเริ่มก่อน
ส่วนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ออกมามีจุดประสงค์เพื่อต้องการขจัดคนทุจริตออกจากระบบการเมืองหรือไม่นั้น นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ในระดับของพรรคการเมืองเองได้วางกรอบการรับสมาชิก และผู้บริหารพรรคไว้อยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าคงจะทำได้ไม่ 100% และเมื่อมีกฎหมายในเรื่องการยุบพรรคและการตัดสิทธิทางการเมือง ยิ่งทำให้กฎหมายมีความเข้มข้นมากขึ้น
ทั้งนี้ ทำให้มองได้ว่าในอนาคตกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะมีน้อยลง เพราะแกนนำพรรคจะไม่กล้าเข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค อีกทั้งแม้จะเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งแต่ท้ายที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีจะไม่ได้มาจากหัวหน้าพรรค ซึ่งการจะวางกรอบของกฎหมายก็ควรจะดูว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศจริงหรือไม่
นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเห็นทิศทางได้ก่อนที่จะเดินทางไปทำโรดโชว์ที่ประเทศญี่ปุ่น ปลายเดือนนี้ (30-31 มี.ค.) เพื่อจะได้ตอบคำถามกับต่างประเทศได้ โดยอาจจะมีการซาวนด์เสียงอย่างไม่เป็นทางการ
ส่วนการที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ปรับตัวลดลงเกือบ 10 จุดนั้น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เกิดจากนักลงทุนไม่มั่นใจ หลังจากศาลฎีการับคำฟ้องกรณีที่ กกต. ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการเมืองให้กับนักลงทุน
นพ.สุรพงษ์ ยังให้ความเห็นกรณีนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) โดยชี้ว่า กฎหมายควรจะลงโทษเฉพาะผู้ที่กระทำความผิดเท่านั้น ไม่ควรโยงไปถึงการยุบพรรค โดยเปรียบเทียบกับธุรกิจของเอกชนว่าถ้าผู้บริหารกระทำผิดก็ไม่จำเป็นถึงขั้นปิดบริษัท
"ควรจะต้องดูว่าข้อกฎหมายที่มีอยู่เหมาะสมแล้วหรือไม่ เพราะผู้ที่กระทำความผิดเป็นเพียงกรรมการบริหารพรรคเพียงคนเดียว จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีการยุบพรรคทั้งพรรคเหมือนอย่างบริษัทเอกชนที่พนักงานทำผิดจำเป็นที่จะต้องยุบบริษัทนั้นหรือไม่ ดังนั้นจึงอยากให้คิดให้ดี"


จาก hi-thaksin

ตร.คุมเข้มพันธมิตรฯชุมนุม-เตือนอย่าละเมิดสิทธิคนอื่น

วันนี้(21 มี.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรีประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่รองผบ.ตร.มค.1 . กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการจัดสัมมนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันที่ 28 มี.ค.ที่ห้องประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า วันนี้ตนได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมในทุกรูปแบบ ไม่ใช่เรื่องของพันธมิตรอย่างเดียว เพราะปัจจุบันมีความขัดแย้งทางความคิดในสังคมมากขึ้น การทำงานของผู้รักษากฏหมายก็ต้องปรับตามไปด้วย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เตรียมที่จะทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายอำนวยการ และฝ่ายปฏิบัติให้มีกรอบการทำงานในทางเดียวกัน ซึ่งจะทำให้งานด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ในการชุมนุมของทุกกลุ่ม ตนอยากฝากให้ทุกฝ่ายชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ กระทำตามกรอบของกฏหมาย อย่าไปละเมิดสิทธิของคนอื่น ส่วนการดูแลรักษาความปลอดภัย ตำรวจจะดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 27 มี.ค.ก่อนการชุมนุม ตนจะไปประชุมกับตำรวจนครบาลเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่


