WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 27, 2008

ลัทธิบูชาชัยชนะ

เงินอำนาจแท้ ดูแลเป็นประจำ' สะดุดคำสารภาพที่ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง มท.1 ยื่นไมตรีกระชับมิตรกับ เจ้าลัทธิสนธิ ลิ้มทองกุล วันวานยังหวานอยู่ เสน่ห์หาแก่ลูกแก่หลานวัน-ดวง อยู่บำรุง สุดสวาททิ่มประตู...จนห้ามไม่อยู่ สมัยที่มีคุณมีประโยชน์ใช้สอยต่อกัน ใจใหญ่ไล่แจกเงินส่วนตัวซื้อรถหรู มีระดับส่งมอบถึงมือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมท.1 ชวนสงสัยว่านพืชต้องหวังผล ข้อพิรุธเหล่านี้เพิ่งมาโผล่สำแดงเดช สุดท้ายที่อีกขั้วหนึ่งก้าวสู่อำนาจและอีกขั้วหนึ่งสูญเสียอำนาจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก้าวลงชนิดพ่ายแพ้หมดรูป...จบไม่สวย อยู่กันคนละฝั่งฟากฝา น้อยใจผิดใจอะไรสุดแท้แต่ แต่สายใยรักต่อกันดูไราบรื่นเหมือนเดิม...คราบทั้งนักบุญคราบทั้งคนบาปคู่ฮิต ฮอตติดลมบนในขณะนี้

ข่าวคราวเนื้อหาที่จะพูดถึงมวยถูกคู่ระหว่าง พณ.รัฐมนตรี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง มท.1 กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล คนเคยรวยคนเคยยิ่งใหญ่ ระดับมท.1เกรงใจรับโทรศัพท์ด้วยตนเองทุกครั้ง ต้องลึกซึ้งรับใช้เงินทองกันมาก่อนในระดับจำนวน 200- 300 ล้านบาท ทุ่มเทเรื่องการเมือง แม้หน้าที่ต่างกันแต่สัมพันธ์คงเดิม นั่นมันเมื่อวันวาน

คงไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน รางวัลสมนาคุณรถหรูปอร์เชต่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวน 2 สองคนสองคัน... มันช่างแสนธรรมดาที่ไหน...มีใครอยากเป็นปลาทู ผลประโยชน์ลงตัวต่างหาก นอกนั้นคือ..สิ่งขัดหูขัดตา เปิดศึกใครเสือใครหมาทางใครทางมัน แลกวัดใจใครแกร่งกว่าเท่านั้นเอง อย่างอื่นเป็นมวยรอง

สืบเสาะหาข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แทบไม่เชื่อสายตาว่าระดับการฟอกปั่นหุ้นกับการจดตั้งทะเบียนหลายสิบบริษัท ในเครือผู้จัดการกรุ๊ปนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเจ้าของอยู่นั้นแตกลูกออกหลาน จนยากที่จะสาวไส้ถึงถ้าไม่ใช่มืออาชีพด้านธุรกิจ ตามจับดมกลิ่นยากเพราะมีขบวนการตัดตอนยากที่เข้าถึงตัวการบงการอยู่เบื้องหลังมันร่วมมือหากินกันหลายฝ่าย...บทความที่ดีๆๆชั่วๆๆตีพิมพ์สู่สาธารณะชนรับทราบมากพอแล้วที่เขียนย้ำ เลยเอาภาพรวมความชั่วเฉพาะตัวที่หาเงินหาทองมาจากการฟอกชั้นสูง...มาบริการบำเรอความสุขจอมปลอมในเวลานี้

ต้องผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรทางเศรษฐกิจแกะรอยเส้นทางไหลของเงินตั้งบริษัทลูกปั่นข่าวสร้างข่าวสร้างราคาจริงราคาเท็จช้อนซื้อปล่อยขายเมื่อราคาใด สร้างความร่ำรวยบนหลังคนที่ไม่รู้เท่าทันเกมเล่ห์เหลี่ยมขุดหลุมพรางดักล่อไว้ล่วงหน้า

นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวโขนของคราบนักบุญคนบาป หากินบนไม่ความไม่รู้เท่าทันของคนที่อยากรวยเร็ว เอากันชัดคือพวกนักเล่นหุ้นรายย่อยหรือพวกแมลงเม่าบินเข้ากองไฟทั้งหลายแหล่...ตายสนิทเจ๊งสนิท

หลายสิบบริษัทที่จดทะเบียนมีชื่อนักวิชาการชื่อดัง ถูกจับมานั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร อาทิ เช่น นายชัยอนันต์ สมุทวณิช หัวโด่หัวเด่ สุดท้ายบริษัทหลายสิบประสบภาวะขาดทุนหนี้เสียหนี้เน่าถูกแหวน พูดเข้าใจภาษาชาวบ้านล้มละลาย ตามศัพท์คนทำงานตลาดหลักทรัพย์พักไว้ อยู่ในระหว่างฟื้นฟูกิจการ ฟังดูดีมาก พูดเข้าใจกว่านี้คือปิดกิจการบริษัทเจ๊งตรงตัวที่สุด

