WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, April 1, 2008

'ชูวิทย์'ไล่'เติ้ง'กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน

วันนี้ (31 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในคดีที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นจำเลยในความผิด ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณีที่นายชูวิทย์ แถลงข่าวที่หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย เกี่ยวกับการตัดสินใจ ร่วมรัฐบาลของนายบรรหาร และวิพากษ์วิจารณ์ ฉายา 'หลงจู๊' ของนายบรรหาร เมื่อวันที่ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค. ที่ผ่านมา

โดยนายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ขึ้นเบิกความด้วยตัวเองเป็นพยานปากแรกว่า การแถลงข่าวของจำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง เนื่องจากจำเลยไม่พอใจ ที่ไม่ได้รับเลือกให้ลงสมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน ในเขตกรุงเทพฯ เป็นลำดับที่ 1 และจำเลยได้ให้ความหมายของคำว่า 'หลงจู๊' ซึ่งเป็นฉายาของนายบรรหาร ไปในทางลบ ซึ่งคำว่า “หลงจู๊” นั้นมีความหมายว่า 'ผู้จัดการ' ส่วนคำว่าพรรคปลาไหล นั้น เป็นฉายาในยุคที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย ซึ่งได้มาจากลักษณะท่าทาง และมีความแตกต่างจากตัวโจทก์ โดยการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน นั้นเป็นมติของคณะกรรมการบริหารพรรค 40 คน ไม่ใช่การตัดสินใจของโจทก์เพียงลำพัง การที่จำเลยแถลงข่าวทีริมถนนนั้นเปรียบเสมือนการประจาน ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่า โจทก์เป็นนักการเมืองไม่ดี สร้างความเสียหายแก่โจทก์

ทนายจำเลยได้ถามค้านว่า โจทก์ เคยให้สัมภาษณ์ กับสื่อมวลชนว่า จะไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน ในการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า โจทก์มักกล่าวว่าจะต้องรอดูผลการเลือกตั้งก่อนว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่เข้าร่วมจัดรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ส่วนพรรคชาติไทย จะรอดูผลการเลือกตั้งก่อน ต่อมาทนายจำเลย ได้ขออนุญาตศาลเปิด ซีดี บันทึกคำให้สัมภาษณ์ของนายบรรหาร เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2550 ในวันรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ระบบสัดส่วน ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น –ดินแดง

โดยนายบรรหาร ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ทำนองว่าจะไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน พร้อมกับมีพยานเอกสารเป็นเทปถอดคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวของนายบรรหาร ไว้ให้ศาลพิจารณาด้วย ซึ่งนายนิกร ยอมรับว่าเอกสารถอดเทปดังกล่าวตรงกับซีดี ส่วนการบรรยายพิเศษ ของโจทก์ ในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 21 มี.ค.51 ที่ช่วงหนึ่ง นายบรรหาร กล่าวว่า เป็นผู้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ซึ่งปรากฏอยู่ใน นสพ. ข่าวสด ฉบับวันที่ 22 มี.ค.51 นายนิกร กล่าวว่า นสพ.อาจจะพิมพ์ผิดพลาด เพราะการตัดสินใจขึ้นอยู่กับมติ ของคณะกรรมการบริหารพรรค หลังนายนิกร เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลได้นัดไต่สวนพยานปากต่อไป ในวันที่ 16 พ.ค.นี้

จากนั้น นายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า นายนิกร ไม่ควรมาเสียเวลาในคดีนี้ ควรเอาเวลาไปเตรียมตัวขึ้นศาล รัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคชาติไทยจะดีกว่า นอกจากนี้ยังอยากฝากถึงนายบรรหารว่า อย่าโกรธตนเลย เพราะเรื่องที่ตนพูดเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