จาก hi-thaksin

‘สมัคร'เผยคนไทยรู้'‘อีแอบ'จ้องยุบพรรค-ชี้เป็นกรรมบ้านเมือง

วันนี้(21 มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคดียุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่จะโยงถึงพรรคพลังประชาชนว่า ออกปากพูดอะไรไม่ได้แล้ว พูดได้แต่เพียงว่า วันนี้มันเป็นกรรมของบ้านเมืองนี้ มีการปฏิวัติยึดอำนาจ เสร็จแล้วก็ออกรัฐธรรมนูญใหม่ จนกระทั่งได้มีประชาธิปไตย ทั่วโลกเขาก็เห็นว่ามีประชาธิปไตยแล้ว เลือกตั้งกันมาแล้วตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักจบจักสิ้น ใครที่เป็นคนดำเนินการให้ไม่รู้จักจบสิ้น ลองคิดดูบ้างซิว่า ไม่สงสารบ้านเมืองกันเลย
"ผมมันคนธรรมดา ไม่เป็นอะไรก็ไม่ตายหรอก แต่บ้านเมืองมันตาย ไม่สงสารบ้างหรอ ผมพูดอะไรไม่ได้แล้วกำลังนี้ มีส่วนได้เสีย ผมก็พูดไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ มันก็สมควรแก่เหตุแล้ว แต่จะเอากันให้ตายตรงนี้ก็เอาสิ เอากันมั้ย เอาให้ตายกันไปเลย ให้พรรคการเมืองมันตายไปเลย พรรคการเมืองมันตายไม่เป็นไร แต่ประเทศชาติมันตาย ก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะโงหัวขึ้นมาได้ พอเงยหน้าพอไปคบค้าสมาคมกับใครเขาได้ ก็จะกลับอย่างเดิมก็จะเอากันให้ตายอีก ทีนี้เป็นไงพอใจหรือยัง ไม่ต้องถามอีกแล้วพอแล้วเอาไปออกข่าวก็แล้วกัน" นายสมัคร ระบุ
เมื่อถามว่าจะระบุถึงคนที่จะให้ยุบพรรคได้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ต้องระบุหรอก ประชาชนทุกคนรู้ ใครคิดจะทำอะไรอย่างนี้ คิดบ้างซิ คิดบ้างนี่มันบ้างเมือง มันประเทศของเรา เอาพรรคการเมืองให้ตายแปลว่าต้องการฆ่าประเทศนี้ให้ตาย มันสะใจอะไรกันนักหนา มันเจ็บช้ำน้ำใจอะไรกันนักหนา ปฏิวัติไปแล้ว ยึดอำนาจไปแล้ว จะฆ่ากันให้ตาย เอากันให้ตาย เอาอีก
เมื่อถามว่าก็มีทางออกในทางกฎหมายหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ก็เขาก็พยายามไป แต่ก็น่าแสดงให้เห็น ถ้าเขาลองพูดสัก 2-3 คำ ว่าเรื่องนี้มันต้องดูทั้งนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ แต่ว่าถ้าบ้านเมืองมันมาขนาดนี้แล้ว เราก็คงจะต้องดำเนินการไป
เมื่อถามว่าแสดงว่าเรื่องมีธงมีเป้าหมายที่จะสกัดอยู่ นายสมัคร กล่าวว่า นั่นลูกสาวคุณบรรหาร(น.ส.กัญจนา ศิลปาอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย)ท่านพูด ก็ต้องขอบคุณ คุณกัญจนา
เมื่อถามว่าท่านบอกว่ามีคนคนหนึ่งที่พยายามทำให้บ้านเมืองมีปัญหาใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ตนเองไม่ได้ใช้คำนี้เลย มีคุณกัญจนา พูดเฉียดไปหน่อย
"ผมเลิกพูดแล้วเรื่องนี้ ผมไม่ต้องการจะพูดอีกแล้ว วันนี้ผมจำเป็นที่ต้องแสดงความรู้สึกนึกคิดออกมา มันน่าเจ็บช้ำน้ำใจ คุณเป็นผมคุณจะรู้เลยว่า มันอะไรกันนักหนา มันทำไม มันทำไม กับไอ้พรรคการเมืองพรรคนี้ มันทำความชอกช้ำให้ใคร จะเอามันให้ตายอย่างนั้นหรือ ผมต้องร้องถามเลย ผมต้องขอความเป็นธรรมกับสังคม ผมทำงานให้บ้านเมืองนี้อยู่ ทำไปถูกฉุดกระชากลากไป ก็ต้องรู้สึกเหมือนผมซิ"
เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เสนอให้มีการยุบสภาก่อนตัดสินยุบพรรค นายสมัคร กล่าวว่า เรื่องนั่นเป็นความเห็นส่วนตัวของเขา เมื่อถามว่าท่านจะไม่ทำตามใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ตามไม่ตามไม่รู้ แต่เขาเป็นนักการเมือง เขามีความคิด เขาพูดคุณก็ฟังเขาก็แล้วกัน
เมื่อถามถึงการนัดรับประทานอาหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) นายสมัคร กล่าวว่า ยังอยู่อีกหรอ คมช. ไหนบอกเลิกแล้วไง เมื่อถามว่าได้มีการสอบถามกรณีนี้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ถามหรอก คนเขารู้จักกันกินข้าวกันไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ไม่มีปัญหาไม่ต้องถาม พรรคผมยุบไปแล้ว ผมจะไปกินข้าวกันก็คงไม่มีใครสนใจแล้วต่อไปนี้
เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบงบลับของคมช.หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ผมไม่ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมต้องการให้ทุกอย่างมันเดินหน้าไป โปรดกรุณาอย่าถามเรื่องนี้ ผมไม่ได้สบคบกับใครทำอะไรผิดหรอก
ส่วนกรณีวุฒิการศึกษาของนายสุธา ชันแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับรายงานหรือยังสำหรับกรณีนี้ นายสมัคร กล่าวว่า ก่อนที่เขาจะเข้ามาก็มีการตรวจสอบวุฒิการศึกษาเรียบร้อย ตนก็รอฟังอยู่ให้บอกว่ามาว่าไม่ใช่ ให้ก.พ.เขาบอกมา เมื่อถามว่าถ้ามีการบอกว่าเป็นวุฒิปลอม นายสมัคร กล่าวว่า ก็ทางนั้นเขาบอกว่าดีได้อย่างไร ถ้ามันปลอม ก.พ.จะบอกว่าดีเมื่อตอนต้นได้อย่างไร ก็เขาโอเคมาเราก็โอเคไป เขาบอกไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ไม่มีปัญหาเรื่องอย่างนี้ ไม่ดุเดือดเลือดพล่าน
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงการโยกย้ายนายทหารว่า ทุกเหล่าทัพพอใจ


