ธรรมศาสตร์ / เวลา 11.00 น. วันที่ 5 เม.ย. 51-- นายธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง " ตุลการภิวัฒน์ กับการรอมชอมในสังคมไทย " ตอนหนึ่งว่า ถ้าพิจารณาเหตุการณ์ในประเทศไทยที่ผ่านมา มีคดีความที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของตุลาการภิวัตน์ไม่มากนัก เช่น การตัดสินคดีการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ปตท. การตัดสินคดียุคพรรคไทยรักไทย ในข้อหาสร้างความเสียหายให้กับการปกครองระบอบประชาธิปไตย และคดีอื่นๆ จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจบทบาทของตุลาการภิวัตน์ให้ชัดเจน เพื่อสนับสนุนให้ตุลาการภิวัตน์ได้มีบทบาทที่เป็นคุณกับประชาชนและประเทศ ต่อมา
นายธีรยุทธ กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่สาธารณชนเข้าใจไขว้เขวว่าเป็นตุลาการภิวัตน์ แต่ที่จริงไม่ใช่ โดยบางเรื่องเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ เช่นการดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษาในองค์กรต่างๆ ภายหลังรัฐประหาร 19 ก.ย.แต่เป็นความสมัครใจของแต่บุคคล การร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตัดสินคดียุบพรรคชาติไทย มัชฌิมา พลังประชาชนหรือไม่ ซึ่งอำนาจตุลาการทำหน้าที่ตัดสินเท่านั้น นอกจากนี้การเป็นกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เป็นกรรมการสรรหาองค์กรอิสระต่างๆ สรรหาสว. ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตุลาการภิวัตน์ แต่เป็นแนวคิดจากสายรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่ต้องการสร้างอำนาจตรวจสอบที่เป็นอิสระได้จริงๆ จึงต้องมอบหมายให้ศาลได้เป็นผู้สรรหา บทบาทของศาลจึงไม่เกี่ยวข้องกับตุลาการภิวัตน์ และไม่เกี่ยวข้องว่ารัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ มีที่มาหรือมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงไร ซึ่งเป็นเรื่องคนละประเด็น และเป็นสิ่งที่สังคมไทยโดยรวมต้องช่วยกันขบคิดอีกรอบหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
" ผมก็ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเผด็จการ ทั้งที่ความเป็นจริง ผมไม่เคยเบี่ยงเบนความคิดจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชน ไม่เคยสนับสนุนระบอบทักษิณ ไม่เคยรับรู้ สนับสนุน หรือเห็นชอบกับการรัฐประหาร เพราะวันที่ 18 ก.ย. 49 ผมพร้อมด้วยอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และคณบดีอีก 5 คณะได้ร่วมกันประชุมหารือเพื่อทางออก โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่าจะมีการทำรัฐประหาร แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะในวันรุ่งขึ้นก็มีการยึดอำนาจ ดังนั้นขอยืนยันผมไม่เคยไยดีกับตำแหน่งอำนาจวาสนาหลังรัฐประหาร ถือเป็นและได้ทำหน้าที่ที่จะวิจารณ์ คมช. และรัฐบาลสุรยุทธ์ ให้คลี่คลายวิกฤติและไม่สืบทอดอำนาจ " นายธีรยุทธ กล่าว
นายธีรยุทธ ยังแสดงความเห็นว่า ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มถลำเข้าสู่วิกฤติตีบตันไร้ทางออก โดยกำลังพบกับภาวะ 5 เสื่อม คือ 1 . ความสามัคคีในบ้านเมืองเสื่อม ที่สำคัญในหมู่ประชาชนระดับรากหญ้าเริ่มเกิดปัญหา คือการแบ่งเป็นหมู่เหล่า เป็นท้องถิ่นนิยม ภาคนิยม เป็นระดับรากหญ้าที่นิยมทักษิณกับชนชั้นกลางที่ไม่เอาทักษิณ การที่พรรคฝ่ายทักษิณได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งท่วมท้น ไม่ได้เกิดจากปัจจัยซื้อเสียงหรือประชานิยมอย่างเดียว แต่เกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจ ถูกดูหมิ่นดูแคลนของชาวบ้านอีสาน-เหนือจากส่วนกลางและชนชั้นนำไทย จึงเกิดทิฐิมานะที่จะแสดงสิทธิเสียงของตนในการเลือกพรรคของทักษิณ ซึ่งเข้าถึงใกล้ชิดชาวบ้านมากกว่าชนชั้นนำซึ่งห่างไกล แปลกแยก เราต้องพิจารณาจริงจังว่านี่เป็นปัญหาที่อาจจะร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ที่ต้องเยียวยาแก้ไข ความขัดแย้งดังกล่าวจะยังดำรงอยู่ต่อไปอีกอย่างน้อย 1-2 สมัยเลือกตั้ง
" ผมรับว่า ผมประเมินผิด ไม่เคยคิดว่าพรรคพลังประชาชนจะได้เกินเสียงเกิน 200 ที่นั่ง และไม่เคยคิดว่าจะได้เสียงมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล เพราะผมคิดว่าผลกระทบจากการคอรัปชั่นจะทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเลือกตั้งจะต้องเลือกคนดี มีประวัติไม่ด่าพร้อยเข้ามา ที่เป็นเช่นนี้ประชาชนรากหญ้ายังเลือกคนของพรรคพลังประชาชนเข้ามามาก ซึ่งทำให้เห็นว่าชาวอีสานและชาวภาคเหนือยังให้ความสำคัญกับผู้นำที่ใกล้ชิดกับประชาชน มากกว่าผู้นำที่อยู่กับชนชั้นกลาง และน้อยเนื้อต่ำใจกับรัฐบาลที่ผ่านมา รวมทั้งระบบราชการที่ไม่ให้ความใกล้ชิดเหมือนกับผู้นำบางคน ถ้ารัฐบาลปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ต่อไปจะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะประชาชนจะมีความรู้สึกว่าระบบราชการไม่สามารถพึ่งพาได้
2 . ภาคการเมืองเสื่อม การคอร์รัปชั่น ใช้อำนาจไม่ชอบธรรมของพรรคการเมือง นักการเมือง เป็นต้นเหตุของวิกฤติ กลไกสำคัญของภาคการเมืองคือรัฐสภาและการเลือกตั้ง ไม่สามารถคลี่คลายวิกฤติและบริหารประเทศอย่างได้ผลได้ สภาเริ่มเป็นที่ทะเลาะโจมตีมีเหตุรุนแรงเหมือนการเมืองนอกสภา 3 . ภาคสังคม คือ สถาบันวิชาการ สื่อ เสื่อม แตกแยกทางความคิดความเห็น เครื่องมือหลักของภาคสังคมคือการถกเถียงด้วยเหตุด้วยผล ไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ 4 . กองทัพ อดีตข้าราชการ เทคโนแครต ชนชั้นนำ ที่เรียกรวมๆ ว่าอมาตยาธิปไตยก็เสื่อม เพราะพิสูจน์ตัวเองว่ามีความคิดล้าหลังไม่ทันสถานการณ์ ไม่สามารถบริหารวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพได้ และ5. คุณธรรมเสื่อม คนไทยเริ่มมองว่าคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา โกงก็ได้ขอให้ทำงาน
" ประเทศไทยอาจเหลือเพียงสถาบันเดียวคือศาลยุติธรรม ซึ่งมีหลักการปกครองโดยหลักกฎหมาย ที่จะมาช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ในที่สุด ทั้งนี้เพราะในอนาคตคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลทักษิณ คมช. และองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งที่จะเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน จะเข้าไปคับคั่งที่ศาล ทั้งนี้ศาลย่อมพิพากษาตัดสินโดยปราศจากอคติล่วงหน้า โดยหลักดุลยพินิจที่ดี หลักการสมเหตุสมผล หลักความยุติธรรม และการคำนึงบริบทประวัติศาสตร์ สังคม โดยรวมด้วย ถ้าทุกฝ่ายยอมรับการตัดสินของศาล วิกฤติในไทยก็อาจคลี่คลายได้ในที่สุด " นายธีรยุทธ กล่าว
นายธีรยุทธ ยังเห็นด้วยว่า ที่ประเทศไทยถลำเข้าสู่วิกฤติตีบตันที่ไร้ทางออก เพราะ 1 .คนไทยไม่มีกลไกในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดีพอ ในอดีตมักอาศัยแนวประเพณีคือ มี " ผู้ใหญ่ " คอยไกล่เกลี่ย แต่ปัจจุบันไม่ได้ผล เพราะ " ผู้ใหญ่ " ในบ้านเมืองเหลือน้อย บางส่วนความคิดเริ่มล้าสมัย ถูกท้าทายอำนาจบารมีจากอำนาจรุ่นใหม่ เกิดอาการต่างคนต่างใหญ่ ต่างถูกต้อง ไม่มีใครฟังใคร 2 .การที่คนไทยปล่อยปละละเลยในปัญหาการโกงกินบ้านเมือง การใช้อำนาจมิชอบ ถือว่าเป็นธุระไม่ใช่ เป็นการซ้ำเติมให้บ้านเมืองวิกฤติอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ในอดีตซึ่งบ้านเมืองไม่ซับซ้อนก็ไม่เป็นปัญหามากนัก แต่เมื่อบ้านเมืองมีขนาดใหญ่ซับซ้อนขึ้น ปัญหาที่หมักหมมจึงแสดงอาการออกมาอย่างรุนแรงจนไม่มีหนทางแก้ไข
