นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอด 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ณ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในหัวข้อ'การพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน' นายสมัคร จะร่วมประชุมร่วมกับ 6 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียนาม และยูนานของจีน ในโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS SUMMIT มีกำหนดการ 2 วัน โดยวันนี้ นายกฯจะหารือทวิภาคีกับนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน ก่อนจะร่วมเป็นสักขีพยาน ในการลงนามข้อตกลง 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา แลกเปลี่ยนสิทธิการเจรจา ระหว่างประเทศ และความตกลงว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างไทย-ลาว ส่วนวันพรุ่งนี้จะเข้าร่วมประชุม GMS SUMMIT โดยมีหัวข้อหลัก คือ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง ด้วยการพัฒนาเชื่อมโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนเดินทางายสมัคร ออกรายการสนทนาประสาสมัคร โดยถือโอกาสแจงกรณีเดินตลาด เช้าระหว่างเยือนประเทศต่าง ๆ ที่ผ่านมาว่า เป็นการศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจพื้นฐานและใช้เวลาว่างจากภารกิจ ไม่กระทบกับการทำงาน
'สมัคร'เดินทางประชุมสุดยอด 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา แลกเปลี่ยนสิทธิการเจรจาระหว่างประเทศ และความตกลงว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างไทย-ลาว
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, March 31, 2008
'สมัคร'ลงนามข้อตกลงร่วมเดินรถไฟไทย-ลาววันนี้
‘ทักษิณ'เปิดใจหลังกลับไทย-เผยซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ
เมื่อเวลา 18.30 น. ที่ห้องฟีนิกซ์ อิมแพค เมืองทองธานี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการซื้อ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ นักฟุตบอลจากสโมสรทอตแนม ฮอตสเปอร์สว่า ยังไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้ต้องไปถาม สเวน โกรัน อีริคสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เมื่อถามถึงระยะเวลาในการอยู่ประเทศไทย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า 2 สัปดาห์ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะเป็นการเดินทางแบบไปๆมาๆใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนต้องไปเป็นผู้บรรยายหลักที่ดูไบ จัดโดยบิสสิเนส วีค เมื่อถามถึงกรณีที่มาเตรียมต้อนรับนักลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า จะเป็นการหารือเรื่องเหล็กและเรื่องไบโอดีเซล เมื่อถามว่าได้คุยไว้นานหรือยัง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ ตนเป็นผู้ชวนมาลงทุนเอง ส่วนเม็ดเงินที่คาดว่าจะนำมาลงทุนในไทยนั้นยังตอบไม่ได้ แต่เขาเป็นเศรษฐีระดับโลก
เมื่อถามว่ามีข่าวจะเดินทางไปภาคอีสานกำหนดวันเวลาหรือยัง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าจะเดินทางไปไหนก็ไปทำบุญ ไม่มีอะไร เมื่อถามว่าวันที่ 11 เม.ย. จะเดินทางไปเชียงใหม่แน่นอนใช่หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไปทำบุญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเสร็จพิธีบรรดาแฟนคลับทักษิณ ซึ่งติดตามการเดินทางกลับตั้งแต่สนามบินจนถึงอิมแพคเมืองทองธานี้นั้น ทักษิณ ได้หยุดทักทายแจกรายเซ็นต์ ซึ่งนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กล่าวกับบรรดาแฟนคลับว่า โอกาสหน้าจะจัดคอฟฟี่เบรกให้กับแฟนคลับ ส่วนการคุ้มกันอดีตนายกนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 100 นายกระจายการคุ้มกันทักษิณ และคนในครอบครัวอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในช่วงการเดินทางนั้น ได้มีรถนำขบวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายสิบคันตามประกบ ทั้งนี้อดีตนายกฯมีกำหนดการรับประทานอาหารเย็นพร้อมครอบครัวที่โรงแรมโอเรียลเตล ส่วนสถานที่พักผ่อนนั้นมีรายงานว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะพักที่บ้านจันทร์ส่องหล้า