จาก hi-thaksin

‘หมอเลี้ยบ'เผยยุบสภาเลี่ยงยุบพรรคแค่ความเห็น

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้อง กกต.ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย นายยงยุทธ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยให้เป็นหน้าที่ของรองประธาน สำหรับพรรคพลังประชาชนคงจะประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการ ว่าจะเตรียมชี้แจงอย่างไร และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความรู้สึกของคนในพรรค
ส่วนที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการยุบพรรคคือการยุบสภานั้น ถือเป็นความเห็น แต่ในพรรคยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งอาจคาดเดาว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไปในทิศทางนั้น แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น อีกทั้งการที่ศาลรับคำร้องในคดีดังกล่าวเชื่อว่า จะไม่เชื่อมโยงหรือส่งผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละคดีก็มีรูปคดีและข้อมูลของตัวเอง
โดยระหว่างนี้ พรรคจะหาคนมาทำหน้าที่ประธานสภาแทนนายยงยุทธหรือไม่นั้น ต้องมีการพูดคุยกันว่า จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร แต่ในชั้นนี้กระบวนการยังอยู่ในการพิจารณาของศาลยังไม่ได้พิพากษาไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งในการสัมนาใหญ่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนวันที่ 22 มีนาคมนี้ คงจะหยิบยกมาหารือว่า จะรอให้มีคำพิพากษามาก่อน หรือจะดำเนินการอย่างอื่นต่อไป