นายธีรยุทธ กล่าวว่า 3. ความเสื่อม 5 ประการ บวกกับรัฐบาลพปช. อ่อนแอ สถานการณ์ถูกซ้ำเติมโดยการรีบร้อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีโอกาสนำไปสู่การชุมนุมเผชิญหน้าของพลังแต่ละฝ่าย การเมืองไทยจึงจะอยู่ในภาวะตีบตัน เพราะรัฐประหารไม่ใช่ทางออก การปราบปรามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ไม่ใช่ทางออก คนไทยจะตึงเครียด หวาดกลัว วิตกกังวลไปยาวนาน มีโอกาสปะทุเป็นความรุนแรงย่อยๆ (ดังเกิดขึ้นในกรณีชกต่อยในสภา) และขยายลุกลามได้ง่าย
นายธีรยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ ว่า การที่รัฐธรรมนูญให้ตุลาการเข้าไปมีส่วนในการสรรหาองค์กรอิสระ หรือเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระนั้น จะทำให้เกิดวิกฤติ เรื่องดังกล่าวเนื่องจากคณะร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนดไว้ ซึ่งตุลาการก็ปฎิบัติหน้าที่ไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยเชื่อว่าตุลาการจะสามารถแยกแยะหน้าที่ออกว่าเป็นตุลาการหรือคณะกรรมการสรรหา แต่หากเกิดปัญหาสังคมก็ต้องทำใจว่าการทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระไม่ใช่การทำหน้าที่ศาล อย่างไรก็ตาฝ่ายการเมืองไม่ควรแทรกแซง หรือไปล้มล้างกระบวนการตรวจสอบของศาล และไม่ควรไปสกัดกั้นหรือดึงคดีออกจากกระบวนการยุติธรรม ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา ประชาชนมีความเคลือบแคลงสงสัยการทุจริตต่างๆ ปรากฏออกมาแล้วเพราะสังคมรับรู้แล้วว่ามีเรื่องการทุจริตเกิดขึ้น จึงอยากให้คดีเข้าสู้กระบวนการพิจารณาของศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคพลังประชาชนดึงดันที่จะพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 เพื่อที่จะหนีคดียุบพรรค จะทำให้เกิดปัญหาความวุ่ยวายเกิดขึ้นหรือไม่ นายธีรยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าดึงดันไปมากๆ ทุกส่วนก็จะมีการชุมนุมยืดเยื้อ และหากปล่อยให้ปัญหาคุกรุ่นการชุมนุนมจะยืดเยื้อยาวนาน ผลเสียก็จะเกิดจากความผลเสียต่อเศรษฐกิจ และสังคม
" เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมัคร ไม่ควรรีบออกมากระโดดถีบความคิดเห็นของนายอานันท์ ปันยารชุน และน.พ.ประเวศ วะสี เพราะจะเป็นพรรคนักกระโดดถีบ รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่มากที่สุด เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนของสังคม ไม่ใช่เกี่ยวกับนักการเมืองล้วน ๆ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องมีส่วนในการแก้ไข การที่นายสมัคร พูดถึงการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ความจริงการรัฐประหารที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันทุกฝ่าย เดือดร้อนไปทุกส่วนของสังคม นายสมัคร น่าจะใช้จังหวะนี้เป็นโอกาส เชิญนายอานันท์ และน.พ.ประเวศ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในสังคม หารือกันว่ากระบวนการแก้รัฐธรรมนูญควรทำอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม พึงพอใจกันทุกฝ่ายไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตั้ว เพราะทุกฝ่ายต้องการประชาธิปไตย บ้านเมืองใสสะอาด ไม่โกงกิน " นายธีรยุทธ กล่าว
เมื่อถามว่า เหตุการณ์วันนี้ต่างจากเหตุการณ์ 14 ตุลาอย่างไร นายธีรยุทธ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ซับซ้อนกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลาหลายเท่า เพราะเหตุการณ์ 14 ตุลาในที่สุดจะหาทางแก้ปัญหาในคำตอบสุดท้ายได้ แต่วันนี้ปัญหาเรื่องซีทีเอ็กซ์ได้ทำลายกลไกรัฐสภาหมดความน่าเชื่อถือไป ทำให้วันนี้ยังไม่มีคำตอบ นอกจากทุกฝ่ายต้องตั้งสติให้ดี ๆ และร่วมกันหาทางออกให้บ้านเมือง
นายธีรยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประมาณวันที่ 18 หรือ 19 เม.ย. ตนจะเปิดแถลงข่าววิจารณ์สถานการณ์บ้านเมืองประจำปี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งจะมีความชัดเจนในทุกเรื่อง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, April 6, 2008
‘ธีรยุทธ'โผล่อีกแล้ว!แก้ตัวสนับสนุนเผด็จการ-ประเมินพปช.ผิด
'ทักษิณ' ดึงต่างชาติเป็นวิทยากรแนะนำนักธุรกิจไทยสร้างตัว
| |
วันนี้ (5 เม.ย.) ก่อนการเดินทางไปยังประเทศกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 8 - 10 เมษายนนี้ นายลักษมี มิททาล นักธุรกิจค้าเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อชาติอินเดีย สัญชาติอังกฤษ จะเดินทางมาลงทุนในประเทศไทย โดยในวันที่ 9 เม.ย.นายลักษมีจะเข้าพบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างๆ จากนั้นในเวลา 15.00 น.จะมีการบรรยายเพื่อจูงใจนักธุรกิจไทยให้สร้างเนื้อสร้างตัว ที่โรงแรมเชอร์ราตัน แกรนด์ สุขุมวิท โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ www.thaicomfoundation.org
ด้านนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ในวันที่ 9 เม.ย. ช่วงเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณจะปาฐกถา เรื่อง 'คิดเป็นทำเป็น สร้างเด็กไทยให้เรียนและรู้โลก' พร้อมเปิดตัวหนังสือ ที่รวบรวม คำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา
เลิกฝืนความจริงซะทีเถอะ!
| |
คอลัมน์: บุคคลในข่าว
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยืนหยัดรักษาหลักการประชาธิปไตย ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2551 ฟังเหตุผลและคำขู่ของฝ่ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการแล้ว ยิ่งทำให้มองเห็น พฤติกรรม...
• หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยืนหยัดรักษาหลักการประชาธิปไตย ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2551
• ฟังเหตุผลและคำขู่ของฝ่ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการแล้ว ยิ่งทำให้มองเห็น พฤติกรรม ของมนุษย์จำพวกที่ไม่เคยคิดทำในสิ่งสร้างสรรค ์ให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองชัดเจนยิ่งขึ้น คนเหล่านี้ วันๆเอาแต่ มองโลกในแง่ร้าย เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น สังเกตได้จากคนที่ชอบด่าคนอื่นว่าเลว ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็เลวหมด สุดท้าย ก็เพื่อ ยกระดับตัวคนด่า ให้เหนือกว่าใครๆนั่นเอง!!!
• จริงๆแล้ว สิ่งสำคัญที่สุด ในการนำการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมาใช้ปกครองประเทศ ก็คือ สปิริตขั้นพื้นฐานของพลเมือง ที่ต้องแสดงการยอมรับ มติเสียงข้างมาก ด้วยความเต็มใจ กล้าที่จะ ชื่นชมยินดี ไปกับเสียงข้างมาก เพราะถือว่า สังคมที่ปกครองด้วยเสียงข้างมาก ก็คือ สังคมที่มีความเจริญก้าวหน้ามากที่สุดในยุคนี้แล้ว!!!
