หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขออนุญาตศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเดินทางออกนอกประเทศ โดยระบุไปยังประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เวลา 15.55 น.
น.ส. ศันสนีย์ นาคพงษ์ โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับถึงเมืองไทยในวันที่ 30 มีนาคมนี้ โดยกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบิน TG 917 เวลา 15.55 น. จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะพักผ่อนส่วนตัว และในช่วงเย็นวันเดียวกัน จะเดินทางไปร่วมงานประกาศรายชื่อนักกีฬาเยาวชนฟุตบอลไทย 15 คน ที่ผ่านการคัดเลือกตามโครงการ “มูลนิธิไทยคม เปิดประสบการณ์พาเยาวชนไทย ไปสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้” ที่ห้องฟีนิกซ์ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ถนน แจ้งวัฒนะ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางอยู่ต่างประเทศนั้น ได้ชักชวนให้นักลงทุนต่างชาติเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งนักลงทุนต่างชาติเหล่านี้ได้ตกลงและรับปากจะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อดูธุรกิจด้านการลงทุนต่างๆ ในเดือนพฤษภาคมนี้
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้กำหนดถึงการเดินทางกลับมาครั้งนี้จะอยู่ประเทศไทยนานเท่าใด
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, March 28, 2008
ต้อนรับ“ทักษิณ”กลับไทย!30 มี.ค.เวลา 15.55 น
นายกรัฐมนตรี ระบุ ไม่มีการปฎิวัติซ้ำ โดยข่าวที่ออกมาเป็นเพียงความพยายามของคนนอกกองทัพ สร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย
รัฐบาล เตรียมจัดงานเปิดโครงการหมู่บ้าน เอสเอ็มแอล ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ก่อนส่งมอบเงินไปยังแต่ละหมู่บ้าน ในวันที่ 24 เมษายน
จักรภพ ยืนยัน พลังประชาชนไม่เคลื่อนไหวเผชิญหน้าพันธมิตร
ชูศักดิ์ ไม่สน สมัคร เดินหน้าแก้ รธน.มาตรา 309
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ส.ส.ภาคอีสาน พรรคพลังประชาชน บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ในการประชุมพรรคที่ผ่านมา ไม่เห็นมีใครว่าอะไร เรื่องนี้พรรคมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น การที่ออกมาพูดว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข คงไม่ใช่เรื่องจริง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชาชนต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน นายชูศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่ทัน เพราะต้องมีการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติม และบรรจุเข้าระเบียบวาระประชุมสภาฯ เรื่องนี้ไม่ได้มีการตั้งธงไว้ เพียงแต่เป็นเรื่องที่พรรคเห็นสมควรว่าจะต้องมีการแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญมีเรื่องของความไม่เป็นธรรม และไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับคดียุบพรรค ต่อกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 309 (การรับรองรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2549 นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่านายสมัครคิดอย่างไร เนื่องจากนายสมัครมีภารกิจมาก อาจจะไม่รู้รายละเอียดเรื่องนี้ ก็จะต้องชี้แจงให้ทราบว่าจะต้องเดินหน้าต่อไป “อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด การแก้มาตราดังกล่าว มันไม่ใช่เรื่องการเสียศักดิ์ศรี หรือไปอายอะไรที่อยากจะแก้มาตรานี้ เพราะเขาไปเขียนไว้ว่า ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ถ้าเรายกเลิกมาตรานี้ ประกาศที่เราใช้อยู่ก็ยังคงเป็นประกาศอยู่ แต่ผู้ที่เสียหายเขามีสิทธินำมาต่อสู้ได้ว่า ประกาศนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย” นายชูศักดิ์ กล่าว ส่วนเกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายกับกลุ่มคนที่คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชูศักดิ์ไม่เชื่อว่าจะมีความวุ่นวายขนาดนั้น โพลที่ออกมาก็เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ทุกพรรคการเมืองก็บอกเหมือนกันหมดว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ต้องการแก้ไข เพียงแต่อาจจะเห็นแตกต่างกันว่า จะแก้ประเด็นไหน แต่ที่เห็นตรงกันก็มีเรื่องของระบบการเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีการขอเปิดสภาฯ สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องหารือกันก่อนว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนมากมาย. - สำนักข่าวไทย
ทำเนียบฯ 28 มี.ค. - “ชูศักดิ์ ศิรินิล” ไม่สนใจ “สมัคร สุนทรเวช” เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ชี้ “สมัคร” อาจไม่รู้รายละเอียด หรือเข้าใจผิด เตรียมเข้าชี้แจง พร้อมยืนยันต้องแก้ไข
อัพเดตเมื่อ 2008-03-28 17:05:22
สมัคร ไม่สนใจ พปช.เสียงแตก แก้ รธน.
