WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, March 27, 2008

เยือนอินโดฯ วันสุดท้าย นายกฯ สมัครแวะดูตลาดเช้า


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 มี.ค.) ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 26 - 27 มีนาคม 2551 เพื่อแนะนำตัวพร้อมกระชับความสัมพันธ์

โดยวันนี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จากนั้น เวลา 10.00 น. พบผู้แทนนักธุรกิจไทย ผู้แทนชมรมสตรีไทย และนักศึกษาไทยในกรุงจาการ์ตา ณ โรงแรมที่พัก ในช่วงบ่าย เวลา 13.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางจากกรุงจาการ์ตา และกลับถึงกรุงเทพฯ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 16.30 น.

มีรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมัคร ใช้เวลาระยะสั้นๆ ไปเดินตลาดที่อินโดนีเซีย สอบถามราคาพืชผัก ผลไม้ ซึ่งสำรวจราคาพบว่า ในเมืองไทยมีราคาถูกกว่า จากนั้นไปดูราคาเนื้อหมู เนื้อวัว และอาหารทะเล

มอง วิกฤต สังคม ผ่าน รากฐาน รัฐธรรมนูญ

คอลัมน์ : วิภาคแห่งวิพากษ์

มอง วิกฤต สังคม ผ่าน รากฐาน รัฐธรรมนูญ อะไรคือปัญหา คือทุกข์

ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ล้วนถูกมองว่าเป็นปัญหา เป็นต้นตออันก่อให้เกิดวิกฤตทางการเมือง

นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่ามองมาจากมุมใด และเป็นการมองของใคร

หากมองจากมุมของพรรคประชาธิปัตย์ มองจากมุมของ คปค. รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มีส่วนอย่างสำคัญในการเปิดทางให้สิ่งที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ" เติบใหญ่ ขยายตัวและได้ขึ้นไปอยู่ในฐานะผู้ยึดครองอำนาจ

จึงได้เกิดการเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้ม จึงได้นำไปสู่การรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ทิ้ง

ตรงนี้เองคือรากที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

ขณะเดียวกัน เมื่อมองจากมุมของพรรคพลังประชาชน มองจากมุมของพรรคชาติไทย มองจากมุมของ พรรคมัชฌิมาธิปไตย รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ร่างโดยการควบคุมและบงการของคณะรัฐประหาร ต่างหากที่เป็นตัวปัญหา เพราะไม่เพียงแต่คงอำนาจของอำมาตยาธิปไตย หากยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างกับดักและวางยาอันนำไปสู่ความอ่อนแอของพรรคการเมือง

ตรงนี้เองที่เรียกร้องให้พรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลต้องรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

ประเด็นของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 นี้เองที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดอันเป็นความต่างไปจากสถานการณ์การเคลื่อนไหวเพื่อทำลายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540

การเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้มีเป้าหมายอยู่ที่การโค่นสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ"

เป้าหมาย 1 คือ การโค่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป้าหมาย 1 คือ การโค่นพรรคไทยรักไทย และ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ออกจากสารบบทางการเมือง

เครื่องมือที่นำเสนอในการโค่นและทำลาย คือ เครื่องมือ "รัฐประหาร"

จากนั้นก็มีการออกประกาศจำนวนมากมาย ยอมรับสถานะ ป.ป.ช. ยอมรับสถานะ กกต. จัดตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญเสมือนกับศาลรัฐธรรมนูญ จัดตั้ง คตส.เพื่อนำไปสู่การฟ้องร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคณะ

จากนั้นก็ประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เพื่อเป็นเครื่องมือในการเผด็จศึกต่อสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบทักษิณ" ที่สำคัญก็คือ การยอมรับโครงสร้างแห่งอำนาจจากการรัฐประหารให้ดำเนินต่อไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ตรงนี้เองที่ทำให้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 โดดเด่นในฐานะอาวุธของคณะรัฐประหาร

ความโดดเด่นของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 นั้น ด้านหนึ่งโดดเด่นในฐานะอันเป็นเครื่องมือที่ตกค้างมาจากกระบวนการรัฐประหาร

ด้านหนึ่ง ได้ทำให้ตัวของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เป็นปัจจัยหลักในทางการเมือง