• โดยเฉพาะฝ่ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นการลงโทษนักการเมืองแบบ เหมารวม ไม่ว่าจะเป็น ม็อบข้างถนน พรรคฝ่ายค้าน และ นักวิชาการซีกเผด็จการ ที่ออกมาตีโพยตีพาย ข่มขู่ จะเกิดจลาจลวุ่นวายจากพวกเสียงข้างน้อยนั้น "เห่าไฟ" อยากถามว่า แล้วหากไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อาจเกิดจลาจลวุ่นวายจาก เสียงข้างมากได้เหมือนกัน ทำไมคนเหล่านี้ จึงให้ความสำคัญกับการจลาจลที่มาจาก เสียงข้างน้อย มากเหลือเกิน พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายลองพิจารณากันเอาเองว่า ฝ่ายใดมีเหตุผล ฝ่ายใดไร้เหตุผล ใครกันแน่ที่ชอบสร้าง ความปั่นป่วน ให้บ้านเมือง!!!
• เพราะตามหลัก สากลโลก ที่ยึดถือปฏิบัติโดยทั่วกัน วิญญูชนที่แท้จริง จะต้องคำนึงถึง เสียงส่วนใหญ่ ของสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่ไม่ชอบหน้ากัน ก็พาลหาเรื่องดะไปเรื่อย ผิดถูกไม่สนใจ ขอให้ได้ค้านไว้ก่อน รัฐธรรมนูญเผด็จการปี 50 ก็กลายเป็นสิ่งที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 40 ไปเสียแล้ว เสียงข้างน้อยกระแอมไอนิดเดียว ทุกอย่างต้องเป็นไปตามนั้น ไม่งั้นอาจลุกลามกลายเป็นจลาจลวุ่นวายได้ แต่เสียงร้องของ คนส่วนใหญ่นับสิบล้าน กลับไร้ความหมาย ถามว่า สิ่งเหล่านี้ใช่ ไหมที่พวกเผด็จการเสียงข้างน้อยต้องการ ฮ่วย!!!
• ยิ่งนักวิชาการบางคนถึงกับ เว่อร์เกินเหตุ อ้างว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้คนผิดพ้นผิดจะขัดหลักนิติธรรม ทำให้สอนหนังสือไม่ได้ แต่ทหารปฏิวัติไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แถมยังมีการ ลงโทษย้อนหลังนักการเมือง และเขียนรัฐธรรมนูญขัดกับความเป็นจริง นักวิชาการเหล่านี้ กลับเห็นดีเห็นงาม สามารถเอาไปสอนหนังสือได้ นี่น่ะหรือ เหตุผลของพวกเสียงข้างน้อยที่จะให้เสียงข้างมากยอมรับ ฮ่วย (อีกที)!!!
• แต่หากนักวิชาการสถาบันใด คิดว่า กติกาที่ลงโทษแบบ เหมารวม เป็นเรื่องดี ก็ขอให้นำไปบังคับ ใช้กับสถาบันตัวเองด้วย หากผู้บริหารมหาวิทยาลัยทำผิดกฎหมาย ก็ต้องเสนอให้ ยุบมหาวิทยาลัยสถานเดียว ห้ามอุทธรณ์ฎีกาใดๆทั้งสิ้น ครอบครัวไหนลูกติดคุก พ่อแม่ก็ต้องติดคุกด้วย หากมีกฎหมายลักษณะนี้ออกมาบังคับใช้ ทุกฝ่ายก็จะยอมรับใช่หรือไม่!!!
• "เห่าไฟ" ยืนยันว่า รัฐธรรมนูญที่เป็นผลผลิตจากการ ปฏิวัติรัฐประหาร สมควรต้องใช้กระบวนการตามครรลอง ประชาธิปไตย แก้ไขโดยเร็ว เพื่อประกาศให้ เผด็จการ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และที่จ่อรอคิวอยู่ในอนาคตได้รับรู้ว่า การปฏิรูปการเมืองการปกครองด้วยวิธีการเถื่อนๆเช่นนั้น ยังไงก็ ยอมรับไม่ได้ เด็ดขาด!!!
• ส่วนคำถามที่ว่า เป็นประชาธิปไตยแล้วดีตรงไหน เรื่องนี้ ประชาชนทั้งระดับ รากหญ้า และ ไม่ใช่รากหญ้า ต่างก็ได้รับ อานิสงส์ ไปถ้วนหน้าแล้ว หลังจาก รัฐบาลสมัคร ผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกแล้วระลอกเล่า เพื่อลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้ประชาชนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษี พักชำระหนี้ และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ จ่อคิวด้วย โครงการเมกะโปรเจกต์ จุดระเบิดการลงทุนขนาดยักษ์ให้ส่งแรงสั่นสะเทือน ปลุกเร้า ทุกองคาพยพทางเศรษฐกิจ!!!
• วันก่อน ได้ฟัง ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง บรรยายสรุปถึงแนวทางการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มั่นใจได้ว่า รัฐบาลชุดนี้ สามารถรับมือกับ ความผันผวนรุนแรง ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน!!!
• แต่สิ่งที่อยากจะบอกก็คือ รัฐบาลเป็นผู้ กุมชะตากรรมของประชาชน หากได้ รัฐบาลทำงานเก่ง ประชาชนก็จะ อยู่ดีมีสุข ถ้าได้ รัฐบาลห่วยแตก เหมือนที่ผ่านมา ประชาชนก็ ทุกข์ระทม ไปทั้งชาติ โดย เฉพาะรัฐบาลประชาธิปไตยนั้น มาจาก พรรคการเมือง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ฉะนั้น ใครที่บอกว่า การยุบพรรคการเมืองเป็นเรื่องส่วนตัว ถือว่า ผิดถนัด ควรคิดใหม่ให้ สร้างสรรค์ กว่านี้ อย่าสร้าง ความสับสนปั่นป่วนบ้านเมืองเล่นตามอารมณ์อีกต่อไปเลย!!!
• ส่วนข้อโต้แย้งของเสียงข้างน้อยที่ว่า ยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย มัชฌิมา ก็ยังเหลือ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลได้ ไม่เห็นเดือดร้อน แต่ขอให้ทบทวนดูให้ดี ถ้าประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล พวกเขาจะ ใจจืดใจดำ ปล่อยให้ แพ้เลือกตั้ง ได้อย่างไร ขอให้เชื่อเถอะว่า แม้จะยุบพรรคอีกมากมายแค่ไหน ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะไม่เลือกพรรคที่พวกเขาไม่ชอบอยู่ดี ฉะนั้น เลิกฝืนความจริงซะทีเถอะ!
"เห่าไฟ"
Saturday, April 5, 2008
‘ยูเออี'เชิญอดีตนายกฯ‘ทักษิณ'ปาฐกถา 14-16 เม.ย.นี้
เมื่อเวลา 12.40 น. ทีผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ อาทิ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย นายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางกลับด้วยเที่ยวบินทีจี 1133 มายังท่าอากาศดอนเมือง ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวเพียงสั้น ๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มถึงการทำบุญว่า "ไปทำบุญก็ได้บุญ" จากนั้นได้ขึ้นรถกลับทันที
ด้าน น.ส.ศันสนีย์ กล่าวว่า การเดินทางดังกล่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทำบุญที่วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา และวัดพระธาตุดอยตุง จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพิธีสืบชะตาหลวง ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า จากการทำบุญและพบปะกับคนสนับสนุนให้กำลังใจก็รู้สึกสบายใจ หน้าตาเบิกบาน ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (5 เม.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปประเทศกัมพูชา เวลาประมาณ 10.00 น. ส่วนการเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตามกำหนดการคือวันที่ 11 เมษายน จะไปแสดงความเคารพบรรพบุรุษ แต่กิจกรรมอย่างอื่นอยู่ในระหว่างการวางแผน เพราะมีบุคคลต่าง ๆ ได้แสดงความจำนงขอทำกิจกรรมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ การดูแลรักษาความปลอดภัยคงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ คงเป็นไปตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังมีกำหนดการเดินทางไปยังเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ระหว่างวันที่ 14-16 เมษายน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับเชิญให้พูดในหัวข้อ "ภาวะผู้นำภายใต้โลกที่มีแต่ความไม่แน่นอน"
ประกาศ 'ฉันทามติประชาธิปไตย'ล้มคว่ำ'รัฐธรรมนวยฉบับหัวคูณ'
| |
คพปร. เปิดเวทีฉะ'รัฐธรรมนวยฉบับหัวคูณ' ชี้ที่มาจาก 'พวกโจร' อุ้ม 'พวกทรราษฎร์ – ซากคมช.' ทำบ้านเมืองพังพินาศ มุ่งล้างประชาธิปไตย ปล้นอำนาจไปจากประชาชน ปลุกพลังมวลชนผนึกกำลังเรียกร้องเอา รธน.40 กลับคืนมาสร้างความชอบธรรม ฉีกระบอบ 'อำมาตยาธิปไตย' ให้สิ้นซาก ขณะที่ กลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ เปิดเวทีสนามหลวง หนุนต่อ 17.00 น. พรุ่งนี้ ตั้งหัวข้อทำไม ส.ส.ร.จึงค้านแก้รธน.
คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) เปิดเวทีสัมมนาวิชาการ 'วิกฤติรัฐธรรมนูญ 2550' โดยมีวิทยากรร่วมอภิปราย อาทิ นพ.เหวง โตจิราการ คุณคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรมมนูญ (ส.ส.ร.) 2540 นายอดิษร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายวีระ มุสิกพงศ์ และร.ต.ฉลาด วรฉัตร โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.- 21.00 น. ณ อาคาร เวทีลีลาส สวนลุมพินี
อ.จรัล ดิษฐาอภิชัย เริ่มต้นกล่าวว่า คพปร.มีแนวทางเพื่อการแก้รธน.50 ทั้งฉบับ เสนอแนะผลักดัน ให้นำรธน.40 กลับคืนมา และเราจะดำเนินการต่อไปจนกว่าบรรลุผลสำเร็จ ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเรา จะเดินทางไปต่างจังหวัดตามแผนปฏิทินกิจกรรมประจำเดือนเมายน คาดว่า ประชาชนในพื้นที่จะเห็นด้วย กับการแก้รธน.50 ครั้งนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมการ คพปร. ยืนยันจะดำเนินการทุกรูปแบบให้มีการแก้ไขรธน.เผด็จการที่พ่นพิษทางการเมือง อยู่ในขณะนี้ แล้วเอารธน.40 ของประชาชนกลับคืนมา
ต่อมา นายชินวัตร หาบุญพาด หนึ่งใน คปพร.กล่าวว่า รธน.ฉบับนี้ มุ่งล้มล้างประชาธิปไตยเป็นฉบับที่เขียน เพื่อประโยชน์ของตนเองแล้วพวกที่ออกมาคัดค้าน การแก้รธน.ฉบับนี้ ทำเพื่อตัวเองหรือเปล่า? เป็นปกป้องคนผิด หรือพวก คมช.ร่วมไปถึงลูกสมุนที่ล้มล้างระบอบประชาธิปไตยและปล้นอำนาจไปจากประชาชน จึงมาเขียนกติกา เพื่อการคุ้มครองตัวเอง รธน.50 ไม่ว่าจะหัวหงอกหรือดำต่างก็ออกมาปกป้องคนผิดด้วยกันทั้งนั้น พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชนหรือพรรค 'ลูกผีลูกคน' อย่างประชาธิปัตย์ที่เคยพูดว่าถ้าได้เป็นรัฐบาล จะเข้ามาแก้รธน.50 ตอนนี้ยังไม่เห็นจะดำเนินการอย่างไรเลยแม้แต่น้อย กลับออกมาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา และให้ยุบ 3 พรรคก่อนแล้วค่อยมาแก้ไข ตรงตนมองว่ามันไม่ยุติธรรม
ด้าน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข คณะกรรมการคปพร. กล่าวว่า รธน.50 ไม่ใช้รธน. ที่เกิดจากประชาชน เป็น 'รัฐธรรมนวยฉบับหัวคูณ' มากจากพวกโจร สมควรถูกฉีกทิ้ง ซึ่งเชื่อว่า ส.ส.คนใดยอมรับ รธน.50 ถือว่าเป็นซากคมช. อีกทั้งต้องประนามผู้ที่คัดค้านการแก้ไขรธน. คนผู้พวกนี้เป็นหางเครื่องของพวกคมช. และขอประนามพวกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาต้านการแก้ไขรธน. ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าจะขอประกาศการแก้ไขรธน.50และขอให้ประชาชนร่วมกันผนึกกำลังเพื่อแก้ไขรธน. และนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตย
ส่วน นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท คณะกรรมการ คปพร. กล่าวว่า การแก้ไขรธน.ต้องการปฏิรูปหรือยกเลิก รัฐธรรมนูณเท่านั้น เพราะว่าประชาชนไม่ต้องการอำนาจนอกระบบ โดยหนึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ทั่วประเทศในหลักการที่จะแก้ไขรธน.50 วันนี้ถือเป็นการ 'เขี่ยลูก' เพื่อวันแดงเดือด เพราะรธน.นี้มีที่มาจากการกดขี่ สองทาง คปพร.จะมีประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนด้วยสื่อสิ่งพิมพ์ ว่าทำไมต้องแก้ไขรธน.50 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน ขณะนี้เราทุกคนถูกล้อมกรอบด้วยอำนาจอำมาตยาธิปไตย ถึงตอนนี้พลังประชาชน ได้เป็นรัฐบาลแล้วควรเปิดโอกาศให้ คปพร. ปูพรมแดงทางอากาศให้ใช้วิทยุและโทรทัศน์เพื่อบอกประชาชนชาวไทยว่า ที่มาของรธน.ไม่ชอบธรรม และต่อไปนี้ใครอย่าได้บังอาจทำการปฏิวัติอีก เพราะประชาชนไม่เอาแล้ว
ด้าน อ.คนิน บุญสุวรรณ อดีตสสร.ปี2540 กล่าวว่า วันนี้ที่หนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวว่า 41 นักวิชาการอ.นิติฯ เสนอว่าการแก้ ม.237 จะทำให้ชาติบ้านเมืองพังทลายลง อันที่จริงแล้ว ทำไมกล่าวผ่านสื่อไปว่า กฏหมายประเทศไทย พังมาตั้งแต่สมัย 19 กันยายน 2549 รธน.40 ที่มาจากประชาชน ทำให้ระบบการเมือง ดำเนินมาโดยดีตลอด แต่หลัง 19 ก.ย. ประเทศไทยได้มีกฏหมายที่เขียนขึ้น โดยบุคคลเดียวที่เราเรียกว่า ONE MAN LAW โดย ม.237 ในรธน.50 ที่ต่อยอดมารธน.ฉบับชั่วคราว เพราะ ม.35ได้ระบุว่า
ให้ตุลาการศาลรัฐธรรนูญ ที่ไม่ใช่ศาลมาใช้อำนาจแทนศาลในการสั่งยุบพรรคการเมือง ทำให้เกิดกระบวน การยุติธรรมทางเดียว โจทย์คือผู้ปฏิวัติจำเลยคือผู้ถูกปฏิวัติ ในขณะที่รธน.40 ส่งเสริมการจัดตั้งพรรคการเมือง ที่มาจากประชาชนจะไม่ถูกยุบ แต่พรรคการเมืองที่ควรถูกยุบควรเป็นพรรคที่ร่วมมือกันก่อรัฐประหาร ไม่ใช้พรรค ที่ถูกรัฐประหาร เชื่อรธน.50 อายุไม่ยืนยาวแน่นอน เพราะเป็นแค่รธน.เฉพาะกิจที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดอำนาจเก่า และไม่ให้กับมามีอำนาจอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้คนที่ถูกปฏิวัติมาจากภาคประชาชน อีกทั้งรธน.50 เป็นสิ่งมหัศจรรย์เป็นรธน.ฉบับเดียวในโลกที่บุคคลเดียวมีถึง 5 ตำแหน่งและรธน.ฉบับเดียวกันนี้ ทำให้ตำแหน่งนายกฯ กลายเป็นตำแหน่งที่ต่ำต้อยที่สุด
ขณะที่ นพ.เหวง โตจิราการ กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เริ่มเป่านกหวีด คพปร. จัดงานนี้ขึ้นเพื่อนำมาสู่การต่อสู้ ู้เพื่อประชาธิปไตย รณรงค์ให้มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ เราไม่เอาอำนาจนอกระบบ เอารัฐธรรมนูญ 2540 ของพวกเราคืนมา เราจะสัปยุทธ์กับพวกอำนาจนิยม พวกทรราษฎร์นิยม ขณะนี้ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องลุกขึ้น มาหวงแหนประชาธิปไตย และบดขยี้อำนาจเผด็จการ วันนี้จึงขอ 'ฉันทามติประชาธิปไตย' แสดงจุดยืนร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญ 2550
'เรามารวมกันในที่นี้ เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ได้ใช้มาเป็นระยะเวลา 7 เดือนและ กำลังส่งผลเสียหายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขในหลายกรณี โดยมีนักวิชาการุกสาขาวิชา องค์กรเพื่อประชาธิปไตย ผู้แทนองค์กรภาคประชาชน ผู้แทนองค์กรผู้ใช้แรงงาน ผู้แทนองค์กรนิสิตนักศึกษา องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้แสดงเหตุผลสนับสนุนต่างกรรม ต่างวาระ หลายครั้ง เห็นสมควรให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ให้มีความเป็นประชาธิปไตย
