WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 29, 2008

‘เฉลิม'อัด‘สนธิ'โม้-ปล่อยข่าวไอ้โม่งสนใจซื้อ‘astv'500 ล้านบาท

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการติดตามการสัมมนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวานนี้ เห็นว่า ไม่มีสาระใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวการชุมนุม เป็นเพียงการสะท้อนความรู้สึกโกรธแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชาชนเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่มีการชี้แจงข้อดีข้อเสียของการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์การชุมนุม ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรง และยืนยันรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งคนไปชุมนุมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ แต่อย่างใด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันรัฐบาลได้มีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบ ตามฉันทานุมัติของประชาชน ดังนั้นจึงไม่มีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเรียกร้อง ส่วนกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาระบุมีกลุ่มคนที่สนใจซื้อกิจการ astv ในราคา 500 ล้านบาท และขอให้ยุติการเคลื่อนไหวนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เชื่อว่านายสนธิ ไม่น่ามีค่าตัวมากขนาดนั้น ซึ่งการออกมาให้ข่าว เป็นการสร้างราคาให้แก่นายสนธิ

จาก hi-thaksin

พันธมิตรฯชุมนุมสุดวุ่นวาย เกือบปะทะเดือด กลุ่มการ์ดเพื่อปชต.

หวิดปะทะเดือด พันธมิตรฯ VS การ์ดเพื่อปชต. ตำรวจระบุมีการยั่วยุกันทั้งสองฝ่ายจนต้องเข้าเคลียร์ปัญหา และ ขู่ว่าจะใช้กำลังเข้าปราบปราม ขณะที่ "สนธิลิ้ม" ขึ้นเวทียุคนให้มาต่อสู้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกเหมือนเดิม คราวนี้ให้ทุกคนร่วมปฏิญาณ "ทำทุกวิถีทาง" ลั่นปลายเมษายน เปิดเวทีอีก

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดเสวนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หัวข้อ “ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ของ 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมล้นหอประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีการชุมนุมในหอประชุม บริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการชุมนุมของกลุ่มคัดค้าน จำนวนประมาณ 1,000 คน ที่มาต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มการ์ดประชาธิปไตยต้านพันธมิตรป่วนเมือง" โดยมีการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ด้วยเครื่องขยายเสียง และการชุมนุมเกิดมีการกระทบกระทั่งกัน เมื่อมีคนที่เข้าร่วมชุมนุมของพันธมิตรฯ ถือป้ายข้อความล้อเลียนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาเดินป้วนเปี้ยนแถวหน้าประตูทางเข้า ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกลุ่มผู้ชุมนุม ที่อยู่ฝั่งสนามหลวง ทำให้เกิดการขว้างปาขวดน้ำ และ ลูกมะพร้าว เข้าไปบริเวณหน้าประจูทางเข้า แต่ ปาไปได้เพียงครึ่งถนนเท่านั้น จากนั้นแกนนำ ได้มีการห้ามปรามกัน

ทั้งนี้ ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นให้กลุ่มบุคคลกลุ่มดังกล่าว อยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้าม และให้กำลังตำรวจ 20 นายยืนรักษาการณ์รอบบริเวณ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปะทะระหว่าง 2 กลุ่ม

ด้านพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้กำลังตำรวจดูแลกลุ่มบุคคลกลุ่มดังกล่าว อย่างเข้มงวด และให้ตรวจค้นว่ามีการพกอาวุธมาด้วยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ตำรวจดูแลด้วยความละมุ่นละม่อม งดใช้ความรุนแรง และได้ขอร้องทางแกนนำให้อยู่ฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ห้ามไม่ให้มาฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างเด็ดขาด

"การชุมนุมสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฏหมาย ส่วนการจัดกำลังของเจ้าหน้าที่นั้น ได้ใช้กำลังจากบก.น.1 ดูแลจุดหลัก 3 จุด บริเวรท้องสนามหลวง ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถนนพระอาทิตย์ ซึ่งเชื่อว่า เหตุการณ์จะผ่านไปได้ด้วยดี"พล.ต.ต.อำนวยกล่าว

ต่อมา พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นจากที่ต่างฝ่ายต่างยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น แต่ในส่วนนี้ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และจะไม่ให้เกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด และ ได้เดินออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้ามไปฝั่งที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวมาชุมนุม พร้อมกับเจรจาให้เลิกการกระทำ และขอให้ทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนทางเท้า เนื่องจากทำให้การจราจรติดขัด

ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงภาพรวมการชุมนุมในค่ำวันนี้ ว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ซึ่งหลังสงกรานต์จะมีการหารือของ 5 แกนนำ และตัวแทนคณะทำงานทั้ง 6 คณะ ที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป รวมทั้งแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหากมีความพยายามจะดำเนินการจนรับไม่ได้ กลุ่มพันธมิตรฯ อาจกลับมาเคลื่อนไหวบนถนนอีกครั้ง

ต่อมานายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ขึ้นบนเวที โดยกล่าวว่า มีคนเสนอเงินให้ 500 ล้านบาท เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหว และ มีการเสนอเงินจำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อขอซื้อเอเอสทีวี. แต่ได้ปฏิเสธไป เพราะ เอเอสทีวี.มีหนี้สินเยอะ