ถามว่าเหตุใดข้อเสนอในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ผลักดันโดย 6 พรรคร่วมรัฐบาลจึงกลายเป็นประเด็นขัดแย้งใหม่ ที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าอาจจะกลายเป็นวิกฤตใหม่ขึ้นมาได้

คำตอบเพราะว่ามุมมองต่อรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีความแตกต่างกัน

คู่ความขัดแย้งอาจยังเหมือนเดิมอย่างที่เคยปรากฏขึ้นก่อน และภายหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แต่ปัจจัยอันถือว่าเป็นตัวสุดท้าย เป็นตัวปัญหา ก็มีความแปรเปลี่ยน

แปรเปลี่ยนเป็นรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาเป็นปัจจัยสำคัญของความขัดแย้ง

ขณะที่รากฐานที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 มาจากสภาร่างฯ ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากประชาชน รากฐานที่มาของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาจากสภาร่างฯ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ

ความแตกต่างในเรื่อง "รากฐาน" ของรัฐธรรมนูญนี้เองที่เสนอคำถามแหลมคมยิ่งต่อสังคม

ขณะเดียวกัน ก็สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในทางเนื้อหาระหว่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 กับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550

หากนำเอาหลักแห่งอริยสัจ มาทำความเข้าใจต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ก็ต้องยอมรับว่า หากไม่เข้าใจว่าอะไรคือตัวทุกข์ ตัวปัญหา ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะรับรู้ได้ถึงมรรคหรือกระบวนการในการแก้ปัญหา ในการดับทุกข์ โอกาสที่จะนิโรธย่อมมีน้อยเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นอยู่ที่ว่ารากฐานของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาจากเหตุปัจจัยอะไร

รธน.'50 ‘ฉบับหมาหางด้วน'

แทบไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่ารธน.50 จะออกฤทธิ์เดชเร็วกว่าความคาดคิด...มิใช่ยาแรงลดไข้เพิ่มไข้หนักกว่าเก่า จำได้ว่าคนร่างระดับเลขานุการคณะผู้ร่างฯเอง ชื่อว่านายสมคิด เลิศไพฑูยร์ คนนี้นี่แหละประกาศยกย่องว่าเป็นรธน.50 ดีที่สุด เริ่มตั้งแต่ที่ประเทศไทยมีร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 17-18 ฉบับเป็นต้นมา และหากไม่ดีเขียนไปก่อนค่อยไปแก้ไขทีหลังได้ ต้องทวนความจำจับผิดจับถูกกันให้ดีๆ อย่าหลงประเด็นอื่นที่เอาไปโยงเรื่องการเมือ

เพราะทุกเวทีสัมมนาที่ผ่านมา ข้อชี้แจงเนื้อหาที่มาเขียนบทเฉพาะกาล ม.309 หมกเมล็ดชัดเจน เขียนเปิดช่องหาทางลงคณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจปล้นอำนาจประชาธิปไตย ทําอะไรไม่ผิด' จากการกระทำที่ผ่านมาไม่เข้าข่ายการกระทําความผิดใดๆทั้งสิ้น แผน ลับ ลวง พราง ' แผนการสืบทอดอำนาจโดยผ่านบทเฉพาะกาล

ต้องเอาบทเฉพาะกาลมากางดู บอกล่าวชัดๆว่ามันมีที่มาจากคณะบุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง โดยคณะปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจเขามา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ฉีกรัฐธรรมนูญรัฐธรรมนูญปี 40 ฉบับประชาชน และเข้ายึดอำนาจมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชน ประการแรกสุดที่มาของจัดการยกร่างไม่มีความชอบธรรม ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ต้องยอมรับตรงจุดนี้เสียก่อน เนื้อหาในบทเฉพาะกาลสืบทอดอำนาจ อำนาจซ้อนอำนาจทีเดียว หากตกกระไดพลอยโจนไม่ยอมพูดถึงแต่อย่างใดคืออะไร

บทเฉพาะกาลมาตรา 309 บัญญัติให้การใดหรือการกระทําใด ของบุคคลใดหรือคณะบุคคลใด ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ไม่ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหลังหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีความหมายเท่ากับนิรโทษกรรมล่วงหน้า ไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตตลอดอายุการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ การกระทำของ คมช. ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะไปพร้อมกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งที่รับหน้าที่นี้ก็ดี สภานิติบัญญัติแห่งชาติซึ่งจะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้ง และจนกว่าวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญใหม่จะเข้ามารับ หน้าที่ก็ดี

1. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งจะมารับช่วงต่อการตรวจสอบการทุจริตและการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐจากคตส. หลังวันที่ 31 มิถุนายน 2551 และจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2558 ก็ดี

2. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2556 ก็ดี

3. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งอาจจะอยู่ในตําแหน่งไปจนถึงปี 2557 ก็ดี หรือ

4. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งแปลงมาจาก ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ' ตามรัฐธรรมนูญปี40 ซึ่งจะอยู่อีกหลายปีก็ดี

ทั้งหมดนี้จะได้รับการคุ้มครองจากบทเฉพาะกาลมาตรา 309 นี้ พูดง่ายๆคือ คณะบุคคลหรือบุคคลเหล่านี้จะอยู่ในฐานะที่ ทำอะไรไม่ผิด' ไปตลอดอายุการใช้บังคับของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และนี่คือแผนการ ลับ ลวง พราง ' ในการสืบทอดอำนาจเชื้อชั่วไม่เคยตายยังเกาะกุมอำนาจปฎิวัติให้ยืดยาวต่อไปอีกนานแสนนาน

แผนหลุมดำตำราบันได 4 ขั้น ยึดอำนาจ ช่วงชิงอำนาจ สืบทอดอำนาจและต่อท่อน้ำเสี้ยงแห่งอำนาจอย่างบริบูรณ์...หยุดวงจรอุบาทว์ คืนอำนาจประชาชนเบ็ดเสร็จได้แล้ว...คนรู้ทัน...มือที่มองไม่เห็นบวกเท้าที่มองไม่เห็น...อยู่เบื้องหลังทำตัวเชยๆคนเดียวเลยครับ

คืนรัง

จาก hi-thaksin

ลัทธิบูชาชัยชนะ

เงินอำนาจแท้ ดูแลเป็นประจำ' สะดุดคำสารภาพที่ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง มท.1 ยื่นไมตรีกระชับมิตรกับ เจ้าลัทธิสนธิ ลิ้มทองกุล วันวานยังหวานอยู่ เสน่ห์หาแก่ลูกแก่หลานวัน-ดวง อยู่บำรุง สุดสวาททิ่มประตู...จนห้ามไม่อยู่ สมัยที่มีคุณมีประโยชน์ใช้สอยต่อกัน ใจใหญ่ไล่แจกเงินส่วนตัวซื้อรถหรู มีระดับส่งมอบถึงมือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนมท.1 ชวนสงสัยว่านพืชต้องหวังผล ข้อพิรุธเหล่านี้เพิ่งมาโผล่สำแดงเดช สุดท้ายที่อีกขั้วหนึ่งก้าวสู่อำนาจและอีกขั้วหนึ่งสูญเสียอำนาจ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก้าวลงชนิดพ่ายแพ้หมดรูป...จบไม่สวย อยู่กันคนละฝั่งฟากฝา น้อยใจผิดใจอะไรสุดแท้แต่ แต่สายใยรักต่อกันดูไราบรื่นเหมือนเดิม...คราบทั้งนักบุญคราบทั้งคนบาปคู่ฮิต ฮอตติดลมบนในขณะนี้

ข่าวคราวเนื้อหาที่จะพูดถึงมวยถูกคู่ระหว่าง พณ.รัฐมนตรี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง มท.1 กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล คนเคยรวยคนเคยยิ่งใหญ่ ระดับมท.1เกรงใจรับโทรศัพท์ด้วยตนเองทุกครั้ง ต้องลึกซึ้งรับใช้เงินทองกันมาก่อนในระดับจำนวน 200- 300 ล้านบาท ทุ่มเทเรื่องการเมือง แม้หน้าที่ต่างกันแต่สัมพันธ์คงเดิม นั่นมันเมื่อวันวาน

คงไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน รางวัลสมนาคุณรถหรูปอร์เชต่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวน 2 สองคนสองคัน... มันช่างแสนธรรมดาที่ไหน...มีใครอยากเป็นปลาทู ผลประโยชน์ลงตัวต่างหาก นอกนั้นคือ..สิ่งขัดหูขัดตา เปิดศึกใครเสือใครหมาทางใครทางมัน แลกวัดใจใครแกร่งกว่าเท่านั้นเอง อย่างอื่นเป็นมวยรอง