ส่วนบรรยากาศการมาเป็นประธานในพิธีปิดโครงการเด็กไทยคมไปแมนฯซิตี้ ณ ห้องฟีนิกซ์ อิมแพค เมืองทองธานี โดยเยาวชนไทย 123 คนที่เข้าวโครงการและผ่านการคัดเลือกไปแมนฯซิตี้15คนเพื่อฝึกซ้อมกับสโมสรแมนฯซิตี้ระหว่างวันที่22เม.ย.-1พ.ค.นั้น พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวปิดงานว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่มาทำงานเกี่ยวกับสาธารณกุศลหลังจากตกงานเกือบสองปี หลังจากที่ตนซื้อสโมสรแมนฯซิตี้แล้ว ตนก็นึกถึงมูลนิธิและอยากให้ทั้งสองอย่างนี้ทำงานร่วมกัน ตนก็คิดถึงเยาวชนไทยที่มีใจรักกีฬา เพราะกีฬาคือหัวใจสำคัญของสุขภาพกายและจิต เมื่อเราอยู่ในการแข่งขัน การเคารพกฎกติกา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยคือสิ่งสำคัญและเป็นหัวใจของทุกด้าน กีฬาจึงเป็นสิ่งปลูกฝังที่ดีที่สุด เพราะทำให้คนเป็นคนดี มีวินัย ทำงานเป็นทีมได้
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตนและครอบครัวที่ตั้งมูลนิธินี้ก็เพราะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จมาเปิดสถานีไทยคม และสมเด็จพระเทพพระรัตราชสุดาฯ เสด็จทอดพระเนตรการปล่อยดาวเทียมไทยคม1 ที่เฟรนซ์เกียนาฯ และมูลนิธิก็ได้ทำงานการกุศลครั้งแรกคือการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมเพื่อเยาวชนและพยายามทำทุกอย่างด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และจะทำทุกอย่างถวายเจ้านายทุกพระองค์ และมูลนิธินี้จะช่วยงานสาธารณกุศลให้สังคมไทยในทุกด้านต่อไป
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ตอนที่ตนอยู่อังกฤษได้ไปอิมพีเรียลคอลเลจและพบศาตราจารย์คนหนึ่งที่เก่งด้านสื่อสารโทรคมนาคม ที่ทำไมโครชิพไปฝังหลังหูเพื่อให้คนหูหนวกได้ยิน และยังช่วยคนตาบอดมองเห็นได้โดยทำเรตินาเทียม ตนจึงเชิญมาบรรรยายในไทยเพื่อช่วยเหลือคนไทย ฉะนั้นการเดินทางไปต่างประเทศหากไปเฉยๆมันก็ไม่ได้อะไร แต่หากไปเรียนรู้และเห็นอะไรมากมายนั้นมันจะเป็นประโยชน์ เพราะโลกข้างหน้าแข่งขันด้วยปัญญาที่ต้องกล้าคิดกล้าทำกล้าแสดงออกตนขอให้เยาวชนที่ไม่ได้ไปแมนฯซิตี้เอาประสบการณ์ตรงนี้ไปใช้ในการดำรงชีวิต เพราะเรามีประสบการณ์แล้วก็ได้เปรียบคนอื่น เพราะประสบการณ์ทุกอย่าง ไม่ว่าโง่ ฉลาด ดี เลว มันให้ประโยชน์กับตัวเราในการพัฒนาตัวเอง เพราะปัญญาต้องสู้ด้วยปัญญา
จาก hi-thaksin
‘ทักษิณ'ถึงไทยแล้วท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น
วันนี้ (30 มีนาคม) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 15.55 น. ที่ผ่านมา โดยมีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พร้อมบุตรชาย และบุตรสาว เดินทางมารอรับ พร้อมด้วยบุคคลใกล้ชิด อาทิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุรชัย เบ้าจรรยาสมาชิกพรรคพลังประชาชน และ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ท่ามกลางสื่อมวลชนทั้งไทย และต่างประเทศ ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ก่อนการเดินทางมาถึงของ พ.ต.ท.ทักษิณ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ ได้กระจายกำลังเข้าประจำจุดจัดการจราจรภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีการปิดการจราจร บริเวณหน้าห้องรับรองพิเศษ เพื่อเตรียมรักษาความปลอดภัย ขณะที่ตำรวจชุดปราบจลาจล จำนวน 100 นาย ที่เตรียมกำลังอยู่ที่อาคารดับเพลิงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทยอยกำลังมายังด้านหน้าห้องรับรองพิเศษ จุดที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินออกจากอาคารเพื่อขึ้นรถยนต์
