WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, March 30, 2008

อย่าพลาด! ‘สมัคร'เปิดใจ‘ทุกข์ของนายกรัฐมนตรีหน้าใหม่'30มี.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นเงียบเหงา ไม่มีรัฐมนตรีหรือบุคคลสำคัญทางการเมืองคนใดเข้าพบ จากการสอบถามทางโทรศัพท์จากแม่บ้าน ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีได้เดินทางออกไปต่างจังหวัดตั้งแต่เช้า อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตุว่า มีทีมรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีจำนวนหนึ่ง เฝ้าอยู่ที่ศูนย์ประสานงานรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบ้านพักที่คุณหญิงสุรัตน์ สุนทรเวช ภริยานายกฯ ได้เช่าไว้ และมีตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าวเฝ้าคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอย่างเข้มงวดอยู่ที่บ้านพัก
ทั้งนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่า นายสมัคร ไม่ได้ไปไหน ยังคงพักอยู่ที่บ้าน มีทีมรักษาความปลอดภัยบางส่วนได้เดินทางล่วงหน้าไปยังจังหวัดอุดรธานีแล้ว เพื่อเตรียมภารกิจของนายกฯในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในระหว่างวันที่ 30-31 มี.ค. นี้ เพื่อเข้าร่วมกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอด 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 (3rd GMS Summit)
สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค. เวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรีออกอากาศรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาประชาสัมพันธ์ ในชื่อตอนที่ว่า "ทุกข์ของนายกรัฐมนตรีหน้าใหม่" จากนั้น เวลา 09.25 น. นายสมัครจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานจังหวัดอุดรธานี

จาก hi-thaksin

Saturday, March 29, 2008

โจรคนมีสี (เสื้อ)

ข่าวใหญ่ข่าวโตประจำงวดนี้ก็ว่าได้ไม่มีใครเกินข่าว มีคนจ้องปฎิวัติ ' คนตาสีตาสาพูดปล่อยผ่านหูเข้าซ้ายทะลุขวาเป็นเรื่องขำขัน แต่เมื่อคนระดับนายกรัฐมนตรีของประเทศ อีกทั้งควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เอาเอกสารลับดักคอแฉตรงไปตรงมาว่ามีนายทหารเกษียณอายุราชการหารือเตรียมการล้มรัฐบาลเช่นนี้แล้ว นิ่งงงเล่นใช่ที่ ก่อนอื่นฟังคำพูดนายกฯสมัคร สุนทรเวช และรมว.กลาโหม ชี้แจงข้อมูลลับข่าวนี้กล่าวคือ

ขณะนี้ยังพบว่ามีกลุ่มที่จะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมีแนวคิดที่จะทำการปฎิวัติรัฐบาล โดยยืนยันว่าไม่วิตกกังวลกับการเคลื่อนไหวดังกล่าว เพราะเชื่อว่าคงไม่สามารถดำเนินการได้ง่ายในยุคนี้

ยังมีคนยังไม่เลิก ยังวิ่งเต้นกันอยู่ ยังนัดประชุมกันอยู่ คือยังคิดว่าปฎิวัติกันได้อยู่ แต่ไม่วิตกทุกข์ร้อน...เขาคิดว่ายังมีการเปลี่ยนแปลงกันได้ เขาก็คิดทำกัน แต่มันไม่มีเหตุผล ผมถึงไม่ประเมินใครเป็นคนทำ ก็น่าจะอายบ้าง'

ประโยคถัดมานายกฯสมัคร กล่าวว่า ผมระวังตัวอยู่แล้ว ผมต้นทุนต่ำ ติดคุกติดตารางบ้างไม่เป็นไร อยู่มาตั้ง 73 ปีแล้ว เปลี่ยนที่อยู่ซะบ้าง' นายกรัฐมนตรี ระบุ

จะบอกอย่างไยดีว่าเดี๋ยวนี้บ้านเมืองของเรามันทำลายล้างด้วยระบบการขู่มขู่ชักดาบฟันกันดื้อๆ ด้วยวิธีนอกระบบ ทหารนอกคอกนอกแถวและแตกแถวบีบสร้างสถานการณ์เอาชัยชนะวิธีการใช้กำลังปฎิวัติ สุดตกขอบเหวประเทศด้อยพัฒนาเต็มแก่

บ้านเมืองเรายังล่มจมไม่พอหรืออย่างไร เวลาประกอบไปด้วยเงื่อนไขจอมโจรคนมีสี ขี่คอคนอื่นครองเมือง มีอะไรคับปาก แบ่งค่ายแบ่งฝักฝ่าย แหล่งกบดานโจรกระจอก... ซุ้มมือปืน...แก๊งอันธพาล...กลุ่มนักเลงเจ้าพ่อ...แก๊งจกชิงวิ่งราวทรัพย์...แก๊งรถซิ่ง...แก๊งอาชญกรข้ามชาติ...แก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติ...วิธีคิดโจรอีกสารพันที่เลือกปล้นตรงปล้นอ้อมๆ ขู่มขู่ รีดไถ วางยา ฆ่าตัดคอ นั่งยาง ช๊อตไฟฟ้า ...จดจำไม่หวั่นไม่ไหว

ยุคพ.ศ.นี้ ยังไม่หนำใจอ่อนข้อต่ออำนาจนอกกติการะบอบอำมาตยาธิไตยครอบงำ อย่างไม่ลืมหูลืมตา...เราเอาสถาบันที่คนไทยเคารพรักยิ่ง มาเป็นเครื่องมือ ด้วยการแอบอ้างจบลงตรง ความจงรักภักดี' เปลืองอย่างยิ่ง น่าอายความสมานฉัทน์จริง...ไม่ได้อยู่ในหัวคนถือปืนบางคน...สักพูดแต่ปากว่ารักชาติรักแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน

ผมยิ่งมีความเชื่อประโยคที่ว่า อย่าเอาเศษโลหะบนบ่ามาหาแดก...อย่าเอาเวลาราชการมาหากิน ' มันมีมูลมากขึ้น จนยากที่จะปฎิเสธว่าไม่จริง...ขอขอบคุณคนต้นคิดที่หยิบยืม...นำมาใช้ชั่วคราวในครั้งนี้ด้วยครับ...จากใจจริง

ย่อหน้าถัดไป ขอตรวจสอบเช็คพฤติกรรม พล.อ.สนธิ ที่คนทั่วไปเข้าใจว่าวีรบุรุษกู้ชาติ ข้อเท็จข้อจริงในตัวคืออะไร

1.เรื่องแรกสุดเดาไม่ยากที่เกิดสภาพหักหลังคนทำปฎิวัติรัฐประหารยึดอำนาจแท็คทีม คมช. รายแรกคือ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตแม่ทัพภาคที่3 โดนหลอกต้มสุกวาดฝันรางวัลปฎิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ตำแหน่งผบ.ทบ.หลุดมือ ทั้งที่ลงทุนลงแรงนํากองกำลังภาคที่ 3 เข้ายึดอำนาจ แต่ฝุ่นตลบหลังกลับส่งเพื่อนไว้ใจ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก นั่งผบ.ทบ. วืดรอบสอง เวลาเปลี่ยสถานการณ์เปลี่ยนมาตกที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งผบ.ทบ.ผิดความคาดหมาย พล.อ.สนธิ อย่างไม่ตั้งความหวังแต่แรก

2. คำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจ นักรบร่วมเป็นร่วมตายอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.สนธิ เปิดไต๋ว่าการปฎิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ไม่มีใครเป็นวีรบุรุษคนที่คิดแผนการปฎิวัติ มีแค่ตัวเขากับลูกน้องยศพ.อ.สองคนเท่านั้นเองวางแผนยึดอำนาจ...ความตอแหลข้อนี้ พล.ท.สพรั่ง ย่อมกลืนเลือดรู้ดีที่สุด

3. พล.อ.สนธิ หาเพื่อนเกาะหาเกราะกำบังชนิดพูดจาหว่านล้อมนักรบราชินีอย่าง พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ตีสนิท เพราะท่านพล.ท.ประยุทธ์ คือทหารเสือราชินีที่ได้รับไว้วางพระราชหฤทัยเชื่อใจอย่างสูง นี่คือความชาญฉลาดยุทธวิธีลับ ลวง พราง อีกชั้น พูดง่ายเข้าได้นักรบทหารเสือราชินีมาเป็นตัวประกัน เพื่อความปลอดภัยอีกระดับหนึ่งนั่นเอง

4. เป็นที่ร่ำลือหนาหูว่าสมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยศูนย์สงครามพิเศษ ลพบุรี การจัดซื้อจัดข้างอาวุธยุทโทปกรณ์มีคอมมิชั่นของพวกพ้องเป็นล่ำเป็นสันรวยเละ ถึงขนาดลูกน้องเก่าเก็บจาระไนเทคนิคว่า พล.อ.สนธิ มักสอนให้เข้าหานักการเมือง เพื่อมิให้ตัดงบประมาณทหารและเสนอผ่านรวดเดียวเสมอ

5. ลูกน้องคนสนิทที่ส่งตัวไปดูแลงบประมาณทหารทางภาคใต้ ก็คือ พล.ท.องค์กร ทองประสม อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ดูแลจัดสรรงบประมาณทหารการข่าวว่าเป็นมือทองที่สร้างรายได้เงินทองสร้างความร่ำรวยพวกพ้อง ชนิดใครคาดไม่ถึง

6. ปริศนาเงียบเชียบข่าวหนาหูว่า พล.อ.สนธิ ได้ทิปบินตรงซื้ออาวุธที่ประเทศตะวันออกกลาง จำนวนมูลค่าหลายพันล้านบาท ในช่วงที่ดำรงตําแหน่งประธาน คมช.

โจรขึ้นบ้านปล้นประชาธิปไตย คนหน้าเดิมพวกอำมาตยาธิปไตย... เหยีดพรรคเหยีดพวก นั่นคือพวกที่โกงบ้านกินเมืองกินนาน... กินเนียนและกินจนเกษีญณ...ทุนนิยมสามานย์ตัวจริงเสียงจริงที่ปล้นชาติปล้นประชาชน...สัจจะรักชาติแต่ปาก...สัจจะพวกนี้มันไม่มีในหมู่โจร...หลงเชื่อและขาดศรัทธา ละไว้บนฐานเข้าใจไม่ดีพอ

ปริศนานายทหารใหญ่จนผิดปกติหรือร่ำรวยผิดปกติ คนชื่อ พล.อ.สนธิ แจ้งทรัพย์ต่อ ปปง. จำนวน 194 ล้านบาทเท่านั้นเอง ท่านทำมาหาเสี้ยงชีพอะไรถึงมีเงินทองมากมายถึงเพียงนี้ นี่ยังไม่นับลูกเมียหลายคนคนเหล่านั้น...ช่างทำงานเสี้ยงชีพอะไรมา... ช่างรวยล้น คนไม่เชื่อและไม่ศรัทธายึดอำนาจเที่ยวนี้สะสมทุนนิยมสามานย์เงินสดๆ พล.อ.สนธิ.. มีไม่ต่ำกว่า 2000-3000ล้านบาท ต่อการปฎิวัติหนึ่งครั้ง...