สืบเสาะหาข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แทบไม่เชื่อสายตาว่าระดับการฟอกปั่นหุ้นกับการจดตั้งทะเบียนหลายสิบบริษัท ในเครือผู้จัดการกรุ๊ปนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นเจ้าของอยู่นั้นแตกลูกออกหลาน จนยากที่จะสาวไส้ถึงถ้าไม่ใช่มืออาชีพด้านธุรกิจ ตามจับดมกลิ่นยากเพราะมีขบวนการตัดตอนยากที่เข้าถึงตัวการบงการอยู่เบื้องหลังมันร่วมมือหากินกันหลายฝ่าย...บทความที่ดีๆๆชั่วๆๆตีพิมพ์สู่สาธารณะชนรับทราบมากพอแล้วที่เขียนย้ำ เลยเอาภาพรวมความชั่วเฉพาะตัวที่หาเงินหาทองมาจากการฟอกชั้นสูง...มาบริการบำเรอความสุขจอมปลอมในเวลานี้

ต้องผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรทางเศรษฐกิจแกะรอยเส้นทางไหลของเงินตั้งบริษัทลูกปั่นข่าวสร้างข่าวสร้างราคาจริงราคาเท็จช้อนซื้อปล่อยขายเมื่อราคาใด สร้างความร่ำรวยบนหลังคนที่ไม่รู้เท่าทันเกมเล่ห์เหลี่ยมขุดหลุมพรางดักล่อไว้ล่วงหน้า

นายสนธิ ลิ้มทองกุล หัวโขนของคราบนักบุญคนบาป หากินบนไม่ความไม่รู้เท่าทันของคนที่อยากรวยเร็ว เอากันชัดคือพวกนักเล่นหุ้นรายย่อยหรือพวกแมลงเม่าบินเข้ากองไฟทั้งหลายแหล่...ตายสนิทเจ๊งสนิท

หลายสิบบริษัทที่จดทะเบียนมีชื่อนักวิชาการชื่อดัง ถูกจับมานั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร อาทิ เช่น นายชัยอนันต์ สมุทวณิช หัวโด่หัวเด่ สุดท้ายบริษัทหลายสิบประสบภาวะขาดทุนหนี้เสียหนี้เน่าถูกแหวน พูดเข้าใจภาษาชาวบ้านล้มละลาย ตามศัพท์คนทำงานตลาดหลักทรัพย์พักไว้ อยู่ในระหว่างฟื้นฟูกิจการ ฟังดูดีมาก พูดเข้าใจกว่านี้คือปิดกิจการบริษัทเจ๊งตรงตัวที่สุด

วิถีคราบนักบุญคนบาป ความชาญฉลาดมากครั้ง มันฆ่าตัวเองตายทั้งเป็น ออกโรงชนสงครามแย่งชิง ความจงรักภักดี ' ไม่พอเพียงสําหรับนายสนธิ ลิ้มทองกุล เสียแล้ว ผูกเรื่องเก่งโยงเรื่องเป็น งัดไม้ตายออกมาสู้ชนิดที่คนตามท้องเรื่องไม่ทันพาลเคลิ้มหลงไหล ต่อไม่ติดหลงเชื่อถอนตัวไม่ขึ้น แค่ราคาคุยข่มคน ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง ' ตัวตนที่แท้จริงคือลัทธิบูชาชัยชนะ

ลูกน้องนายสนธิเริ่มแรก เคยคุยเล่าว่ารางวัลที่สนธิแจกให้นั้นต้องแลกเหมือนหมาไล่งับเศษเนื้อจริงถึงจะได้ การแข่งขันว่ายน้ำใครเข้าเส้นชัย เงินล่อจะนำมาวางขอบสระใครชนะหยิบไป ...คราบนักบุญคนบาปชื่อสนธิ ลิ้ม...ถุย...ทุเรศสิ้นดี...เศษเงินกว่าจะได้...เลวระยำหมาหางด้วน