รัฐธรรมนูญ ปี 2550 มีการใช้งบประมาณกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งถือว่ามีราคาแพงที่สุดในโลกก็ว่าได้ แต่กลับมีความอัปลักษณ์หลายประการ คือ
1. ที่มาแห่งการร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย มีการล็อคโผกันตั้งแต่ต้น กีดกันฝ่ายการเมืองสมาชิกพรรคการเมืองกว่า 36 ล้านคนและประชาชนที่รักประชาธิปไตยอีกเกือบ 30 ล้านไม่ให้เข้าไปมีส่วนในกระบวนการ
2. เนื้อหาภายในมีความจงใจทำลายสถาบันพรรคการเมืองให้อ่อนแอ โดย 'อำมาตยาธิปไตย' ได้สถาปนา “ตุลาการภิวัตน์” ขึ้นมามีอำนาจเหนืออำนาจอธิปไตยของประชาชน
3. ทำลายหลักนิติธรรม ดดยการนิรโทษกรรมให้กับคณะปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ทั้ง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ทั้งที่ได้ ทำผิดตามกฏหมายอาญามีโทษถึงประหารชีวิตทำให้รัฐธรรมนูญ2550 มีค่าเพียงเครื่องมือสร้างความชอบธรรม ให้แก่การรัฐประหารเท่านั้น
4. ใช้อำนาจกระบอกปืนและกฏอัยการศึกในการการบีบคับประชาชนลงมติประชามติ ผ่าน หน่วยงานราชการนักวิชาการที่หามเสลี่ยงให้คณะปฏิวัติรัฐประหาร ล่อหลอกประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ไปกากาบาท 'เห็นชอบ' แล้วนำผลอันทุจริตฉ้อฉลนี้มากล่าวอ้าง
5. คอรัปชั่น เอื้อประโยชน์ในกระบวนการการจักพิมพ์ร่างฯ การซื้อโฆษณาให้กับ สื่อที่เป็น พรรคพวก และยอมศิโรราบกับคณะปฏิวัติรัฐประหาร รวมทั้งการใช้งบประมาณคนไปเที่ยวเพื่อหวังซื้อใจ ให้ลงประชามติ ิในแนวทางที่ตนเองต้องการ
ในขณะนี้ สังคมแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน คือพวกเราในมหาสมาคมแห่งนี้ ที่ร่วมประกาศจุดยืนสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 กับฝ่ายที่แสดงความคิดเห็นคัดตค้านซึ่งคน พวกนี้ล้วนแต่เป็นพวกที่นิยมชมชบการปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยไม่สนใจความเสียหาย ของประเทศชาติทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ตลอดระยะเวลา 1 ปี 5 เดือนที่ผ่านมา มิได้เคารพในวิถีทางประชาธิปไตย มิได้เคารพเสียงอันบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชนแม้แต่น้อย เพียงเพราะมีความมุ่งหวังผลทางการเมือง ตำแหน่ง ลาภ ยศ สรรเสริญเป็นการส่วนตัวเท่านั้นเอง ซึ่งเราจะพบได้ในข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่โดยทั่วไปว่ามีการทุจริตฉ้อฉลในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจที่เหล่านี้สนับสนุนเข้าไปมีตำแหน่งใน ตลอดระยะเวลา 1 ปี 5 เดือนที่ผ่านมา
กลุ่มคนที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ไม่มีความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวเพราะ 1.พวกเขาเป็นผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมือง 2.พวกเขาเป็นสมุนบริวารรับใช้คณะรัฐประหารโดยตลอด 1 ปี 5 เดือน 3.รูปการจิตสำนึกของพวกเขาเป็น 'รัฐประหารนิยมอำมาตยาธิปไตยนิยม' 4. พวกเขาเป็นผู้มีส่วนร่วมใน การร่างรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นย่อมพิสูจน์เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า พวกเขานั่นแหละเป็น 'อาชญากรทางประชาธิปไตย' อย่างแท้จริง
พวกเราที่มาร่วมประชุมในมหาสมาคมแห่งนี้จะร่วมกันต่อสู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยให้นำรัฐธรรมนูญ 2540 มาเป็นหลักแล้วปรับปรุงเนื้อหาให้ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ที่แท้จริงของประชาชน'
'สมัคร'ยันมีข้าวสำรอง 2 ล้านตันลั่นชาวบ้านไม่อด
"นายกฯสมัคร" ออกโรงยันรัฐบาลมีข้าวสำรอง 2 ล้านตัน ชาวบ้านไม่มีอดแน่ ด้าน "มิ่งขวัญ" กล่อมชาวนาเปิดเจรจาราคาขายข้าวกับพ่อค้าใหม่ เตรียมหารืออิน เดีย-เวียดนาม กำหนดราคาข้าวในตลาดโลกเอง ขณะที่ยุคข้าวแพง ชาวนายังทุกข์ แก๊งโจรแสบย่องลักพันธุ์ข้าวถึงบ้านกลางดึก ตื่นมาเห็นจะจะคาตากำลังขนใส่รถปิกอัพ โดดขึ้นรถจยย.หวังซิ่งตาม แต่ถูกตัดสายคันเร่งทิ้ง เผ่นหนีลอยนวล “กาฬสินธุ์” ชาวนากักตุนข้าวไว้กิน-เลี้ยงสัตว์ หวั่นขายหมดต้องซื้อข้าวแพงกิน
เดลินิวส์
เปลืองข้าวสุก
ช่วงสมัยรัฐบาลชวน ๒ นายสนธิมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับนายธารินทร์มาก่อน ตอนแรกก็ดีกัน แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งระหว่างกันอย่างรุนแรง โดยนายสนธิอ้างว่าเป็นความขัดแย้งกันทางความคิดในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ จากนั้นจึงพุ่งเป้าโจมตีนายธารินทร์อย่างรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง ๒ ปีหลังของรัฐบาลชวน ๒ ทั้งผ่านทางวิทยุ และหนังสือพิมพ์ต่างๆในเครือผู้จัดการโดยใช้ชื่อว่าพายัพ พนาสุวรรณ มีการทำเทปออกขาย ปรากฏความตอนหนึ่งว่านายสนธิ กล่าวหานายธารินทร์ นิมานเหมินทร์ อดีตรมว.คลังว่า กระทำการอันเป็นการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ทำให้นายธารินทร์ ต้องฟ้องร้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาท เรื่องยังอยู่ในศาลจนถึงปัจจุบันนี้
***เกาะรัฐบาลทักษิณ ๑***
ขณะที่ในช่วงรัฐบาลทักษิณ ๑ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกนั้น ก็ได้ดึงเอานายสนธิมาร่วมงานด้วย เพราะเขารู้จักกับคนในรัฐบาลหลายคน ต่อมาในช่วงรัฐบาลทักษิณ ๒ เกิดการขัดแย้งระหว่างนายสนธิกับรัฐบาลอย่างรุนแรงสาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบว่าด้วยเรื่องอะไร แต่บางคนอ้างว่า เพราะนายสนธิลงทุนไปซื้ออุปกรณ์ในการทำโทรทัศน์เสรีมาแล้วเป็นพันล้านบาท แต่กลับไม่ได้ช่องมาทำ ก็เลยหันมาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ในแบบเดียวกันกับที่เคยโจมตีนายธารินทร์ สำเร็จมาแล้ว
วาทกรรมขยะแขยง.... นั่งขี่คอกะ..ทิ่มปาก พ.ศ.นี้ แผนการลับลวงโลกโดยผ่านบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญคือความชอบธรรมล้มอำนาจรัฐฯ เอามากระแทกสร้างกระแสความไม่พอใจออกมาเดินขบวนชุมนุมครั้งใหญ่กดดันรัฐฯ ถึงต้องเล่าความเท็จลัทธิสนธิ โฆษณาชวนเชื่อครั้งก่อนสัมฤทธิ์ผลของเวทีพันธมิตร ดึงมาใช้สร้างกระแสความไม่พอใจจงเกลียดจงชัง...จุดไฟให้มันติด!!!
