WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, April 11, 2008

เย็นแค่วันสงกรานต์​? [11 ​เม​.​ย​. 51 - 04:24]

จาก​บ้านสี่​เสา​เทเวศร์ผ่านถนนราชดำ​เนินวก​เข้า​ทำ​เนียบรัฐบาลระยะทาง​ใกล้ๆ​ก็​แค่ช่วง​ไม่​กี่ป้ายรถเมล์​เท่า​นั้น​เอง​

แต่กลับ​ไกล​แสน​ไกล​หากเทียบ​กับ​ความ​หมายทางใจที่​แฝง​อยู่​

กับ​ปรากฏการณ์ล่าสุดที่​เกิดขึ้น​ ​สงกรานต์ปีนี้​ไม่​มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลา​โหม​เป็น​หัวแถวนำ​เหล่าขุนทหาร​เข้า​รดน้ำ​ขอพร​ “​ป๋า​เปรม​” ​พล​.​อ​.​เปรม​ ​ติณสูลานนท์​ ​ประธานองคมนตรี​และ​รัฐบุรุษ​ ​ตามประ​เพณีที่ทำ​กัน​มาทุกปี

ปล่อย​ให้​เป็น​หน้าที่ของ​ ​พล​.​อ​.​วินัย​ ​ภัททิยกุล​ ​ปลัดกระทรวงกลา​โหม​ ​นำ​ทีม​ ​พล​.​อ​.​บุญ​-​สร้าง​ ​เนียมประดิษฐ์​ ​ผู้​บัญชาการทหารสูงสุด​ ​พล​.​อ​.​อนุพงษ์​ ​เผ่าจินดา​ ​ผู้​บัญชาการทหารบก​ ​พล​.​อ​.​อ​.​ชลิต​ ​พุกผาสุข​ ​ผู้​บัญชาการทหารอากาศ​ ​พล​.​ร​.​อ​.​สถิรพันธุ์​ ​เกยานนท์​ ​ผู้​บัญชาการทหารเรือ​ ​และ​ ​พล​.​ต​.​อ​.​พัชรวาท​ ​วงษ์สุวรรณ​ ​รักษาการ​ผู้​บัญชาการตำ​รวจแห่งชาติ​

ตบเท้า​กัน​พรึบพรับ

ทั้งๆ​ที่​ “​ลุงหมัก​” ​นายสมัคร​ ​สุนทรเวช​ ​นายกรัฐมนตรี​ ​และ​ ​รมว​.​กลา​โหม​ ​ก็นั่งทำ​งาน​อยู่​ที่ทำ​เนียบรัฐบาลห่าง​กัน​ไม่​ถึง​ 2 ​กิ​โลเมตร​

ก็อย่างว่า​ ​หนทาง​ใกล้​แต่​ใจ​อยู่​ไกล​กัน​

และ​ก็​เป็น​ปรากฏการณ์ที่​ไม่​ค่อย​ได้​เห็นสัก​เท่า​ไหร่​ ​สงกรานต์ปีนี้​ ​เหล่าขุนทหาร​ใหญ่​ที่นำ​โดย​ ​พล​.​อ​.​วินัย​และ​ผู้​บัญชาการทุกเหล่าทัพ​ ​ได้​เคลื่อนขบวน​จาก​บ้านสี่​เสา​เทเวศร์ผ่านถนนราชดำ​เนิน​ ​มุ่งหน้า​เข้า​ทำ​เนียบรัฐบาล​

ตบเท้า​เข้า​รดน้ำ​ขอพรนายกรัฐมนตรี

ที่​แน่ๆ​มุกนี้​เล่นเอาจอมโผงผางอย่าง​ “​ลุงหมัก​” ​ทั้ง​ซึ้ง​ทั้ง​ปลื้มอกปลื้มใจ​ ​กล่าวขอบคุณเหล่าขุนทหารซะหยาดเยิ้ม​

“​ที่​ผู้​นำ​เหล่าทัพทุกคนแสดงไมตรีจิต​ ​มา​กัน​ด้วย​ใจ​กัน​ใน​วันนี้​ ​จะ​ขอจดจำ​เหตุการณ์วันนี้​ไว้​นานตลอดไป​ ​ใน​ช่วงเวลา​ 2 ​เดือนที่ผ่านมา​นั้น​ ​มี​ความ​ตั้งใจ​ใน​การทำ​งานร่วม​กับ​กองทัพ​ใน​ฐานะ​ ​รมว​.​กลา​โหม​ ​เพื่อ​ให้​งานเดินหน้า​ไป​ได้​ด้วย​ดี​

ก็ขอ​ให้​ข้าราชการทุกเหล่าทัพ​และ​ตำ​รวจ​ ​มี​ความ​มุ่งมั่นทำ​งาน​ใน​หน้าที่​ ​โดย​ร่วม​กัน​รักษา​ความ​มั่นคงของชาติ​ให้​ดีที่สุด​”

ยิ่งกว่าน้ำ​ชุ่มฉ่ำ​ ​เย็นวาบ​อยู่​ใน​หัวใจ​

เหล่าขุนศึกนายกองเล่นบทประคองน้ำ​หนัก​ “​เช็กบาลานซ์​” ​ใน​จุดที่สมดุล​

การันตีสถานะ​ “​ลุงหมัก​” ​ก็​ไม่​ธรรมดา

และ​ก็​เป็น​อะ​ไรที่บังเอิญคิวตรง​กัน​พอดิบพอดี​ ​คิวของ​ “​ป๋า​เปรม​” ​ที่บ้านสี่​เสา​เทเวศร์​ ​คิวของ​ “​ลุงหมัก​” ​ที่ทำ​เนียบรัฐบาล​

อีกด้านหนึ่งที่อาคารชินวัตร​ 3 ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกรัฐมนตรี​ ​ก็ถือโอกาสก่อนเดินทางไปจังหวัดเชียง​ใหม่​ ​เปิด​ให้​รัฐมนตรี​ ​อดีตลูกพรรค​ใกล้​ชิด​ ​และ​กองเชียร์นับร้อย​เข้า​รดน้ำ​ขอพรวันสงกรานต์​

3 ​รายการประชัน

และ​ที่บังเอิญคล้าย​กัน​อีก​ “​ป๋า​เปรม​” ​กล่าว​ให้​โอวาทเหล่าขุนทหาร​ ​โปรดระลึกว่า​ ​บ้านเมือง​จะ​สงบสุข​ ​หากพวกเรา​เข้า​ใจ​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​รัก​กัน​ ​สามัคคี​กัน​

