WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, March 26, 2008

พลเมืองภิวัฒน์ ยื่นหนังสือ จี้สอบ สส.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง

นายภูมิวัฒน์ นุกิจ กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ www.nocoup.net เปิดเผยว่าในวันพุธที่ 26 มีนาคม 2551 เวลา 11 .00 น. หน้ารัฐสภา ถ.อู่ทองใน จะเดินทางไปยื่นหนังสื่อสอบสส.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา จึงขอเรียนเชิญประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้ไปร่วมกันยื่นหนังสือดังกล่าวด้วย

สำหรับข้อความในหนังสือมีว่า........

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เรียน ฯพณฯ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานรัฐสภาคนที่ ๑

เรื่อง ตรวจสอบบทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา กรณีนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์

สิ่งที่แนบมาด้วย เนื้อหาข่าว และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

๑. บทความ “การปลุกระดม ลัทธิภาคนิยม”

๒. รายละเอียดและหัวข้อข่าว 'เย้ยได้ประธานรัฐสภามีตำหนิ อดีตพันธมิตรฯเชื่อเป็น นอมินี'

๓. แถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 1/2551
เรื่อง คำเตือนก่อนเกิดกลียุค

๔. แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 2/2551
เรื่อง กลียุคมาแล้ว

๕. แถลงการณ์ฉบับที่ 3/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเรื่อง “เคลื่อนไหวครั้งที่ 1 : ต้านเผด็จการทุนนิยมสามานย์และรัฐตำรวจ”

ตามที่นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ได้ออกมาเคลื่อนไหว คัดค้าน ต่อต้าน รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และได้เข้าร่วมเป็นแกนนำใน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย อันมีบทบาทสำคัญยิ่งที่ทำให้เกิดการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งได้ทำลายพัฒนาการประชาธิปไตยไทยลงไป และสั่นคลอนหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างชัดเจน ดังเห็นได้จาก รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ฉบับอำมาตยาธิปไตย นอกจากนี้ปรากฏว่านายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ออกมาแสดงบทบาทและสิทธิของตนเอง ซึ่งอาจนอกเหนือระเบียบวาระข้อบังคับของรัฐสภา และมารยาททางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา คือ

๑. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ สามารถ ยื่นกระทู้ ยื่นญัตติ วิพากษ์ วิจารณ์ โดยสุจริต ในรัฐสภา เพื่อร่วมกันพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาได้

๒. กรณีนี้ปรากฏว่านายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไม่เคารพในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มุ่งหวังเพียงเพื่อจะขับไล่รัฐบาลอันมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ โดยสร้างวาทกรรมสำนวน กล่าวหาว่า “รัฐบาลอันมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นระบอบทักษิณ เป็นรัฐบาลนอมินี(ตัวแทน) เป็นรัฐบาลศรีธนณชัย เป็นรัฐตำรวจ เป็นรัฐทุนนิยมสามานย์ ”

๓. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ร่วมกับพวกออกแถลงการณ์และนัดชุมนุมในรูปแบบงานสัมมนา ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ได้ เดินสายโฆษณา ชักชวน พี่น้องประชาชนตามที่ต่างๆ และได้ กล่าวปราศรัยระหว่างการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอเชียรใหญ่ มีข้อความ ตอนหนึ่งว่า 'พันธมิตรต้องการล้มระบอบทักษิณที่รักของคนอีสาน คนภาคเหนือ และภาคกลางบางกลุ่ม และเป็นที่น่ารังเกียจของคนภาคใต้ อยากให้ทุกคนพร้อมกันไปล้มระบอบทักษิณอีกรอบ ยินดีต้อนรับนักรบศรีวิชัย พันธมิตรลุ่มน้ำปากพนัง เราจะร่วมกันล้มผู้ชักใยและระบอบหุ่นเชิด' (ตามเอกสารที่แนบมา) ซึ่งปรากฏชัดเจนว่านายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ มีแนวคิดแบ่งแยกประเทศไทย ให้ออกเป็นภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความเกียจชัง และเหมารวม สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นเป็นฝัก เป็นฝ่าย ในสังคม

กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ จึงมีความเห็นว่า นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ อันมาจากการเลือกตั้งของประชาชนนั้น กำลังมีส่วนสำคัญในการทำลายระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ด้วยการที่ตนเองมีบทบาทหน้าที่ เป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ แต่กับไม่เคารพต่อระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา

จึงเรียนมายัง ท่านรองประธานรัฐสภาคนที่ ๑ ให้ตรวจสอบบทบาท หน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราฏร์ผู้นี้ และขอให้นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ชี้แจงให้ชัดเจนถึงบทบาทหน้าที่ของตน ที่ต้องรับผิดชอบ ต่อระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และเพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองให้เกิดขึ้น แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์ และสมาชิกวุฒิสภา ในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔ และ ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๔๔

