WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, April 8, 2008

5 ​อาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​ออกแถลงการณ์ค้านการยุบพรรค

5 ​อาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​ออกแถลงการณ์ค้านการยุบพรรค



คณาจารย์​จาก​คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ 5 ​คน​ ​ออกแถลงการณ์​ ​เรื่อง​ ​การตี​ความ​กฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​และ​การแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ ​โดย​ระบุ​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การตี​ความ​รัฐธรรมนูญ​ ​มาตรา​ 237 ​เพื่อยุบพรรคการเมือง​ ​เพราะ​เท่า​กับ​ความ​ผิดของบุคคลคนเดียวนำ​ไปสู่การยุบพรรคการเมือง​ ​ที่ประกอบไป​ด้วย​สมาชิกจำ​นวนมาก​ซึ่ง​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​ ​การเอาผิด​กับ​บุคคล​ซึ่ง​ไม่​ได้​กระทำ​ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิ​เสรีภาพของบุคคลอย่างร้ายแรง​

นอก​จาก​นี้​ ​ใน​ทางปฏิบัติที่​เคยเกิดขึ้น​แล้ว​ ​ยัง​มีผลเสมือนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​เป็น​ผู้​มีอำ​นาจยุบพรรคการเมือง​นั้น​เอง​ใน​ทาง​ความ​เป็น​จริง​ ​เพราะ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​เป็น​อำ​นาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​โดย​ศาลฎีกา​ได้​ตี​ความ​รับรอง​ไว้​ว่าการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​เป็น​ที่สุด​ไม่​อาจถูกตรวจสอบ​ได้

แถลงการณ์ระบุว่า​ ​กลไกดังกล่าวแม้ว่าอาจ​จะ​เกิด​จาก​ความ​หวังดีของ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​และ​ผู้​ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ​ ​ที่​จะ​ขจัดการทุจริตการเลือกตั้ง​ ​แต่​เป็น​การแก้ปัญหาที่​ไม่​ถูกจุด​และ​รุนแรงเกินสมควรกว่า​เหตุ​ ​การดำ​เนินการ​กับ​ผู้​ทุจริตการเลือกตั้ง​เป็น​สิ่งที่​จะ​ต้อง​กระทำ​ ​แต่​ต้อง​ดำ​เนินการ​กับ​บุคคล​นั้น​ ​ไม่​ใช่​กับ​พรรคการเมือง​หรือ​บุคคล​อื่น​ที่​ไม่​ได้​กระทำ​ความ​ผิด​ด้วย​ ​มิพัก​ต้อง​กล่าวว่า​ ​การออกแบบกลไก​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้​เป็น​การมอบอำ​นาจ​ให้​กับ​คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างมาก

"คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​ ​ขอเรียกร้อง​ให้​บรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองร่วมมือ​กัน​ ​ใน​อันที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขกฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​ให้​เป็น​ไปตามหลักกฎหมายที่นานาอารยะประ​เทศนับถือ​ ​และ​ไม่​ควร​จะ​จำ​กัดการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเฉพาะประ​เด็นนี้​เพียงประ​เด็นเดียว​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​ขอยืนยันว่า​ ​สมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​สมาชิกวุฒิสภาที่มา​จาก​การเลือกตั้งมี​ความ​ชอบธรรม​ใน​ทางประชาธิปไตย​ ​ที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ให้​เป็น​ไปตามหลักการที่ถูก​ต้อง​ ​การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้ผ่านการออกเสียงประชามติ​ ​จึง​ไม่​ควรแก้​ไข​หรือ​ยัง​ไม่​ควรแก้​ไข​นั้น​ ​เป็น​การกล่าวอ้างที่จงใจละ​เลยบริบทของการออกเสียงประชามติ​ ​ที่ประชาชนจำ​นวนมากถูกบีบบังคับ​โดย​เทคนิคทางกฎหมาย​ ​ให้​ต้อง​ยอมรับรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้​ไปก่อน​ ​เพื่อ​ให้​ประ​เทศพ้น​จาก​สภาวะของรัฐบาลที่​เป็น​ผลพวง​จาก​การยึดอำ​นาจ​ ​และ​ละ​เลยข้อเท็จจริงที่ว่ามีประชาชนออกเสียง​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้กว่าสิบล้านเสียง" แถลงการณ์ระบุ​

ทั้ง​นี้​ ​คณาจารย์​ทั้ง​ 5 ​คน​ ​ได้​แก่​ ​รองศาสตราจารย์​ ​ดร​.​วรเจตน์​ ​ภาคีรัตน์, รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์​ ​ปิวาวัฒนพานิช, อาจารย์​ ​ดร​.​ฐาปนันท์​ ​นิพิฏฐกุล, อาจารย์ปิยบุตร​ ​แสงกนกกุล, อาจารย์ธีระ​ ​สุธีวรางกูร

ซึ่ง​ก่อนหน้านี้​เคยมีบทบาท​ให้​ข้อคิดเห็นด้านกฎหมายหลายเรื่อง​ ​อาทิ​

อาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​แถลงประณามการรัฐประหาร​และ​เรียกร้อง​ให้​กลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย​โดย​เร็ว​ที่สุด

6 ​คณาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​ออกแถลงการณ์ปฏิ​เสธร่างฯ​ 50 ​ด้วย​เหตุ​ 26 ​ประการพร้อม​ 4 ​ข้อเสนอหากมหาชน​ไม่​รับร่างฯ

"คำ​วินิจฉัยกลาง" ของ​ 5 ​อาจารย์นิติฯ​ ​มธ​. ​ต่อ​ "คำ​วินิจฉัยกรณียุบพรรคของตุลาการรัฐธรรมนูญ"

รายละ​เอียดแถลงการณ์​ ​มีดังนี้​

00000

แถลงการณ์

เรื่อง​ ​การตี​ความ​กฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​และ​การแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

ตามที่ปรากฏข้อถกเถียงเกี่ยว​กับ​การตี​ความ​กฎหมาย​อยู่​ใน​ขณะนี้ว่า​ใน​กรณีที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำ​ความ​ผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง​และ​ถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ ​การกระทำ​ของกรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​จะ​ส่งผล​ให้​ต้อง​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมืองดังกล่าว​และ​ต้อง​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคคน​อื่น​ที่​ไม่​ได้​รู้​เห็น​เป็น​ใจ​กับ​การกระทำ​ความ​ผิด​นั้น​ด้วย​หรือ​ไม่​นั้น​ ​คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้ายเห็นว่า​โดย​ที่ปัญหาดังกล่าว​เป็น​ปัญหาที่​เกี่ยว​กับ​การตี​ความ​รัฐธรรมนูญ​ซึ่ง​อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตย​ ​และ​อาจก่อ​ให้​เกิดวิกฤติทางการเมืองตามมา​ได้​ ​จึง​เห็นสมควรที่​จะ​ได้​แสดงทัศนะทางกฎหมาย​ให้​สาธารณชน​ได้​รับทราบ​ไว้​ดังต่อไปนี้

๑. ​รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย​ ​พุทธศักราช​ ๒๕๕๐ มาตรา​ ๒๓๗ บัญญัติว่า​ "ผู้​สมัครรับเลือกตั้ง​ผู้​ใด​กระทำ​การ​ ​ก่อ​ ​หรือ​สนับสนุน​ให้​ผู้​อื่น​กระทำ​การอัน​เป็น​การฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา​ ​หรือ​ระ​เบียบ​หรือ​ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​ซึ่ง​มีผลทำ​ให้​การเลือกตั้งมิ​ได้​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของบุคคลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา

ถ้า​การกระทำ​ของบุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง​ ​ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ​ได้​ว่าหัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​ผู้​ใด​มี​ส่วน​รู้​เห็น​ ​หรือ​ปล่อยปละละ​เลย​ ​หรือ​ทราบ​ถึง​การกระทำ​นั้น​แล้ว​ ​มิ​ได้​ยับยั้ง​หรือ​แก้​ไขเพื่อ​ให้​การเลือกตั้ง​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​ให้​ถือว่าพรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจการปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​มิ​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญนี้ตามมาตรา​ ๖๘ ​และ​ใน​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวมีกำ​หนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง"

บทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น​ได้​รับการบัญญัติ​ซ้ำ​ไว้​ใน​พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา​ ​พ​.​ศ​. ๒๕๕๐ ​มาตรา​ ๑๐๓ ​วรรคสอง​ ​โดย​มีถ้อยคำ​ที่คล้ายคลึง​กัน​ ​แต่มาตราดังกล่าวบัญญัติ​เพิ่มเติมอำ​นาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า​ "..ให้​คณะกรรมการการเลือกตั้งดำ​เนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​พรรคการเมือง​ ​เพื่อเสนอคำ​ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ใน​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ให้​ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่งเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​มีกำ​หนดห้าปีนับแต่วันที่มีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง"

๒. พรรคการเมืองนับ​เป็น​สถาบันทางการเมืองที่สำ​คัญที่สุดสถาบันหนึ่ง​ใน​การปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตยแบบมี​ผู้​แทน​ ​การรวมตัว​กัน​จัดตั้งพรรคการเมือง​เป็น​เสรีภาพอัน​จะ​ขาดเสียมิ​ได้​ ​ตามหลักกฎหมายที่ยอมรับนับถือ​กัน​ทั่ว​ไป​ใน​นานาอารยะประ​เทศ​ ​การยุบพรรคการเมือง​จะ​กระทำ​ได้​ก็ต่อเมื่อเหตุอันจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้อง​รักษา​ไว้​ซึ่ง​การปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตย​หรือ​เป็น​กรณีที่​เห็น​ได้​ว่าพรรคการเมือง​นั้น​ไม่​ดำ​เนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป​แล้ว​เท่า​นั้น​ ​เพราะ​การยุบพรรคการเมืองนอก​จาก​จะ​ทำ​ลายสถาบันทางการเมืองลง​แล้ว​ยัง​มีผล​เป็น​การทำ​ลายเสรีภาพ​ใน​การรวมตัว​กัน​เพื่อสร้างเจตจำ​นงทางการเมืองของราษฎร​ซึ่ง​เป็น​เจ้าของอำ​นาจอธิปไตยอีก​ด้วย​ ​การตี​ความ​กฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​จึง​ไม่​สามารถ​ทำ​ได้​โดย​การอ่านกฎหมายแบบยึดติด​กับ​ถ้อยคำ​เท่า​นั้น​ ​แต่​จะ​ต้อง​คำ​นึง​ถึง​หลักการอัน​เป็น​รากฐานของการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตยตลอดสิทธิทางการเมืองของปัจเจกบุคคลประกอบ​ด้วย​เสมอ

๓. ​หากพิจารณา​จาก​ถ้อยคำ​ที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญ​และ​พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญประกอบ​กับ​ความ​เห็นของอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญบางท่าน​แล้ว​ ​กรณีอาจเห็นไป​ได้​ว่า​เมื่อกรรมการบริหารพรรคการเมืองคนหนึ่งกระทำ​การอัน​เป็น​การฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง​และ​ถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​แล้ว​ ​รัฐธรรมนูญ​ให้​ถือว่าพรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจการปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​มิ​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​ซึ่ง​เท่า​กับ​ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ต้อง​ดำ​เนินการเสนอเรื่อง​ให้​ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​และ​เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า​ให้​ถือว่าการกระทำ​ดังกล่าว​เป็น​การกระทำ​เพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจการปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการที่​ไม่​เป็น​ตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​และ​กรณีนี้​เป็น​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ​ไม่​อาจสั่งยกเลิกการกระทำ​ได้​ ​เพราะ​การกระทำ​ได้​เสร็จสิ้นไป​แล้ว​ ​ศาลรัฐธรรมนูญก็ย่อม​จะ​ต้อง​วินิจฉัยยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​และ​ต้อง​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​ทุกคน​เป็น​เวลาห้าปี​ ​มีปัญหาว่า​ความ​เข้า​ใจกฎหมาย​และ​การตี​ความ​กฎหมาย​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้​ซึ่ง​ดู​เหมือน​จะ​เป็น​ความ​เข้า​ใจ​ใน​หมู่ของบุคคลที่มีบทบาทชี้นำ​สังคม​ ​ทั้ง​ที่​เป็น​นักวิชาการ​และ​อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ​หรือ​บุคคลที่มีอำ​นาจหน้าที่​โดย​ตรง​ใน​การวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว​เป็น​ความ​เข้า​ใจที่ถูก​ต้อง​หรือ​ไม่

