WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, April 8, 2008

'​เลี้ยบ​' ​โรดโชว์พ่วงชี้​แจงแก้​ ​รธน​. [8 ​เม​.​ย​. 51 - 04:17]

เมื่อวันที่​ 7 ​เม​.​ย​. ​นพ​.​สุรพงษ์​ ​สืบวงศ์ลี​ ​รองนายกฯ​ ​และ​ ​รมว​.​คลัง​ ​ใน​ฐานะ​เลขาธิการพรรคพลังประชาชน​ ​กล่าวว่า​ ​พรรคพลังประชาชน​จะ​ประชุม​ ​ส​.​ส​.​ของพรรค​ใน​วันที่​ 8 ​เม​.​ย​. ​เวลา​ 13.30 ​น​. ​เพื่อพิจารณาว่า​จะ​แก้​ไข​กัน​อย่างไร​ ​เพราะ​ที่ผ่านมา​ยัง​มี​ความ​คิดเห็นที่หลากหลาย​ ​เมื่อ​ได้​ข้อสรุปตน​และ​แกนนำ​พรรค​จะ​ได้​นำ​ไปหารือร่วม​กับ​พรรคร่วมรัฐบาลต่อไป ​ทั้ง​นี้​ ​ประ​เด็นการแก้​ไขรัฐธรรมนูญก็​จะ​มีการนำ​ไปชี้​แจงต่อนักลงทุนสหรัฐฯ​และ​อังกฤษระหว่าง​ ​ที่​จะ​เดินทางไปโรดโชว์วันที่​ 11-16 ​เม​.​ย​.​นี้​ด้วย​ ​เพื่อแสดงว่า​ ​เรามีทิศทาง​ใน​การพัฒนาประชาธิปไตยที่ชัดเจน​ ​และ​สิ่งที่ห่วง​กัน​ว่า​จะ​เป็น​วิกฤติของรัฐบาล​ ​เราก็พยายามคลี่คลาย​ไม่​ให้​ลุกลาม​เป็น​วิกฤติ​ได้​ ​จะ​ช่วย​ทำ​ให้​ต่างชาติมี​ความ​เชื่อถือ​ ​และ​มั่นใจ​ใน​สถานการณ์ทางการเมืองของเรามากขึ้น​ ​ต่อข้อถามว่า​ ​เรื่องกรอบเวลาที่​จะ​แก้​ไข​จะ​ต้อง​เร่ง​ให้​เสร็จทันก่อนการวินิจฉัยคดียุบพรรค​หรือ​ไม่​ ​นพ​.​สุรพงษ์ตอบว่า​ ​การแก้​ไข​ทั้ง​ระบบย่อม​ต้อง​ใช้​เวลานานกว่า​ ​จะ​ทัน​หรือ​ไม่​ทัน​กับ​คดียุบพรรค​ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​พรรคพลังประชาชนที่​ยัง​มา​ไม่​ถึง​ ​หรือ​พรรคชาติ​ไทย​และ​มัชฌิมาธิปไตยที่กำ​ลัง​จะ​เกิดขึ้น​ ​ไม่​ได้​เป็น​เรื่องที่​เป็น​ปัจจัยสำ​คัญ​ใน​การพิจารณา​

ลั่นยำ​ใหญ่​ขจัดผลิตผลเผด็จการ

เมื่อถามว่า​ ​แสดงว่ามี​แนวโน้มที่​จะ​กลับลำ​มา​เป็น​การเสนอแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ทั้ง​ฉบับ​ ​นพ​.​สุรพงษ์ตอบว่า​ ​เป็น​ไป​ได้​ทั้ง​นั้น​ ​ขึ้น​อยู่​กับ​มติที่ประชุม​ ​ส​.​ส​.​ที่​เรา​ต้อง​ฟังเสียง​ส่วน​ใหญ่​ ​ครั้งแรกที่หยิบยกการแก้​ไข​ ​ม​.237 ​ขึ้น​ ​เพราะ​ตอน​นั้น​มี​ ​กกต​.​คนหนึ่งออกมา​ให้​ความ​เห็นว่า​ ​กกต​.​ไม่​สามารถ​มีทางเลือก​อื่น​ ​เพราะ​รัฐธรรมนูญมัดคอ​ไว้​ ​ทำ​ให้​ต้อง​ตัดสินใจยุบพรรค​ ​จึง​เป็น​เหตุ​ให้​หยิบยกว่า​จะ​แก้​ไข​ ​ม​.237 ​มา​เพื่อ​ไม่​ให้​เกิดปัญหากระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง​ ​ถ้า​ ​กกต​.​ไม่​สบายใจที่​จะ​ต้อง​ตัดสินยุบพรรค​ทั้งๆ​ที่ควรตัดสินใจ​เป็น​อย่าง​อื่น​

เลขาธิการพรรคพลังประชาชนกล่าว​ถึง​กระ​แสข่าว​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกฯ​ ​เกิด​ความ​ขัดแย้ง​กับ​นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกฯ​ ​จนมี​แผนที่​จะ​โค่นล้มนายสมัครว่า​ ​กระ​แสข่าวมี​ความ​พยายามที่​จะ​โค่นล้มหัวหน้าพรรคพลังประชาชน​ไม่​เป็น​ความ​จริง​โดย​สิ้นเชิง​ ​เพราะ​ใน​พรรคทุกคนรู้ดีว่า​ ​หัวหน้าพรรค​ได้​ทุ่มเททำ​งานหนักเพื่อพรรคมาตั้งแต่ต้น​ ​เท่า​ที่​ได้​ทำ​งานร่วม​กับ​ท่านมา​ ​ท่าน​เป็น​คนจริงใจเปิดเผย​ ​ไม่​นิยมการวางหมากหลายชั้น​หรือ​สร้างภาพ​ ​และ​โดย​ข้อเท็จจริง​แล้ว​ ​พ​.​ต​.​ท​. ​ทักษิณก็​ไม่​ได้​มายุ่งเกี่ยว​กับ​การเมือง​ ​หรือ​การบริหารงาน​ใน​พรรคแต่อย่าง​ใด​

“​ชูศักดิ์​” ​ย้อนปูมหลังอำ​มาตยาธิปไตย

นายชูศักดิ์​ ​ศิรินิล​ ​รมต​.​ประจำ​สำ​นักนายกฯ​ ​กล่าวว่า​ ​อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้พรรคการเมือง​ไม่​ได้​ร่วมร่าง​ ​คนร่างคือ​ ​ส​.​ส​.​ร​.​ที่​ต้อง​ไม่​เคยดำ​รงตำ​แหน่ง​ใน​พรรคการเมืองมา​ไม่​น้อยกว่า​ 2 ​ปี​ ​มา​จาก​องค์กรอิสระ​ ​ข้าราชการ​และ​ศาล​ ​มา​อยู่​ใน​กลไกของ​ ​คมช​. ​จึง​เรียกว่า​ ​เป็น​รัฐธรรมนูญอำ​มาตยาธิปไตย​ ​ที่​ไม่​ต้อง​การพรรคการ​ ​เมืองเข้มแข็ง​ให้​ยุบ​ได้​ง่าย​ ​เป็น​ครั้งแรกที่ระบุว่า​ ​การทำ​ผิดกฎหมายเลือกตั้ง​ ​ผิดกฎระ​เบียบ​ ​กกต​.​เป็น​เหตุยุบพรรค​ได้​ ​และ​เขียนเพื่อ​ให้​กลไกของ​ ​คมช​.​สืบทอดอำ​นาจต่อไป​ ​เพราะ​ให้​องค์กรอิสระที่ตั้ง​โดย​ ​คมช​.​อยู่​ต่อจนครบวาระ​ 7 ​ปี​ ​หรือ​ 9 ​ปี​ ​ทั้ง​ที่ปกติ​ให้​อยู่​แค่​ 1 ​หรือ​ 2 ​ปี​ ​แล้ว​ต้อง​สรรหา​ใหม่​ ​นอก​จาก​นี้​ ​ยัง​ลดอำ​นาจของวุฒิสภา​ ​มีหน้าที่​เพียงเห็นชอบ​หรือ​ไม่​เห็นชอบการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ ​ฝากชะตาของประ​เทศ​ไว้​กับ​คนแค่​ 5 ​คน​ ​และ​กรณีที่​เขียนนิรโทษกรรม​ใน​การปฏิวัติ​แต่ละยุคตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี​ 2502 ​จน​ถึง​ 2534 ​จะ​เขียน​ไว้​เพียงว่า​ “​ให้​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย​” ​เฉพาะการกระทำ​ที่ผ่านมาจน​ถึง​ปัจจุบันที่มีการ​ใช้​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นั้นๆ​ ​ไม่​เคยเขียน​ให้​ชอบ​ด้วย​รัฐธรรมนูญ​ทั้ง​อดีต​ ​ปัจจุบัน​และ​อนาคต​

เล็งแก้​ ​รธน​.​ทั้ง​ฉบับ​ภาย​ใน​ 6 ​เดือน

นายชูศักดิ์กล่าวว่า​ ​การหารือ​กัน​ใน​พรรคแนวโน้มน่า​จะ​เป็น​การแก้​ไข​กัน​ทั้ง​ฉบับ​ ​เนื่อง​จาก​ฟังเสียง​ ​ส​.​ส​.​พรรคพลังประชาชน​ส่วน​ใหญ่​บอกว่า​ ​ไหนๆ​จะ​แก้​กัน​แล้ว​ก็อยาก​จะ​ให้​แก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ทั้ง​ฉบับ​ ​เพื่อประ​เทศเรา​ได้​รัฐธรรมนูญที่​เป็น​ไปตามหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง​ ​เมื่อตอนหา​เสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชาชนก็มีทีมวิชาการ​ได้​ศึกษาประ​เด็นที่สมควรแก้​ไข​ไว้​แล้ว​ ​เช่น​ ​ระบบเลือกตั้ง​ ​การ​ให้​ ​ส​.​ส​.​ต้อง​ยื่น​และ​เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน​ ​แต่องค์กรอิสระ​ไม่​ต้อง​เปิดเผยต่อสาธารณชน​ ​เป็น​ต้น​ ​ทางคณะอนุกรรมการฯก็​ไม่​ได้​มีข้อโต้​แย้ง​หรือ​มีข้อจำ​กัดว่าควร​จะ​แก้​ไขเพียง​ 7 ​ประ​เด็น​ ​ตามที่​เสนอไปก่อนหน้านี้​ ​เพราะ​อนุกรรมการฯ​เรามีหน้าที่​เพียงยกร่าง​ให้​เมื่อ​เขา​มีการชี้ประ​เด็นมา​ให้​ ​หากตัดสินใจที่​จะ​แก้​ไข​กัน​ทั้ง​ฉบับ​ก็​แน่นอนว่า​ ​คง​ต้อง​ใช้​เวลาบ้างพอสมควร​ ​เป็น​ไป​ได้​ที่อาจ​จะ​ใช้​เวลาดำ​เนินการ​ 180 ​วัน​ ​หรือ​ 5-6 ​เดือน​ ​อย่างที่นายจาตุรนต์​ ​ฉายแสง​ ​อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเคยเสนอ​ไว้​

ยอมถอยอีก​ไม่​ตัดทิ้งมาตรา​ 309

เมื่อถามว่า​แต่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​เห็นควร​ให้​ไป​ใช้​ญัตติที่ยื่นค้าง​ไว้​ใน​สภาฯ​ ​และ​ให้​ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญ​ ​นายชูศักดิ์ตอบว่า​ ​ถ้า​อย่าง​นั้น​ต้อง​ย้อนกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่ง​ใหม่​ทั้ง​หมด​ ​ซึ่ง​ต้อง​ใช้​เวลาอีกมาก​ ​แต่​แนวทางของเรามีการศึกษา​กัน​ไว้​แล้ว​ ​รวม​ทั้ง​ใน​ช่วงที่​ ​ส​.​ส​.​ร​.​ยุคปัจจุบันก็​เคยเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญปี​ 40 ​กับ​ 50 ​เอา​ไว้​แล้ว​ ​ก็สมควรนำ​มา​เดินหน้า​ได้​เลย​ ​ส่วน​จะ​เสร็จ​ได้​ทันการพิจารณาตัดสินคดียุบพรรค​หรือ​ไม่​ ​ไม่​เกี่ยว​กัน​ ​ถือ​เป็น​เรื่องอนาคต​ ​ทั้ง​นี้​ใน​ ​ม​. 237 ​ก็​ไม่​มีการแก้​ไข​ให้​คนผิดพ้นผิด​ ​ใครทำ​ผิด​ยัง​ต้อง​รับโทษต่อไป​ ​และ​ยุบพรรค​ได้​ถ้า​พิสูจน์​ได้​ว่าหัวหน้าพรรค​หรือ​กรรมการบริหารพรรค​ส่วน​ใหญ่​รู้​เห็น​หรือ​เป็น​ผู้​กระทำ​ผิด​ ​และ​ ​ม​. 309 ​ก็​ไม่​ได้​ตัดทิ้งแค่​เขียนเพิ่มเติมวรรคสอง​ ​ให้​ข้อ​ความ​ใน​วรรคหนึ่ง​ ​ใช้​บังคับ​ใน​กรณีที่การกระทำ​นั้น​ ​ต้อง​ไม่​ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ​ ​สิทธิ​เสรีภาพ​ ​และ​หลักนิติธรรม​ ​เพื่อเปิดโอกาส​ให้​ผู้​มี​ส่วน​ได้​ส่วน​เสียต่อสู้​ได้​ ​ไม่​มีผลไปยุบ​ ​คตส​. ​หรือ​ยกเลิกประกาศ​ ​คปค​.​ใดๆ​

เย้ย​ “​เทพไท​” ​เสี้ยม​เขา​ปั่นราคาตัวเอง

นายจักรภพ​ ​เพ็ญแข​ ​รมต​.​ประจำ​สำ​นักนายกรัฐมนตรี​ ​กล่าว​ถึง​กรณีที่นายเทพไท​ ​เสนพงศ์​ ​ผู้​ช่วย​เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ ​ระบุว่านายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​แตกคอ​กับ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกฯ​ ​จริงตามที่​โหร​ ​คมช​.​ทำ​นาย​ ​ว่านายเทพไท​ต้อง​การยกตัวเองขึ้นไปเทียบชั้น​กับ​นายกฯ​ ​การเสี้ยม​ให้​คนทะ​เลาะ​กัน​ ​ไม่​ควร​เป็น​วิถีทางของนักการเมืองยุคนี้​แล้ว​ ​นายเทพไท​ ​ก็​เป็น​คนรุ่น​ใหม่​ ​สมควร​จะ​ช่วย​พรรคประชาธิปัตย์ปรับปรุงการทำ​งานแบบ​ใหม่​ ​มากกว่า​จะ​ย้อนยุคไปเอาวิธีการเก่าสุดขุดขึ้นมา​ใช้​ใน​ปัจจุบัน​ ​สำ​หรับนายสมัคร​นั้น​มอง​จาก​คนวง​ใน​ต้อง​บอกว่าตอนที่​เรา​เชิญท่านมา​ ​และ​ท่านกรุณารับมา​เป็น​หัวหน้าพรรค​ ​เราก็ยอมรับว่าท่านมี​ความ​โดดเด่นหลากหลาย​ใน​ความ​สามารถ​ ​ท่านถือ​เป็น​จอมยุทธ์ทางการเมืองรู้จังหวะ​จะ​โคน​และ​อารมณ์ทางการเมือง​ ​แบบที่นักการเมืองรุ่นหลังหลายคน​ไม่​รู้​ ​ความ​คิดเห็นบางเรื่องที่​ไม่​ตรง​กัน​ ​เป็น​ส่วน​ที่ท่านมา​เติมเต็ม​ให้​สมบูรณ์​ ​ไม่​ได้​ ​เป็น​ความ​ขัดแย้งอะ​ไร​กัน​ ​เพราะ​ทั้ง​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​และ​นายสมัครล้วน​เป็น​ผู้​ใหญ่​กัน​ทั้ง​คู่​ ​ก่อนที่พรรคพลังประชาชน​ ​จะ​เชิญนายสมัครมา​ ​ทั้ง​นายสมัคร​และ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ได้​ผ่านการถามใจตัวเองมา​แล้ว​ไม่​รู้กี่ครั้ง​แล้ว​

ปชป​.​เตือนอย่า​ใช้​พวกมากลากไป

นายสุ​เทพ​ ​เทือกสุบรรณ​ ​เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์​ ​กล่าวว่า​ ​พรรคสนับสนุนการแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ให้​เป็น​ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ขึ้น​ ​โดย​ต้อง​รับฟัง​ความ​เห็น​จาก​ประชาชน​ทั่ว​ประ​เทศ​ ​เพราะ​รัฐธรรมนูญปี​ 2550 ​ประกาศ​ใช้​ด้วย​การลงประชามติของประชาชน​ ​แต่พรรค​ ​ไม่​เห็น​ด้วย​ ​ถ้า​จะ​ใช้​เสียงข้างมากลากไป​ ​แก้รัฐธรรมนูญ​ให้​พ้นผิด​จาก​สิ่งที่ทำ​ผิด​หรือ​หนีการถูกยุบพรรค​