ขณะเดียวกัน ได้มีกลุ่มแฟนคลับของ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 30 คน เดินทางมารอรับอดีตนายกฯ ที่ด้านหน้าห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรรภูมิ ซึ่งส่วนใหญ่จะสวมเสื้อที่มีข้อความว่า "นายกในดวงใจพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" และมีการเตรียมดอกกุหลาบมามอบให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งกลุ่มแฟนคลับดังกล่าวเป็นกลุ่มที่เคยเดินทางมาส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อตอนที่เดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ โดยภารกิจแรกในการเดินทางกลับประเทศไทย คือการไปแถลงข่าวกับมูลนิธิไทยคม ที่ฟีนิกซ์ธันเดอร์โดม ในช่วงเย็นวันนี้
จาก hi-thaksin
Sunday, March 30, 2008
"ทักษิณ"ถึงไทยแล้ว! ปิดปากให้สัมภาษณ์สื่อ
ทั้งนี้ ยังมีบุคคลสำคัญมารอต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างคับคั่ง เช่น รัฐมนตรีพรรคพลังประชาชน อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นต้น ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ตรวจมาคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ร้องขอกำลังในการอารักขาแต่อย่างใด ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 917 ได้ถึงท่าอากาศสุวรรณภูมิ ในเวลา 16.00 น. ซึ่งทันทีที่มาถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เข้าไปยังห้องรับรองพิเศษ จากนั้นเวลา 16.30 น. ได้เดินออกมาจากห้องพร้อมกับพบปะทักทายกับกลุ่มผู้สนับสนุนกว่า 20 คน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด.
วันนี้ (30 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ มีคุณหญิงพจมาน ภริยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมกับนายพานทองแท้ น.ส.พิณทองทา และ น.ส.แพทองธาร บุตรชายและบุตรสาว เดินทางถึงอาคารผู้โดยสารรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 917 โดยมีกำหนดถึงท่าอากาศยานสุวรรรภูมิในเวลาประมาณ 15.55 น.
"พีทีวี"ยุติออนแอร์! แจงเหตุทุนหมด
วันนี้ (30 มี.ค.) นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกรรมการบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีทีวี ว่า จะยุติการออกอากาศพีทีวีในเวลา 17.00 น.วันนี้ เนื่องจากเงินลงทุนที่มีอยู่หมดลง แต่ยืนยันว่า พนักงานประมาณ 120 คน จะได้เงินชดเชยตามกฎหมายของกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ บริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ และบริษัท พีทีวี จำกัด ยังคงอยู่ เพียงแต่จะเปลี่ยนไปทำกิจการอย่างอื่นแทน
นายกฯ เตรียมประสานหน่วยงานต่างๆ ให้ร่วมกันสนับสนุนกิจการร้านภูฟ้า
กรุงเทพฯ 30 มี.ค. - นายกรัฐมนตรี เตรียมประสานกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ร่วมกันสนับสนุนกิจการร้านภูฟ้า เพื่อเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ว่า วันที่ 2 เมษายนนี้ เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงงานอย่างหนักและทรงสนพระทัยแสวงหาความรู้ตลอดเวลา รวมถึงได้ทรงดำเนินกิจการร้านภูฟ้า 11 สาขาทั่วประเทศ โดยรับซื้อวัสดุ และสินค้าจากชาวบ้านมาดัดแปลง เพื่อจำหน่ายและนำรายได้ไปช่วยเรื่องการศึกษาของประชาชนในชนบท ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังบอกว่าเคยกราบบังคมทูลถามสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า ทรงเหนื่อยบ้างหรือไม่ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระกระแสรับสั่งตอบว่าชอบทรงงาน ไม่เหนื่อย เพราะทรงทำเพื่อบ้านเมือง และประชาชน ทำให้รู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม จะประสานกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ให้ร่วมกันการสนับสนุนกิจการของร้านภูฟ้า เพื่อบรรเทาพระราชภาระของพระองค์.