๔. ​ใน​ทางนิติศาสตร์​ ​การ​ใช้​และ​การตี​ความ​กฎหมาย​ไม่​ได้​มี​ความ​หมายเพียงแค่การอ่านถ้อยคำ​ของกฎหมาย​หรือ​การสอบถาม​ความ​เห็นของ​ผู้​ร่างกฎหมาย​ ​แล้ว​ให้​ความ​หมายของบทกฎหมาย​นั้น​ตามถ้อยคำ​หรือ​ตาม​ความ​ต้อง​การของ​ผู้​ร่างกฎหมาย​เท่า​นั้น​ ​ถึง​แม้ว่าถ้อยคำ​ของบทกฎหมาย​จะ​เป็น​ปฐมบทของการตี​ความ​กฎหมายทุกครั้ง​ ​แต่การตี​ความ​กฎหมายก็​ไม่​ใช่​การยอมตนตก​เป็น​ทาสของถ้อยคำ​ ​ถึง​แม้ว่า​ความ​เห็นของ​ผู้​ร่างกฎหมาย​จะ​เป็น​สิ่งที่​ต้อง​นำ​มาคำ​นึงประกอบ​ใน​การ​ค้น​หา​ความ​หมายของบทกฎหมาย​ ​แต่​ความ​เห็นของ​ผู้​ร่างกฎหมายก็​ไม่​ใช่​เครื่องชี้ขาด​ความ​หมายของบทกฎหมายบท​นั้น​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่ง​ใน​กรณีที่​ผู้​ร่างกฎหมาย​ได้​ร่างกฎหมายขัดแย้ง​กัน​เอง​ใน​กฎหมาย​ฉบับ​เดียว​กัน​ ​หรือ​กรณีที่​ผู้​ร่างกฎหมาย​ไม่​ได้​คาดเห็นผลร้ายของการร่างกฎหมายเช่น​นั้น​ขณะร่างกฎหมาย​ ​ใน​การตี​ความ​กฎหมาย​ ​นอก​จาก​จะ​ต้อง​พิจารณาถ้อยคำ​ ​บริบททางประวัติศาสตร์​ ​สังคม​ ​เศรษฐกิจ​ ​วัฒนธรรม​ใน​ขณะร่างกฎหมาย​นั้น​แล้ว​ ​สิ่งที่สำ​คัญ​ไม่​ยิ่งหย่อนไปกว่า​กัน​และ​ใน​หลายกรณีอาจสำ​คัญยิ่งกว่า​ ​คือ​ ​การพิจารณาระบบกฎหมาย​ทั้ง​ระบบ​ ​พิจารณาหลักเกณฑ์อัน​เป็น​เสาหลักที่ยึดโยงระบบกฎหมาย​นั้น​ไว้​ ​ตลอดจนพิจารณา​จาก​วัตถุประสงค์ของบทกฎหมายบท​นั้น​ (ratio legis) หลักเกณฑ์การตี​ความ​ดังกล่าวมานี้​เป็น​เครื่องป้อง​กัน​ไม่​ให้​เกิดการตี​ความ​กฎหมายที่ส่งอันประหลาด​และ​ขัด​กับ​สำ​นึก​ใน​เรื่อง​ความ​ยุติธรรม

๕. ​กล่าวเฉพาะการตี​ความ​กฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​กับ​การยุบพรรคการเมืองที่กล่าวมาข้างต้น​ ​หากตี​ความ​ตามถ้อยคำ​หรือ​ตี​ความ​ตาม​ความ​ประสงค์ของ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญบางท่าน​ ​ก็​เท่า​กับ​ว่าการกระทำ​ความ​ผิดของบุคคลเพียงคนเดียวย่อมนำ​ไปสู่การยุบพรรคการเมืองที่ประกอบไป​ด้วย​สมาชิกพรรคการเมืองจำ​นวนมาก​ได้​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​เมื่อมีการยุบพรรคการเมือง​แล้ว​ ​ก็​จะ​ต้อง​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​ทั้ง​หมด​ ​ถึง​แม้บุคคลดังกล่าว​จะ​ไม่​ได้​มี​ส่วน​ผิด​ใน​การกระทำ​นั้น​ ​เท่า​กับ​ตี​ความ​กฎหมายเอาผิดบุคคล​ซึ่ง​ไม่​ได้​กระทำ​ความ​ผิด​ซึ่ง​ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคลอย่างรุนแรง​ ​การตี​ความ​กฎหมาย​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้ย่อมฝืนต่อสามัญสำ​นึกของวิญญูชน​ทั่ว​ไป​ ​และ​เท่า​กับ​ทำ​ให้​กฎเกณฑ์ทางกฎหมาย​ใน​ประ​เทศไทยย้อนยุคกลับไปเหมือน​กับ​กฎเกณฑ์การประหารชีวิตญาติพี่น้องที่​ไม่​ได้​เกี่ยวข้อง​กับ​การกระทำ​ความ​ผิด​ ​อัน​เป็น​การฝืนพัฒนาการทางกฎหมายของโลก​และ​จะ​ทำ​ให้​สถานะทางกฎหมายของประ​เทศตกต่ำ​ลง​ใน​สายตาของนานาอารยะประ​เทศ​ด้วย​ ​หา​ใช่​ความ​น่าภูมิ​ใจดังที่มีบางท่านกล่าวอ้าง​ไม่

๖. ประ​เด็นที่​ผู้​สนับสนุนการตี​ความ​กฎหมายเอาผิด​กับ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองทุกคน​และ​การ​ให้​ยุบพรรคการเมือง​ ​แม้กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​เพียงคนเดียว​เป็น​ผู้​กระทำ​ความ​ผิดอาจหยิบยกขึ้นอ้างก็คือ​ ​รัฐธรรมนูญบัญญัติ​ "ให้​ถือว่า" พรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการที่​ไม่​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​คำ​ว่า​ "ให้​ถือว่า" เท่า​กับ​ไม่​เปิดช่อง​ให้​ผู้​ใช้​กฎหมาย​สามารถ​ตี​ความ​กฎหมาย​เป็น​อย่าง​อื่น​ได้​ ​อันที่จริง​แล้ว​การบัญญัติกฎหมาย​โดย​ใช้​คำ​ว่า​ "ให้​ถือว่า" เท่า​กับ​ผู้​ร่างกฎหมายทำ​ตัว​เป็น​ผู้​พิพากษา​เสียเอง​แล้ว​ ​การบัญญัติกฎหมาย​โดย​ใช้​ถ้อยคำ​ดังกล่าว​จึง​ต้อง​กระทำ​เท่า​ที่จำ​เป็น​อย่างยิ่ง​และ​ต้อง​ไม่​ขัดต่อหลักเหตุผล​ ​เพราะ​มิฉะ​นั้น​ผู้​ร่างกฎหมายก็​สามารถ​บัญญัติกฎหมายอย่างไรก็​ได้​ ​โดย​ใช้​คำ​ว่า​ "ให้​ถือว่า" เสีย​ทั้ง​สิ้น​ ​บทบัญญัติที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร​ ​พุทธศักราช​ ๒๕๕๐ ​มาตรา​ ๓๐๙ ​เป็น​ตัวอย่างของ​ความ​ไร้​เหตุผล​ใน​เรื่องนี้​ได้​เป็น​อย่างดี​ ​เพราะ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติ​ "ให้​ถือว่า" การกระทำ​ที่​เกี่ยว​เนื่อง​กับ​การ​ใดๆ​ ​ที่​ได้​รับรอง​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญชั่วคราว​ไม่​ว่าก่อน​หรือ​หลังวันประกาศ​ใช้​รัฐธรรมนูญชอบ​ด้วย​กฎหมาย​และ​รัฐธรรมนูญ​ ​ทั้งๆ​ที่​ยัง​ไม่​รู้ว่าการกระทำ​นั้น​จริงๆ​ ​แล้ว​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย​และ​รัฐธรรมนูญ​หรือ​ไม่​ ​เท่า​กับ​บัญญัติ​ให้​การกระทำ​ใน​อนาคตพ้นไป​จาก​เสียการตรวจสอบ​ใน​ทางตุลาการ​ ​ซึ่ง​ขัด​กับ​หลักการแบ่งแยกอำ​นาจอย่างเห็น​ได้​ชัด

๗. ​เมื่อ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้น​โดย​ฝ่าฝืน​กับ​หลักเหตุผลเช่นนี้​ ​ใน​การตี​ความ​รัฐธรรมนูญตลอดจนกฎหมายที่​เกี่ยวข้อง​ ​ผู้​ตี​ความ​จึง​ต้อง​ตี​ความ​กฎหมายไป​ใน​ทางแก้​ไข​ให้​สอดรับ​กับ​หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ​ ​ทั้ง​นี้​เพราะ​บทบัญญัติที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญ​นั้น​มี​ทั้ง​บทบัญญัติที่​เป็น​คุณค่าพื้นฐาน​และ​บทบัญญัติที่​เป็น​รายละ​เอียด​ ​บทบัญญัติที่​เป็น​หลักการสำ​คัญที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญย่อม​ได้​แก่​ ​หลักการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตย​และ​หลักราชอาณาจักรที่​เป็น​รัฐเดี่ยว​ ​ซึ่ง​รัฐธรรมนูญเองก็​ได้​รับรอง​ไว้​ใน​มาตรา​ ๒๙๑ ​ห้ามมิ​ให้​เสนอญัตติขอแก้​ไขเปลี่ยนแปลง​ ​เท่า​กับ​ว่ารัฐธรรมนูญ​ได้​ยกคุณค่าของเรื่องดังกล่าวนี้​ให้​สูงกว่าบทบัญญัติ​อื่นๆ​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​ ​ใน​มาตรา​ ๓ ​วรรคสอง​ ​ของรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้ก็​ได้​บัญญัติ​ให้​ ​การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา​ ​คณะรัฐมนตรี​ ​ศาล​ ​รวม​ทั้ง​องค์กรตามรัฐธรรมนูญ​และ​หน่วยงานของรัฐ​ต้อง​เป็น​ไปตามหลักนิติธรรม​ ​และ​บทบัญญัติ​ใน​มาตรา​ ๒๙ ​ก็บัญญัติคุ้มครองสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคล​ไว้​ ​การจำ​กัดตัดทอนสิทธิ​เสรีภาพของบุคคล​จะ​ต้อง​กระทำ​เท่า​ที่จำ​เป็น​และ​จะ​กระทบกระ​เทือนสาระสำ​คัญของสิทธิ​และ​เสรีภาพ​นั้น​มิ​ได้​ ​ซึ่ง​ย่อมหมายว่า​ ​การจำ​กัดสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคล​จะ​ต้อง​กระทำ​ตามหลัก​ความ​พอสมควรแก่​เหตุ​เท่า​นั้น

๘. เมื่อพิ​เคราะห์หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ​แล้ว​ ​ย่อม​จะ​เห็น​ได้​ว่าบทบัญญัติมาตรา​ ๒๓๗ ​ของรัฐธรรมนูญ​ ​หากพิจารณา​แต่​เฉพาะถ้อยคำ​ย่อมขัด​กับ​คุณค่าพื้นฐาน​ใน​ตัวรัฐธรรมนูญเอง​ ​ซึ่ง​หมาย​ความ​ว่า​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​ได้​บัญญัติรายละ​เอียดเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​และ​การเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคการเมือง​ไม่​ถูก​ต้อง​ตามหลักการที่ตนเอง​ได้​ประกาศ​ไว้​ ​เพราะ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่​ไม่​ได้​รู้​เห็น​กับ​การกระทำ​ความ​ผิด​ ​จะ​ถือว่า​เป็น​การกระทำ​ตามหลักนิติธรรม​ไม่​ได้​ ​การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ​ให้​ถือว่าการกระทำ​ความ​ผิดตามกฎหมายเลือกตั้งของ​ผู้​สมัครรับเลือกตั้ง​โดย​ที่หัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​รู้​เห็น​แล้ว​ปล่อยปละละ​เลย​เป็น​การกระทำ​เพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​ไม่​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​และ​จะ​ต้อง​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​เป็น​การบัญญัติรัฐธรรมนูญจำ​กัดตัดทอนสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคลเกินสมควรกว่า​เหตุ​จึง​ขัด​กับ​หลักประชาธิปไตย​และ​หลักการประ​กัน​สิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคล​ ​กรณีที่บทบัญญัติ​ใน​รัฐธรรมนูญขัด​กัน​เองเช่นนี้​ ​องค์กรที่มีอำ​นาจตามกฎหมายย่อม​จะ​ต้อง​ตี​ความ​บทบัญญัติที่​เป็น​รายละ​เอียด​ให้​สอดคล้อง​กับ​บทบัญญัติที่​เป็น​หลักการ​ ​โดย​จำ​กัดผลการ​ใช้​บังคับของบทบัญญัติที่​เป็น​รายละ​เอียดลง​ ​โดย​อาศัยเหตุผลตามหลักวิชาที่​ได้​แสดง​ให้​เห็น​โดย​สังเขปข้างต้น​