'ผมยืนยันว่ายังเคารพท่านบรรหารเหมือนเดิม แต่หากท่านบรรหารเป็นคนใจกว้างจริง วันนี้ท่านน่าจะเตรียมตัวหาอาชีพใหม่ หรือกลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านดีกว่า' นายชูวิทย์ กล่าว และตอบคำถามผู้สื่อข่าวถามที่ว่าพรรคชาติไทยจะถูกพิพากษาให้ยุบพรรคหรือไม่ นายชูวิทย์กล่าวว่า คดีนี้ ถ้าเป็นการเล่นไฮโล ก็เหมือนเปิดถ้วยแทง และตนยึดถือสุภาษิตที่ว่า คนล้มอย่าข้าม แต่คนล้มต้องกระทืบซ้ำ แต่ในฐานะอดีตสมาชิกพรรคยอมรับว่าก็รู้สึกสงสารพรรคชาติไทยอยู่เหมือน

'เสนาะ'ชี้แก้รธน.เร็วไป แนะรัฐแก้ปัญหาเศรษฐกิจก่อน

วันนี้ (31 มี.ค.) ที่บ้านพักเมืองทองธานีของ นายเสนาะ เทียนทอง หน.พรรคประชาราช ตั้งแต่ช่วงเช้าของการเปิดบ้านให้ผู้ใกล้ชิดเข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 74 ปี ล่วงหน้า 1 วัน ก่อนวันที่ 1 เม.ย.

นายเสนาะ กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ว่า เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งคณะนี้แกนนำระดับหัวหน้า ของพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 6 พรรค ยังไม่มีการหารือกัน ตนเห็นว่า ควรมีเจ้าภาพในการพูดคุยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ พรรคประชาราชไม่ได้นิ่งเฉย เพียงแต่การแก้ไข รธน.เป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ เพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 2-3 เดือน ควรแก้ปัญหาใหญ่เรื่องเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาราคาน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวัน

ส่วนเรื่องการปฏิวัติ นายเสนาะ กล่าวว่า คงไม่มีใครคิดจะทำ เพราะบ้านเมืองผ่านความบอบช้ำมามาก ไม่อยากให้มองการเมืองเป็นของเล่น

ส่วนการเดินทางกลับของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตนคิดว่า ไม่น่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันวางมือทางการเมือง ดังนั้น เราทุกคนควรรู้จักการให้อภัย และเชื่อว่าเรื่อง ทุกอย่าง จะไปสิ้นสุดลงที่ศาล



ศาลยุติไกล่เกลี่ย‘ทักษิณ' ฟ้องหมิ่น‘สนธิ'นัดสืบพยาน 11 มิ.ย.

วันนี้ ( 31 มี.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายสรรพวิทย์ คงคาน้อย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ,นางสโรชา พรอุดมศักดิ์ และบริษัทแมเนเจอร์ มีเดียร์ กรุ๊ป จำกัด( มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กรณี ร่วมกันจัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน"ทางสถานี โทรทัศน์ ASTV และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ โดยอ้างคำบอกเล่าของนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่า สาเหตุที่ ต้องออกจากรัฐบาลโจทก์เนื่องจากทนไม่ได้ที่ในช่วง 8 ชั่วโมงแรกหลังมีการยึดอำนาจรัฐประหาร โจทก์ได้พูดจาจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงด้วยคำพูดที่เลวทรามต่ำช้า เหตุเกิด เมื่อวันที่ 24 ส.ค.50
อย่างไรก็ดีในวันนี้คู่ความทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจึงให้ยุติการไกล่เกลี่ยและนำคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา โดยให้นัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานและกำหนดวันสืบนัดพยานในวันที่ 11มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.

จาก hi-thaksin

‘สมพงษ์'ยันตรวจสอบที่ดิน‘สุเทพ'ไม่ใช่เรื่องการเมือง

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว. ยุติธรรม กล่าวว่า ดีเอสไอ เข้าไปตรวจสอบที่ดินบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฏร์ธานี กว่า 2,000 ไร่ ตั้งแต่ปี 2549 แต่สอบได้เพียง 700 ไร่ ที่เหลือยังต้องดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง โดยจะต้องพิสูจน์ข้อกฎหมายว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ ไม่ใช่ว่าพอพรรคหนึ่งพรรคใดมาเป็นรัฐบาลก็หยิบมาตรวจสอบ เรื่องนี้ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งก็ต้องทำ