"ผมขอย้ำสัจจะว่า ที่ผ่านมา ทำไม่ดีไว้มาก ทำดีก็ไม่น้อย แต่ต่อไปนี้จะอุทิศชีวิตเพื่อบ้านเมือง ที่ผ่านมาโดนคดีหมิ่นประมาท 3 คดี ถูกตัดสินจำคุกกว่า 3 ปี แต่ไม่หวั่นไหว พร้อมตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้ากรรมเก่าของตัวเองที่ก่อเอาไว้ ทำให้ต้องติดคุกก็ไม่เป็นไร และถ้าตนเองติดคุกแล้วสามารถหยุดความสามาลย์ในบ้านเมืองได้ ก็ยอม ตนเองไม่เคยโอ้อวดว่าเป็นคนกล้า แต่ได้ย้ำเสมอว่ารู้สึกกลัว แต่กลัวจนต้องกล้าแล้ว"นายสนธิ กล่าวและว่า ให้ไปชวนคนมาร่วมชุมนุมในครั้งหน้า ซึ่งจะในช่วงราวปลายเดือนเมษายน

ในช่วงสุดท้ายนายสนธิ ได้นำกล่าวปฏิญาณ "คำประกาศของประชาชนผู้พิทักษ์รักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์" โดยมีเนื้อหายุให้ไปสร้างเครือข่ายเพื่อต่อต้านรัฐบาล โดยระบุว่าจะทำทุกวิถีทาง


นายกฯชี้กลุ่มหลบหนีเข้าเมืองต้องได้รับบทเรียน

นายกฯ ระบุ สภากลาโหมถกเถียง กรณีผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ยืนยัน ต้องดำเนินคดีและหาที่อยู่ให้ผู้หลบหนีเข้าเมืองอยู่แบบไม่สบาย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยว่าในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้ ได้มีการถกเถียงกรณีผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยถือเป็นภาระหน้าที่ของตำรวจ ทหาร และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่าจะมีการดำเนินคดีและหาที่อยู่ให้กับผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยไม่ใช่ลักษณะของศูนย์พักพิง แต่เป็นการนำไปปล่อยเกาะเพื่อให้คนเหล่านี้ทราบว่ามาอยู่ที่เมืองไทยไม่ได้สบาย โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยที่ต้องจัดการ โดยยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต้องรีบตัดออกไปก่อน โดยจะเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

นายกฯ ยังเปิดเผยว่างบประมาณในการดำเนินการนั้นจะมี 2 ส่วน คือ จากรัฐบาลเอง และจากองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ


น้ำลดตอผุด! ‘จตุพร’จี้กกต.แจงทุจริตเลือกตั้ง

เรื่องมาถึงบางอ้อ เมื่ออดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ หลังหอบหลักฐาน กกต.โกงเลือกตั้ง-ฮั้วพิมพ์บัตรต่อ‘ดีเอสไอ’ ด้านส.ส.พลังประชาชน ยกเป็นเรื่องที่ใหญ่สำหรับประเทศไทยที่หนีวงจรอุบาทว์กี่ชาติก็ไม่พ้น ร้องกกต.ออกมาจี้แจงรายละเอียดด่วน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ต.เสวก ปิ่นสินชัย อดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับ นายอภิชาต สุขคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในความผิดที่ปฏิบัติหน้าที่ดยมิชอบ และความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ จ้างบริษัท เอกชนพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ประธานกกต.ต้องออกมาชี้แจงเรื่องที่พล.ต.ต.เสวก ระบุว่ามีการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ถึง 2 ล้านใบ ซึ่งไม่มีเหตุผลใดๆที่จะต้องพิมพ์เกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งนี้ในความเป็นจริงจะหาพื้นที่ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้ง 100 %ยากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าพิมพ์พอดีกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส่วนมากบัตรก็จะเหลือ

“ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ กกต.ไปใช้หลักคิดสมมุติฐานอะไรถึงจะต้องพิมพ์เกินไปถึง 2 ล้านใบ จึงทำให้การโกงการเลือกตั้งล่วงหน้าที่กรุงเทพมหานครมีความเป็นไปได้ เพราะมีเวลาถึง 6-7 วัน และการสลับถุงคะแนนทำได้ไม่ยาก นี้เป็นการทุจริตที่ง่ายดายที่สุด จึงทำให้คะแนนมีความแตกต่างกัน ระหว่างการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า กับวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ผมก็มาถึงบางอ้อ ถ้ากรณีนี้เป็นเรื่องจริง ”นายจตุพร กล่าวและว่า กกต.ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจริงหรือไม่ และถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนเก็บหลักฐานการฉีกบัตรเลือกตั้งของจริงไว้ได้ เพราะฉะนั้นข้อเรียกร้องของพล.ต.ต.เสวก ที่ให้กกต.ชี้แจงเรื่องการฮั้วประมูลการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง รวมกระทั่งจะชี้แจงอย่างละเอียด และจะนำบัตรที่ถูกโกงมาติดประจารณ์ทั่วถนนรามอินทรา ถ้าไม่มีการดำเนินการอะไร