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​จึง​มี​ความ​เห็นว่า​ ​ใน​กรณีที่กรรมการบริหารพรรค​ผู้​หนึ่งกระทำ​ความ​ผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง​แล้ว​ถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ ​โดย​ที่หัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​ไม่​ได้​มี​ส่วน​รู้​เห็น​ด้วย​ ​ย่อมถือ​ไม่​ได้​ว่าการกระทำ​ดังกล่าว​เป็น​การกระทำ​ของพรรคการเมือง​นั้น​ ​และ​เมื่อถือ​ไม่​ได้​ว่า​เป็น​การกระทำ​ของพรรคการเมืองเสีย​แล้ว​ ​จึง​ไม่​มีกรณีที่​จะ​ต้อง​วินิจฉัยว่าการกระทำ​นั้น​เป็น​การกระทำ​เพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการที่​ไม่​เป็น​ไปวิถีทางตามที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​หรือ​ไม่​ ​และ​ด้วย​เหตุดังกล่าว​จึง​จะ​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​นั้น​ไม่​ได้​ ​การ​ใช้​และ​การตี​ความ​กฎหมายเช่นนี้ย่อมสอดคล้อง​กับ​หลักเหตุผล​และ​หลักการประ​กัน​สิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญฯ​ ​มาตรา​ ๒๙ ​กล่าวคือ​ ​คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ใน​ฐานะองค์กรที่ริ​เริ่มกระบวนการยุบพรรคการเมืองย่อมมีดุลพินิจที่​จะ​พิจารณา​ได้​ว่าการกระทำ​ของบุคคล​หรือ​ของพรรคการเมือง​นั้น​ถึง​ขนาดที่สมควร​จะ​ต้อง​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​หรือ​ไม่​ ​และ​หาก​เป็น​กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ได้​ใช้​ดุลพินิจริ​เริ่มกระบวนการยุบพรรคการเมือง​แล้ว​ ​ศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีดุลพินิจ​ใน​การวินิจฉัย​ใน​ทำ​นองเดียว​กัน

๙. ​อนึ่ง​ ​นอกเหนือ​จาก​เหตุผลที่​ได้​กล่าวมา​แล้ว​ ​หากพิจารณากรณีที่​เกิดขึ้น​กับ​พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง​ซึ่ง​กรรมการบริหารพรรคการเมืองถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​โดย​คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​แล้ว​จะ​ตี​ความ​กฎหมาย​ให้​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​นั้น​โดย​อัตโนมัติ​ ​ผล​ใน​ทางกฎหมายก็​เสมือน​กับ​ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง​จะ​เป็น​ผู้​มีอำ​นาจยุบพรรคการเมือง​นั้น​เอง​ใน​ทาง​ความ​เป็น​จริง​ ​เพราะ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​เป็น​อำ​นาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​โดย​ศาลฎีกา​ได้​ตี​ความ​รับรอง​ไว้​ว่าการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​เป็น​ที่สุด​ไม่​อาจถูกตรวจสอบ​ได้​ ​(​ซึ่ง​มีปัญหาอย่างยิ่ง​ใน​ทางทฤษฎี) ​หากยึดติด​กับ​ถ้อยคำ​ตามกฎหมาย​แล้ว​ ​เมื่อมีการเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ ​กลไกการยุบพรรคการเมือง​จะ​ตามมาทันที​ ​และ​หาก​ไม่​ตี​ความ​รัฐธรรมนูญตามที่กล่าวมา​แล้ว​ ​แม้​แต่ศาลรัฐธรรมนูญเองก็อาจ​จะ​ไม่​มีดุลพินิจที่​จะ​วินิจฉัย​เป็น​อย่าง​อื่น​ได้​ ​ทั้ง​นี้​ยัง​ไม่​ต้อง​พิ​เคราะห์​ถึง​ข้อเท็จจริง​ใน​ทางการเมืองว่า​ใครบ้างที่​จะ​มาดำ​รงตำ​แหน่ง​เป็น​ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ใน​ระยะ​เวลาอัน​ใกล้​นี้​และ​กฎเกณฑ์การสรรหาบุคคล​เข้า​ดำ​รงตำ​แหน่งดังกล่าวมี​ความ​ชอบธรรม​หรือ​ไม่

๑๐. กลไกทางกฎหมายที่​ได้​รับการออกแบบ​ไว้​โดย​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​และ​ผู้​ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้​แม้ว่าอาจ​จะ​เกิด​จาก​ความ​หวังดีของ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​และ​ผู้​ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่​จะ​ขจัดการทุจริตการเลือกตั้ง​ ​แต่​เป็น​การแก้ปัญหาที่​ไม่​ถูกจุด​และ​รุนแรงเกินสมควรกว่า​เหตุ​ ​การดำ​เนินการ​กับ​ผู้​ทุจริตการเลือกตั้ง​เป็น​สิ่งที่​จะ​ต้อง​กระทำ​ ​แต่​ต้อง​ดำ​เนินการ​กับ​บุคคล​นั้น​ ​ไม่​ใช่​กับ​พรรคการเมือง​หรือ​บุคคล​อื่น​ที่​ไม่​ได้​กระทำ​ความ​ผิด​ด้วย​ ​มิพัก​ต้อง​กล่าวว่าการออกแบบกลไก​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้​เป็น​การมอบอำ​นาจ​ให้​กับ​คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างมาก​ ​และ​เมื่อการ​ใช้​อำ​นาจดังกล่าว​ส่วน​หนึ่งปราศ​จาก​การตรวจสอบ​ใน​ทางตุลาการ​ ​เช่น​ ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​ ​ผลที่​เกิดขึ้นตามมาก็คือ​ ​ปัญหามาตรฐานของการวินิจฉัย​และ​ความ​เสมอภาค​ใน​การ​ใช้​กฎหมาย​ ​ตลอดจน​ความ​เป็น​ธรรมต่อบุคคลที่​ได้​รับผลกระทบ​จาก​มาตรการ​นั้น​ ​กลไกดังกล่าวนี้​จะ​เป็น​กลไกที่กระทบ​กับ​ประสิทธิภาพ​ใน​การบริหารราชการแผ่นดิน​ ​และ​สร้างปัญหา​ทั้ง​ทางการเมือง​และ​กฎหมาย​ให้​กับ​ประ​เทศ

๑๑. สมควรตั้ง​เป็น​ข้อสังเกต​ไว้​ด้วย​ว่า​ ​การยกร่างรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ที่มีผล​ใช้​บังคับ​อยู่​ปัจจุบันนี้​ ​ปฏิ​เสธ​ไม่​ได้​ว่า​เป็น​ผล​จาก​การทำ​รัฐประหารเมื่อวันที่​ ๑๙ ​กัน​ยายน​ ๒๕๔๙ ​บรรดาบุคคลที่​เข้า​ไปมี​ส่วน​ยกร่างรัฐธรรมนูญ​นั้น​แม้บางท่าน​จะ​มี​ความ​ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง​ ​แต่​จาก​วิกฤติการเมืองไทยตั้งแต่​ ​พ​.​ศ​.๒๕๔๙ ​เป็น​ต้นมา​ ​ทำ​ให้​บุคคลเหล่า​นั้น​กลาย​เป็น​ฝักฝ่ายทางการเมือง​ทั้ง​โดย​เปิดเผย​และ​ไม่​เปิดเผย​ ​ทั้ง​โดย​ตั้งใจ​และ​ไม่​ตั้งใจ​ ​ร่างรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้​จึง​มีบทบัญญัติที่​ไม่​สอดคล้อง​กับ​หลักการที่ควร​จะ​เป็น​หลายมาตรา​ ​ดัง​นั้น​การดำ​เนินการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้​ไม่​ว่า​จะ​บาง​ส่วน​หรือ​ทั้ง​ฉบับ​จึง​เป็น​สิ่งที่​จะ​ต้อง​กระทำ​โดย​เร็ว

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​ ​ขอเรียกร้อง​ให้​บรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองร่วมมือ​กัน​ใน​อันที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขกฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​ให้​เป็น​ไปตามหลักกฎหมายที่นานาอารยะประ​เทศนับถือ​ ​และ​ไม่​ควร​จะ​จำ​กัดการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเฉพาะประ​เด็นนี้​เพียงประ​เด็นเดียว ยิ่งไปกว่า​นั้น​ขอยืนยันว่าสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​สมาชิกวุฒิสภาที่มา​จาก​การเลือกตั้งมี​ความ​ชอบธรรม​ใน​ทางประชาธิปไตยที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ให้​เป็น​ไปตามหลักการที่ถูก​ต้อง

การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้ผ่านการออกเสียงประชามติ​ ​จึง​ไม่​ควรแก้​ไข​หรือ​ยัง​ไม่​ควรแก้​ไข​นั้น​ ​เป็น​การกล่าวอ้างที่จงใจละ​เลยบริบทของการออกเสียงประชามติที่ประชาชนจำ​นวนมากถูกบีบบังคับ​โดย​เทคนิคทางกฎหมาย​ให้​ต้อง​ยอมรับรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้​ไปก่อน​ ​เพื่อ​ให้​ประ​เทศพ้น​จาก​สภาวะของรัฐบาลที่​เป็น​ผลพวง​จาก​การยึดอำ​นาจ​ ​และ​ละ​เลยข้อเท็จจริงที่ว่ามีประชาชนออกเสียง​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้กว่าสิบล้านเสียง​ ​ขอเรียน​ด้วย​ว่าคณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​ไม่​ประสงค์​จะ​เป็น​ฝักฝ่ายทางการเมือง​ ​แต่การออกแถลงการณ์​ฉบับ​นี้​เป็น​ไป​เพราะ​ต้อง​การ​ให้​การปกครองประ​เทศ​เป็น​ไปตามหลักวิชา​ ​และ​มุ่งหวัง​ให้​การแก้ปัญหาทางการเมือง​และ​กฎหมายดำ​เนินไปอย่างสันติ​และ​ถูก​ต้อง​เป็น​ธรรมอย่างแท้จริง