รู้จักการ​ให้​อภัย​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​นี่คือสิ่งที่ทุกคนอยากเห็น

“​ลุงหมัก​” ​ก็บอก​กับ​ผู้​นำ​เหล่าทัพว่า​ ​มี​ความ​ตั้งใจ​ใน​การทำ​งานร่วม​กับ​กองทัพ​ใน​ฐานะ​ ​รมว​.​กลา​โหม​ ​เพื่อ​ให้​งานเดินหน้า​ไป​ได้​ด้วย​ดี​ ​ก็ขอ​ให้​ข้าราชการทุกเหล่าทัพ​และ​ตำ​รวจ​ ​มี​ความ​มุ่งมั่นทำ​งาน​ใน​หน้าที่​

โดย​ร่วม​กัน​รักษา​ความ​มั่นคงของชาติ​ให้​ดีที่สุด

ใน​โทนเดียว​กัน​ ​อดีตนายกฯ​ ​ทักษิณก็ฝากผ่านทีมงาน​ใกล้​ชิด​ ​ให้​พร​ให้​ทุกคนโชคดี​ ​และ​ขอ​ให้​ปี​ใหม่​ไทย​เป็น​การเริ่มต้น​ใหม่​ของทุกคน​

อย่าคิดล้าง​แค้น​ ​จองล้างจองผลาญ​กัน​

ต่างคนต่างขอ​ ​ต่างฝ่ายต่างพูด​ให้​อภัย​ซึ่ง​กัน​และ​กัน​ ​ให้​เลิกล้าง​แค้น​ ​เลิกจองล้างจองผลาญ​ ​ให้​ร่วม​กัน​รักษา​ความ​มั่นคงของชาติ​

ฟัง​แล้ว​ก็​ใจชื้นขึ้น​เป็น​กองเลย​

จาก​ที่​เสียวๆ​กับ​ข่าววง​ใน​ให้​จับตา​เดือนพฤษภาคม​.

ทีมข่าวการเมือง​ ​รายงาน


ไทยรัฐ

Thursday, April 10, 2008

‘นิวส์วีค'ขึ้นปก‘ทักษิณ' หนึ่งในแบบอย่างผู้นำเอเชียที่ปชช.โหยหา!

​นิวส์วีค​ ​นิตยสารชื่อดังของสหรัฐที่วางจำ​หน่าย​ทั่ว​โลก​ฉบับ​ล่าสุด​ ​ขึ้นปก​ 4 ​ผู้​นำ​ใน​เอเชีย​...​สะดุดตาตรงหนึ่ง​ใน​นั้น​มีรูปของ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย​ ​รวม​อยู่​กับ​ ​นายหม่า​ ​อิง​ ​จิ่ว​ ​ผู้​นำ​หมาดๆ​ ​ของไต้หวัน​ ​นายลี​ ​เมียง​ ​บัก​ ​ประธานาธิบดีนักธุรกิจของเกาหลี​ใต้​ ​และ​ ​นายอันวาร์​ ​อิบราฮิม​ ​อดีตรองนายกรัฐมนตรีมา​เลเซีย​ ​ซึ่ง​นำ​พรรคฝ่ายค้านผงาดขึ้นท้าทายพรรคอัมโน​เป็น​ครั้งแรก

​ประ​เด็นที่นิวส์วีคนำ​เสนอก็คือ​ The Politics of Practical Nostalgia ​หรือ​ ​การเมืองแห่งการโหยหาอดีตที่ทำ​ได้​จริง​...​ฟังชื่ออาจวกวน​ ​แต่ประ​เด็นของประ​เด็นก็คือ​ ​การเลือกตั้งที่ผ่านมาของ​ทั้ง​ 4 ​ประ​เทศ​ ​(​ซึ่ง​ลงเอย​ด้วย​ความ​ปราชัยของฝ่ายอำ​นาจเก่า) ​สะท้อน​ให้​เห็นว่า​ ​ใน​ห้วงยามที่ปัญหา​เศรษฐกิจกำ​ลังบีบรัด​ทั้ง​ใน​บ้าน​และ​นอกบ้าน​ ​สิ่งที่ชาวเอเชียกำ​ลังโหยหาก็คือ​ ​วันคืนเก่าๆ​ ​ที่​เศรษฐกิจของประ​เทศขยายตัวอย่างรวด​เร็ว​ ​ชาวบ้านชาวเมืองมีการงานมั่นคง​ ​มีการเลื่อนชั้นทางสังคม​ ​และ​ผู้​นำ​ที่สัญญาว่า​จะ​นำ​ Good Old Days ​เหล่า​นั้น​กลับมาก็คือ​ ​คนที่ประชาชน​จะ​เทคะ​แนน​ให้

​ใน​เอเชียเวลานี้ดู​เหมือนว่า​ ​การกำ​หนดนโยบายที่มองโลก​ใน​แง่​ความ​เป็น​จริง
และ​มีการเปลี่ยนแปลง​ได้​เพื่อผลลัพธ์ที่สร้าง​ความ​พึงพอใจ​ให้​แก่ประชาชน​ ​กำ​ลัง​อยู่​เหนืออุดมการณ์​และ​นโยบายที่​ไม่​ยืดหยุ่นของอำ​นาจเก่า​ใน​อดีต

​ใน​ช่วงทศวรรษ​ 1980 ​เศรษฐกิจของเกาหลี​ใต้​และ​ไต้หวันเคยขยายตัว​ถึง​ 8-9% ​แต่​ใน​ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา​ ​เศรษฐกิจของสองดินแดนนี้​เติบโตเฉลี่ยแค่​ 5% ​ล้าหลังอัตรา​เฉลี่ยของตลาดเกิด​ใหม่​ซึ่ง​อยู่​ที่​ 6.5%

​นายลี​ ​เมียง​ ​บัก​ ​ให้​คำ​มั่นสัญญา​แบบเห็นภาพ​เป็น​ตัวเลข​ด้วย​แผน​ 747 ​ว่า​ ​เขา​จะ​ผลักดัน​ให้​เศรษฐกิจเกาหลี​ใต้​ขยายตัว​ 7% ​ประชาชนมีราย​ได้​ต่อหัว​ 40,000 ​ดอลลาร์ภาย​ใน​หนึ่งทศวรรษ​ ​และ​เศรษฐกิจเกาหลี​จะ​มีขนาด​ใหญ่​เป็น​อันดับ​ 7 ​ของโลก

