WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, April 5, 2008

ฉะ แฉ ฉาว 2

เมื่อปี​ 2549 "ฉะ​ ​แฉ​ ​ฉาว​ ​นักการเมืองไทย" ​ของ​'​ทีมข่าวการเมืองมติชน​' ​กลาย​เป็น​หนังสือขายดีของสำ​นักพิมพ์มติชน​ 2 ​ปีผ่านไป​ "ฉะ​ ​แฉ​ ​ฉาว" ​กลับมาอีกครั้ง​ ​ใน​ชื่อ​ "ฉะ​แฉ​ ​ฉาว​ 2 ​เล่ห์​..​ลมปากการเมืองไทย"

กลับมาครั้งนี้​เป็น​ "บันทึกคำ​ให้​การ" ​ของทุกคน​ ​ซึ่ง​เกี่ยวข้อง​กับ​การปฏิวัติ​ 19 ​กัน​ยายน​ 2549 ​แบบละ​เอียด​ ​ทุกซอก​ ​ทุกมุม
ตั้งแต่​ "จุดกำ​เนิด" ​ที่ส่อ​ให้​เห็นเค้าลางก่อนการปฏิวัติ​

นับ​จาก​ น​.​พ​.​พรหมินทร์​ ​เลิศสุริย์​เดช ​เลขาธิการนายกรัฐมนตรี​ใน​รัฐบาล​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​รัฐบาลก่อนการรัฐประหาร​ ​ซึ่ง​กล่าว​ถึง​สถานการณ์ทางการเมือง​ ​ไขปริศนาข้อกล่าวหาที่​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ถูกโจมตีว่า​ "​ไม่​จงรักภักดี​" ​รวม​ทั้ง​การสื่อ​ถึง​ "​ผู้​มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ" ​ว่า​เป็น​ใคร​..?
"..​วันนี้มัน​เป็น​นิทานวันละ​เรื่อง​ ​โกหกวันละคำ​ ​พอเรา​อยู่​เฉยๆ​ ​ก็​จะ​มีนิทานออกมา​เรื่อยๆ​ ​ล้วน​แล้ว​แต่พยายามโยงไปสู่สถาบัน​ ​เป็น​เรื่องที่​ไม่​ใช่​ข้อจริง​ ​ไม่​ใช่​ความ​เห็น​ ​แต่​เป็น​ข้อ​ไม่​จริง​แล้ว"


"ครั้งหนึ่งผมเคยเรียน​ผู้​ใหญ่​ซึ่ง​เป็น​ปัญญาชนท่านหนึ่งว่า​ ​อาจารย์​ ​ถ้า​โต้​แย้ง​กัน​เรื่อง​ความ​คิด​ไม่​เป็น​ไรนะ​ ​แต่​ถ้า​โต้​แย้ง​ใน​เรื่องข้อเท็จจริง​แล้ว​พิสูจน์​ได้​ ​ผู้​ใหญ่​จะ​เสียคนนะ​ถ้า​พูดผิด​ ​วันนี้ทำ​ไมเครดิตคนกล่าวหาลดลงเรื่อยๆ​ ​เพราะ​คุณ​ใช้​เครดิตเก่า​ ​นำ​บารมี​เดิมที่​เคยสั่งสมมา​ใช้​ ​แต่​เมื่อพิสูจน์​ด้วย​ข้อเท็จจริงทีละข้อๆ​ ​สิ่งที่พูดก็​จะ​ดาวน์​(ต่ำ​)​ลงไป​ .."


​ขณะที่นายทหารลูก​ "ป๋า​เปรม" ​อย่าง​ ​พล​.​อ​.​พงศ์​เทพ​ ​เทศประทีป ​เลขาธิการนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล​ พล​.​อ​.​สุรยุทธ์​ ​จุลานนท์ ​รัฐบาลหลังรัฐประหาร​ ​ก็มีมุมมองที่​แตกต่าง
"..​ความ​จริง​แล้ว​ผู้​ใหญ่​ก็มาพบท่าน(พล​.​อ​.​เปรม​ ​ติณสูลานนท์​ ​รัฐบุรุษ​และ​ประธานองคมนตรี) ​มาคุย​ ​บางคนก็คุยดีต่อหน้า​ ​แล้ว​พอลับหลังก็​ไปนินทา​ ​ไปอะ​ไร​เป็น​สิ่ง​ไม่​ดี​ ​เหมือน​กับ​คำ​พังเพยที่ว่า​ ​หน้า​ไหว้หลังหลอก​ ​ซึ่ง​เขา​ไม่​ทำ​กัน​ ​เรา​ต้อง​เคารพคน​ทั้ง​ต่อหน้า​และ​ลับหลัง​ ​เหมือน​เช้า​เรา​ไหว้พระ​ ​ตักบาตร​อยู่​ดีๆ​ ​แต่ออก​จาก​วัดไปทำ​อีกอย่างหนึ่ง​ ​ทำ​ได้​อย่างไร​ ​ไม่​ใช่​วิสัย​ ​ใจ​เขา​ทำ​อย่างนี้​ได้​อย่างไร​.."

กระทั่ง​ "มูลเหตุ​" ​ที่​ต้อง​ทำ​การปฏิวัติ ​ที่ออก​จาก​ปากของ​ พล​.​อ​.​สนธิ​ ​บุญยรัตกลิน ​อดีตประธาน​ ​คมช​. ​บอกกล่าว​ถึง​ความ​จำ​เป็น​ใน​การทำ​ปฏิวัติ​ ​พร้อมเปิดเผย​ถึง​เรื่องที่​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณเคยถาม​เขา​แบบต่อหน้าบนโต๊ะอาหารว่า​ "กองทัพ​จะ​ปฏิวัติผมจริง​หรือ"​
แม้ดู​เหมือน​จะ​เป็น​คำ​พูดหยอกล้อเล่นๆ​บนโต๊ะอาหาร​ ​แต่​ ​พล​.​อ​.​สนธิ​ ​ก็​เชื่อว่า​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณหวาดระ​แวง​ ​"​ผู้​ใต้​บังคับบัญชา​" ​ซึ่ง​นั่งร่วมโต๊ะอาหารมือ​นั้น​อย่าง​ไม่​ต้อง​สงสัย
"​แต่​เมื่อทุกอย่างผ่านผมเชื่อว่า​ ​ท่าน​(พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ)​เป็น​นักกีฬา​ ​เมื่อเกมจบ​ ​ทุกอย่างจบ"

