WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 25, 2008

แก้รัฐธรรมนูญ ต้องลดเงื่อนไขการเมือง?

การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 กำลังถูกนำมาโยงเป็นเกมการเมือง ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยให้มีการเสนอขอแก้ไข

โดยพยายามลากเกมการเมืองว่า ฝ่ายรัฐบาล โดยพรรคร่วมรัฐบาลอย่างน้อยๆ 2 พรรค ในขณะนี้กำลังถูกรุมเร้าจากซีกของฝ่าย “อำนาจเก่า” ที่เพิ่งจะพ้นจากตำแหน่ง แต่ทิ้งลูกสมุนเอาไว้ โดยพยายามเดินหมากเดินเกมทิ่มแทงฝ่ายประชาธิปไตย ในกรณีการยุบพรรค

ไม่วายที่มีเกมการเมืองจากฝ่ายพรรคเก่าแก่ ที่เล่นเกมสปิริตสูง หวังโยงให้ถึงเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” จากคดีความในคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ที่อุตส่าห์ชงเรื่องมาให้ แต่ถูกจับได้ไล่ทันว่า เกมสปิริตนี้เป็นเพียงฉากสร้างภาพทางการเมืองเท่านั้น ที่แท้ก็ “หวงเก้าอี้” เหมือนกัน ทั้งหมดเลยถูกโยงเป็นเกมการเมือง

โดยมองว่า การที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการบุกรุกที่ดินบริเวณ “เขายายเที่ยง” นั้น คือเกมการตอบโต้จากรัฐบาล อย่างเด็ดสะระตี่ หวดทีเดียวถึงมือขวาอำมาตยาธิปไตย

โถ! กลเกมทางการเมืองแบบนี้ ว่าก็ว่า มีแต่เจ็บด้วยกันทุกฝ่าย

มันต้องมาดูถึงรากแก้วแห่งปัญหา จึงจะเห็นปัญญาในการทำให้ชาติบ้านเมืองมีความสงบสุขขึ้นมาได้ อย่ามาเล่นเกมนอกกติกานอกระบบแบบนี้อยู่ ไม่มีประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

ปัญหาคือ รัฐธรรมนูญ 2550 นั้น ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญที่กลุ่ม “โจรกบฏและพรรคพวก” ได้สมคบคิดร่างกันขึ้นมา หลังจากทำการโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตย และฉีกรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่ปวงประชามหาชนได้ร่วมกันร่างขึ้นมา

เราเห็นได้ว่า มันไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่เริ่มร่าง จึงกลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ “หัวมังกุด ท้ายมังกร” มีการกล่าวหาแต่เริ่มแรกว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับสนามกอล์ฟ เพราะเลขาธิการยกร่างชอบตีกอล์ฟ ไปขึ้นกรีน ในการไปยกร่างในต่างจังหวัด

ส่วนเนื้อหาภายในมีการเขียนข้อความที่ขัดหรือแย้งกันเองอย่างเห็นได้ชัด ในแต่ละหมวด และในแต่ละมาตรา ยิ่งอ่านลึกลงไปยิ่งสร้างความสับสนในเชิงประชาธิปไตย ที่คณะผู้ยกร่างไม่สามารถตอบคำถามจากสาธารณชนได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของกรรมการในองค์กรอิสระที่ตั้งโดยคณะโจรปล้น

ประชาธิปไตย ผูกขาดเก้าอี้ไปอีก 6-8 ปี ไม่ว่าจะเป็นการให้สิทธิเสรีภาพประชาชนจนล้นแก้ว แต่ถูกจำกัดด้วยกฎหมายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตรวจสอบนักการเมืองเสียจนไม่มีใครกล้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการนิรโทษกรรมให้คณะโจรปล้นประชาธิปไตย

รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องที่ฝ่ายอำมาตยาธิปไตยได้พยายามผูกโยงเอาไว้เป็นเงื่อนตาย ในการทำให้การเมืองถึงทางตันหรือไม่ เป็นปัญหาที่น่าขบคิดก็จริงอยู่