รองศาสตราจารย์​ ​ดร​.​วรเจตน์​ ​ภาคีรัตน์

รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์​ ​ปิวาวัฒนพานิช

อาจารย์​ ​ดร​.​ฐาปนันท์​ ​นิพิฏฐกุล

อาจารย์ปิยบุตร​ ​แสงกนกกุล

อาจารย์ธีระ​ ​สุธีวรางกูร

คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๒๔ ​มีนาคม​ ๒๕๕๑



คืนรัง Hi-thaksin

ก่อนด่าคุณการุณ

​คำ​ว่า​ "ถ่อย" "อันธพาล" "ทางเสือ​-​ทางหมา​" ​หลุดออกมา​จาก​ริมฝีปากของ​ผู้​ที่​เกี่ยวข้อง​เป็น​ระยะๆ​ ​พฤติกรรมของคุณการุณ​จึง​สมควรถูกตำ​หนิ​ใน​ความ​ใจร้อน​ ​จนฝ่ายตรงข้าม​เขา​ฉวยไป​ใช้​ใน​งานโฆษณาชวนเชื่อของ​เขา​ได้​อย่างสบาย​ ​ใน​ช่วงเวลาที่ออก​จะ​ล่อแหลมอย่างนี้
เมื่อคุณการุณ​ ​โหสกุล​ ​สมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร​จาก​พรรคพลังประชาชน​ ​ตัดสินใจเปิดศึก​ด้วย​วาจา​และ​ใน​ที่สุดก็กระ​โดด​ "ถีบ" ​สมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎรประ​เภทบัญชีรายชื่อ​จาก​พรรคประชาธิปัตย์คือคุณสมเกียรติ​ ​พงศ์​ไพบูลย์​ ​จน​เป็น​ศึกเรื้อรัง​และ​กลาย​เป็น​คดี​ความ​ขึ้นมา​นั้น​ ​สังคมก็รุมประณามคุณการุณ​กัน​เป็น​การ​ใหญ่
​คำ​ว่า​ "ถ่อย" "อันธพาล" "ทางเสือ​-​ทางหมา​" ​หลุดออกมา​จาก​ริมฝีปากของ​ผู้​ที่​เกี่ยวข้อง​เป็น​ระยะๆ
​สมใจของ​ผู้​ที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​ระบอบประชาธิปไตยยิ่งนัก​ ​เพราะ​ทุกวันนี้ก็ลากสังขารเอา​ไว้​ทำ​ลายรากฐานของระบอบการปกครองที่ประชาชน​เป็น​ใหญ่​โดย​เฉพาะ​กัน​อยู่​แล้ว​ ​ไม่​ได้​มีคุณค่าอะ​ไรที่ควร​จะ​มีชีวิต​อยู่​อีกเลย
​พฤติกรรมของคุณการุณ​จึง​สมควรถูกตำ​หนิ​ใน​ความ​ใจร้อน​ ​จนฝ่ายตรงข้าม​เขา​ฉวยไป​ใช้​ใน​งานโฆษณาชวนเชื่อของ​เขา​ได้​อย่างสบาย​ ​ใน​ช่วงเวลาที่ออก​จะ​ล่อแหลมอย่างนี้
​อย่าลืมนะครับว่า​เหตุการณ์ที่นำ​มา​ซึ่ง​การรัฐประหาร​ ๑๙ ​กัน​ยายน​ ๒๕๔๙ ​กำ​ลังเกิดรอบสอง​อยู่​ใน​ขณะนี้
​ตัวละคร​ทั้ง​ใหม่​และ​เก่ามา​กัน​ครบ​ ​แถม​ยัง​ใช้​บทละคร​ฉบับ​เดิม​ ​เพียงแค่​เปลี่ยนปี​ ​พ​.​ศ​. ​และ​รายละ​เอียด​เล็กๆ​น้อยๆ​เท่า​นั้น​อีก​ด้วย
​การเคลื่อนไหวที่สนามหลวง​และ​ใน​หลายจังหวัด​ทั่ว​ประ​เทศ​ ​ตลอดจนชัยชนะ​ใน​การเลือกตั้ง​ ๒๓ ​ธันวาคม​ ๒๕๕๐ ​ไม่​ได้​กระ​เทือนผิวของฝ่ายที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​ระบอบประชาธิปไตยเลย
​ไม่​รู้สึกรู้สม​และ​ไม่​ยอมรับนับถือ​ใน​เสียงที่ชัดเจนของมหาประชาชน
​นั่งด้าน​อยู่​อย่าง​นั้น​เอง
​ผม​ไม่​ได้​เห็น​ด้วย​กับ​พฤติกรรมการ​ "ถีบ" ​ของคุณการุณ​ ​แต่​ต้อง​ยอมรับว่าออก​จะ​เข้า​ใจ​และ​เห็นใจ​อยู่​ครามครันว่าคุณการุณเดิน​เข้า​ไปถีบคุณสมเกียรติของพรรคประชาธิปัตย์​และ​พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำ​ไม
​ก็​เหลืออดเหลือทน​กับ​ท่าทียียวน​และ​ความ​ไม่​ยอมรับว่าบ้านนี้​เมืองนี้ประชาชน​เขา​เป็น​ใหญ่​อย่างไรล่ะครับ
​คิดอย่างนี้ก็อยาก​จะ​ทำ​อย่างเดียว​กับ​คุณการุณอีกหลายครั้ง​และ​กับ​อีกหลายคน
​เหมือน​กับ​ที่​เห็นมีดสปาร์ต้าสับลงไปบนหัวทนาย​ความ​ของพลตำ​รวจเอกเสรีพิศุทธ์​ ​เตมียา​เวส​ ​พลางนึก​ถึง​ภาพตำ​รวจทำ​ร้ายประชาชนที่หน้าบ้านสี่​เสา​เทเวศร์​ ​แล้ว​ก็​เกิด​เข้า​ใจมือมีดสปาร์ต้าขึ้นมา​เฉยๆ​ ​นั่นแหละครับ
​โมโหอย่างเดียวว่า​ไปทำ​ทนาย​ความ​เขา​ทำ​ไม​ ​เขา​เป็น​เพียงแต่ตัวแทนของท่านอดีต​ผู้​บัญชาการตำ​รวจแห่งชาติ​เท่า​นั้น​ ​การ​จะ​ฟันกบาลใครก็ควรพิจารณา​ถึง​ความ​สมควร​ด้วย
​บ้านเมืองของเราดำ​เนินมา​ถึง​จุดนี้​แล้ว​ ​ไม่​เชื่อก็​ต้อง​เชื่อล่ะครับ
​ผมรู้สึกเองว่าอาการ​ "ถีบ" ​ของคุณการุณ​ ​กับ​การตัดสินใจแบบเลือดพล่านของมือมีดสปาร์ต้ามีอะ​ไรที่ละม้ายคล้ายคลึง​กัน​อยู่
​ไม่​ใช่​ใน​แง่ของเบื้องหลังปฏิบัติการ​ ​แต่คือ​ความ​ขัดเคืองที่คนบางคน​ไม่​ยอมรับเสียทีว่าประชาชน​เขา​ก็มีศักดิ์ศรีคล้ายๆ​กับ​ตนเหมือน​กัน
​ตัวมีนายกรัฐมนตรีที่ชอบ​และ​สนับสนุน​ ​ประชาชน​เขา​ก็มีของ​เขา
​ตัวตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาประ​กัน​ความ​อยู่​รอดของสมาชิก​ใน​ครอบครัวของตัว​ ​ประชาชน​เขา​ก็มีพรรคการเมืองที่​เขา​รัก​เขา​ชอบ​ ​และ​เขา​ก็​เลือก
ยัง​จะ​ดึงดันเอาพรรคที่​เป็น​ทาส​ใน​เรือนเบี้ยของตัวเอง​และ​นายกรัฐมนตรีประ​เภททำ​อะ​ไร​ไม่​เป็น​ ​เพื่อ​ให้​แน่​ใจว่าประ​เทศชาติ​จะ​ไม่​เปลี่ยนแปลง​อยู่​นั่นเอง
​น่า​เวทนา​แท้ๆ​ที​เดียว
คิดอย่างนี้​แล้ว​อยาก​จะ​ไปนวดเท้า​ให้​คุณการุณเหลือเกิน

//////////////////////////////////////////


คอลัมน์​: ​เลือกคบ​ไม่​เลือกข้าง​...​จาก​หนังสือพิมพ์​โลกวันนี้​ ​วันที่​ 7/04/2551



จาก Hi-thaksin

หมา​เห่า​ใบตองแห้ง



​ใบตองสด​นั้น​ ​มัน​จะ​ชู​ใบต้านกระ​แสลม​ ​ก้านแต่ละก้าน​จะ​ส่งใบออกไปคนละทิศละทาง​..​ลมพัด​ใส่​มันก็​ไร้​เสียง​ไม่​เสียดสี​กัน
​ครั้นใบตองสิ้นอายุ​..​ก้านไร้พลัง​ ​ทั้ง​ก้าน​ทั้ง​ใบก็​จะ​..​ลู่ลงมา​เคียง​กัน​อยู่​ข้างลำ​ต้น​..​ใบตองแห้งเหล่านี้​เมื่อโดนลมพัด​ต้อง​ ​มันก็​จะ​เสียดสี​กัน​ให้​เสียงแปลกประหลาด​ ​แสงแดด​ต้อง​ใบ​ให้​เงาลงไปที่พื้นดินข้าง​ใต้​..​จินตนาการ​ได้​เป็น​รูปร่างต่างๆ​ ​นานา
​ตอนลมพัด​ต้อง​ใบตองแห้งนี่​แหละ​..​ที่หมา​จะ​พา​กัน​เห่า​ใส่​ ​เพราะ​สำ​คัญผิด​ทั้ง​ที่​เห็น​และ​ได้​ยิน​..
ธรรมชาติของหมา​นั้น​..​จะ​มีจมูก​เป็น​อวัยวะสำ​คัญที่สุด​..​แต่มีตาที่บอดสี​..​เพราะ​ตาบอดสี​ ​หมา​จึง​แยกแยะ​ไม่​ได้​ระหว่างใบตองแห้งสีน้ำ​ตาล​และ​ใบตองสดสี​เขียว
​หมา​จึง​เห่า​กัน​กรู​เกรียว​เพราะ​แยกแยะ​ไม่​ได้​ ​จะ​พึ่งจมูกก็​ไม่​ใช่​ธุระของจมูก
​ว่า​กัน​ไป​แล้ว​ก็​เหมือน​กับ​..​สภา​ผู้​แทนแห่งนี้​..​ผู้​ชนะฟากรัฐบาลก็​เหมือนใบตองเขียว​ ​มีพลังอำ​นาจ​สามารถ​โบกสะบัดส่งใบออกไป​ใน​ทุกทิศทุกทาง​ ​ฟาก​ผู้​แพ้​..​ก็​เหมือนพรรคฝ่ายค้าน​ ​ต้อง​ลดก้านทิ้งใบไร้น้ำ​แห่งอำ​นาจหล่อเลี้ยง​ ​กลาย​เป็น​ใบตองแห้ง
​ครั้นลมแห่งเหตุพัด​ใส่​ ​ก็ส่งเสียงแกรกกรากไปตามประสา​..
​ไม่​ว่า​เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ​หรือ​เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน​..​รัฐธรรมนูญเขียน​ไว้​ชัด​จะ​ต้อง​ปฏิบัติอย่างไหน​และ​ให้​หนทางปฏิบัติ​ไว้​ชัดเจน​ ​แต่​เพราะ​ตาบอดสี​..​จึง​แยกแยะ​ไม่​ได้​..
จึง​ต้อง​เห่าหอนโวยวาย​..​กลาย​เป็น​หมา​เห่า​ใบตองแห้ง
​เห่า​เพราะ​ต้อง​เห่า​ ​เห่า​แบบ​ไม่​หวังผล
​แต่​เขา​ลืมไปว่า​..​พลังแห่งเสียงเห่า​นั้น​ ​มันมีผล​ ​หาก​เป็น​เวลากลางวัน​ ​มันก็สร้าง​ความ​ตื่นตระหนก​ให้​กับ​ผู้​คน​..​ใน​ยามวิกาล​ ​มันก็ปลุก​ผู้​คน​ให้​แตกตื่น​..​และ​ใน​ที่สุด​..​หมา​เองนั่นแหละที่​จะ​ถูกดุด่า​ ​ถูกขว้างปา
หมา​เห่า​ใบตองแห้ง​..​จึง​ไม่​มีประ​โยชน์​ใดๆ​ ​และ​ก็​จะ​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​เกิดการเปลี่ยนแปลง​ใดๆ​ ​ได้​..
ยิ่ง​ใน​ประ​เทศที่ประชาชน​..​มี​ความ​ตื่นตัวสูง​ ​และ​เข้า​ใจ​ใน​ระบอบประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้​ด้วย​แล้ว​..​ยิ่งเปลืองแรงเห่า​..
​สู้​กัน​ไปตามกติกา​..​ประชาชนเบื่อรัฐบาล​ ​หนุนฝ่ายค้านกลับขึ้นมา​ ​จะ​แก้​จะ​เปลี่ยน​กัน​อย่างไร​..​นั่นคือกติกา​..​นั่นคือประชาธิปไตย
​ฝ่ายค้านวันนี้​ไม่​ได้​แพ้อะ​ไรมากมาย​ ​พลังประชาชนซะอีก​เป็น​ฝ่ายแพ้​ ​มีคะ​แนน​ไม่​ถึง​กึ่ง​ ​ไม่​ถึง​เส้นแบ่งครึ่ง​..​แต่​เพราะ​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​นั่นแหละ​..​ประชาธิปัตย์​ถึง​ต้อง​รัฐบาล​ไม่​ได้​..
​ถ้า​ใช้​รัฐธรรมนูญ​ 40 ​วันนี้​..​นายกรัฐมนตรี​ ​ชื่อ​ ​อภิสิทธิ์​ ​เวชชาชีวะ​..

​พญา​ไม้

////////////////////////


​คอลัมน์​: ​พญา​ไม้ทู​เดย์​...​จาก​หนังสือพิมพ์​ -​บางกอกทู​เดย์​ ​วันที่​ 8 ​เม​.​ย​. 2551

0

จาก Hi-thaksin

Monday, April 7, 2008

'​พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​'​ให้​ข้อมูลคดี​'​เพชรซาอุฯ​'

4 ​เมษายน​ ​พ​.​ศ​. 2551


คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เกิดเทศ

​นายสมพงษ์​ ​อมรวิวัฒน์​ ​รมว​.​ยุติธรรม​ ​เดินทางหารือ​ ​พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เกิดเทศ​ ​ผู้​ต้อง​หา​ผู้​ต้อง​ขังคดีฆ่าสองแม่ลูก​ ​ศรีธนะขันธ์​ ​และ​กรณี​เพชรซาอุฯ​ ​เพื่อหาข้อมูลเพิ่ม​ใน​การรื้อฟื้นคดี​ ​ถึง​เรือนจำ​กลางคลองเปรม​ใน​การหาข้อมูลเกี่ยว​กับ​คดี​เพชรซาอุฯ​ ​เพื่อรื้อฟื้นคดีสร้าง​ความ​สัมพันธ์ระหว่างประ​เทศไทย​กับ​ซาอุดิอาระ​เบียขึ้นมา​ใหม่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์​ : ​คดี​เพชรซาอุฯยืดเยื้อมา​เป็น​เวลานาน​ 18 ​ปี​ ​ก่อน​จะ​หมดอายุ​ความ​ลง​ใน​ปี​ 2553 ​ซึ่ง​คดีดังกล่าว​อยู่​ใน​กรมสอบสวนคดีพิ​เศษ​ (ดี​เอสไอ) ​ที่ขึ้น​กับ​กระทรวงยุติธรรม​ ​ดัง​นั้น​การพบปะ​กัน​ครั้งนี้​ ​รมว​.​ยุติธรรม​ต้อง​การ​ให้​ดี​เอสไอสอบพยานหลักฐานเพิ่ม​ ​เพื่อส่ง​ให้​อัยการรื้อฟื้นฆ่านักการฑูตชาวซาอฯ​ 4 ​คน​ ​ใน​ปี​ 2532 ​และ​การหายตัวไปของนายอัลรู​ ​ไวลี่​ ​นักธุรกิจชาวซาอุ​ใน​ปี​ 2533

หลัง​จาก​พล​.​ต​.​ท​. ​ชลอ​ ​ต้อง​โทษประหารชีวิตถูกจำ​คุกมานาน​ 14 ​ปี​ ​เขา​ยืนยัน​จะ​เป็น​พยาน​ให้​ข้อมูลคลี่คลาย​ทั้ง​สองคดี​ ​เพราะ​เชื่อมั่น​ใน​รัฐบาลชุดนี้​ ​แต่รัฐบาลที่ผ่านมา​ไม่​มี​ความ​จริงใจ​จะ​รื้อฟื้นคดีดังกล่าว​