นอก​จาก​นั้น​ ​ยัง​มี​ "บันทึกคำ​ให้​การ" ​ของ​ พล​.​อ​.​สพรั่ง​ ​กัลยาณมิตร ​อดีตรอง​ ​ผบ​.​ทบ​. ​ที่ประกาศว่า​ ​ตัวเอง​ไม่​ใช่​เผด็จการ​ ​แต่ยอมรับว่าบทบาทของ​ ​คมช​.​ใน​การจัดการ​กับ​รัฐบาล​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​แม้ปาก​จะ​บอกว่า​ "คมช​.​สุภาพเกินไป" ​แต่หากอ่านเนื้อหาจบก็​จะ​รู้ว่า​ ​พล​.​อ​.​สพรั่งคิดอย่างไร​กับ​การปฏิวัติ​และ​ ​พล​.​อ​.​สนธิ

รวม​ถึง​คำ​ให้​การของ​ พล​.​อ​.​อ​.​ชลิต​ ​พุกผาสุข ​ผบ​.​ทอ​.​ที่บอก​ถึง​ตัดสินใจ​เข้า​ร่วมก่อการ​ ​โดย​ใช้​เวลาคิดแค่​ 3 ​วัน​ ​ก่อน​จะ​ให้​คำ​มั่นสัญญา​ใน​ฐานะลูก​ผู้​ชายชาติทหาร​กับ​พล​.​อ​.​สนธิ​ ​แม้ว่า​ ​หากปฏิวัติ​ไม่​สำ​เร็จ​จะ​ถูกตั้งข้อหาว่า​เป็น​กบฏ​ ​ถูกปลดออก​จาก​ตำ​แหน่ง​ ​หรือ​เอาตัวไปยิงเป้า​ ​สะท้อน​ความ​รู้สึกเบื้องลึกที่​เขา​ต้อง​ตัดสินใจ​ "​โค่นทักษิณ"

ใน​หนังสือ​ ​ยัง​มี​เนื้อหา​ ​ที่สะท้อน​ความ​รู้สึก​ใน​หัวใจทหารนัก"บู๊​-​บุ๋น" ​อย่าง​ พล​.​อ​.​อนุพงษ์​ ​เผ่าจินดา ​ผบ​.​ทบ​. ​ที่ถูกเพื่อนร่วมรุ่นตท​.10 ​ตราหน้าว่า​ "หักหลังเพื่อน"
"ผม​ไม่​คิดมาก​ ​ใครมา​อยู่​ใน​ตำ​แหน่งนี้ก็​แล้ว​แต่​ ​คง​ไม่​มี​ใครคิด​ถึง​ครอบครัว​ ​เพียงขอ​ให้​ทำ​งาน​ให้​ดี​" ​นั่นคือ​ความ​รู้สึกภาย​ใน


เช่นเดียว​กับ​ ​ความ​รู้สึกของ​ พล​.​อ​.​สุรยุทธ์​ ​จุลานนท์ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​ที่ถูก​ ​พล​.​อ​.​สนธิมองว่า​ ​เป็น​นายกรัฐมนตรีที่​เข้า​มา​แล้ว​ไม่​ทำ​อะ​ไรเลย​ ​และ​ยัง​ถูกนักวิชาการมองว่า​ ​เป็น​ฤาษี​เลี้ยงเต่า
​หากแต่​ ​พล​.​อ​.​สุรยุทธ์ก็มีมุมมองที่​แตกต่าง​ ​เขา​บอก​ถึง​เหตุผลที่​ต้อง​บริหารประ​เทศ​ใน​รูปแบบที่ถูก​ทั้ง​ ​คมช​.​และ​นักวิชาการออกมาตำ​หนิ
"...​ถ้า​มี​โอกาสที่​จะ​ทำ​ถนนของเรา​ใหม่​ ​ผมถามว่า​เรา​จะ​เดินตามถนน​ใหม่​นั้น​หรือ​จะ​ไปเดิน​ใน​ตรอกที่​เรา​เคยเดินมา​แล้ว​ ​และ​ก็มีปัญหาอีก​.."

นอก​จาก​นั้น​ ​"​ผู้​อ่าน" ​จะ​ได้​รับฟังเหตุผลของนักการเมือง​ ​ซึ่ง​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณเคยบอกว่า​เป็น​ "​เพื่อนตาย" ​อย่าง​ ดร​.​สมคิด​ ​จาตุศรีพิทักษ์ ​อดีตขุนพลคู่​ใจพ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​, ​ดร​.​วิษณุ​ ​เครืองาม​, ​สนธยา​ ​คุณปลื้ม​ ​ที่บอก​ถึง​ "​เหตุผล" ​ที่​ต้อง​ตัดบัวแบบ​ไม่​เหลือใย​กับ​นายที่​เคยเคารพก่อนใครเพื่อน

อาจ​เป็น​แนวคิดที่​แตกต่าง​จาก​ "ยงยุทธ​ ​ติยะ​ไพรัช" ​ที่ประกาศหลังเดินทางกลับเมืองไทย​ได้​ไม่​น่านว่า​ ​ชีวิตนี้อุทิศ​ให้​แก่​ "นาย​ใหญ่​-​นายหญิง" ​รวม​ถึง​เปลือยหัวใจ​ "จักรภพ​ ​เพ็ญแข" ​ที่ตอบคำ​ถามเต็มไป​ด้วย​เหลี่ยมคูทางการเมือง​ ​แต่​ทั้ง​หมดถวายหัวเพื่อ​ "ทักษิณ"

รวม​ทั้ง​ ​การ​ได้​สัมผัสการกลับคืนสู่สนามการเมืองของ​ "นักการเมืองตกขอบ" ​อย่าง​ สมัคร​ ​สุนทรเวช ​ที่​ไม่​คิด​ไม่​ฝัน​จะ​ก้าวขึ้นสู่ตำ​แหน่งนายกรัฐมนตรี​ ร​.​ต​.​อ​.​เฉลิม​ ​อยู่​บำ​รุง ​ที่ทำ​ทุกอย่างเพื่อตำ​แหน่ง​ ​มท​.1 ​ที่​เขา​เอง​ยัง​ "​เซอร์​ไพร์ส"