ทำเนียบฯ 28 มี.ค.-“สมัคร” ไม่สนใจที่สมาชิก พปช. มีความเห็นเรื่องแก้ไข รธน.ไม่ตรงกัน ระบุเป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคมีความเป็นประชาธิปไตย และเรื่องนี้ยังมีเวลาอีกนาน แต่ย้ำแก้ รธน.จะดูทั้งฉบับ ยืนยันแก้ ม.237 ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวสมาชิกพรรคพลังประชาชนเกิดความแตกแยกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ความเห็นไม่ตรงกัน ไม่น่าจะมีปัญหา ยังมีเวลาอีกมากที่จะจัดการเรื่องนี้ และว่าเมื่อก่อนใครบอกว่า พรรคนี้เป็นเผด็จการ คราวนี้หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคส่วนหนึ่งเห็นไม่ตรงกัน แสดงว่าเป็นประชาธิปไตยดี
นายสมัคร ยืนยันว่าหากจะแก้ไข ก็ตรวจดูทั้งฉบับ ที่พูดถึงมาตรา 309 (การรับรองรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี 2549 ไม่เอา เพราะเป็นมันเป็นผลไปแล้ว รัฐธรรมนูญออกมา เขาก็ได้ประโยชน์ไปเรียบร้อยแล้ว เวลานี้ไม่มีอะไรแล้ว หากทักท้วงก่อนออกก็มีประโยชน์ แต่ออกมาแล้วไม่มีประโยชน์ แต่สำหรับมาตรา 237 (เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และการยุบพรรค) 237 มีประโยชน์แน่ เพราะการเมืองยังเดินอยู่ในสภาฯ เลือกตั้งยังมีอยู่
“อย่างน้อยคนรัฐมนตรีต่างประเทศ กับนายกรัฐมนตรี เห็นเหมือนกันว่า มาตรา 309 ไม่จำเป็นต้องไปแก้ให้เป็นขี้ปากเขาเปล่า ๆ แต่มาตรา 237 มีประโยชน์ เพราะการเลือกตั้งซ่อมยังมี และผมเห็นว่า แก้มากก็ได้ประโยชน์ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตอนเขาร่างก็บอกแล้วว่า ทำให้รัฐบาลอ่อนแอ เราไม่อยากเห็นรัฐบาลอ่อนแอ เราก็จัดการ เพื่อให้รัฐบาลวันข้างหน้า จะได้แข็งแรงขึ้นเท่านั้นเอง ผลที่ทำมาแล้วก็ไม่ใช่สำหรับเราเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีประโยชน์” นายสมัคร กล่าว
ต่อกรณีที่ให้ ส.ส.ภาคอีสาน รวบรวมรายชื่อประชาชน 3,000 – 5,000 คน เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หารือกันหรือยัง นายสมัคร กล่าวว่า รัฐบาลสามารถยื่นได้ไม่ต้องไปรบกวนประชาชนขนาดนั้น อย่าลืมว่ารัฐบาลประกอบด้วย 6 พรรคการเมือง ฉะนั้นถ้าพรรคการเมืองทั้ง 6 เสนอมา รัฐบาลก็รับแล้วเอาไปยื่น
ส่วนที่นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น อ้างว่ามี ส.ส.ประมาณ 50 คน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเสนอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนดีกว่า นายสมัคร ย้ำว่าไม่เป็นปัญหา พร้อมย้อนถามว่า เห็นว่าเป็นปัญหาตรงไหน ความเห็นไม่ตรงกัน แล้วมันไม่เป็นประชาธิปไตยหรือ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การตัดสินใจครั้งสุดท้าย ว่าจะแก้มาตรา 309 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเสียงหัวหน้าพรรค หรือการคุยร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล นายสมัคร กล่าวว่า เวลาที่เสนอมาที่รัฐบาลก็อยู่ร่วมกัน 6 พรรค และย้ำว่าอะไรที่ทำให้รัฐธรรมนูญไม่ดี ทำให้รัฐบาลนี้อยู่ต่อไปไม่แข็งแรงก็จะพยายามแก้ไข
ต่อข้อถามว่า แก้มาตรา 237 เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองที่ต้องการไม่ให้เกิดการยุบพรรคใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า เวลานี้อย่างไรก็ยุบ แต่ทำไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีมาตรา 237 วรรคสอง ต่อไปใครผิดก็ปลิดทิ้งไป เวลานี้ใครผิดคนหนึ่งไม่ต้องฟังเลย ต้องถือว่าทั้งพรรคหมด เราก็แก้ไขตรงนี้เมื่อแก้ไขแล้วจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ไม่ว่า