​ขณะที่​ ​นายหม่า​ ​อิง​ ​จิ่ว​ ​ก็มา​แนวเดียว​กัน​ด้วย​แผน​ 633 ​ซึ่ง​ตั้งเป้าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่​ 6% ​ต่อปี​ ​ประชาชนมีราย​ได้​ต่อหัว​ 30,000 ​ดอลลาร์​ใน​ปี​ 2016 ​และ​ลดอัตราการว่างงาน​ให้​เหลือ​ 3%

​ทั้ง​นายลี​และ​นายหม่าต่างก็สนับสนุนการลดกฎระ​เบียบด้านเศรษฐกิจ​และ​การลดภาษีธุรกิจ​ ​เพื่อดันตัวเองขึ้น​เป็น​ศูนย์กลางทางการเงิน​ใน​ภูมิภาค​ ​และ​ทั้ง​คู่​ยัง​มี​เมกะ​โปรเจ็กต์​เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ​และ​ขยายการลงทุน​ ​นั่นคือ​ ​นายลีมี​โครงการสร้างคลองเชื่อมภาคเหนือ​และ​ภาค​ใต้​มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์​ ​ขณะที่นายหม่ามี​โครงการปรับปรุงระบบขนส่งมวลชน​ ​การขยายสนามบิน​และ​สถานีขนส่งมูลค่า​ 130 ​ล้านดอลลาร์​ ​รวม​ทั้ง​การเปิดสัมพันธ์มิติ​ใหม่​กับ​จีนแผ่นดิน​ใหญ่​เพื่อผลประ​โยชน์ทางเศรษฐกิจ

​อย่างไรก็ดี​ ​การย้อนกลับไปหาอดีตอันรุ่งเรืองก่อนวิกฤติต้มยำ​กุ้งเมื่อปี​ 1997 ​อาจ​จะ​ไม่​ใช่​เรื่องง่ายสำ​หรับเศรษฐกิจของเกาหลี​ใต้​และ​ไต้หวัน​ ​ซึ่ง​อิ่มตัวเกินกว่า​จะ​ขยายตัว​ได้​รวด​เร็ว​เท่า​กับ​ประ​เทศกำ​ลังพัฒนา​อื่นๆ​ ​ยกตัวอย่าง​ ​เกาหลี​ใต้​ซึ่ง​ตอนนี้มีมูลค่า​ GDP ​หรือ​ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาย​ใน​ประ​เทศ​อยู่​ที่​ 950 ​ล้านดอลลาร์​ ​การ​จะ​ผลักดัน​ให้​เศรษฐกิจขยายตัว​ให้​ได้​ถึง​ 7% ​อย่างที่​ ​นายลี​ ​เมียง​ ​บัก​ ​สัญญิงสัญญา​ไว้​ ​นั่นหมาย​ถึง​ว่า​ ​เกาหลี​ต้อง​สร้างผลผลิต​ใน​ประ​เทศเพิ่มอีก​ 67 ​พันล้านดอลลาร์ต่อปี​! ​แต่​ถ้า​เป็น​เมื่อ​ 10 ​ปีก่อน​ ​การขยายตัว​ใน​อัตรา​เดียว​กัน​นี้​ ​ต้อง​เพิ่ม​ GDP ​อีกแค่​ 25 ​พันล้านดอลลาร์​เท่า​นั้น

​กล่าว​กัน​ถึง​ปฏิกิริยา​ใน​มา​เลเซีย​และ​ไทย​ ​ผู้​เขียนบท​ความ​ชิ้นนี้ของนิวส์วีคบอกว่า​ "ดราม่า​" ​และ​เห็น​ได้​ชัดกว่ากรณีของไต้หวัน​และ​เกาหลี​ใต้​เสียอีก

​ใน​มา​เลเซีย​ ​พรรคฝ่ายค้าน​ 3 ​พรรค​เล็กๆ​ ​เกือบ​จะ​โค่นพรรคพันธมิตรรัฐบาลที่ครองอำ​นาจมาตั้งแต่ครั้งประกาศเอกราชเมื่อเกือบ​ 40 ​ปีก่อน​ได้​อย่างหวุดหวิด​ ​ขณะที่​ ​นายอันวาร์​ ​อิบราฮิม​ ​ซึ่ง​เคยงัดข้อ​กับ​อดีตนายกรัฐมนตรีมหา​เธร์​ ​โมฮัมหมัด​ ​ใน​หลายประ​เด็น​ ​รวม​ทั้ง​เรื่องการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ​ ​ก็ผงาดขึ้นมาท้าทายรัฐบาลอีกครั้ง​ ​และ​นโยบายต่างๆ​ ​ที่​เคยถูกมองว่า​เป็น​ประ​เด็นอ่อนไหวทางการเมือง​ ​อาทิ​ ​นโยบาย​ "ภูมิบุตร" ​ที่​เอื้อประ​โยชน์​ให้​แก่ประชาชนเชื้อสายมา​เลย์​ ​ก็กำ​ลังถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา​ใหม่

​ใน​ประ​เทศไทย​ ​นิวส์วีคบอกว่า​ ​ประชาชน​ผู้​มีสิทธิออกเสียง​ได้​ทำ​ลายวงจรของการปฏิวัติที่ล้าหลัง​ ​โดย​ใน​อดีต​นั้น​ ​ผู้​นำ​ทหาร​จะ​อยู่​ใน​อำ​นาจ​ให้​นานที่สุด​เท่า​ที่​จะ​ทำ​ได้​ ​แล้ว​ค่อยตั้งรัฐบาลพลเรือนที่​เป็น​พรรคพวก​กัน​ขึ้นมาสืบทอดอำ​นาจ​ ​แต่​ใน​ปัจจุบัน​ ​เพียงแค่​ 14 ​เดือนหลัง​จาก​ทำ​รัฐประหารอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​ฝ่าย​ผู้​นำ​ทหารก็ถูกกดดัน​โดย​กระ​แสสังคม​ให้​จัดการเลือกตั้ง​ใน​วันที่​ 23 ​ธันวาคม​ ​ที่ผ่านมา​ ​ซึ่ง​ผลปรากฏว่าชัยชนะ​เป็น​ของฝ่ายที่สนับสนุนอดีตนายกฯ​ ​ทักษิณ