นั่นคือเนื้อหา "ฉะ​ ​แฉ​ ​ฉาว​ 2 ​เล่ห์​..​ลมปากการเมืองไทย" ​ที่ทำ​หน้าที่​เป็น​เครื่องบันทึกเทปปากคำ​นักการเมืองไทย​ ​และ​ทำ​หน้าที่สะท้อน​ให้​เห็น​ถึง​ "​เนื้อแท้​" ​ของมนุษย์พันธุ์พิ​เศษเหล่านี้​ ​เมื่อเปรียบเทียบ​กับ​พฤติกรรมที่​แสดงออกมา​ใน​ปัจจุบันว่า​ "..​คำ​พูดเมื่อวันวาน​..​แตกต่าง​จาก​พฤติกรรม​ใน​วันนี้อย่างไร​..?



มติชน

ทักษิณ​ ​ให้​ ​ยอดรัก​ ​รักษาที่​ ​โรงพยาบาลพระรามเก้า​ ​จนหาย






"อริสมันต์​" ​เผย​ "ทักษิณ" ​สวมบทเศรษฐี​ใจบุญ​ให้​ "ยอดรัก" ​ไปรักษาที่​ ​โรงพยาบาลพระรามเก้าจนกว่า​จะ​หาย​ ​เจ้าตัวขอหารือแพทย์ศิริราชก่อนย้าย​ ​โรงพยาบาล​ ​ยัง​ไม่​มีการติดต่อขอซื้อบ้าน​ ​เข็ดถูกโจมตีอย่างหนัก​ ​หลังพูดอ้อนเศรษฐี​ใจดี​จาก​เมืองนอกมาซื้อบ้าน​

​เมื่อวันที่​ 3 ​เมษายน​ ​นายอริสมันต์​ ​พงศ์​เรืองรอง​ ​รองโฆษก​ส่วน​ตัว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​กล่าวเกี่ยว​กับ​กรณีกระ​แสข่าว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ยื่นมือ​ช่วย​เหลือ​ ​นายนิพนธ์​ ​ไพรวัลย์​ ​หรือ​ "ยอดรัก​ ​สลักใจ" ​นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง​ ​เพื่อรักษา​โรคมะ​เร็งตับว่า ​กระ​แสข่าวดังกล่าว​เป็น​เรื่องจริง​ ​เนื่อง​จาก​ที่ผ่านมา​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณทราบข่าว​ไม่​สบายของยอดรักมาตลอด​ จึง​ให้​ติดต่อประสานไป​ยัง​ยอดรัก​ ​และ​ตัดสินใจ​ช่วย​เหลือทางการเงิน​ใน​การรักษาพยาบาลแก่ยอดรักเมื่อ​ 1 ​เดือนที่ผ่านมา​ โดย​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ให้​ยอดรักไปรักษาตัวที่​โรงพยาบาลพระรามเก้าจนกว่า​จะ​หายดี​ ​โดย​ไม่​ต้อง​เสียค่า​ใช้​จ่าย​ใดๆ ​เนื่อง​จาก​เมื่อการเลือกตั้งปี​ 2549 ​ที่ผ่านมา​ ​ยอดรักเคยประสานว่า​จะ​มาลงสมัคร​ ​ส​.​ส​.​พรรคพลังประชาชน​ ​แต่บังเอิญมีปัญหาติดขัด​ ทั้ง​นี้​ ​ยอดรัก​ ​สลักใจ​ ​ก็มี​ความ​รักใคร่ชอบพอ​กับ​ ​พล​.​ต​.​สนั่น​ ​ขจรประศาสน์​ ​จึง​ทำ​ให้​ไม่​สามารถ​ตัดสินใจมาลงสมัคร​ ​ใน​นามพรรคพลังประชาชน​ได้​

เมื่อถามว่าพ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​จะ​ช่วย​เหลือเฉพาะค่ารักษาพยาบาล​ ​หรือ​จะ​ซื้อบ้านที่ยอดรัก​ ​สลักใจ​ ​ประกาศขายมูลค่ากว่า​ 10 ​ล้านบาท​ ​ด้วย​หรือ​ไม่​ ​นายอริสมันต์กล่าวว่า​ ​ทางฝ่ายของยอดรักเสนอไป​ ​ซึ่ง​ตนทำ​หน้าที่ประสาน​อยู่​ ​แต่ตอนนี้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ยัง​ไม่​ได้​ตัดสินใจ​ใดๆ ​อยู่​ระหว่างการพิจารณา​ ​อีก​ทั้ง​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณบอกยอดรักว่า​ ​อยาก​ให้​รักษาตัว​ให้​หายก่อน​ โดย​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​จะ​ช่วย​เหลือทางการเงิน​ใน​เรื่องค่ารักษาพยาบาล ​แต่​เรื่องการขายบ้านที่ยอดรัก​ต้อง​การขาย​นั้น​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณแนะนำ​ยอดรักไปว่า​ ​ให้​เก็บบ้าน​ไว้​อยู่​กับ​ครอบครัว​ ​นอก​จาก​นี้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ยัง​เตือนยอดรัก​ใน​เรื่อง​ความ​ขัดแย้งระหว่าง​ ​สายัณห์​ ​สัญญา​ ​ว่า​ไม่​ควร​จะ​มาสร้างเรื่อง​ ​และ​ไม่​ควร​จะ​มาพูด​กัน​ผ่านสื่อ​ ​เพราะ​จะ​ทำ​ยิ่ง​ให้​เข้า​ใจผิด​