วิถีคราบนักบุญคนบาป ความชาญฉลาดมากครั้ง มันฆ่าตัวเองตายทั้งเป็น ออกโรงชนสงครามแย่งชิง ความจงรักภักดี ' ไม่พอเพียงสําหรับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เสียแล้ว ผูกเรื่องเก่งโยงเรื่องเป็น งัดไม้ตายออกมาสู้ชนิดที่คนตามท้องเรื่องไม่ทันพาลเคลิ้มหลงไหล ต่อไม่ติดหลงเชื่อถอนตัวไม่ขึ้น แค่ราคาคุยข่มคน ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ' ตัวตนที่แท้จริงคือลัทธิบูชาชัยชนะ

ลูกน้องนายสนธิเริ่มแรก เคยคุยเล่าว่ารางวัลที่สนธิแจกให้นั้นต้องแลกเหมือนหมาไล่งับเศษเนื้อจริงถึงจะได้ การแข่งขันว่ายน้ำใครเข้าเส้นชัย เงินล่อจะนำมาวางขอบสระใครชนะหยิบไป ...คราบนักบุญคนบาปชื่อสนธิ ลิ้ม...ถุย...ทุเรศสิ้นดี...เศษเงินกว่าจะได้...เลวระยำหมาหางด้วน

เจ้าลัทธิสนธิ ชอบใช้เงินที่ใหญ่กว่าฟัดหัวคนอ่อนด้อยแม้แต่ใต้สะดือ ยังจัดลำดับช่วงล่างช่วงบน โชค์อัพสปริงดึ๋งดั้งชนิดร้ายกาจ...กว่าเงินจะหลุดมือได้ เหนียวเรียกพี่... สนธิสุขนิยมกู้ชาติ (หน้า) ตอนบ่ายต้องบอกตามตรง กระแสคนไม่เอาลัทธิสนธิบูชาชัยชนะ มันไปไกล กู่ไม่กลับ

พฤติกรรมออฟเด็กสัดส่วนอัตราส่วนเด็กมหาวิทยาลัยที่เรียกมาใช้บริการต้องผ่านทั้งสเปคสวยระดับไหน สาวใดชเลียร์..เก่งขั้นต่ำ 2-5 หมื่นต่อครั้ง อู้ฟู่...อ็วกแตก นี่แค่หนังตัวอย่าง ซ้อเจ็ดไม่เอาคนใกล้ตัวจัดหาเด็ก ให้สนธิฟันมาแฉสดออกอากาศ astv บ้างเชียวหรือ หมามันหางด้วนแล้วเอาหน่อยเถอะ ข่าวเขียนเช็คให้ดาราคนหนึ่งไปเติมจำนวนเงินเอาเอง ปัจจุบันดาราสาวผู้นี้เป็นเมียนักการเมืองพรรคป. ข่าวล่ามาช้ายังแอบเสื้ยงเด็กดาราช่อง 8-1 อยู่อีกคน สะเด็ดน้ำสะดิตี๋...สนธิลัทธิบูชาชัยชนะ

น้ำพักน้ำแรงเงินเดือนพนักงานนักข่าวตัวเองแท้ๆ ลอยตัวพูดโย้ไปเย้มา...ลูกเล่นพูดให้สงสาร แล้วก็เดินจากไป ไม่มีคำตอบว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย ทิ้งปริศนาหน้าตาเฉย เดินสายสร้างค่าตัว ละเมอเพ้อพกกู้ชาติ โดยใคร เพื่อใคร ของใคร วันนี้ประชาชนบอยคอตไม่เอาแล้ว...รู้เอาไว้ซะด้วย

กระชากหน้ากากสนธิ ลัทธิบูชาชัยชนะใครว่าเอาเรื่องใกล้ตัวเรื่องตู้เตียงหมอนมุ้งใส่ความ...จุดนี่คือสนธิที่คุณไม่รู้จักดีพอจวนตัว...นั่งขี่คอกะ..ทิ่มปาก

ไม่หยุดถาม...สนธิ...ช่วยตอบที

1. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า ตัวตนที่แท้จริงอาศัยคราบสื่อหากินใช่หรือไม่ใช่

2. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า มีจิตกุศลสาธารณะเอาเงินทุ่มซื้ออุปกรณ์ราคาแพงลิบลิ่ว เงินเหล่านั้นกำรี้กำไร จากวิชาชีพสื่อหรือประกอบกิจการธุรกิจประเภทใด โดยสุจริตจริงหรือไหมไม่จริง

3. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า เอาเงินฟาดหัวนักการเมืองพรรคมาแล้วกี่พรรค จำนวนเท่าไหร่แล้ว

4. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า รีดนาทาเร้นอดีตนายกฯทักษิณ กอบกู้หนี้สินกี่รอบ สถานที่ใด ครั้งละเท่าไหร่

5. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า เล่นแร่แปรธาตุจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำนวนเท่าไหร่ แหกตาปั่นหุ้นฟอกหุ้น ปิดกิจการบริษัทกี่แห่ง

6. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า ตนเองเป็นสื่อแท้-สื่อเทียมของแท้

7. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า กู้ชาติพ้นภัย เที่ยวนี้กู้ให้ใคร

8. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ช่วยตอบทีว่า กล้าหาญตรวจสอบพฤติกรรมว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล มีอาการโรคจรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรมขัดต่อสถานะภาพวิชาชีพสื่อพึงจะมี...วินิจฉัยโรคสื่อแท้-สื่อเทียมของแท้ อย่าปล่อยครึ่งๆกลางๆ สถาบันจะถูกไม่ไว้วางใจ หลักความเสื่อม กฎเกณฑ์สองมาตรฐานหนักข้อขึ้นทุกวันว่าไม่กล้าเอาคนผิดมาลงโทษ ขับออก ไล่ออก ต้องไม่มีข้อยกเว้นอื่นเหมือนกับอาชีพอื่นจรรยาบรรณวิชาชีพกำกับ กำหนดบทลงโทษฐานความผิดชัดเจน

ไหนๆกวาดบ้านนักการเมือง นักโกงบ้านกินเมือง กลับลองเช็คถูกวาดบ้านตัวเองสะอาดสะอ้านเสียก่อน คนทำสื่อต้องอย่าทำตัวเป็นจิ้งจกเต็มกำแพงเสียเอง ควรภาคภูมิใจความเป็นฐานดรที่สี่ หากไม่จรรโลงความเป็นสื่อที่ดีมืออาชีพครบถ้วนได้แล้ว จัดการเอาชื่อป้ายอักษรตัวสุดท้ายที่มาที่ตั้ง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ' ต้องเอาแห่งประเทศไทยตัดทิ้งเสียดีกว่า คือประชาชนคนไทย 64-65 ล้านคน คือเจ้าของประเทศ

ตอบไม่ตอบไม่ใช่หน้าที่ที่ผมต้องทราบอยู่คนเดียว คนรักชาติแท้ที่จริง เขาไม่ประกาศสงครามแย่งชิง ความจงรักภักดี ' เข้าพกเข้าห่อท่าเดียว ฉายาคราบนักบุญคนบาป - สนธิสั่งจองแล้ว เติมช่องว่าง สนธิ...ลัทธิบูชาชัยชนะ...จบข่าว

คืนรัง
จาก hi-thaksin

รมต.ประจำสำนักฯ ระบุบอร์ด อสมท ต้องพิจารณาตน กรณีบริหารขาดทุนครั้งแรกในรอบ 7 ปี

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ กรณี บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ขาดทุน 27 ล้านบาท ครั้งแรกในรอบ 7 ปี ผู้บริหารต้องพิจารณาตนเอง
นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงกรณีบริษัท อสมท จำกัด มหาชน ดำเนินการขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยขาดทุน 27 ล้านบาท ในเดือนมกราคม 2551 ซึ่งผู้บริหารของช่องอ้างว่าเป็นเหตุพิเศษนั้น เห็นว่าไม่ใช่เหตุผลที่สมควรกล่าวอ้าง ทั้งนี้ต้องพิจารณาความจริงว่าขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามอำนาจการตัดสินไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล แต่อยู่ที่คณะกรรมการใหญ่หรือ บอร์ด อสมท.ซึ่งต้องรายงานผู้ถือหุ้น และหากผู้บริหารไม่สามารถบริหารให้สถานีฯ มีความก้าวหน้าได้ ก็ต้องพิจารณาตัวเอง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า สำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กรณีของ บริษัท อสมท จำกัด มหาชน คาดว่าไม่เกินต้นเดือนพฤษภาคมจะมีคำตอบ เพราะจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล อสมท.จะปล่อยให้ อสมท.ตกต่ำไม่ได้ ถ้าหาก อสมท.ตกต่ำลง ภายในสัปดาห์หน้าจะตั้งกรรมการ 9 คนเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าว



นายกรัฐมนตรีเยือนอินโดนีเซีย

นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมือผลักดันการค้าการลงทุนเพื่อเสริมสร้างการพึ่งพาทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้มากขึ้น ติดตามได้จากรายงาน

ชมรายละเอียด โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-26 20:47:02



หมอแว แฉ กลางสภา เจ้าหน้าที่รัฐซ้อมโต๊ะอิหม่ามจนตาย

ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน แฉกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่รัฐซ้อมโต๊ะอิหม่ามที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอเปลี่ยนตัว มท.3 โควต้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นหมอแวมาฮาดี