​บท​ความ​ของนิวส์วีคอ้างคำ​กล่าวของ​ ​ธิตินันท์​ ​พงศ์สุทธิรักษ์​ ​จาก​คณะรัฐศาสตร์​ ​จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ​ซึ่ง​ระบุว่า​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ได้​เปลี่ยนแปลงวิถีที่​เคย​เป็น​ใน​ประ​เทศไทย​ ​ตอนนี้กระ​แส​ทั้ง​ใน​ประ​เทศ​และ​นอกประ​เทศ​อยู่​ข้างทักษิณ

​บท​ความ​ของนิวส์วีค​ยัง​บรรยายต่อว่า​ ​ความ​สำ​เร็จ​ใน​การ​ใช้​นโยบายเศรษฐกิจเพื่อตอบรับกระ​แสโลกาภิวัตน์คือปัจจัยหลักที่ทำ​ให้​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​ขึ้นสู่อำ​นาจ​ ​และ​เป็น​เครื่องอธิบายการกลับมาของ​เขา​ ​ใน​ช่วง​ 5 ​ปีภาย​ใต้​การบริหารของ​ ​พ​.​ต​.​ท​.​ทักษิณ​ ​เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวอย่างรวด​เร็ว​ ​ชนบทเติบโตขึ้น​ ​และ​ไทย​เป็น​เพียงประ​เทศเดียว​ใน​เอเชียที่​สามารถ​ลดช่องว่างระหว่างคนจน​กับ​คนรวย​ ​พรรคไทยรักไทย​ได้​รับ​ความ​นิยม​จาก​การทุ่มงบประมาณด้านสาธารณูปโภค​และ​การ​ช่วย​เหลือคนจน​ ​เช่น​ ​การจัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน​ ​และ​การประ​กัน​สุขภาพ​ ​แต่ขณะ​เดียว​กัน​ ​ก็​ยัง​เปิด​ให้​นักลงทุนต่างชาติ​เข้า​มาลงทุน​ ​และ​ส่งเสริมการค้าอย่างแข็งขัน​...​จาก​นั้น​ ​รัฐบาลทหารก็​เข้า​มา​ ​ซึ่ง​ทำ​ให้​นักลงทุนหนีหาย​ ​อีก​ทั้ง​ยัง​ชู​แนวนโยบาย​ "​เศรษฐกิจพอเพียง" ​ซึ่ง​เน้น​ความ​มี​เสถียรภาพมั่นคงมากกว่าการเติบโต​...​ภาย​ใต้​การนำ​ของรัฐบาลทหาร​ ​เศรษฐกิจของไทย​ใน​ปีที่​แล้ว​ขยายตัวเพียงแค่​ 4.8% ​เท่า​นั้น

​บท​ความ​ของนิวส์วีคสรุปว่า​ ​ตอนนี้​ยัง​เร็ว​เกินไปที่​จะ​ฟันธงว่า​ ​การเกิดขึ้นของ​ผู้​นำ​หน้า​ใหม่​ที่​เป็น​นักปฏิบัติ​และ​มองโลกแง่​ใน​ความ​เป็น​จริง​ ​จะ​เป็น​การเปลี่ยนกรอบ​ความ​คิดครั้ง​ใหญ่​ใน​เอเชีย​ ​หรือ​เป็น​แค่​แฟชั่นที่​จะ​ผ่านไป​ใน​ฤดูกาลหน้า​ ​ทั้ง​นี้ก็ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​ ​พวก​เขา​เหล่า​นั้น​จะ​ทำ​อะ​ไร​ให้​เกิดขึ้น​ได้​จริงบ้าง​ใน​ทางปฏิบัติ

​และ​งานนี้คง​ไม่​นานเกินรอ

hi-thaksin

Wednesday, April 9, 2008

ปธ.วุฒิสภา ล้ำเส้น ออกความเห็นชี้นำ ค้านการแก้ไข รธน.

ประธานวุฒิสภา ปัด ไม่มีอำนาจดำเนินการกรณี “ไชยา” แต่ดันออกความเห็นชี้นำ ค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ชี้ คู่สมรสของนายไชยา สะสมทรัพย์ ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินกรณีการถือหุ้นเกินร้อยละ 5 เลยกำหนด 30 วัน ส่งผลให้นายไชยา ขาดคุณสมบัติสิ้นการเป็นรัฐมนตรีนั้น

ต่อเรื่องนี้ นายประสบสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎร ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยวุฒิสภาไม่มีอำนาจในการดำเนินการ

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ ประธานวุฒิสภา ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไข โดยเห็นว่า ควรจะมีการรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวไปจนกว่าจะครบ 1 ปี แล้ว จึงมีการแก้ไข

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า การดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขั้นพิจารณาจำต้องใช้เสียงของทั้ง 2 สภา รวมกัน ซึ่งในฐานะประธานวุฒิสภาแล้ว ควรต้องวางตัวเป็นกลาง เพื่อให้สมาชิก ส.ว.ได้ใช้ความคิดเห็นอย่างอิสระ แต่นายประสบสุข ได้ออกความคิดเห็นคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาเป็นระยะนับแต่ได้เป็นประธานวุฒิสภา ซึ่งนายประสบสุขเป็น 1 ใน 74 ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 2550



ปัดฝุ่นคดี ปรส. / ดีเอสไอ เดินหน้าส่งอัยการฟ้องสิ้นเดือนนี้

ดีเอสไอ หยิบคดี ปรส.มาเดินเครื่องต่อ หลังถูกดองยุคเผด็จการครองเมือง โดยมีมติส่งอัยการฟ้องปลายเดือนนี้ เผยมีผู้ต้องหาหลัก 2 ราย ผู้สนับสนุนอีก 6 ราย ส่วนเป็นใคร ยังไม่ยอมเปิดเผย

ทั้งนี้ คดีการขายสินทรัพย์ 56 สถาบันการเงิน เมื่อครั้งเศรฐกิจตกต่ำเมื่อปี 2540 ซึ่งต่อมาพบว่าเกินความเสียหายนับหมื่นล้านบาท และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำการสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง จนท้ายสุด ดีเอสไอมีมติให้ส่งสำนวนต่ออัยการฟ้องร้องเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2550 แต่ก็เงียบหายไป

ล่าสุด ดีเอสไอ ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ในที่ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการขายสินทรัพย์ 56 สถาบันการเงิน ขององค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) โดยการประชุมประกอบด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ นายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิชช์ จีระแพทย์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีช่วยเหลือทางกฎหมาย ร่วมประชุมใช้เวลาประชุมประมาณ 3 ชั่วโมง