เจ้าลัทธิสนธิ ชอบใช้เงินที่ใหญ่กว่าฟัดหัวคนอ่อนด้อยแม้แต่ใต้สะดือ ยังจัดลำดับช่วงล่างช่วงบน โชค์อัพสปริงดึ๋งดั้งชนิดร้ายกาจ...กว่าเงินจะหลุดมือได้ เหนียวเรียกพี่... สนธิสุขนิยมกู้ชาติ (หน้า) ตอนบ่ายต้องบอกตามตรง กระแสคนไม่เอาลัทธิสนธิบูชาชัยชนะ มันไปไกล กู่ไม่กลับ

พฤติกรรมออฟเด็กสัดส่วนอัตราส่วนเด็กมหาวิทยาลัยที่เรียกมาใช้บริการต้องผ่านทั้งสเปคสวยระดับไหน สาวใดชเลียร์..เก่งขั้นต่ำ 2-5 หมื่นต่อครั้ง อู้ฟู่...อ็วกแตก นี่แค่หนังตัวอย่าง ซ้อเจ็ดไม่เอาคนใกล้ตัวจัดหาเด็ก ให้สนธิฟันมาแฉสดออกอากาศ astv บ้างเชียวหรือ หมามันหางด้วนแล้วเอาหน่อยเถอะ ข่าวเขียนเช็คให้ดาราคนหนึ่งไปเติมจำนวนเงินเอาเอง ปัจจุบันดาราสาวผู้นี้เป็นเมียนักการเมืองพรรคป. ข่าวล่ามาช้ายังแอบเสื้ยงเด็กดาราช่อง 8-1 อยู่อีกคน สะเด็ดน้ำสะดิตี๋...สนธิลัทธิบูชาชัยชนะ

น้ำพักน้ำแรงเงินเดือนพนักงานนักข่าวตัวเองแท้ๆ ลอยตัวพูดโย้ไปเย้มา...ลูกเล่นพูดให้สงสาร แล้วก็เดินจากไป ไม่มีคำตอบว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย ทิ้งปริศนาหน้าตาเฉย เดินสายสร้างค่าตัว ละเมอเพ้อพกกู้ชาติ โดยใคร เพื่อใคร ของใคร วันนี้ประชาชนบอยคอตไม่เอาแล้ว...รู้เอาไว้ซะด้วย

กระชากหน้ากากสนธิ ลัทธิบูชาชัยชนะใครว่าเอาเรื่องใกล้ตัวเรื่องตู้เตียงหมอนมุ้งใส่ความ...จุดนี่คือสนธิที่คุณไม่รู้จักดีพอจวนตัว...นั่งขี่คอกะ..ทิ่มปาก

ไม่หยุดถาม...สนธิ...ช่วยตอบที

1. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า ตัวตนที่แท้จริงอาศัยคราบสื่อหากินใช่หรือไม่ใช่

2. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า มีจิตกุศลสาธารณะเอาเงินทุ่มซื้ออุปกรณ์ราคาแพงลิบลิ่ว เงินเหล่านั้นกำรี้กำไร จากวิชาชีพสื่อหรือประกอบกิจการธุรกิจประเภทใด โดยสุจริตจริงหรือไหมไม่จริง

3. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า เอาเงินฟาดหัวนักการเมืองพรรคมาแล้วกี่พรรค จำนวนเท่าไหร่แล้ว

4. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า รีดนาทาเร้นอดีตนายกฯทักษิณ กอบกู้หนี้สินกี่รอบ สถานที่ใด ครั้งละเท่าไหร่

5. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า เล่นแร่แปรธาตุจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำนวนเท่าไหร่ แหกตาปั่นหุ้นฟอกหุ้น ปิดกิจการบริษัทกี่แห่ง

6. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า ตนเองเป็นสื่อแท้-สื่อเทียมของแท้

7. สนธิ ลิ้มทองกุล ช่วยตอบทีว่า กู้ชาติพ้นภัย เที่ยวนี้กู้ให้ใคร

8. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ช่วยตอบทีว่า กล้าหาญตรวจสอบพฤติกรรมว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล มีอาการโรคจรรยาบรรณ จริยธรรม คุณธรรมขัดต่อสถานะภาพวิชาชีพสื่อพึงจะมี...วินิจฉัยโรคสื่อแท้-สื่อเทียมของแท้ อย่าปล่อยครึ่งๆกลางๆ สถาบันจะถูกไม่ไว้วางใจ หลักความเสื่อม กฎเกณฑ์สองมาตรฐานหนักข้อขึ้นทุกวันว่าไม่กล้าเอาคนผิดมาลงโทษ ขับออก ไล่ออก ต้องไม่มีข้อยกเว้นอื่นเหมือนกับอาชีพอื่นจรรยาบรรณวิชาชีพกำกับ กำหนดบทลงโทษฐานความผิดชัดเจน