"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ"เกิดเมื่อ​ 28 ​สิงหาคม​ 2481 ​เป็น​คนกรุงเทพฯ​ ​จบมัธยมที่​ ​โรงเรียนอำ​นวยศิลป์​ ​จาก​นั้น​ไปเรียนเตรียมทหารรุ่น​ 17 ​ก่อนแยกเหล่ามา​เรียนโรงเรียนนายตำ​รวจรุ่น​ 15 ​ติดยศ​ ​ร​.​ต​.​ต​. ​ที่​ ​สน​.​นางเลิ้ง​ ​จาก​นั้น​ย้ายไป​อยู่​จ​.​พังงา​ ​และ​จ​.​หนองคาย​ ​กระทั่งมาติดยศ​ ​ร​.​ต​.​อ​.​ที่​ ​จ​.​พระนครศรีอยุธยา​

​จาก​นั้น​เลื่อนยศ​เป็น​ ​พ​.​ต​.​อ​. ​ที่จ​.​ตาก​ ​และ​จ​.​ลพบุรี​ ​กลับ​เข้า​กรุงเทพฯ​ ​อีกครั้ง​ใน​ตำ​แหน่ง​ ​รอง​ผู้​บังคับการตำ​รวจกองปราบปราม​(รอง​ ​ผบก​.​ป​.) ​ก่อนขึ้นครองยศพล​.​ต​.​ต​.​ที่​ ​จ​.​พิษณุ​โลก​ ​จน​ได้​ฉายาว่า​ "สิงห์​เหนือ" ​เจ้าพ่อแห่งคุ้มพระลอ​

​คดี​เพชรซาอุฯ​เริ่มขึ้นขณะ​นั้น​ ​พล​.​ต​.​อ​.​แสวง​ ​ธีระสวัสดิ์​ ​เป็น​อธิบดีกรมตำ​รวจมอบหมาย​ให้​"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เกิดเทศ" ​ผู้​บัญชาการประจำ​กรมตำ​รวจ​ ​ผู้​เคยรับผิดชอบพื้นที่​ใน​ภาคเหนือ​ ​ออกติดตามเครื่องเพชรซาอุฯ​ ​จนรู้ว่านายเกรียงไกร​ ​เตชะ​โม่ง​ ​ชาวลำ​ปาง​ ​เข้า​ไปทำ​งาน​ใน​พระราชวังกษัตริย์ซาอุดีอาระ​เบีย​ ​ได้​ลักลอบเพชร​เข้า​มา​

​เพชรซาอุฯมีลักษณะ​เป็น"​เพชรบลู​ไดมอนด์​"ของกษัตริย์​ ​มี​เพียงเพชรชุดเดียว​ใน​โลก​ ​ไม่​ว่า​จะ​ตกไป​อยู่​ใน​มือใคร​ "กษัตริย์ซาอุฯ​" ​จะ​จำ​ได้​ ​เพราะ​มีตำ​หนิ​"​แสงอินฟรา​เรด" ​อยู่​ภาย​ใน​ใจกลางของเม็ด​ ​แต่จนบัดนี้ก็​ยัง​ไม่​มี​ใครพบ​

นายเกรียงไกร​ ​ได้​ขโมย​ ​เพชรบลู​ไดมอนด์กษัตริย์ซาอุฯ​ ​และ​ได้​ขายไป​ ​เจ้าตัว​ไม่​รู้ว่าตกไป​อยู่​ใน​มือใครระหว่างพ่อค้า​เพชรย่านสะพานเหล็ก​ ​แต่ซัดทอดว่า​เพชร​ทั้ง​หมดถูกขาย​ให้​ "นายสันติ​ ​ศรีธนะขัณฑ์​" ​เสี่ยเจ้าของร้านเพชร​ "สันติมณี​" ​จนภายหลังตัว​เขา​ถูกจับกุมดำ​เนินคดี​ ​และ​ศาลพิพากษาจำ​คุก​ 5 ​ปี​

ส่วน​นายสันติ​ ​ก็ถูกดำ​เนินคดีข้อหารับของโจร​ ​และ​ศาลฎีกาตัดสินจำ​คุก​ 3 ​ปี​ ​จน"ตระกูลศรีธนะขัณฑ์​"นางดาราวดี​ ​และ​ ​ด​.​ช​.​เสรี​ ​ศรีธนะขัณฑ์​ ​ภรรยา​และ​ลูกชายสุดที่รักของนายสันติ​ ​ต้อง​ถูก"อุ้มฆ่า​" ​และ​"อำ​พรางคดี​" ​ใน​เวลา​นั้น​

​คดี​เผยออกมาว่าการตายของ"ตระกูลศรีธนะขัณฑ์​"​เป็น​ทีมงาน"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ"

จนการตายของแม่ลูก"ศรีธนะขัณฑ์​" ​ต่อมา​"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​"​ต้อง​ถูกดำ​เนินคดีศาลตัดสิน"ประหารชีวิต" ​และ​ศาล​ได้​อุทธรณ์จำ​คุก​ 20 ​ปี​

พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ เล่า​ถึง​ความ​เป็น​อยู่​ใน​เรือนจำ​ ​ใช้​ชีวิตเหมือนนักโทษ​ทั่ว​ไป​ไม่​ได้​อยู่​ห้องแอร์​ ​หรือ​ออกไปไหน​ ​ไม่​เคยเห็นดวงจันทร์​ ​เพราะ​ต้อง​เข้า​เรือนจำ​ตั้งแต่บ่าย​ ​ขณะนี้ก็อายุ​ 70 ​ปี​แล้ว​ ​มี​โรคประจำ​ตัวข้อเข่า​เสื่อม​ ​หัวใจ​ ​ความ​ดันสูง​ ​การ​ใช้​ชีวิต​จึง​เป็น​ไปตามอัตภาพ​ ​โดย​อยู่​ใน​แดนนอน​ 3 ​คน​ ​ร่วม​กับ​ตำ​รวจลูกน้องที่​ต้อง​คดี​

​ปัจจุบัน​ไม่​ได้​มีอิทธิพล​ใน​เรือนจำ​แล้ว​ ​ต่าง​จาก​เข้า​มา​อยู่​เรือนจำ​ใหม่ๆ​อาจมี​แบ่งแยก​กัน​ใน​เรือนจำ​บ้าง​ ​แต่​เดี๋ยวนี้​ไม่​มี​ ​หากมี​โอกาส​ได้​ออก​จาก​คุก​ ​เขา​จะ​ไปทำ​ไร่ซื้อ​ไว้​ที่​ ​อ​.​สังขละบุรี​ ​จ​.​กาญจนบุรี​ ​พื้นที่กว่า​ 500 ​ไร่​ ​และ​จะ​ไม่​ยุ่งเกี่ยว​กับ​วงราชการ​ ​ตำ​รวจ​ ​หรือ​การเมืองอีก​ ​ส่วน​คุ้มพระลอ​ได้​โอน​ให้​ลูก​แล้ว​

​คดี​เพชรซาอุฯถูกหยิบยกขึ้น​ ​เพื่อเชื่อม​ความ​สัมพันธ์ระหว่างไทย​กับ​ซาอุฯ​ใหม่​ ​ต้อง​จับตาอย่าง​ใกล้​ชิด​ ​เป็น​คดีมี​ความ​สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง​ ​เพราะ​เหตุ​ใด​คดีนี้​จึง​หยิบยกขึ้นมาสืบสาวอีกครั้ง​

​พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เผยออกมาว่ามี​ความ​ผูกพันธ์​กับ​ครอบครัวนายสมพงษ์​ ​อมรวิวัฒน์​ ​มานานตั้งแต่พี่ชาย"พล​.​ต​.​อ​.​สวัสดิ์​ ​อมรวิวัฒน์​ "อดีตอธิบดีกรมตำ​รวจ​ ​และ​มั่นใจ​ใน​รัฐบาลชุดนี้ว่า​จะ​ทำ​คดีนี้​ได้​บริสุทธิ์​ใจ​

ติดตามคลี่คลายคดี​เพชรซาอุฯ​ ​อย่ากระพริบตา​!!!

กรุงเทพธุรกิจ

'​พิมล​'​แนะทำ​มาสเตอร์​แพลน​ ​รับวิกฤติข้าว​-​ฟื้นภาคเกษตร​

7 ​เมษายน​ ​พ​.​ศ​. 2551

นักวิชาการแนะรัฐบาลรับมือสภาพภูมิอากาศโลกที่​เปลี่ยนไป​ ​เพื่อแก้ปัญหา​ทั้ง​ระยะสั้น​และ​ระยะยาว​ ​ชี้​ต้อง​วิจัยพันธุ์ข้าวไทยสู้​โลกร้อน​ ​ใช้​งบเอสเอ็มแอลสร้างยุ้งฉางเก็บข้าว​ไว้​รอขาย​ไม่​ต้อง​โดนบีบ​ ​จี้​ ​รมว​.​เกษตรฯ​ ​รมว​.​พาณิชย์​ ​ทำ​งาน​เป็น​ทีม​ ​จะ​ช่วย​ฟื้นรากหญ้า​ ​ไม่​ต้อง​รอประชานิยม​

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์​ : ​สถานการณ์ข้าวที่มีราคา​เพิ่มสูงขึ้น​ ​ขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวก็ประสบปัญหาขาดน้ำ​ ​อัน​เป็น​ผลมา​จาก​ภาวะ​โลกร้อน​นั้น​ ​ผศ​.​พิมล​ ​ศรีวิกรม์​ ​นักวิชาการอิสระ​ ​และ​อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ ​เปิดเผยว่า​ ​สถานการณ์ข้าวของไทย​ ​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​จะ​ต้อง​ศึกษางานวิชาการเพื่อ​ให้​ทราบ​ถึง​สภาวการณ์​โลกร้อน​ ​และ​ฤดูกาลที่​เปลี่ยนแปลงไป​ ​ซึ่ง​จะ​มีผลต่อสภาวะห่วงโซ่อาหาร​ ​โดย​เฉพาะข้าว​ ​ใน​ฐานะที่ประ​เทศไทย​เป็น​ผู้​ผลิตข้าวราย​ใหญ่​ของโลก​ ​เมื่อ​อยู่​บนสมมติฐานโลกร้อนต่อไป​ใน​ระยะยาว​ ​ต้อง​พัฒนาพันธุ์ข้าวไทย​ ​ด้วย​การวิจัยพันธุ์ข้าวที่รองรับ​กับ​สภาพอากาศที่​เปลี่ยนไปเรื่อยๆ​

​ทั้ง​นี้​ ​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​ต้อง​รู้จักฉวยโอกาส​ ​หรือ​แปรวิกฤติ​ให้​เป็น​โอกาส​ ​กล่าวคือ​ ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​ต้อง​ประสาน​กับ​เกษตรกรเพื่อขยายพื้นที่ปลูกข้าว​ ​และ​ต้อง​จัดหา​แหล่งน้ำ​ให้​เพียงพอ​ ​จะ​ทำ​ให้​ไทยเรามีปริมาณข้าวมากขึ้น​ ​เพียงพอสำ​หรับบริ​โภค​ใน​ประ​เทศ​ ​และ​ส่งออกเพื่อเลี้ยงประชากรโลก​

​ส่วน​กระทรวงพาณิชย์​ ​ต้อง​ประสาน​กับ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​เพื่อที่​จะ​ได้​ทราบว่าผลผลิตข้าวแต่ละปีมีปริมาณ​เท่า​ไหร่​ ​สามารถ​ส่งออกจำ​หน่าย​ได้​เท่า​ไหร่​ ​จะ​เพิ่มตลาดส่งออกที่​ไหน​ ​ตรงนี้​เป็น​หน้าที่กระทรวงค้าขาย​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่งราคาข้าวที่​เปลี่ยนแปลง​เร็ว​มาก​ 3 ​วันก็​เปลี่ยน​แล้ว​ ​แต่ชาวนาตาม​ไม่​ทัน​ ​เป็น​ช่องว่างของเวลาทำ​ให้​โรงสี​ได้​เปรียบ​ ​เพราะ​เข้า​ถึง​ข้อมูล​ได้​เร็ว​กว่าชาวนา​ใน​ตำ​บลที่​อยู่​ห่าง​ไกล​ ​เมื่อราคา​เปลี่ยนโรงสี​ ​รู้​แต่ชาวนานึกว่า​เป็น​ราคา​เมื่อ​ 3 ​วันที่​แล้ว​ ​โรงสี​จะ​กิน​ส่วน​ต่างนี้ทันที​ ​กระทรวงพาณิชย์​ต้อง​เข้า​ไปดู​แลข้อมูลข่าวสาร​ให้​ถึง​ชาวนา​ ​ต้อง​ตระหนัก​และ​เข้มงวด​ใน​การกระจายข้อมูล​ให้​ถึง​ทุกจุดของประ​เทศ​

"นี่คือมาสเตอร์​แพลนข้าว​ ​ซึ่ง​จะ​ต้อง​ร่วมมือ​กัน​ทั้ง​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​ ​และ​กระทรวงพาณิชย์​ ​เพื่อ​ให้​ชาวนา​ไทย​ได้​ประ​โยชน์​จาก​ราคาข้าวที่สูงขึ้น"