ภายหลังการประชุม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการขายสินทรัพย์ 56 สถาบันการเงินของ ปรส.เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2550 พนักงานสอบสวนได้เคยมีมติให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในคดี ปรส.ไว้แล้ว

ซึ่งที่ประชุมได้มีความเห็นยืนยันให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาตามฐานความผิดและบทกฎหมายที่เคยมีความเห็นไว้เมื่อ 22 ตุลาคม 2550 ที่สำคัญวันนี้ ดดยนายวีรพงษ์ ได้ให้ข้อสังเกตสำคัญหลายประการ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสรุปสำนวนส่งอัยการภายในปลายเดือนเมษายนนี้ต่อไป

ทั้งนี้ การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดกรณีนี้ ในฐานขายสินทรัพย์ของ 56 สถาบันการเงินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ 2502 มาตรา 11 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86

โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย ผู้กระทำความผิดหลัก 2 ราย และผู้สนับสนุนอีก 6 ราย แบ่งเป็นนิติบุคคลหรือบริษัท 4 บริษัท และในนามบุคคลอีก 2 คน ส่วนจะเป็นใครบ้าง ดีเอสไอยังไม่สามารถเปิดเผยให้ทราบได้ แต่จะเปิดเผยได้ทั้งหมดเมื่อส่งสำนวนให้อัยการในปลายเดือนเมษายนนี้

สำหรับผู้บริหารคณะกรรมการปรส. ในขณะนั้น ประกอบด้วย นายอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นประธานกรรมการบริหาร และนายวิชรัตน์ วิจิตรวาทการ เป็นเลขานุการ และอยู่ในช่วงของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์



นพ.สุรพงษ์ เชื่อการแก้ไข รธน.ทำให้ต่างชาติมั่นใจไทยมีพัฒนาการ ปชต.

ทำเนียบรัฐบาล 9 เม.ย. – “นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” ระบุทุกฝ่ายเห็นด้วยที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย แต่เรื่องกระบวนการ โดยเฉพาะวิธีที่จะทำให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วมจะต้องหารือกันต่อไป มอบหมายวิปรัฐบาลเป็นแกนนำประสาน ยืนยันการแก้ไข รธน.ทำให้ต่างชาติมั่นใจว่าไทยมีการพัฒนาทางประชาธิปไตย

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนมีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่พรรคเพื่อแผ่นดินยังมีเงื่อนไขว่า ควรตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา ว่า ควรดำเนินการไปทีละขั้น โดยขณะนี้เราเริ่มต้นที่รัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งมีหลายมาตราที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีการวิจารณ์ตั้งแต่ก่อนลงประชามติแล้ว และมีผู้ที่ออกมาให้ความเห็นว่า ให้รับไปก่อน เพื่อให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็ว จากนั้นค่อยมาแก้ไข ซึ่งหลักการที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าคนจำนวนมากเห็นด้วยว่าควรจะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตย แต่ในแง่ของกระบวนการและวิธีการเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันต่อไป ว่าวิธีใดที่จะทำให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ก็มาคุยเรื่องกระบวนการว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามว่าระดับแกนนำที่ นพ.สุรพงษ์ เป็นผู้ประสาน ได้มีการนัดหารือหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า มอบหมายให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาลไปดำเนินการ ซึ่งเชื่อว่ามีการประสานอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว โดยประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน

ต่อข้อถามว่า พรรคชาติไทยไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขมาตรา 309 จะเป็นเงื่อนไขให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะความเห็นที่หลากหลายนี้จะนำไปคุยกันต่อถึงกระบวนการว่า การที่จะได้มาถึงแนวทางแก้ไขนั้น ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน หากเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าควรจะแก้หรือเพิ่มเติมอย่างไร คงจะเป็นไปตามนั้น

ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การที่พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่แสดงความชัดเจนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ต่างชาติไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมือง นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ตรงกันข้าม การที่เรามีทิศทางว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ตรงนี้จะเป็นสิ่งที่ต่างชาติจะเกิดความมั่นใจว่า ประเทศไทยมีการพัฒนาทางประชาธิปไตย ซึ่งการรับฟังความเห็นเป็นเรื่องที่ดี

“การที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ทุกคนเห็นพ้องกันว่าควรจะแก้ ยังไม่มีใครบอกว่าไม่ควรแก้เลย เพียงแต่ว่าจะแก้อย่างไรเท่านั้น” นพ.สุรพงษ์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-04-09 15:13:11


พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุหากได้เงินคืนจะตั้งกองทุนเอเชีย

กรุงเทพฯ 9 เม.ย. – “พ.ต.ท.ทักษิณ” ปาฐกถายืนยันปล่อยวางและเลิกเล่นการเมือง หันมาทำงานเพื่อสังคม โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส ขณะเดียวกัน จี้รัฐบาลเร่งโครงการเมกะโปรเจกต์ ระบุหากได้เงินคืนจะตั้งกองทุนเอเชีย สร้างความเชื่อมั่นในภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (9 เม.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “คิดเป็น ทำเป็น ปั้นเด็กไทยให้เรียนรู้ และรู้โลก” โดยมี นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล นายวราเทพ รัตนากร นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล นายประชา มาลีนนท์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เข้าร่วม

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขอบคุณที่ช่วยกันบริจาคเงินเข้ามูลนิธิไทยคมกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปใช้ 2 ส่วน คือ เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กผู้ยากไร้ ซึ่งจะนำไปสมทบกับทุนส่วนตัวที่ใช้ไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท อีกส่วนหนึ่งจะจัดทำโครงการพิเศษช่วยเด็กหูหนวก ด้วยการฝังไมโครชิปด้านหลังหู ทำให้กลับมาได้ยิน จำนวน 10 คน อายุระหว่าง 3-13 ปี

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าโลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงมาก ความไม่แน่นอนสูง มีความยุ่งยากซับซ้อน และความไม่ชัดเจน จึงต้องมีวิสัยทัศน์ในการเข้าใจโลก มีมุมมองที่ชัดเจน มีความเด็ดขาดแม่นยำ ส่วนตัวเป็นห่วงอนาคตของประเทศ หลังจากที่ทำงานเพื่อประเทศชาติมาหลายปี อยากจะหาทางช่วยในทุกทางที่ช่วยได้ การลงทุนกับเด็ก เหมือนเป็นการเตรียมการให้กับประเทศในอนาคต