แต่หากเราไม่เอาเกมการเมืองมาเป็นส่วนคิดอันสำคัญนี้ หรือนำมาตั้งเป็นโจทย์ใหญ่ ถามว่า เราควรจะแก้ไขหรือไม่
คำตอบทุกคนรู้แก่ใจ
นักวิชาการ (น้ำดี)
นักการเมือง (ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล)
องค์กรประชาชน หรือ เอ็นจีโอ (ที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ไม่กลับกลอก)
สื่อสารมวลชน (ฝ่ายประชาธิปไตย)
ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน (ที่ไม่เอาโจรปล้นประชาธิปไตย)

ทั้งหมดนี้ล้วนแต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อะไรเป็น ข้อด้อย ข้ออัปลักษณ์ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การบริหารจัดการประเทศ เพื่อให้ประชาชนผาสุข มีความอยู่ดีกินดี

หากฝ่ายบริหารไม่เข้มแข็ง แล้วเราจะหวังให้ประเทศเข้มแข็ง ให้ประชาชนเข้มแข็งได้อย่างไร การร่างรัฐธรรมนูญโดยมีอคติต่อนักการเมือง มีอคติต่อฝ่ายบริหารประเทศชาตินั้น มันจะทำให้เรายิ่งล้าหลังหรือไม่

ดังนั้น การแก้รัฐธรรมนูญต้องเอาเกมการเมืองออกไปจากระบบคิดก่อน เอาความจริงใจของทุกคน ทุกฝ่าย ที่ต้องการให้ชาติบ้านเมืองเจริญเติบโต มานั่งคิดอ่านกันอย่างบริสุทธิ์ใจ และ ปราศจากอคติ เอาความเป็นกลาง ความเป็นธรรม นึกถึงเวลาที่ตัวเราโดนบ้างจะเป็นอย่างไรมาคิดตรึกตรองกันด้วย

หากต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญ เราต้องสลัดเงื่อนไขทางการเมืองออกไป ไม่อย่างนั้นประเทศไทยคงไปไม่ถึงฝั่งที่เราต้องการ นั่นคือจุดหมายของการมีประชาธิปไตย ที่ทุกคนอยากจะเห็น เพราะนั่นคือ ความผาสุกของประชาชนทุกผู้ตัวคน


รัฐตำรวจ???

รัฐตำรวจที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เรียกหาเผด็จการ เปิดประเด็นขึ้นมาโจมตีรัฐบาลของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กำลังรื้อฟื้นขึ้นมาอีก เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเป็นรัฐตำรวจตรงไหน

แค่มีการย้าย นายสุนัย มโนมัยอุดม พ้นจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เด้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปปฏิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี โยก พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล รองผู้บังคับการตำรวจบุรีรัมย์ ไปช่วยราชการที่ จ.ศรีสะเกษ และล่าสุดให้ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปฏิบัติงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ผมยังมองไม่ออกว่ารัฐบาลชุดนี้จะฟื้นรัฐตำรวจขึ้นมาได้อย่างไร และเชื่อว่าด้วยข้อกฎหมายและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ที่รัฐตำรวจจะฟื้นขึ้นมาได้อีก

หากย้อนประวัติศาสตร์ชาติไทย มีอยู่ยุคเดียวเท่านั้นที่ได้รับการเรียกขานว่าเป็นรัฐตำรวจ คือ ในช่วงที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นอธิบดีกรมตำรวจ คนที่ 9 ระหว่าง พ.ศ.2494-2500 ในรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ที่เรียกกันว่ารัฐตำรวจ เพราะตำรวจมีอำนาจล้นฟ้า ตามสโลแกนที่ว่า “ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้”

ในยุคนั้น ตำรวจสามารถออกหมายจับ จับกุม สอบสวน ได้ครบกระบวนการ และบางคดีก็ตั้งตนเป็นศาลเตี้ย นักเลง อันธพาล ถูกจับเข้าคุกเข้าตะรางกันเป็นแถว นักการเมืองที่เป็นศัตรูกับรัฐบาลก็ล้มหายตายจากไปหลายคน

แต่ยุคนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ตำรวจเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย เป็นกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น การจะตรวจค้นจับกุมก็ต้องขอหมายศาล ไม่ได้ออกหมายตรวจค้นและหมายจับกันได้ตามสะดวกเหมือนอดีต แม้กระทั่งวิสามัญฆาตกรรมก็ต้องให้คนร้ายต่อสู้ขัดขวางจึงสามารถชักปืนยิงได้

มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจ สน.ประชาชื่น ยิงทหารตายท่ามกลางสายตาประชาชนที่ตลาดนัดย่านประชาชื่น ตำรวจคนที่ยิงยังชักปืนของทหารออกมาจากเอว แล้วเขี่ยไปให้วางอยู่ใกล้มือทหาร เพื่อให้มีภาพว่าทหารชักปืนออกมา จึงต้องยิงเพื่อป้องกันตัวเอง

ถ้าเป็นรัฐตำรวจ มีหรือที่ตำรวจจะแคร์สายตาประชาชน แค่ย้ายตำรวจ 2-3 คน เป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไป ฟังไม่ขึ้นหรอกที่จะบอกว่ารัฐบาลชุดนี้จะฟื้นรัฐตำรวจ

และการย้ายตำรวจในทุกระดับเป็นเรื่องปกติของการบริหาร แต่พวกที่ย้ายไม่ปกติ ผู้ที่สั่งย้ายก็มีเหตุผลที่รับฟังได้ อย่างกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา เพื่อสอบสวนเรื่องต่างๆ ที่ถูกกล่าวหา

หรือกรณี พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูเหมือนสามารถขยายความให้ดูเหมือนว่าการเมืองรังแกข้าราชการ เพราะ พล.ต.ต.ชัยยะ เป็นหัวหน้าขบวนการสอบสวนให้ใบแดงแจ้งโทษกับ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กระโดดฮุบเรื่องนี้ยื่นเป็นกระทู้สดให้นายกรัฐมนตรีตอบ ปรากฏว่า พล.ต.ต.ชัยยะ ยิ่งยับเยินหนักไปอีก เพราะก่อนจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 พล.ต.ต.ชัยยะ ก็ปฏิบัติงานอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้าอยู่แล้ว

เมื่อจะมีการเลือกตั้ง ส.ส. ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ขอกำลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มาคุ้มครองให้ความปลอดภัย กกต. และช่วยงานด้านสอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จึงส่ง พล.ต.ต.ชัยยะ กับตำรวจสันติบาลเกือบ 700 นาย มาช่วยราชการ

ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะทราบหรือไม่ก็ไม่กล้าคาดเดาว่า พล.ต.ต.ชัยยะ เป็นนายตำรวจคนสนิทเดินตาม นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มานานตั้งแต่เป็นผู้ช่วยนายเวรของ พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจ ที่ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ชื่อเดิม ไพรัช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่เพิ่งพ้นจากโฆษกตำรวจ เป็นนายเวร อ.ตร.

เห็นกันแจ่มแจ้งแดงแจ๋หรือยังว่า การย้ายทุกตำแหน่งที่ผ่านมามีเหตุมีผล ก็ได้แต่สงสาร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่รู้ไม่จริง ต้องตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตั้งกระทู้สดขึ้นมาโดยรู้ไม่จริง ไม่ตรวจสอบให้ละเอียดรอบคอบ เข้าข่ายดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น

แต่...จะบอกว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ดูเหมือนจะเป็นข้อกล่าวหาสบประมาทกันเกินไปหรือเปล่า เมื่อนึกถึงภาพของ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำคนสำคัญของคนกลุ่มนี้ ทำให้คิดได้ว่าเป็นความตั้งใจไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือ


เอกฉัตร

กลับตาลปัตร มท.1(แท้)ขู่เล่นงาน มท.1(เงา) รุกป่า

เฉลิม เปิดประเด็นใหม่ เตรียมล่อ “ศรีสุบรรณ” บุกรุกที่ราชการ 2 พันไร่ที่สุราษฎร์ฯ ขู่เด้ง “ผวจ.” หากไม่จัดการพวกบุกรุกที่ดิน เรียก ผวจ.โคราช เข้าพบด่วนสั่งจัดการเฉียบขาด โดยจะให้มาทำงานหน้าห้องรัฐมนตรีแทน