อย่างไรก็ตามการที่พล.ต.ต.เสวกระบุว่า ได้เคยแจ้งความไปยัง สน.โคกคามมาครั้งหนึ่งแล้ว ตนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นที่ยากที่ สน.จะเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ หน้าที่นี้จึงจะต้องให้ทาง ดีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบสืบสวนต่อไป เพื่อนำความกระจ่างมาส่าธารณะ นอกจากนี้ยังเป็นการสะท้อนว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งกันทั้งระบบ

“เราสงสัยผลคะแนนเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯกันมานานแล้ว เพราะว่าคะแนนวันที่ 23 ธ.ค.มันสวนทางกับวันที่ 15-16 ธ.ค.รวมทั้งผลสำรวจจากโพลล์ต่างๆโดยสิ้นเชิง และเป็นสิ่งที่น่าชชชื่นชมที่อดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ ถึงแม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว และทางดีเอสไอ ไม่ควรที่จะให้ผู้กระทำผิดเรื่องนี้ลอยนวล เพราะว่า 2 ล้านคะแนนที่โดกงกันนั้นมันสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้”

“การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแม้ว่าพรรคพลังประชาชนจะชนะการเลือกตั้งก็ตาม แต่หลายพื้นที่ก็ยังมีความเคลือบแคลงใจ และก็ยังไม่มีใครเข้ามาให้ความกระจ่าง และถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงผมคิดว่า กกต.อยู่ลำบาก ทั้งหมดคือกระบวนการที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น และถ้าทางกกต.ยังไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าคนอย่างพล.ต.ต.เสวก น่าจะมีไพ่ตายหรือหลักฐานเด็ดๆอยู่ในมือเพื่อเอาโทษคนทำผิดครั้งนี้ให้ได้ เพราะถ้าครั้งนี้ไม่มีการชำระสะสาง ต่อไปมีการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังจะมีระบบแบบนี้อยู่อีกแน่นอน”ส.ส.พรรคพลังประชาชน กล่าวย้ำ

แก้รธน.โจรให้มากที่สุด

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะทำการชุมนุมในเย็นวันนี้(28 มี.ค.)ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแกนนำได้ระบุว่ารัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อตนเอง ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทางพรรคพลังประชาชนได้ประกาศไปกับประชาชนเมื่อครั้งที่ออกหาเสียงแล้วว่า ภารกิจหลักๆก็คือ เมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วต้องเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เผด็จการ เป็นคนร่าง และที่พันธมิตรฯ บอกว่า ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพราะต้องการไปยกเลิกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดผลเสียแก่รัฐ(คตส.) เรื่องนี้ตนเห็นว่าไม่จริง เพราะว่า คตส.มีอายุการทำงานอีกแค่ 3 เดือนเท่านั้นก็จะหมดวาระ อย่างไรก็ตามยังไม่มีบทสรุปว่าจะทำการแก้ไขกันกี่มาตรา ทั้งนี้ตนได้ทำการหารือกับทีมงานแล้ว นอกจากมาตรา 237 และ309 ก็ยังมีมาตราอื่นอีกที่กระทบกับพี่น้องประชาชนที่จะต้องแก้ไข

“ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งคนที่พล.อ.สนธิ แต่งตั้งขึ้นมา ก็ยังทำหน้าที่ต่อไปตามกลไกของคณะรัฐประหาร และคนที่มาจากการเลือกตั้งจะทำหน้าที่บ้าง ทำไมคุณจะเป็นจะตายขึ้นมา ทั้งนี้ไอ้พวกที่สมคบกับกลุ่มยึดอำนาจไปเปิดประตูให้คณะรัฐประหารนั่นแหละที่หน้าด้านยิ่งกล่าวคำว่าไร้ยางอายเสียอีก คงไม่มีอะไรที่น่าอายไปกว่านี้แล้ว ”

ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯระบุว่า มาตรา 237 มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองทุจริตการเลือกตั้งนั้น นายจตุพร กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีไว้เพื่อทำลายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ตังเองสู้ไม่ได้ เพราะถูกร่างมาโดยพื้นฐานของความอคติ โดยกลไกของคณะรัฐประหารเพื่อทำลายล้างพรรคพลงประชาชนให้หมดไป

กลุ่มพันธมิตรฯ ปิดเวทีปราศรัยแล้ว

ม.ธรรมศาสตร์ 28 มี.ค.-กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดเวทีปราศรัยแล้ว โดยนัดประชุมใหม่อีกครั้งปลายเดือน เม.ย.นี้ ขณะที่ตำรวจขอร้องให้ผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยออกทางประตูท่าพระจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านที่ชุมนุมอยู่หน้ามหาวิทยา

โดยก่อนปิดเวที บรรดาแกนนำพันธมิตรทั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ต่างผลัดเปลี่ยนขึ้นพูดบนเวทีปราศรัย พร้อมกับเปิดเทปบันทึกภาพของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมเนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศ โดยเนื้อหาปฏิเสธข่าวแตกคอกับแกนนำคนอื่น ๆ และยืนยันจะอยู่ร่วมกับกลุ่มต่อไป โดยขอให้สมาชิกในทุกพื้นที่เตรียมพร้อมเคลื่อนไหว ยืนยันกลุ่มพันธมิตรฯไม่มีปัญหาส่วนตัวกับอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพียงต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างถูกต้อง โดยประกาศนัดชุมนุมอีกครั้งปลายเดือน เม.ย.นี้ ก่อนประกาศปิดเวทีเมื่อเวลา 22.00 น.เศษที่ผ่านมา แต่ตำรวจขอให้ผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยออกทางประตูท่าพระจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านที่ชุมนุมอยู่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีรายงานว่าตำรวจได้ควบคุมตัวชายฉกรรจ์กลุ่มต่อต้าน ที่ขว้างปาถ่านไฟฉายและขวดน้ำใส่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ขณะไปเจรจาให้สลายการชุมนุม ไปทำประวัติที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างต่อไป.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-29 01:12:11