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้อย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ใช่นักวิชาการ เป็นนักการเมือง หากจะประเมินก็ประเมินในใจ ไม่ไปบอกใคร ส่วนที่นักวิชาการออกมาชี้ว่า อุณหภูมิทางการเมืองเริ่มร้อนขึ้น นายสมัคร กล่าวว่า จริงหรือ แถวไหน แต่ตนว่าไม่ อากาศเริ่มร้อน อุณหภูมิทางการเมืองยัง และว่า “อากาศร้อนขึ้นจริง แต่การเมือง ผมยืนยันว่า ไม่ร้อนและไม่ต้องประเมิน”.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-28 16:54:29
ประชุมเปิดตำแหน่งรับ “พล.ต.อ.เพีรยวพันธ์-พล.ต.ท.ชลอ” วันนี้
สมัคร เตรียมนั่งหัวโต๊ะ ประชุม ก.ต.ช. เพื่อเห็นชอบตำแหน่ง รองผบ.ตร. –ผช.ผบ.ตร. คาด ทั้ง2 ตำแหน่งรองรับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และพล.ต.ท.ชลอ กลับ หัลงโดน คมช.สั่งย้าย
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ได้ทำหนังสือเวียนแจ้งการประชุม ก.ต.ช. จมีขึ้นในวันที่ 28 มี.ค. เวลา 15.00 น. ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นประธานการประชุม โดยมีวาระการประชุมสำคัญเพื่อให้ความเห็นชอบการกำหนดตำแหน่ง รองผบ.ตร. 1 ตำแหน่งและผู้ช่วยผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง ตามมติเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
นอกจากนี้ มีวาระการพิจารณาการบริหารงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อแบ่งงานรองผบ.ตร.และผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลและงานใหม่
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการเปิดตำแหน่ง รองผบ.ตร.และผู้ช่วยผบ.ตร.เป็นการเพื่อรองรับการยื่นคำร้องสมัครใจขอโอนกลับเข้ารับราชการของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และพล.ต.ท.ชลอ ชูวงศ์ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อคืนความชอบธรรมให้กับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และ พล.ต.ท.ชลอ ที่ถูกคำสั่ง คมช.ให้ไปช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหลังจากมีการปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ เมื่อที่ประชุมก.ต.ช.อนุมัติการเปิดตำแหน่งดังกล่าว จะมีการนำรายชื่อเข้าที่ประชุม ก.ตร.พิจารณาแต่งตั้งในวันที่ 2 เมษายน พร้อมมีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจครั้งใหญ่ในระดับผบช.- ผบก. ทั่วประเทศต่อไป
หมอเหวง เชื่อ ปชช.ไม่ร่วมสังฆกรรมพันธมิตรฯ
นพ. เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าวว่า ตนและทางกลุ่มจะไม่ขอเข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุม
ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยเชื่อประชาชนไม่ร่วมชุมนุมพันธมิตรฯ ชี้ข้อกล่าวหาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป้นเรื่องเข้าในผิด เพราะคดีจัดซื้อที่ดินรัชดาได้อยู่ในชั้นศาลแล้ว
ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงเย็นวันนี้ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการยั่วยุ ส่วนเหตุผลของการชุมนุมนั้น ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าวว่า พิจารณาโดยลึกซึ้งแล้วไม่ตรงกับความจริง