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคักเมื่อมีการหยิบยกญัตติด่วน ที่ค้างการพิจารณาจากสัปดาห์ที่แล้ว คือ ญัตติปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แสดงความเป็นห่วง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้ต้องสงสัย ในคดีความมั่นคง ที่ใช้วิธีการซ้อม ทรมาน

โดยอาศัยพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ซึ่งให้อำนาจพิเศษกับเจ้าหน้าที่แต่กลับใช้กฎหมายอย่างไร้จิตสำนึกและตั้งใจละเมิดสิทธิของคนในพื้นที่ ซึ่งล่าสุดมีการซ้อมโต๊ะอิหม่ามใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต หลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ และจากรายงานของศูนย์ทนายมุสลิม ในปี 51 มีการซ้อมและทรมานผู้ต้องสงสัยถึง 102 ราย

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ต้องใช้การเมืองนำการทหาร ส่วนสาเหตุที่ตนยังไม่ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังไม่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคงโดยตรง

ที่สำคัญเกรงว่า การลงพื้นที่จะทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบคิดว่าเป็นการท้าทาย ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า เข้าใจหมอแว ที่ต้องถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมกันนี้ ขอให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปลี่ยนโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นนายแพทย์แวมาฮาดี เพราะเป็นผู้มีบารมีและรู้ปัญหาในพื้นที่ดีที่สุด ซึ่งตนจะให้รับผิดชอบปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก

พปช.ระบุ เน้นแก้ รธน.มาตรา 237 และ 309

พรรคพลังประชาชน เตรียมเสนอญัตติแนวทางการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และมาตรา 309 เนื่องจากเห็นว่าขัดต่อหลักนิติธรรม พร้อมยืนยันไม่มีผลย้อนหลังต่อการทำงานของ คตส.

ร้อยโทกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการเสนอญัตติการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญว่า ตามกระบวนการแล้วก็จะต้องมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรคการเมือง

ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็นำร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาโดยการลงมติเห็นชอบจากสส. โดยประเด็นที่พรรคพลังประชาชนข้อแก้ไขก็คือมาตรา237 และมาตรา309 เนื่องเห็นว่าขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะเป็นการประกาศใช้โดยคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ซึ่งขณะนี้ถือว่าประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้วดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องแก้ไข ขณะเดียวกันก็ไม่รู้สึกกังวลว่าจะเกิดการเผชิญระหว่างกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะมีช่องทางที่ทั้ง2ฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมรับฟังและต้องอธิบายให้สังคมรับทราบ อย่างไรก็ตามหากมีการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว ยืนยันไม่จะมีผลย้อนหลังต่อการทำงานของ คตส. (26/03/51)


ไม่รอดสันดอน [27 มี.ค. 51 - 18:03]


ผลการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรนูญชุดใหมจากผู้เข้าประกวดชายงามทั้งสิ้น 22 คน ก็เลือกได้ตัวจริง 4 คนครบสเปคทุกประการ

แยกเป็นสายนิติศาสตร์ 2 คน ได้แก่ “จรัญ ภักดีธนากุล” ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์

โผออกมาตรงเป๊ะอย่างที่ “แม่ลูกจันทร์” ทำนายล่วงหน้าไว้เลย

ส่วนสาขารัฐศาสตร์ ได้แก่ “สุพจน์ ไข่มุกด์” และ “เฉลิมพล เอกอุรุ” อดีตข้าราชการกระทรวงต่างประเทศทั้งคู่ กลายเป็นม้ามืดแหกโค้งเข้าวิน

เล่นเอาบรรดาตัวเก็งๆผิดหวังไปตามๆกัน

สรุปว่าทั้ง 4 คนนี้ คือ ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ผ่านการสรรหาโดยตรงและมีความเหมาะสมดี

แต่ยังต้องรอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกมาอีก 3 คน และที่ประชุมใหญ่ศาลปกครอง สูงสุดเลือกมาอีก 2 คน ก็จะได้ตุลาการ รัฐธรรมนูญชุดใหม่ครบ 9 คนตามกติกา

อย่างช้าไม่เกินสิ้นเดือนเมษายน

เพราะศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่มีงาน สำคัญรอการตัดสินใจ

คือคดียุบพรรคการเมือง

อนาคตพรรคชาติไทย? พรรคมัชฌิมาฯ? พรรคพลังประชาชน? อยู่ในกำมือของคนทั้ง 9 คนจะเป็นผู้ชี้ชะตา

แต่ดูแนวโน้มก็ไม่น่าจะรอดสันดอน??

เพราะศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่มีอดีต ส.ส.ร. ซึ่งเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. อยู่ถึง 2 คน!!

แถมเป็นผู้สนับสนุนเพิ่มโทษยุบพรรค การเมือง

ฉะนั้น ถ้า กกต.ส่งคดียุบพรรคให้ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้พิจารณา

โอกาสจะโดนยุบพรรคก็ใกล้ความจริง!!