พลาดนิดเดียว [29 มี.ค. 51 - 16:37]


ไม้ขีดไฟก้านเดียวยังเผาทั้งเมืองจนวอดวาย

คนตายคนเดียว ถ้าเอาไปขยายผล ปลุกระดมประชาชน ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

เพราะคนที่ตายเป็นโต๊ะอิหม่ามอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส อยู่ในระหว่างถูกควบคุมตัว

คืออยู่ในการดูแลของทหารหน่วยเฉพาะกิจโดยตรง!!

ผลการชันสูตรศพ พบซี่โครงหักหนึ่งซี่ แสดงว่าถูกของแข็งกระแทกอย่างจัง

น่าสงสัยว่าจะถูกซ้อมระหว่างสอบปากคำ??

ล่าสุด มีการตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ 5 นาย และสั่งย้าย ผบ.หน่วย ฉก.39 ออกจากพื้นที่ชั่วคราว

ความจริง หน่วย ฉก.39 จังหวัดนราธิวาส เป็นหน่วยที่ได้รับความชมเชยอย่างมากในด้านการปฏิบัติงาน

ผลการจับกุมผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่

95 เปอร์เซ็นต์ เป็นของจริง!!

แต่ในเมื่อผู้ต้องหาไม่ยอมรับสารภาพ เมื่อครบกำหนดก็ต้องปล่อยไป ทั้งๆที่กว่าจะตามจับตัวแสบได้แต่ละตัว เจ้าหน้าที่ต้องลำบากเลือดตากระเด็น

จึงกลายเป็นความกดดันที่อยากให้โจรยอมรับสารภาพเร็วๆ

จนล้ำเส้นไปเป็นความรุนแรง??

สุดท้ายก็เกิดความเสียหายต่อภาพรวม

ข้อสำคัญ ฝ่ายตรงข้ามกำลังเอาเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นปลุกระดมพี่น้องชาวไทยมุสลิมว่า ถูกเจ้าหน้าที่ข่มเหงรังแก

สื่อมวลชนฝั่งมาเลเซียก็เอาไปขยายผลกันตรึม

องค์กรสิทธิมนุษยชนก็ออกแถลงประณามรัฐบาลไทยกันโครมๆ

ก็นี่แหละอุตส่าห์ทำดีเกือบตาย พลาดนิดเดียวเจ๊งเลย

“แม่ลูกจันทร์” ก็รู้สึกเซ็งอารมณ์ เพราะตั้งแต่เกิดเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นต้นมา จะต้องเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึง

และทำให้กลายเป็นเรื่องบานปลาย

เช่น...กรณีที่มัสยิดกรือเซะ...ก็เกิดเพราะความบุ่มบ่ามของคนที่สั่งยิง

ถ้าใช้กำลังล้อมมัสยิดไว้ก่อน เรื่องก็จะจบได้ด้วยดี

หรือกรณีตายหมู่ 78 ศพ ที่อำเภอตากใบ ก็เกิดจากความบ้องตื้น ไม่เตรียมแผนขนส่งผู้ต้องหาให้เพียงพอ

ปล่อยให้เบียดเสียดยัดเยียดจนขาดอากาศหายใจ

พูดให้ชัดๆคือ เหตุเกิดจากความชุ่ย

ไม่ใช่เกิดจากการใช้ความรุนแรง

แต่ผลกระทบจากกรณีตากใบมันใหญ่โตมโหฬาร เพราะมีผู้ไม่หวังดีปั๊มซีดีตากใบเที่ยวแจกประชาชนเพื่อปลุกระดมให้ต่อต้านรัฐบาล

แทนที่จะช่วยดับไฟ ดันไปเติมฟืนเติมไฟให้คนไทยเกลียดชังกันเอง

แม้แต่เมื่อวานซืน ก็ยังมีนักการเมืองเอากรณี “กรือเซะ-ตากใบ” ไปอภิปรายในสภาฯ เรียกร้องให้ตั้งกรรมการสอบสวนลงโทษผู้เกี่ยวข้องทุกคน

ประจวบเหมาะพอดีที่เกิดกรณีโต๊ะอิหม่าม ถูกซ้อมตาย ก็กลายเป็นประเด็นปลุกระดมเพื่อดึงมวลชนให้ไปร่วมมือกับกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดน

เฮ้อ...เห็นแล้วก็เหนื่อยใจ

“แม่ลูกจันทร์” ขอกระชุ่น ผบ.ทบ. ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงให้สอบสวนเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน ใครที่มีส่วนในการทำความผิดต้องถูกลงโทษตามความเป็นจริง

การสอบปากคำผู้ต้องหาจากนี้ไป ห้ามเจ้าหน้าที่แตะต้องสัมผัสตัว

เจ้าหน้าที่ต้องอดทน อดกลั้น เพื่อหลีก เลี่ยงความรุนแรง

ล่าสุด...หลังจากกรณีโต๊ะอิหม่ามรือเสาะซี่โครงหักตาย ก็มีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกเจ้าหน้าที่รุมซ้อมให้ยอมรับสารภาพอีกกว่าร้อยคดี

น่าแปลกใจว่าเหตุใดถึงเพิ่งจะมีการร้องเรียน??

เรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริง...ฝ่ายความมั่นคงก็เสียรังวัดไปแล้วบานตะเกียง

ป.ล. นายกฯ สมัคร สุนทรเวช เมื่อไหร่ จะลงไปสัมผัสปัญหาไฟใต้ด้วยตัวเอง??

เป็นรัฐบาลมาเกือบ 2 เดือน ทำไมยังไม่ไปซะที??

“แม่ลูกจันทร์”

สุดอัศจรรย์ ยก 'เสาเอก' [29 มี.ค. 51 - 04:16]


การดำเนินการสร้างพระเมรุ สำหรับพระพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ คืบหน้าไปอีกระดับ โดยเมื่อวันที่ 28 มี.ค. เวลา 09.00 น. รัฐบาลจัดพิธียกเสาเอกพระเมรุฯ มีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย ร.อ.จิทัศ ศรสงคราม พระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนาฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะคณะกรรมการจัดงานพระพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ และคณะรัฐมนตรี ผู้แทนเหล่าทัพ ประธานศาลยุติธรรม ข้าราชการ ข้าราชบริพาร และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมพิธี โดยเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

จากนั้น เวลา 09.45 น. พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ ถือปฐมฤกษ์ ประกอบพิธีพราหมณ์ โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายก-รัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.วัฒนธรรม และนายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร จุดธูปเทียนบูชาเครื่องบวงสรวง จากนั้นพระราชครูวามเทพมุนีอ่านโองการบวงสรวงอัญเชิญเทพเทวา จนกระทั่งเวลา 10.09 น. นายสมัครได้ปิดทองและผูกผ้าสีชมพูที่เสาเอกด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ชักสายสูตรยกเสายกขึ้นตั้ง พระ ราชครูวามเทพมุนีรดน้ำมนต์ ติดใบมะตูมและเจิม เสาเอกพระเมรุ สำหรับพระภิกษุสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เจ้าพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ บัณเฑาะว์ ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ จากนั้นข้าราชการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร รำบวงสรวง โปรยข้าวตอก ดอกไม้ โดยนายสมัครถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและภัตตาหารแด่ พระสงฆ์ 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำอุทิศกุศลแล้วจึงเสร็จพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างประกอบพิธีบวงสรวง นั้น บรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวงเกิดปรากฏการณ์ อัศจรรย์ เนื่องจากก่อนประกอบพิธีอากาศร้อนอบอ้าวมีแดดแรง แต่ในขณะถึงฤกษ์ยกเสาเอกพระเมรุ เวลา 10.09 น. กลับมีเมฆมาบดบังแสงแดด ทำให้แดดร่มลง รวมทั้งมีลมพัดแรงสร้างความร่มเย็น สร้างความประหลาดใจกับผู้ที่เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างมาก ส่วนบรรยากาศบริเวณด้านนอกพิธียกเสาพระเมรุ มีประชาชนจำนวนหนึ่งมาเฝ้าดูอยู่ด้านนอกรั้วบริเวณรอบสนามหลวง บางคนพยายามขอเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมในพิธี แต่ได้รับคำปฏิเสธ โดยให้ยืนดูจากช่องรั้วรอบสนามหลวงเท่านั้น

ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นพิธีว่า ได้รับมอบหมายให้ดูแลการดำเนินงานจัดสร้างพระเมรุ และการบูรณะราชรถ พระยานมาศ และองค์ประกอบอื่นๆ เพื่อใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โดยได้กำหนดว่า การจัดสร้างพระเมรุจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ หลังจากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้ามาชมความวิจิตรงดงามของพระเมรุได้อย่างใกล้ชิด

ขณะที่นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หลังจากพิธียกเสาเอกพระเมรุแล้ว ทางบริษัทผู้รับจ้างจะดำเนินการในเรื่องของโครงสร้างพระเมรุ ส่วนสำนักสถาปัตยกรรม สำนักช่างสิบหมู่ ก็จะเข้ามาดำเนินการขยายแบบ ขยายลาย ปั้นหล่อเทวดา สัตว์หิมพานต์ พร้อมกันไป เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับอาคารประกอบพระเมรุ ทางกรมศิลปากร ก็จะดำเนินการควบคู่กันไปด้วย อย่างไรก็ตาม เป้าหมายพระเมรุ จะสร้างเสร็จประมาณเดือนกันยายน ส่วนการบูรณะราชรถ ราชยาน และพระยานมาศ จะเสร็จก่อนพระเมรุ เพราะจะต้องเตรียมการซ้อมริ้วกระบวนพระราชพิธีอย่างน้อย 1-2 ครั้ง