“เด็กเปรียบเหมือนเจนเนอเรชั่นที่สอง หากไม่มีคุณภาพ ประเทศก็จะไม่มีคุณภาพด้วย โลกทุกวันนี้การพัฒนาสมองเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อไปบริหารขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวันข้างหน้า หากไม่มีคนที่มีคุณภาพ ประเทศก็จะแย่ ผมเป็นห่วงเด็กไทยคิดไม่เป็นและมีอยู่ทั่วไป ทั้งที่มีวัตถุดิบที่ดี มีความเก่งอยู่ในตัว แต่ขาดความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าแสดงออก ขาดการเจียระไนที่ดี” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังการปฏิวัติที่ผ่านมา พยายามคิดตลอดเวลา ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่สอนให้ปล่อยวาง ไม่เครียด หลังจากนั้นจึงได้เดินทางไปหลายประเทศทั่วโลก เพื่อค้นหาสิ่งต่าง ๆ นำมารวบรวมช่วยเหลือประเทศ ตนยืนยันว่าจะไม่กลับมาเล่นการเมืองแล้ว อยากทำหน้าที่ในฐานะคนไทย อย่างน้อยก็ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะช่วยสร้างบ้านเมืองให้เดินไปสู่ทิศทางที่ดีในวันข้างหน้าได้ ตนอยากให้ประเทศไทยทำอะไรที่คิดสร้างสรรค์ เพื่อหาปัญหาของสิ่งที่เกิดขึ้น คิดวิธีแก้ การจัดการต้องเริ่มตั้งแต่ระบบการศึกษา

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขณะนี้การศึกษาต้องเน้นใช้ทฤษฎีควบคู่ด้วยการเชิญครูกับเด็ก ให้เด็กสามารถมีความคิด แสดงออกได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนา เชิงความคิดสร้างสรรค์ ต้องมองในทางบวกให้มาก ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาอยู่ เด็กไทยคิดในทางบวกน้อย ดังนั้น จึงอยากให้เกิดการพัฒนาทางความคิดตั้งแต่เด็ก ซึ่งจะเป็นการพัฒนาคนรุ่นใหม่ ให้เป็นตัวแทนของเรา

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ปีนี้ราคาน้ำมันคงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลแน่นอน ดังนั้น ถึงเวลาลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์แล้ว เพราะค่าเงินบาทแข็ง รัฐบาลต้องเร่งทำโดยด่วนด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีของภาคเอกชนร่วมกัน และหากมีอะไรก็ควรหันหน้าพูดคุยกัน ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จะเดินขบวน ไม่มีประโยชน์ ต้องช่วยกันเสนอแนะแนวคิดแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์กับรัฐบาล ที่ผ่านมาหลายประเทศก็สนใจมาลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ โดยเฉพาะตอนที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่รัฐต้องส่งสัญญาณให้ดี และประชาชนในบ้านเมืองมีความสามัคคี

“และหากได้เงินคืนมาก็สนใจจะไปตั้งกองทุนเอเชีย สร้างความเชื่อมั่นในภูมิภาค นำเงินสดที่อยู่ในโลกขณะนี้เข้าประเทศเยอะ ๆ เพื่อจะช่วยคนไทย แต่ก็อยากให้คนไทยรวมพลังให้ได้มากกว่านี้ เลิกขัดแย้งทะเลาะกัน ปล่อยวาง อย่าถือทิฐิใส่กัน มองโลกในแง่บวก ช่วยกันทำในสิ่งที่ดี บ้านเมืองจะได้ไปได้ ที่ผ่านมาก็สนับสนุนให้คนรักกีฬา เพราะกีฬาจะสอนให้คนมีวินัย เคารพกฎกติกา ทำอะไรอยู่ในระเบียบ” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีกำลังใจให้ทุกคน ที่มาให้กำลังใจตนและอยากให้กำลังใจคนไทย ยอมรับว่าชีวิตในต่างประเทศมีทั้งความสุขและความทุกข์ แต่ขณะนี้ปล่อยวางแล้ว เพราะคิดว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป ชีวิตก็มีแค่นี้ บางคนบอกว่าดีที่ชีวิตเกิดมาครั้งหนึ่งได้รู้จักทั้ง นรก สวรรค์ ในชาติเดียว ที่ผ่านมาเดินทางไปที่ญี่ปุ่นก็ถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่ มีการตรวจค้นซักถามมากกว่าบุคคลธรรมดา ซึ่งบางครั้งไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้นำระดับสูงของหลายประเทศโทรศัพท์มาให้กำลังใจ พอกลับมาถึงเมืองไทยก็มีพรรคพวกชวนตั้งมูลนิธิ 111 เพื่อทำประโยชน์ให้กับส่วนร่วม แต่ตนไม่ได้พูดอะไรมาก ต้องยอมรับว่าคนที่เข้ามาทำงานทางการเมืองจะมีประมาณร้อยละ 50 ที่รักประชาชน รักประเทศชาติบ้านเมือง อยากทำงานให้ส่วนร่วม.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-04-09 15:06:39

สนนท.ยื่นหนังสือให้สภาฯ ยกเลิก รธน.ปี 50 พร้อมคำสั่ง คปค.

รัฐสภา 9 เม.ย.- สนนท.ยื่นหนังสือให้สภาฯ ยกเลิก รธน.ปี 50 แล้วนำ รธน.ปี 40 มาเป็นต้นร่างปรับแก้ เพื่อแก้วิกฤติการเมือง พร้อมเสนอให้ยกเลิกประกาศคำสั่งของ คปค.ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.40 น. วันนี้ (9 เม.ย.) ตัวแทนสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) นำโดย นายพงษ์สุวรรณ สิทธิเสนา เลขาธิการ สนนท. ได้ยื่นหนังสือต่อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณายกเลิกรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจาก สนนท.มองว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.กันยายน 2549 จึงขอเรียกร้องต่อสภาฯ ให้ยกเลิก แล้วนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นต้นร่าง เพื่อแก้ไขวิกฤติทางการเมืองอย่างเร่งด่วน รวมทั้งขอให้ยกเลิกประกาศคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) และขอให้สภาฯ สนับสนุนส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย โดยจัดให้มีการเลือกตั้งทุกระบบ พร้อมทั้งกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับข้อเสนอที่จะให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้วนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาปรับแก้ไข เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แต่ยอมรับว่าบางจุดยังมีข้อบกพร่อง ก็ควรนำส่วนดีของปี 2550 มาปรับใช้พ่วงกับรัฐธรรมนูญปี 2540