​ขณะ​เดียว​กัน​ยอดรัก​ ​สลักใจ​ ​กล่าว​ใน​งานเลี้ยงขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน​ ​และ​คน​ใน​วงการบันเทิง​ ​ที่หมู่บ้านกฤษดานคร​ 17 ​ถนนพุทธมณฑล​ ​สาย​ 3 ​ว่า​ ​ข่าวที่บอกว่าอดีตนายกฯ​ ​มาซื้อบ้าน​นั้น​ไม่​เป็น​ความ​จริง​ ​ก่อนหน้านี้มีคน​ทั่ว​ไปติดต่อมา​ ​แต่ก็​เงียบหายไป​ ​รู้สึกงง​กับ​ข่าวที่ออกไป ​แต่​เรื่องการรักษาพยาบาลยอมรับว่ามีการคุย​กัน​จริง​ ​โดย​นายอริสมันต์มาพูดคุยเมื่อวันที่​ 26 ​มีนาคม​ ​ที่ผ่านมา​ ​ว่าทาง​ผู้​ใหญ่​ให้​เป็น​ผู้​ประสานเรื่องการรักษาพยาบาล​ ​โดย​ให้​ไปทำ​การรักษาที่​โรงพยาบาลพระรามเก้าฟรี​ทั้ง​หมด​ ซึ่ง​เป็น​การ​ช่วย​เหลือ​กัน​ใน​เบื้องต้น​ ​ส่วน​จะ​ไปรักษาที่​โรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อไร​ ​กำ​ลังปรึกษาหมอที่​โรงพยาบาลศิริราช​อยู่​ ​ซึ่ง​น่า​จะ​ไปรักษาหลังสงกรานต์​ โดย​อาจ​จะ​ใช้​รักษาวิธีบล็อกเส้นเลือด​

"ผมยืนยันนะ​ ​ว่า​เศรษฐี​ใจบุญที่ว่า​ไม่​ใช่​อดีตท่านนายกฯ​ ​บอก​ได้​แค่ว่า​เป็น​เศรษฐีนิรนาม​ ​ที่อยากมา​ช่วย​เหลือผมจริงๆ​ ​แต่​ไม่​อยาก​เป็น​ข่าว​ ​แต่​ถ้า​ทางโน้น​จะ​ให้​ข่าวก็​ให้​ไป​ ​ผมเข็ด​แล้ว​ ​เพราะ​ตั้งแต่ที่บอกว่า​ให้​เศรษฐี​ใจดีมาซื้อบ้าน ​ผมก็​โดนโจมตีกระหน่ำ​แล้ว​ ​ส่วน​เรื่องการรักษา​โรค​ด้วย​วิธีบล็อกเส้นเลือก​ ​คาดว่าหลังสงกรานต์​จะ​ให้​หมอที่ศิริราชเช็กอย่างละ​เอียดอีกครั้งหนึ่ง​ ​ว่าขั้นตอนการบล็อก​จะ​เป็น​อย่างไร​ ​ซึ่ง​ใน​ขั้นต้นหมอ​ให้​พักผ่อนมากๆ​ ​เพื่อ​จะ​ได้​มีพลัง​ใน​การรักษา​" ​ยอดรัก​ ​สลักใจกล่าว​

​เมื่อถาม​ถึง​การรักษาตัวที่ประ​เทศอังกฤษ​ซึ่ง​เศรษฐี​ใจดี​จะ​เป็น​ผู้​ดู​แลค่า​ใช้​จ่าย​ให้​ทั้ง​หมด​ ​ว่ามี​ความ​เป็น​ไป​ได้​มากน้อยแค่​ไหน​ ​นักร้องชื่อดังบอกว่า​ ​คง​ต้อง​ฟังหมอศิริราช​เป็น​หลักก่อนว่าการรักษา​จะ​ออกมา​ใน​ลักษณะ​ไหน​ ​จะ​รักษาหาย​หรือ​ดีขึ้นอย่างไร​ ถ้า​รักษา​แล้ว​ ​แต่​ยัง​ไม่​หาย​ ​ก็คง​ไม่​จำ​เป็น​ต้อง​ไป​ถึง​อังกฤษ​ ​เนื่อง​จาก​เชื่อ​ใน​ความ​สามารถ​ของหมอศิริราช​

"ผมเข็ด​แล้ว​ ​ถ้า​มีข่าวอะ​ไร​ยัง​ไง​ ​ผม​จะ​แจ้ง​ให้​สื่อมวลชนทราบอีกครั้งหนึ่ง​ ​ข่าวลือต่างๆ​ ​อย่า​เพิ่งไปหลงเชื่อ​ ​จนกว่า​จะ​มี​ความ​ชัดเจนออกมา​จาก​ทางผม​ ​ข่าวลือก็คือข่าวลือ​ ​อย่างไรก็ตาม​ ​อยากฝากผ่านสื่อ​ ​แสดง​ความ​เสียใจไป​ถึง​ครอบครัวของ "น้ำ​" ​เดอะ​ ​สตาร์ ​ที่​เสียชีวิต​ด้วย​โรคมะ​เร็ง​ด้วย​ ​เพราะ​โรคพวกนี้มัน​เร็ว​มาก" ​นักร้องลูกทุ่งรุ่น​ใหญ่​กล่าว​

ข้อมูล​และ​ภาพประกอบ​จาก​

“​สมัคร​” ​เชิญสื่อรดน้ำ​ขอพร​ ​ช่วงเทศกาลสงกรานต์​ [5 ​เม​.​ย​. 51 - 05:44]

วานนี้​ (4 ​เม​.​ย​.) นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา​โหม​ กล่าว​ถึง​เทศกาลสงกรานต์​ซึ่ง​เป็น​วันขึ้นปี​ใหม่​ของไทย​ ​ว่า​ ​วันที่​ 13 ​เมษายน​ 2551 ​เวลา​ 09.00 ​น​. ​ขอเชิญสื่อมวลชนทุกคนมาที่บ้านนายกรัฐมนตรี​ ​เพื่อมารดน้ำ​ขอพร​จาก​นายกรัฐมนตรี​ ​พร้อมกล่าวว่า​ ​จะ​สอนวิธีรดน้ำ ขอพรแบบภาคกลางที่ถูก​ต้อง​ให้​กับ​สื่อมวลชนว่าควรปฏิบัติอย่างไร​ ​และ​กล่าว​ถึง​อาหารว่างที่​จะ​นำ​มา​เลี้ยงสื่อมวลชน​ใน​วัน​นั้น​จะ​มี​ ​ขนมครก​ ​ปาท่องโก๋​ ​และ​น้ำ​เต้าหู้ โดย​ห้ามสื่อมวลชนนำ​สิ่งของ​หรือ​พวงมาลัยมามอบ​ให้​ตนเอง​ ​เพราะ​ได้​จัดเตรียมพวงมาลัยดอกไม้​ไว้​ให้