​ผศ​.​พิมล​ ​เสนอมาตรการแก้ปัญหา​ด้วย​ว่า​ ​ต้อง​สร้างยุ้งฉางที่​ได้​มาตรฐาน​ ​เพื่อ​เป็น​สต็อกข้าว​ ​เพราะ​ถ้า​ไม่​มีสต็อก​ ​เมื่อผลผลิตออกมาก็​ต้อง​นำ​ไปขายทันที​ ​ซึ่ง​ทำ​ให้​ข้าวมี​ความ​ชื้นขาย​ไม่​ได้​ราคา​ ​แต่หาก​สามารถ​เก็บ​ไว้​เพื่อรอขาย​ ​ไม่​ได้​โดนเวลาบีบ​ ​ตรงนี้ชาวนา​จะ​ได้​ประ​โยชน์​ ​สำ​หรับงบประมาณก่อสร้าง​ ​ใช้​จาก​โครงการเอสเอ็มแอล​ได้​

"ตอนนี้รัฐบาล​ต้อง​แปรวิกฤติ​เป็น​โอกาส​ ​เพราะ​ใน​อดีต​นั้น​ ​ผู้​คนหนี​จาก​ภาคเกษตร​ ​เพราะ​ราย​ได้​น้อยหัน​เข้า​หาภาคอุตสาหกรรม​ใน​เมือง​ ​เป็น​คนงานก่อสร้าง​ ​เมื่อราคาข้าวสูงขึ้น​ ​ก็​ต้อง​ส่งเสริมภาคเกษตร​ ​ให้​กลับมาฟื้น​ ​เพราะ​เรามี​โนว์ฮาว​ ​มัน​เป็น​รากฐานของเรา​อยู่​แล้ว​ ​ข้าวนี่​แหละที่​จะ​ทำ​ให้​ภาคเกษตรกรรมของเราฟื้น​ ​และ​กลไกตลาดก็​เอื้ออำ​นวย​ด้วย"​

​อย่างไรก็ตาม​ ​การประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์​กับ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​ยัง​ไม่​เห็น​เป็น​รูปธรรม​ ​เพราะ​กระทรวงพาณิชย์​จะ​รู้ว่าตลาด​เป็น​อย่างไร​ ​ส่วน​กระทรวงเกษตรฯ​ ​จะ​รู้ว่าผลผลิตมี​เท่า​ไหร่​ ​ทั้ง​สองกระทรวง​ต้อง​เชื่อม​กัน​ ​แต่​ใน​สายตา​ ​ผลการเชื่อมโยงของรัฐมนตรี​ใน​กลุ่มเศรษฐกิจ​ยัง​ไม่​ดีพอ​

​ผศ​.​พิมล​ ​กล่าวว่า​ ​การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา​ ​เป็น​การแก้ปัญหา​เฉพาะหน้า​ ​รัฐมนตรี​ต้อง​มองไปข้างหน้า​ ​ถ้า​ไม่​รู้จักฉวยโอกาส​ ​การที่​เราหวังว่า​จะ​พลิก​ ​คู่​แข่งอาจ​จะ​พลิกก่อนเรา​ ​ซึ่ง​ทำ​ให้​เราพลาด​ได้​ ​ดัง​นั้น​ ​เมื่อเรามีศักยภาพ​เป็น​ทุน​อยู่​แล้ว​ ​หากเราพลิกตรงนี้​ได้​ ​รากหญ้าฟื้น​ได้​เลย​ ​ไม่​ต้อง​รอประชานิยม​

'​มิ่งขวัญ​'​เล็งชะลอส่งออก

​ขณะที่นายมิ่งขวัญ​ ​แสงสุวรรณ​ ​รองนายกรัฐมนตรี​ ​และ​ ​รมว​.​พาณิชย์​ ​เปิดเผยว่า​ ​ปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าส่งออกข้าว​ 8.5 ​ล้านตัน​ ​แต่พบว่า​ใน​ช่วง​ 3 ​เดือนที่ผ่านมา​ (ม​.​ค​.-​มี​.​ค​.) ​ส่งออกข้าวไป​แล้ว​ 3 ​ล้านตัน​ ​ดัง​นั้น​ ​รัฐ​จะ​นำ​มาตรการชะลอการส่งออกมา​ใช้​หรือ​ไม่​ ​ต้อง​ขึ้น​อยู่​กับ​สถานการณ์ข้าวฤดูกาล​ใหม่​ที่​จะ​ออกมาว่ามีจำ​นวน​เท่า​ใด​

"หาก​ยัง​มีการส่งออกมากเกินไป​ ​เราก็​จะ​สั่งชะลอ​ไม่​ให้​มีการส่งออก​ ​เพื่อที่คน​ใน​ประ​เทศ​จะ​มีข้าวกินอย่างเพียงพอ​ ​โดย​เฉพาะ​เรา​จะ​ดูว่าข้าวนาปรังที่คาดว่า​จะ​ออกมา​ 4.2 ​ล้านตัน​นั้น​ ​เป็น​ไปตามที่คาด​หรือ​ไม่​ ​ก่อนตัดสินใจว่า​จะ​ออกมาตรการนี้​หรือ​ไม่​ ​และ​ยืนยันว่า​เราติดตามสถานการณ์ข้าวทุกวัน"

แจงข้าวหนึ่งอิ่ม​ไม่​ถึง​ 70 ​สตางค์

​นายมิ่งขวัญกล่าวว่า​ ​จาก​สถานการณ์ราคาข้าวที่​เพิ่มสูงขึ้น​โดย​เฉพาะข้าวหอมมะลิที่​เพิ่ม​เป็น​ 3 ​หมื่นบาทต่อตัน​ ​นั้น​ ​ส่งผล​ให้​ผู้​บริ​โภคซื้อข้าวแพงขึ้น​จาก​เดิมมื้อละ​ไม่​ถึง​ 70 ​สตางค์​ ​โดย​หาก​เป็น​ข้าวหอมมะลิ​จะ​มีราคา​ 3 ​บาทต่อมื้อ​ ​หรือ​คิด​เป็น​ 9 ​บาทต่อวัน​ ​ส่วน​ข้าวขาว​ 5% ​จะ​มีราคา​อยู่​ที่​ 2.74 ​บาทต่อมื้อ​ ​หรือ​คิด​เป็น​ 7.40 ​บาทต่อวัน​ ​ถือว่าน่า​จะ​เป็น​ราคาที่​ผู้​บริ​โภคยอมรับ​ได้​

​ส่วน​สถานการณ์ราคาข้าวถุงขาดตลาด​นั้น​ ​ได้​มอบหมาย​ให้​นายศิริพล​ ​ยอดเมืองเจริญ​ ​ปลัดกระทรวงพาณิชย์​ ​เรียกประชุมห้างค้าปลีกสมัย​ใหม่​ ​หรือ​โมเดิร์นเทรด​ ​ใน​สัปดาห์หน้า​ ​เพื่อหารือ​ถึง​แนวทางแก้ปัญหา​ ​เช่น​ ​ระบบการจัดจำ​หน่าย​ ​โดย​เฉพาะระบบการจ่ายเงิน​ ​เนื่อง​จาก​ที่ผ่านมาพบว่า​ได้​รับการร้องเรียน​จาก​ซัพพลายเออร์ว่า​เมื่อส่งข้าว​ให้​ห้าง​แล้ว​ ​ห้าง​จะ​จ่ายเงิน​ให้​ซัพพลายเออร์ช้ามาก​

​พร้อม​ทั้ง​มั่นใจว่าราคาข้าว​ใน​ปีนี้​จะ​อยู่​ใน​ระดับสูงต่อไป​ ​เนื่อง​จาก​เกิด​ความ​ปั่นป่วน​ใน​การผลิตข้าวของหลายประ​เทศ​ ​และ​เป็น​วิกฤติที่​ไม่​เคยเกิดมาก่อน​

"วันนี้ระบบการค้าข้าวของไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง​แล้ว​ ​เพราะ​ชาวนา​จะ​มีอำ​นาจการต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างที่​ไม่​เคยมีมาก่อน​ ​จาก​อดีตที่​ต้อง​ยอม​ให้​โรงสี​หรือ​พ่อค้าคนกลางกดราคาข้าว​ ​และ​ระบบที่ชาวนามีอำ​นาจต่อรองเพิ่มขึ้นนี้​จะ​ดำ​รง​อยู่​ไปอีกนาน"

นายกฯยันคนไทยมีข้าวกินตลอดปี

​วันเดียว​กัน​นี้​ ​นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​และ​รมว​.​กลา​โหม​ ​กล่าว​ใน​รายการสนทนาประสาสมัคร​ ​ว่า​ ​ราชวงศ์จักรี​ ​สมเด็จพระนางเจ้าฯ​ ​ทรงสนพระทัยเรื่องข้าว​ ​ให้​นำ​พันธุ์ข้าวมาดู​ ​ให้​มีการวิจัย​และ​พัฒนาพันธุ์ข้าว​ ​และ​ที่มีข่าวเพลี้ยกระ​โดด​เพราะ​ปลูกข้าวสายพันธุ์​เดียว​ ​ปีที่ผ่านมา​ได้​พัฒนาพันธุ์ข้าว​ให้​ต้านทานต่อเพลี้ย​และ​โรคที่​เกิดขึ้น​

​เรื่องข้าว​ ​ยัง​ผลิต​ได้​และ​ไม่​ถูกเพลี้ยทำ​ลาย​ ​ข้าวไทยผลิต​เป็น​ข้าวเปลือกปีละ​ 30 ​ล้านตัน​ ​สี​เป็น​ข้าวสาร​ได้​ 20 ​ล้านตัน​ ​เก็บ​ไว้​ 2.2 ​ล้านตัน​ ​กระสอบละประมาณ​ 1,100 ​บาท​ ​ถุงละประมาณ​ 55 ​บาทสต็อกเก็บ​ไว้​ ​ปีสองปีก็​เก่า​ ​ข้าวมีวงจร​ ​ทุกๆ​ 4 ​เดือน​ ​ข้าวนาปรังก็​จะ​ออก​ ​และ​ขายกินธรรมดา​ ​เวลานี้ข้าวตลาดโลกแพงพอสมควรแก่​เหตุ​ ​ความ​ตื่นเต้นเอิกเกริก​ ​ไปซู​เปอร์มาร์​เก็ตเอาข้าวมาวางสูง​เป็น​ตั้ง​ ​จาก​ที่​เคยซื้อ​ 2 ​ซื้อ​ 10 ​แม่ค้าขายข้าวแกงเดิมทีซื้อละกระสอบก็ซื้อ​เป็น​สิบ​ ​มี​เท่า​ไหร่ก็หมด​ ​แต่ข้าว​จะ​ไม่​แพงกว่านี้​ ​โดย​เฉลี่ยข้าว​ 1 ​ถุง​ ​จะ​แพงขึ้น​ 15 ​บาท​ ​ถ้า​ให้​เข้า​ตามระบบ​ ​ชาวนา​จะ​ขาย​ได้​ราคาดีบ้าง​ ​ให้​หมุนเวียนตามธรรมชาติ​ ​ไม่​มีวันหมด​ ​ไม่​มีวันอด​ ​ไม่​ปล่อย​ให้​ส่งออกจนหมด


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


มหาอำนาจใหม่


ไทยรัฐ

62​ปีประชาธิปัตย์​ '​อภิสิทธิ์​' ​ประกาศ​ให้​คำ​สัญญา​ ​ค้านอย่างสร้างสรรค์

''​แม้​...​เป็น​พรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคเดียว​ ​ก็​จะ​มุ่งหน้าทำ​งานตรวจสอบ​ ​รักษาผลประ​โยชน์​ส่วน​รวมอย่างสร้างสรรค์​ ​เห็น​ได้​จาก​การจัดตั้งรัฐบาลเงา​...​น่า​เสียดาย​ ​รัฐบาล​ ​กลับหมกมุ่น​อยู่​กับ​ปัญหาของตัวเอง​และ​พวกพ้อง​ ​นำ​เสนอแต่ประ​เด็นที่สร้าง​ความ​ขัดแย้ง​ใน​สังคม​ ... ''
....