ด้วยความนับถือ

( นายภูมิวัฒน์ นุกิจ )

กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์ www.nocoup.net

Tuesday, March 25, 2008

ชาติไทยสับสนข้อกฎหมาย กกต.ยุบพรรค

ผู้ประสานงาน กกต. พรรคชาติไทย เรียกร้อง กกต.สร้างหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกรณีให้ใบแดง ชี้ พรรคสับสนใช้กฎหมาย 2 ฉบับวินิจฉัยยุบพรรค

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคมและรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะผู้ประสานงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เรียกร้องให้กกต. เลือกกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการที่จะส่งเรื่องคดีการที่จะให้ใบแดงกับ นายมณเฑียร สงค์ประชา กรรมการบริหารพรรคแก่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งขณะนี้ทางพรรคเกิดความสับสนเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่กกต.จะใช้ตัดสินยุบพรรค เนื่องจากการให้ใบแดงกับ นายมณเฑียร เป็นการกระทำตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. แต่การยุบพรรคเป็นการใช้พระราชบัญญัติพรรคการเมืองซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

อย่างไรก็ตาม นายอนุรักษ์ ตั้งข้อสังเกตว่า หากกกต.ไม่รับฟังข้อวินิจฉัยของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการยุบพรรคชาติไทย ซึ่งไม่ทราบว่ากกต.จะตั้งอนุกรรมการดังกล่าวขึ้นมาเพื่ออะไร


บรรหาร จวก อภิสิทธิ์ ขวางแก้รัฐธรรมนูญ

หัวหน้าพรรคชาติไทย สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นยุบพรรค ไม่แก้ทั้งฉบับ โต้ “อภิสิทธิ์” อะไรไม่เจอกับตัวเอง ไม่รู้สึก

นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใช้มานานมากน้อยเพียงใด แต่อยากให้มองว่า รัฐธรรมนูญมีปัญหาหรือไม่ ซึ่งตนเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งฉบับ ควรแก้เฉพาะข้อบกพร่องเท่านั้น เบื้องต้นคง ได้แก่ ประเด็นยุบพรรคการเมือง ส่วนประเด็นอื่นนั้นยังไม่ขอพูด เพราะกลัวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ และไม่ขอแสดงความเห็นกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลต้องการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์พรรคร่วมรัฐบาล

ส่วนกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หัวหน้าพรรคชาติไทย ปฎิเสธที่จะแสดงความเห็น แต่กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “อะไรไม่เจอกับตัวเอง ก็ไม่รู้สึก” ส่วนคดีเรื่องยุบพรรคนั้น เชื่อว่าคงใช้เวลา ไม่ได้สรุปกันอย่างรวดเร็ว เพราะเรื่องต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ
ด้านนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ในฐานะได้รับมอบหมายจากพรรคให้ติดตามความคืบหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบแดง น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา พรรคชาติไทย ว่าขณะนี้สมาชิกพรรคส่วนหนึ่งสับสน และมีการหยิบยกเข้าหารือในที่ประชุมพรรค ถึงข้อกฎหมายและขั้นตอน กกต.จะพิจารณายุบพรรคชาติไทย เนื่องจากที่ผ่านมา ยังมีความสับสน และไม่ชัดเจน ว่า กกต.ใช้กฎหมายการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. หรือกฎหมายพรรคการเมือง ในการดำเนินการ พรรคเห็นว่า กกต.ควรจะต้องหยิบยกกรณี สำนวนยุบพรรคไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ในอดีต ขึ้นมาประกอบการพิจารณา


สกู๊ป : นายกเยือนอินโด

25 มี.ค.-ขณะนี้นายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน.

ชมรายละเอียด โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-03-25 20:19:35





มัชฌิมาฯ หนุนแก้ รธน.โดยเฉพาะมาตรา 237

มัชฌิมาธิปไตย 25 มี.ค. - “อนงค์วรรณ เทพสุทิน” หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 237 มอบหมาย ส.ส. สำรวจความเห็นประชาชนในแต่ละพื้นที่ ระบุความเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ถึงกับแตกแยก เชื่อสามารถพูดคุยกันได้ ย้ำยึดหลักความสมานฉันท์

นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ว่าที่หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรควันนี้ (25 มี.ค.) มีมติแต่งตั้ง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรค และนางพรทิวา นาคาศัย ว่าที่เลขาธิการพรรค เป็นตัวแทนของพรรคไปหารือกับทุกพรรคการเมืองในประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม พรรคเห็นว่า มาตรา 237 เป็นมาตราหลักที่ประชาชนสนใจและควรแก้ไข รวมทั้งยังมีอีกหลายมาตราที่ควรแก้ไข