ไทยรัฐ

อย่าปล่อยโอกาสทอง​ [5 ​เม​.​ย​. 51 - 02:55]

มัวแต่สาละวน​อยู่​กับ​การเมืองเรื่องถีบๆ​ถ่อยๆ​เถื่อนๆ​ ​ทางเสือเดิน​ ​ทางหมาผ่าน​ ​ไม่​มี​แก่นสารอะ​ไร​กับ​ชีวิต​ความ​เป็น​อยู่​ของชาวบ้าน​

ทั้ง​ที่​เรื่อง​ใหญ่​และ​น่าตื่นเต้น​เป็น​ประวัติการณ์ของชาติ​ไทย​ใน​ห้วง​ไม่​รู้กี่ร้อยปี

ยืนยันว่า​ไม่​ใช่​เรื่องฝันไป​ ​ปีทองของชาวนา​ไทย​ ​ข้าว​ซึ่ง​เป็น​พืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งคู่บ้านคู่​เมืองของเรามาช้านาน​ ​กำ​ลังทำ​สถิติ​โลก​ใหม่​

ราคาพุ่งกระฉูด​ ​ไต่​เพดาน​ไม่​หยุด

ข้าวมีค่าราว​กับ​ทองคำ​ ​ถึง​ขั้นเกิดคดีลักเกี่ยวข้าว​ใน​ท้องนา​ ​ขโมยข้าวเปลือก​ใน​ยุ้งฉางขาย​กัน​เลย​

จาก​ที่​ต้อง​กระอัก​จาก​พิษน้ำ​มันราคาทะลัก​ ​เราคนไทย​ได้​แต่นั่งทำ​ตาปริบๆ​รอรับชะตากรรม​จาก​แขกเจ้าของบ่อน้ำ​มัน​ ​เพราะ​ผลิตน้ำ​มันเอง​ไม่​ได้

ต้อง​ลุ้นน้ำ​มัน​จะ​ลดทีละ​ 40-50 ​สตางค์​ ​แล้ว​ก็พุ่งขึ้นพรวดๆ​ 1-2 ​บาท​

ขายข้าว​ไม่​พอซื้อน้ำ​มัน

แต่วันนี้สำ​นักข่าวธอมสัน​ ​นิวส์​ ​ใน​ฮ่องกง​ ​ได้​รายงานเมื่อวันที่​ 3 ​เมษายนที่ผ่านมาว่า​ ​บรรดา​ผู้​ค้าข้าว​ใน​หลายประ​เทศต่างวิตกว่า​ ​ราคาข้าว​ใน​ตลาดโลก​จะ​พุ่งสูง​ไม่​หยุด​ ​หลัง​จาก​ที่ประ​เทศไทย​ใน​ฐานะ​ผู้​ส่งออกข้าวหลักของโลก​

ได้​เตรียมลดปริมาณการส่งออก​แล้ว

รายงานระบุ​ด้วย​ว่า​ ​ผู้​ผลิตข้าวเพื่อการส่งออกของไทยต่าง​ยัง​คงลังเลที่​จะ​ทำ​สัญญาการซื้อขายข้าว​กับ​ผู้​ซื้อ​ใน​ต่างประ​เทศ​ ​เนื่อง​จาก​ปัญหาค่า​เงินบาทของไทยที่​แข็งตัวอย่างต่อ​เนื่อง​ ​อีก​ทั้ง​ราคาข้าว​ใน​ประ​เทศของไทยเองก็สูงขึ้นกว่า​เมื่อช่วงต้นปี​ถึง​ 50%

นอก​จาก​นี้​ ​ผู้​ค้าข้าวหลายราย​ทั้ง​ใน​ฮ่องกง​ ​และ​ฟิลิปปินส์​ ​ได้​ร้องเรียนว่า​ ​แม้​ใน​ขณะนี้​ยัง​ไม่​ได้​รับคำ​ยืนยัน​จาก​ผู้​ส่งออกข้าวของไทย​ ​ว่าปริมาณการส่งออกข้าว​จาก​ไทย​จะ​ลดลง​ ​แต่ก็กังวลว่า​ผู้​ส่งออกข้าวของไทยกำ​ลังหันกลับไปมองตลาดภาย​ใน​ประ​เทศมากขึ้น​

ต่างชาติผวา​ไทย​ใน​ฐานะ​ผู้​ส่งออกหลักจำ​กัดปริมาณส่งออกข้าว​

ประ​เทศไทย​อยู่​ใน​ฐานะ​ผู้​กำ​หนดชะตา​ ​คุมกลไกราคาข้าว​ได้

และ​ก็​เป็น​อะ​ไรที่​เชื่อว่ามีคนเคยคิดแบบเพ้อฝัน​ไว้​ว่าสักวันหนึ่ง​จะ​เกิดขึ้น​กับ​เมืองไทย​ ​ล่าสุดนายมิ่งขวัญ​ ​แสงสุวรรณ์​ ​รองนายกรัฐมนตรี​ ​และ​ ​รมว​.​พาณิชย์​ ​วางแผนล่วงหน้า​

เตรียมหา​แนวทางกำ​หนดราคาข้าวเหมือนกลุ่มโอเปกกำ​หนดราคาน้ำ​มัน

วิกฤติราคาข้าวทำ​ให้​โลกตื่นตะลึง​ ​ถึง​ขนาดมีการหวั่นเกรง​กัน​ว่า​ ​กองทุนเฮดจ์ฟันด์​จะ​แห่มา​เก็งกำ​ไรข้าว​ ​เหมือน​กับ​ที่​เก็งกำ​ไรน้ำ​มันล่วงหน้า​ ​ปั่นราคาจนพุ่งทะลักเพดาน​