นายองอาจ​ ​คล้ามไพบูลย์​ ​โฆษกพรรคประชาธิปัตย์​ ​กล่าวว่า​ ​อยากเรียนว่าการคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ​ ​โดย​เฉพาะมาตรา​ 237 ​นั้น​ ​เพราะ​เห็นว่า​เป็น​การเสนอแนวคิด​ให้​แก้​ไข​ ​เพราะ​หวังผลประ​โยชน์ของตัวเอง​ ​มากกว่าประ​โยชน์ของ​ส่วน​รวม​ ​และ​ที่สำ​คัญพรรคเห็นว่าอะ​ไร​จะ​เกิดขึ้น​ถ้า​มีการแก้​ไขมาตรานี้​ ​โดย​เฉพาะการพิจารณาคดี​ ​ที่​เกี่ยว​กับ​การทุจริตการเลือกตั้ง​ ​ที่นำ​ไปสู่การยุบพรรคควร​เป็น​ไปตามครรลองของการพิจารณา​ ​การพิจารณายุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญคง​จะ​ใช้​เวลาสักระยะหนึ่ง​ ​โดย​หากมี​ ​การยุบพรรคการเมืองจริง​ ​ช่วงเวลา​นั้น​จะ​ทำ​ให้​ ​ส​.​ส​.​ใน​พรรค​ ​สามารถ​ย้ายไปสังกัดพรรค​ใหม่​ ​หรือ​ตั้งพรรคการเมืองสำ​รอง​ได้​ภาย​ใน​ 60 ​วัน​

ระบุ​แก้รัฐธรรมนูญเพื่อหนียุบพรรค

นายองอาจกล่าวอีกว่า​ ​หลายคนก็ทราบ​กัน​ดีว่ามีหลายพรรคที่​เตรียมไปจัดตั้งพรรคการเมืองสำ​รองเอา​ไว้​แล้ว​ ​เพื่อ​ให้​ ​ส​.​ส​.​จำ​นวนหนึ่งที่​ไม่​ได้​เป็น​กรรมการบริหารพรรค​ ​ไปสังกัดพรรคการเมือง​นั้น​ ​ดัง​นั้น​ ​บุคคลที่​จะ​ได้​รับผลกระทบ​จาก​การตัดสินยุบพรรค​ ​ก็​จะ​มีกรรมการบริหารพรรค​เท่า​นั้น​ ​ซึ่ง​มี​ทั้ง​รัฐมนตรี​ส่วน​หนึ่ง​และ​ ​ส​.​ส​.​ส่วน​หนึ่ง​ ​ประมาณ​ 60 ​กว่าคน​ ​จะ​เห็น​ได้​ว่าจำ​นวนนี้​จะ​ต้อง​มีการเลือกตั้ง​ใหม่​ ​แทนคนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง​ 5 ​ปี​ ​ถ้า​ดู​แนวโน้มการเลือกตั้งรอบ​ใหม่​ที่ผ่านมา​จะ​เห็น​ได้​ชัดเจนว่า​ ​ส​.​ส​.​ของพรรคร่วมรัฐบาลมัก​จะ​ได้​รับเลือกกลับ​เข้า​มาอีก​ ​ด้วย​เหตุนี้​โครงสร้างของรัฐบาล​และ​ ​ส​.​ส​.​ที่สนับสนุนรัฐบาล​ ​จึง​ไม่​น่า​จะ​มีอะ​ไรเปลี่ยนแปลงอะ​ไร​ได้​มาก​ ​และ​พรรคร่วมรัฐบาลก็​ยัง​สามารถ​เป็น​รัฐบาลต่อไป​ได้​เหมือนเดิม​ ​โดย​มี​เสียง​ ​ส​.​ส​.​สนับสนุนเกินครึ่งหนึ่งของสภา​ผู้​แทนราษฏร​ ​พรรคประชาธิปัตย์​จึง​ไม่​ได้​ประ​โยชน์อะ​ไร​จาก​การ​ ​แก้​ไขรัฐธรรมนูญมาตรา​ 237 ​ไม่​ได้​ประ​โยชน์ว่า​เรา​จะ​กลับมา​เป็น​รัฐบาล​ ​แต่​เรา​เห็นว่าการแก้​ไขรัฐธรรมนูญมาตรา​ 237 ​มี​เจตนา​ไม่​บริสุทธิ์​ ​และ​เพื่อมา​ช่วย​แก้​ไขปัญหาที่อาจ​จะ​เกิดขึ้น​จาก​การยุบพรรค​ ​ถ้า​จะ​แก้​ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้​ ​รัฐบาล​ต้อง​ชัดเจนว่า​ไม่​ได้​เกี่ยวข้องอะ​ไร​กับ​การพิจารณาตัดสินว่า​จะ​ยุบพรรค​หรือ​ไม่​

ควรรับฟัง​ความ​คิดเห็นคน​อื่น​บ้าง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า​ ​อย่างไรก็ตามข้อกล่าวหา​และ​ข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่า​ ​พรรคประชาธิปัตย์​ ​จะ​ได้​ประ​โยชน์​โดย​กลับมา​เป็น​รัฐบาล​ ​จึง​ออกมาคัดค้าน​ ​การแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ ​จึง​ไม่​เป็น​ความ​จริง​ ​แต่​เราคัดค้าน​เพราะ​ต้อง​การเห็นหลักการที่ถูก​ต้อง​เกิดขึ้น​ใน​บ้านเมือง​ ​ไม่​ต้อง​การเห็นการ​ใช้​กฎหมายเพื่อประ​โยชน์ของใครคน​ใด​คนหนึ่ง​ ​การที่นายกฯ​ไม่​ยอมรับฟัง​ความ​คิดเห็นของ​ผู้​ใหญ่​ ​ใน​บ้านเมือง​ ​เช่น​ ​นายอานันท์​ ​ปันยารชุน​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​นายธีรยุทธ​ ​บุญมี​ ​อาจารย์ประจำ​คณะสังคมวิทยา​และ​มานุษยวิทยา​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ​เป็น​ต้น​ ​พรรคประชาธิปัตย์​เห็นว่านายกฯควรรับฟัง​ความ​เห็นที่​แตกต่าง​ ​แล้ว​นำ​มา​ใช้​ปรับปรุง​ใน​การทำ​งาน​ ​ผู้​ที่​ได้​ประ​โยชน์ก็คือตัวรัฐบาล​และ​ประชาชน​ ​แต่​ถ้า​รัฐบาล​ไม่​สนใจเสียงวิพากษ์​ ​วิจารณ์​ ​โดย​มองว่า​เป็น​เสียงที่น่ารำ​คาญ​ ​น่า​เบื่อหน่าย​ ​รัฐบาลก็​จะ​เดินไปสู่การทำ​งานที่​ไม่​ถูก​ต้อง​ ​และ​ผลกระทบก็ตก​อยู่​ที่ประชาชน​และ​ประ​เทศ​

ส​.​ว​.43 ​จัดสัมมนาถกแก้​ ​รธน​.

วันเดียว​กัน​ ​ที่​โรงแรมรามาการ์​เด้นส์​ ​ชมรม​ ​ส​.​ว​. 43-49 ​ได้​จัดสัมมนา​เรื่อง​ “​แก้​ไขรัฐธรรมนูญปี​ 50 ​เพื่อใคร​? ​ประชาชน​ได้​อะ​ไร​?” ​โดย​มีอดีต​ ​ส​.​ว​.​ปี​ 2543 ​เข้า​ร่วมประมาณ​ 20 ​คน​ ​อาทิ​ ​นายสุชน​ ​ชาลี​เครือ​ ​อดีตประธานวุฒิสภา​ ​และ​มีประชาชน​เข้า​ร่วมประมาณ​ 150 ​คน​ ​โดย​มีการถ่ายทอดสดทางสถานี​โทรทัศน์ช่อง​ 11 ​เอ็นบีที​ด้วย​ ​โดย​นายสุขุม​ ​เฉลยทรัพย์​ ​รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต​ ​กล่าวดำ​เนินรายการว่า​ ​หลายคนพยายามทำ​ตัว​เป็น​เจ้าของรัฐธรรมนูญ​ ​พูด​กัน​ไปมาว่ารัฐธรรมนูญแตะ​หรือ​แก้​ไม่​ได้​ ​แต่​ถ้า​ฉีกยอม​ ​หรือ​ให้​เก็บ​ไม่​ต้อง​ใช้​ ​จึง​ต้อง​มีการเปิดเวทีสาธารณะ​ให้​สังคม​ได้​ถกเถียง​

นายสุชนกล่าวว่า​ ​เรา​ใช้​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​มา​ 5 ​เดือนเศษ​ ​จนวันนี้มีการพูด​ถึง​การแก้รัฐธรรมนูญ​ ​มี​ทั้ง​ฝ่ายที่​เห็น​ด้วย​และ​ไม่​เห็น​ด้วย​ ​แถมคนบางกลุ่มบางพวกก็​แย่ง​กัน​เป็น​เจ้าของรัฐธรรมนูญเพียงคนเดียวกลุ่มเดียว​ ​ชมรม​ ​ส​.​ว​.43 ​จึง​จัดเวทีสาธารณะ​ให้​ได้​แสดง​ความ​เห็นอย่างตรงไปตรงมา​ ​เพราะ​ทุกคนก็พูดว่ารักประชาธิปไตย​ ​แต่ก็​ไปคนละทาง​ ​พูดคนละทีสองที​ ​แต่ประชาชน​ผู้​ใช้​อำ​นาจอธิปไตยจริงกลับ​ไม่​มี​เสียงพูด​

ตอก​ ​ส​.​ส​.​ร​.​อย่าคิด​เป็น​เจ้าของ​ ​รธน​.

นายสุชนกล่าวว่า​ ​ไม่​มีรัฐธรรมนูญ​หรือ​กฎหมาย​ฉบับ​ใด​บอกว่าห้ามแก้​ ​และ​รัฐธรรมนูญ​ให้​อำ​นาจ​ผู้​แทนปวงชน​เป็น​ผู้​แก้​ไข​ ​วันนี้รัฐธรรมนูญควรยกร่าง​ใหม่​เกือบ​ทั้ง​ฉบับ​ ​เหลือ​ไว้​แต่หมวดพระมหากษัตริย์​ ​ส่วน​กรณีที่​ ​กกต​.​เตรียมพิจารณาคดียุบพรรค​ ​ใน​วันที่​ 8 ​เม​.​ย​.​นี้​ ​ตนก็มีพรายกระซิบว่าคง​ไม่​น่า​เร็ว​ ​น่า​จะ​รอ​ให้​มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุด​ใหม่​ก่อน​ ​แต่​ไม่​ขอก้าวก่ายการพิจารณาของ​ ​กกต​. ​เพราะ​ทราบว่ามี​ ​กกต​.​คนหนึ่งไป​อยู่​ที่​เชียง​ใหม่​ด้วย​ ​สำ​หรับสาระการสัมมนา​ใน​วันนี้​ ​ทางชมรมฯ​จะ​เสนอต่อรัฐสภา​ ​และ​องค์กรประชาชน​ทั่ว​ไป​ ​แต่ตรงนี้​เป็น​เพียงจุดเริ่มต้น​ ​เพราะ​คนมีอำ​นาจแก้​ไขรัฐธรรมนูญคือสมาชิกรัฐสภา​ทั้ง​ 630 ​คน​ ​ถึง​วันนี้​ไม่​น่า​จะ​มี​เสียงค้าน​แล้ว​ ​เพราะ​บางคนก็ค้าน​ทั้ง​ที่​ยัง​ไม่​ได้​อ่านรัฐธรรมนูญ​ ​ดัง​นั้น​รัฐบาลควรเร่งชี้​แจงประชาชนว่า​ ​ไม่​ได้​แก้​เพื่อพวกพ้องตัวเอง​ ​และ​การแก้รัฐธรรมนูญ​จะ​ทำ​ได้​เร็ว​ ​ทั้ง​ ​ส​.​ส​.​และ​ ​ส​.​ว​.​ต้อง​เป็น​เจ้าภาพ​ ​เพราะ​หากตั้ง​ ​ส​.​ส​.​ร​.​ขึ้นมาอาจมีข้อครหาอีก​ ​ดัง​นั้น​ ​พรรคการเมือง​ต้อง​ร่วมมือ​กัน​ ​ต้อง​ไม่​คิดว่า​เป็น​ฝ่ายค้าน​หรือ​รัฐบาล​ ​โดย​นำ​ฉบับ​ 40 ​และ​ 50 ​มาปรับปรุง​ ​เชื่อว่าภาย​ใน​ 3 ​เดือนก็​เสร็จ​

องค์ประกอบ​ ​รธน​.​ทายาทเผด็จการ

นายวรพล​ ​พรหมิกบุตร​ ​อาจารย์ประจำ​คณะสังคมวิทยา​และ​มานุษยวิทยา​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ​กล่าวว่า​ ​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​ทำ​ให้​ประ​เทศ​เป็น​ประชาธิปไตยน้อยลงมาก​ ​ที่​ผู้​ทำ​รัฐประหารบอกว่า​จะ​ทำ​ให้​ประ​เทศ​เป็น​ประชาธิปไตยมากขึ้น​เป็น​การพูดอย่างทำ​อย่าง​ ​เพราะ​ถ้า​ดู​จาก​เนื้อหาพบว่า​เป็น​การกดขี่อำ​นาจปวงชนมากสุด​ฉบับ​หนึ่ง​ใน​ประวัติศาสตร์​ ​เพราะ​การจัดแบ่ง​และ​ถ่วงดุลของ​ 3 ​อำ​นาจอธิปไตย​นั้น​ปรากฏว่าอำ​นาจ​ 2 ​ใน​ 3 ​ส่วน​ ​ประชาชนถูกแย่งเอา​ไป​ใช้​โดย​กลุ่มที่​ไม่​ได้​มา​จาก​การเลือกตั้ง​ ​โดย​เฉพาะอำ​นาจนิติบัญญัติ​ใน​ส่วน​ของ​ ​ส​.​ว​. ​มีการออกแบบ​ให้​ ​ส​.​ว​.​ส่วน​หนึ่งมา​จาก​การสรรหา​ ​ถือว่ายึดโยงอำ​นาจ​จาก​ผู้​ทำ​รัฐประหาร​ ​ซึ่ง​ผู้​ที่​ได้​รับการสรรหา​ได้​รับสิทธิพิ​เศษ​จาก​ที่​เผด็จการจัดอำ​นาจ​ไว้​ให้​ ​และ​แต่งตั้งคนของตัว​เข้า​ไป​เป็น​ ​ส​.​ว​. ​ดัง​นั้น​ ​ส​.​ว​.​ส่วน​นี้​เข้า​มา​โดย​การแย่งอำ​นาจ​จาก​ประชาชน​ ​และ​คนกลุ่มนี้​จะ​เป็น​ฝ่ายค้านตลอดเวลา​ ​จึง​เหมือนอำ​นาจของประชาชนถูกปล้นไป​ด้วย​กฎหมาย​ ​ส่วน​อำ​นาจตุลาการ​ ​ใน​ส่วน​ของศาลรัฐธรรมนูญ​ ​ซึ่ง​ขณะนี้กำ​ลังสรรหา​กัน​อยู่​ ​ก็ยึดโยงมา​จาก​อำ​นาจเผด็จการรัฐประหาร​ ​ตุลาการชุดก่อนหน้านี้ก็​ไปยุบพรรคแบบดู​แล้ว​ขัดหลักนิติธรรม​ ​ตุลาการภิวัตน์ที่พูด​กัน​ ​น่า​จะ​หมาย​ถึง​การดึงเอาคนอาชีพตุลาการ​ ​ศาลยุติธรรม​ ​มา​ใช้​อำ​นาจเผด็จการมากกว่า​

เปิดศึกอัด​ “​ธีรยุทธ​” ​ลิ่วล้อเผด็จการ

“​นายธีรยุทธ​ ​บุญมี​ ​อาจารย์ประจำ​คณะสังคมวิทยา​และ​มานุษยวิทยา​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ​ที่ออกมา​แถลงเมื่อวันที่​ 5 ​เม​.​ย​. ​ซึ่ง​การทำ​งานของนายธีรยุทธ​ ​เป็น​การเคลื่อนตัวทางการเมือง​ ​เพราะ​ท่านมีข้อมูลวง​ใน​ ​หรือ​ที่​เรียกว่าอินไซเดอร์​ ​คอยปั่นหุ้นที่​เป็น​หุ้นทางการเมือง​ ​ท่านรู้มาก่อน​จะ​เกิดเหตุ​ 19 ​กัน​ยาฯ​ 49 ​รู้ว่า​จะ​มีการเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อ​เป็น​เหตุนำ​ไปสู่การปฏิวัติ​ ​จึง​มีการผลักดันโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อ​ ​เพื่อสยบจิตวิทยามวลชน​ให้​ยอมรับ​ ​แต่นายธีรยุทธ​ ​ก็ยอมรับว่าวิ​เคราะห์ผิดพลาด​ ​และ​คาด​ไม่​ถึง​ว่าหลังคดียุบพรรคไทยรักไทย​แล้ว​ ​แกนนำ​ไทยรักไทยกลับ​ไม่​แตกกระสานซ่านเซ็นอย่างที่ท่านวิ​เคราะห์​ ​เพียงแค่​เปลี่ยนชื่อ​ใหม่​ ​การวิ​เคราะห์ผิด​เพราะ​ท่าน​เข้า​ใจสังคมไทย​และ​คนชนบทผิดพลาด​ ​ความ​รู้​เกี่ยว​กับ​ประชาชนของท่านจำ​กัดมาก​ ​มา​ถึง​วันนี้ออกมา​แถลง​ ​เพราะ​ก๊กดังกล่าวตั้งเป้าว่า​จะ​ให้​ตุลาการภิวัตน์​เพื่อ​ให้​ยุบพรรคอีก​ ​ท่านคง​ได้​ข้อมูลวง​ใน​ตรงนี้​จึง​ออกมา​แถลง​ให้​ประชาชนยอมรับ​กัน​ไว้​ก่อน​ ​ดัง​นั้น​ ​ฝ่ายที่ตั้งรับตอนนี้อาจ​ต้อง​เป็น​ฝ่ายรุกก่อน​” ​นายวรพลกล่าว​

อาจารย์จุฬาฯออกโรงหนุนแก้​ ​รธน​.