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการว่า ที่ประชุมเห็นชอบการกำหนดพระสมัญญาถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ว่า “พระกัลยาณมิตราจารย์” ตามที่คณะที่ปรึกษาและคณะกรรมการดำเนินการกำหนดพระสมัญญาเสนอ โดยพระสมัญญา “พระกัลยาณมิตราจารย์” หมายถึง พระอาจารย์ผู้เป็นกัลยาณมิตรที่ประเสริฐ ล้ำเลิศด้วยคุณธรรมความเป็นครู จากนี้จะมีการนำพระสมัญญานี้เข้าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1 เม.ย.นี้ทันที จากนั้นจะนำขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่จะมีการจัดทำพระสุพรรณบัฏต่อไป

สำหรับบรรยากาศการถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดวันมี ประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระศพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 7,656 คน ยอดเงินถวายเข้าบัญชีทุนสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ จำนวนรวม 52,430,350.65 บาท นอกจากนี้ คณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย (คณะสงฆ์ญวน) นำโดย พระมหาคณานัมปัญญาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่แห่งคณะสงฆ์อนัมนิกาย พร้อมพระสงฆ์อนัมนิกาย 84 รูป ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล (กงเต๊ก) ถวายพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ซึ่งมีพิธีตั้งแต่เช้าจดค่ำ ที่ลานหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ในการประกอบพิธีในช่วงค่ำ

ชี้ข้าวจะทะยานถึงตันละ 3 หมื่น [29 มี.ค. 51 - 04:02]


นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดว่าในช่วงต้นเดือน เม.ย.นี้ กรมการค้าต่างประเทศ เตรียมนำข้าวขาว 5% ในสต๊อกรัฐบาลประมาณ 300,000 ตัน จากโครงการรับจำนำข้าว เปลือกนาปีปี 2547/48 และ 2548/49 มาเปิดประมูลให้กับกลุ่มโรงสีในประเทศ เพื่อทำข้าวถุงราคาถูกขายให้ผู้บริโภค บรรเทาภาระค่าครองชีพ ภายหลังราคาข้าวภายในประเทศสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 25 บาท โดยคาดว่าจะนำข้าวถุงลอตแรกมาขายก่อนประมาณ 30,000 ตัน เพื่อบรรเทาความร้อนแรงด้านราคา

“คาดว่าราคาข้าวถุงราคาถูกจะขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 40% หรืออยู่ที่กิโลกรัมละ 11-12 บาท ซึ่งเป็นราคาทุน โดยที่ไม่คิดกำไร แม้จะมีต้นทุนด้านการปรับปรุงคุณภาพ สำหรับช่องทางจำหน่ายจะจำหน่ายผ่านทางการค้าภายในจังหวัดและหน่วยงานของรัฐที่สามารถกระจายให้ครอบคลุม ทั่วประเทศ แต่จะไม่จำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด หรือห้างสรรพสินค้าอย่างแน่นอน” นายวิรุฬกล่าว

ด้านนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า เร็วๆนี้ กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติให้นำข้าวในสต๊อกรัฐบาลมาบรรจุถุงขายให้กับประชาชนในราคาต้นทุนรวมทั้งจะเสนอให้ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พิจารณาด้วย ซึ่งหลังจากมีความชัดเจนในด้านนโยบายแล้วคาดว่าจะมีข้าวบรรจุถุงของกระทรวงพาณิชย์ ออกจำหน่ายให้กับประชาชนได้ภายใน 1 เดือนนับจากนี้ “ตอนนี้ราคาข้าวมีค่ามากกว่าทองและจะเพิ่มจากปัจจุบันอีก 2-3 เท่า จากราคาในขณะนี้ที่อยู่ในระดับตันละ 15,000 บาท จะเพิ่มเป็น 30,000 บาทในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าซึ่งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของไทยและผู้ส่งออกที่จะสามารถทำราคาข้าวให้สูงขึ้นได้อีก จึงอยากเตือนชาวนาอย่าเพิ่งรีบขาย หรือถ้าจะขายก็ให้เลือกราคาที่ตัวเองพอใจ แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินทุน สัปดาห์หน้าผมกำลังจะคุยกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือในด้านเงินทุนให้กับชาวนา ส่วนพ่อค้าก็อยากจะบอกว่าอย่าไปกดราคาข้าวชาวนา เพราะราคามันโชว์อยู่ทุกวัน”

สำหรับการแก้ไขปัญหาเรื่องปุ๋ยมีราคาแพงนั้น ในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ผลิต ผู้นำเข้าปุ๋ยมาหารือ โดยจะขอดูต้นทุนการนำเข้า ราคาขาย ปริมาณสต๊อก เพื่อกำหนดราคาจำหน่ายให้เป็นธรรม เพราะที่ผ่านมา ได้รับการร้องเรียนว่าราคาจำหน่ายสูงเกินไป จึงต้องเข้ามาดูแลให้ราคามีความเหมาะสม โดยในเบื้องต้น หากยังมีสต๊อกเก่า ก็ต้องขายในราคาเดิม แต่ถ้าเป็นสต๊อกใหม่ ราคาจะต้องเหมาะสมกับต้นทุน