ส่วนญัตติที่ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชนเสนอมานั้น รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ต้องให้คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลประสานมา ทั้งนี้ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเร่งรีบที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ และมีผลกระทบต่อประชาชน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-04-09 14:59:52

นายกฯ สั่งปลด ผบ.ตร.ออกจากราชการไว้ก่อน

กทม. 9 เม.ย. - นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง โดยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน

มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 733/2551 ลงวันที่ 8 เมษายน ให้ปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย กรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงใน 3 เรื่อง คือ โครงการเช่ารถ ซึ่งมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ฝ่าฝืนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทผู้ให้เช่ารถ รวมถึงสั่งการโดยใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงาน และแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในกองบังคับการต่าง ๆ โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และกฎระเบียบของทางราชการ

ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับแจ้ง หรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-04-09 01:07:54




Tuesday, April 8, 2008

จรรยาบรรณหมอดู​ [8 ​เม​.​ย​. 51 - 14:13]

หมอเทวดาสมัยสามก๊ก​ ​ชื่อฮู​โต๋​...​เก่ง​ใน​การรักษาจนถูกเรียกว่าหมอเทวดา​ ​แต่​ไม่​เก่ง​ใน​การ​...​รู้จัก​ ​รู้​ใจคน​ ​ตอนไปรักษา​โรคปวดหัว​ให้​โจโฉ​ ​เสนอวิธีผ่ากะ​โหลก​

โจโฉโกรธ​ ​ว่ารับแผนคู่​แค้น​ทางการเมืองมาฆ่า​ ​สั่งจับไปขังคุกมืด​ไว้​...​จนตาย

เป็น​อันว่า​ ​โจโฉ​ไม่​ศรัทธาหมอรักษาคน​...​แต่​ไพล่​ไปศรัทธา​... ​หมอดู

หมอดู​เอกสมัยสามก๊ก​ ​เป็น​ลูกประมุขชนเผ่าลังยา​...​ชื่อกวนลอ​ ​นิสัยชอบสุรา​ ​พอๆ​กับ​ชอบดูดาว​ ​ศึกษาดาราศาสตร์​แตกฉาน​ ​ก็​ไล่​เรียงไปศึกษา​โหราศาสตร์​ ​ไสยศาสตร์​ ​วิปัสสนา​ ​อุตุนิยมวิทยา​ ​มนุษยลักษณวิทยา​ ​ฯลฯ

เรียนรู้​เจนจบ​ ​จน​ได้​ฉายาว่า​...​ขงเบ้ง​ ​ผู้​หยั่งรู้ดินฟ้า

แต่ขงเบ้งคนนี้​ ​ไม่​โด่งดังเปรี้ยงปร้าง​เท่า​ขงเบ้ง​...​จูกัดเหลียง​ ​กุนซือเล่าปี่

กระ​นั้น​ ​ชื่อเสียงกวนลอก็​โด่งดังไป​เข้า​หูตันสูจุ้น​ ​เจ้า​เมืองเปงหงวน​ ​ตันสูจุ้น​ ​เชิญกวนลอ​เข้า​จวน​ ​ประลองปัญหาด้านดาราศาสตร์​ ​กวนลอเอาชนะตันสูจุ้น​ได้​ ​ชื่อเสียงก็​เลื่องลือยิ่งขึ้น

สังข์​ ​พัธโนทัย​ ​เขียน​ไว้​ใน​ ​พิชัยสงครามสามก๊ก​ ​กวนลอแสดงวิชา​ช่วย​ชีวิตคน​ไว้​มากมาย​ ​เจอเด็กหนุ่มอายุ​ 19 ​ปี​ ​รู้ว่า​จะ​ตาย​ใน​สามวัน​

เมื่อถูกขอร้อง​ให้​ช่วย​ ​กวนลอแนะวิธี​ให้​เอา​เครื่องเซ่น​ ​ไปสังเวยสองเทวทูต​ ​เทวทูตกินสินบน​แล้ว​ก็จำ​ใจ​ช่วย​ ​แก้ตัวเลขอายุ​เด็กหนุ่ม​จาก​ 19 ​ปี​ ​เป็น​ 99 ​ปี​...​ไม่​เพียงรอดตาย​ ​ยัง​อายุยืนจนแก่​เฒ่า

นับแต่​นั้น​ ​กวนลอก็​ไม่​ยอมทำ​นายเรื่องตาย​ให้​ใคร​ ​อ้างว่า​ ​การเอา​ความ​ลับของมฤตยูมา​เปิดเผย

ผิดจรรยาบรรณหมอดู

ดังขนาดนี้​ ​ไม่​ช้า​...​ท่านสมุหนายกโจโฉก็​เรียกตัว​เข้า​ไป​ให้​ช่วย​ทำ​นายชะตาบ้านเมือง

“​หมูป่า​จะ​รบ​กับ​เสือโคร่ง​...” ​กวนลอทำ​นาย​ “​ถ้า​ท่านยกทัพไปภาค​ใต้​ ​จะ​เสียแขนข้างหนึ่ง​”

โจโฉถาม​ถึง​อนาคตตัวเอง​ ​กวนลอทำ​นายว่า​ “​ท่าน​จะ​เป็น​ราชสีห์​อยู่​ใน​วัง​ ​ลูกหลานท่าน​จะ​มี​เกียรติสูงยิ่ง​” ​เมื่อถูกขอ​ให้​ทำ​นายรูปลักษณ์​ “​คนมีบุญญาธิการขนาดท่าน​ ​ยัง​จะ​ปรารถนาอะ​ไรยิ่งไปกว่านี้อีก​”

โจโฉถามว่า​ “​อันเมืองกังตั๋ง​ (ก๊กซุนกวน) ​กับ​เสฉวน​ (ก๊กเล่าปี่) ​จะ​เป็น​ศัตรู​กับ​ข้าพเจ้า​หรือ​ไม่​” ​กวนลอบอกว่า​ “​เวลานี้กังตั๋งเสียแม่ทัพ​ ​ส่วน​เสฉวนกำ​ลังยกทัพมา​โจมตีท่าน​”

ไม่​ช้า​...​ม้า​เร็ว​ก็รายงาน​ “​โลซกแม่ทัพกังตั๋งตาย​ ​เล่าปี่​ ​เตียวหุย​ (ก๊กเล่าปี่) ​ยกทัพมายึดช่อง​เขา​ใกล้​เมืองฮันต๋ง​” ​โจโฉก็​เพิ่ม​ความ​ ​เลื่อมใสกวนลอ​ ​ถามคำ​ถามสุดท้าย​ ​สงครามคราวนี้​จะ​ชนะ​หรือ​แพ้​

กวนลอบอกว่า​ ​ถ้า​ท่านยกทัพไป​ ​ไฟ​จะ​ไหม้​ใหญ่​ใน​พระนครหลวง​...