“ส่วนตัวไม่เห็นด้วยให้มีการทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชนในเรื่องนี้ เพราะมี ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เป็นตัวแทนของประชาชนอยู่แล้ว และสามารถตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ได้มอบหมายให้ ส.ส.ของพรรคไปสำรวจความเห็นของประชาชนในแต่ละพื้นที่อีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะอาจมีความเห็นที่แตกต่างกัน” นางอนงค์วรรณ กล่าว

เมื่อถามถึงความเห็นที่แตกต่างกันของพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นางอนงค์วรรณ เชื่อว่าจะสามารถพูดคุยกันได้ ไม่ถึงขั้นแตกแยก แต่ละพรรคต้องยึดหลักความสมานฉันท์

นางอนงค์วรรณ กล่าวถึงกรณียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย ว่า ยังคงมั่นใจในข้อมูลที่ได้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะไม่สามารถเอาผิดถึงขั้นยุบพรรคได้ ส่วนกรณีที่นายสุเมธ อุปนิสากร กกต. ออกมาให้ความเห็นว่าต้องส่งเรื่องยุบพรรคให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเท่านั้น นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นของ กกต.ทั้งหมด. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-25 19:13:48

ครม.ไฟเขียวSML1.8หมื่นล.กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า

ครม.อนุมัติงบประมาณโครงการ SML 1.8 หมื่นล้านบาท ถึงมือรากหญ้าปลายเม.ย.นี้ พร้อมคงภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อีก 2 ปี ถึง 30 ก.ย. 2553 นายกฯยันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลแน่

วันที่ 25 มี.ค. 2551 เวลา 12.30น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมครม.ถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ ว่าในที่ประชุมครม. ทางกระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการการแก้ปัญหา แม้ขณะนี้เศรษฐกิจค่อนข้างแย่ก็ตาม แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังทำกันอยู่ เขามีวิธีการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายมาตรการ และยืนยันว่าได้ผลแน่ และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.คลัง ก็ยืนยันกับครม.ว่ามาตรการที่ออกมาได้ผล


ด้านนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ขยายเวลาการใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ที่ 7% ไปอีก 2 ปี โดยให้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.2553 จากเดิมที่จะสิ้นสุดใน 30 ก.ย.2551 ทั้งนี้การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเวลาปรับลด VAT ดังกล่าวเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจกลับคืนสู่ภาวะปกติและไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน โดยไม่ได้คำนึงว่าจะทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ เพราะเรื่องนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว หากจะไปใช้ VAT ที่ 10% อาจทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลได้

"เพื่อให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจว่าเรื่องนี้จะไม่มาเป็นภาระต่อต้นทุนในอนาคต จึงต้องการให้เกิดความชัดเจน"นพ.สุรพงษ์กล่าว

นพ.สุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มาตรการกระตุ้นระดับฐานรากผ่านโครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน (SML) ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท โดยจะส่งถึงมือประชาชน ปลายเดือนเม.ย.นี้ ส่วนสัปดาห์หน้าจะนำเสนอมาตรการอื่นๆ ที่เป็นเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าเพิ่มเติม เช่น โครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 4.5% แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยเพื่อใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัย, การพักชำระหนี้เกษตรกร, ธนาคารประชาชนตลอดจนการขยายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองอีก 1,600 แห่ง ล่าสุด รัฐบาลได้นำร่างพ.ร.ฎ.ที่ออกมาเพื่อรองรับมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเร็วๆ นี้

ด้าน น.ส.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม.มีมติให้วันที่ 16 เม.ย.2551 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มอีก 1 วันเพื่อชดเชยวันหยุดสงกรานต์ที่ตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนกรณีของธนาคาร ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้พิจารณาตามกฎและระเบียบที่ธปท.กำหนด