ข้าวกำ​ลังไต่​เพดานไปประกบ​กับ​น้ำ​มัน​

กลาย​เป็น​สินค้าสำ​คัญที่มีผลต่อโลก

จะ​ต่าง​กัน​ตรงที่​ไม่​มีน้ำ​มัน​ ​คนเรา​ยัง​มีชีวิต​อยู่​ได้​ ​แต่​ไม่​มีข้าวกิน​เป็น​อาหารก็อดตาย​

แนวโน้ม​จึง​เป็น​ปีทองของชาวนา​ไทยอย่างแท้จริง

และ​แน่นอน​ ​เมื่อข้าว​ใน​ฐานะพืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งไต่ราคาทะลักเพดาน​ ​ชาวนา​ไทยมี​โอกาสทำ​เงิน​ได้​เป็น​กอบ​เป็น​กำ​

ฐานรากเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งซะอย่าง​ ​ภาคธุรกิจ​อื่น​ก็​จะ​ขับเคลื่อน​โดย​อัตโนมัติ​

โอกาสงามๆ​แบบนี้​ ​หากปล่อยหลุดลอยไป​ ​ต้อง​เขกกบาลตัวเอง

และ​แม้​จะ​เสียฟอร์มไปหน่อย​กับ​อารามดี​ใจ​ ​นายมิ่งขวัญรีบประกาศยุชาวนาอย่า​เพิ่งขายข้าว​ ​เพราะ​ราคาข้าวหอมมะลิ​จะ​ดัมพ์ขึ้นไปตันละ​ 3 ​หมื่นบาท​

ตั้งใจปั่นราคาขาย​ให้​ชาวนา

แต่อีกมุมก็​เผลอไป​เข้า​ทางพ่อค้าคนกลางเจ้า​เล่ห์ที่รอกักตุนเก็งกำ​ไร​ ​ก่อ​ให้​เกิดอาการตื่นตระหนก​ใน​หมู่​ผู้​บริ​โภคกลัวข้าวขาดตลาด​ ​แห่ซื้อข้าวตุน​กัน​ยก​ใหญ่​

ทำ​ให้​อุปสงค์​กับ​อุปทาน​ไม่​สมดุล​กัน​

“​มิ่งขวัญ​” ​พลาด​ ​อาจ​จะ​ชิน​กับ​บทเซียนการตลาด​ ​ถนัดการปั่นกระ​แสสร้างราคา​ ​แต่​ใน​เชิงของธุรกิจการค้า​ยัง​อ่อนประสบการณ์

มันก็​ยัง​ไม่​สายเกินไป​ ​งานนี้​ต้อง​ฉวยจังหวะดีที่ข้าวกำ​ลังไต่​เพดานติดลมบน​ ​รวมไป​ถึง​พืชเศรษฐกิจหลักๆ​ของประ​เทศไทย​ ​ทั้ง​มันสำ​ปะหลัง​ ​อ้อย​ ​ก็ราคาสูงขึ้นตาม​

ยุคทองอู่ข้าวอู่น้ำ​ของไทย​

ไม่​ใช่​เรื่องผิดกฎหมายที่นายมิ่งขวัญ​จะ​ไปขอคำ​ปรึกษามือเศรษฐกิจชั้นอ๋องอย่างนายสมคิด​ ​จาตุศรีพิทักษ์​ ​อดีตกระบี่มือหนึ่งทีมเศรษฐกิจรัฐบาลพรรคไทยรักไทย​ ​หรือ​พ่อค้ามือโปรอย่างนายปรีชา​ ​เลาหพงศ์ชนะ​ ​อดีต​ ​รมช​.​พาณิชย์​ ​ที่รู้​เหลี่ยมทันเกมพ่อค้า​เจ้า​เล่ห์​

กำ​หนดยุทธศาสตร์ข้าวของไทย​ให้​ติดลมบนยาว​.


ทีมข่าวการเมือง​ ​รายงาน


ไทยรัฐ

Friday, April 4, 2008

รมว.พาณิชย์ เตรียมหารือกับ 2 ประเทศผู้นำการส่งออกข้าวเพื่อร่วมกันกำหนดราคาข้าวในตลาดโลก

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผย อีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ ราคาข้าวจะสูงถึง 30,000 บาทต่อตัน พร้อมเตรียมหารือกับ 2 ประเทศผู้นำการส่งออกข้าวเพื่อร่วมกันกำหนดราคาข้าวในตลาดโลก
วันนี้ (3 เม.ย.51) ณ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในระหว่างตอบกระทู้ของ นายสาธิต ปิตุเตชะ และ นายมานิต นพอมรบดี เกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์ข้าวขาดตลาด และมีราคาสูง ว่า เนื่องจากขณะนี้ตลาดมีความต้องการข้าวมาก ทำให้ข้าวมีราคาสูงขึ้น คาดการณ์ว่าอีกไม่เกิน 2 สัปดาห์ ข้าวหอมมะลิ จะมีราคา 30,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวขาวจะมีราคา 21,000 บาทต่อตัน ซึ่งนับว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะสมกับผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูกาลใหม่ ทั้งนี้ยืนยันว่า จะดูแลให้คนไทยมีข้าวบริโภคตลอดปี รวมทั้งควบคุมราคาปุ๋ยไม่ให้สูงเกินไปและพร้อมออกมาตรการต่างๆ มาดูแลเรื่องดังกล่าว
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวถึงแนวคิดในอนาคตว่า จะมีการหารือกับประเทศ อินเดีย และเวียดนาม เพื่อร่วมกันกำหนดราคาข้าวในตลาดโลก ให้เหมือนกับกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน เพราะไทย อินเดีย และเวียดนาม มีปริมาณการส่งออกข้าวรวมกันเกินกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการส่งออกข้าวทั่วโลก



กัญจนาหวั่นเสียสัตยาบัน ค้านแก้รธน.เพื่อล้มคตส. [4 เม.ย. 51 - 05:08]