นายอมร​ ​วาณิชวิวัฒน์​ ​อาจารย์ประจำ​คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ​กล่าวว่า​ ​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​มีปัญหาตั้งแต่ที่มาของ​ ​ส​.​ส​.​ร​. ​มีปัญหาล็อบบี้วุ่นวาย​ ​และ​คมช​.​ก็ส่งคนของตนเอง​เข้า​มา​ ​เมื่อหันดู​เนื้อหาพบว่ามีปัญหา​ ​เช่น​ ​ส​.​ว​.​เป็น​ระบบครึ่งผีครึ่งคน​ ​เพราะ​ระบบสรรหาก็มีคน​ไม่​กี่คนสรรหา​ ​ส่วน​ที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่​ต้อง​ไปมีผลต่อคดียุบพรรคก็มีปัญหา​ ​หลายคนมี​ความ​ใกล้​ชิด​กับ​ฝ่ายการเมือง​ ​ซึ่ง​การแก้รัฐธรรมนูญตอนนี้​ ​ฝ่ายการเมืองกลัวการยุบพรรค​ ​แต่ตนมองว่า​ยัง​ใช้​เวลาอีกพอสมควร​ ​มากกว่า​ 6 ​เดือนแน่​ ​เพราะ​คดีนายยงยุทธ​ ​ติยะ​-​ไพรัช​ ​ต้อง​ให้​ศาลฎีกาพิจารณา​แล้ว​คดียุบพรรค​จึง​ค่อยมา​ใน​ส่วน​ศาลรัฐธรรมนูญ​ ​ดัง​นั้น​ ​ที่​จะ​แก้รัฐธรรมนูญบางประ​เด็น​ใน​ตอนนี้​ใช้​เวลา​ 3 ​เดือนก็​เกินพอ​ ​และ​ก็ควรแก้​เพราะ​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​ทำ​ให้​การเมืองอ่อนแอ​ ​ต้อง​การ​กัน​สภาผัวเมีย​ ​แต่​ได้​สภาพี่น้องมา​แทน​

ยุ​แจ้งจับโหร​ ​คมช​.​ส่งเสริมปฏิวัติ

จาก​นั้น​ได้​มีการเปิด​ให้​ประชาชน​ทั่ว​ไป​ได้​แสดง​ความ​เห็น​ ​ส่วน​ใหญ่​แสดง​ความ​เห็น​ด้วย​ที่​จะ​ให้​มีการแก้​ไขรัฐธรรมนูญ​ ​โดย​นางประทีป​ ​อึ้งทรงธรรม​ ​ส​.​ว​.43 ​และ​อดีตแกนนำ​ ​นปก​.​รุ่น​ 2 ​กล่าวว่า​ ​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​มีที่มา​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตย​ ​มา​จาก​ปลายกระบอกปืน​ ​เป็น​อมาตยาธิปไตย​ ​ให้​คนคนเดียวสวมหมวก​ 5 ​ใบ​ ​เช่น​ ​เป็น​ผู้​ตรวจเงินแผ่นดิน​ ​เป็น​ ​คตส​. ​เป็น​กรรมการสรรหา​ ​ส​.​ว​. ​ซึ่ง​ทุกคนรู้​อยู่​ว่า​เป็น​ใคร​ ​แต่ก็รณรงค์​กัน​ให้​รับไปก่อน​แล้ว​แก้ภายหลังจนผ่านประชามติ​ ​แต่​เนื้อหามีข้อบกพร่องมาก​ ​กัน​ประชาชนออก​จาก​ระบบการปกครอง​

นายคำ​นวณ​ ​ชโลปถัมภ์​ ​อดีต​ ​ส​.​ว​.​สิงห์บุรี​ ​กล่าวว่า​ ​บ้านเมือง​ต้อง​เชื่อวิชาธรรมศาสตร์​ ​ไม่​ใช่​เชื่อโหราศาสตร์ภาคเผด็จการ​ ​การออกมาพูดแบบนี้​ ​ต้อง​แจ้งตำ​รวจจับ​เพราะ​เป็น​การยุยงส่งเสริม​ให้​คนปฏิวัติรัฐประหาร​ ​ส่วน​เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ​ต้อง​สนับสนุน​ ​เพราะ​มีหลายมาตราที่บกพร่อง​ ​อย่างมาตรา​ 309 ​ทั้ง​นี้​ ​รัฐธรรมนูญ​ 40 ​และ​ 50 ​ห้ามรัฐประหาร​ ​และ​มี​โทษ​ ​รวม​ถึง​โทษตามกฎหมายอาญาที่​ให้​ประหารชีวิต​ ​แต่พวกที่ปฏิวัติกลัวมากจน​ต้อง​บัญญัติการนิรโทษกรรม​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​ไม่​ยอมออกกฎหมาย​ ​พวกนักกฎหมายก็​ช่วย​ ​ขอเรียกว่า​เป็น​นักกฎหมายขายวิญญาณ​ ​สำ​หรับเรื่องตุลาการภิวัตน์​ ​วันนี้​ต้อง​รื้อ​ ​เพราะ​ตุลาการ​ไม่​ใช่​ภิวัตน์​ ​แต่ดิ่งลงเหว


ที่มา ไทยรัฐ

เชื่อโหรไหนก็​เสียว​! [8 ​เม​.​ย​. 51 - 03:16]


เชื่อโหรไหนก็​เสียว​! [8 ​เม​.​ย​. 51 - 03:16]

แน่​ ​ไม่​แน่​ ​ดู​เอา​เองก็​แล้ว​กัน​

ยืนยัน​ด้วย​ภาพที่ปรากฏตามสื่อมวลชน​ ​คนหนึ่งก็คือ​ “​ป้าหล้า​” ​นางปิยะดา​ ​บุญยรัตกลิน​ ​ภรรยา​ “​บิ๊กบัง​” ​พล​.​อ​.​สนธิ​ ​บุญยรัตกลิน​ ​อดีตประธานคณะมนตรี​ความ​มั่นคงแห่งชาติ​ (คมช​.) ​อีกคนก็คือ​ “​เจ๊สด​” ​นางสดศรี​ ​สัตยธรรม​ ​กรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​ใส่​ชุดขาว​ ​นั่ง​อยู่​ใน​ซุ้มทำ​พิธีสืบชะตา

ยัง​ไม่​นับนายทหารระดับสูงเช่น​ ​พล​.​อ​.​ท​.​คำ​รบ​ ​ลียะวานิช​ ​ผบ​.​สถาบันวิชาการทหารอากาศชั้นสูง​ ​พล​.​ท​.​ชวลิต​ ​จารุจินดา​ ​รอง​ ​ผบ​.​หน่วยทหารพัฒนา​ ​พล​.​ต​.​จเรศักดิ์​ ​อานุภาพ​ ​รอง​ ​ผบ​.​หน่วยสงครามพิ​เศษ​ ​พล​.​อ​.​ท​.​อภิสิทธิ์​ ​จุลโมกข์​ ​รองเสนาธิการทหารอากาศ​ ​พล​.​ต​.​วรรณทิพย์​ ​ว่องไว​ ​รองแม่ทัพภาคที่​ 3 ​พล​.​ต​.​ภูวดล​ ​ไวทยากุล​ ​รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก​ ​พล​.​ท​.​อำ​พล​ ​ชูประทุม​ ​ผบ​.​หน่วยบัญชาการป้อง​กัน​ภัยทางอากาศ​

บิ๊กทหารตบเท้าพรึบพรับ​

ยอมรับ​เป็น​ลูกศิษย์ของ​ “​อาจารย์วารินทร์​” ​นายวารินทร์​ ​บัววิรัตน์​เลิศ​ “​โหร​ ​คมช​.”

ล่าสุด​ ​เมื่อวันที่​ 7 ​เมษายนที่ผ่านมา​ ​ต่อ​เนื่อง​เป็น​วันที่​ 2 “​อาจารย์วารินทร์​” ​ได้​จัดพิธี​ไหว้ครู​ ​และ​ทอดผ้าป่า​ ​ณ​ ​วิหารหลวงปู่​เกวลัน​ ​สำ​นักสุขิ​โต​ ​จังหวัดเชียง​ใหม่​

ก็มี​แขกระดับบิ๊กเมืองไทย​ ​ทั้ง​ ​พล​.​อ​.​อ​.​ชลิต​ ​พุกผาสุข​ ​ผู้​บัญชาการทหารอากาศ​ ​อดีตรักษาการประธาน​ ​คมช​. ​พล​.​ต​.​อ​.​เสรีพิศุทธ์​ ​เตมียา​เวส​ ​ผู้​บัญชาการตำ​รวจแห่งชาติ​ ​ช่วย​ราชการสำ​นักนายกรัฐมนตรี​ ​บินไปร่วม​ใน​พิธี

การันตี​ได้​ใน​เรื่องของ​ความ​ปึ้ก​

ศิษย์​เอกของ​ “​อาจารย์วารินทร์​” ​เปิดหน้า​โชว์ตัว​ให้​รู้​เลยว่า​ใคร​เป็น​ใคร​ ​ไม่​ได้​ใส่​ใจ​กับ​เสียงฮึ่มๆ​ของ​ “​ลุงหมัก​” ​นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​ที่บ่นไป​ ​ด่า​ไป​ ​ออกอากาศสดๆ​ใน​รายการ​ “​สนทนาประสาสมัคร​”

ไม่​สบอารมณ์​โก๋อย่างแรง

เฮี้ยว​ถึง​ขนาดย้อนถาม​ “​โหร​ ​คมช​.” ​ที่ออกมา​เปิดคำ​ทำ​นายร้อนๆ​ ​รัฐบาล​จะ​ไป​ไม่​รอด​ ​เดือนพฤษภาคม​จะ​มี​เหตุวุ่นวายทางการเมือง​ ​จะ​มีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี​จาก​นายสมัคร​ ​เป็น​ ​พล​.​อ​.​อนุพงษ์​ ​เผ่าจินดา​ ​ผบ​.​ทบ​.

รับจ้างใครมาปั่นกระ​แส​หรือ​ไม่

เย้ยอายบ้าง​หรือ​เปล่าที่​เคยทายว่านายอภิสิทธิ์​ ​เวชชาชีวะ​ ​หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ​จะ​เป็น​นายกรัฐมนตรี​ ​แต่สุดท้ายก็​เป็น​ชื่อนายสมัคร​

ท้า​ให้​ไปผูกคอตาย​ถ้า​ทายผิด​

“​ลุงหมัก​” ​ตั้งหน้าตั้งตาทุบเครดิต​ ​ไม่​ให้​ราคา​ “​โหร​ ​คมช​.”

แต่อย่างที่​เห็นหลัง​จาก​ “​ลุงหมัก​” ​ถล่ม​ “​อาจารย์วารินทร์​” ​แบบไฟแลบ​ ​วันรุ่งขึ้นก็มีระดับบิ๊กอย่าง​ ​พล​.​อ​.​อ​.​ชลิต​ ​พล​.​ต​.​อ​.​เสรีพิศุทธ์​ ​บินตรงไปร่วมงานไหว้ครูที่สำ​นักสุขิ​โต​

ไม่​สนว่า​จะ​โดนเขม่น​

เห็น​หรือ​ยัง​ว่า​ ​บารมี​ “​อาจารย์วารินทร์​” ​ไม่​ธรรมดา​ ​และ​มันก็บ่งบอกไป​ถึง​ว่า​ ​สัญญาณที่ส่งออกมาผ่านคำ​ทำ​นายเสียวๆ​

ละสายตามองข้าม​ไม่​ได้

จาก​คิวของ​ “​โหร​ ​คมช​.” ​ก็มา​ถึง​ “​หมอลักษณ์ฟันธง​” ​นายลักษณ์​ ​เรขานิ​เทศ​ ​หมอดูชื่อดัง​ซึ่ง​เป็น​คนเดียวที่ทำ​นายว่า​ ​นายสมัคร​จะ​ได้​เป็น​นายกรัฐมนตรี​

มีผลงานการันตี​ความ​แม่น​

ล่าสุด​ “​หมอลักษณ์​” ​ออกมาฟันธงว่า​ ​บ้านเมืองมี​เกณฑ์​จะ​เกิดเหตุนองเลือดคล้ายเหตุการณ์​ 6 ​ตุลา​หรือ​ 14 ​ตุลา​

แนะ​ให้​แก้​ไขรัฐธรรมนูญเพื่อลดแรงเผชิญหน้า​

ทำ​นาย​เข้า​ทางแบบนี้​ ​ไม่​แน่​ใจ​ “​ลุงหมัก​” ​จะ​เชื่อ​ “​หมอลักษณ์​” ​หรือ​ไม่

โดย​เฉพาะ​กับ​ช็อตแถม​ “​หมอลักษณ์​” ​ทักดวงของนายสมัคร​ ​ดาวพฤหัส​อยู่​ใน​ตำ​แหน่งตราชั่ง​ ​หมาย​ถึง​ความ​ยุติธรรม​ ​มีบารมี​ ​มี​ความ​จงรักภักดี​ ​มี​ความ​รู้​ความ​สามารถ​ ​เทวดา​ทั่ว​ประ​เทศเกื้อกูล​

ข้อเสียควรระวังเรื่องอารมณ์ที่มัก​จะ​เกรี้ยวกราด

บังเอิญว่า​ ​ล่าสุดศูนย์วิจัยกรุงเทพโพล​ ​เปิดผลสำ​รวจ​ความ​คิดเห็นประชาชน​ใน​เขตกรุงเทพฯ​ ​คิดอย่างไร​กับ​รายการ​ “​สนทนาประสาสมัคร​” ​ปรากฏว่า​ ​กลุ่มตัวอย่างร้อยละ​ 57.7 ​ระบุว่าค่อนข้างเหมาะสม​ ​โดย​สิ่งที่​ ​กลุ่มตัวอย่างระบุว่าชอบมากที่สุด​จาก​รายการดังกล่าว​ ​คือ​ ​การกล้าพูด​ ​เป็น​ตัวของตัวเอง​

ส่วน​สิ่งที่​ไม่​ชอบมากที่สุด​ ​คือ​ ​ใช้​ถ้อยคำ​รุนแรง​ ​เสียดสี​ ​หยาบคาย​

สรุปยี่ห้อ​ “​สมัคร​” ​จุดไฟดับไฟ​ได้​ด้วย​ปาก​.