ฝากข้อคิดนี้พิจารณาไตร่ตรองด่วน...เป็นการบ้านหน่วยงาน คตส.กล้าๆๆตรวจสองลูกพี่ใหญ่ที่แต่งตั้งมากับมือ...โดยเฉพาะนายแก้วสรร อติโพธิ ท่านพูดเสมอว่าคอมมิชชั่นกองทัพมันกี่เปอร์เซ็นต์.....รู้อยู่เต็มอก...กติกานี้ต้องอย่าสองมาตรฐาน...จัดการเลย...อย่าทำตัวเป็นละเลยฐานที่เข้าใจหาหลักฐานไม่เจอ...เจอแน่ ม.157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ...รีบตรวจสอบ...คำสรรเสริญรออยู่แค่เอื้อม...ครับ

คืนรัง

จาก hi-thaksin

ยุบพรรคเรื่องเล็ก

คอลัมน์ : เดินหน้าชน
โดย จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด

ประเด็นที่ร้อนสุดสุด แข่งกับอุณหภูมิอากาศเวลานี้เห็นจะหนีไม่พ้นปมแก้รัฐธรรมนูญ"50 ที่พรรคพลังประชาชนในฐานะแกนนำรัฐบาลชี้ว่า หากยังคงนำโยงสู่การสั่งยุบพรรคกันง่ายๆ อาจทำให้ประเทศต้องบอบช้ำอีกครั้ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในช่วงพลิกฟื้น เพราะความปั่นป่วนทางการเมืองและสุญญากาศที่เกิดขึ้น จะเท่ากับซ้ำเติมปัญหาเดิมที่แย่อยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก

แต่ประเด็นนี้กลับถูกฝ่ายค้านรวมทั้งฝ่ายที่มีส่วนในการกำเนิดรัฐธรรมนูญฉบับนี้สวนกลับทันทีว่า เป็นข้ออ้างที่เสมือนเอาประเทศเป็นตัวประกัน!

อย่างไรก็ตาม หากฟังจาก "คนกลาง" ทั้งจากแวดวงธุรกิจและเสียงสะท้อนรวมๆ จากประชาชนทั่วไป ก็มีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ

เฉพาะในส่วนนักธุรกิจ แทบจะประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากให้ยุบพรรคเพราะหลายมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในขณะนี้อาจชะงักงันทันที แต่ก็ออกตัวว่าถ้ารีบร้อนแก้รัฐธรรมนูญโดยที่เพิ่งจะใช้มาได้แค่ไม่กี่เดือน ก็อาจเกิดเหตุบานปลายจนสะเทือนภาพรวมทั้งประเทศไปได้อีกเหมือนกัน ซึ่งการไม่ฟันธงให้ชัดลงไปก็เป็นธรรมดาของผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเสียหายโดยตรง เว้นแต่ผลลบจะกระทบถึงตัว

ขณะที่ประเมินจากเสียงชาวบ้าน โพลล่าสุดของเอแบคโพลก็ชัดเจนว่าเกือบ 60% ของประชากรตัวอย่าง 3,425 คน เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ "เพราะอยากให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ประเทศจะได้สงบสุขและการเมืองจะได้เข้มแข็งขึ้น" ขณะที่ ราว 33% ยังไม่สุกงอม เพราะเห็นว่า "มีการเบี่ยงเบนสาเหตุที่ต้องแก้ไขไปเป็นเรื่องประโยชน์เฉพาะกลุ่ม และเกรงจะนำไปสู่ความวุ่นวาย"

ที่น่าสนใจคือ 49.1% ของผู้เห็นด้วย ต้องการให้แก้ไขทุกมาตรา ยกเว้นมาตราที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ 40.4% อยากให้แก้เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมือง และที่สำคัญ 51.7% เห็นว่ารัฐบาลควรมีแนวทางให้อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตของบ้านเมือง เพราะหลายคนเป็นผู้มีศักยภาพ

ฟังดูคลับคล้ายคลับคลากับที่ นายสมัคร สุนทรเวช ออกมาให้แนวทางเมื่อเร็วๆ นี้ จนคิดเล่นๆ ว่า ดีไม่ดี พรรคพลังประชาชนที่มีศักยภาพในการทำโพลชนิดที่ไม่อาจประมาทฝีมือได้ อาจแอบลงมือสำรวจความเห็นชาวบ้านมาก่อนหน้านี้แล้ว พอเอแบคโพล (ซึ่งมักถูกมองว่าเอนเอียงมาทางซีกตรงข้ามพรรคไทยรักไทยในอดีต) ออกมาในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลที่แรกๆ ทำท่าจะปรับแก้เฉพาะมาตรา 237 ที่โยงเรื่องยุบพรรคเท่านั้น กลับสวมวิญญาณหมูไม่กลัวน้ำร้อน เปลี่ยนมาตั้งท่ารื้อทั้งฉบับ รวมทั้งมาตรา 309 ที่คุ้มครองบรรดาองค์กรทั้งหลายที่ คมช.ตั้งขึ้นด้วย

ปัญหาคือหากคิดการใหญ่เช่นนั้น ใน 6 พรรครวมรัฐบาล โดยเฉพาะภายในพรรคพลังประชาชนเอง เวลานี้มีความเป็นเอกภาพและเข้มแข็งเพียงพอที่จะรับแรงเสียดทานจากพลังต้านที่ยังทรงอิทธิพล และไม่คิดจะยอมเลิกราง่ายๆ หรือยัง โดยเฉพาะการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำท่าจะกลับมาภายในสิ้นเดือนนี้ เร็วกว่าเดิมที่กำหนดจะกลับก่อนมารายงานตัวต่อศาลวันที่ 11 เมษายน ก็แรงเสียดทานจะมีมากขึ้น จนทำให้อุณหภูมิการเมืองร้อนแรงยิ่งกว่าเวลานี้

เป็นไปได้ว่า ยิ่งพลังประชาชนประกาศชัดว่าจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญยกพวง อาจทำให้บางคนเผลอแสดงเจตนารมณ์อันชัดเจนที่จ้องอยากให้ยุบพรรคเสียไวๆ เช่นที่ นายสุเมธ อุปนิสากร 1 ใน กกต. ถูกตั้งข้อสงสัยจาก "เสธ.หนั่น" ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ก็อาจยิ่งผลักให้ชาวบ้านและฝ่ายเป็นกลางหันมาเห็นใจฝ่ายที่เป็นเป้าถูกกระทำมากขึ้น

แต่ปัจจัยรูปธรรมที่จะทำให้แรงหนุนในเรื่องนี้มีมากขึ้นแน่นอนยังอยู่ที่รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชาชนที่เป็นเป้าหลักว่า ได้แสดงฝีไม้ลายมือและความตั้งใจในการแก้วิกฤตประเทศได้ถูกจุดแค่ไหน ภายในกรอบเวลาการแก้รัฐธรรมนูญ ที่สำคัญคือทันกับการนับถอยหลังสู่กระบวนการยุบพรรค หาก "ธง" ที่ตั้งไว้ยังไม่เปลี่ยน!