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าววานนี้ (3 เม.ย.) ถึงแนวคิดรัฐบาลในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า หลายคนในพรรคชาติไทยเห็นตรงกันว่าไม่เห็นด้วยในการแก้ไขมาตรา 309 และจะต้องมีการหารือกันภายในพรรคเพื่อแสดงจุดยืนของพรรคชาติไทย แต่เนื่องจากตนไม่ได้เป็นวิปรัฐบาล จึงไม่สามารถลงรายละเอียดได้มาก ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าหากแก้ไขมาตรานี้แล้วจะมีผลอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้เพื่อล้มเลิกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องสัตยาบัน 5 ข้อ ในการเข้าร่วมรัฐบาลของพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนเรื่องการแก้มาตรา 237 ที่ระบุโทษถึงหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในกรณีที่เห็นว่าเป็นการปล่อยปละละเลยเรื่องใบแดงนั้น ถือเป็นโทษรุนแรงเกินไป มันไม่ยุติธรรมกับพรรคการเมือง

ด้าน นายเอกพจน์ ปานแย้ม ส.ส.ปทุมธานี พรรคชาติไทย ในฐานะวิปรัฐบาล และคณะอนุกรรมการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลเห็นด้วยที่จะให้แก้ไขถ้อยคำในรัฐธรรมนูญบางส่วน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเห็นด้วยกับร่างเดิม ที่คณะอนุกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เสนอมาในมาตรา 309 ให้แก้ไขวรรคสอง โดยเพิ่มข้อความว่า "ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับบรรดาการใด หรือการกระทำใดที่มิได้เป็นไปตาม หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หลักนิติธรรม หลักสิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญนี้ ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่ หรือหลักธรรมนูญทั่วไป ทั้งนี้ ไม่ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2549 และรัฐธรรมนูญฉบับนี้" แทนการตัดออกทั้งมาตรา ทุกพรรคต่างเห็นด้วย เพราะหากถอนมาตรานี้ออกทั้งหมดอาจไม่ชอบ แต่การใส่ถ้อยคำดังกล่าว เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกฟ้องร้องสามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้

กฎหมายกับการยุบพรรค [4 เม.ย. 51 - 15:39]

เห็นได้ชัดว่าแนวความคิดใน การแก้รัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน ยังขาดเอกภาพ มีการเปลี่ยนประเด็นที่จะแก้ไขเป็นรายวัน เริ่มต้นจากการเสนอแก้ไขมาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคเพียงมาตราเดียว ต่อมาเพิ่มเป็น 2 มาตรา 5 มาตรา จนเพิ่มเป็น 7 ประเด็น และยังไม่ทราบว่าจะมีการเพิ่มประเด็นอีกหรือไม่ เพราะยังมีบางกลุ่มที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

ข้อเสนอที่จะให้ตัดทิ้ง หรือยกเลิก มาตรา 309 ทั้งมาตรา กลายเป็นความขัดแย้งที่สำคัญ ทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมองว่าเป็นการ แก้ไขเพื่อพรรคและพวกอย่างโจ่งแจ้งและล่อนจ้อนยิ่งขึ้น ชมรม ส.ส.ร.50 มีมติไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเป็น การแก้ไขเพื่อประโยชน์ส่วนตน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 ซึ่งอาจนำไปสู่การยื่นถอดถอน ส.ส.ผู้เสนอแก้ไขได้

อันที่จริง ถ้าหากไม่โลภมากจน เกินไป การแก้ไขมาตรา 237 เพียงมาตราเดียว อาจประสบความสำเร็จโดยเร็ว เพราะจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายวงออกไปมากนัก เนื่องจากมีหลายฝ่ายเห็นด้วย ในหลักการที่ว่า พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ควรถูกยุบได้โดยง่าย เว้นแต่จะกระทำผิดร้ายแรงจริงๆ เช่น พรรคนาซีของฮิตเลอร์ ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยชัดแจ้ง

ส่วนการกระทำความผิด อันเป็น เหตุให้ต้องยุบพรรคตามกฎหมายของไทย ก็วางหลักเกณฑ์ไว้ค่อนข้างสูง กล่าวคือ พรรคจะต้องกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ โดยวิถีทางนอกรัฐธรรมนูญ หรือกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือความสงบเรียบร้อย

แต่บทบัญญัติที่เป็นปัญหา คือ ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ในรัฐธรรมนูญ 2550 คือการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้ง หรือระเบียบหรือประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ผู้สมัคร ส.ส.ที่ฝ่าฝืนอาจโดนใบ แดง 1 ปี แต่ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค “ผู้ใด” มีส่วนรู้เห็น อาจโดนใบแดงทั้งคณะ 5 ปี และต้องเสนอให้ยุบพรรค

รัฐธรรมนูญและกฎหมายการ เลือกตั้ง ระบุว่า ถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการ บริหารพรรค แม้แต่เพียงคนเดียว มีส่วนรู้เห็นการกระทำผิดของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จนโดนใบแดง “ให้ถือว่า” พรรคนั้นกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการนอกวิถีทางรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการกระทำความผิดที่ร้ายแรง พอๆกับการใช้กำลังยึดอำนาจ จึงให้ยุบพรรค

ประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้งก็คือ เพียงแต่กรรมการบริหารพรรคคนเดียว มีส่วนรู้เห็นในการทำผิดของผู้สมัคร ส.ส. หรือกรรม-การบริหารพรรคเพียงคนเดียวทำผิดเสียเอง จะเหมารวมเอาว่าเป็นการกระทำของพรรค จน ถึงกับต้องโดนยุบ จะเป็นธรรมหรือไม่? จะแยก การกระทำผิดของส่วนบุคคลกับของพรรคได้อย่างไร? และแค่ไหนจึงจะถือว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม



พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมงานวันเกิดยงยุทธ ที่เชียงราย

เชียงราย 3 เม.ย.-อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานวันคล้ายวันเกิดประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บ้านพัก จ.เชียงราย โดยมี ส.ส.และรัฐมนตรี เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดปีที่ 48 ของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่บ้านพัก อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมี ส.ส ภาคเหนือของพรรคพลังประชาชน และรัฐมนตรีเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับงานคืนนี้ มีการนำอาหารจากร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดเชียงรายกว่า 20 ร้าน มาจัดเลี้ยงชาวบ้านนับพันคน นอกจากนี้ยังมีพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีล้านนา ขณะที่นายยงยุทธ มอบจตุคามรามเทพเป็นของที่ระลึกแก่ผู้ที่มาร่วมงาน .