ทีมข่าวการเมือง​ ​รายงาน

ที่มา ไทยรัฐ

อดีตปธ​.​ศาลรธน​.​ชี้รธน​.50​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตย

​อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ​ '​กมล​ ​ทองธรรมชาติ​' ​ระบุ​ ​รัฐธรรมนูญปี​ 2550 ​ไม่​เป็น​ประชาธิปไตย​ ​แนะ​ ​ศึกษา​ทั้ง​ฉบับ​ก่อนแก้​ไข​ ​ขณะ​ ​อาจารย์ธรรมศาสตร์​ ​ชี้​ '​ธีรยุทธ​' ​วิจารณ์​เหมือนปั่นหุ้น​

​ใน​การสัมมนา​แก้​ไขรัฐธรรมนูญปี​ 2550 ​เพื่อใคร​ ​ประชาชน​ได้​อะ​ไร​ ​ศ​.​ดร​.​กมล​ ​ทองธรรมชาติ​ ​อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า​ ​รัฐธรรมนูญปี​ 2550 ​เป็น​รัฐธรรมนูญที่มีจุดบกพร่อง​ ​เนื่อง​จาก​ไม่​เป็น​ ​ประชาธิปไตยควรมีการศึกษา​โดย​ภาพรวม​ทั้ง​ฉบับ​ก่อน​ ​ที่​จะ​มีการพิจารณาว่า​จะ​แก้​ไข​ใน​มาตรา​ใด​บ้าง​

​ขณะที่​ ​นายสุชน​ ​ชาลี​เครือ​ ​ประธานชมรมสมาชิกวุฒิสภา​ 2543-2549 ​ระบุรัฐธรรมนูญทุก​ฉบับ​ไม่​มี​ฉบับ​ใด​ ​ห้ามแก้​ไขแต่การแก้​ไข​ต้อง​อาศัยอำ​นาจของรัฐสภา​ ​โดย​การแก้​ไขรัฐธรรมนูญปี​ 2550 ​ควร​จะ​ต้อง​ยกร่าง​ใหม่​ทั้ง​ฉบับ​

​นายวรพล​ ​พรหมมิกบุตร​ ​อาจารย์คณะสังคมวิทยา​ ​และ​มานุษยวิทยา​ ​ม​.​ธรรมศาสตร์​ ​กล่าวว่ารัฐธรรมนูญปี​ 2550 ​กดขี่ประชาชนมากที่สุด​โดย​อำ​นาจ​ส่วน​หนึ่งที่​ได้​จาก​ประชาชน​ ​ถูกนำ​ไป​ใช้​โดย​กลุ่มคนที่​ไม่​ได้​ผ่านการเลือกตั้ง​ ​นอก​จาก​นี้​ยัง​ไม่​วิจารณ์​ ​นายธีรยุทธ​ ​บุญมี​ ​อาจารย์ร่วมสถาบันว่า​ ​การดำ​เนินการทางการเมืองของ​ ​นายธีรยุทธ​ ​ทำ​โดย​มีวัตถุประสงค์ล่วงหน้า​ ​เหมือน​กับ​การปั่นหุ้น



Hi-thaksin

5 ​อาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​ออกแถลงการณ์ค้านการยุบพรรค

5 ​อาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​ออกแถลงการณ์ค้านการยุบพรรค



คณาจารย์​จาก​คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ 5 ​คน​ ​ออกแถลงการณ์​ ​เรื่อง​ ​การตี​ความ​กฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​และ​การแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ ​โดย​ระบุ​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​การตี​ความ​รัฐธรรมนูญ​ ​มาตรา​ 237 ​เพื่อยุบพรรคการเมือง​ ​เพราะ​เท่า​กับ​ความ​ผิดของบุคคลคนเดียวนำ​ไปสู่การยุบพรรคการเมือง​ ​ที่ประกอบไป​ด้วย​สมาชิกจำ​นวนมาก​ซึ่ง​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​ ​การเอาผิด​กับ​บุคคล​ซึ่ง​ไม่​ได้​กระทำ​ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิ​เสรีภาพของบุคคลอย่างร้ายแรง​

นอก​จาก​นี้​ ​ใน​ทางปฏิบัติที่​เคยเกิดขึ้น​แล้ว​ ​ยัง​มีผลเสมือนว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต​.) ​เป็น​ผู้​มีอำ​นาจยุบพรรคการเมือง​นั้น​เอง​ใน​ทาง​ความ​เป็น​จริง​ ​เพราะ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​เป็น​อำ​นาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​โดย​ศาลฎีกา​ได้​ตี​ความ​รับรอง​ไว้​ว่าการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​เป็น​ที่สุด​ไม่​อาจถูกตรวจสอบ​ได้

แถลงการณ์ระบุว่า​ ​กลไกดังกล่าวแม้ว่าอาจ​จะ​เกิด​จาก​ความ​หวังดีของ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​และ​ผู้​ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ​ ​ที่​จะ​ขจัดการทุจริตการเลือกตั้ง​ ​แต่​เป็น​การแก้ปัญหาที่​ไม่​ถูกจุด​และ​รุนแรงเกินสมควรกว่า​เหตุ​ ​การดำ​เนินการ​กับ​ผู้​ทุจริตการเลือกตั้ง​เป็น​สิ่งที่​จะ​ต้อง​กระทำ​ ​แต่​ต้อง​ดำ​เนินการ​กับ​บุคคล​นั้น​ ​ไม่​ใช่​กับ​พรรคการเมือง​หรือ​บุคคล​อื่น​ที่​ไม่​ได้​กระทำ​ความ​ผิด​ด้วย​ ​มิพัก​ต้อง​กล่าวว่า​ ​การออกแบบกลไก​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้​เป็น​การมอบอำ​นาจ​ให้​กับ​คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างมาก

"คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​ ​ขอเรียกร้อง​ให้​บรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองร่วมมือ​กัน​ ​ใน​อันที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขกฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​ให้​เป็น​ไปตามหลักกฎหมายที่นานาอารยะประ​เทศนับถือ​ ​และ​ไม่​ควร​จะ​จำ​กัดการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเฉพาะประ​เด็นนี้​เพียงประ​เด็นเดียว​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​ขอยืนยันว่า​ ​สมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​สมาชิกวุฒิสภาที่มา​จาก​การเลือกตั้งมี​ความ​ชอบธรรม​ใน​ทางประชาธิปไตย​ ​ที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ให้​เป็น​ไปตามหลักการที่ถูก​ต้อง​ ​การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้ผ่านการออกเสียงประชามติ​ ​จึง​ไม่​ควรแก้​ไข​หรือ​ยัง​ไม่​ควรแก้​ไข​นั้น​ ​เป็น​การกล่าวอ้างที่จงใจละ​เลยบริบทของการออกเสียงประชามติ​ ​ที่ประชาชนจำ​นวนมากถูกบีบบังคับ​โดย​เทคนิคทางกฎหมาย​ ​ให้​ต้อง​ยอมรับรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้​ไปก่อน​ ​เพื่อ​ให้​ประ​เทศพ้น​จาก​สภาวะของรัฐบาลที่​เป็น​ผลพวง​จาก​การยึดอำ​นาจ​ ​และ​ละ​เลยข้อเท็จจริงที่ว่ามีประชาชนออกเสียง​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้กว่าสิบล้านเสียง" แถลงการณ์ระบุ​

ทั้ง​นี้​ ​คณาจารย์​ทั้ง​ 5 ​คน​ ​ได้​แก่​ ​รองศาสตราจารย์​ ​ดร​.​วรเจตน์​ ​ภาคีรัตน์, รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์​ ​ปิวาวัฒนพานิช, อาจารย์​ ​ดร​.​ฐาปนันท์​ ​นิพิฏฐกุล, อาจารย์ปิยบุตร​ ​แสงกนกกุล, อาจารย์ธีระ​ ​สุธีวรางกูร

ซึ่ง​ก่อนหน้านี้​เคยมีบทบาท​ให้​ข้อคิดเห็นด้านกฎหมายหลายเรื่อง​ ​อาทิ​

อาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​แถลงประณามการรัฐประหาร​และ​เรียกร้อง​ให้​กลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย​โดย​เร็ว​ที่สุด

6 ​คณาจารย์นิติ​ ​มธ​. ​ออกแถลงการณ์ปฏิ​เสธร่างฯ​ 50 ​ด้วย​เหตุ​ 26 ​ประการพร้อม​ 4 ​ข้อเสนอหากมหาชน​ไม่​รับร่างฯ

"คำ​วินิจฉัยกลาง" ของ​ 5 ​อาจารย์นิติฯ​ ​มธ​. ​ต่อ​ "คำ​วินิจฉัยกรณียุบพรรคของตุลาการรัฐธรรมนูญ"

รายละ​เอียดแถลงการณ์​ ​มีดังนี้​

00000

แถลงการณ์

เรื่อง​ ​การตี​ความ​กฎหมายเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​และ​การแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

ตามที่ปรากฏข้อถกเถียงเกี่ยว​กับ​การตี​ความ​กฎหมาย​อยู่​ใน​ขณะนี้ว่า​ใน​กรณีที่กรรมการบริหารพรรคการเมืองกระทำ​ความ​ผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง​และ​ถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ ​การกระทำ​ของกรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​จะ​ส่งผล​ให้​ต้อง​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมืองดังกล่าว​และ​ต้อง​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคคน​อื่น​ที่​ไม่​ได้​รู้​เห็น​เป็น​ใจ​กับ​การกระทำ​ความ​ผิด​นั้น​ด้วย​หรือ​ไม่​นั้น​ ​คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้ายเห็นว่า​โดย​ที่ปัญหาดังกล่าว​เป็น​ปัญหาที่​เกี่ยว​กับ​การตี​ความ​รัฐธรรมนูญ​ซึ่ง​อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตย​ ​และ​อาจก่อ​ให้​เกิดวิกฤติทางการเมืองตามมา​ได้​ ​จึง​เห็นสมควรที่​จะ​ได้​แสดงทัศนะทางกฎหมาย​ให้​สาธารณชน​ได้​รับทราบ​ไว้​ดังต่อไปนี้

๑. ​รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย​ ​พุทธศักราช​ ๒๕๕๐ มาตรา​ ๒๓๗ บัญญัติว่า​ "ผู้​สมัครรับเลือกตั้ง​ผู้​ใด​กระทำ​การ​ ​ก่อ​ ​หรือ​สนับสนุน​ให้​ผู้​อื่น​กระทำ​การอัน​เป็น​การฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา​ ​หรือ​ระ​เบียบ​หรือ​ประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​ซึ่ง​มีผลทำ​ให้​การเลือกตั้งมิ​ได้​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของบุคคลดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา

ถ้า​การกระทำ​ของบุคคลดังกล่าวตามวรรคหนึ่ง​ ​ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อ​ได้​ว่าหัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​ผู้​ใด​มี​ส่วน​รู้​เห็น​ ​หรือ​ปล่อยปละละ​เลย​ ​หรือ​ทราบ​ถึง​การกระทำ​นั้น​แล้ว​ ​มิ​ได้​ยับยั้ง​หรือ​แก้​ไขเพื่อ​ให้​การเลือกตั้ง​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม​ ​ให้​ถือว่าพรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจการปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​มิ​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญนี้ตามมาตรา​ ๖๘ ​และ​ใน​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ให้​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวมีกำ​หนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง"

บทบัญญัติดังกล่าวข้างต้น​ได้​รับการบัญญัติ​ซ้ำ​ไว้​ใน​พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​การเลือกตั้งสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​การ​ได้​มา​ซึ่ง​สมาชิกวุฒิสภา​ ​พ​.​ศ​. ๒๕๕๐ ​มาตรา​ ๑๐๓ ​วรรคสอง​ ​โดย​มีถ้อยคำ​ที่คล้ายคลึง​กัน​ ​แต่มาตราดังกล่าวบัญญัติ​เพิ่มเติมอำ​นาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า​ "..ให้​คณะกรรมการการเลือกตั้งดำ​เนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า​ด้วย​พรรคการเมือง​ ​เพื่อเสนอคำ​ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อ​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ใน​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​ให้​ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ​สั่งเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​มีกำ​หนดห้าปีนับแต่วันที่มีคำ​สั่ง​ให้​ยุบพรรคการเมือง"

๒. พรรคการเมืองนับ​เป็น​สถาบันทางการเมืองที่สำ​คัญที่สุดสถาบันหนึ่ง​ใน​การปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตยแบบมี​ผู้​แทน​ ​การรวมตัว​กัน​จัดตั้งพรรคการเมือง​เป็น​เสรีภาพอัน​จะ​ขาดเสียมิ​ได้​ ​ตามหลักกฎหมายที่ยอมรับนับถือ​กัน​ทั่ว​ไป​ใน​นานาอารยะประ​เทศ​ ​การยุบพรรคการเมือง​จะ​กระทำ​ได้​ก็ต่อเมื่อเหตุอันจำ​เป็น​ที่​จะ​ต้อง​รักษา​ไว้​ซึ่ง​การปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตย​หรือ​เป็น​กรณีที่​เห็น​ได้​ว่าพรรคการเมือง​นั้น​ไม่​ดำ​เนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไป​แล้ว​เท่า​นั้น​ ​เพราะ​การยุบพรรคการเมืองนอก​จาก​จะ​ทำ​ลายสถาบันทางการเมืองลง​แล้ว​ยัง​มีผล​เป็น​การทำ​ลายเสรีภาพ​ใน​การรวมตัว​กัน​เพื่อสร้างเจตจำ​นงทางการเมืองของราษฎร​ซึ่ง​เป็น​เจ้าของอำ​นาจอธิปไตยอีก​ด้วย​ ​การตี​ความ​กฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​จึง​ไม่​สามารถ​ทำ​ได้​โดย​การอ่านกฎหมายแบบยึดติด​กับ​ถ้อยคำ​เท่า​นั้น​ ​แต่​จะ​ต้อง​คำ​นึง​ถึง​หลักการอัน​เป็น​รากฐานของการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตยตลอดสิทธิทางการเมืองของปัจเจกบุคคลประกอบ​ด้วย​เสมอ

๓. ​หากพิจารณา​จาก​ถ้อยคำ​ที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญ​และ​พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญประกอบ​กับ​ความ​เห็นของอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญบางท่าน​แล้ว​ ​กรณีอาจเห็นไป​ได้​ว่า​เมื่อกรรมการบริหารพรรคการเมืองคนหนึ่งกระทำ​การอัน​เป็น​การฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง​และ​ถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​แล้ว​ ​รัฐธรรมนูญ​ให้​ถือว่าพรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจการปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​มิ​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​ซึ่ง​เท่า​กับ​ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ต้อง​ดำ​เนินการเสนอเรื่อง​ให้​ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​และ​เมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติว่า​ให้​ถือว่าการกระทำ​ดังกล่าว​เป็น​การกระทำ​เพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจการปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการที่​ไม่​เป็น​ตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​และ​กรณีนี้​เป็น​กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ​ไม่​อาจสั่งยกเลิกการกระทำ​ได้​ ​เพราะ​การกระทำ​ได้​เสร็จสิ้นไป​แล้ว​ ​ศาลรัฐธรรมนูญก็ย่อม​จะ​ต้อง​วินิจฉัยยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​และ​ต้อง​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​ทุกคน​เป็น​เวลาห้าปี​ ​มีปัญหาว่า​ความ​เข้า​ใจกฎหมาย​และ​การตี​ความ​กฎหมาย​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้​ซึ่ง​ดู​เหมือน​จะ​เป็น​ความ​เข้า​ใจ​ใน​หมู่ของบุคคลที่มีบทบาทชี้นำ​สังคม​ ​ทั้ง​ที่​เป็น​นักวิชาการ​และ​อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ​หรือ​บุคคลที่มีอำ​นาจหน้าที่​โดย​ตรง​ใน​การวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว​เป็น​ความ​เข้า​ใจที่ถูก​ต้อง​หรือ​ไม่

๔. ​ใน​ทางนิติศาสตร์​ ​การ​ใช้​และ​การตี​ความ​กฎหมาย​ไม่​ได้​มี​ความ​หมายเพียงแค่การอ่านถ้อยคำ​ของกฎหมาย​หรือ​การสอบถาม​ความ​เห็นของ​ผู้​ร่างกฎหมาย​ ​แล้ว​ให้​ความ​หมายของบทกฎหมาย​นั้น​ตามถ้อยคำ​หรือ​ตาม​ความ​ต้อง​การของ​ผู้​ร่างกฎหมาย​เท่า​นั้น​ ​ถึง​แม้ว่าถ้อยคำ​ของบทกฎหมาย​จะ​เป็น​ปฐมบทของการตี​ความ​กฎหมายทุกครั้ง​ ​แต่การตี​ความ​กฎหมายก็​ไม่​ใช่​การยอมตนตก​เป็น​ทาสของถ้อยคำ​ ​ถึง​แม้ว่า​ความ​เห็นของ​ผู้​ร่างกฎหมาย​จะ​เป็น​สิ่งที่​ต้อง​นำ​มาคำ​นึงประกอบ​ใน​การ​ค้น​หา​ความ​หมายของบทกฎหมาย​ ​แต่​ความ​เห็นของ​ผู้​ร่างกฎหมายก็​ไม่​ใช่​เครื่องชี้ขาด​ความ​หมายของบทกฎหมายบท​นั้น​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่ง​ใน​กรณีที่​ผู้​ร่างกฎหมาย​ได้​ร่างกฎหมายขัดแย้ง​กัน​เอง​ใน​กฎหมาย​ฉบับ​เดียว​กัน​ ​หรือ​กรณีที่​ผู้​ร่างกฎหมาย​ไม่​ได้​คาดเห็นผลร้ายของการร่างกฎหมายเช่น​นั้น​ขณะร่างกฎหมาย​ ​ใน​การตี​ความ​กฎหมาย​ ​นอก​จาก​จะ​ต้อง​พิจารณาถ้อยคำ​ ​บริบททางประวัติศาสตร์​ ​สังคม​ ​เศรษฐกิจ​ ​วัฒนธรรม​ใน​ขณะร่างกฎหมาย​นั้น​แล้ว​ ​สิ่งที่สำ​คัญ​ไม่​ยิ่งหย่อนไปกว่า​กัน​และ​ใน​หลายกรณีอาจสำ​คัญยิ่งกว่า​ ​คือ​ ​การพิจารณาระบบกฎหมาย​ทั้ง​ระบบ​ ​พิจารณาหลักเกณฑ์อัน​เป็น​เสาหลักที่ยึดโยงระบบกฎหมาย​นั้น​ไว้​ ​ตลอดจนพิจารณา​จาก​วัตถุประสงค์ของบทกฎหมายบท​นั้น​ (ratio legis) หลักเกณฑ์การตี​ความ​ดังกล่าวมานี้​เป็น​เครื่องป้อง​กัน​ไม่​ให้​เกิดการตี​ความ​กฎหมายที่ส่งอันประหลาด​และ​ขัด​กับ​สำ​นึก​ใน​เรื่อง​ความ​ยุติธรรม