ส่วนการจะเปิดให้มีการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ จะต้องหารือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้าปุ๋ยภายในประเทศก่อนว่าปริมาณมีเพียงพอหรือไม่ ราคาเหมาะสมหรือไม่จึงจะมาพิจารณาว่ามีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าหรือไม่ เพราะหากสถานการณ์ ปุ๋ยไม่ผิดปกติ ปริมาณมีเพียงพอ ราคาไม่ปรับตัวสูงขึ้นเกินไป การนำเข้าก็จะยังไม่พิจารณา นายสมฤกษ์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า สมาคมฯ เห็นด้วยกับการที่กระทรวงพาณิชย์จะผลิตข้าวถุงราคาถูกออกมาจำหน่ายให้กับประชาชน และเชื่อว่าจะไม่ทำให้ตลาดข้าวถุงปั˜นป่วน แต่ไม่ สามารถตอบแทนผู้ประกอบการที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ว่าเห็นด้วยกับแนวนโยบายของกระทรวงพาณิชย์หรือไม่

ขณะที่นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลควรศึกษามาตรการเพื่อชะลอการส่งออกข้าวได้ แล้ว โดยอาจจะนำแนวทางกำหนดเพดานราคาส่งออกของอินเดีย หรือแนวทางการเก็บภาษีส่งออกข้าวของเวียดนามมาใช้ หรือกำหนดโควตาส่งออกข้าวในช่วงครึ่งปีหลัง เพราะราคาข้าวขณะนี้ปรับตัวสูงขึ้นมาก หลังจากนโยบายของกระทรวงพาณิชย์สนับสนุนให้เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องชะลอการขายข้าว ทำให้ผู้ส่งออกไม่สามารถหาซื้อข้าวในตลาดได้ จากความผันผวนของราคารุนแรง จนผู้ส่งออกลดรับออเดอร์ เพราะรับออเดอร์มากก็เสี่ยงกับการขาดทุนจากราคาที่ปรับสูงขึ้น

นายทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงกรณีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลที่ทำลายนาข้าวในเขตอำเภอเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จนเกษตรกรถึงกับยิงตัวตายนั้น ในเบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับความเสียหายราว 5,800 ไร่ ได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนเชื้อราบิวเวอเรีย ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติที่สามารถกำจัดเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลได้ทุกวัย เพื่อให้เกษตรกรฉีดพ่นกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเป็นการตัดวงจรการระบาดอีกทางหนึ่งด้วย และทางกรมส่งเสริมการเกษตรได้ติดตามและเฝ้าระวังการระบาดของแมลงศัตรูพืชในนาข้าวอย่างสม่ำเสมอ

“ลุงหมัก”คุมเกมไม่อยู่ [29 มี.ค. 51 - 01:58]


เชื่อแล้วว่า ฉุกละหุกจริงๆ ไม่ได้เตี๊ยมกันมาเลย

“ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาประสานเสียงนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะมือกฎหมายคู่ใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

แตะเบรกการรื้อรัฐธรรมนูญมาตรา 309

ไม่เอาด้วยกับแนวคิดของนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกฯ หัวหอกทีมรื้อรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ในอันที่จะแก้ไขคำสั่งที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ล็อกไว้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเปิดช่องให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถฟ้องร้องกลับองค์กรที่ คมช.ตั้งขึ้นได้

“จะให้เขาด่าทำไม มาตรา 309 เขาป้องกันพวกปฏิวัติ ก็เขาจบเรื่องไปแล้ว จะไปแก้ทำไม พอแค่พูดว่าจะแก้ เขาหัวเราะเยาะแล้ว แก้ย้อนหลังจะพูดทำไม มันเชย ขายหน้าเขา เพราะไปแก้ในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับเราเลย”

เบรกกันหัวทิ่มเลย

“ลุงหมัก” ตีธงให้มุ่งรื้อมาตรา 237 เพื่อปลดล็อกคดียุบพรรคก่อนอื่นใด

แต่ที่ใส่เกียร์ห้าลุยแบบไม่ถอนคันเร่ง กลุ่ม ส.ส.อีสานในปีกของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กว่าร้อยหัว ได้นัดชุมนุมกัน ณ ฐานที่มั่นร้านอาหารบัว ศรีนครินทร์ สั่งเกณฑ์ ส.ส.ระดมรายชื่อประชาชนในพื้นที่ให้ได้เขตละ 3,000-5,000 คน

เสริมกองหนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทะลุ่มทะลวง อะไรที่เป็นแนวต้านเครือข่าย “ทักษิณ” ต้องรื้อให้ได้สถานเดียว

สวนทางปืนกับการขยับขวางลำจากกลุ่ม 51 ส.ส.อีสานพรรคพลังประชาชน ที่นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น ออกมาอ้างมติกลุ่ม ไม่เห็นด้วยกับการรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านก่อนเป็นอันดับแรก

“ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะยังพอใจที่เห็น พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาต่อสู้คดี แก้ข้อกล่าวหา และพอใจการแก้ปัญหาของรัฐบาล จึงไม่อยากให้เร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อีกทั้งยังถูกมองว่า แก้เพื่อตัวเองหนียุบพรรค ดังนั้น ควรสนใจการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ปัญหาปากท้องของประชาชนมากกว่า ส่วนคดียุบพรรคหากเกิดจริง ส.ส.ก็ยังอยู่ แต่ต้องหาสังกัดพรรคใหม่”

มามาดพระเอก เสียงหล่อมาเลย

แต่จับใจความประโยคท้ายๆที่ว่า คดียุบพรรคหากเกิดขึ้นจริง ส.ส.ก็ยังอยู่ ดูท่าก็หวังลึกๆเหมือนกัน กับเงื่อนไขยุบพรรครอบสอง พวกบิ๊กเนมโดนรวบอีกลอต