ผมขอเรียนว่าช่วงเวลานี้​ ​เป็น​เวลาที่​เรา​ต้อง​หนักแน่​ 2 ​ด้าน​ ​คือ​
1.​ความ​เห็นที่​แตกต่างหลากหลาย​ซึ่ง​นำ​ไปสู่​ความ​ขัดแย้ง​และ​แตกแยก​ใน​สังคม​ ​เรามีหน้าที่​ต้อง​ช่วย​กัน​ประคับประคอง​ให้​เกิด​ความ​สมานฉันท์​ ​และ​สามัคคี​ ​ความ​แตกต่างทาง​ความ​คิดควร​ได้​รับการแก้​ไข​ด้วย​หลักเหตุผลหลักประชาธิปไตย​ ​ผมขอย้ำ​ว่า​ไม่​ว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์​จะ​อยู่​ใน​ตำ​แหน่ง​ ​หรือ​สถานะ​ใด​ ​ก็ล้วนมีหน้าที่ทำ​ให้​บ้านเมืองเกิด​ความ​สงบ

2.​เรา​จะ​ต้อง​รักษา​ความ​ถูก​ต้อง​ใน​บ้านเมือง​ ​ซึ่ง​เป็น​ส่วน​หนึ่งของหลักการประชาธิปัตย์​ ​ทุกฝ่าย​ต้อง​มี​และ​ใช้​สิทธิ​เสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย​ ​และ​ยึดหลักนิติรัฐ​ ​นิติธรรม​ ​ซึ่ง​เป็น​หนทางเดียวที่ทำ​ให้​ประ​เทศเดินหน้า​ ​และ​พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่​จะ​แสดงจุดยืนที่ชัดเจนเพื่อถ่วงดุล​ไม่​ให้​สังคมไขว้​เขว


หมายเหตุ​ - นายอภิสิทธิ์​ ​เวชชาชีวะ ​หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ​กล่าว​ใน​งานทำ​บุญครบรอบ​ 62 ​ปี​ ​ก่อตั้งพรรค​ ​ณ​ ​ที่ทำ​การพรรคประชาธิปัตย์​ ​เมื่อวันที่​ 6 ​เมษายน​

มติชน

ยุบพรรค กติกที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

โดย​ ​จาตุรนต์​ ​ฉายแสง​

ระบบกฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมืองของประ​เทศไทย​ใน​ขณะนี้​ ​เป็น​ระบบที่ล้าหลัง​ ​ไม่​เหมือนที่​ใช้​กัน​ใน​อารยประ​เทศ​ ​ไม่​ได้​เป็น​ประ​โยชน์ต่อการป้อง​กัน​การซื้อเสียง​ ​มี​ไว้​เพื่อทำ​ลายพรรคการเมืองบางพรรค​ ​และ​เพื่อ​ให้​ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ​ ​เป็น​ระบบที่ขัดต่อหลักนิติธรรม​ ​และ​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตยอย่างยิ่ง​ ​เมื่อมีการนำ​กฎหมายนี้มา​ใช้​ ​จะ​นำ​ไปสู่วิกฤตการทางการเมืองที่หนักหนาสาหัส​ ​เกิด​ความ​เสียหายต่อการพัฒนาประ​เทศ​ ​และ​จะ​ทำ​ให้​ประชาธิปไตยถอยหลังอีกก้าว​ใหญ่

ใน​อารยประ​เทศที่​เป็น​ประชาธิปไตย​ ​มี​เรื่องยุบพรรคน้อยมาก​ ​เหตุผล​ใน​การยุบพรรคที่​เคยเกิดขึ้นคือ​ ​การที่พรรคการเมือง​นั้น​มีนโยบาย​และ​การกระทำ​ที่ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย​ ​ใช้​ความ​รุนแรง​ใน​การเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง​ ​เช่น​ ​กรณีของพรรคนาซี​เยอรมัน​ ​เป็น​ต้น

กติกา​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคของประ​เทศ​ ​มีปัญหาตั้งแต่​เมื่อรัฐธรรมนูญ​ 2550 ​ใช้​บังคับ​อยู่​แล้ว​ ​ระบบกฎหมาย​ใน​ขณะ​นั้น​เปิดโอกาส​ให้​มีการยุบพรรคการเมือง​ได้​โดย​ไม่​ยากเย็นนัก​ ​เมื่อเกิดการรัฐประหาร​ 19 ​กัน​ยายน​ 2549 ​คณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่​เป็น​ผลิตผลของการรัฐประหารก็​ได้​ใช้​ช่องทางของระบบกฎหมายที่มี​อยู่​ก่อน​แล้ว​ ​ตัดสินยุบพรรคการเมืองบางพรรค​โดย​ไม่​ต้อง​พิสูจน์การกระทำ​ผิด​ ​หากแต่อาศัยตรรกะการ​ใช้​เหตุผลแบบ​ "ฟัง​ได้​ว่า​" ​หรือ​ "​เชื่อว่า​" ​เป็น​ทอดๆ​ ​ชนิดที่​เต็มไป​ด้วย​ปัญหา​เกี่ยว​กับ​วิธีพิจารณาอย่างมาก​ ​และ​ไม่​สอดคล้อง​กับ​กระบวนการยุติธรรมที่ดี

และ​ระบบกฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคถูกทำ​ให้​เลวร้ายลงไปอีก​จาก​คณะรัฐประหาร​ ​ด้วย​การออกประกาศ​ ​คปค​. ​ฉบับ​ที่​ 27 ​ที่ระบุว่า​ "...​ใน​กรณีที่พรรคการเมืองถูกยุบ​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค​นั้น​เป็น​เวลา​ 5 ​ปี​"

ต่อมารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ 2550 ​ได้​ทำ​ให้​ระบบกฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคมีปัญหายิ่งขึ้น​ ​คือ​ ​ได้​คงสิ่งที่มีปัญหามา​แต่​เดิม​ไว้​และ​ได้​เพิ่มเหตุของการยุบพรรค​ ​ที่​ไม่​เหมือนประ​เทศ​ใด​ใน​โลก​ ​ขัดต่อหลักนิติธรรม​และ​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง

รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ 2550 ​ใน​มาตรา​ 237 ​ระบุว่า​ ​"​ผู้​สมัครรับเลือกตั้ง​ผู้​ใด​กระทำ​การ​ ​ก่อ​ ​หรือ​สนับสนุน​ให้​ผู้​อื่น​กระทำ​การอัน​เป็น​การฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา​หรือ​ระ​เบียบ​หรือ​ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​ซึ่ง​มีผลทำ​ให้​การเลือกตั้งมิ​ได้​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของบุคคลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา

ถ้า​การกระทำ​ของบุคคลตามวรรคหนึ่งปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ​ได้​ว่าหัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารของพรรคการเมือง​ผู้​ใด​ ​มี​ส่วน​รู้​เห็น​ ​หรือ​ปล่อยปละละ​เลย​ ​หรือ​ทราบการกระทำ​นั้น​แล้ว​ ​มิ​ได้​ยับยั้ง​หรือ​แก้​ไขเพื่อ​ให้​การเลือกตั้ง​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​ให้​ถือว่าพรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​มิ​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญนี้​ ​ตามมาตรา​ 68 ​และ​ใน​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวมีกำ​หนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง"

แปลว่า​เพียงปรากฏหลักฐาน​ "อันควรเชื่อ​ได้​ว่า​" ​กรรมการบริหารพรรคคนเดียวมี​ส่วน​รู้​เห็น​หรือ​ปล่อยปละละ​เลย​หรือ​ทราบ​ถึง​การกระทำ​ที่​เป็น​การฝ่าฝืน​ ​พ​.​ร​.​บ​.​เลือกตั้ง​แล้ว​มิ​ได้​ยับยั้งแก้​ไขเพื่อ​ให้​การเลือกตั้ง​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​พรรค​นั้น​ทั้ง​พรรคก็ถูกยุบ​แล้ว

ยิ่ง​ถ้า​ "​เชื่อว่า​" ​กรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งกระทำ​การทุจริตฝ่าฝืน​ ​พ​.​ร​.​บ​.​เลือกตั้งเสียเอง​ ​ก็ยิ่ง​เข้า​ข่ายมาตรา​ 237 ​นี้​ ​คือ​ ​ถือว่าทุจริต​ทั้ง​พรรค​และ​ต้อง​ยุบพรรค​นั้น​เสีย

กติกาอย่างนี้ขัดต่อหลักนิติธรรม

เหมือนครูคนหนึ่งทำ​ความ​ผิด​ ​ให้​ลงโทษครู​ทั้ง​โรงเรียน​และ​ให้​ยุบโรงเรียน​นั้น​เสีย

พระปาราชิก​ 1 ​รูป​ ​ให้​สึกพระ​ทั้ง​วัด​และ​ให้​ยุบวัด​นั้น​เสีย

กรรมการบริษัทคนหนึ่งทำ​ผิด​ ​ให้​ลงโทษกรรมการบริษัททุกคน​และ​ยุบบริษัท​นั้น​เสีย

หรือ​เทียบ​กับ​สิ่งที่​เกิดขึ้นจริงมา​แล้ว​เหมือน​กับ​การที่มีชาวบ้านทำ​ร้ายทหารนาซี​แล้ว​กองทัพนาซีฆ่าชาวบ้าน​ทั้ง​หมู่บ้าน​ ​และ​เผาหมู่บ้าน​นั้น​ทิ้ง

หลักกฎหมายทำ​นองนี้​ ​ไม่​มีทางที่​จะ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​ยุติธรรมขึ้น​ได้​ ​และ​ยัง​จะ​ทำ​ให้​เกิด​ความ​ไม่​เชื่อถือต่อระบบกฎหมาย​ ​และ​กระบวนการยุติธรรมของประ​เทศ​ ​รวม​ทั้ง​จะ​นำ​ไปสู่​ความ​ขัดแย้ง​ ​แตกแยก​ใน​สังคมอย่างยากที่​จะ​ประสาน​ให้​เกิด​ความ​ปรองดอง​กัน​ได้

หลักกฎหมายเช่นนี้​ ​ใน​ความ​เป็น​จริง​(​ยัง)​ไม่​ได้​ใช้​กับ​โรงเรียน​ ​วัด​ ​หรือ​บริษัทต่างๆ​ ​แต่​ใช้​กับ​พรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว​ ​จึง​ตี​ความ​เป็น​อย่าง​อื่น​ไม่​ได้​ ​นอก​จาก​ผู้​ออกแบบระบบกฎหมายนี้​ ​ไม่​เห็นว่าพรรคการเมืองมี​ความ​สำ​คัญ​หรือ​เป็น​ประ​โยชน์อะ​ไร​ ​ทำ​ให้​อ่อนแอ​หรือ​ทำ​ลายเสีย​ได้​ยิ่งดี

ระบบกฎหมายนี้​ ​ไม่​ได้​คำ​นึงว่า​จะ​เกิดอะ​ไรขึ้น​กับ​สมาชิกพรรค​ ​ไม่​สนใจไยดีว่าสมาชิกพรรคจำ​นวนมากที่มารวมตัว​กัน​จัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อ​ใช้​เป็น​เครื่องมือ​ใน​การกำ​หนด​ความ​เป็น​ไปของบ้านเมือง​ ​ต้อง​เสียโอกาสไป​ ​ระบบพรรคการเมืองที่​เป็น​ส่วน​ประกอบสำ​คัญของระบบรัฐสภาย่อม​จะ​อ่อนแอลง

หลักนิติธรรม​กับ​ประชาธิปไตย​นั้น​เป็น​ของคู่​กัน

การมีกฎหมายสำ​คัญที่ขัดต่อหลักนิติธรรม​ ​ย่อมแสดง​ให้​เห็นว่า​ ​บ้านเมือง​ยัง​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตย

แต่หากลำ​ดับภาพเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น​กับ​พรรคการเมือง​ใน​เร็วๆ​ ​นี้​ ​จะ​ยิ่งเห็นว่าระบบกฎหมายเกี่ยว​กับ​พรรคการเมือง​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงเพียง​ใด

เมื่อ​ "​เชื่อว่า​" ​กรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทุจริตผิดกฎหมายเลือกตั้ง​ ​ก็ยุบพรรค​นั้น​เสีย​และ​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคทุกคน​เป็น​เวลา​ 5 ​ปี

หากพรรคการเมือง​นั้น​เป็น​รัฐบาล​อยู่​ ​คณะรัฐมนตรี​ทั้ง​คณะ​ต้อง​พ้นสภาพไปตามนายกรัฐมนตรี​ ​ซึ่ง​เป็น​หัวหน้าพรรค​ ​ส​.​ส​.​หลายสิบคนหมดสมาชิกภาพ​ ​ต้อง​เลือกตั้งซ่อมหลายสิบเขต​ ​ส​.​ส​.​ที่​เหลือ​อยู่​ต้อง​หาพรรคสังกัด​ให้​ได้​ภาย​ใน​เวลา​ 60 ​วัน

ใคร​จะ​เป็น​นายกรัฐมนตรี​ ​พรรค​ใด​จะ​เป็น​รัฐบาล​ ​และ​รัฐบาล​จะ​มีนโยบายอย่างไร​ไม่​มี​ใครทราบ​ได้

ทั้ง​หมดนี้​ ​ไม่​ได้​เป็น​ไปตามเจตจำ​นงของประชาชนที่​ได้​แสดง​ไว้​ใน​การเลือกตั้งเมื่อ​ 23 ​ธันวาคม​ 2550 ​แต่อย่าง​ใด​ทั้ง​สิ้น

รวม​ความ​ว่า​ ​จาก​การที่คนประมาณ​ 14 ​คน​ ​คือ​ ​กกต​. 5 ​คน​ ​และ​ศาลรัฐธรรมนูญอีก​ 9 ​คน​ ​ที่​ไม่​ได้​มา​จาก​การเลือกตั้ง​ "​เชื่อว่า​" ​มีนักการเมืองคนหนึ่งทำ​ผิดกฎหมายเลือกตั้ง​ ​แม้​เพียง​ใน​เขตเลือกตั้งเขตเดียว​หรือ​หน่วยเดียว​ ​คนที่​ไม่​ได้​มา​จาก​การเลือกตั้งเพียง​ 14 ​คน​ ​ก็​สามารถ​ปลด​และ​เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี​ ​เปลี่ยนรัฐบาล​ ​เปลี่ยนพรรคการเมืองของ​ ​ส​.​ส​.​จำ​นวนมาก​ ​และ​เปลี่ยนนโยบายของพรรคการเมืองต่างไป​จาก​ที่ประชาชน​ทั้ง​ประ​เทศ​ได้​ร่วม​กัน​กำ​หนด​ไว้