๕. ​กล่าวเฉพาะการตี​ความ​กฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​กับ​การยุบพรรคการเมืองที่กล่าวมาข้างต้น​ ​หากตี​ความ​ตามถ้อยคำ​หรือ​ตี​ความ​ตาม​ความ​ประสงค์ของ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญบางท่าน​ ​ก็​เท่า​กับ​ว่าการกระทำ​ความ​ผิดของบุคคลเพียงคนเดียวย่อมนำ​ไปสู่การยุบพรรคการเมืองที่ประกอบไป​ด้วย​สมาชิกพรรคการเมืองจำ​นวนมาก​ได้​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​เมื่อมีการยุบพรรคการเมือง​แล้ว​ ​ก็​จะ​ต้อง​เพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​ทั้ง​หมด​ ​ถึง​แม้บุคคลดังกล่าว​จะ​ไม่​ได้​มี​ส่วน​ผิด​ใน​การกระทำ​นั้น​ ​เท่า​กับ​ตี​ความ​กฎหมายเอาผิดบุคคล​ซึ่ง​ไม่​ได้​กระทำ​ความ​ผิด​ซึ่ง​ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคลอย่างรุนแรง​ ​การตี​ความ​กฎหมาย​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้ย่อมฝืนต่อสามัญสำ​นึกของวิญญูชน​ทั่ว​ไป​ ​และ​เท่า​กับ​ทำ​ให้​กฎเกณฑ์ทางกฎหมาย​ใน​ประ​เทศไทยย้อนยุคกลับไปเหมือน​กับ​กฎเกณฑ์การประหารชีวิตญาติพี่น้องที่​ไม่​ได้​เกี่ยวข้อง​กับ​การกระทำ​ความ​ผิด​ ​อัน​เป็น​การฝืนพัฒนาการทางกฎหมายของโลก​และ​จะ​ทำ​ให้​สถานะทางกฎหมายของประ​เทศตกต่ำ​ลง​ใน​สายตาของนานาอารยะประ​เทศ​ด้วย​ ​หา​ใช่​ความ​น่าภูมิ​ใจดังที่มีบางท่านกล่าวอ้าง​ไม่

๖. ประ​เด็นที่​ผู้​สนับสนุนการตี​ความ​กฎหมายเอาผิด​กับ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองทุกคน​และ​การ​ให้​ยุบพรรคการเมือง​ ​แม้กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​เพียงคนเดียว​เป็น​ผู้​กระทำ​ความ​ผิดอาจหยิบยกขึ้นอ้างก็คือ​ ​รัฐธรรมนูญบัญญัติ​ "ให้​ถือว่า" พรรคการเมือง​นั้น​กระทำ​การเพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการที่​ไม่​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​คำ​ว่า​ "ให้​ถือว่า" เท่า​กับ​ไม่​เปิดช่อง​ให้​ผู้​ใช้​กฎหมาย​สามารถ​ตี​ความ​กฎหมาย​เป็น​อย่าง​อื่น​ได้​ ​อันที่จริง​แล้ว​การบัญญัติกฎหมาย​โดย​ใช้​คำ​ว่า​ "ให้​ถือว่า" เท่า​กับ​ผู้​ร่างกฎหมายทำ​ตัว​เป็น​ผู้​พิพากษา​เสียเอง​แล้ว​ ​การบัญญัติกฎหมาย​โดย​ใช้​ถ้อยคำ​ดังกล่าว​จึง​ต้อง​กระทำ​เท่า​ที่จำ​เป็น​อย่างยิ่ง​และ​ต้อง​ไม่​ขัดต่อหลักเหตุผล​ ​เพราะ​มิฉะ​นั้น​ผู้​ร่างกฎหมายก็​สามารถ​บัญญัติกฎหมายอย่างไรก็​ได้​ ​โดย​ใช้​คำ​ว่า​ "ให้​ถือว่า" เสีย​ทั้ง​สิ้น​ ​บทบัญญัติที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร​ ​พุทธศักราช​ ๒๕๕๐ ​มาตรา​ ๓๐๙ ​เป็น​ตัวอย่างของ​ความ​ไร้​เหตุผล​ใน​เรื่องนี้​ได้​เป็น​อย่างดี​ ​เพราะ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติ​ "ให้​ถือว่า" การกระทำ​ที่​เกี่ยว​เนื่อง​กับ​การ​ใดๆ​ ​ที่​ได้​รับรอง​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญชั่วคราว​ไม่​ว่าก่อน​หรือ​หลังวันประกาศ​ใช้​รัฐธรรมนูญชอบ​ด้วย​กฎหมาย​และ​รัฐธรรมนูญ​ ​ทั้งๆ​ที่​ยัง​ไม่​รู้ว่าการกระทำ​นั้น​จริงๆ​ ​แล้ว​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย​และ​รัฐธรรมนูญ​หรือ​ไม่​ ​เท่า​กับ​บัญญัติ​ให้​การกระทำ​ใน​อนาคตพ้นไป​จาก​เสียการตรวจสอบ​ใน​ทางตุลาการ​ ​ซึ่ง​ขัด​กับ​หลักการแบ่งแยกอำ​นาจอย่างเห็น​ได้​ชัด

๗. ​เมื่อ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติรัฐธรรมนูญขึ้น​โดย​ฝ่าฝืน​กับ​หลักเหตุผลเช่นนี้​ ​ใน​การตี​ความ​รัฐธรรมนูญตลอดจนกฎหมายที่​เกี่ยวข้อง​ ​ผู้​ตี​ความ​จึง​ต้อง​ตี​ความ​กฎหมายไป​ใน​ทางแก้​ไข​ให้​สอดรับ​กับ​หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ​ ​ทั้ง​นี้​เพราะ​บทบัญญัติที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญ​นั้น​มี​ทั้ง​บทบัญญัติที่​เป็น​คุณค่าพื้นฐาน​และ​บทบัญญัติที่​เป็น​รายละ​เอียด​ ​บทบัญญัติที่​เป็น​หลักการสำ​คัญที่ปรากฏ​ใน​รัฐธรรมนูญย่อม​ได้​แก่​ ​หลักการปกครอง​ใน​ระบอบประชาธิปไตย​และ​หลักราชอาณาจักรที่​เป็น​รัฐเดี่ยว​ ​ซึ่ง​รัฐธรรมนูญเองก็​ได้​รับรอง​ไว้​ใน​มาตรา​ ๒๙๑ ​ห้ามมิ​ให้​เสนอญัตติขอแก้​ไขเปลี่ยนแปลง​ ​เท่า​กับ​ว่ารัฐธรรมนูญ​ได้​ยกคุณค่าของเรื่องดังกล่าวนี้​ให้​สูงกว่าบทบัญญัติ​อื่นๆ​ ​ยิ่งไปกว่า​นั้น​ ​ใน​มาตรา​ ๓ ​วรรคสอง​ ​ของรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้ก็​ได้​บัญญัติ​ให้​ ​การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา​ ​คณะรัฐมนตรี​ ​ศาล​ ​รวม​ทั้ง​องค์กรตามรัฐธรรมนูญ​และ​หน่วยงานของรัฐ​ต้อง​เป็น​ไปตามหลักนิติธรรม​ ​และ​บทบัญญัติ​ใน​มาตรา​ ๒๙ ​ก็บัญญัติคุ้มครองสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคล​ไว้​ ​การจำ​กัดตัดทอนสิทธิ​เสรีภาพของบุคคล​จะ​ต้อง​กระทำ​เท่า​ที่จำ​เป็น​และ​จะ​กระทบกระ​เทือนสาระสำ​คัญของสิทธิ​และ​เสรีภาพ​นั้น​มิ​ได้​ ​ซึ่ง​ย่อมหมายว่า​ ​การจำ​กัดสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคล​จะ​ต้อง​กระทำ​ตามหลัก​ความ​พอสมควรแก่​เหตุ​เท่า​นั้น

๘. เมื่อพิ​เคราะห์หลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ​แล้ว​ ​ย่อม​จะ​เห็น​ได้​ว่าบทบัญญัติมาตรา​ ๒๓๗ ​ของรัฐธรรมนูญ​ ​หากพิจารณา​แต่​เฉพาะถ้อยคำ​ย่อมขัด​กับ​คุณค่าพื้นฐาน​ใน​ตัวรัฐธรรมนูญเอง​ ​ซึ่ง​หมาย​ความ​ว่า​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​ได้​บัญญัติรายละ​เอียดเกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​และ​การเพิกถอนสิทธิกรรมการบริหารพรรคการเมือง​ไม่​ถูก​ต้อง​ตามหลักการที่ตนเอง​ได้​ประกาศ​ไว้​ ​เพราะ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง​และ​กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่​ไม่​ได้​รู้​เห็น​กับ​การกระทำ​ความ​ผิด​ ​จะ​ถือว่า​เป็น​การกระทำ​ตามหลักนิติธรรม​ไม่​ได้​ ​การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ​ให้​ถือว่าการกระทำ​ความ​ผิดตามกฎหมายเลือกตั้งของ​ผู้​สมัครรับเลือกตั้ง​โดย​ที่หัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​รู้​เห็น​แล้ว​ปล่อยปละละ​เลย​เป็น​การกระทำ​เพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการ​ซึ่ง​ไม่​ได้​เป็น​ไปตามวิถีทางที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​ ​และ​จะ​ต้อง​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​นั้น​ ​เป็น​การบัญญัติรัฐธรรมนูญจำ​กัดตัดทอนสิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคลเกินสมควรกว่า​เหตุ​จึง​ขัด​กับ​หลักประชาธิปไตย​และ​หลักการประ​กัน​สิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคล​ ​กรณีที่บทบัญญัติ​ใน​รัฐธรรมนูญขัด​กัน​เองเช่นนี้​ ​องค์กรที่มีอำ​นาจตามกฎหมายย่อม​จะ​ต้อง​ตี​ความ​บทบัญญัติที่​เป็น​รายละ​เอียด​ให้​สอดคล้อง​กับ​บทบัญญัติที่​เป็น​หลักการ​ ​โดย​จำ​กัดผลการ​ใช้​บังคับของบทบัญญัติที่​เป็น​รายละ​เอียดลง​ ​โดย​อาศัยเหตุผลตามหลักวิชาที่​ได้​แสดง​ให้​เห็น​โดย​สังเขปข้างต้น​

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​จึง​มี​ความ​เห็นว่า​ ​ใน​กรณีที่กรรมการบริหารพรรค​ผู้​หนึ่งกระทำ​ความ​ผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง​แล้ว​ถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ ​โดย​ที่หัวหน้าพรรคการเมือง​หรือ​กรรมการบริหารพรรคการเมือง​นั้น​ไม่​ได้​มี​ส่วน​รู้​เห็น​ด้วย​ ​ย่อมถือ​ไม่​ได้​ว่าการกระทำ​ดังกล่าว​เป็น​การกระทำ​ของพรรคการเมือง​นั้น​ ​และ​เมื่อถือ​ไม่​ได้​ว่า​เป็น​การกระทำ​ของพรรคการเมืองเสีย​แล้ว​ ​จึง​ไม่​มีกรณีที่​จะ​ต้อง​วินิจฉัยว่าการกระทำ​นั้น​เป็น​การกระทำ​เพื่อ​ให้​ได้​มา​ซึ่ง​อำ​นาจ​ใน​การปกครองประ​เทศ​โดย​วิธีการที่​ไม่​เป็น​ไปวิถีทางตามที่บัญญัติ​ไว้​ใน​รัฐธรรมนูญ​หรือ​ไม่​ ​และ​ด้วย​เหตุดังกล่าว​จึง​จะ​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​นั้น​ไม่​ได้​ ​การ​ใช้​และ​การตี​ความ​กฎหมายเช่นนี้ย่อมสอดคล้อง​กับ​หลักเหตุผล​และ​หลักการประ​กัน​สิทธิ​และ​เสรีภาพของบุคคลตามรัฐธรรมนูญฯ​ ​มาตรา​ ๒๙ ​กล่าวคือ​ ​คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ใน​ฐานะองค์กรที่ริ​เริ่มกระบวนการยุบพรรคการเมืองย่อมมีดุลพินิจที่​จะ​พิจารณา​ได้​ว่าการกระทำ​ของบุคคล​หรือ​ของพรรคการเมือง​นั้น​ถึง​ขนาดที่สมควร​จะ​ต้อง​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​หรือ​ไม่​ ​และ​หาก​เป็น​กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ได้​ใช้​ดุลพินิจริ​เริ่มกระบวนการยุบพรรคการเมือง​แล้ว​ ​ศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีดุลพินิจ​ใน​การวินิจฉัย​ใน​ทำ​นองเดียว​กัน

๙. ​อนึ่ง​ ​นอกเหนือ​จาก​เหตุผลที่​ได้​กล่าวมา​แล้ว​ ​หากพิจารณากรณีที่​เกิดขึ้น​กับ​พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง​ซึ่ง​กรรมการบริหารพรรคการเมืองถูกเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​โดย​คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ ​แล้ว​จะ​ตี​ความ​กฎหมาย​ให้​ดำ​เนินการยุบพรรคการเมือง​นั้น​โดย​อัตโนมัติ​ ​ผล​ใน​ทางกฎหมายก็​เสมือน​กับ​ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง​จะ​เป็น​ผู้​มีอำ​นาจยุบพรรคการเมือง​นั้น​เอง​ใน​ทาง​ความ​เป็น​จริง​ ​เพราะ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​เป็น​อำ​นาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​โดย​ศาลฎีกา​ได้​ตี​ความ​รับรอง​ไว้​ว่าการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง​เป็น​ที่สุด​ไม่​อาจถูกตรวจสอบ​ได้​ ​(​ซึ่ง​มีปัญหาอย่างยิ่ง​ใน​ทางทฤษฎี) ​หากยึดติด​กับ​ถ้อยคำ​ตามกฎหมาย​แล้ว​ ​เมื่อมีการเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้ง​ ​กลไกการยุบพรรคการเมือง​จะ​ตามมาทันที​ ​และ​หาก​ไม่​ตี​ความ​รัฐธรรมนูญตามที่กล่าวมา​แล้ว​ ​แม้​แต่ศาลรัฐธรรมนูญเองก็อาจ​จะ​ไม่​มีดุลพินิจที่​จะ​วินิจฉัย​เป็น​อย่าง​อื่น​ได้​ ​ทั้ง​นี้​ยัง​ไม่​ต้อง​พิ​เคราะห์​ถึง​ข้อเท็จจริง​ใน​ทางการเมืองว่า​ใครบ้างที่​จะ​มาดำ​รงตำ​แหน่ง​เป็น​ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ​ใน​ระยะ​เวลาอัน​ใกล้​นี้​และ​กฎเกณฑ์การสรรหาบุคคล​เข้า​ดำ​รงตำ​แหน่งดังกล่าวมี​ความ​ชอบธรรม​หรือ​ไม่