เพราะศรัทธาและความน่าเชื่อถือที่ประชาชนมอบให้จะเป็นเกราะกำบัง หลังจากเห็นชัดว่า แม้จะฝ่าสารพัดด่านขึ้นมากุมอำนาจรัฐอยู่ในมือแล้วก็ตาม ยังมีสิทธิที่จะเอาตัวไม่รอดจากการตั้งรับกับอำนาจนอก-เหนือรัฐ ที่ยังมีอิทธิพลล้นเหลืออยู่จริงในสังคมไทยในเวลานี้

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2-3 ยกที่ออกมา อาจเป็นไฮไลต์ของความคาดหวัง แต่ก็ดูเหมือนยังมีช่องว่างระหว่างทีมเศรษฐกิจที่ทำให้ขาดพลังที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกประเด็น ในทิศทางที่สอดคล้องต้องกัน

ถ้าทีมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคนตั้งใจดีมีฝีมือ อย่าง รมว.คลัง และ รมว.พาณิชย์ มาจับเข่าคุยกันให้ได้ใกล้ชิดกว่านี้

ศึกยุบพรรคนั้น อาจเป็นเรื่องเล็ก

‘พปช.'เชื่อพันธมิตรฯเฉาไปเอง-โต้ปชป.ปากกล้าขาสั่นแก้รธน.

(29มีค.) ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึง ความคืบหน้าการเตรียมแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ในวันอังคารที่จะถึงนี้ ที่ประชุมพรรคพลังประชาชนจะหารือกับส.ส.กรณีที่จะเร่งนำญัตติทบทวนปัญหาบังคับใช้รัฐธรรมนูญที่ยื่นเสนอต่อสภาไปนานแล้วเข้ามาพิจารณาในสัปดาห์หน้า รวมทั้งให้คณะทำงานที่รับผิดชอบในส่วนของการตั้งคณะกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะทำคู่ขนานกับกระบวนการของสภามาชี้แจงรายละเอียดในที่ประชุม
ส่วนกรณีที่พันธมิตรออกมาจัดการชุมนุมโจมตีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนั้น โฆษกพรรคพลังประชาชน มองว่ากลุ่มพันธมิตรตีขลุมเพื่อต้องการกล่าวหาพรรคพลังประชาชนว่าหาผลประโยชน์ใส่ตัว แต่ความจริงแล้วพรรคพลังประชาชนได้ประกาศประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมานานแล้ว ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เพราะมองเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2550 ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย การที่ปล่อยให้มีการบังคับใช้มาถึง 2-3 เดือน นั้น ถือว่านานเพียงพอแล้ว หากไม่รีบแก้ก็จะปั่นทอนต่อระบบการเมืองในประเทศยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามไม่แปลกใจที่กลุ่มพันธมิตรออกมาค้านความพยายามจะสร้างระบอบประชาธิปไตยของประเทศให้เข้มแข็งรวมทั้งไม่กังวล เพราะเชื่อว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร จะไม่ปานปลาย
"บรรยากาศการชุมนุมเมื่อคืนนี้ที่ธรรมศาสตร์จริงๆ แล้วเราไม่ควรให้ราคากลับกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะเชื่อว่าไม่นานก็จะเฉาไปเอง หากไม่มีคนให้ความสำคัญแต่ทั้งนี้มีความกังวลแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่อนุญาติให้พันธมิตรใช้สถานที่ทุกสัปดาห์ตรงนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องตอบคำถามและรับผิดชอบ หากมีอะไรเกิดขึ้นด้วย" ร.ท.กุเทพ กล่าว
ร.ท.กุเทพ กล่าวกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลที่ระบุว่า กำลังมีกลุ่มคนจ้องปฏิวัติ ว่า เข้าใจว่านายสมัคร กล่าวด้วยความห่วงใยบ้านเมือง ที่มองว่าประเทศไม่สามารถรับภาวะวิกฤติการเมืองได้อีก นายสมัครออกมาพูดเช่นนี้เพราะมองว่าไม่ควรประมาท แต่นายสมัครจะรู้ข้อมูลอย่างไรนั้นตนคงไม่ทราบ หรือหากรู้ข้อมูลจริงนายสมัครก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบอะไรชัดเจน หากฝ่ายค้านสงสัย ก็ไปยื่นกระทู้สดถามในสภาเอาเอง เพราะมีกลไกอยู่
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าการปรับลดจำนวนกรรมการบริหารของพรรค ไม่ได้เป็นเพราะต้องการหนีถูกยุบพรรค ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า เป็นการโกหกคำโตเพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะลดจำนวนกรรมการบริหารพรรค ตรงนี้สะท้อนว่าพรรคประชาธิปัตย์รู้ดีว่า กฎหมายรัฐธรรมูญ 2550 ที่ร่างโดยคณะรัฐประหาร เป็นกฎหมายที่ล้อมคอกนักการเมือง พรรคประชาธิปัตย์จึงเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ในอนาคตไว้ เพราะไม่แน่ใจว่ากรรมการบริหารพรรคของตัวเองจะมีใครทำผิดหรือไม่
"ตรงนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็รู้และไม่กล้าออกมาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะกลัวว่าจะผิดใจกลุ่มคนที่ร่างรัฐธรรมนูญและกลุ่มพันธมิตร รวมทั้งกลัวว่าจะเข้าทางพรรคพลังประชาชนเป็นพฤติกรรมที่ปากกล้าขาสั่น ทำผิดธรรมชาติ ไปแก้ปัญหาแบบไม่ถูกจุด ซึ่งต่อไปจะทำให้มีผลกระทบต่อระบบการเมืองไทยในอนาคต ที่กรรมการบริหารจะไม่ใช่ตัวจริง กลายเป็นการเมืองจอมปลอม" ร.ท.กุเทพ ระบุ