เป็นโอกาสของพวกแถวสามจ่อลุ้นรัฐมนตรี

สรุปก็คือไปกันคนละทาง เล่นกันคนละคีย์ ภายในพรรคพลังประชาชนเองก็ยังเสียงแตกในเรื่องการรื้อรัฐธรรมนูญ

ยังไม่เริ่มก็แตกคอกันเองซะแล้ว

คิวนี้ถ้าเป็นของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ผู้ถนัดเกมลับ ลวง พราง ก็ต้องเอะใจสงสัยไว้ก่อนว่า

เป็นกลลวง แกล้งปล่อยตามธรรมชาติเพื่อลดแรงต้านภายนอก

แต่บังเอิญรายการนี้เป็นของนายกฯสมัคร จอมขวานผ่าซาก คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น

ไม่เน้นลับลมคมในกับใคร

ก็อย่างอารามดีใจที่สะท้อนออกมา กับการตัดสินใจถอยทัพของกลุ่มมหาประชาชนฯ ได้แถลงเลื่อนการชุมนุมประชันกับกลุ่มพันธมิตรม็อบไล่ “ทักษิณ” ในวันที่ 28 มีนาคม โดยอ้างเหตุความกังวลจะไม่สามารถควบคุมฝูงชนที่เข้าร่วมชุมนุมได้

อาจเป็นเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวายตามมา

“ลุงหมัก” ปลื้มถึงขนาดฝากนักข่าวไปขอบอกขอบใจนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะหัวหอกคนสำคัญของกลุ่มมหาประชาชนฯ

ที่ยอมทำตามคำขอของนายกฯ

และหากเป็นไปตามรายงานข่าว เบื้องหลังการแตะเบรกกลุ่มมหาประชาชนฯ “ลุงหมัก” ต้องไหว้วานให้ “ลุงชัย” นายชัย ชิดชอบ ประธานวิปรัฐบาล พ่อของนายเนวิน ให้ไปพูดกับนายประชา ถึงจะยอมเชื่อฟังกัน

แค่ลูกกระจ๊อกในพรรค “ลุงหมัก” ยังสั่งไม่ได้เลย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ถึง..คตส.


อะไรคือความเป็นกลาง
อะไรคือความยุติธรรม
อะไรคือหน้าที่
3 คำถามข้างบนนี้..คือ คำถามที่ถามมายัง คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา หมายเลข 1 แห่ง คตส.กำเนิดของ คตส.นั้น..ไม่น่าจะแตกต่างไปจากกำเนิดของส่วนราชการและองค์กรของรัฐอื่นๆ นั่นคือหน้าที่จะป้องกันความเสียหายที่เกิดกับรัฐ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาไม่นานมานี้..โดยการไล่ตามสอบสวนพฤติกรรมของครอบครัวอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ของ คตส. ได้พบว่า..

การยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ของคนในครอบครัวอดีตนายกฯ..ในบางกรณี..ไม่ถูกต้อง..จึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะคืนทรัพย์สินที่อายัดไว้บางส่วนให้กับผู้ถูกกล่าวหาแต่คุณหญิง..จารุวรรณคงไม่ทราบว่า..มีผู้มีอำนาจใน คตส. คนหนึ่ง..แสดงอาการโกรธเกรี้ยว และพยายามเปลี่ยนแปลงความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าว..โดยลุแก่อำนาจแถมยังยับยั้งดึงเรื่องที่ควรจะเป็นไปตามประเพณีปฏิบัติ มิให้เป็นไปตามครรลองที่ถูกที่ควร

พฤติกรรมดังว่า..จึงเป็นการ..ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ..ปฏิบัติหน้าที่โดยมีอคติ..ปราศจากคุณธรรมและจริยธรรม..อันจะก่อให้เกิดความเสียหายกับ คตส. ในวันหน้า..หากมีการฟ้องร้องขึ้นมาเรียกร้องค่าเสียหายเป็นแพ่งเป็นอาญาอาญานั้น ผู้กระทำความเสียหาย..อาจจะต้องรับโทษจำไปตามคำพิพากษา อย่างเช่นที่เกิดขึ้นมาในกระทรวงการคลัง..กับคนชั้นรัฐมนตรี แต่..ความแพ่งที่เกิดกับ “องค์กร” นั้น..ท้องพระคลัง คือ ผู้เสียหาย..และผู้ทำให้เกิดความเสียหาย..น่าจะต้องรับโทษทั้งแพ่งและอาญา

เขียนขึ้นมาเพื่อจะให้..คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา..ตรวจสอบลงไปดูทีว่า..คนที่บ้าอำนาจใช้ตำแหน่งหน้าที่อย่างมิชอบในหน่วยงานของท่านนั้นคือใคร..
ข่าววงในยืนยันว่า..ระหว่างที่คณะอนุกรรมการดังกล่าว..พิจารณาและมีความเห็นดังว่า..ผู้มีอำนาจท่านนั้น..อยู่ในระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ..เมื่อกลับมาจึงเกิดพฤติกรรมดังว่าถอดหัวโขนเทพเมื่อไหร่..ระวังจะได้ตรวนเหล็กล่ามขา

พญาไม้