๑๐. กลไกทางกฎหมายที่​ได้​รับการออกแบบ​ไว้​โดย​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​และ​ผู้​ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้​แม้ว่าอาจ​จะ​เกิด​จาก​ความ​หวังดีของ​ผู้​ร่างรัฐธรรมนูญ​และ​ผู้​ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่​จะ​ขจัดการทุจริตการเลือกตั้ง​ ​แต่​เป็น​การแก้ปัญหาที่​ไม่​ถูกจุด​และ​รุนแรงเกินสมควรกว่า​เหตุ​ ​การดำ​เนินการ​กับ​ผู้​ทุจริตการเลือกตั้ง​เป็น​สิ่งที่​จะ​ต้อง​กระทำ​ ​แต่​ต้อง​ดำ​เนินการ​กับ​บุคคล​นั้น​ ​ไม่​ใช่​กับ​พรรคการเมือง​หรือ​บุคคล​อื่น​ที่​ไม่​ได้​กระทำ​ความ​ผิด​ด้วย​ ​มิพัก​ต้อง​กล่าวว่าการออกแบบกลไก​ใน​ลักษณะ​เช่นนี้​เป็น​การมอบอำ​นาจ​ให้​กับ​คณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างมาก​ ​และ​เมื่อการ​ใช้​อำ​นาจดังกล่าว​ส่วน​หนึ่งปราศ​จาก​การตรวจสอบ​ใน​ทางตุลาการ​ ​เช่น​ ​การเพิกถอนสิทธิ​เลือกตั้งก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง​ ​ผลที่​เกิดขึ้นตามมาก็คือ​ ​ปัญหามาตรฐานของการวินิจฉัย​และ​ความ​เสมอภาค​ใน​การ​ใช้​กฎหมาย​ ​ตลอดจน​ความ​เป็น​ธรรมต่อบุคคลที่​ได้​รับผลกระทบ​จาก​มาตรการ​นั้น​ ​กลไกดังกล่าวนี้​จะ​เป็น​กลไกที่กระทบ​กับ​ประสิทธิภาพ​ใน​การบริหารราชการแผ่นดิน​ ​และ​สร้างปัญหา​ทั้ง​ทางการเมือง​และ​กฎหมาย​ให้​กับ​ประ​เทศ

๑๑. สมควรตั้ง​เป็น​ข้อสังเกต​ไว้​ด้วย​ว่า​ ​การยกร่างรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​ที่มีผล​ใช้​บังคับ​อยู่​ปัจจุบันนี้​ ​ปฏิ​เสธ​ไม่​ได้​ว่า​เป็น​ผล​จาก​การทำ​รัฐประหารเมื่อวันที่​ ๑๙ ​กัน​ยายน​ ๒๕๔๙ ​บรรดาบุคคลที่​เข้า​ไปมี​ส่วน​ยกร่างรัฐธรรมนูญ​นั้น​แม้บางท่าน​จะ​มี​ความ​ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง​ ​แต่​จาก​วิกฤติการเมืองไทยตั้งแต่​ ​พ​.​ศ​.๒๕๔๙ ​เป็น​ต้นมา​ ​ทำ​ให้​บุคคลเหล่า​นั้น​กลาย​เป็น​ฝักฝ่ายทางการเมือง​ทั้ง​โดย​เปิดเผย​และ​ไม่​เปิดเผย​ ​ทั้ง​โดย​ตั้งใจ​และ​ไม่​ตั้งใจ​ ​ร่างรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้​จึง​มีบทบัญญัติที่​ไม่​สอดคล้อง​กับ​หลักการที่ควร​จะ​เป็น​หลายมาตรา​ ​ดัง​นั้น​การดำ​เนินการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้​ไม่​ว่า​จะ​บาง​ส่วน​หรือ​ทั้ง​ฉบับ​จึง​เป็น​สิ่งที่​จะ​ต้อง​กระทำ​โดย​เร็ว

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​ ​ขอเรียกร้อง​ให้​บรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองร่วมมือ​กัน​ใน​อันที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขกฎเกณฑ์​เกี่ยว​กับ​การยุบพรรคการเมือง​ให้​เป็น​ไปตามหลักกฎหมายที่นานาอารยะประ​เทศนับถือ​ ​และ​ไม่​ควร​จะ​จำ​กัดการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเฉพาะประ​เด็นนี้​เพียงประ​เด็นเดียว ยิ่งไปกว่า​นั้น​ขอยืนยันว่าสมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎร​และ​สมาชิกวุฒิสภาที่มา​จาก​การเลือกตั้งมี​ความ​ชอบธรรม​ใน​ทางประชาธิปไตยที่​จะ​ดำ​เนินการแก้​ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ​ให้​เป็น​ไปตามหลักการที่ถูก​ต้อง

การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้ผ่านการออกเสียงประชามติ​ ​จึง​ไม่​ควรแก้​ไข​หรือ​ยัง​ไม่​ควรแก้​ไข​นั้น​ ​เป็น​การกล่าวอ้างที่จงใจละ​เลยบริบทของการออกเสียงประชามติที่ประชาชนจำ​นวนมากถูกบีบบังคับ​โดย​เทคนิคทางกฎหมาย​ให้​ต้อง​ยอมรับรัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้​ไปก่อน​ ​เพื่อ​ให้​ประ​เทศพ้น​จาก​สภาวะของรัฐบาลที่​เป็น​ผลพวง​จาก​การยึดอำ​นาจ​ ​และ​ละ​เลยข้อเท็จจริงที่ว่ามีประชาชนออกเสียง​ไม่​เห็น​ด้วย​กับ​รัฐธรรมนูญ​ฉบับ​นี้กว่าสิบล้านเสียง​ ​ขอเรียน​ด้วย​ว่าคณาจารย์คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดังมีรายนามตอนท้าย​ไม่​ประสงค์​จะ​เป็น​ฝักฝ่ายทางการเมือง​ ​แต่การออกแถลงการณ์​ฉบับ​นี้​เป็น​ไป​เพราะ​ต้อง​การ​ให้​การปกครองประ​เทศ​เป็น​ไปตามหลักวิชา​ ​และ​มุ่งหวัง​ให้​การแก้ปัญหาทางการเมือง​และ​กฎหมายดำ​เนินไปอย่างสันติ​และ​ถูก​ต้อง​เป็น​ธรรมอย่างแท้จริง

รองศาสตราจารย์​ ​ดร​.​วรเจตน์​ ​ภาคีรัตน์

รองศาสตราจารย์ประสิทธิ์​ ​ปิวาวัฒนพานิช

อาจารย์​ ​ดร​.​ฐาปนันท์​ ​นิพิฏฐกุล

อาจารย์ปิยบุตร​ ​แสงกนกกุล

อาจารย์ธีระ​ ​สุธีวรางกูร

คณะนิติศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๒๔ ​มีนาคม​ ๒๕๕๑



คืนรัง Hi-thaksin

ก่อนด่าคุณการุณ

​คำ​ว่า​ "ถ่อย" "อันธพาล" "ทางเสือ​-​ทางหมา​" ​หลุดออกมา​จาก​ริมฝีปากของ​ผู้​ที่​เกี่ยวข้อง​เป็น​ระยะๆ​ ​พฤติกรรมของคุณการุณ​จึง​สมควรถูกตำ​หนิ​ใน​ความ​ใจร้อน​ ​จนฝ่ายตรงข้าม​เขา​ฉวยไป​ใช้​ใน​งานโฆษณาชวนเชื่อของ​เขา​ได้​อย่างสบาย​ ​ใน​ช่วงเวลาที่ออก​จะ​ล่อแหลมอย่างนี้
เมื่อคุณการุณ​ ​โหสกุล​ ​สมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร​จาก​พรรคพลังประชาชน​ ​ตัดสินใจเปิดศึก​ด้วย​วาจา​และ​ใน​ที่สุดก็กระ​โดด​ "ถีบ" ​สมาชิกสภา​ผู้​แทนราษฎรประ​เภทบัญชีรายชื่อ​จาก​พรรคประชาธิปัตย์คือคุณสมเกียรติ​ ​พงศ์​ไพบูลย์​ ​จน​เป็น​ศึกเรื้อรัง​และ​กลาย​เป็น​คดี​ความ​ขึ้นมา​นั้น​ ​สังคมก็รุมประณามคุณการุณ​กัน​เป็น​การ​ใหญ่
​คำ​ว่า​ "ถ่อย" "อันธพาล" "ทางเสือ​-​ทางหมา​" ​หลุดออกมา​จาก​ริมฝีปากของ​ผู้​ที่​เกี่ยวข้อง​เป็น​ระยะๆ
​สมใจของ​ผู้​ที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​ระบอบประชาธิปไตยยิ่งนัก​ ​เพราะ​ทุกวันนี้ก็ลากสังขารเอา​ไว้​ทำ​ลายรากฐานของระบอบการปกครองที่ประชาชน​เป็น​ใหญ่​โดย​เฉพาะ​กัน​อยู่​แล้ว​ ​ไม่​ได้​มีคุณค่าอะ​ไรที่ควร​จะ​มีชีวิต​อยู่​อีกเลย
​พฤติกรรมของคุณการุณ​จึง​สมควรถูกตำ​หนิ​ใน​ความ​ใจร้อน​ ​จนฝ่ายตรงข้าม​เขา​ฉวยไป​ใช้​ใน​งานโฆษณาชวนเชื่อของ​เขา​ได้​อย่างสบาย​ ​ใน​ช่วงเวลาที่ออก​จะ​ล่อแหลมอย่างนี้
​อย่าลืมนะครับว่า​เหตุการณ์ที่นำ​มา​ซึ่ง​การรัฐประหาร​ ๑๙ ​กัน​ยายน​ ๒๕๔๙ ​กำ​ลังเกิดรอบสอง​อยู่​ใน​ขณะนี้
​ตัวละคร​ทั้ง​ใหม่​และ​เก่ามา​กัน​ครบ​ ​แถม​ยัง​ใช้​บทละคร​ฉบับ​เดิม​ ​เพียงแค่​เปลี่ยนปี​ ​พ​.​ศ​. ​และ​รายละ​เอียด​เล็กๆ​น้อยๆ​เท่า​นั้น​อีก​ด้วย
​การเคลื่อนไหวที่สนามหลวง​และ​ใน​หลายจังหวัด​ทั่ว​ประ​เทศ​ ​ตลอดจนชัยชนะ​ใน​การเลือกตั้ง​ ๒๓ ​ธันวาคม​ ๒๕๕๐ ​ไม่​ได้​กระ​เทือนผิวของฝ่ายที่​อยู่​ตรงข้าม​กับ​ระบอบประชาธิปไตยเลย
​ไม่​รู้สึกรู้สม​และ​ไม่​ยอมรับนับถือ​ใน​เสียงที่ชัดเจนของมหาประชาชน
​นั่งด้าน​อยู่​อย่าง​นั้น​เอง
​ผม​ไม่​ได้​เห็น​ด้วย​กับ​พฤติกรรมการ​ "ถีบ" ​ของคุณการุณ​ ​แต่​ต้อง​ยอมรับว่าออก​จะ​เข้า​ใจ​และ​เห็นใจ​อยู่​ครามครันว่าคุณการุณเดิน​เข้า​ไปถีบคุณสมเกียรติของพรรคประชาธิปัตย์​และ​พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำ​ไม
​ก็​เหลืออดเหลือทน​กับ​ท่าทียียวน​และ​ความ​ไม่​ยอมรับว่าบ้านนี้​เมืองนี้ประชาชน​เขา​เป็น​ใหญ่​อย่างไรล่ะครับ
​คิดอย่างนี้ก็อยาก​จะ​ทำ​อย่างเดียว​กับ​คุณการุณอีกหลายครั้ง​และ​กับ​อีกหลายคน
​เหมือน​กับ​ที่​เห็นมีดสปาร์ต้าสับลงไปบนหัวทนาย​ความ​ของพลตำ​รวจเอกเสรีพิศุทธ์​ ​เตมียา​เวส​ ​พลางนึก​ถึง​ภาพตำ​รวจทำ​ร้ายประชาชนที่หน้าบ้านสี่​เสา​เทเวศร์​ ​แล้ว​ก็​เกิด​เข้า​ใจมือมีดสปาร์ต้าขึ้นมา​เฉยๆ​ ​นั่นแหละครับ
​โมโหอย่างเดียวว่า​ไปทำ​ทนาย​ความ​เขา​ทำ​ไม​ ​เขา​เป็น​เพียงแต่ตัวแทนของท่านอดีต​ผู้​บัญชาการตำ​รวจแห่งชาติ​เท่า​นั้น​ ​การ​จะ​ฟันกบาลใครก็ควรพิจารณา​ถึง​ความ​สมควร​ด้วย
​บ้านเมืองของเราดำ​เนินมา​ถึง​จุดนี้​แล้ว​ ​ไม่​เชื่อก็​ต้อง​เชื่อล่ะครับ
​ผมรู้สึกเองว่าอาการ​ "ถีบ" ​ของคุณการุณ​ ​กับ​การตัดสินใจแบบเลือดพล่านของมือมีดสปาร์ต้ามีอะ​ไรที่ละม้ายคล้ายคลึง​กัน​อยู่
​ไม่​ใช่​ใน​แง่ของเบื้องหลังปฏิบัติการ​ ​แต่คือ​ความ​ขัดเคืองที่คนบางคน​ไม่​ยอมรับเสียทีว่าประชาชน​เขา​ก็มีศักดิ์ศรีคล้ายๆ​กับ​ตนเหมือน​กัน
​ตัวมีนายกรัฐมนตรีที่ชอบ​และ​สนับสนุน​ ​ประชาชน​เขา​ก็มีของ​เขา
​ตัวตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาประ​กัน​ความ​อยู่​รอดของสมาชิก​ใน​ครอบครัวของตัว​ ​ประชาชน​เขา​ก็มีพรรคการเมืองที่​เขา​รัก​เขา​ชอบ​ ​และ​เขา​ก็​เลือก
ยัง​จะ​ดึงดันเอาพรรคที่​เป็น​ทาส​ใน​เรือนเบี้ยของตัวเอง​และ​นายกรัฐมนตรีประ​เภททำ​อะ​ไร​ไม่​เป็น​ ​เพื่อ​ให้​แน่​ใจว่าประ​เทศชาติ​จะ​ไม่​เปลี่ยนแปลง​อยู่​นั่นเอง
​น่า​เวทนา​แท้ๆ​ที​เดียว
คิดอย่างนี้​แล้ว​อยาก​จะ​ไปนวดเท้า​ให้​คุณการุณเหลือเกิน

//////////////////////////////////////////


คอลัมน์​: ​เลือกคบ​ไม่​เลือกข้าง​...​จาก​หนังสือพิมพ์​โลกวันนี้​ ​วันที่​ 7/04/2551