เช่น การต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 และ 309 แต่ที่จริงรัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่เรื่องจริง เพราะคดีจัดซื้อที่ดินรัชดาได้อยู่ในชั้นศาลแล้ว
ทั้งนี้นพ. เหวง เชื่อว่า ประชาชนจะสนับสนุนการชุมนุมน้อยกว่าเมื่อสองปีที่แล้ว และการชุมนุมจะยุติลงไปเอง
อย่างไรก็ตาม สมาพันธ์ประชาธิปไตย ได้เชิญชวน ส.ส. และ ส.ว. ระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันจันทร์หน้า
“ณัฐวุฒิ”ยุแฉหลักฐานกระชากหน้ากาก“ไอ้โม่ง”บงการโกงเลือกตั้ง
ข้อสังเกตของพรรคพลังประชาชนต่อการทุจริตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งบางเขตพบว่า คะแนนของผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชน กับผู้สมัครส.ส.ของอีกพรรคหนึ่งต่างกันมาก ล่าสุดหลังจากที่ พล.ต.ต.เสวก ปิ่นสินชัย อดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ (ผบก.ปม.) และเจ้าของค่ายมวยชื่อดัง ออกมาร้องทุกข์ต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานเรื่องการทุจริตฮั้วประมูลและทุจริตเลือกตั้งของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 5 คนซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
“ณัฐวุฒิ” ชี้ กกต.ทุจริตเลือกตั้งส.ส. มี “ไอ้โม่ง” บงการเบื้องหลัง วอนอดีตผู้สมัคร ส.ส. ทุกพรรคแจ้งเบาะแส เผยพยานหลักฐานมัดตัวคนผิดโดยเร็ว สวดยับทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย เตรียมหารือพรรคหาแนวทางดำเนินคดี
ในด้านของพรรคพลังประชาชน นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้อดีตผู้สมัครในพื้นที่โดยเฉพาะเขต กทม. รู้สึกคลางแคลงใจมาก อีกทั้งยังมี อดีตผู้สมัคร ส.ส.หลายคนก็พอจะรู้ถึงเบาะแสและรวบรวมพยานหลักฐานเก็บไว้ ส่วนตัวอยากขอให้อดีตผู้สมัคร ส.ส. และ ส.ส. ซึ่งไม่ใช่แต่พลังประชาชนพรรคเดียว แต่รวมไปถึงพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ได้ความเป็นธรรมหรือมีหลักฐานเงื่อนงำเบาะแสในเรื่องนี้ ควรเอาออกมาแสดงให้หลายคนได้รับรู้ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ได้เสียหายกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ยังเกี่ยวพันไปถึงชาติบ้านเมือง การกระทำเช่นนี้เป็นแสดงให้เห็นถึงความพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ทำให้ภาพลักษณ์ของการเลือกตั้งมัวหมอง
ทั้งนี้ ทางกกต.จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ หากเรื่องนี้เป็นความจริง และเชื่อว่า การกระทำในเรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดของ กกต. อย่างแน่นอน เพราะ กกต. ไม่น่าจะมีผลประโยชน์ในเรื่องนี้ แต่อาจมีผู้ที่มีอิทธิพลต่อ กกต. บงการอยู่เบื้องหลัง เป็นความพยายามของกลุ่มอำนาจลึกลับที่พยายามจะหาผลประโยชน์เข้ากลุ่มตัวเอง จึงได้ลงมือทำเรื่องแบบนี้
อย่างไรก็ดี คงต้องนำเรื่องนี้หารือกับทางพรรคก่อนเพื่อหาข้อสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
“ยุทธพงศ์”บุกคตส.ให้การเชือด“อภิรักษ์” แฉ!คนปชป.จ้องล้มรัฐบาลไทยรักไทย