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-30 16:19:05
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเสนอยกร่าง รธน. ฉบับ 50 ใหม่ทั้งฉบับ
ในการเสวนาเรื่อง “การเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญกลับให้แก้ กม.ความมั่นคงก่อนรัฐธรรมนูญ ฉบับปฏิปักษ์ประชาธิปไตย” จัดโดยมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน นายสมเกียรติ ตั้งนะโม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน อ่านแถลงการณ์สรุป ว่า มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ขอเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยนำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 มาเป็นต้นแบบ เพราะจากเหตุการณ์ วันที่ 19 กันยายน 2549 ผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่มีประโยชน์ต่อประชาชน นายสมเกียรติ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับอำมาตยาธิปไตย แต่เป็นฉบับอุบาทวาธิปไตย เนื่องจากอำนาจทั้งสามส่วนของประเทศมีการก้าวก่ายทับซ้อนไม่คานดุลกัน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มขยายตัวไปสู่การเผชิญหน้าอีกครั้ง ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จึงมีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แนวโน้มทางการเมืองใน 4-5 ปีข้างหน้า จะมีเรื่องการทะเลาะกันในเรื่องใหญ่ คือ ระบอบการเมืองการปกครอง นโยบายเศรษฐกิจการเมือง ซึ่งความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการแก้ไขเพื่อให้นักการเมืองได้อำนาจคืนมา แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลย นายเกษียร กล่าวว่า สิ่งที่ควรแก้ไขมากกว่ารัฐธรรมนูญยังมีอีกมาก โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการสร้างอำนาจรัฐซ้อนรัฐ ส่วนกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความพยายามที่จะรวบรัดโดยรัฐบาล จะทำเองโดยไม่เอาประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม สิ่งที่น่าวิตกหากยังคงดำเนินการแก้ไขกันไปเช่นนี้ คือ ประชาชนจะได้รับระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบที่ไม่เสรี นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้กับตัวรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดการเมืองแบบปฏิปักษ์หรือคู่ตรงข้ามที่กลับมารวมกันไม่ได้ คือ การปะทะระหว่างผู้สนับสนุนระบอบอำมาตยาธิปไตยใหม่ ที่ไม่วางใจนักการเมือง แต่ให้ความไว้วางใจและไม่มีความระแวงกับคนที่มาจากระบบราชการ กับกลุ่มที่หนุนระบบรัฐบาลภายในอำนาจของพรรคการเมืองและนักการเมืองที่พยายามช่วงชิงอำนาจกันของนักการเมือง นายสมชาย กล่าวว่า สิ่งที่สังคมไทยควรทำ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคิดถึง สิทธิเสรีภาพของประชาชน การทำให้ระบบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองไทยกลับมาและการสร้างหลักนิติธรรม เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงในการแก้ไขมากกว่าความพยายามสร้างอำนาจของนักการเมือง นายไพโรจน์ พลเพชร สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า การเมืองปัจจุบันเป็นการเมืองปะทะกันระหว่างความต่อเนื่องของการต่อต้านระบอบ ”ทักษิณ” และความต่อเนื่องในการฟื้นระบอบ ”ทักษิณ” ซึ่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เป็นตัวสะท้อนการดำรงอยู่ของระบบการเมือง โดยมีพลัง 3 ส่วน คือ พลังของการเมืองจากชนชั้นนำข้าราชการ พลังของชนชั้นนำการเมืองภาคธุรกิจ และอำนาจประชาชน ดังนั้น ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรจะไม่สามารถสร้างเสรีภาพที่แท้จริง หรือการเมืองภาคประชาชนขึ้นเลย การแก้ไขปัญหาของรัฐธรรมนูญ คือต้องมีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ชัดเจนว่าจะทำอะไร นายอรรถจักร สัตยานุรักษ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวว่า ความขัดแย้งที่จะเกิดจากความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จะทำให้เกิดความขัดแย้ง เราต้องคิดถึงการสร้างความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างสังคมกับพลเมือง โดยมุ่งให้เกิดพลเมืองและสังคมไทยที่มีความก้าวหน้าและเสมอภาค ทั้งนี้ การจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจจะต้องอยู่ในมือภาคประชาชนให้มากที่สุด.-สำนักข่าวไทย