จาก Hi-thaksin

หมา​เห่า​ใบตองแห้ง



​ใบตองสด​นั้น​ ​มัน​จะ​ชู​ใบต้านกระ​แสลม​ ​ก้านแต่ละก้าน​จะ​ส่งใบออกไปคนละทิศละทาง​..​ลมพัด​ใส่​มันก็​ไร้​เสียง​ไม่​เสียดสี​กัน
​ครั้นใบตองสิ้นอายุ​..​ก้านไร้พลัง​ ​ทั้ง​ก้าน​ทั้ง​ใบก็​จะ​..​ลู่ลงมา​เคียง​กัน​อยู่​ข้างลำ​ต้น​..​ใบตองแห้งเหล่านี้​เมื่อโดนลมพัด​ต้อง​ ​มันก็​จะ​เสียดสี​กัน​ให้​เสียงแปลกประหลาด​ ​แสงแดด​ต้อง​ใบ​ให้​เงาลงไปที่พื้นดินข้าง​ใต้​..​จินตนาการ​ได้​เป็น​รูปร่างต่างๆ​ ​นานา
​ตอนลมพัด​ต้อง​ใบตองแห้งนี่​แหละ​..​ที่หมา​จะ​พา​กัน​เห่า​ใส่​ ​เพราะ​สำ​คัญผิด​ทั้ง​ที่​เห็น​และ​ได้​ยิน​..
ธรรมชาติของหมา​นั้น​..​จะ​มีจมูก​เป็น​อวัยวะสำ​คัญที่สุด​..​แต่มีตาที่บอดสี​..​เพราะ​ตาบอดสี​ ​หมา​จึง​แยกแยะ​ไม่​ได้​ระหว่างใบตองแห้งสีน้ำ​ตาล​และ​ใบตองสดสี​เขียว
​หมา​จึง​เห่า​กัน​กรู​เกรียว​เพราะ​แยกแยะ​ไม่​ได้​ ​จะ​พึ่งจมูกก็​ไม่​ใช่​ธุระของจมูก
​ว่า​กัน​ไป​แล้ว​ก็​เหมือน​กับ​..​สภา​ผู้​แทนแห่งนี้​..​ผู้​ชนะฟากรัฐบาลก็​เหมือนใบตองเขียว​ ​มีพลังอำ​นาจ​สามารถ​โบกสะบัดส่งใบออกไป​ใน​ทุกทิศทุกทาง​ ​ฟาก​ผู้​แพ้​..​ก็​เหมือนพรรคฝ่ายค้าน​ ​ต้อง​ลดก้านทิ้งใบไร้น้ำ​แห่งอำ​นาจหล่อเลี้ยง​ ​กลาย​เป็น​ใบตองแห้ง
​ครั้นลมแห่งเหตุพัด​ใส่​ ​ก็ส่งเสียงแกรกกรากไปตามประสา​..
​ไม่​ว่า​เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ​หรือ​เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน​..​รัฐธรรมนูญเขียน​ไว้​ชัด​จะ​ต้อง​ปฏิบัติอย่างไหน​และ​ให้​หนทางปฏิบัติ​ไว้​ชัดเจน​ ​แต่​เพราะ​ตาบอดสี​..​จึง​แยกแยะ​ไม่​ได้​..
จึง​ต้อง​เห่าหอนโวยวาย​..​กลาย​เป็น​หมา​เห่า​ใบตองแห้ง
​เห่า​เพราะ​ต้อง​เห่า​ ​เห่า​แบบ​ไม่​หวังผล
​แต่​เขา​ลืมไปว่า​..​พลังแห่งเสียงเห่า​นั้น​ ​มันมีผล​ ​หาก​เป็น​เวลากลางวัน​ ​มันก็สร้าง​ความ​ตื่นตระหนก​ให้​กับ​ผู้​คน​..​ใน​ยามวิกาล​ ​มันก็ปลุก​ผู้​คน​ให้​แตกตื่น​..​และ​ใน​ที่สุด​..​หมา​เองนั่นแหละที่​จะ​ถูกดุด่า​ ​ถูกขว้างปา
หมา​เห่า​ใบตองแห้ง​..​จึง​ไม่​มีประ​โยชน์​ใดๆ​ ​และ​ก็​จะ​ไม่​สามารถ​ทำ​ให้​เกิดการเปลี่ยนแปลง​ใดๆ​ ​ได้​..
ยิ่ง​ใน​ประ​เทศที่ประชาชน​..​มี​ความ​ตื่นตัวสูง​ ​และ​เข้า​ใจ​ใน​ระบอบประชาธิปไตยอย่างถ่องแท้​ด้วย​แล้ว​..​ยิ่งเปลืองแรงเห่า​..
​สู้​กัน​ไปตามกติกา​..​ประชาชนเบื่อรัฐบาล​ ​หนุนฝ่ายค้านกลับขึ้นมา​ ​จะ​แก้​จะ​เปลี่ยน​กัน​อย่างไร​..​นั่นคือกติกา​..​นั่นคือประชาธิปไตย
​ฝ่ายค้านวันนี้​ไม่​ได้​แพ้อะ​ไรมากมาย​ ​พลังประชาชนซะอีก​เป็น​ฝ่ายแพ้​ ​มีคะ​แนน​ไม่​ถึง​กึ่ง​ ​ไม่​ถึง​เส้นแบ่งครึ่ง​..​แต่​เพราะ​รัฐธรรมนูญ​ 50 ​นั่นแหละ​..​ประชาธิปัตย์​ถึง​ต้อง​รัฐบาล​ไม่​ได้​..
​ถ้า​ใช้​รัฐธรรมนูญ​ 40 ​วันนี้​..​นายกรัฐมนตรี​ ​ชื่อ​ ​อภิสิทธิ์​ ​เวชชาชีวะ​..

​พญา​ไม้

////////////////////////


​คอลัมน์​: ​พญา​ไม้ทู​เดย์​...​จาก​หนังสือพิมพ์​ -​บางกอกทู​เดย์​ ​วันที่​ 8 ​เม​.​ย​. 2551

0

จาก Hi-thaksin

Monday, April 7, 2008

'​พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​'​ให้​ข้อมูลคดี​'​เพชรซาอุฯ​'

4 ​เมษายน​ ​พ​.​ศ​. 2551


คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่
พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เกิดเทศ

​นายสมพงษ์​ ​อมรวิวัฒน์​ ​รมว​.​ยุติธรรม​ ​เดินทางหารือ​ ​พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เกิดเทศ​ ​ผู้​ต้อง​หา​ผู้​ต้อง​ขังคดีฆ่าสองแม่ลูก​ ​ศรีธนะขันธ์​ ​และ​กรณี​เพชรซาอุฯ​ ​เพื่อหาข้อมูลเพิ่ม​ใน​การรื้อฟื้นคดี​ ​ถึง​เรือนจำ​กลางคลองเปรม​ใน​การหาข้อมูลเกี่ยว​กับ​คดี​เพชรซาอุฯ​ ​เพื่อรื้อฟื้นคดีสร้าง​ความ​สัมพันธ์ระหว่างประ​เทศไทย​กับ​ซาอุดิอาระ​เบียขึ้นมา​ใหม่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์​ : ​คดี​เพชรซาอุฯยืดเยื้อมา​เป็น​เวลานาน​ 18 ​ปี​ ​ก่อน​จะ​หมดอายุ​ความ​ลง​ใน​ปี​ 2553 ​ซึ่ง​คดีดังกล่าว​อยู่​ใน​กรมสอบสวนคดีพิ​เศษ​ (ดี​เอสไอ) ​ที่ขึ้น​กับ​กระทรวงยุติธรรม​ ​ดัง​นั้น​การพบปะ​กัน​ครั้งนี้​ ​รมว​.​ยุติธรรม​ต้อง​การ​ให้​ดี​เอสไอสอบพยานหลักฐานเพิ่ม​ ​เพื่อส่ง​ให้​อัยการรื้อฟื้นฆ่านักการฑูตชาวซาอฯ​ 4 ​คน​ ​ใน​ปี​ 2532 ​และ​การหายตัวไปของนายอัลรู​ ​ไวลี่​ ​นักธุรกิจชาวซาอุ​ใน​ปี​ 2533

หลัง​จาก​พล​.​ต​.​ท​. ​ชลอ​ ​ต้อง​โทษประหารชีวิตถูกจำ​คุกมานาน​ 14 ​ปี​ ​เขา​ยืนยัน​จะ​เป็น​พยาน​ให้​ข้อมูลคลี่คลาย​ทั้ง​สองคดี​ ​เพราะ​เชื่อมั่น​ใน​รัฐบาลชุดนี้​ ​แต่รัฐบาลที่ผ่านมา​ไม่​มี​ความ​จริงใจ​จะ​รื้อฟื้นคดีดังกล่าว​

"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ"เกิดเมื่อ​ 28 ​สิงหาคม​ 2481 ​เป็น​คนกรุงเทพฯ​ ​จบมัธยมที่​ ​โรงเรียนอำ​นวยศิลป์​ ​จาก​นั้น​ไปเรียนเตรียมทหารรุ่น​ 17 ​ก่อนแยกเหล่ามา​เรียนโรงเรียนนายตำ​รวจรุ่น​ 15 ​ติดยศ​ ​ร​.​ต​.​ต​. ​ที่​ ​สน​.​นางเลิ้ง​ ​จาก​นั้น​ย้ายไป​อยู่​จ​.​พังงา​ ​และ​จ​.​หนองคาย​ ​กระทั่งมาติดยศ​ ​ร​.​ต​.​อ​.​ที่​ ​จ​.​พระนครศรีอยุธยา​

​จาก​นั้น​เลื่อนยศ​เป็น​ ​พ​.​ต​.​อ​. ​ที่จ​.​ตาก​ ​และ​จ​.​ลพบุรี​ ​กลับ​เข้า​กรุงเทพฯ​ ​อีกครั้ง​ใน​ตำ​แหน่ง​ ​รอง​ผู้​บังคับการตำ​รวจกองปราบปราม​(รอง​ ​ผบก​.​ป​.) ​ก่อนขึ้นครองยศพล​.​ต​.​ต​.​ที่​ ​จ​.​พิษณุ​โลก​ ​จน​ได้​ฉายาว่า​ "สิงห์​เหนือ" ​เจ้าพ่อแห่งคุ้มพระลอ​

​คดี​เพชรซาอุฯ​เริ่มขึ้นขณะ​นั้น​ ​พล​.​ต​.​อ​.​แสวง​ ​ธีระสวัสดิ์​ ​เป็น​อธิบดีกรมตำ​รวจมอบหมาย​ให้​"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เกิดเทศ" ​ผู้​บัญชาการประจำ​กรมตำ​รวจ​ ​ผู้​เคยรับผิดชอบพื้นที่​ใน​ภาคเหนือ​ ​ออกติดตามเครื่องเพชรซาอุฯ​ ​จนรู้ว่านายเกรียงไกร​ ​เตชะ​โม่ง​ ​ชาวลำ​ปาง​ ​เข้า​ไปทำ​งาน​ใน​พระราชวังกษัตริย์ซาอุดีอาระ​เบีย​ ​ได้​ลักลอบเพชร​เข้า​มา​

​เพชรซาอุฯมีลักษณะ​เป็น"​เพชรบลู​ไดมอนด์​"ของกษัตริย์​ ​มี​เพียงเพชรชุดเดียว​ใน​โลก​ ​ไม่​ว่า​จะ​ตกไป​อยู่​ใน​มือใคร​ "กษัตริย์ซาอุฯ​" ​จะ​จำ​ได้​ ​เพราะ​มีตำ​หนิ​"​แสงอินฟรา​เรด" ​อยู่​ภาย​ใน​ใจกลางของเม็ด​ ​แต่จนบัดนี้ก็​ยัง​ไม่​มี​ใครพบ​

นายเกรียงไกร​ ​ได้​ขโมย​ ​เพชรบลู​ไดมอนด์กษัตริย์ซาอุฯ​ ​และ​ได้​ขายไป​ ​เจ้าตัว​ไม่​รู้ว่าตกไป​อยู่​ใน​มือใครระหว่างพ่อค้า​เพชรย่านสะพานเหล็ก​ ​แต่ซัดทอดว่า​เพชร​ทั้ง​หมดถูกขาย​ให้​ "นายสันติ​ ​ศรีธนะขัณฑ์​" ​เสี่ยเจ้าของร้านเพชร​ "สันติมณี​" ​จนภายหลังตัว​เขา​ถูกจับกุมดำ​เนินคดี​ ​และ​ศาลพิพากษาจำ​คุก​ 5 ​ปี​

ส่วน​นายสันติ​ ​ก็ถูกดำ​เนินคดีข้อหารับของโจร​ ​และ​ศาลฎีกาตัดสินจำ​คุก​ 3 ​ปี​ ​จน"ตระกูลศรีธนะขัณฑ์​"นางดาราวดี​ ​และ​ ​ด​.​ช​.​เสรี​ ​ศรีธนะขัณฑ์​ ​ภรรยา​และ​ลูกชายสุดที่รักของนายสันติ​ ​ต้อง​ถูก"อุ้มฆ่า​" ​และ​"อำ​พรางคดี​" ​ใน​เวลา​นั้น​

​คดี​เผยออกมาว่าการตายของ"ตระกูลศรีธนะขัณฑ์​"​เป็น​ทีมงาน"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ"

จนการตายของแม่ลูก"ศรีธนะขัณฑ์​" ​ต่อมา​"พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​"​ต้อง​ถูกดำ​เนินคดีศาลตัดสิน"ประหารชีวิต" ​และ​ศาล​ได้​อุทธรณ์จำ​คุก​ 20 ​ปี​

พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ เล่า​ถึง​ความ​เป็น​อยู่​ใน​เรือนจำ​ ​ใช้​ชีวิตเหมือนนักโทษ​ทั่ว​ไป​ไม่​ได้​อยู่​ห้องแอร์​ ​หรือ​ออกไปไหน​ ​ไม่​เคยเห็นดวงจันทร์​ ​เพราะ​ต้อง​เข้า​เรือนจำ​ตั้งแต่บ่าย​ ​ขณะนี้ก็อายุ​ 70 ​ปี​แล้ว​ ​มี​โรคประจำ​ตัวข้อเข่า​เสื่อม​ ​หัวใจ​ ​ความ​ดันสูง​ ​การ​ใช้​ชีวิต​จึง​เป็น​ไปตามอัตภาพ​ ​โดย​อยู่​ใน​แดนนอน​ 3 ​คน​ ​ร่วม​กับ​ตำ​รวจลูกน้องที่​ต้อง​คดี​

​ปัจจุบัน​ไม่​ได้​มีอิทธิพล​ใน​เรือนจำ​แล้ว​ ​ต่าง​จาก​เข้า​มา​อยู่​เรือนจำ​ใหม่ๆ​อาจมี​แบ่งแยก​กัน​ใน​เรือนจำ​บ้าง​ ​แต่​เดี๋ยวนี้​ไม่​มี​ ​หากมี​โอกาส​ได้​ออก​จาก​คุก​ ​เขา​จะ​ไปทำ​ไร่ซื้อ​ไว้​ที่​ ​อ​.​สังขละบุรี​ ​จ​.​กาญจนบุรี​ ​พื้นที่กว่า​ 500 ​ไร่​ ​และ​จะ​ไม่​ยุ่งเกี่ยว​กับ​วงราชการ​ ​ตำ​รวจ​ ​หรือ​การเมืองอีก​ ​ส่วน​คุ้มพระลอ​ได้​โอน​ให้​ลูก​แล้ว​

​คดี​เพชรซาอุฯถูกหยิบยกขึ้น​ ​เพื่อเชื่อม​ความ​สัมพันธ์ระหว่างไทย​กับ​ซาอุฯ​ใหม่​ ​ต้อง​จับตาอย่าง​ใกล้​ชิด​ ​เป็น​คดีมี​ความ​สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง​ ​เพราะ​เหตุ​ใด​คดีนี้​จึง​หยิบยกขึ้นมาสืบสาวอีกครั้ง​

​พล​.​ต​.​ท​.​ชลอ​ ​เผยออกมาว่ามี​ความ​ผูกพันธ์​กับ​ครอบครัวนายสมพงษ์​ ​อมรวิวัฒน์​ ​มานานตั้งแต่พี่ชาย"พล​.​ต​.​อ​.​สวัสดิ์​ ​อมรวิวัฒน์​ "อดีตอธิบดีกรมตำ​รวจ​ ​และ​มั่นใจ​ใน​รัฐบาลชุดนี้ว่า​จะ​ทำ​คดีนี้​ได้​บริสุทธิ์​ใจ​

ติดตามคลี่คลายคดี​เพชรซาอุฯ​ ​อย่ากระพริบตา​!!!

กรุงเทพธุรกิจ

'​พิมล​'​แนะทำ​มาสเตอร์​แพลน​ ​รับวิกฤติข้าว​-​ฟื้นภาคเกษตร​

7 ​เมษายน​ ​พ​.​ศ​. 2551

นักวิชาการแนะรัฐบาลรับมือสภาพภูมิอากาศโลกที่​เปลี่ยนไป​ ​เพื่อแก้ปัญหา​ทั้ง​ระยะสั้น​และ​ระยะยาว​ ​ชี้​ต้อง​วิจัยพันธุ์ข้าวไทยสู้​โลกร้อน​ ​ใช้​งบเอสเอ็มแอลสร้างยุ้งฉางเก็บข้าว​ไว้​รอขาย​ไม่​ต้อง​โดนบีบ​ ​จี้​ ​รมว​.​เกษตรฯ​ ​รมว​.​พาณิชย์​ ​ทำ​งาน​เป็น​ทีม​ ​จะ​ช่วย​ฟื้นรากหญ้า​ ​ไม่​ต้อง​รอประชานิยม​

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์​ : ​สถานการณ์ข้าวที่มีราคา​เพิ่มสูงขึ้น​ ​ขณะที่พื้นที่ปลูกข้าวก็ประสบปัญหาขาดน้ำ​ ​อัน​เป็น​ผลมา​จาก​ภาวะ​โลกร้อน​นั้น​ ​ผศ​.​พิมล​ ​ศรีวิกรม์​ ​นักวิชาการอิสระ​ ​และ​อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ ​เปิดเผยว่า​ ​สถานการณ์ข้าวของไทย​ ​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​จะ​ต้อง​ศึกษางานวิชาการเพื่อ​ให้​ทราบ​ถึง​สภาวการณ์​โลกร้อน​ ​และ​ฤดูกาลที่​เปลี่ยนแปลงไป​ ​ซึ่ง​จะ​มีผลต่อสภาวะห่วงโซ่อาหาร​ ​โดย​เฉพาะข้าว​ ​ใน​ฐานะที่ประ​เทศไทย​เป็น​ผู้​ผลิตข้าวราย​ใหญ่​ของโลก​ ​เมื่อ​อยู่​บนสมมติฐานโลกร้อนต่อไป​ใน​ระยะยาว​ ​ต้อง​พัฒนาพันธุ์ข้าวไทย​ ​ด้วย​การวิจัยพันธุ์ข้าวที่รองรับ​กับ​สภาพอากาศที่​เปลี่ยนไปเรื่อยๆ​