ไหนๆกวาดบ้านนักการเมือง นักโกงบ้านกินเมือง กลับลองเช็คถูกวาดบ้านตัวเองสะอาดสะอ้านเสียก่อน คนทำสื่อต้องอย่าทำตัวเป็นจิ้งจกเต็มกำแพงเสียเอง ควรภาคภูมิใจความเป็นฐานดรที่สี่ หากไม่จรรโลงความเป็นสื่อที่ดีมืออาชีพครบถ้วนได้แล้ว จัดการเอาชื่อป้ายอักษรตัวสุดท้ายที่มาที่ตั้ง สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ' ต้องเอาแห่งประเทศไทยตัดทิ้งเสียดีกว่า คือประชาชนคนไทย 64-65 ล้านคน คือเจ้าของประเทศ

ตอบไม่ตอบไม่ใช่หน้าที่ที่ผมต้องทราบอยู่คนเดียว คนรักชาติแท้ที่จริง เขาไม่ประกาศสงครามแย่งชิง ความจงรักภักดี ' เข้าพกเข้าห่อท่าเดียว ฉายาคราบนักบุญคนบาป - สนธิสั่งจองแล้ว เติมช่องว่าง สนธิ...ลัทธิบูชาชัยชนะ...จบข่าว

คืนรัง
จาก hi-thaksin

รมต.ประจำสำนักฯ ระบุบอร์ด อสมท ต้องพิจารณาตน กรณีบริหารขาดทุนครั้งแรกในรอบ 7 ปี

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ กรณี บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ขาดทุน 27 ล้านบาท ครั้งแรกในรอบ 7 ปี ผู้บริหารต้องพิจารณาตนเอง
นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงกรณีบริษัท อสมท จำกัด มหาชน ดำเนินการขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยขาดทุน 27 ล้านบาท ในเดือนมกราคม 2551 ซึ่งผู้บริหารของช่องอ้างว่าเป็นเหตุพิเศษนั้น เห็นว่าไม่ใช่เหตุผลที่สมควรกล่าวอ้าง ทั้งนี้ต้องพิจารณาความจริงว่าขาดทุนเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามอำนาจการตัดสินไม่ได้อยู่ที่รัฐบาล แต่อยู่ที่คณะกรรมการใหญ่หรือ บอร์ด อสมท.ซึ่งต้องรายงานผู้ถือหุ้น และหากผู้บริหารไม่สามารถบริหารให้สถานีฯ มีความก้าวหน้าได้ ก็ต้องพิจารณาตัวเอง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า สำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กรณีของ บริษัท อสมท จำกัด มหาชน คาดว่าไม่เกินต้นเดือนพฤษภาคมจะมีคำตอบ เพราะจะมีการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งตนในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล อสมท.จะปล่อยให้ อสมท.ตกต่ำไม่ได้ ถ้าหาก อสมท.ตกต่ำลง ภายในสัปดาห์หน้าจะตั้งกรรมการ 9 คนเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าว



นายกรัฐมนตรีเยือนอินโดนีเซีย

นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการที่ทั้งสองประเทศจะร่วมมือผลักดันการค้าการลงทุนเพื่อเสริมสร้างการพึ่งพาทางเศรษฐกิจระหว่างกันให้มากขึ้น ติดตามได้จากรายงาน

ชมรายละเอียด โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย



อัพเดตเมื่อ 2008-03-26 20:47:02



หมอแว แฉ กลางสภา เจ้าหน้าที่รัฐซ้อมโต๊ะอิหม่ามจนตาย

ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน แฉกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่รัฐซ้อมโต๊ะอิหม่ามที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอเปลี่ยนตัว มท.3 โควต้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นหมอแวมาฮาดี