วันที่ 27 มี.ค. 2551 ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีการประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง กทม. โดยมีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นประธาน ทั้งนี้ที่ประชุมได้เชิญนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เข้าให้ปากคำในฐานะพยานคดีดังกล่าว ภายหลังการให้ถ้อยคำนานประมาณ 4 ชั่วโมง นายยุทธพงศ์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนได้สอบถามว่า ตนได้รับข้อมูลจากไหน ถึงได้นำมาร้องเรียน ตนได้ยืนยันว่า ติดตามข้อมูลมาตั้งแต่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังคงสังกัดอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นความผิดปกติ พยายามท้วงติงมาตลอด จนกระทั่งนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าฯกทม.ในสมัยนั้น ได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 โดยสัญญายังไม่สมบูรณ์ เพราะมีเงื่อนไข ในข้อ 9.1 ระบุไว้ว่า สัญญาจะเกิดขึ้นหรือไม่ อยู่ที่แอล/ซี ต่อมานายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าฯกทม. จากนั้นในช่วงต้นเดือนกันยายน 2547 ตนและผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอให้ผู้ว่าฯกทม.ยับยั้ง ไม่ให้มีการเปิดแอล/ซี และตนก็ได้ไปยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ และได้ยื่นเรื่องต่อนายอภิรักษ์ ให้ระงับการเปิดแอล/ซี และขอให้เปรียบเทียบราคาสินค้าจากประเทศสเปน ที่อยู่ในมาตรฐานอียู เช่นเดียวกับออสเตรีย ซึ่งในขณะนั้น ผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นตรงกัน ที่จะให้นายอภิรักษ์ ทบทวน และยุติการสั่งซื้อรถดับเพลิง เพราะการสั่งซื้อส่อเค้าว่าจะไม่โปร่งใส หากกทม.ซื้อต่อไปจะส่งผลกระทบต่อภาครัฐ ซึ่งนายอภิรักษ์ ยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดแอล/ซี นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า นายนาม ได้ถามว่า ถ้านายอภิรักษ์ไม่เปิดแอล/ซี จะโดนรมว.มหาดไทยปลดจะทำอย่างไร ตนตอบไปว่า เรื่องนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธานคณะทำงานกฎหมายของพรรค เคยระบุว่า ถ้านายอภิรักษ์ถูกปลดจากเรื่องนี้ ก็เป็นการดี ถ้าปลด รัฐบาลทักษิณจะได้พัง เพราะนายอภิรักษ์ มาจากการเลือกตั้ง ได้คะแนนเสียงเป็นล้านคะแนน หากถูกปลดเพราะไม่เข้าไปร่วมกระบวนการทุจริต จะได้ฟ้องประชาชน ซึ่งทางพรรคก็ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้
กก.บห.ปชป.บุกคตส. ให้การเป็นพยาน มัด “หล่อเล็ก” เปิดแอล/ซี ทำสัญญาซื้อดับเพลิงฉาวสมบูรณ์ เผยเคยทักท้วงแต่ไม่ฟัง แฉ!พีระพันธุ์ จ้องล้มรัฐบาลไทยรักไทย
“แต่ต่อมาก็มีการเปิดแอล/ซี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2548 โดยที่ทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทราบ และเกิดปัญหาที่ส่อไปในทางทุจริตหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องภาษีศุลกากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม อีก 1,300 ล้านบาท ที่กทม.ต้องเป็นผู้จ่าย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเรือดับเพลิง และรถมิตซูบิชิ ที่เป็นของย้อมแมว ทำในไทย มาขายให้กทม. ซึ่งตัวผมเองได้ท้วงติง เรื่องดังกล่าวมาก่อน ที่ปัญหาจะเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน เรื่องนี้ ผมก็เคยให้การต่อ ป.ป.ช. ดีเอสไอ และวันนี้ ก็มาให้การกับคณะอนุฯไต่สวนของคตส. ซึ่งเชื่อมั่นมาตั้งแต่เริ่มว่า เรื่องนี้มีการทุจริตอย่างแน่นอน ซึ่งนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานอนุกรรมการไต่สวน ยืนยันว่า จะเรื่องทำเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จก่อนหมดวาระ คตส. ในเดือนมิถุนายนนี้”นายยุทธพงศ์กล่าว