ย้อนเอาอดีตวันเวลาที่เก่าเวลาเดิมพฤติกรรม ลัทธิสนธิเที่ยงจัดๆๆ ตรงบริเวณสี่แยกมิสักวันระหว่างข้างกระทรวงศึกษาธิการมุ่งตรงไปทำเนียบรัฐบาล ด้านข้างที่ตั้งกองทัพภาคที่1 สมรภูมิรบมันเหมาะเหม็ง ต่อศูนย์กลางมุมอับพาคนไปตายจากความประมาทชะล่าใจ...ใครลงมือทําใครก่อนเสียเปรียบทันที...ปมเงื่อนตาย...ขุดหลุมล่อ...เหยื่อ
ผมจำติดหูติดตาของเจ้าลัทธิสนธิ หยิบหนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวเกี่ยวกับเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ม่รอช้าเดินปรี่ขึ้นเวทีตะโกนฟ้องประชาชนในกลุ่มผู้ชุมนุมที่นั่นว่า "พ่อแม่พี่น้องครับ...ไอ้...ทักษิณ มันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกแล้วครับ พ่อแม่พี่น้องครับ" ตอกย้ำอยู่หลายเที่ยว...ของเที่ยงวันวันนั้น
ลัทธิสนธิ สงครามแย่งชิง "ความจงรักภักดี" เปลืองโดยใช่เหตุ ครั้งนี้รูปการเหมือนเดิมเป้าหมายต้องการล้มลูกเดียว ชวนทะเลาะทรมาน รูปแบบจุดเริ่มต้นแถลงข่าวของพันธมิตรเนื้อหาและรูปแบบพิมพ์เขียว โดยเอาบทเฉพาะกาลแก้ไขรธน.ขุดหลุมล่อ...
วันนี้ พ.ศ.นี้ ลัทธิบูชายัญมูลนิธิยามจับไข้...ม็อบไข่ปลา(ทู) ...ขี่กระแสเกาะกระแสเอารัฐธรรมนูญฉบับคลุมถุงชนปกปิดไส้เน่า ม.309 แผนการสืบทอดอำนาจโดยผ่านบทเฉพาะกาล
บทเฉพาะกาลมาตรา 309 บัญญัติให้การใดหรือการกระทำใด ของบุคคลใดหรือคณะบุคคลใด ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 ว่าการนั้นหรือการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย และชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยไม่ว่าการกระทำนั้นหรือการกระทํานั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีความหมายเท่ากับนิรโทษกรรมล่วงหน้า ไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตตลอดอายุการใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั่นเอง
***เพี้ยนหนักกล่าวหารัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับระบอบประธานาธิบดี***
เมื่อวันที่ (2 เม.ย.2551) 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ได้ประชุมหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่บ้านท่าพระอาทิตย์ หลังจากนั้น
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ ได้อ่านแถลงการณ์พันธมิตรฯ ฉบับที่ 5/2551 โจทย์ใหญ่ใจความหัวเรื่องคำประกาศ "พร้อมต่อต้านอาชญากรประชาธิปไตยเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญฟอกความผิดให้ตัวเอง" ดั่งข้อความว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 237 และมาตรา 309 นั้น มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษการกระทำความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งของตัวเอง และพวกพ้องตลอดจนทำลายและตัดตอนกระบวนการยุติธรรม เพื่อล้มล้างคดีความของอดีนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้กล่าวว่า "ท่านสื่อมวลชนครับ เมื่อกี้นี้ผมได้พูดออกไปประโยคหนึ่งอยากให้ท่านตั้งใจฟังให้ดีๆ นั่นก็คือว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีนัยที่ลึกซึ้งมาก มันมีความหมายอยู่มากมายที่เราคาดไม่ถึง คือการแก้รัฐธรรมนูญทำได้ 2 ลักษณะ ที่ถูก ที่ควรจะทำ ก็คือว่า ถามประชาชนก่อน ทดสอบ ตั้งกรรมาธิการ ใช้เวลาพิจารณาดูข้อดีข้อเสีย เท่าที่ผมทราบมา
เมื่อวานนี้ พรรคพลังประชาชนมีมติภายในว่าจะทำให้เสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ เพราะฉะนั้นการกระทำเช่นนี้มีนัยที่น่ากลัวมาก เพราะว่าถ้าสามารถที่จะหักดิบแบบนี้ได้ อีกหน่อยวันดีคืนดีใครก็ตาม เอาเงินมาซื้อเสียง เข้ามามีเสียงข้างมากในสภา อยากจะขอแก้รัฐธรรมนูญหมวดกษัตริย์บ้างล่ะ ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วเนื่องจากไม่เคยฟัง ไม่มีการฟัง ไม่มีการพิจารณา ไม่มีการขอความเห็น ไม่มีการเอาเข้าสภามาถกเถียงกัน จะทำให้เสร็จภายใน 30 วันใครจะทำไม เพราะว่าผมมีเสียงข้างมาก อันตรายมากนะครับ
"อันที่ 2 วันดีคืนดี พอแก้รัฐธรรมนูญนี้เสร็จเรียบร้อย อาจจะแก้ต่อว่า จากนี้ไปให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบประธานาธิบดี ให้เลือกประธานาธิบดีคนเดียวพอ แล้วประธานาธิบดีเข้ามา เอาเสียงข้างมาก รากหญ้าที่ไหน ใครคุมอีสาน ใครคุมเหนือได้ ก็เอาอีสานเครือข่ายลงให้ อาจจะเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้ ถ้าเกิดแกหลุดจากคดีเพราะว่า 309 ไม่มีแล้วแกก็จะเป็นประธานาธิบดีคนแรกของประเทศไทย"
ทุกอย่างมันเป็นไปได้หมด มันเป็นไปได้ตรงที่ว่า เนื่องจากการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการแก้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทุกๆ ครั้งการแก้รัฐธรรมนูญต้องแก้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และการแสดงออกด้วยความบริสุทธิ์ใจนั้น ต้องมาจากการปรึกษาหารือกับพรรคฝ่ายค้าน แสดงเวทีประชาพิจารณ์ ให้นักวิชาการต่างๆ ได้ออกสื่อมวลชนมาถกเถียงกันเรื่องราวต่างๆ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แล้วค่อยหาข้อยุติ
"นั่นคือวิถีทางที่เป็นหลักที่ถูกต้อง แต่นี่ไม่ใช่ เมื่อไม่ใช่ก็อดให้เราคิดไม่ได้ว่า อีกหน่อย พวกคุณก็สามารถจะหักดิบ แก้หมวดกษัตริย์ได้ แก้ให้ไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้ว เป็นประธานาธิบดีได้ คุณอาจจะมาโต้เถียง อาจจะใช้คนเก่ง ปากเก่ง เถียงเก่ง แต่ว่าการกระทำมันส่อเจตนาว่า โอกาสคุณจะทำเช่นนั้นก็มีเช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้วนัยตรงนี้อันตรายมาก ที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า ถ้าปล่อยให้แก้รัฐธรรมนูญได้ นี่คือจุดจบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข"
น่าขายหน้า???...ขยะแขยง...อดสูใจ...อดีตที่ผ่านมานายสนธิ เที่ยวตีกินกล่าวหา...หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ล่าสุดแอบอ้างกอด "ความจงรักภักดี"หาที่พึ่งสุดท้าย...นี่คือหลากหลายๆตัวอย่างที่ถูกนายสนธิ...เล่นงานมาแล้วทั้งนั้น อาทิ เช่น
1.นายสนธิกล่าวหานายธารินทร์ว่า กระทำการอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำให้นายธารินทร์ต้องฟ้องร้องนายสนธิในข้อหาหมิ่นประมาท เรื่องยังอยู่ในศาลจนถึงปัจจุบันนี้
2.ผมจำติดหูติดตาเจ้าลัทธิสนธิ หยิบหนังสือพิมพ์มติชนพาดหัวเกี่ยวกับเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เดินตรงปรี่ขึ้นเวทีตะโกนฟ้องประชาชนในกลุ่มผู้ชุมนุมว่า"พ่อแม่พี่น้องครับ...ไอ้...ทักษิณ มันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกแล้วครับ พ่อแม่พี่น้องครับ" ลักษณะกล่าวหาเหมือนกัน...มุกตีกิน!!!