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ เป็นไปอย่างคึกคักเมื่อมีการหยิบยกญัตติด่วน ที่ค้างการพิจารณาจากสัปดาห์ที่แล้ว คือ ญัตติปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้แสดงความเป็นห่วง การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐต่อผู้ต้องสงสัย ในคดีความมั่นคง ที่ใช้วิธีการซ้อม ทรมาน

โดยอาศัยพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ซึ่งให้อำนาจพิเศษกับเจ้าหน้าที่แต่กลับใช้กฎหมายอย่างไร้จิตสำนึกและตั้งใจละเมิดสิทธิของคนในพื้นที่ ซึ่งล่าสุดมีการซ้อมโต๊ะอิหม่ามใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต หลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ และจากรายงานของศูนย์ทนายมุสลิม ในปี 51 มีการซ้อมและทรมานผู้ต้องสงสัยถึง 102 ราย

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ต้องใช้การเมืองนำการทหาร ส่วนสาเหตุที่ตนยังไม่ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังไม่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้ดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคงโดยตรง

ที่สำคัญเกรงว่า การลงพื้นที่จะทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบคิดว่าเป็นการท้าทาย ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า เข้าใจหมอแว ที่ต้องถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมกันนี้ ขอให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปลี่ยนโควต้ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาเป็นนายแพทย์แวมาฮาดี เพราะเป็นผู้มีบารมีและรู้ปัญหาในพื้นที่ดีที่สุด ซึ่งตนจะให้รับผิดชอบปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นหลัก

พปช.ระบุ เน้นแก้ รธน.มาตรา 237 และ 309

พรรคพลังประชาชน เตรียมเสนอญัตติแนวทางการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และมาตรา 309 เนื่องจากเห็นว่าขัดต่อหลักนิติธรรม พร้อมยืนยันไม่มีผลย้อนหลังต่อการทำงานของ คตส.

ร้อยโทกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการเสนอญัตติการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญว่า ตามกระบวนการแล้วก็จะต้องมีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรคการเมือง

ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็นำร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาโดยการลงมติเห็นชอบจากสส. โดยประเด็นที่พรรคพลังประชาชนข้อแก้ไขก็คือมาตรา237 และมาตรา309 เนื่องเห็นว่าขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะเป็นการประกาศใช้โดยคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ซึ่งขณะนี้ถือว่าประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้วดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องแก้ไข ขณะเดียวกันก็ไม่รู้สึกกังวลว่าจะเกิดการเผชิญระหว่างกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะมีช่องทางที่ทั้ง2ฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมรับฟังและต้องอธิบายให้สังคมรับทราบ อย่างไรก็ตามหากมีการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว ยืนยันไม่จะมีผลย้อนหลังต่อการทำงานของ คตส. (26/03/51)


ไม่รอดสันดอน [27 มี.ค. 51 - 18:03]


ผลการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรนูญชุดใหมจากผู้เข้าประกวดชายงามทั้งสิ้น 22 คน ก็เลือกได้ตัวจริง 4 คนครบสเปคทุกประการ

แยกเป็นสายนิติศาสตร์ 2 คน ได้แก่ “จรัญ ภักดีธนากุล” ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอุทธรณ์

โผออกมาตรงเป๊ะอย่างที่ “แม่ลูกจันทร์” ทำนายล่วงหน้าไว้เลย

ส่วนสาขารัฐศาสตร์ ได้แก่ “สุพจน์ ไข่มุกด์” และ “เฉลิมพล เอกอุรุ” อดีตข้าราชการกระทรวงต่างประเทศทั้งคู่ กลายเป็นม้ามืดแหกโค้งเข้าวิน

เล่นเอาบรรดาตัวเก็งๆผิดหวังไปตามๆกัน

สรุปว่าทั้ง 4 คนนี้ คือ ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ผ่านการสรรหาโดยตรงและมีความเหมาะสมดี

แต่ยังต้องรอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกมาอีก 3 คน และที่ประชุมใหญ่ศาลปกครอง สูงสุดเลือกมาอีก 2 คน ก็จะได้ตุลาการ รัฐธรรมนูญชุดใหม่ครบ 9 คนตามกติกา

อย่างช้าไม่เกินสิ้นเดือนเมษายน

เพราะศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่มีงาน สำคัญรอการตัดสินใจ

คือคดียุบพรรคการเมือง

อนาคตพรรคชาติไทย? พรรคมัชฌิมาฯ? พรรคพลังประชาชน? อยู่ในกำมือของคนทั้ง 9 คนจะเป็นผู้ชี้ชะตา

แต่ดูแนวโน้มก็ไม่น่าจะรอดสันดอน??

เพราะศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่มีอดีต ส.ส.ร. ซึ่งเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คมช. อยู่ถึง 2 คน!!

แถมเป็นผู้สนับสนุนเพิ่มโทษยุบพรรค การเมือง

ฉะนั้น ถ้า กกต.ส่งคดียุบพรรคให้ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้พิจารณา

โอกาสจะโดนยุบพรรคก็ใกล้ความจริง!!

คือตัดสินโดยใช้หลักนิติศาสตร์เป็นแนวทาง

เมื่อรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ยุบพรรคก็ต้องยุบพรรคสถานเดียว

จะหวังให้ใช้หลักรัฐศาสตร์มาถ่วงดุล หรือให้พิจารณาผลกระทบต่อประเทศที่จะเกิดขึ้นจากการยุบพรรคการเมือง

“แม่ลูกจันทร์” ดูแล้วคงยากส์ บอกตรงๆ

สรุปว่า หลังได้เห็นโฉมหน้าของผู้ที่จะตัดสินคดี ก็พอมองเห็นอนาคตว่าคดียุบพรรคจะจบอย่างไร??

โหงวเฮ้งบ่งชี้ว่ายุบพรรคชัวร์

ฉะนั้น ฝ่ายที่จะโดนยุบพรรคก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดไม่ให้ถูกฆาตกรรมหมู่ ทางการเมือง

ด้วยการรีบชิงจังหวะขอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 ที่เขียนเปิดช่องให้ยุบพรรค การเมืองง่ายเกินไป

หลักการคือ ผู้กระทำความผิดทุจริตเลือกตั้งยังถูกลงโทษอย่างเดิม

แต่ความผิดส่วนบุคคลจะไม่ถูกโยงเป็นเหตุยุบพรรคการเมือง

อนึ่ง ตอนแผนแรก รัฐบาลจะลุยถั่วแก้ฉุกเฉินมาตราเดียว

เพราะถ้าแก้ไขพร้อมกันหลายประเด็นก็ต้องใช้เวลาพิจารณากันยาว

ยิ่งแก้หลายประเด็น ก็ยิ่งเพิ่มกระแสคัดค้านให้บานปลาย

แต่ก็มีเสียงทักท้วงว่าการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237 อย่างเดียวมันโจ๋งครึ่มเกินไป

เพราะรัฐบาลได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว

ฉะนั้น ไหนๆจะแก้แล้วก็ควรแก้ไขให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน

“แม่ลูกจันทร์” เห็นด้วยในหลักการ คือควรแก้ให้ครบวงจร

ประเด็นไหนไม่ดี ก็แก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์

โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งต้องรื้อทิ้งหมดทั้งยวง

แต่การจะแก้รัฐธรรมนูญครั้งเดียวให้ครบวงจรก็ต้องใช้เวลา กว่าจะตกลงกันได้ว่าจะแก้ตรงไหนบ้างคงต้องเถียงกันอีกนาน

ถ้าแก้ไม่ทันโดนยุบพรรคซะก่อน ก็หมดท่าละโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

'ทักษิณ'เร่งกลับไทยปลายมี.ค. เตรียมสู้คดีจัดซื้อที่ดินย่านรัชดา [27 มี.ค. 51 - 04:16]

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 มี.ค.) ถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางกลับไปดูแลธุรกิจสโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ และมีกำหนด เดินทางกลับมาเมืองไทย ในวันที่ 10 เม.ย. 2551 เพื่อมารายงานตัวต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 11 เม.ย. ว่า ล่าสุดมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับมาเมืองไทยเร็วขึ้นกว่าเดิม โดยจะเป็นช่วงสิ้นเดือน มี.ค.นี้ เพื่อเตรียมตัวจะมาต่อสู้คดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก เนื่องจากได้ หารือกับทีมทนายความแล้วว่า คดีดังกล่าวมีรายละเอียด และพยานหลักฐานจำนวนมาก จึงควรกลับมาเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดว่าจะเดินทางมาอยู่เมืองไทยกี่วัน