กรุงเทพฯ 30 มี.ค.- มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เสนอยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 50 ใหม่ทั้งฉบับ ชี้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ไม่สร้างประโยชน์แท้จริงให้ประชาชน ทำให้อำนาจ 3 ฝ่ายก้าวก่ายและไม่คานดุลอำนาจกัน มีแนวโน้มทำให้เกิดการเผชิญหน้ากัน
อัพเดตเมื่อ 2008-03-30 15:47:54
สมัคร ระบุมีคนพยายามขุดหลุมหวังใช้ รธน. ม.157 เล่นงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ว่า เมื่อเวลา 07.20 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางมาบันทึกเทปรายการ “สนทนาประสาสมัคร” โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ได้มีหญิงสูงวัยทราบชื่อภายหลังว่า นางรัชนี คงสกุล อายุ 54 ปี บุกเข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีที่บุตรชายถูกตำรวจ สภ.ชุมแพ แจ้งข้อหาพยายามฆ่าคนอื่น ทั้งที่เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันธรรมดาเท่านั้น โดยนางรัชนี ได้ก้มลงกราบเท้านายสมัคร ทันทีที่ลงจากรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสร้างความหงุดหงิดให้กับนายสมัคร เป็นอย่างมาก โดยถึงกับกล่าวอย่างหัวเสียก่อนเดินหนีไปว่า “ทำอย่างนี้ก็เป็นเหยื่อของสื่อ ที่จ้องจะถ่ายภาพซิ ผมก็ตายทั้งเป็น” นายสมัคร ได้กล่าวกับสื่อมวลชนภายหลังบันทึกเทปเสร็จสิ้นเพียงสั้น ๆ ถึงกรณีที่ได้พูดในรายการว่า มีบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งกล่าวหาว่า หน้าห้องเรียกรับผลประโยชน์ เพราะเห็นรัฐบาลจะอยู่ไม่นานว่า หากหนังสือพิมพ์ดังกล่าวไม่ส่งหลักฐานมาภายใน 3 วัน ตามที่ได้ให้เวลาไว้ หมายความว่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นโกหก ตนจะไม่บอกว่าหนังสือพิมพ์อะไร เพราะคนเขียนต้องรู้เอง และจะไม่ฟ้องกลับด้วย จากนั้น นายสมัครได้เดินทางมายังท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อขึ้นเครื่องบินสายการบินไทยเดินทางไปยัง จ.อุดรธานี ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ในระหว่างวันที่ 30-31 มี.ค. โดยการเดินทางครั้งนี้ มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมคณะไปด้วยเช่นเคย นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ข่าวการปฏิวัติว่า ได้พูดชัดเจนว่าทหารไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่มีคนไปถามทางทหาร ซึ่งอยากรู้ว่าเมื่อทหารไม่เกี่ยวข้อง แล้วสื่อไปถามทำไม ไม่เข้าเรื่อง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายฝ่ายต้องการให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า มีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่หรอก ถามกันไปเอง ขอถามหน่อยว่าตนเป็นคนจุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (25 มี.ค.) ตนเป็นคนพูดก่อนหรือ ทั้งนี้ ความจริงคือสื่อเป็นคนมาถามก่อนว่าได้รับใบปลิวเรื่องปฏิวัติหรือไม่ ซึ่งก็ได้บอกไปว่าทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ “นายกรัฐมนตรีไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้หรือ มีบางคนพยายามที่จะขุดหลุมผม โดยการนำรัฐธรรมนูญมาตรา 157 มาเล่นงานผม เป็นเรื่องไม่เข้าท่า ผมพูดชัดเจนว่ามีคนซ่องสุมกัน ต้องดำเนินการเรื่องนี้ และผมอยากถามว่า คนที่ออกมาระบุเรื่องมาตรา 157 มีเวลาว่างมากหรืออย่างไร” นายกรัฐมนตรี กล่าว ต่อกรณีจะรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะไม่ขอตอบคำถามในเรื่องนี้ ไม่ออกความเห็น และจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้ว เพราะพูดอะไรก็ไม่ได้ทั้งนั้น สื่อคิดกันแต่เรื่องนี้ เรื่องอย่างอื่นไม่รู้จักช่วยคิด คอยจ้องจับผิดให้รัฐบาลนี้ตกหลุม ต่อไปนี้ใครถามอะไรมา จะบอกว่าไม่รู้ ไม่ชี้ ไม่เห็น อย่างนี้สนุกดี ไม่มีเรื่อง ทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดี ถึงกระแสข่าวการเคลื่อนย้ายกำลังพลในช่วงนี้ว่า เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน อยากชี้แจงให้สังคมทราบว่า กองทัพบกยืนยันว่าไม่มีการสั่งเคลื่อนย้ายกำลังในลักษณะที่ไม่ใช่ภาวะปกติใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบกหรือกองทัพภาค โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 1 ก็ไม่มีการสั่งการให้มีการเคลื่อนย้ายเด็ดขาด ถ้าจะมีการเคลื่อนย้ายเพื่อไปฝึก ซึ่งจะมีเป็นปกติอยู่แล้ว จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ อาจจะผ่านทางโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในลักษณะของตัววิ่ง และโดยปกติแล้วจะมีการแจ้งพื้นที่ที่มีการฝึกให้ทราบ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนและเข้าใจผิด ตนจะเน้นย้ำให้สำนักงานเลขานุการกองทัพบกได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบในระยะนี้ “กระแสข่าวการปฏิวัติเราไม่ต้องตรวจสอบ ผมมั่นใจ และผมได้รับรองท่านนายกฯ ไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ คงไม่ต้องมีการตรวจสอบอะไร เพราะถ้ามีอะไรผมก็รับผิดชอบ เมื่อผมยืนยันไปแล้ว ผมรับผิดชอบอยู่แล้ว และเรื่องนี้เมื่อผมชี้แจงให้นายกฯ ทราบ ท่านก็ไม่ได้สนใจอะไร” ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว เมื่อถามว่า ยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่า ทหารในยุคที่เป็นผู้บัญชาการทหารบกจะไม่มีการปฏิวัติอีกอย่างแน่นอน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันไม่มีเรื่องปฏิวัติแน่นอน และตนไม่ลำบากใจ สบายอยู่แล้ว ตนชี้แจงไป คนที่คิดสิลำบาก ตนไม่ได้คิดอะไร และไม่มีวาระซ่อนเร้นไม่ได้คิดจะสร้างกระแส ไม่ได้คิดจะทำ รวมทั้งไม่ได้คิดจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เพียงแต่อยากทำให้สังคมได้สบายใจมากกว่า. -สำนักข่าวไทย
กทม.30 มี.ค. - นายกรัฐฯ ย้ำอีกครั้ง ทหารไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการพูดถึงเรื่องปฏิวัติ ยืนยันไม่ได้เป็นคนจุดประเด็นเรื่องนี้ แต่เป็นการตั้งคำถามจากสื่อเรื่องใบปลิวข่าวปฏิวัติ ระบุมีคนพยายามขุดหลุมเพื่อใช้มาตรา 157 มาเล่นงาน
อัพเดตเมื่อ 2008-03-30 15:19:44
มท.1 ระบุหลังสงกรานต์ปรับเล็กข้าราชการมหาดไทย
30 มี.ค. - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์นี้ จะไม่มีการปรับย้ายข้าราชการระดับ 10 อื่น ๆ แต่จะปรับหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือว่าเป็นการปรับเล็กใน 2-3 ตำแหน่ง ที่ต้องหมุนเวียนกันไป อย่างไรก็ตาม จะมีการปรับใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งจะมีตำแหน่งว่างกว่า 20 ตำแหน่ง ยืนยันว่ายังไม่มีแรงเสียดทานภายในพรรค เพราะการตัดสินใจเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี และจะตั้งปลัดและรองปลัดกระทรวงให้มาเป็นที่ปรึกษาในการปรับย้ายข้าราชการระดับสูง ทั้งนี้ การปรับย้ายในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่จำเป็นต้องถาม ส.ส.ในพื้นที่ แต่ยินดีที่จะรับฟังข้อมูล และทุกวันอังคารที่มีการประชุมพรรค มีความตั้งใจที่จะเข้าไปชี้แจงข้อสงสัยกับสมาชิกพรรคด้วย. -สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-30 14:55:56