ลัทธิสนธิ คิดโหนกระแสสงครามแย่งชิง "ความจงรักภักดี" เปลืองเปล่าโดยใช่เหตุ เป้าหมายต้องการล้มลูกเดียว ชวนทะเลาะยืดเยื้อ จุดเริ่มต้นแถลงข่าวพันธมิตรเนื้อหาและพิมพ์เขียว...ใครสั่ง...แห่ศพประจานตายเป็นตายเจ๊งเป็นเจ๊ง...ยุคกรรมติดจรวดขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอยู่พอดีครับ!!!
Hi-Thaksin
| | คืนรัง |
'มิ่ง'จีบ'อินเดีย-ญวน'ร่วมตั้งราคาข้าวส่งออก 'เลี้ยบ' มึนถูกปล่อยข่าวไทยคุมเข้มส่งออก
'มิ่งขวัญ'ปิ๊งไอเดียอีก จีบ'อินเดีย-ญวน'ผนึกกำลังตั้งราคาข้าวส่งออก ขณะที่ตลาดสินค้าเกษตรฯปฏิเสธข่าวเฮดจ์ฟันด์ปั่นราคา ยันเป็นไปตามกลไกตลาด 'เลี้ยบ'มึน ตปท.ปล่อยข่าวไทยคุมเข้มส่งออก ยันไทยไม่บิดเบือนตลาด พ่อค้าเมินรัฐนำเข้าปุ๋ยมาขายเอง
ไทยจีบ 'อินเดีย-ญวน' ตั้งราคาข้าว
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 เมษายน ว่า ในวันที่ 27 เมษายน นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประเทศอินเดีย จะเดินทางมาเข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะในโอกาสที่ตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนั้น จะใช้โอกาสนี้หารือและดูท่าทีของอินเดียถึงแนวทางการร่วมมือในการกำหนดราคาข้าวส่งออกของประเทศไทย อินเดีย และเวียดนาม ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตข้าวส่งออกรายใหญ่ของโลก จากนั้น จะเดินทางไปประเทศเวียดนามเพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือกัน
ทั้งนี้ ประเทศไทย ส่งออกข้าวเป็นอันดับ 1 ของโลก คิดเป็นสัดส่วน 31.40% ของการส่งออกข้าวในตลาดโลก รองลงมาคืออินเดีย 16% และเวียดนามอีก 14% รวมแล้วทั้ง 3 ประเทศ จะมีสัดส่วนการส่งออกข้าวรวมกว่า 60% ของการส่งออกข้าวในตลาดโลก
นายมิ่งขวัญ กล่าวถึงการหารือร่วมกันระหว่าง 13 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้าข้าว ในวันที่ 5 เมษายน ว่า พร้อมจะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และจะบอกให้ชาวนากลับไปเจรจาตกลงซื้อขายข้าวฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะออกกับพ่อค้าคนกลางและโรงสีให้ได้ราคาดีขึ้น เนื่องจากขณะนี้ชาวนารู้แล้วว่าข้าวสารที่ส่งออกไปจะขายได้ราคาดีถึง 3 หมื่นบาทต่อตัน ดังนั้น ราคารับซื้อของพ่อค้าคนกลางและโรงสีก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันเพื่อความเป็นธรรม
นายทศพล วังศิลาบัตร ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดที่ไทยจะจับมือกับกลุ่มผู้ผลิตข้าวในลักษณะกลุ่มโอเปค เพื่อต่อรองราคากับผู้ซื้อ จะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น รวมทั้งรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำทำนา โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา มีปัญหาขาดแคลนน้ำมากซ้ำซาก
สั่งเช็คสต๊อคข้าวรัฐ-จนท.เอี่ยวเจอเด้ง
จากราคาข้าวขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และเกิดความต้องการข้าวในปริมาณสูง จนเกิดการลักขโมยตามโกดังเก็บข้าวของเกษตรกรและพ่อค้าคนกลางเพิ่มขึ้นจำนวนมากนั้น นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สั่งการให้ 3 หน่วยงานคือ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ทำการตรวจสต๊อคข้าวของรัฐบาลซ้ำอีกครั้งในสัปดาห์หน้า และให้ได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ รวมทั้งให้ อคส.วางระบบแนวทางการตรวจสอบที่ต่อเนื่อง หลังจากล่าสุดที่ตรวจพบข้าวที่ฝากไว้ในโกดังเอกชนสูญหาย 13,000 ตัน
'ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้ตรวจเช็คโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำของภาครัฐ และขอเตือนเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หากพบว่า พื้นที่ใดมีปัญหาข้าวขาดหาย จะสั่งย้ายออกจากพื้นที่ และหากมีมูลว่าเจ้าหน้าที่ทุจริตจะตั้งกรรมการสอบสวน หากพบความผิดจะดำเนินคดี รวมทั้งโรงสีที่มักง่าย หาผลประโยชน์ด้วยการนำข้าวภาครัฐออกไปขายก่อนได้รับอนุญาต ก็จะส่งดำเนินคดีต่อไป' นายศิริพลกล่าว
ส.โรงสีค้านตั้งราคาขั้นต่ำส่งออก
นายปราโมทย์ วานิชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอผู้ส่งออกที่ต้องการให้มีการกำหนดเพดานราคาขั้นต่ำส่งออกข้าว และจะเสนอแนวคิดนี้ในการประชุมร่วมกับนายมิ่งขวัญ ในวันที่ 5 เมษายนนี้ เพราะเห็นว่าเป็นผลเสีย ทำให้ราคาข้าวในประเทศตกต่ำลงและเกิดการเก็งกำไรส่วนต่างจากการส่งออกได้มากขึ้น เพราะข้าวที่ระบายออกมาในสมัยนายเกริกไกร จีระแพทย์ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ จำนวน 4 ล้านตัน ยังอยู่ในมือผู้ส่งออกที่ประมูลได้ถึง 9 แสนตัน ซึ่งขณะนั้นราคาที่ประมูลได้เฉลี่ยกระสอบละ 1.2 พันบาท ปัจจุบันขึ้นไป 2 พันบาท หากขายออกมาก็ได้ส่วนต่างกำไรถึง 6 พันล้านบาท และไม่ได้แก้ปัญหาการขาดแคลนข้าวในประเทศตามที่ผู้ส่งออกกล่าวอ้าง และขอยืนยันว่าผลผลิตข้าวที่จะออกสู่ตลาดในปีนี้เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศแน่นอน
'เลี้ยบ'ปัดไทยคุมเข้มส่งออกข้าว
วันเดียวกัน นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศอาเซียนที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ปฏิเสธข่าวลือในตลาดข้าวระหว่างประเทศที่ว่าไทยกำลังเตรียมแผนเข้มงวดการส่งออกข้าวไปยังตลาดต่างประเทศว่า ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ต้องการให้เกิดการบิดเบือน หรือสร้างอิทธิพลเทียมขึ้นในตลาด ส่วนตลาดภายในประเทศนั้นก็ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของอุปสงค์และอุปทาน
เอพีระบุว่า ก่อนหน้านี้ มีข่าวสะพัดในตลาดว่า ไทยเตรียมจำกัดการส่งออก เพื่อทำให้ปริมาณข้าวในตลาดภายในมีเพิ่มขึ้นจนเพียงพอต่อการบริโภค หลังจากที่ราคาข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นสูงมากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1 เท่าตัวนับตั้งแต่ปี 2547 โดยมีสาเหตุหลายประการ ตั้งแต่ปัญหาราคาน้ำมัน ราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยไปจนถึงปัญหาเรื่องการระบาดของโรค, แมลงและภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต ทั้งนี้เกิดความวิตกกันว่า ราคาข้าวอาจจะเพิ่มขึ้นไปอีก 40 เปอร์เซ็นต์จากราคาปัจจุบันในช่วงอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากที่เวียดนามออกมาประกาศแล้วว่านับตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม จะตัดปริมาณการส่งออกลง 1 ล้านตัน เพื่อชะลอปัญหาราคาและปัญหาเงินเฟ้อและทำให้เกิดความมั่นคงด้านอาหารขึ้นในประเทศด้วย
ยันข้าวในไทยพอบริโภค