​ทั้ง​นี้​ ​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​ต้อง​รู้จักฉวยโอกาส​ ​หรือ​แปรวิกฤติ​ให้​เป็น​โอกาส​ ​กล่าวคือ​ ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​ต้อง​ประสาน​กับ​เกษตรกรเพื่อขยายพื้นที่ปลูกข้าว​ ​และ​ต้อง​จัดหา​แหล่งน้ำ​ให้​เพียงพอ​ ​จะ​ทำ​ให้​ไทยเรามีปริมาณข้าวมากขึ้น​ ​เพียงพอสำ​หรับบริ​โภค​ใน​ประ​เทศ​ ​และ​ส่งออกเพื่อเลี้ยงประชากรโลก​

​ส่วน​กระทรวงพาณิชย์​ ​ต้อง​ประสาน​กับ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​เพื่อที่​จะ​ได้​ทราบว่าผลผลิตข้าวแต่ละปีมีปริมาณ​เท่า​ไหร่​ ​สามารถ​ส่งออกจำ​หน่าย​ได้​เท่า​ไหร่​ ​จะ​เพิ่มตลาดส่งออกที่​ไหน​ ​ตรงนี้​เป็น​หน้าที่กระทรวงค้าขาย​ ​โดย​เฉพาะอย่างยิ่งราคาข้าวที่​เปลี่ยนแปลง​เร็ว​มาก​ 3 ​วันก็​เปลี่ยน​แล้ว​ ​แต่ชาวนาตาม​ไม่​ทัน​ ​เป็น​ช่องว่างของเวลาทำ​ให้​โรงสี​ได้​เปรียบ​ ​เพราะ​เข้า​ถึง​ข้อมูล​ได้​เร็ว​กว่าชาวนา​ใน​ตำ​บลที่​อยู่​ห่าง​ไกล​ ​เมื่อราคา​เปลี่ยนโรงสี​ ​รู้​แต่ชาวนานึกว่า​เป็น​ราคา​เมื่อ​ 3 ​วันที่​แล้ว​ ​โรงสี​จะ​กิน​ส่วน​ต่างนี้ทันที​ ​กระทรวงพาณิชย์​ต้อง​เข้า​ไปดู​แลข้อมูลข่าวสาร​ให้​ถึง​ชาวนา​ ​ต้อง​ตระหนัก​และ​เข้มงวด​ใน​การกระจายข้อมูล​ให้​ถึง​ทุกจุดของประ​เทศ​

"นี่คือมาสเตอร์​แพลนข้าว​ ​ซึ่ง​จะ​ต้อง​ร่วมมือ​กัน​ทั้ง​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​ ​และ​กระทรวงพาณิชย์​ ​เพื่อ​ให้​ชาวนา​ไทย​ได้​ประ​โยชน์​จาก​ราคาข้าวที่สูงขึ้น"

​ผศ​.​พิมล​ ​เสนอมาตรการแก้ปัญหา​ด้วย​ว่า​ ​ต้อง​สร้างยุ้งฉางที่​ได้​มาตรฐาน​ ​เพื่อ​เป็น​สต็อกข้าว​ ​เพราะ​ถ้า​ไม่​มีสต็อก​ ​เมื่อผลผลิตออกมาก็​ต้อง​นำ​ไปขายทันที​ ​ซึ่ง​ทำ​ให้​ข้าวมี​ความ​ชื้นขาย​ไม่​ได้​ราคา​ ​แต่หาก​สามารถ​เก็บ​ไว้​เพื่อรอขาย​ ​ไม่​ได้​โดนเวลาบีบ​ ​ตรงนี้ชาวนา​จะ​ได้​ประ​โยชน์​ ​สำ​หรับงบประมาณก่อสร้าง​ ​ใช้​จาก​โครงการเอสเอ็มแอล​ได้​

"ตอนนี้รัฐบาล​ต้อง​แปรวิกฤติ​เป็น​โอกาส​ ​เพราะ​ใน​อดีต​นั้น​ ​ผู้​คนหนี​จาก​ภาคเกษตร​ ​เพราะ​ราย​ได้​น้อยหัน​เข้า​หาภาคอุตสาหกรรม​ใน​เมือง​ ​เป็น​คนงานก่อสร้าง​ ​เมื่อราคาข้าวสูงขึ้น​ ​ก็​ต้อง​ส่งเสริมภาคเกษตร​ ​ให้​กลับมาฟื้น​ ​เพราะ​เรามี​โนว์ฮาว​ ​มัน​เป็น​รากฐานของเรา​อยู่​แล้ว​ ​ข้าวนี่​แหละที่​จะ​ทำ​ให้​ภาคเกษตรกรรมของเราฟื้น​ ​และ​กลไกตลาดก็​เอื้ออำ​นวย​ด้วย"​

​อย่างไรก็ตาม​ ​การประสานงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์​กับ​กระทรวงเกษตรฯ​ ​ยัง​ไม่​เห็น​เป็น​รูปธรรม​ ​เพราะ​กระทรวงพาณิชย์​จะ​รู้ว่าตลาด​เป็น​อย่างไร​ ​ส่วน​กระทรวงเกษตรฯ​ ​จะ​รู้ว่าผลผลิตมี​เท่า​ไหร่​ ​ทั้ง​สองกระทรวง​ต้อง​เชื่อม​กัน​ ​แต่​ใน​สายตา​ ​ผลการเชื่อมโยงของรัฐมนตรี​ใน​กลุ่มเศรษฐกิจ​ยัง​ไม่​ดีพอ​

​ผศ​.​พิมล​ ​กล่าวว่า​ ​การแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมา​ ​เป็น​การแก้ปัญหา​เฉพาะหน้า​ ​รัฐมนตรี​ต้อง​มองไปข้างหน้า​ ​ถ้า​ไม่​รู้จักฉวยโอกาส​ ​การที่​เราหวังว่า​จะ​พลิก​ ​คู่​แข่งอาจ​จะ​พลิกก่อนเรา​ ​ซึ่ง​ทำ​ให้​เราพลาด​ได้​ ​ดัง​นั้น​ ​เมื่อเรามีศักยภาพ​เป็น​ทุน​อยู่​แล้ว​ ​หากเราพลิกตรงนี้​ได้​ ​รากหญ้าฟื้น​ได้​เลย​ ​ไม่​ต้อง​รอประชานิยม​

'​มิ่งขวัญ​'​เล็งชะลอส่งออก

​ขณะที่นายมิ่งขวัญ​ ​แสงสุวรรณ​ ​รองนายกรัฐมนตรี​ ​และ​ ​รมว​.​พาณิชย์​ ​เปิดเผยว่า​ ​ปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าส่งออกข้าว​ 8.5 ​ล้านตัน​ ​แต่พบว่า​ใน​ช่วง​ 3 ​เดือนที่ผ่านมา​ (ม​.​ค​.-​มี​.​ค​.) ​ส่งออกข้าวไป​แล้ว​ 3 ​ล้านตัน​ ​ดัง​นั้น​ ​รัฐ​จะ​นำ​มาตรการชะลอการส่งออกมา​ใช้​หรือ​ไม่​ ​ต้อง​ขึ้น​อยู่​กับ​สถานการณ์ข้าวฤดูกาล​ใหม่​ที่​จะ​ออกมาว่ามีจำ​นวน​เท่า​ใด​

"หาก​ยัง​มีการส่งออกมากเกินไป​ ​เราก็​จะ​สั่งชะลอ​ไม่​ให้​มีการส่งออก​ ​เพื่อที่คน​ใน​ประ​เทศ​จะ​มีข้าวกินอย่างเพียงพอ​ ​โดย​เฉพาะ​เรา​จะ​ดูว่าข้าวนาปรังที่คาดว่า​จะ​ออกมา​ 4.2 ​ล้านตัน​นั้น​ ​เป็น​ไปตามที่คาด​หรือ​ไม่​ ​ก่อนตัดสินใจว่า​จะ​ออกมาตรการนี้​หรือ​ไม่​ ​และ​ยืนยันว่า​เราติดตามสถานการณ์ข้าวทุกวัน"

แจงข้าวหนึ่งอิ่ม​ไม่​ถึง​ 70 ​สตางค์

​นายมิ่งขวัญกล่าวว่า​ ​จาก​สถานการณ์ราคาข้าวที่​เพิ่มสูงขึ้น​โดย​เฉพาะข้าวหอมมะลิที่​เพิ่ม​เป็น​ 3 ​หมื่นบาทต่อตัน​ ​นั้น​ ​ส่งผล​ให้​ผู้​บริ​โภคซื้อข้าวแพงขึ้น​จาก​เดิมมื้อละ​ไม่​ถึง​ 70 ​สตางค์​ ​โดย​หาก​เป็น​ข้าวหอมมะลิ​จะ​มีราคา​ 3 ​บาทต่อมื้อ​ ​หรือ​คิด​เป็น​ 9 ​บาทต่อวัน​ ​ส่วน​ข้าวขาว​ 5% ​จะ​มีราคา​อยู่​ที่​ 2.74 ​บาทต่อมื้อ​ ​หรือ​คิด​เป็น​ 7.40 ​บาทต่อวัน​ ​ถือว่าน่า​จะ​เป็น​ราคาที่​ผู้​บริ​โภคยอมรับ​ได้​

​ส่วน​สถานการณ์ราคาข้าวถุงขาดตลาด​นั้น​ ​ได้​มอบหมาย​ให้​นายศิริพล​ ​ยอดเมืองเจริญ​ ​ปลัดกระทรวงพาณิชย์​ ​เรียกประชุมห้างค้าปลีกสมัย​ใหม่​ ​หรือ​โมเดิร์นเทรด​ ​ใน​สัปดาห์หน้า​ ​เพื่อหารือ​ถึง​แนวทางแก้ปัญหา​ ​เช่น​ ​ระบบการจัดจำ​หน่าย​ ​โดย​เฉพาะระบบการจ่ายเงิน​ ​เนื่อง​จาก​ที่ผ่านมาพบว่า​ได้​รับการร้องเรียน​จาก​ซัพพลายเออร์ว่า​เมื่อส่งข้าว​ให้​ห้าง​แล้ว​ ​ห้าง​จะ​จ่ายเงิน​ให้​ซัพพลายเออร์ช้ามาก​

​พร้อม​ทั้ง​มั่นใจว่าราคาข้าว​ใน​ปีนี้​จะ​อยู่​ใน​ระดับสูงต่อไป​ ​เนื่อง​จาก​เกิด​ความ​ปั่นป่วน​ใน​การผลิตข้าวของหลายประ​เทศ​ ​และ​เป็น​วิกฤติที่​ไม่​เคยเกิดมาก่อน​

"วันนี้ระบบการค้าข้าวของไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง​แล้ว​ ​เพราะ​ชาวนา​จะ​มีอำ​นาจการต่อรองเพิ่มขึ้นอย่างที่​ไม่​เคยมีมาก่อน​ ​จาก​อดีตที่​ต้อง​ยอม​ให้​โรงสี​หรือ​พ่อค้าคนกลางกดราคาข้าว​ ​และ​ระบบที่ชาวนามีอำ​นาจต่อรองเพิ่มขึ้นนี้​จะ​ดำ​รง​อยู่​ไปอีกนาน"

นายกฯยันคนไทยมีข้าวกินตลอดปี

​วันเดียว​กัน​นี้​ ​นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​และ​รมว​.​กลา​โหม​ ​กล่าว​ใน​รายการสนทนาประสาสมัคร​ ​ว่า​ ​ราชวงศ์จักรี​ ​สมเด็จพระนางเจ้าฯ​ ​ทรงสนพระทัยเรื่องข้าว​ ​ให้​นำ​พันธุ์ข้าวมาดู​ ​ให้​มีการวิจัย​และ​พัฒนาพันธุ์ข้าว​ ​และ​ที่มีข่าวเพลี้ยกระ​โดด​เพราะ​ปลูกข้าวสายพันธุ์​เดียว​ ​ปีที่ผ่านมา​ได้​พัฒนาพันธุ์ข้าว​ให้​ต้านทานต่อเพลี้ย​และ​โรคที่​เกิดขึ้น​

​เรื่องข้าว​ ​ยัง​ผลิต​ได้​และ​ไม่​ถูกเพลี้ยทำ​ลาย​ ​ข้าวไทยผลิต​เป็น​ข้าวเปลือกปีละ​ 30 ​ล้านตัน​ ​สี​เป็น​ข้าวสาร​ได้​ 20 ​ล้านตัน​ ​เก็บ​ไว้​ 2.2 ​ล้านตัน​ ​กระสอบละประมาณ​ 1,100 ​บาท​ ​ถุงละประมาณ​ 55 ​บาทสต็อกเก็บ​ไว้​ ​ปีสองปีก็​เก่า​ ​ข้าวมีวงจร​ ​ทุกๆ​ 4 ​เดือน​ ​ข้าวนาปรังก็​จะ​ออก​ ​และ​ขายกินธรรมดา​ ​เวลานี้ข้าวตลาดโลกแพงพอสมควรแก่​เหตุ​ ​ความ​ตื่นเต้นเอิกเกริก​ ​ไปซู​เปอร์มาร์​เก็ตเอาข้าวมาวางสูง​เป็น​ตั้ง​ ​จาก​ที่​เคยซื้อ​ 2 ​ซื้อ​ 10 ​แม่ค้าขายข้าวแกงเดิมทีซื้อละกระสอบก็ซื้อ​เป็น​สิบ​ ​มี​เท่า​ไหร่ก็หมด​ ​แต่ข้าว​จะ​ไม่​แพงกว่านี้​ ​โดย​เฉลี่ยข้าว​ 1 ​ถุง​ ​จะ​แพงขึ้น​ 15 ​บาท​ ​ถ้า​ให้​เข้า​ตามระบบ​ ​ชาวนา​จะ​ขาย​ได้​ราคาดีบ้าง​ ​ให้​หมุนเวียนตามธรรมชาติ​ ​ไม่​มีวันหมด​ ​ไม่​มีวันอด​ ​ไม่​ปล่อย​ให้​ส่งออกจนหมด


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


มหาอำนาจใหม่


ไทยรัฐ

62​ปีประชาธิปัตย์​ '​อภิสิทธิ์​' ​ประกาศ​ให้​คำ​สัญญา​ ​ค้านอย่างสร้างสรรค์

''​แม้​...​เป็น​พรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคเดียว​ ​ก็​จะ​มุ่งหน้าทำ​งานตรวจสอบ​ ​รักษาผลประ​โยชน์​ส่วน​รวมอย่างสร้างสรรค์​ ​เห็น​ได้​จาก​การจัดตั้งรัฐบาลเงา​...​น่า​เสียดาย​ ​รัฐบาล​ ​กลับหมกมุ่น​อยู่​กับ​ปัญหาของตัวเอง​และ​พวกพ้อง​ ​นำ​เสนอแต่ประ​เด็นที่สร้าง​ความ​ขัดแย้ง​ใน​สังคม​ ... ''
....

ผมขอเรียนว่าช่วงเวลานี้​ ​เป็น​เวลาที่​เรา​ต้อง​หนักแน่​ 2 ​ด้าน​ ​คือ​
1.​ความ​เห็นที่​แตกต่างหลากหลาย​ซึ่ง​นำ​ไปสู่​ความ​ขัดแย้ง​และ​แตกแยก​ใน​สังคม​ ​เรามีหน้าที่​ต้อง​ช่วย​กัน​ประคับประคอง​ให้​เกิด​ความ​สมานฉันท์​ ​และ​สามัคคี​ ​ความ​แตกต่างทาง​ความ​คิดควร​ได้​รับการแก้​ไข​ด้วย​หลักเหตุผลหลักประชาธิปไตย​ ​ผมขอย้ำ​ว่า​ไม่​ว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์​จะ​อยู่​ใน​ตำ​แหน่ง​ ​หรือ​สถานะ​ใด​ ​ก็ล้วนมีหน้าที่ทำ​ให้​บ้านเมืองเกิด​ความ​สงบ

2.​เรา​จะ​ต้อง​รักษา​ความ​ถูก​ต้อง​ใน​บ้านเมือง​ ​ซึ่ง​เป็น​ส่วน​หนึ่งของหลักการประชาธิปัตย์​ ​ทุกฝ่าย​ต้อง​มี​และ​ใช้​สิทธิ​เสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย​ ​และ​ยึดหลักนิติรัฐ​ ​นิติธรรม​ ​ซึ่ง​เป็น​หนทางเดียวที่ทำ​ให้​ประ​เทศเดินหน้า​ ​และ​พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่​จะ​แสดงจุดยืนที่ชัดเจนเพื่อถ่วงดุล​ไม่​ให้​สังคมไขว้​เขว


หมายเหตุ​ - นายอภิสิทธิ์​ ​เวชชาชีวะ ​หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์​ ​กล่าว​ใน​งานทำ​บุญครบรอบ​ 62 ​ปี​ ​ก่อตั้งพรรค​ ​ณ​ ​ที่ทำ​การพรรคประชาธิปัตย์​ ​เมื่อวันที่​ 6 ​เมษายน​

มติชน