ขณะเดียวกัน นายสมพงษ์กล่าวถึงการเสนอแต่งตั้งพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นอธิบดีดีเอสไอ ว่า นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ทำรายชื่อเสนอให้บรรจุเป็นวาระการประชุม ครม. ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตนยังไม่แน่ใจว่าจะบรรจุเป็นวาระการประชุมในวันที่ 1 เม.ย.หรือไม่ ส่วนจะมีการเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะมาเป็นอธิบดีดีเอสไอหรือไม่นั้น ตนยังไม่ตอบ

รายงานข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมเตรียมเสนอชื่อพ.ต.อ.ทวีให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยจะบรรจุเป็นวาระการประชุมครม.ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวลือว่า มีรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลพยายามเสนอชื่อนายตำรวจหลายคนมาเป็นอธิบดีดีเอสไอ แต่นายสมพงษ์ยังคงยืนยันที่จะเสนอชื่อพ.ต.อ.ทวี

จาก hi-thaksin

Monday, March 31, 2008

6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงลงนามร่วมพัฒนาอนุภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ

ลาว 31 มี.ค. - ที่ประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง ลงนามในแถลงการณ์ร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานในอนาคต ต่อยอดการพัฒนาเส้นทางคมนาคมให้เป็นพื้นฐานเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน

“อณัญญา ตั้งใจตรง” ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ที่ติดตามภารกิจของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 30-31 มี.ค. 2551 รายงานว่า เวลา 09.10 น. วันนี้ (31 มี.ค.) นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ที่โรงแรมดอนจัน พาเลซ

ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม ผู้นำ 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ได้หยิบยกประเด็นต่าง ๆ ขึ้นหารือ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน และย้ำว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหัวข้อที่ควรหารือ คือ การเตรียมพร้อมให้เยาวชนสามารถปรับตัวกับยุคโลกาภิวัตน์ได้ เพื่อให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ประชาชนในอนุภูมิภาค โดยเฉพาะด้านสุขภาพ รายได้ อาหาร และควรเพิ่มทักษะแรงงาน เพื่อทำให้เกิดการจ้างงานในอนุภูมิภาคร่วมกัน

“การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควรเน้นด้านแรงงาน สาธารณสุข และการศึกษา ซึ่งสมาชิก GMS จำเป็นต้องยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาในอนาคต พร้อมกับการเพิ่มบทบาทการดูแลการข้ามพรมแดนของแรงงาน ที่สำคัญคือเร่งพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนในชนบท ให้เข้มแข็งและอยู่ได้ด้วยตนเอง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และได้ร่วมมือจัดตั้งสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง จึงเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก GMS ร่วมมือกันสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบัน โดยรัฐบาลไทยพร้อมให้ความร่วมมือทางวิชาการแก่ประเทศสมาชิก ในลักษณะทวิภาคีและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชักชวนให้ประเทศสมาชิก GMS สนับสนุนแนวความคิดหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของประเทศ GMS ด้วย จากนั้น ผู้นำ GMS ได้ร่วมในพิธีฉลองความสำเร็จโครงการภายใต้กรอบ GMS ประกอบด้วยพิธีฉลองการเปิดเส้นทาง R 3 ตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ จากไทย-ลาว-จีน พิธีฉลองความสำเร็จของการเชื่อมโยงโครงข่ายเทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสาร และพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ เรื่อง Roadmap for Implementing the GMS cross border power trading ที่สำคัญวันนี้ผู้นำ GMS ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ 6 ประเทศ

ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมมีสาระสำคัญ คือ รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินแผนงาน GMS กำหนดทิศทางการดำเนินงานในอนาคต ที่จะเร่งรัดเชื่อมโยงโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของกลุ่ม ต่อยอดการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ให้เป็นแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวระหว่างกัน เร่งอำนวยความสะดวกกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน โดยผลักดันการดำเนินงานตามความตกลงขนส่งข้ามพรมแดน