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า จะเข้าทำการตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ของทางราชการกว่า 2,000 ไร่ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของบริษัทศรีสุบรรณ ซึ่งพบหลักฐานว่ามีความผิดชัดเจนโดยยังไม่ขอระบุตอนนี้ว่าใครเป็นเจ้าของ แต่ตนเองจะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเองและจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า บริษัท ศรีสุบรรณ น่าจะมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการรพรรคประชาธิปัตย์ และรมว.มหาดไทยเงา ซึ่งเป็นผู้บริจาคสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีนายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายคนโตของนายสุเทพ บริหารงานอยู่

การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ นายสุธี มากบุญ ผวจ.นครราชสีมา เข้าหารือกับ รมว.มหาดไทย เพื่อให้ดำเนินการกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในอำเภอปากช่อง ซึ่งตรวจสอบแล้วว่ามีความผิดชัดเจนว่าบุกรุกที่ดินกว่า 1,000 ไร่ โดยใช้ชื่อลูกน้องแทน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่เป็นการดำเนินคดีตามกฎหมาย และยังได้สั่งให้ผวจ.เข้าไปดำเนินการตรวจสอบที่วังน้ำเขียว ตามที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้อง และหากผวจ.ยังไม่ดำเนินการสั่งฟ้อง หลังจากนี้มีความจำเป็นต้องย้ายให้ผู้อื่นไปทำหน้าที่แทน และให้ผวจ.มาช่วยราชการที่หน้าห้องรัฐมนตรีแทน

6 พรรคร่วมรัฐบาลหนุนแก้รธน.-ยึดปี40เป็นหลัก

นายชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการประสานงานร่วมส.ส.ฝ่ายรัฐบาล(วิปรัฐบาล) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลวันนี้มีมติร่วมกันที่จะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เป็นมาตราแรก โดยหลักการจะนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 เป็นหลัก และนำรัฐธรรมนูญปี 50 มาเป็นตัวประกอบ โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อศึกษารายละเอียด ซึ่งการลงโทษควรเน้นความผิดเฉพาะตัวบุคคล โดยเพิ่มโทษอาญาให้กับ ส.ส.ที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย เลขานุการ วิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดได้หารือกันเพื่อเตรียมแก้ไข มาตรา 237 ว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรก่อนนำมาเสนอสัปดาห์หน้า โดยร่างกฎหมายดังกล่าวสามารถเสนอรอไว้เพื่อให้สภาหยิบยกมาพิจารณาในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติที่จะเปิดในช่วง 1 ส.ค.- 28 พ.ย.51

จาก hi-thaksin

Monday, March 24, 2008

กรมประชาสัมพันธ์ แถลงข่าวปรับรูปแบบสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 เป็นสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที พร้อมเปิดตัวทีมข่าว ผู้ดำเนินรายการ พร้อมออกอากาศ


วันนี้ (24 มี.ค.2551) เวลา 14.00 น.ที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 จัดแถลงข่าวเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เป็นรูปแบบใหม่ พร้อมออกอากาศวันที่ 1 เมษายนนี้
โดยนายเผชิญ ขำโพธิ์ รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมทั้งศักยภาพของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีที่จะมีการปรับเปลี่ยนในทันสมัยมากขึ้น
ขณะที่นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลได้ให้สัมภาษณ์สดเกี่ยวกับการปรับปรุงช่อง 11 เป็นโทรทัศน์เอ็นบีทีว่า สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติจะเริ่มออกอากาศวันแรกในวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยจะมีการปรับปรุงด้านงานข่าวให้เข้มข้นขึ้น เพิ่มชั่วโมงรายการข่าว และวิเคราะห์ข่าว จากเดิมเป็น 9 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน โดยนำทีมข่าวมืออาชีพ พร้อมเสริมทีมผู้ประกาศข่าวจากไอทีวีเดิม และช่องอื่นๆ เข้าร่วมกว่า 40 ชีวิต
โดยได้ปรับปรุงรูปแบบรายการใหม่ทั้งหมด ทั้งข่าวภาคเช้า ภาคเที่ยง และภาคค่ำ คาดว่ารายการที่จะได้รับความสนใจ คือ ถามจริงตอบตรง และ NBT HOT NEWS ลักษณะคล้ายรายการข่าวของไอทีวีเดิม และยังมีข่าวทุกต้นชั่วโมงด้วย ทั้งนี้ มั่นใจว่าเอ็นบีที จะไม่เป็นกระบอกเสียงให้รัฐเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน ส่วนการปรับเปลี่ยนรายการจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 19 ปีของการก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ซึ่งจะมีการปรับรูปแบบให้รายการมีความน่าสนใจมากขึ้นด้วย