จาก hi-thaksin

คณะ กก.เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจใต้อนุมัติ 5 ยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ใต้

ทำเนียบฯ 21 มี.ค.-นายกรัฐมนตรี เผยที่ประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้อนุมัติ 5 กรอบยุทธศาสตร์พัฒนา 3 จังหวัดใต้ รวมสงขลา-สตูล พร้อมให้ทหารร่วมลงทุนภาคเอกชนฟื้นเศรษฐกิจในพื้นที่

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ว่า การทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 2 ส่วน คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และกองกำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน (พตท.) โดยที่ประชุมเสนอให้มีการพัฒนาในส่วนพลเรือนโดยเฉพาะ เนื่องจากที่ผ่านมา ภาคเอกชนไม่กล้าที่จะไปลงทุน ตนจึงขอให้กำหนดรูปแบบเป็นลักษณะอุตสาหกรรมทหาร เช่น ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานอาหารกระป๋อง การก่อสร้างถนน โดยทหารจะเข้าถือหุ้น 51% ภาคเอกชนถือหุ้น 49 % คล้ายกับรัฐวิสาหกิจ แต่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที

ส่วนสถานการณ์ที่ยังมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐบาลมีนโยบายจะมอบหมายให้ใครรับผิดชอบโดยตรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเป็นคนรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบสถานการณ์ทั้งหมด ขณะเดียวกัน มีฝ่ายปฏิบัติทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่มีการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ได้เปลี่ยนวิธีการดำเนินการใหม่ ทำให้สถานการณ์ความรุนแรงเบาบางลง ส่วนเหตุระเบิดล่าสุดนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการให้ฝ่ายการเมืองลงไปมีบทบาทในพื้นที่ ดังนั้น จึงมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม ไปดูแลปัญหา

“แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ลงไปแค่จังหวัดสงขลา ก็ไม่ว่าอะไร เพราะฝ่ายปฏิบัติการก็ทำหน้าที่และรายงานให้ผมทราบอย่างถี่ถ้วน ดังนั้น เราต้องไว้วางใจให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน” นายสมัคร กล่าว

นายสมัคร กล่าวอีกว่า การพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะรวมถึง จ.สงขลา และ จ.สตูล ด้วย ในฐานะที่เป็นพื้นที่กันชนและเฝ้าระวังเหตุการณ์ความไม่สงบ รวมทั้งจะเป็นการช่วยและเชื่อมโยงพัฒนาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม จะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 25 มีนาคมนี้ และในเบื้องต้นจะใช้งบประมาณเหลือจ่ายปี 51

“ส่วนการวิเคราะห์สถานการณ์และเหตุระเบิดล่าสุดนั้น จะต้องดูว่าผู้ก่อความไม่สงบต้องการอะไร เพราะฝ่ายความมั่นคงประเมินว่า จะมีก่อเหตุความไม่สงบในช่วง 12-15 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ผู้ก่อความไม่สงบก็ลงมือในวันที่ 16 มี.ค. เพราะเจ้าหน้าที่คลายความระมัดระวัง ซึ่งการที่สื่อมวลชนเสนอข่าวเอิกเกริกก็จะสมประโยชน์ของผู้ก่อความไม่สงบ และถ้าผมกระโดดลงไปในพื้นที่ด้วยก็จะยิ่งสมประโยชน์มากขึ้น เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแลผม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้ก่อความสงบ 2 กลุ่มเคลื่อนไหวในต่างประเทศและต้องการยกระดับปัญหาให้เป็นสากล เพื่อให้มีการเจรจาที่เจนีวา โดยให้รัฐบาลไทยรับรองการเจรจาดังกล่าว แต่รัฐบาลไม่มีทางที่จะดำเนินการเช่นนั้น