ก่อนหน้านี้นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยที่สิงคโปร์ว่า ไทยมีข้าวอยู่ในสต๊อคราว 2.13 ล้านเมตริกตัน ซึ่งมากพอสำหรับการบริโภคในเวลา 3 เดือน สำหรับราคาในตลาดระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลดีต่อชาวไร่ชาวนาและรัฐบาลจะปล่อยให้กลไกตลาดกำหนดราคาเพื่อการส่งออกเอง ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของไทยเคยประมาณการการส่งออกข้าวไว้ว่าในปีนี้จะอยู่ที่ราว 8.5 ล้านตัน ลดลงจากที่เคยส่งออกเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 9.7 ล้านตัน
เทสโก้ให้รัฐสกัดปชช.ตื่นข้าวขาด
นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหารค้าปลีกสมัยใหม่ เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ต้องการให้ภาครัฐสร้างความเข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์ข้าวในขณะนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการตื่นตระหนก เนื่องจากขณะนี้ปริมาณข้าวในตลาดเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่ปัญหาการตื่นตระหนกทำให้ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแห่ซื้อสินค้าเพื่อกักตุนเป็นจำนวนมาก จนบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจาก 2,000 ถุงต่อวัน เป็น 6,000 ถุง หรือเพิ่ม 3 เท่าตัว ขณะที่บริษัทได้สินค้าเพียง 20-30% ของจำนวนที่สั่งซื้อข้าวถุง 1 หมื่นถุงเท่านั้น โดยผู้ผลิตให้เหตุผลว่าสินค้าขาดตลาด และจะพยายามเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อขอเพิ่มปริมาณสินค้า โดยยืนยันว่าห้างไม่ได้กักตุนสินค้ามติชน
ฉะ แฉ ฉาว 2
| ||||
| มติชน | ||||
ทักษิณ ให้ ยอดรัก รักษาที่ โรงพยาบาลพระรามเก้า จนหาย
"อริสมันต์" เผย "ทักษิณ" สวมบทเศรษฐีใจบุญให้ "ยอดรัก" ไปรักษาที่ โรงพยาบาลพระรามเก้าจนกว่าจะหาย เจ้าตัวขอหารือแพทย์ศิริราชก่อนย้าย โรงพยาบาล ยังไม่มีการติดต่อขอซื้อบ้าน เข็ดถูกโจมตีอย่างหนัก หลังพูดอ้อนเศรษฐีใจดีจากเมืองนอกมาซื้อบ้าน
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง รองโฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเกี่ยวกับกรณีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นมือช่วยเหลือ นายนิพนธ์ ไพรวัลย์ หรือ "ยอดรัก สลักใจ" นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เพื่อรักษาโรคมะเร็งตับว่า กระแสข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เนื่องจากที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณทราบข่าวไม่สบายของยอดรักมาตลอด จึงให้ติดต่อประสานไปยังยอดรัก และตัดสินใจช่วยเหลือทางการเงินในการรักษาพยาบาลแก่ยอดรักเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา โดย พ.ต.ท.ทักษิณให้ยอดรักไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระรามเก้าจนกว่าจะหายดี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากเมื่อการเลือกตั้งปี 2549 ที่ผ่านมา ยอดรักเคยประสานว่าจะมาลงสมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน แต่บังเอิญมีปัญหาติดขัด ทั้งนี้ ยอดรัก สลักใจ ก็มีความรักใคร่ชอบพอกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จึงทำให้ไม่สามารถตัดสินใจมาลงสมัคร ในนามพรรคพลังประชาชนได้
เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะช่วยเหลือเฉพาะค่ารักษาพยาบาล หรือจะซื้อบ้านที่ยอดรัก สลักใจ ประกาศขายมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ด้วยหรือไม่ นายอริสมันต์กล่าวว่า ทางฝ่ายของยอดรักเสนอไป ซึ่งตนทำหน้าที่ประสานอยู่ แต่ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ อยู่ระหว่างการพิจารณา อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณบอกยอดรักว่า อยากให้รักษาตัวให้หายก่อน โดย พ.ต.ท.ทักษิณ จะช่วยเหลือทางการเงินในเรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่เรื่องการขายบ้านที่ยอดรักต้องการขายนั้น พ.ต.ท.ทักษิณแนะนำยอดรักไปว่า ให้เก็บบ้านไว้อยู่กับครอบครัว นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเตือนยอดรักในเรื่องความขัดแย้งระหว่าง สายัณห์ สัญญา ว่าไม่ควรจะมาสร้างเรื่อง และไม่ควรจะมาพูดกันผ่านสื่อ เพราะจะทำยิ่งให้เข้าใจผิด
ขณะเดียวกันยอดรัก สลักใจ กล่าวในงานเลี้ยงขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชน และคนในวงการบันเทิง ที่หมู่บ้านกฤษดานคร 17 ถนนพุทธมณฑล สาย 3 ว่า ข่าวที่บอกว่าอดีตนายกฯ มาซื้อบ้านนั้นไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้มีคนทั่วไปติดต่อมา แต่ก็เงียบหายไป รู้สึกงงกับข่าวที่ออกไป แต่เรื่องการรักษาพยาบาลยอมรับว่ามีการคุยกันจริง โดยนายอริสมันต์มาพูดคุยเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่าทางผู้ใหญ่ให้เป็นผู้ประสานเรื่องการรักษาพยาบาล โดยให้ไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลพระรามเก้าฟรีทั้งหมด ซึ่งเป็นการช่วยเหลือกันในเบื้องต้น ส่วนจะไปรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าวเมื่อไร กำลังปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลศิริราชอยู่ ซึ่งน่าจะไปรักษาหลังสงกรานต์ โดยอาจจะใช้รักษาวิธีบล็อกเส้นเลือด
"ผมยืนยันนะ ว่าเศรษฐีใจบุญที่ว่าไม่ใช่อดีตท่านนายกฯ บอกได้แค่ว่าเป็นเศรษฐีนิรนาม ที่อยากมาช่วยเหลือผมจริงๆ แต่ไม่อยากเป็นข่าว แต่ถ้าทางโน้นจะให้ข่าวก็ให้ไป ผมเข็ดแล้ว เพราะตั้งแต่ที่บอกว่าให้เศรษฐีใจดีมาซื้อบ้าน ผมก็โดนโจมตีกระหน่ำแล้ว ส่วนเรื่องการรักษาโรคด้วยวิธีบล็อกเส้นเลือก คาดว่าหลังสงกรานต์จะให้หมอที่ศิริราชเช็กอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ว่าขั้นตอนการบล็อกจะเป็นอย่างไร ซึ่งในขั้นต้นหมอให้พักผ่อนมากๆ เพื่อจะได้มีพลังในการรักษา" ยอดรัก สลักใจกล่าว
เมื่อถามถึงการรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษซึ่งเศรษฐีใจดีจะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นักร้องชื่อดังบอกว่า คงต้องฟังหมอศิริราชเป็นหลักก่อนว่าการรักษาจะออกมาในลักษณะไหน จะรักษาหายหรือดีขึ้นอย่างไร ถ้ารักษาแล้ว แต่ยังไม่หาย ก็คงไม่จำเป็นต้องไปถึงอังกฤษ เนื่องจากเชื่อในความสามารถของหมอศิริราช
"ผมเข็ดแล้ว ถ้ามีข่าวอะไรยังไง ผมจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้งหนึ่ง ข่าวลือต่างๆ อย่าเพิ่งไปหลงเชื่อ จนกว่าจะมีความชัดเจนออกมาจากทางผม ข่าวลือก็คือข่าวลือ อย่างไรก็ตาม อยากฝากผ่านสื่อ แสดงความเสียใจไปถึงครอบครัวของ "น้ำ" เดอะ สตาร์ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งด้วย เพราะโรคพวกนี้มันเร็วมาก" นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่กล่าว