ไม่​นาน​ ​เรื่องราวก็​เป็น​ไปตามที่กวนลอทำ​นาย​ ​โจโฉตั้ง​ให้​เป็น​โหรประจำ​ราชสำ​นัก​ ​กวนลอปฏิ​เสธ​ ​จัดเงินทอง​ให้​ ​กวนลอก็​ไม่​รับ​ ​อ้างว่า​เป็น​หมอดู​เพื่อประชาชน​

ว่า​แล้ว​ ​กวนลอก็ลา​โจโฉ​ ​สัญจรเร่ร่อนไป​ช่วย​ประชาชน

อ่านสามก๊ก​ถึง​ตอนนี้​ ​พอ​ได้​ข้อสรุปว่า​ ​บทเรียน​จาก​หมอฮู​โต๋​ ​ทำ​ให้​กวนลอรู้​แจ้งว่า​ ​นายนิสัยแบบโจโฉ​ ​ขืนภักดีรับ​ใช้​ ​นอก​จาก​อนาคต​จะ​ไม่​รุ่ง​แล้ว​ ​ไม่​แน่ว่า​...​ตัวก็อาจ​จะ​ตาย

หมอดูสมัยสามก๊กนอก​จาก​ทายแม่น​แล้ว​ ​ยัง​รู้จักเหลี่ยมคูการ​ ​เมือง​...​รู้ดีว่า​ ​หากการเมืองพลิกด้าน​...​ตัวเองก็พลอย​ไม่​รอด​

ไม่​เหมือนหมอดูสมัย​ใหม่​...​สมัยไหนก็​ไม่​รู้​ ​ทายผิด​แล้ว​ ​ก็​ยัง​หน้าด้านทายผิดต่อไปอีก​.

กิ​เลน​ ​ประลองเชิง


ไทยรัฐ

ใช้​ 28 ​ล้านพัฒนากลุ่มอาชีพ​ ​นำ​ร่องสินค้า​ ​สหกรณ์​ 4 ​ประ​เภท​ [3 ​เม​.​ย​. 51 - 00:28]

นายธีระชัย​ ​แสนแก้ว​ ​รมช​.​กระทรวงเกษตร​และ​สหกรณ์​ ​เปิดเผยว่า​ ​ใน​ปีงบประมาณ​ 2551 ​กรมส่งเสริมสหกรณ์​ได้​จัดสรรงบประมาณ​ ​จำ​นวน​ 27,964,600 ​บาท​ ​ไว้​ส่งเสริมพัฒนา​ ​กลุ่มอาชีพ​ใน​สังกัดสหกรณ์​ ​กลุ่มเกษตรกร​ให้​มี​ความ​ยั่งยืนต่อ​เนื่อง​ ​อัน​เป็น​การสร้างราย​ได้​ ​ให้​แก่สมาชิก​และ​สร้าง​ความ​เข้มแข็ง​ให้​กับ​ชุมชน​ใน​อนาคต​ ​โดย​มี​เป้าหมาย​ใน​การต่อยอดกลุ่ม​ ​อาชีพเดิม​ให้​มี​ความ​เข้มแข็งมากขึ้นอีก​ 300 ​กลุ่ม​ ​เพื่อ​ให้​เป็น​กลุ่ม​และ​ผลิตภัณฑ์นำ​ร่อง​ ​พร้อมจัดตั้ง​ ​กลุ่มอาชีพ​ใหม่​ใน​พื้นที่​โครงการพระราชดำ​ริจำ​นวน​ 100 ​กลุ่ม​ ​เพื่อ​ให้​สมาชิก​ใน​โครงการมี​โอกาส​ ​รับการสนับสนุน​ ​เพื่อ​ให้​สามารถ​ผลิตสินค้า​ ​และ​พัฒนาศักยภาพการผลิต​ให้​ได้​มาตรฐานยิ่งขึ้น​

รมช​.​กระทรวงเกษตรฯกล่าว​ถึง​การพัฒนาผลิตภัณฑ์นำ​ร่องว่า​ ​แบ่งออก​เป็น​ 4 ​ประ​เภท​ ​ได้​แก่​ ​อาหารแปรรูป​จาก​พืช​ ​อาหารแปรรูป​จาก​สัตว์​ ​ผลิตภัณฑ์​จาก​ผ้า​ ​และ​เครื่อง​ใช้​ของที่ระลึก​ ​ของประดับตกแต่งประ​เภทจักสาน​ ​โดย​เน้น​ให้​กลุ่มอาชีพ​ได้​มีการปรับปรุงผลิตภัณฑ์​ ​ให้​เป็น​ที่ยอมรับของตลาด​ ​มีคุณภาพตรง​ความ​ต้อง​การ​ทั้ง​ใน​ด้านการเลือก​ใช้​วัตถุดิบ​ ​ที่​เหมาะสม​กับ​ท้องถิ่น​ ​การพัฒนารูปแบบ​ ​สีสัน​ ​รสชาติ​ ​และ​บรรจุภัณฑ์ของสินค้า​

ทั้ง​นี้​ ​กลุ่มที่ผ่านการคัดเลือก​ให้​เข้า​ร่วมโครงการ​ ​จะ​เปิด​ให้​นำ​ผลิตภัณฑ์มาร่วม​กัน​วางแผน​ ​กำ​หนดทิศทางการตลาด​ให้​เหมาะสม​ ​ทำ​ให้​สามารถ​บริหารจัดการธุรกิจ​ได้​อย่างยั่งยืน​ ​และ​สิ่งสำ​คัญการพัฒนากลุ่มอาชีพก็คือสร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงด้านการผลิตการตลาดร่วม​กัน​ ​โดย​สหกรณ์​เป็น​แกนหลัก​ ​อย่างไรก็ตาม​ ​กรม​ยัง​ได้​เชิญตัวแทนกลุ่มที่ประสบ​ความ​สำ​เร็จ​ ​มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์​ให้​กลุ่มอาชีพต่างๆ​รับฟังเพื่อนำ​หลักไปพัฒนาสินค้า​ให้​มีคุณ​ ​ภาพต่อไป​.


ไทยรัฐ