จาก hi-thaksin

‘เฉลิม'อัด‘สนธิ'โม้-ปล่อยข่าวไอ้โม่งสนใจซื้อ‘astv'500 ล้านบาท

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากการติดตามการสัมมนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวานนี้ เห็นว่า ไม่มีสาระใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งการออกมาเคลื่อนไหวการชุมนุม เป็นเพียงการสะท้อนความรู้สึกโกรธแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชาชนเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่มีการชี้แจงข้อดีข้อเสียของการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งจากการประเมินสถานการณ์การชุมนุม ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรง และยืนยันรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องส่งคนไปชุมนุมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ แต่อย่างใด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันรัฐบาลได้มีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบ ตามฉันทานุมัติของประชาชน ดังนั้นจึงไม่มีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเรียกร้อง ส่วนกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ออกมาระบุมีกลุ่มคนที่สนใจซื้อกิจการ astv ในราคา 500 ล้านบาท และขอให้ยุติการเคลื่อนไหวนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เชื่อว่านายสนธิ ไม่น่ามีค่าตัวมากขนาดนั้น ซึ่งการออกมาให้ข่าว เป็นการสร้างราคาให้แก่นายสนธิ

จาก hi-thaksin

พันธมิตรฯชุมนุมสุดวุ่นวาย เกือบปะทะเดือด กลุ่มการ์ดเพื่อปชต.

หวิดปะทะเดือด พันธมิตรฯ VS การ์ดเพื่อปชต. ตำรวจระบุมีการยั่วยุกันทั้งสองฝ่ายจนต้องเข้าเคลียร์ปัญหา และ ขู่ว่าจะใช้กำลังเข้าปราบปราม ขณะที่ "สนธิลิ้ม" ขึ้นเวทียุคนให้มาต่อสู้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกเหมือนเดิม คราวนี้ให้ทุกคนร่วมปฏิญาณ "ทำทุกวิถีทาง" ลั่นปลายเมษายน เปิดเวทีอีก

หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการจัดเสวนาของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หัวข้อ “ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ของ 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลการทำงานของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีผู้เข้าร่วมชุมนุมล้นหอประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่มีการชุมนุมในหอประชุม บริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการชุมนุมของกลุ่มคัดค้าน จำนวนประมาณ 1,000 คน ที่มาต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า "กลุ่มการ์ดประชาธิปไตยต้านพันธมิตรป่วนเมือง" โดยมีการแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ ด้วยเครื่องขยายเสียง และการชุมนุมเกิดมีการกระทบกระทั่งกัน เมื่อมีคนที่เข้าร่วมชุมนุมของพันธมิตรฯ ถือป้ายข้อความล้อเลียนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาเดินป้วนเปี้ยนแถวหน้าประตูทางเข้า ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกลุ่มผู้ชุมนุม ที่อยู่ฝั่งสนามหลวง ทำให้เกิดการขว้างปาขวดน้ำ และ ลูกมะพร้าว เข้าไปบริเวณหน้าประจูทางเข้า แต่ ปาไปได้เพียงครึ่งถนนเท่านั้น จากนั้นแกนนำ ได้มีการห้ามปรามกัน

ทั้งนี้ ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นให้กลุ่มบุคคลกลุ่มดังกล่าว อยู่บนทางเท้าฝั่งตรงข้าม และให้กำลังตำรวจ 20 นายยืนรักษาการณ์รอบบริเวณ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปะทะระหว่าง 2 กลุ่ม

ด้านพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.1 กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้กำลังตำรวจดูแลกลุ่มบุคคลกลุ่มดังกล่าว อย่างเข้มงวด และให้ตรวจค้นว่ามีการพกอาวุธมาด้วยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ตำรวจดูแลด้วยความละมุ่นละม่อม งดใช้ความรุนแรง และได้ขอร้องทางแกนนำให้อยู่ฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ห้ามไม่ให้มาฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อย่างเด็ดขาด

"การชุมนุมสามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฏหมาย ส่วนการจัดกำลังของเจ้าหน้าที่นั้น ได้ใช้กำลังจากบก.น.1 ดูแลจุดหลัก 3 จุด บริเวรท้องสนามหลวง ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และถนนพระอาทิตย์ ซึ่งเชื่อว่า เหตุการณ์จะผ่านไปได้ด้วยดี"พล.ต.ต.อำนวยกล่าว

ต่อมา พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.เดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นจากที่ต่างฝ่ายต่างยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น แต่ในส่วนนี้ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ และจะไม่ให้เกิดขึ้นอีกอย่างเด็ดขาด และ ได้เดินออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ข้ามไปฝั่งที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวมาชุมนุม พร้อมกับเจรจาให้เลิกการกระทำ และขอให้ทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนทางเท้า เนื่องจากทำให้การจราจรติดขัด

ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงภาพรวมการชุมนุมในค่ำวันนี้ ว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ซึ่งหลังสงกรานต์จะมีการหารือของ 5 แกนนำ และตัวแทนคณะทำงานทั้ง 6 คณะ ที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป รวมทั้งแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหากมีความพยายามจะดำเนินการจนรับไม่ได้ กลุ่มพันธมิตรฯ อาจกลับมาเคลื่อนไหวบนถนนอีกครั้ง