คือตัดสินโดยใช้หลักนิติศาสตร์เป็นแนวทาง

เมื่อรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ยุบพรรคก็ต้องยุบพรรคสถานเดียว

จะหวังให้ใช้หลักรัฐศาสตร์มาถ่วงดุล หรือให้พิจารณาผลกระทบต่อประเทศที่จะเกิดขึ้นจากการยุบพรรคการเมือง

“แม่ลูกจันทร์” ดูแล้วคงยากส์ บอกตรงๆ

สรุปว่า หลังได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่จะตัดสินคดี ก็พอมองเห็นอนาคตว่าคดียุบพรรคจะจบอย่างไร??

โหงวเฮ้งบ่งชี้ว่ายุบพรรคชัวร์

ฉะนั้น ฝ่ายที่จะโดนยุบพรรคก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดไม่ให้ถูกฆาตกรรมหมู่ ทางการเมือง

ด้วยการรีบชิงจังหวะขอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ที่เขียนเปิดช่องให้ยุบพรรค การเมืองง่ายเกินไป

หลักการคือ ผู้กระทำความผิดทุจริตเลือกตั้งยังถูกลงโทษอย่างเดิม

แต่ความผิดส่วนบุคคลจะไม่ถูกโยงเป็นเหตุยุบพรรคการเมือง

อนึ่ง ตอนแผนแรก รัฐบาลจะลุยถั่วแก้ฉุกเฉินมาตราเดียว

เพราะถ้าแก้ไขพร้อมกันหลายประเด็นก็ต้องใช้เวลาพิจารณากันยาว

ยิ่งแก้หลายประเด็น ก็ยิ่งเพิ่มกระแสคัดค้านให้บานปลาย

แต่ก็มีเสียงทักท้วงว่าการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237 อย่างเดียวมันโจ๋งครึ่มเกินไป

เพราะรัฐบาลได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว

ฉะนั้น ไหนๆจะแก้แล้วก็ควรแก้ไขให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยในหลักการ คือควรแก้ให้ครบวงจร

ประเด็นไหนไม่ดี ก็แก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์

โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งต้องรื้อทิ้งหมดทั้งยวง

แต่การจะแก้รัฐธรรมนูญครั้งเดียวให้ครบวงจรก็ต้องใช้เวลา กว่าจะตกลงกันได้ว่าจะแก้ตรงไหนบ้างคงต้องเถียงกันอีกนาน

ถ้าแก้ไม่ทันโดนยุบพรรคซะก่อน ก็หมดท่าละโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

'ทักษิณ'เร่งกลับไทยปลายมี.ค. เตรียมสู้คดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา [27 มี.ค. 51 - 04:16]

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 มี.ค.) ถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางกลับไปดูแลธุรกิจสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ และมีกำหนด เดินทางกลับมาเมืองไทย ในวันที่ 10 เม.ย. 2551 เพื่อมารายงานตัวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 11 เม.ย. ว่า ล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับมาเมืองไทยเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยจะเป็นช่วงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ เพื่อเตรียมตัวจะมาต่อสู้คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก เนื่องจากได้ หารือกับทีมทนายความแล้วว่า คดีดังกล่าวมีรายละเอียด และพยานหลักฐานจำนวนมาก จึงควรกลับมาเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดว่าจะเดินทางมาอยู่เมืองไทยกี่วัน

อย่าหลงทาง

เราจะไม่วิเคราะห์วิจารณ์ ถึงการที่รัฐบาลพยายามอย่างรีบเร่งที่จะ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ฉบับปีพุทธศักราช 2550เพราะว่า...เป็นความละเอียดอ่อนที่ “ซ่อนลึก” ของฝ่ายรัฐบาล ..!!!??แต่เราจะมองถึงภาพลักษณ์ที่น่าชื่นชม ซึ่งปรากฏต่อประชาคมโลก…

สำหรับการเดินทางเยือนมิตรประเทศไทยในกลุ่มอาเซียน ของ “นายสมัคร สุนทรเวช” นายกรัฐมนตรี โดยมี “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผู้บัญชาการทหารบก เดินประกบไม่ห่างกายแน่นอน...ย่อมชี้บ่งได้ถึงความสนิทแน่น..??!!ซึ่งเป็นความสนิทแน่นระหว่าง “รัฐบาล” กับ “กองทัพ” โดยเฉพาะ “กองทัพบก” ซึ่งเป็นกำลังหลักของประเทศ เป็นกองกำลังหลัก ที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารสำเร็จมาโดยตลอด!!!???เป็นกองกำลังหลักที่ปฏิวัติ “รัฐบาลพรรคไทยรักไทย” เมื่อ 19 กันยายน 2549 ได้สำเร็จอย่างง่ายดายยิ่ง