คนที่​ไม่​ได้​มา​จาก​เลือกตั้งเพียง​ 14 ​คน​ ​มีอำ​นาจเหนือประชาชน​ทั้ง​ประ​เทศ

นี่คือ​ความ​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตยอย่างยิ่งของระบบกฎหมายเกี่ยว​กับ​พรรคการเมือง​ใน​ปัจจุบัน

เมื่อกฎหมาย​ไม่​เป็น​เหตุ​เป็น​ผล​ ​ไม่​เป็น​ธรรม​ ​คนที่​ไม่​ได้​กระทำ​ผิดก็อาจถูกลงโทษ​ถึง​ขั้นร้ายแรง​ ​ใน​ขณะที่คนซื้อเสียงอีกจำ​นวนมาก​ไม่​ถูกลงโทษ​ ​กฎหมายนี้​จึง​ไม่​สามารถ​ป้อง​กัน​การซื้อเสียง​หรือ​การทุจริต​ใน​การเลือกตั้ง​ได้​เลย

หากเกิดการ​ใช้​ระบบกฎหมายนี้ดังกล่าว​เป็น​จริง​ ​สิ่งที่​จะ​ตามมาคือ​ ​วิกฤตทางการเมืองครั้ง​ใหญ่​ ​จะ​เกิด​ความ​ไม่​มี​เสถียรภาพทางการเมืองอย่างรุนแรง​ ​ซ้ำ​เติมปัญหา​เศรษฐกิจของประ​เทศ​ให้​หนักหนา​เลวร้ายยิ่งขึ้น​ ​ผู้​คนหมด​ความ​เชื่อถือ​ใน​ระบบการปกครอง​และ​กติกาของประ​เทศ​ ​จะ​เกิด​ความ​แตกแยก​ใน​สังคมอย่างยาก​จะ​แก้​ไขเยียวยา​ ​โดย​ไม่​มี​ใครรู้ว่า​จะ​พัฒนา​ไป​ใน​รูปแบบ​ใด

ที่​แน่ๆ​ ​จะ​เป็น​การ​ "ถอยหลัง" ​ก้าว​ใหญ่​ของระบอบประชาธิปไตยของประ​เทศไทย

ที่มา​ ​หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน​ ​วันที่​ 07 ​เมษายน​ ​พ​.​ศ​. 2551 ​ปีที่​ 31 ​ฉบับ​ที่​ 10985

ชี้ผลผลิตข้าวเอเชียเพิ่ม​-​ปินส์ตั้งเป้า​2​ปีพึ่งตนเอง

องค์การอาหาร​และ​เกษตรแห่งสหประชาชาติ​ (เอฟเอโอ) ​ทำ​นาย​ ​ผลผลิตข้าว​ใน​ทุกประ​เทศ​ผู้​ผลิตข้าวราย​ใหญ่​ของเอเชีย​จะ​เพิ่มขึ้น​ ​แต่ตลาดข้าวโลก​จะ​ยัง​คงเผชิญ​กับ​สภาวะ​ความ​ผันผวน​ใน​ระยะสั้น​ ​ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมาย​ ​พึ่งพาผลผลิตข้าว​ใน​ประ​เทศเกือบ​ทั้ง​หมดภาย​ ​ใน​ 2 ​ปี

​รายงานของเอฟเอโอระบุว่า​ ​ผลผลิตข้าว​ทั่ว​โลก​ใน​ปีนี้​จะ​เพิ่มขึ้นราว​ 12 ​ล้านตัน​ ​หรือ​ร้อยละ​ 1.8 ​จาก​ปีที่​แล้ว​ ​ถ้า​สภาพอากาศปกติ​ ​หรือ​ไม่​มี​ความ​แปรปรวนรุนแรง​ ​โดย​ผลผลิตข้าว​ใน​กลุ่มประ​เทศ​ผู้​ผลิตข้าวราย​ใหญ่​ทุกประ​เทศ​ใน​เอเชีย​จะ​เพิ่มขึ้นอย่างมาก​ ​รวม​ถึง​อินเดีย​ ​จีน​ ​บังกลา​เทศ​ ​อินโดนี​เซีย​ ​พม่า​ ​ฟิลิปปินส์​ ​และ​ไทย​ ​ซึ่ง​จะ​ช่วย​แก้ปัญหาอุปทานตึงตัว​ใน​ขณะนี้​ ​นอก​จาก​นี้ผลผลิตข้าว​ใน​ภูมิภาคแอฟริกา​ ​ลาตินอเมริกา​ ​และ​ยุ​โรป​จะ​เพิ่มขึ้นเช่น​กัน​ ​แต่ผลผลิต​ใน​ญี่ปุ่น​ ​ออสเตรเลีย​และ​สหรัฐอเมริกา​จะ​ลดลง

​อย่างไรก็ตาม​ ​ปีนี้อาจ​เป็น​ปีที่สองติดต่อ​กัน​ ​ที่ผลผลิตข้าว​ทั่ว​โลกเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการเพิ่มของจำ​นวนประชากรโลก​ ​นอก​จาก​นั้น​ ​ปริมาณการค้าข้าว​ใน​ตลาดโลกปีนี้​ ​คาดว่า​จะ​ลดลงเหลือ​ 29.9 ​ล้านตัน​ ​น้อยกว่าปีที่​แล้ว​ราว​ 1.1 ​ล้านตัน​ ​เนื่อง​จาก​หลายประ​เทศออกระ​เบียบจำ​กัดการส่งออก​ ​เพื่อเก็บสต๊อกข้าว​ไว้​บริ​โภคภาย​ใน​ประ​เทศ

​ที่กรุงมะนิลา​ ​เจ้าหน้าที่สำ​นักงานอาหาร​ ​แห่งชาติฟิลิปปินส์​เผยว่า​ ​รัฐบาลตั้งเป้าพึ่งพาผลผลิตข้าว​ใน​ประ​เทศ​ ​ให้​ได้​ร้อยละ​ 92 ​ใน​ปีนี้​ ​และ​จะ​เพิ่มขึ้น​เป็น​ร้อยละ​ 98 ​ภาย​ใน​ปี​ 2553 ​จาก​แผนการปรับปรุงภาคเกษตรกรรมขนาน​ใหญ่​มูลค่าหลายพันล้านเปโซ​ ​ซึ่ง​รวม​ถึง​การฟื้นฟูระบบชลประทาน​ ​และ​ดู​แลผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว

​อย่างไรก็ดี​ ​แม้​จะ​มีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น​ ​แต่ฟิลิปปินส์​ยัง​ต้อง​นำ​เข้า​ข้าว​อยู่​ดี​ ​เพราะ​การลงทุนปลูกข้าว​ใน​ประ​เทศที่​เป็น​หมู่​เกาะ​ ​ต้นทุนสูงกว่าประ​เทศที่มีที่ราบขนาด​ใหญ่​อย่างไทย​และ​เวียดนาม​ ​ปีที่​แล้ว​ฟิลิปปินส์นำ​เข้า​ข้าว​ 1.871 ​ล้านตัน​ ​ส่วน​ใหญ่​นำ​เข้า​จาก​เวียดนาม​ ​ที่​เหลือ​ ​ส่วน​น้อย​จาก​ไทย​ ​ก่อนหน้านี้ทางการประกาศ​จะ​นำ​เข้า​ข้าว​ 1.5 ​ล้านตัน​ใน​ปีนี้​ ​และ​อาจ​จะ​เพิ่มขึ้น​เป็น​ 2.7 ​ล้านตันหากจำ​เป็น​.

เดลินิวส์

แบงก์​ไทยเครดิต​ ​ปิ๊งเพชรพลอยค้ำ​กู้

นายสุรพล​ ​โอภาสเสถียร​ ​ผู้​อำ​นวยการฝ่ายการตลาด​และ​สื่อสาร​ ​ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย​ ​เปิดเผยว่า​ ​ธนาคารเตรียมปล่อยกู้​โดย​ให้​ลูกค้ารายย่อยที่​เป็น​พ่อค้า​แม่ค้า​ ​ธุรกิจห้องแถว​ ​สามารถ​นำ​อัญมณี​ ​เช่น​ ​เพชร​ ​พลอย​ ​มาค้ำ​ประ​กัน​เงินกู้ของธนาคาร​ได้​ ​ซึ่ง​ใน​ส่วน​นี้​ต้อง​รอ​ให้​ภาครัฐผ่านกฎหมาย​และ​ตี​ความ​ว่า​ ​อัญมณี​เหล่านี้​เป็น​ทรัพย์สิน​สามารถ​นำ​มา​เป็น​หลักทรัพย์​ได้​ ​ก็​เริ่มดำ​เนินการ​ได้​ทันที​ ​จาก​ที่ก่อนหน้านี้ธนาคาร​ได้​เริ่มโครงการนำ​ทองคำ​มาค้ำ​ประ​กัน​ไป​แล้ว​ ​ซึ่ง​สินเชื่อดังกล่าว​ได้​รับ​ความ​นิยม​จาก​ลูกค้าของธนาคารจำ​นวนมาก

“​หากภาครัฐ​ได้​ผ่านกฎหมายหลัก​ ​ประ​กัน​ทางธุรกิจ​ ​และ​ตี​ความ​ว่า​เป็น​สิ่งที่นำ​มา​เป็น​หลักทรัพย์ค้ำ​ประ​กัน​ได้​ ​นั้น​ก็หมาย​ความ​ว่า​จะ​เปิดโอกาส​ให้​เอกชน​ ​พ่อค้า​ ​แม่ขายราย​ ​เล็ก​ ​ๆ​ ​เข้า​ถึง​แหล่งเงินทุน​ได้​มากขึ้น​ ​แต่ปัจจุบันนี้​ยัง​ไม่​มีกฎหมายรองรับ​ ​ส่วน​การนำ​เพชร​ ​พลอยมาค้ำ​ประ​กัน​ ​และ​กังวลว่า​ใน​อนาคตราคาอาจเปลี่ยนแปลง​ ​ไม่​เหมือนราคาทองคำ​นั้น​ ​ตรงนี้ธนาคาร​ไม่​เป็น​ห่วง​ ​เพราะ​ก่อนที่​จะ​ดำ​เนินการ​ต้อง​มีการประ​เมินราคา​ ​รู้ราคากลาง​ ​ใน​รายละ​เอียดเหล่านี้ธนาคาร​ได้​เตรียมการ​ไว้​แล้ว​”

​อย่างไรก็ตามสมาคมธนาคารไทย​ ​สภาหอการค้า​ไทย​ ​และ​สมาคมอัญมณี​ไทย​ ​จะ​ยื่นหนังสือต่อภาครัฐเพื่อ​ให้​ผลักดันกฎหมายพ​.​ร​.​บ​.​หลักประ​กัน​ทางธุรกิจ​ ​หากกฎหมาย​ ​ดังกล่าวประกาศ​ใช้​แล้ว​ ​จะ​ช่วย​ให้​เอกชน​ ​ผู้​ประกอบการขนาดกลาง​ ​ขนาด​เล็ก​ ​เข้า​ถึง​สถาบันการเงิน​ ​และ​หา​แหล่งเงินกู้​ได้​ง่ายขึ้น

​นอก​จาก​นี้ธนาคาร​ยัง​มี​เป้าหมายขยายพื้นที่​ให้​บริการเพิ่มภาย​ใน​ 5 ​ปีนี้​ ​จะ​ขยายสาขา​ให้​ครบ​ 50 ​แห่ง​ ​นอกเหนือ​จาก​นั้น​จะ​ใช้​พื้นที่สาขาของบริษัทไทยประ​กัน​ชีวิต​ ​ซึ่ง​เป็น​บริษัทแม่ของธนาคาร​ ​ที่มีกว่า​ 250 ​แห่ง​ทั่ว​ประ​เทศ​ใน​การ​ให้​บริการลูกค้า​ ​โดย​ลูกค้าหลักของธนาคารคือกลุ่มลูกค้ารายย่อย​ ​ที่กระจาย​ใน​ตลาด​ ​ชุมชน​ ​หรือ​หมู่บ้านต่าง​ ​ๆ​ ​เพราะ​ธนาคารมีบริการ​ให้​ทั้ง​เงินฝาก​ ​สินเชื่อ​ ​ทั้ง​กู้​เงินไปลงทุน​ ​สินเชื่อที่​อยู่​อาศัย​ ​กู้​เพื่อปรับโครงสร้างหนี้​ทั้ง​หมด​ ​โดย​ใช้​บ้าน​เป็น​หลักทรัพย์ค้ำ​ประ​กัน​เพียงอย่างเดียว​ ​สามารถ​ที่​จะ​ขอสินเชื่อ​กับ​ทางธนาคาร​ได้​.


เดลินิวส์