ต่อมานายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ขึ้นบนเวที โดยกล่าวว่า มีคนเสนอเงินให้ 500 ล้านบาท เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหว และ มีการเสนอเงินจำนวน 1,500 ล้านบาท เพื่อขอซื้อเอเอสทีวี. แต่ได้ปฏิเสธไป เพราะ เอเอสทีวี.มีหนี้สินเยอะ

"ผมขอย้ำสัจจะว่า ที่ผ่านมา ทำไม่ดีไว้มาก ทำดีก็ไม่น้อย แต่ต่อไปนี้จะอุทิศชีวิตเพื่อบ้านเมือง ที่ผ่านมาโดนคดีหมิ่นประมาท 3 คดี ถูกตัดสินจำคุกกว่า 3 ปี แต่ไม่หวั่นไหว พร้อมตั้งจิตอธิษฐานว่า ถ้ากรรมเก่าของตัวเองที่ก่อเอาไว้ ทำให้ต้องติดคุกก็ไม่เป็นไร และถ้าตนเองติดคุกแล้วสามารถหยุดความสามาลย์ในบ้านเมืองได้ ก็ยอม ตนเองไม่เคยโอ้อวดว่าเป็นคนกล้า แต่ได้ย้ำเสมอว่ารู้สึกกลัว แต่กลัวจนต้องกล้าแล้ว"นายสนธิ กล่าวและว่า ให้ไปชวนคนมาร่วมชุมนุมในครั้งหน้า ซึ่งจะในช่วงราวปลายเดือนเมษายน

ในช่วงสุดท้ายนายสนธิ ได้นำกล่าวปฏิญาณ "คำประกาศของประชาชนผู้พิทักษ์รักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์" โดยมีเนื้อหายุให้ไปสร้างเครือข่ายเพื่อต่อต้านรัฐบาล โดยระบุว่าจะทำทุกวิถีทาง


นายกฯชี้กลุ่มหลบหนีเข้าเมืองต้องได้รับบทเรียน

นายกฯ ระบุ สภากลาโหมถกเถียง กรณีผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ยืนยัน ต้องดำเนินคดีและหาที่อยู่ให้ผู้หลบหนีเข้าเมืองอยู่แบบไม่สบาย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยว่าในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้ ได้มีการถกเถียงกรณีผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย โดยถือเป็นภาระหน้าที่ของตำรวจ ทหาร และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่าจะมีการดำเนินคดีและหาที่อยู่ให้กับผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยไม่ใช่ลักษณะของศูนย์พักพิง แต่เป็นการนำไปปล่อยเกาะเพื่อให้คนเหล่านี้ทราบว่ามาอยู่ที่เมืองไทยไม่ได้สบาย โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยที่ต้องจัดการ โดยยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ต้องรีบตัดออกไปก่อน โดยจะเร่งดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

นายกฯ ยังเปิดเผยว่างบประมาณในการดำเนินการนั้นจะมี 2 ส่วน คือ จากรัฐบาลเอง และจากองค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ


น้ำลดตอผุด! ‘จตุพร’จี้กกต.แจงทุจริตเลือกตั้ง

เรื่องมาถึงบางอ้อ เมื่ออดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ หลังหอบหลักฐาน กกต.โกงเลือกตั้ง-ฮั้วพิมพ์บัตรต่อ‘ดีเอสไอ’ ด้านส.ส.พลังประชาชน ยกเป็นเรื่องที่ใหญ่สำหรับประเทศไทยที่หนีวงจรอุบาทว์กี่ชาติก็ไม่พ้น ร้องกกต.ออกมาจี้แจงรายละเอียดด่วน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ต.เสวก ปิ่นสินชัย อดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ เดินทางมาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษกับ นายอภิชาต สุขคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในความผิดที่ปฏิบัติหน้าที่ดยมิชอบ และความผิดการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ จ้างบริษัท เอกชนพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ประธานกกต.ต้องออกมาชี้แจงเรื่องที่พล.ต.ต.เสวก ระบุว่ามีการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ถึง 2 ล้านใบ ซึ่งไม่มีเหตุผลใดๆที่จะต้องพิมพ์เกินกว่าจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทั้งนี้ในความเป็นจริงจะหาพื้นที่ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้ง 100 %ยากอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าพิมพ์พอดีกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งส่วนมากบัตรก็จะเหลือ

“ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ กกต.ไปใช้หลักคิดสมมุติฐานอะไรถึงจะต้องพิมพ์เกินไปถึง 2 ล้านใบ จึงทำให้การโกงการเลือกตั้งล่วงหน้าที่กรุงเทพมหานครมีความเป็นไปได้ เพราะมีเวลาถึง 6-7 วัน และการสลับถุงคะแนนทำได้ไม่ยาก นี้เป็นการทุจริตที่ง่ายดายที่สุด จึงทำให้คะแนนมีความแตกต่างกัน ระหว่างการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า กับวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ผมก็มาถึงบางอ้อ ถ้ากรณีนี้เป็นเรื่องจริง ”นายจตุพร กล่าวและว่า กกต.ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ได้พิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจริงหรือไม่ และถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีคนเก็บหลักฐานการฉีกบัตรเลือกตั้งของจริงไว้ได้ เพราะฉะนั้นข้อเรียกร้องของพล.ต.ต.เสวก ที่ให้กกต.ชี้แจงเรื่องการฮั้วประมูลการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง รวมกระทั่งจะชี้แจงอย่างละเอียด และจะนำบัตรที่ถูกโกงมาติดประจารณ์ทั่วถนนรามอินทรา ถ้าไม่มีการดำเนินการอะไร