ซึ่งแกนนำหลักนอกจากกำลังพลของ “พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร” แม่ทัพกองทัพภาคที่ 3 (พลเอก-รองปลัดกระทรวงกลาโหม) และอีกบางส่วนก็คือกองกำลังจากกองทัพภาคที่ 1 ที่มี “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (พลเอก-ผบ.ทบ.) นี่แหละ เป็น “หัวหอก” ที่สำคัญ??!! ...แน่นอน...“กองทัพ” คือ “กำแพงแผ่นดิน”!!!“ทหาร” ทุกกองทัพ...คือ “ทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ”...ใช่...ทหารและข้าราชการทุกหมู่เหล่า คือ “ข้าแผ่นดิน”...จะต้องรับราชการไปจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ เมื่ออายุ 60 ปีแต่นายกรัฐมนตรี-รัฐมนตรีที่มาจาก “ฝ่ายการเมือง”...ในเมื่อ “มา” แล้วก็ “ไป” ไม่มีอะไรที่แน่นอนมั่นคง

ฉะนั้น...กองทัพต้อง “ไม่หลงทาง”...“พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผู้บัญชาการทหารบก “ต้องไม่หลงทาง”..!!??ท่านต้องอย่าเพิ่ง “หลงใหลได้ปลื้ม” กับ “เตรียมทหารรุ่น 10” เพื่อนร่วมรุ่นของท่าน ที่กลับมา “ผงาด” ในกองทัพ...โดยที่ “รัฐมนตรีฯ กลาโหม” ไม่ล้วงลูก!!!เพราะอดีตเมื่อไม่นานก่อนหน้า...19 กันยายน 2549 คือ “ครู”...คือ “บทเรียนอันเจ็บปวด”...เจ็บปวดขนาดที่ต้องตอกย้ำ....“ทหาร” และ “ข้าราชการประจำ” ต้องไม่ลืม!!!

เหยี่ยว อหังการ์


ปริศนาไพร

ในป่า..จะมีคำว่า “ปริศนาไพร” ใครไม่รู้ก็ดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับพรานป่าผู้ชำนาญแล้ว..ปริศนาไพร..คือ คำบอกเล่าล่วงหน้าถึงภัยใหญ่ที่จะเกิดขึ้น

ในเมือง..ผู้รู้จักเมือง..จะไปรอดปลอดภัยจากอันตรายที่คอยซุ่มอยู่ใน
แทบจะทุกมุมตึก..หลายคนวอดวายถึงตายถึงบาดเจ็บ..เพราะไปใช้สะพานข้าม..ที่อับเปลี่ยวในการเมือง..ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติการณ์ใดๆ มักจะมีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า..ผู้รู้ย่อมแปลได้..ผู้ใส่ใจย่อมค้นพบก่อนที่พรรคพลังประชาชน จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550..มีสิ่งบอกเหตุมากมายที่ให้สัญญาณไว้ล่วงหน้า..ชัดที่สุดก็คือ..แรงโหวตระหว่างผู้รับรัฐธรรมนูญกับผู้ปฏิเสธรัฐธรรมนูญ..ที่ก้ำกึ่งกัน

ใครที่รู้ว่า..พล.อ.สุรยุทธ์ เคยพบกัน นายสมัคร สุนทรเวช..ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งใหญ่..จะทายได้ว่า..ใครคือผู้ชนะในการเลือกตั้ง ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี..ถึงวันนี้ ดูเหมือนว่า..การเมืองกำลังไปได้สวย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งพูดกันถึงเวลา 4 ปีที่จะเป็นรัฐบาล..ผู้คนที่เติบใหญ่ในตำแหน่งรัฐมนตรี..ต่างอิ่มเอิบในบุญบารมีวาสนา..แต่ผู้ชำนาญป่า..จะมองเป็นในสิ่งที่ป่าบอก

กรงเล็บแห่งอำนาจ..ที่คลายตัวออกเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550..เริ่มประสานประสาทกลับเข้ามาเป็นกรงเล็บใหม่องคาพยพทั้งหลายเริ่มประกอบกันเข้าเป็นรูปเป็นร่าง สำหรับการเดินทางครั้งใหม่..เป็นการเดินทางครั้งใหม่ที่มีปลายทางแบบเก่าผู้ชนะที่ลืมตัว..กำลังหลงลำพองไม่มีใครรู้ได้ถึงกลิ่นศึก ควันไฟแห่งสงครามถูกมองเป็นก้อนเมฆที่เส้นสุดขอบฟ้า..มองฟ้าผ่าเป็นฟ้าแล่บ..

ชาวทะเลเชื่อกันว่า..สภาพกระจกเหนือพื้นสมุทร..จะนำมาซึ่งพายุใหญ่..การนำเรือลับเหลี่ยมเกาะจึงแสนง่าย..แต่คนบกยิ่งแล่นไกลลึกเข้าไปในอกแห่งทะเลกว่าจะรู้ว่า..เมื่อป่าเงียบนั้น..เพราะเหยาะย่างแห่งเจ้าป่า..น้ำลดเพราะคลื่นยักษ์จะกรายฝั่ง..เมฆสลายบนยอดเขาจะนำมาซึ่ง..น้ำป่า..กว่าจะรู้..วิบัติก็ทับร่าง..