กรอบกลยุทธ์การดำเนินงานอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน ซึ่งจะเป็นการทำงานเชิงรุก แก้ปัญหาข้ามพรมแดน เช่น โรคติดต่อ การข้ามแดนผิดกฎหมายของแรงงาน นอกจากนี้ จะสร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชน เปิดโอกาสให้ท้องถิ่น ประชาชน และเยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และลดความยากจนให้เกิดประสิทธิผล

นอกจากนี้ เห็นชอบผลการศึกษาทบทวนกลางรอบ และแผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ระยะ 4 ปี ระหว่างปี 2551-2555 ขอความร่วมมือ 9 สาขา ได้แก่ คมนาคม พลังงาน ที่จะมีการซื้อขายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โทรคมนาคม เกษตร สิ่งแลดล้อม ที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน และร่วมมือใกล้ชิดอนุรักษ์ป่าไม้ ท่องเที่ยว ทรัพยากรมนุษย์ การอำนวยความสะดวกทางการค้าและลงทุน

“ความร่วมมือกันครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ระหว่างประเทศสมาชิกและประชาชน เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกัน เพื่อการพัฒนาในอนุภูมิภาคอย่างมีศักยภาพและประสิทธิภาพ” แถลงการณ์ร่วมระบุ

หลังจากนั้น นายบัวสอน บุบผาวัน นายกรัฐมนตรีลาว เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้นำประเทศสมาชิก. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-31 14:23:25

จักรภพ ยืนยัน พีทีวี ไม่มาช่อง 11

ทำเนียบฯ31มี.ค.-รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ การปิดตัวของพีทีวี เป็นเหตุผลทางธุรกิจ และยืนยันว่า“วีระ มุสิกพงศ์”และพีทีวี ไม่มาช่อง 11 การปรับปรุงช่อง 11 จะเป็นไปตามกำหนดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สื่อของรัฐจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวบริษัทเอกชนที่มีการเปลี่ยนแปลง

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งข้อสังเกตการปิดตัวของสถานีโทรทัศน์ พีทีวี นำไปเชื่อมโยงกับการปรับปรุงสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ว่า การเปลี่ยนแปลงสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ (1 เม.ย.) คงไม่สามารถนำไปเชื่อมโยงกับการปิดตัวของสถานีโทรทัศน์ พีทีวี ได้ ในอดีตตนเคยมีส่วนร่วมกับ พีทีวี มาก่อน แต่ตอนนี้แยกกันอย่างเด็ดขาดแล้ว จึงยืนยันได้ว่า ส่วนใดที่เป็นการทำงานของพีทีวี ที่ผ่านมา จะไม่มาอยู่กับสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที อย่างแน่นอน การที่หลายคนนำมาผูกโยงกัน อาจเป็นเพราะช่วงเวลาสัมพันธ์กันพอดี แต่ความจริงพีทีวีปิดตัวด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ดังนั้น สื่อของรัฐคงไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับภาคเอกชน ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง

ส่วนกระแสข่าวที่นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้บริหาร พีทีวี จะมาร่วมงานกับช่อง 11 นั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที จะเป็นไปตามกำหนดการเดิมทุกอย่างไม่เปลี่ยนแปลง และรัฐบาลไม่ได้กำหนดตัวบุคคลจากฝ่ายการเมืองให้เข้าไปทำงาน แต่ต้องการปรับการทำงานให้ตรงใจกับประชาชนมากที่สุด

ต่อข้อถามว่าการเปิดรับสมัครบุคลากรของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ไม่ได้เปิดรับอย่างเป็นทางการ ถือว่าโปร่งใสหรือไม่ นายจักรภพ กล่าวว่า ยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส ทำตามขั้นตอน และกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้ดำเนินการ หากเกิดความไม่โปร่งใส คนของกรมประชาสัมพันธ์จะต้องออกมาทักท้วง แต่ขณะนี้ถือว่าทุกอย่างราบรื่น ต่อข้อถามว่ารู้สึกหนักใจหรือไม่ ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งคณะทำงาน 6 คณะขึ้นมาตรวจสอบรัฐบาล และมีเรื่องสื่อด้วย นายจักรภพ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อการทำงาน เพราะการออกมาโจมตีมากไป ประชาชนจะเบื่อ.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-31 13:30:08