อย่างไรก็ตามการที่พล.ต.ต.เสวกระบุว่า ได้เคยแจ้งความไปยัง สน.โคกคามมาครั้งหนึ่งแล้ว ตนเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นที่ยากที่ สน.จะเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ หน้าที่นี้จึงจะต้องให้ทาง ดีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบสืบสวนต่อไป เพื่อนำความกระจ่างมาส่าธารณะ นอกจากนี้ยังเป็นการสะท้อนว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งกันทั้งระบบ

“เราสงสัยผลคะแนนเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯกันมานานแล้ว เพราะว่าคะแนนวันที่ 23 ธ.ค.มันสวนทางกับวันที่ 15-16 ธ.ค.รวมทั้งผลสำรวจจากโพลล์ต่างๆโดยสิ้นเชิง และเป็นสิ่งที่น่าชชชื่นชมที่อดีตผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ ถึงแม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว และทางดีเอสไอ ไม่ควรที่จะให้ผู้กระทำผิดเรื่องนี้ลอยนวล เพราะว่า 2 ล้านคะแนนที่โดกงกันนั้นมันสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้”

“การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแม้ว่าพรรคพลังประชาชนจะชนะการเลือกตั้งก็ตาม แต่หลายพื้นที่ก็ยังมีความเคลือบแคลงใจ และก็ยังไม่มีใครเข้ามาให้ความกระจ่าง และถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงผมคิดว่า กกต.อยู่ลำบาก ทั้งหมดคือกระบวนการที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น และถ้าทางกกต.ยังไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมเชื่อว่าคนอย่างพล.ต.ต.เสวก น่าจะมีไพ่ตายหรือหลักฐานเด็ดๆอยู่ในมือเพื่อเอาโทษคนทำผิดครั้งนี้ให้ได้ เพราะถ้าครั้งนี้ไม่มีการชำระสะสาง ต่อไปมีการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ยังจะมีระบบแบบนี้อยู่อีกแน่นอน”ส.ส.พรรคพลังประชาชน กล่าวย้ำ

แก้รธน.โจรให้มากที่สุด

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะทำการชุมนุมในเย็นวันนี้(28 มี.ค.)ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยแกนนำได้ระบุว่ารัฐบาลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เพื่อตนเอง ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทางพรรคพลังประชาชนได้ประกาศไปกับประชาชนเมื่อครั้งที่ออกหาเสียงแล้วว่า ภารกิจหลักๆก็คือ เมื่อได้รับการเลือกตั้งแล้วต้องเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เผด็จการ เป็นคนร่าง และที่พันธมิตรฯ บอกว่า ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพราะต้องการไปยกเลิกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดผลเสียแก่รัฐ(คตส.) เรื่องนี้ตนเห็นว่าไม่จริง เพราะว่า คตส.มีอายุการทำงานอีกแค่ 3 เดือนเท่านั้นก็จะหมดวาระ อย่างไรก็ตามยังไม่มีบทสรุปว่าจะทำการแก้ไขกันกี่มาตรา ทั้งนี้ตนได้ทำการหารือกับทีมงานแล้ว นอกจากมาตรา 237 และ309 ก็ยังมีมาตราอื่นอีกที่กระทบกับพี่น้องประชาชนที่จะต้องแก้ไข

“ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งคนที่พล.อ.สนธิ แต่งตั้งขึ้นมา ก็ยังทำหน้าที่ต่อไปตามกลไกของคณะรัฐประหาร และคนที่มาจากการเลือกตั้งจะทำหน้าที่บ้าง ทำไมคุณจะเป็นจะตายขึ้นมา ทั้งนี้ไอ้พวกที่สมคบกับกลุ่มยึดอำนาจไปเปิดประตูให้คณะรัฐประหารนั่นแหละที่หน้าด้านยิ่งกล่าวคำว่าไร้ยางอายเสียอีก คงไม่มีอะไรที่น่าอายไปกว่านี้แล้ว ”

ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรฯระบุว่า มาตรา 237 มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองทุจริตการเลือกตั้งนั้น นายจตุพร กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีไว้เพื่อทำลายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ตังเองสู้ไม่ได้ เพราะถูกร่างมาโดยพื้นฐานของความอคติ โดยกลไกของคณะรัฐประหารเพื่อทำลายล้างพรรคพลงประชาชนให้หมดไป

กลุ่มพันธมิตรฯ ปิดเวทีปราศรัยแล้ว

ม.ธรรมศาสตร์ 28 มี.ค.-กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปิดเวทีปราศรัยแล้ว โดยนัดประชุมใหม่อีกครั้งปลายเดือน เม.ย.นี้ ขณะที่ตำรวจขอร้องให้ผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยออกทางประตูท่าพระจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านที่ชุมนุมอยู่หน้ามหาวิทยา

โดยก่อนปิดเวที บรรดาแกนนำพันธมิตรทั้งนายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ต่างผลัดเปลี่ยนขึ้นพูดบนเวทีปราศรัย พร้อมกับเปิดเทปบันทึกภาพของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมเนื่องจากเดินทางไปต่างประเทศ โดยเนื้อหาปฏิเสธข่าวแตกคอกับแกนนำคนอื่น ๆ และยืนยันจะอยู่ร่วมกับกลุ่มต่อไป โดยขอให้สมาชิกในทุกพื้นที่เตรียมพร้อมเคลื่อนไหว ยืนยันกลุ่มพันธมิตรฯไม่มีปัญหาส่วนตัวกับอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เพียงต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างถูกต้อง โดยประกาศนัดชุมนุมอีกครั้งปลายเดือน เม.ย.นี้ ก่อนประกาศปิดเวทีเมื่อเวลา 22.00 น.เศษที่ผ่านมา แต่ตำรวจขอให้ผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยออกทางประตูท่าพระจันทร์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านที่ชุมนุมอยู่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีรายงานว่าตำรวจได้ควบคุมตัวชายฉกรรจ์กลุ่มต่อต้าน ที่ขว้างปาถ่านไฟฉายและขวดน้ำใส่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ขณะไปเจรจาให้สลายการชุมนุม ไปทำประวัติที่ สน.ชนะสงคราม เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างต่อไป.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-29 01:12:11

พลาดนิดเดียว [29 มี.ค. 51 - 16:37]


ไม้ขีดไฟก้านเดียวยังเผาทั้งเมืองจนวอดวาย

คนตายคนเดียว ถ้าเอาไปขยายผล ปลุกระดมประชาชน ก็จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมา

เพราะคนที่ตายเป็นโต๊ะอิหม่ามอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส อยู่ในระหว่างถูกควบคุมตัว

คืออยู่ในการดูแลของทหารหน่วยเฉพาะกิจโดยตรง!!