พญาไม้
พญาไม้ทูเดย์ - พญาไม้ทูเดย์

FAKE แค่ราคาคุย!


บ่ายแก่ๆ ของวันที่ 28 มี.ค.นี้ ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเรื่อยไปจนถึง 4 ทุ่ม ณ หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์หากไม่มีเหตุการณ์ที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ของบรรดาแกนนำและแนวร่วม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แล้วสังคมไทย...คงได้เห็นการชุมนุมนัดแรก ของกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติ

ศาสตร์ไทย คราวส่งบัตรเชิญให้ทหารออกมาทำการ “ปฏิวัติรัฐประหาร” เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549ฉีกทิ้ง!!! รัฐธรรมนูญปี 2540 ครั้งนี้จะถือเป็นการชุมนุมอย่างเป็นทางการนัดแรก หลังจากเหตุการณ์ “19 กันยาฯ”กับการจัดสัมมนาในรายการ “ยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ” โดยมีเจ้าภาพใหญ่ คือ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน รับหน้าเสื่อจัดและระดมพลมาร่วมงานฯ

เชื่อว่างานนี้...ก็คงจะมีการถ่ายทอดสดออกไปทั่วประเทศ ผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV ช่อง 1คงต้องจับตาดูกันว่า “5 แกนนำ+1 ผู้ประสานงาน” ประกอบด้วย...นายสนธิ ลิ้มทองกุลพล.ต.จำลอง ศรีเมืองนายสมศักดิ์ โกศัยสุขนายพิภพ ธงไชยนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์และ นายสุริยะใส กตะศิลาจะอยู่กันพร้อมหน้าหรือไม่??? หรือจะมีใคร “ดิ้น” และ “ชิ่งหนี” ด้วยสารพัดข้ออ้างไปก่อนแล้ว!!!เพราะก่อนหน้านี้ ก็เป็น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้กับแนว

ร่วมกลุ่มพันธมิตรฯ มากนักว่า...จะได้กลับเมืองไทยมาร่วมชุมนุมฯ ในครั้งนี้หรือเปล่า???ด้วยเหตุผลส่วนตัว กับการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ “ลับ” ถึงดินแดนเกาหลีใต้ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เอง แม้จะเคยประกาศลั่นว่า...ถึงอย่างไร เขาก็จะต้องขึ้นเวที “ไฮปาร์ก” อัดยับไอ้พวก ทุนนิยมสามานย์และรัฐตำรวจ ที่ทำตัวเป็น “ร่างทรง” ของระบอบทักษิณกระนั้น การถูกศาลตัดสินจำคุกในคดีหมิ่นประมาทรวม 3 คดี เป็นเวลา 5 ปี 9 เดือน ก็คงทำให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำอะไรได้ไม่สะดวกนัก!!!

ส่วน นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ จะทำตัวเป็น “นักสู้ข้างถนน” เหมือนแต่ก่อน ก็คงจะทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กระอักกระอ่วนใจไม่น้อยแม้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเคยบอกเมื่อก่อนหน้านี้ว่า...เป็นสิทธิส่วนตัว ที่ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สามารถกระทำได้ก็ตามแต่ก็ทำให้สังคมไทย อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่า...ลึกๆ แล้ว คนในพรรคการเมืองเก่าแก่นี้ (ยัง) แอบคาดหวังลึกๆ กับ “เก้าอี้นายกรัฐมนตรี” หากเมืองไทยเกิด “แอกซิเดนต์” ทางการเมืองขึ้นมาหรืออย่างไร???

จึงคอย “เก็บตก” เก้าอี้ตัวนี้ หรือรอให้ “ส้มหล่น” อะไรประมาณนั้นโดยไม่คัดค้าน ที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน ของตัวเอง จะออกมาเล่น “การเมืองนอกสภาฯ” อีกครั้งหนึ่งถึงอย่างไร การเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ เดิม ก็คงไม่ได้เครดิตมากนักจากคนในสังคมไทย และคงยากที่จะหาแนวร่วมให้ได้มากเหมือนแต่ก่อนยิ่งขาด “นายทุนม็อบ-คนเก่า” ซึ่งถูกใครบางคน...ตบทรัพย์แล้วยังจะด่าซ้ำให้ช้ำใจ...หนีหายชนิด “ตายไม่เผา...เงาไม่เหยียบ” ด้วยแล้วทุนในประเทศที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะนำมาใช้...ก็คงมีไม่มากยกเว้นทุนจากนอกประเทศ!!!