นายกรัฐมนตรีเสนอให้ไทยและเวียดนามร่วมกัน สร้างความเข้มแข็ง ในกลุ่มผู้ส่งออกข้าวและกุ้งเพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการส่งออก ขณะที่ประเทศเวียดนามมีท่าทีต่อข้อเ


นายกรัฐมนตรีเสนอให้ไทยและเวียดนามร่วมกัน สร้างความเข้มแข็ง ในกลุ่มผู้ส่งออกข้าวและกุ้งเพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการส่งออก ขณะที่ประเทศเวียดนามมีท่าทีต่อข้อเสนอดังกล่าว

ภาระกิจในช่วงบ่าย ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อย่างเป็นทางการ วันนี้ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับทีมประเทศไทยในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อาทิ อัครราชทูตกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินทร์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ผู้บริหารการบินไทยในฮานอย พร้อมกันนี้ยังได้พบปะกันนักธุรกิจในเวียดนาม ซึ่งได้รับปากที่จะช่วยสนับสนุนด้านการค้าและการลงทุน และรับฟังปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเจรจาเพื่อที่จะสานต่อโครงการต่างๆ ร่วมกัน ได้ลุล่วงและเกิดความร่วมมือกันในทุกโครงการ

อย่างไรก็ตามได้เสนอให้ประเทศผู้ส่งออกข้าวไทยและเวียดนาม ร่วมกันจับกลุ่มเพื่อสร้างความเข้มแข็งด้านการส่งออกข้าวและกุ้ง โดยยกตัวอย่างการสร้างความเข้มแข็งกับสินค้าเกษตรยางพาราที่ประสบความสำเร็จด้านราคามาแล้ว ทั้งนี้ประเทศเวียดนามมาท่าทีที่สนใจ แต่คงต้องมีระยะเวลาศึษาพิจารณา

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ใช้เวลาว่างประมาณ 15 นาทีเยี่ยมชมด้านตลาดด้านข้างโรงแรมที่พัก และได้สอบถามราคาสินค้าจากพ่อค้าแม่ค้าชาวเวียดนาม อาทิ ผัก ผลไม้ เครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มีราคาใกล้เคียงกับประเทศไทย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจราคาเนื้อหมู ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 100- 170 บาทและเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย


น.ต.ประสงค์ อ้างประชาชนจะต่อต้าน หากรัฐบาลแก้ รธน.เพื่อตัวเอง

รัฐสภา 24 มี.ค. - “น.ต.ประสงค์” เตือนรัฐบาลจะแก้ รธน. ควรดูความเหมาะสมของสถานการณ์ อย่าสร้างเงื่อนไขเพื่อตัวเอง อ้าง รธน.ผ่านการประชามติมาแล้ว อย่าป้ายความผิดให้ รธน. ย้ำให้เกรงใจประชาชนบ้าง หากแก้เพื่อตัวเองพ้นผิด เชื่อประชาชนจะออกมาสู้บนถนนมากกว่าเดิม

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน ว่า กฎหมายเปิดช่องให้แก้ไขได้ แต่ต้องพิจารณาว่ามีความเหมาะสมตามสถานการณ์หรือไม่ หรือว่าแก้ไขเพื่ออะไร รัฐบาลกำลังสร้างปัญหาและสร้างเงื่อนไขให้แก่ตัวเอง การบอกว่ามีเสียงมากในสภาฯ แต่คำนึงหรือไม่ว่า ถ้ามีคนไม่เห็นด้วยและเห็นว่าต่อสู้กันในสภาฯ ไม่ได้ ก็จะเดินในท้องถนนอีก จนเกิดความวุ่นวาย