ผลการชันสูตรศพ พบซี่โครงหักหนึ่งซี่ แสดงว่าถูกของแข็งกระแทกอย่างจัง

น่าสงสัยว่าจะถูกซ้อมระหว่างสอบปากคำ??

ล่าสุด มีการตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ 5 นาย และสั่งย้าย ผบ.หน่วย ฉก.39 ออกจากพื้นที่ชั่วคราว

ความจริง หน่วย ฉก.39 จังหวัดนราธิวาส เป็นหน่วยที่ได้รับความชมเชยอย่างมากในด้านการปฏิบัติงาน

ผลการจับกุมผู้ต้องสงสัยส่วนใหญ่

95 เปอร์เซ็นต์ เป็นของจริง!!

แต่ในเมื่อผู้ต้องหาไม่ยอมรับสารภาพ เมื่อครบกำหนดก็ต้องปล่อยไป ทั้งๆที่กว่าจะตามจับตัวแสบได้แต่ละตัว เจ้าหน้าที่ต้องลำบากเลือดตากระเด็น

จึงกลายเป็นความกดดันที่อยากให้โจรยอมรับสารภาพเร็วๆ

จนล้ำเส้นไปเป็นความรุนแรง??

สุดท้ายก็เกิดความเสียหายต่อภาพรวม

ข้อสำคัญ ฝ่ายตรงข้ามกำลังเอาเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นปลุกระดมพี่น้องชาวไทยมุสลิมว่า ถูกเจ้าหน้าที่ข่มเหงรังแก

สื่อมวลชนฝั่งมาเลเซียก็เอาไปขยายผลกันตรึม

องค์กรสิทธิมนุษยชนก็ออกแถลงประณามรัฐบาลไทยกันโครมๆ

ก็นี่แหละอุตส่าห์ทำดีเกือบตาย พลาดนิดเดียวเจ๊งเลย

“แม่ลูกจันทร์” ก็รู้สึกเซ็งอารมณ์ เพราะตั้งแต่เกิดเหตุไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นต้นมา จะต้องเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึง

และทำให้กลายเป็นเรื่องบานปลาย

เช่น...กรณีที่มัสยิดกรือเซะ...ก็เกิดเพราะความบุ่มบ่ามของคนที่สั่งยิง

ถ้าใช้กำลังล้อมมัสยิดไว้ก่อน เรื่องก็จะจบได้ด้วยดี

หรือกรณีตายหมู่ 78 ศพ ที่อำเภอตากใบ ก็เกิดจากความบ้องตื้น ไม่เตรียมแผนขนส่งผู้ต้องหาให้เพียงพอ

ปล่อยให้เบียดเสียดยัดเยียดจนขาดอากาศหายใจ

พูดให้ชัดๆคือ เหตุเกิดจากความชุ่ย

ไม่ใช่เกิดจากการใช้ความรุนแรง

แต่ผลกระทบจากกรณีตากใบมันใหญ่โตมโหฬาร เพราะมีผู้ไม่หวังดีปั๊มซีดีตากใบเที่ยวแจกประชาชนเพื่อปลุกระดมให้ต่อต้านรัฐบาล

แทนที่จะช่วยดับไฟ ดันไปเติมฟืนเติมไฟให้คนไทยเกลียดชังกันเอง

แม้แต่เมื่อวานซืน ก็ยังมีนักการเมืองเอากรณี “กรือเซะ-ตากใบ” ไปอภิปรายในสภาฯ เรียกร้องให้ตั้งกรรมการสอบสวนลงโทษผู้เกี่ยวข้องทุกคน

ประจวบเหมาะพอดีที่เกิดกรณีโต๊ะอิหม่าม ถูกซ้อมตาย ก็กลายเป็นประเด็นปลุกระดมเพื่อดึงมวลชนให้ไปร่วมมือกับกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดน

เฮ้อ...เห็นแล้วก็เหนื่อยใจ

“แม่ลูกจันทร์” ขอกระชุ่น ผบ.ทบ. ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรงให้สอบสวนเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน ใครที่มีส่วนในการทำความผิดต้องถูกลงโทษตามความเป็นจริง

การสอบปากคำผู้ต้องหาจากนี้ไป ห้ามเจ้าหน้าที่แตะต้องสัมผัสตัว

เจ้าหน้าที่ต้องอดทน อดกลั้น เพื่อหลีก เลี่ยงความรุนแรง

ล่าสุด...หลังจากกรณีโต๊ะอิหม่ามรือเสาะซี่โครงหักตาย ก็มีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกเจ้าหน้าที่รุมซ้อมให้ยอมรับสารภาพอีกกว่าร้อยคดี

น่าแปลกใจว่าเหตุใดถึงเพิ่งจะมีการร้องเรียน??

เรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริง...ฝ่ายความมั่นคงก็เสียรังวัดไปแล้วบานตะเกียง

ป.ล. นายกฯ สมัคร สุนทรเวช เมื่อไหร่ จะลงไปสัมผัสปัญหาไฟใต้ด้วยตัวเอง??

เป็นรัฐบาลมาเกือบ 2 เดือน ทำไมยังไม่ไปซะที??

“แม่ลูกจันทร์”