พงศ์เทพ ยืนยัน พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเร็วไม่เกี่ยวการเมือง


กรุงเทพฯ 31 มี.ค. - “พงศ์เทพ เทพกาญจนา” ยืนยัน “พ.ต.ท.ทักษิณ” อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับไทยเร็วกว่ากำหนด เพราะเสร็จภารกิจ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภารกิจหลังการเดินทางกลับมาประเทศไทย วานนี้ ว่า วันนี้ไม่แน่ใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้าร่วมประชุมมูลนิธิไทยคมหรือไม่ แต่ในช่วงเดือน เม.ย.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคอยให้การดูแลต้อนรับนักลงทุนที่เชิญชวนมาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงนักวิจัย นักประดิษฐ์ ที่จะมาฝังไมโครชิปให้ผู้พิการทางหู และวันที่ 11 เม.ย. เดินทางไปทำบุญบรรพบุรุษ ส่วนวันที่ 15-16 เม.ย. เดินทางไปเมืองดูไบ ซึ่งมีกำหนดการกล่าวนำในงานด้วย

ต่อข้อถามว่า มีกระแสข่าวระบุว่าจะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น ซึ่งตรงกับที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมา นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การกลับมาเร็ว เพราะเสร็จภารกิจ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแล้ว ซึ่งนักธุรกิจที่เชิญมาบังเอิญมาช่วงนี้พอดี

เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และ 309 ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจจะเอื้อประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ในมาตรา 237 จะทำให้การยุบพรรคทำได้ง่าย และพรรคการเมืองมีความอ่อนแอ เพราะมีเหตุให้ถูกยุบง่าย คนที่เสียหายคือประชาชน ส่วนมาตรา 309 เป็นการรับรองว่า คำสั่งและประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ใครโต้แย้งไม่ได้ ซึ่งอาจจะละเมิดสิทธิมนุษยชนได้. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-03-31 07:59:10



สั่งตาย!!!

อ่านนิยายสืบสวนสอบสวนจบกี่เล่ม...มันไม่ตื่นเต้นกับข่าวผู้ใหญ่หลอกเด็กทิ่มตูด ตัดไข่ลูกอัณฑะอวัยวะสืบพันธุ์ของเพศชายที่สุด ฮอตฮิตยุคแปลงเพศรักเสรีหรือเปล่าคะ...ปัญหาร้อนตัวหรือโดนน้ำร้อนลวกมือ...โดนใครต้มตุ่นสุกดิบว่าไปตามเรื่องตามราว

ประสบการณ์จับผิดมาตรวจสอบว่า...ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือใคร...มือที่มองไม่เห็น...เท้าที่มองไม่เห็น...คนเชยที่ไม่รู้... จิงโจ้หรือจิ้งจก ปูดจนตามได้เรื่อง...ไม่คิดระบุใคร ประชาชนบอกได้เอง...ไม่ต้องจับเซียมซี่เสี่ยงทายโชคชะตา ใครไม่ถูกใจก็บอกว่าโกหกขาดความน่าเชื่อถือ ขัดโชคขัดลาภเข้าอีก ยุ่งตามเคย...แต่ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ต้องเชื่อสนิทใจ...ฟ้ามันค่อยๆเปิดโฉมหน้าว่า มันใช่ตายด้วยมือคนอื่น แต่มันตายด้วยตัวของมันเอง...ลงเสาเอกกี่ต้นอำนาจมันไม่จีรัง...สั่งตายใครต่อใคร...จุดจบบั้นปลาย...จบไม่สวยสักราย หงอกไม่หงอกไม่รุ้ ที่เหลือคำสดุดี...ดีๆๆชั่วๆๆ ในความทรงจำเท่านั้นแหละ