“นายลี กวน ยู ก็บอกว่าเป็นเรื่องภายในของประเทศ และที่ต้องหวานอมขมกลืนทุกวันนี้ เพราะต้องการให้เป็นปัญหาอินเตอร์” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 23 มีนาคมนี้ เป็นวันครบรอบก่อตั้งขบวนการพูโลคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า “ขบวนการดังกล่าวฝากผู้สื่อข่าวมาบอกกับตนหรือ ผมจะรับฟังไว้ และเราจะต้องระมัดระวังว่าเขาจะลอบวางระเบิดอย่างนั้นหรือ และคงไม่เชิญนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานแก้ไขปัญหา อย่างที่มีนักวิชาการเสนอ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กพต. วันนี้ (21 มี.ค.) ให้ความเห็นชอบกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ โดยให้ความสำคัญกับการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พัฒนา จ.สตูล เป็นพื้นที่กันชนและเฝ้าระวังการลุกลามของเหตุความไม่สงบ และพัฒนา จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับนานาชาติ

ทั้งนี้ กรอบยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การคุ้มครองความปลอดภัย การอำนวยความเป็นธรรมเพื่อเสิมสร้างความเชื่อมั่นในอำนาจรัฐและสร้างภูมิคุ้มกันแก่กลุ่มเสี่ยง 2. การแก้ไขปัญหาความยากจนและเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในการพึ่งพาตัวเอง 3. การพัฒนาคุณภาพคนเพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยเน้นการปฏิรูปการศึกษาเชิงบูรณาการ 4. การเสริมสร้างความแข้มแข็งฐานเศรษฐกิจของพื้นที่และการพัฒนาความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยมีแนวทางในการขยายการผลิตด้านการเกษตรให้ครบวงจร และ 5. การบริหารจัดการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยเน้นการปรับปรุงและการทำกฎระเบียบเฉพาะในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดำเนินการบูรณาการแผนงานโครงการและกรอบงบประมาณตามยุทธศาสตร์ดังกล่าวภายใน 45 วัน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-21 19:12:05


ไม่ยุบสภาหนียุบพรรค

21 มี.ค.-วันนี้มีความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคพลังประชาชนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต่างยืนยันย้ำว่า จะไม่มีการยุบสภาเพื่อหนีการยุบพรรคอย่างเด็ดขาด ทั้งเชื่อว่ามีความพยายามวางยา พรรคพลังประชาชน ผ่านกฏหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีวันนี้ วอนขอให้ฝ่ายที่จ้องจะยุบ 3 พรรค คือพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ให้คิดถึงบ้านเมืองด้วย เพราะฆ่า 3 พรรคเหมือนทำลายประชาธิปไตย.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-21 19:11:26

เฉลิมพร้อมเป็นทนายเคลียร์คดียงยุทธ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเผยพร้อมเป็นทนายให้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช หากเรื่องดังกล่าวนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน ทั้งนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าไม่มี กกต.ใดในโลกมีอำนาจ
มากเท่ากับ กกต.ประเทศไทย

ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าพร้อมที่จะเป็นทนายความให้กับนายยงยุทธ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรคพลังประชาชน หาก กกต.ได้ส่งเรื่องกรณีใบแดงของนายยงยุทธ ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และส่งผลกระทบถึงขั้นยุบพรรคพลังประชาชน

ทั้งนี้ ยังระบุด้วยว่าหากมีการยุบพรรคการเมืองอย่างมัชฌิมาธิปไตย ชาติไทย และพลังประชาชนจริง ก็จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเมือง และจะทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ไม่เคยเห็น กกต.ที่ใดมีอำนาจมากมายเท่ากับ กกต.ในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังได้กล่าวด้วยว่า ในขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งผู้ตรวจราชการและคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการตรวจสอบเกี่ยวกับคดีการบุกรุกที่ดินป่าสงวนและการบุกรุกพื้นที่ป่าโครงการพระราชดำริภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติ แต่กระทำภายใต้หลักฐานข้อเท็จจริง โดยได้ติดต่อยังไปยังพื้นทีป่าสงวนทั่วประเทศ (21/03/51)