น.ต.ประสงค์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผ่านการลงประชามติ และผ่านการระดมความเห็นจากทุกฝ่าย มีการเปรียบเทียบทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้น ทำอะไรอย่าย่ามใจหรือเหลิงอำนาจ แต่ให้เกรงใจประชาชนกันบ้าง อย่าปัดความผิดให้พ้นตัว เพราะถ้ารัฐบาลสร้างเงื่อนไขเพื่อตัวเอง ก็เชื่อว่าคนจะออกมามากกว่าเดิม ถ้าไม่ยับยั้งชั่งใจก็อาจเกิดความวุ่นวายอีก ดังนั้น อย่าประเมินกำลังและความรู้สึกของประชาชนต่ำเกินไป

“ถ้าพวกลัก วิ่ง ชิง ปล้น กำลังถูกจับ แล้วพวกนี้เห็นว่าบทลงโทษตามกฎหมายมันแรงไป ก็พยายามแก้ไขให้พ้นโทษ หรือให้โทษเบาลง ทั้งที่วัตถุประสงค์ของการออกกฎหมาย เพื่อให้คนพวกนี้เกิดความหลาบจำ กลัวการกระทำผิด เวลานี้เหมือนกำลังพยายามขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในสิ่งที่ตัวเองกำลังจะถูกยุบพรรค แล้วพยายามป้ายความผิดให้กับรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนเหล่านี้ได้รับรู้กติกาล่วงหน้าก่อนเข้าสู่สนามการเลือกตั้ง แต่คนเหล่านี้ใช้รัฐธรรมนูญเป็นทางผ่านเท่านั้น และยังสำคัญผิดอีกว่า ถ้ายุบพรรคแล้ว ประเทศจะตายตามไปด้วย ซึ่งไม่ถูกต้อง” น.ต.ประสงค์ กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-24 17:26:52

วุฒิสภาเปิดรับสมัคร ก.ต.สายผู้ทรงคุณวุฒิจนถึง 3 เม.ย.นี้

กทม. 24 มี.ค.-นายพรชัย สุนทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาเสนอรายชื่อบุคคลที่เห็นสมควรให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้กำหนดเปิดรับสมัครผู้สนใจจะดำรงตำแหน่ง ก.ต.สายผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.-3 เม.ย.นี้ โดยจะเปิดรับสมัครทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถเข้ามาดูรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ก.ต. และมาสมัครได้ด้วยตนเอง ที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารรัฐสภา 2 โดยหลังจากปิดรับสมัครแล้วคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาคุณสมบัติ และจะเชิญผู้สมัครมาแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 17 เม.ย. จากนั้นจะคัดเลือกให้เหลือ 4 คน เพื่อส่งรายชื่อให้วุฒิสภาคัดเลือกให้เหลือ 2 คน ก่อนจะส่งรายชื่อให้สำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการสรรหา ก.ต. ผู้ทรงคุณวุฒิ เสร็จทันกรอบเวลาภายในเดือนเมษายนนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมได้กำหนดว่า กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต. มีองค์ประกอบจากผู้แทนที่มาจากศาลฎีกา 6 คน ศาลอุทธรณ์ 4 คน ศาลชั้นต้น 2 คน ประธานศาลฎีกา 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่วุฒิสภาคัดเลือก 2 คน โดยคุณสมบัติของ ก.ต. จะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป .-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-24 17:18:40

กกต.แจก2เหลืองส.ส.พปช.-คาด26มี.ค.ได้ข้อยุติยุบพรรคมฌ.-ชท.

(24มีค.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาฯ กกต. แถลงผลการประชุม คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเสียงข้างมากให้ใบเหลืองผู้สมัคร เขต 3 บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน 2 คน คือ นายประสิทธิ ตั้งศรีเกียรติกุล และนายสนอง เทพอักษรณรงค์ในข้อหาให้ทรัพย์ สินกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจ โดยหลังจากนี้ กกต.จะมอบหมายให้ กกต.ฝ่ายสืบสวน สอบสวนของกกต.ทำคำร้องส่งไปศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลทั้ง 2
ส่วนการแจกใบเหลืองให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี หรือไม่นั้น ที่ประชุมไม่มีมติในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด การพิจารณาวันนี้ มีมติให้ใบเหลืองบุคคล 2 รายข้างต้นเท่านั้น โดยกรณีของนายทรงศักดิ์ที่ประชุม กกต.ยังไม่มีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาแต่อย่างใด ส่วนการประชุม กกต.วันนี้นอกจากการให้ใบเหลืองดังกล่าว ยังมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ไม่มีการร้องคัดค้าน
ขณะเดียวกัน นายสุพล ยุติธาดา ประธานที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. กล่าวว่าในการประชุมวันที่ 26 มี.ค.นี้ น่าจะได้ข้อยุติในเรื่องข้อกฎหมายที่ กกต.ได้พิจารณากรณียุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย เพราะที่ผ่านมาได้ถกเถียงกันเรื่องข้อกฎหมายของรัฐธรรมนูญ โดยกฎหมายที่นำมาพิจารณาคือรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.
"คำตอบที่จะส่งให้ กกต.มี 2 ประเด็น คือจะยุบหรือไม่ยุบ และถ้าไม่ยุบ กกต.สามารถใช้ดุลยพินิจตัดสินใจส่งศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ซึ่งหาก กกต.ตัดสินใจให้ยุบ ก็ต้องส่งให้อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ" นายสุพล กล่าว