ใครที่มีโอกาสดูภาพยนตร์ วันลอบสังหารประธานาธิบดีเดอโกลล์ แห่งประเทศฝรั่งเศส เข้ามาฉายเมืองไทย เมื่อหลายสิบปีก่อน เค้าโครงเรื่องชวนลุ้นสนุกถึงวิธีคิดของกลุ่มคนวางแผนลอบสังหาร ซักซ้อมจริงเก็บรายละเอียด วิธีขนอาวุธต้องไม่มีพิรุธข้อสงสัยใด จากสายตาคู่ใดสถานที่ที่ใช้ปฎิบัติการ สถานที่นัดหมายกี่โมงกี่ยามแม่นยำ พลาดคือแผนรั่ว โดนยิงทิ้งสถานเดียวจากหน่วยรักษาความปลอดภัยแก่ประธานาธิบดี

เก็บมาคิดมันโลกกลมหรือว่าโลกเบี้ยว ชะตาใครลิขิตชีวิตข้า...มันช่างหวนนึกเหตุการณ์ลอบสังหารประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกฯ 8 ปี 5 เดือน มีความพยายาม จัดทีมงานไล่ล่าแผนลอบสังหารเบ็ดเสร็จที่ตกเป็นข่าวไม่ต่ำกว่า 18-19 ครั้ง... รอดตายหวุดหวิดเกือบทุกครั้ง อาวุธสงครามครบมือ ทั้งจรวดอาร์พีจี อาวุธเอ็ม 79 ประดับบ่ายิง หวังผลสุด ช่างน่าคิด...ชวนสงสัยสาเหตุว่ามันมาจากอาการคับแค้นอื่นใด...ถึงจองล้างจองผลาญ... ชนิดไม่เผาผีมอบไม้จันทร์ในพิธีงานศพเป็นแน่

เหตุการณ์ครั้งนั้นมันตามหลอกตามหลอนเกิดขึ้นกับอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร วางแผนคาร์บอมบ์ต่อเนื่อง 6 ครั้ง นำสืบจับได้ยกแก๊งคนมีสียศ พล.ต.พ.อ.พ.ท.จ.ส.ต.โดยตัวบงการยศ พล.อ.พ นี่คือขบวนล่าทมิฬ ที่เกิดกับสองอดีตนายกฯไทย ต่างกลุ่มไม่แตกพวก

ติดตามมานายทหารบางท่านถูกยาสั่งตาย บางท่านคลุกคลีข้องแวะท่องแวดวงยุทธจักร นับล้มหายตายจากก็มากยังมีชีวิตแลเห็นอยู่ทุกวันนี้ก็พอเห็น และอีกบางคนถูกกระสังคมกลืนหายไป

พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก นายทหารที่อยู่ในเป้าสังหารหลัง อัสดงเกษียณจากกองทัพ ก้าวลงสู่สนามการเมืองในตำแหน่งหัวหน้าพรรคปวงชาชาวไทย มีกองกำลังหนุนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นั่งคุมหัวโต๊ะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ก็ไปไม่ตลอดรอดฝั่งจอดไม่แจว แหล่งเงินทุนหมดหน้าตัก ชักชวนเลิกเอาดื้อ

ครั้งหนึ่งสื่อมวลชนซักถาม พล.อ.อาทิตย์ ถึงที่มาของเหตุการณ์ในคดีวันลอบสังหารเกิดขึ้นจากความขัดแย้ง ระหว่างลูกป๋าหรือป๋าเปรมสร้างความไม่พอใจให้ใครไว้บ้าง...ท่านตอบแบบไม่เต็มใจว่าอย่าไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาเลย...เดี๋ยวก็มีเรื่องใหญ่เรื่องโตขึ้นมาอีกไม่ดีมันจบไปแล้ว....ให้อภัยทานแล้วๆต่อกัน

หนึ่งในนั้นที่ไม่ยินดียินร้ายไยดีไม่สยบยอมต่อ พล.อ.เปรม ทุกกรณีคือ พ.อ.(พิเศษ) ประจักษ์ สว่างจิตร นายทหาร จปร.รุ่น 7 กลุ่มยังเติรก์หนุ่ม...... นักรบเหรียญรามาธิบดี เจ้าของฉายาวีรบุรุษตาพระยา นายทหารอาชีพ รบถึงลูกถึงคนบ้าบิ่นดีเดือด ไม่กลัวเกรงใคร เคยร่วมปฎิวัติเมษาฮาวาย ( 1-3 เมษายน 2526 ) ถูกต่อต้านจับตัวเป็นเชลยศึก ภายหลังปฎิวัติไม่สำเร็จตกเป็นจำเลยกบฎแผ่นดิน