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-04-03 22:09:11

การุณท้าสมเกียรติลาออกหากผลสอบบอกไม่ผิด

นายการุณ โหสกุล ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกายนาย
สมเกียรติ พงศ์ไพบูลย์ คู่กรณีจากประชาธิปัตย์ พร้อมแจ้ง
ความกลับเมื่อคืน ซ้ำยังท้านายสมเกียรติให้ลาออก หากผล
สอบบอกว่าตัวเองไม่ผิด

นายการุณ ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ที่รัฐสภา โดยชี้แจงว่าไม่ได้เป็นคนทำร้ายร่างกายนายสมเกียรติก่อน แต่ได้พยายามเข้าไปถามว่าสิ่งที่ นายสมเกียรติพูดในที่ประชุมหมายความว่าอย่างไร

เพราะคำพูดของนายสมเกียรติเป็นการท้าทาย ส.ส.ทุกคน ทำให้ถูก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในห้องกาแฟ
ฮือเข้ามาผลักติดผนังห้อง หลังเกิดเหตุ ส.ส.พรรคประธิปัตย์กลับไปให้ข่าวกับสื่อ และแจ้งความดำเนินคดีกับตน ทั้งที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ตกลงในที่ประชุมสภาฯแล้วว่าให้พูดเรื่องนี้ในสภาฯ แสดงว่านายสมเกียรติไม่เชื่อฟังคำสั่งหัวหน้าพรรค ดังนั้นตนจึงเพิ่งตัดสินใจได้ตอนตี 1 ไปแจ้งความเอาผิดนายสมเกียรติที่ สน.ดุสิต ข้อหาแจ้งความเท็จ

ทั้งนี้นายการุณ ได้ยกย่องการเคลื่อนไหวของกลุ่มนายประชา ประสพดี ที่เมื่อหัวหน้าพรรคขอร้องก็ยอมยุติความเคลื่อนไหว ผิดกับนายสมเกียรติที่เป็น ส.ส. แต่พอขึ้นเวทีพันธมิตรกลับทำตัวเหมือนกุ้ยข้างถนน พร้อมกับด่านายสมเกียรติด้วยว่า เมื่อเป็นหมามาอยู่ทางเสือหากปรับตัวไม่ได้ก็กลับไปเป็นหมาเหมือนเดิม


ขณะที่ในส่วนของฝ่ายค้านนั้น นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้เข้าหารือกับ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาฯคนที่ 2 ซึ่งเป็นประธานตรวจสอบเรื่องนี้ โดยได้ข้อยุติให้แต่ละพรรคส่ง ส.ส.อาวุโสเป็นตัวแทนพรรคละ 1 คน รวม 7 คน (7 พรรค) มีกรอบการทำงาน 30 วัน (03/04/51)

งูหรือหมองู

เป็นครูบาอาจารย์..สอนกฎหมาย..ใจมันจะต้องเป็นครู..แต่..ครูกฎหมายหมายเลข 1 ของ..ม.แห่งความวุ่นวาย ที่กำลังรันทดใจอยู่กับความปราชัยของฝักฝ่ายพันธมิตรฯ..

และจุดไฟไม่ติดเมื่อปลายเดือนที่แล้ว..ครูคนนี้..น่าจะมีปัญหา เพราะ..ลูกศิษย์ลูกหาที่จบไปแล้วเป็นใหญ่เป็นโตในปัจจุบัน กับลูกศิษย์ที่กำลังเป็นปัจจุบัน..กำลังงงกันอยู่ว่า..มันจะเอามหาวิทยาลัยไปพัง..มีอย่างที่ไหน..สำหรับการเมืองแล้ว..ผู้ชนะได้รับสัญญาจากประชาชน ก็คือคนบริหารราชการแผ่นดิน..การณ์ใดๆ ก็ตามที่สร้างปัญหาให้กับการบริหารราชการแผ่นดิน การณ์นั้นจะต้องได้รับการแก้ไขหลักการนี้เป็นหลักสากล

รัฐบาลนี้เกิดจากการรวมตัวกันของพรรคการเมือง 6 พรรค ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน เท่ากับว่าประชาชนให้เขามาเป็นสภาร่างกฎหมาย แก้ไขกฎหมาย และยกเลิกกฎหมายรวมทั้งเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเมื่อ..กฎหมายที่ร่างโดยเผด็จการทหารตั้งมา..และคณะบุคคลจำนวนน้อยนิดที่ได้สิทธิ์ยิ่งใหญ่..กำลังจะทำให้การบริหารการปกครองมีปัญหา..

เพื่อเสถียรภาพของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ปัญหานั้นก็ต้องได้รับการปัดเป่าและความเป็นสากลจะต้องกลับมา..ความยุติธรรมจะต้อง..เป็นไปตามกระบวนการอันเป็นสากล ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องคำพิพากษา จะต้อง..มีสิทธิ์ในการต่อสู้ไปตามลำดับ..ไม่ใช่ศาลเตี้ยศาลเดียว

ศาลต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา..ก็เคยกลับคำพิพากษาปล่อยนักโทษออกจากคุกที่ถูกจองจำมาแล้วนับ 10 ปี..เพราะพบว่าเขาบริสุทธิ์..นั่นแค่ความผิดต่อบุคคล..แค่กับประเทศชาติ ประชาธิปไตยและฉันทานุมัติจากประชาชน..คนแค่ไม่ถึง 2 กำมือ..จะถืออาญาสิทธิ์เทียบเท่ากับพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์..กระนั้นหรือ..เราจะย้อนหลัง..กันไปถึงไหน..

มันยังจะเป็นครูบาอาจารย์สอนกฎหมายกันอยู่ได้อย่างไร..ที่พูดออกมาว่า..รู้ว่าทำผิดแล้วแก้กฎหมายย้อนหลังนั้น มันไม่ถูกต้อง..ก็กฎหมายบอกไว้ไม่ใช่หรือว่า..ตราบเท่าที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด..ให้ถือว่า..ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์..คุณเป็น “หมองู” หรือ “งู”

พญาไม้