‘พปช.'มีมติแก้รธน.หลายประเด็น-คาด3เดือนเรียบร้อย

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า พรรคมีมติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในหลายประเด็น โดยจะมีการคณะกรรมการศึกษาเพื่อจัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ซึ่งจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในเดือนเม.ย.51 และคาดว่าจะใช้เวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จได้ภายใน 3 เดือนหลังจากนั้น
สำหรับประเด็นหลักที่พรรคเห็นว่าจะต้องแก้ไข คือ มาตรา 237 เพราะเป็นการลอกข้อความที่ลอกมาจากประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.)ซึ่งถือว่าผิดต่อหลักนิติธรรม รวมทั้ง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่มาของ ส.ส.และ ส.ว.ด้วย เป็นต้น
ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 237 จะเสนอให้ตัดวรรคสองออกทั้งหมด เพราะเป็นข้อความที่กำหนดให้กรรมการบริหารพรรคผู้ใดมีส่วนรู้เห็น ปล่อยให้การเลือกตั้งไม่เป็นยุติธรรม ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค
ทั้งนี้ พรรคเห็นว่ากฎหมายควรจะเปิดช่องให้กกต.สามารถใช้ดุลพินิจในการพิจารณาเรื่องนี้ได้ แต่หากมีพรรคการเมืองถูกยุบในช่วงที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ก็คงต้องปล่อยให้ถูกยุบไป แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกกฎหมายสามารถเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกรรมการบริหารพรรคนั้น ๆ ได้


จาก hi-thaksin

‘สมัคร'ย้ำแก้ไขรธน.ให้มากที่สุด-แฉพวกจ้องป่วน21เม.ย.

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเห็นว่ามีมาตราที่ต้องแก้ไขอีกมาก พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีการยุบสภาหลังแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องทำประชามติ หรือประชาพิจารณ์ เพราะประชาชนได้เลือกรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากแล้ว และยังไม่มีผลกระทบหากฝ่ายค้านจะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีมติจากคณะรัฐมนตรี เพราะถือเป็นเรื่องของพรรครวมรัฐบาล
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันการแก้ไขไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัว แต่เป็นเพราะเกิดกรณีพิจารณาใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ได้รับเอกสารข้อมูลกรณีบุคคลเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ภาคที่ 1 ในวันที่ 21 เมษายน จริง
นายสมัคร เห็นว่ารายชื่อว่าที่ 4 ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ได้รับการคัดเลือกในวันนี้มีความผิดปกติ เพราะไม่ควรเลือกผู้ที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลเก่าเข้ามาทำหน้าที่ โดยขอให้รอดูคำวิจารณ์จากสังคมว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่คณะกรรมการสรรหาไม่มีชื่อของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมอยู่ด้วย


จาก hi-thaksin

สมัครอ้างเสียงสนับสนุนรัฐบาล ไม่ประชาพิจารณ์แก้รธน.

นายกฯ อ้างเสียง ประชาชนเลือกรัฐบาล ไม่ต้องทำประชาพิจารณ์ การรื้อรัฐธรรมนูญ แต่ต้องแก้ไขให้มากที่สุด

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเห็นว่ามีมาตราที่ต้องแก้ไขอีกมากพร้อมย้ำจะไม่มีการยุบสภา หลังแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องทำประชามติ หรือ ประชาพิจารณ์ เพราะประชาชนได้เลือกรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากแล้ว และยังไม่มีผลกระทบ หากฝ่ายค้านจะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีมติจากคณะรัฐมนตรี เพราะถือเป็นเรื่องของพรรครวมรัฐบาล นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันการแก้ไขไม่ใช่เพราะเห็นแก้ตัว
แต่เป็นเพราะเกิดกรณีพิจารณาใบแดงของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

นายยกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ได้รับเอกสารข้อมูล กรณีบุคคลเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ภาคที่ 1 ในวันที่ 21 เม.ย. จริง

สมัครโวยกก.สรรหาเลือกปฏิปักษ์รัฐบาลเป็นตุลาการรธน.

นายกฯ โวยวาย กรรมการสรรหาผิดปกติ เลือกเฉพาะผู้ที่เป็นปฏิปักษ์รัฐบาล ทำหน้าที่ตุลาการรัฐธรรมนูญ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯเห็นว่า รายชื่อว่าที่ 4 ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ได้รับการคัดเลือกในวันนี้มีความผิดปกติ เพราะไม่ควรเลือกที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลเก่าเข้ามาทำหน้า ที่โดยขอให้ดูคำวิจารณ์จากสังคมว่าเหมาะสมหรือไม่ที่คณะกรรมการสรรหาไม่มีชื่อของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรรวมอยู่ด้วย

นอกจากนี้นายกฯ ยังปฏิเสธไม่ทราบกรณีที่ นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะมีการเสนอชื่อ นายแพทย์เหวง โตจิราการ และนายจรัญ ดิษฐาอภิชัย อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ เป็นคณะกรรมการบริหารของ อสมท.จำกัด (มหาชน) แต่ขอให้ไปสอบถามจากนายจักรภพเอง

นายกฯ ยังระบุกรณีการยุบสัปทานคลื่นวิทยุ 5 คลื่น หากมีใครได้รับความเดือดร้อนให้ยื่นเรื่องร้องเรียนมาได้