ท่านกล้าหาญดั่งชายชาติทหาร ไม่ทิ้งลายเสือทหารอาชีพจบชีวิตด้วยน้ำมือตัวเอง ปลิดชีพเอาปืนจ่อหัวยิงตัวตาย เพียงรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็ง ท่านไม่ใช่ตายด้วยน้ำมือคนอื่น...สั่งตาย...คือคนจริง..ไม่ยอมหักหลังเพื่อนเพื่อหนีเอาตัวรอด หาที่เกราะกำบังใดๆๆๆ ฉะนั้นบุคคลที่มีบารมี มีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี...พร้อมถูกตรวจสอบทั้งหน้าบ้านหลังบ้านตลอดเวลารับราชการจนเกษียณ...ดั่งที่ใครฉายรังสีอำมหิตส่งสัญญณานนักฆ่าเพื่อนนักรบอยู่ร่ำไป

มันช่างสอดประสานช่างบังเอิญฉิ่งฉับ การออกงานของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ลัดคิวกลุ่มพันธมิตร จัดชุมนุมเสวนาหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนเพียง 1-2 วัน...มีคำถามตามมาคือวันอื่นๆไม่ว่างที่จะขอเลื่อนจัดไปก่อนได้ไหม.... เปรียบเสมือนสร้างกระแสกดดันเพิ่มความจงเกลียดจงชังลุกลามต่อไปอีก...เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองรอบใหม่

ลักษณะเดินงานการข่าวให้ข่าวคล้องจองดูจังหวะท่วงท่าลีลาดีๆๆนิ่งๆๆเงียบราบเรียบร้อยดี เมื่อยังมี่ความความขัดแย้งมาแซม กุญแจแต่ละดอกที่ส่งมอบ คำตอบจึงเป็นเช่นนี้ กล่าวคือ

1. กุญแจดอกแรกต่อเรื่องราวชวนสงสัยชนวนเหตุตั้งวงปฎิวัติ ทิ้งบอมบ์โดยพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร สื่อยิงคําถามเตรียมการปฎิวัติมา 8 เดือนเต็มๆๆ แล้ว

2. กุญแจดอกที่สอง อยู่มาวันดีคืนดี พล.อ.สนธิ หลุดปากตลบหลังฝุ่นตลบมีคนวางแผนปฎิวัติมีแค่ลูกน้องยศพ.อ.สองคนคิดเท่านั้นไม่มีใครเป็นวีรบุรุษ

3. กุญแจดอกที่สาม คณะปฎิวัติยกทีม คมช. หน้าเดิมกันทั้งนั้น ร่วมวางแผน บ้านพักเกษะโกมล บ้านพักรับรอง พล.อ.สนธิ ผบ.ทบ.ในฐานะปธ.คมช. ช่วงของรัฐบาล อดีตนายกฯทักษิณ ตลอดมา...แถมทุกสัปดาห์ต้องเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ต่อ เพื่อรายงานเหตุการณ์สถานการณ์บ้านเมืองให้รับทราบ... จิ๊กซอร์ตัวนี้ชัดที่สุด อำนาจซ้อนอำนาจ...เจตนานี้ตีความดิ้นไม่หลุดตรงที่ พล.อ.เปรม กล่าวกับสื่อว่า พวกคุณคิดกันไปเอง ผมไม่เคยทำ...ผมไม่ได้เกี่ยวข้องเรื่องการเมืองและเรื่องใดๆ ' ใครอยู่เบื้องหลังปฎิวัติแจ่มแจ้งเจอไข่แดงมาก่อนไข่ขาวฉะนั้นเป็นอันว่า...ละไว้เป็นฐานที่เข้าใจว่า...ไม่เคยทำ ไม่เกี่ยวข้อง พวกคุณคิดกันไปเอง...ฟังไม่ขึ้น