หรือของใครบางคนที่ “ล้มบนฟูก” และแอบ “ซุกซ่อนเงิน” เอาไว้ 6,000-7,000 ล้านบาท เมื่อหลายปีก่อนนั่นแหละจึงจะพอตู๊ๆ ถูไถกันได้ลำพังเงินจาก “ผ้าป่าชัยภูมิช่วยพันธมิตร ASTV” ที่เครือข่ายพันธมิตรฯ จ.ชัยภูมิ นำโดย นายนพสณฑ์ เสฏฐรังสี แกนนำฯ และยังเป็นรองประธานสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัดเปิดตู้...ตั้งรับบริจาคนั้นหากไม่ “เทใส่” กันเอง เพื่อสร้างภาพแล้วคงไม่เพียงพอสำหรับการชุมนุมในครั้งนี้อย่างแน่นอน!!!

เอาล่ะ! ถึงจะมีใคร “ใจบุญ” แอบทำ “เงินหล่น” เอาไว้ที่หน้าบ้าน ถ.พระอาทิตย์ หรือไม่? อย่างไร? แต่ประเด็นสำคัญ...ก็อยู่ที่จะมีแนวร่วมจากภาคประชาชนจริงๆ สักกี่คนถ้ามากันน้อย “ม็อบจัดตั้ง” คงโก่งราคาค่าตัวกันจนพุ่งสูงลิ่วยิ่งมีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า...คนเหนือ คนอีสาน คนภาคกลาง และส่วนใหญ่ของคนกรุงเทพฯ...ไม่เล่นด้วยจนต้องใช้บารมีของบรรดา ส.ส.ในพื้นที่ ลากเอาพี่น้องชาวใต้ตอนบน ขึ้นมาร่วม “เฮฮาปาร์ตี้” ได้เป็นข่าว แถมยังมี “พ็อกเกตมันนี่” ติดตัวกันพอหอมปากหอมคอหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันก็ไม่ “ขลัง”

แล้วถ้าแกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรฯ เผลอเล่นกันแรงและเลยเถิด ก็อาจจะเปลี่ยนจากความ “ขลัง” เป็นการ “ฝากขัง” แทนได้ถึงตรงนี้ ไม่ว่า “5 แกนนำ+1 ผู้ประสานงาน” จะเดินเกมเบื้องหน้ากันอย่างไร???เชื่อว่า...คงมีการจัดเตรียม “ทายาทรุ่นที่ 2” กันไว้แล้วชื่อ...นายวีระ สมความคิด และ นายหนึ่งแก่น บุญรอด รวมถึงคนอื่นๆ ที่จะมีตามมา คงจะเป็น “ทางออก” ที่ดีที่สุดของกลุ่มพันธมิตรฯ ยามที่ถูกสังคมไทยตั้งข้อสังเกตถึงเป้าประสงค์แท้จริง ด้วยสายตาที่หวาดระแวง

เวลา 17 เดือนเศษ ภายใต้การคุมเกมของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาลของ คมช. ได้สร้างความเสียหาย และทำลายโอกาสของประเทศนี้ไปอย่างมากมาย!!!ระบบเศรษฐกิจและภาพรวมธุรกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นต่อเมืองไทยในสายตาของรัฐบาลและนักลงทุนต่างชาติ ล้วนได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัส กระทั่ง คนในหลายกลุ่มก้อน (แอบ) คิดถึง อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และอยากให้กลับมาแก้ไขวิกฤติของชาติ จากน้ำมือพวก “คณะปฏิวัติหน่อมแน้ม”

เหตุผลข้างต้น คือ คำตอบที่ว่า...การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ในรายการ “ยามเฝ้าแผ่นดินภาคพิเศษ” ณ หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ วันที่ 28 มี.ค.นี้จะมีแนวร่วมภาคประชาชน ประเภท “ตัวจริง..ชัดเจน” คงเหลือน้อยเต็มทนกระนั้น เมื่อได้ “ลั่นวาจา” เอาไว้แล้ว หากต้องกลืนน้ำลายก็ไม่ต่างจาก “สุ...” อะไรสักอย่างนั่นแหละเพียงแต่สังคมไทย...ช่วยกันจับจ้องถึงเกมการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ครั้งนี้ให้ดีว่า...จะมีอะไรที่เป็นไปในลักษณะ... FAKE! โกหกหลอกลวงด้วยการให้ร้ายป้าย (ทา) สี ประหนึ่งคนพาลที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีหรือไม่? อย่างไร?

ท้องสนามหลวง ที่กั้นกลางระหว่าง ม.ธรรมศาสตร์ กับ โรงแรมรัตนโกสินทร์ สถานที่ชุมนุมของ “ม็อบคู่ขนาน” ในชื่อกลุ่ม มหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย นำโดย นายประชา ประสพดี และ นายนที สุทินเผือก (กรุง ศรีวิไล) 2 ส.ส.พลังประชาชน จ.สมุทรปราการจะเอาอยู่หรือไม่...หากคนกลุ่มนี้ไม่เชื่อฟังคำทักท้วงของหัวหน้าฯ และเลขาธิการพรรคพลังประชาชนใครมันจะ FAKE! ได้น่าเกลียดกว่ากัน อีกเดี๋ยวเดียวคงได้รู้กัน!!!