จาก hi-thaksin

‘เฉลิม' ท้าพันธมิตรฯถ้าแน่จริง-เก่งจริงตั้งพรรคการเมือง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ร่างขึ้นมาได้ก็แก้ไขได้ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และแกนนำพรรค ปราศรัยเกือบทุกเวทีว่า หากพรรคพลังประชาชนได้รับเลือก จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะบอกกับประชาชนไว้แล้ว ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด เพียงแต่จะต้องมีการหารือกันก่อน และเห็นว่าไม่จำเป็นต้องทำประชามติให้สิ้นเปลือง
"เรื่องนี้อย่าเพิ่งเอาใครเป็นเจ้าภาพ ต้องปรึกษาหารือกันก่อน ฝ่ายที่เห็นด้วยก็มี คุยกันและหาข้อยุติว่าจะให้ใครเป็นแกนนำ และวิเคราะห์ว่ามาตราไหนควรแก้ไข ต้องเป็นสายกลาง ๆ ถ้าไปลงรายละเอียดในรัฐธรรมนูญ การเมืองก็ลำบาก การที่มีบทบัญญัติให้ยุบพรรค ก็สามารถตั้งพรรคใหม่ได้ แล้วไปทำให้ยุ่งทำไม" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว พร้อมเตือนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระมัดระวังการให้สัมภาษณ์ เพราะการพูดก่อนจะมีการประชุม อาจจะเป็นการชี้นำ
ต่อข้อถามว่า จะมีการแก้ไขมาตราที่เกี่ยวกับการยุบพรรคก่อนใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องพิจารณา แต่ไม่ได้ถือว่าต้องเอาเป็นเอาตาย ส่วนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีการนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องพวกเรากันเอง ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการแก้ไขเรื่องนี้ จะทำให้มองว่าเป็นการทำเพื่อพวกพ้องหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังไม่ไปไกลถึงขนาดทำเรื่องนี้แล้วไม่ได้คิดถึงประเทศ แต่ประเทศจะเจริญได้ต้องมีรัฐบาลที่ดี
สำหรับกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 (ยุบพรรค) ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พันธมิตรฯ ไม่เคยมองพรรคพลังประชาชนดี พร้อมท้าว่า ถ้าพันธมิตรฯ แน่จริง เก่งจริง ก็ให้ตั้งพรรคการเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหัวหน้าพรรค เลขาธิการ ครป.ต้องการเป็นรัฐมนตรี ก็ให้เป็นเลขาธิการพรรค นายพิภพ ธงไชย และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ก็ให้เป็นรองหัวหน้าพรรค ออกนโยบาย ทำตัวเป็น ครม.เงาไปเลย
"วันที่ 28 มี.ค.นี้ นายสนธิก็จะขึ้นเวทีด่าคนอื่น ถ้าเข้าข่ายหมิ่นประมาท ก็ต้องแจ้งจับ ผมฝากบอกผู้ว่าฯ รอบเขตปริมณฑลไปว่า อย่าให้ใครไปสกัดกั้นประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุม ให้เปิดทางสะดวก ใครเต็มใจให้มาเลย แต่ใครที่เที่ยวไปชักจูงและจ้างคนมา ขอให้วิบัติ อย่าเจริญรุ่งเรือง" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว


จาก hi-thaksin