เอาล่ะมันช่างบังเอิญอะไรเหลือที่เวทีพันธมิตร ตลาดนัดตรวจสอบรัฐบาลรวมถึงลงทุนแถลงการณ์ด่าทอ อดีตนายกฯทักษิณ กับทุนนิยมสามานย์ครองเมือง...บังเอิญก็ใช่อีก ก่อศึกแนวร่วมทั้งสองขั้ว พฤติกรรมมันฟ้องอยู่ทนโท่ตามที่เห็นและเป็นอยู่จริง

อยากตะโกนถามดังๆๆว่าเวรกรรม อะไรที่คนๆ เดียวประเทศฆ่าคนอย่างเลือดเย็น...ย่อยยับถึงเพียงนี้...นักฆ่าลุ่มน้ำเจ้าพระยา...คือใครอีก....คิดอะไรไม่ออก...นึกถึงคุณชวนซิครับ... อย่าปล่อยทิ้งทวนความเชยอยู่คนเดียวดีกว่า...อกแตกตายพอดี...นักฆ่าลุ่มน้ำสายเดียวกัน...มองตารู้ใจ ไม่มีอะไรที่มองไม่เห็นทั้งมือทั้งเท้า...หากไม่มองข้ามหัวใครและเหยียบหัวแม่เท้าใครก่อนครับ

คืนรัง

จาก hi-thaksin

‘จักรภพ' เผยความคืบหน้าแก้รธน.ชัดเจนพรุ่งนี้

นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคพลังประชาชนมีความเห็นร่วมกันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นภาพกว้าง ที่มากกว่าเรื่องการยุบพรรค และเรื่องสิทธิของ ส.ส. โดยจะสรุปความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุมพรรควันที่ 1 เม.ย.นี้ และคงจะได้ความชัดเจนว่า เราคิดอย่างไรกับเรื่องนี้

ทั้งนี้ในบางมาตราก็ได้มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองที่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา จะมานั่งเสแสร้งคงไม่ได้ ต้องคิดว่ารัฐธรรมนูญมันมาจากระบอบไหน อย่าลืมกันง่ายนัก คำว่ารัฐธรรมนูญศักดิ์สิทธิ แต่เนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน นายจักรภพแสดงความเห็นด้วยกับแนวคิดของนักวิชาการที่เสนอให้ยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากกลุ่มผู้เสนอเป็นนักวิชาการที่มีความเป็นกลาง รู้กฎหมายขั้นพื้นฐานและปัญหาที่เกิดจากการใช้รัฐธรรมนูญ ส่วนที่เสนอให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ หากหลายฝ่ายเห็นตรงกันก็สามารถดำเนินการได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้มีข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญหลายมาตรา จึงต้องแก้ไขในส่วนที่ยังเป็นอุปสรรคก่อน ซึ่งในส่วนของพรรคพลังประชาชนจะประชุมเพื่อหาข้อสรุปก่อนเสนอรัฐบาลต่อไป และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะมีการหารือเช่นเดียวกัน

จาก hi-thaksin

'สมัคร'หนุนใช้'ภาษาอังกฤษ'ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ครั้งที่ 3 ซึ่งจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลา 09.00 น. วันนี้ ที่โรงแรมดอนจันทน์พาเลซ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีประเทศสมาชิก 6 ประเทศเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กัมพูชา ลาว จีน พม่า ไทย และเวียดนาม รวมทั้งธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย หรือ ADB เข้าร่วมการประชุมด้วย วัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และลดความยากจน ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอนุภูมิภาค

นายสมัคร กล่าวอีกว่า ในการประชุมครั้งนี้ จะนำเสนอเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ต่อ 6 ประเทศสมาชิก โดยเฉพาะการเสนอให้ส่งเสริมการศึกษาให้เยาวชน GMS ที่สำคัญยังเห็นว่าควรส่งเสริมให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางใน การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน และใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอนให้เยาวชน GMS ด้วย สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี หลังพิธีปิดการประชุมแล้ว นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคาราวะประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไปไทย-ลาว ครั้งที่ 16 ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย