
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ


อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ยัน มูลนิธิ บ้านเลขที่111 จะไม่มีหารือเรื่องการนิรโทษกรรมเพิ่มอุณหภูมิทางการเมือง ในขณะนี้
ทั้งนี้ยอมรับว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองเกิดความแตกแยกทางความคิดมาโดยตลอด ดังนั้นวันเกิดตนในปีนี้ จึงอยากให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองและทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากเห็นว่าส่วนไหนมีข้อบกพร่องขอให้ยกเฉพาะส่วนนั้นมาแก้ไข โดยยึดฉบับปี 2540 เป็นหลักโดย ให้รัฐบาลเป็นตัวกลางให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นได้
อย่างไรก็ตาม คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงการคัดเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ว่าจะต้องรอผลการลงมติของ ส.ส.ภาคกรุงเทพฯ ก่อนว่าจะเสนอใครนั่งตำแหน่งประธานสภาฯ คนใหม่

นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าววันนี้ (1 พ.ค.) ภายหลังมอบงานให้กับนายธงทอง จันทรางศุ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่า ไม่มีงานด้านใดจะฝากกับปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่เป็นพิเศษ เนื่องจากมั่นใจในความรู้ความสามารถ ว่าจะทำให้งานในกระบวนการยุติธรรมมีคุณภาพ ช่วยเหลือสังคมได้ และเชื่อมั่นว่าจะไม่มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เพราะหากบุคคลใดนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม จะนำมาซึ่งความเสื่อมกับตนเองและสังคมขาดการยอมรับ พร้อมฝากถึงบุคลากรในงานยุติธรรมกว่า 20,000 คน ให้เร่งกันพัฒนาบุคลิกภาพและอัตตาลักษณ์ด้านความยุติธรรมเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธา
ส่วนความคาดหวังในงานด้านศาลรัฐธรรมนูญนั้น นายจรัญ กล่าวว่า ต้องการสนับสนุนให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรด้านตุลาการอย่างแท้จริง เป็นกลาง เป็นอิสระและไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องการให้มีการยับยั้ง และขีดเส้นพักเรื่องของความขัดแย้งและทะเลาะวิวาทไว้ก่อน ควรหันมาสงวนจุดต่างแสดงจุดร่วม เพราะความสงบของประเทศชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่ามีความสุจริตธรรม ศีลธรรม และสามัคคีธรรมหรือไม่ หากสังคมใดมีครบทั้ง 3 ข้อ เชื่อว่าสังคมนั้นจะเจริญ
หลังจากนั้น นายธงทอง ได้มอบอัลบั้มภาพถ่ายของนายจรัญ ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม แฟ้มภาพและข่าว รวมถึงจัดทำวาทะและคำกล่าวต่างๆ ของนายจรัญให้เป็นที่ระลึก
สำหรับนายจรัญ เข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม รวม 1 ปี 7 เดือน 1 วัน และในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.) ในเวลา 14.00 น.นายจรัญจะเดินทางมาเก็บของใช้ส่วนตัวออกกระทรวง และอำลาข้าราชการกระทรวงยุติธรรมด้วย

พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพพม่า และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมโครงการพัฒนาดอยตุง ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยเข้าเยี่ยมชมพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ด้วยความสนใจ โครงการพัฒนาดอยตุง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2530 ดำเนินงานโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กองทัพบก และหน่วยงานต่าง ๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเร่งฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารต่าง ๆ ในภาคเหนือจำนวนกว่า 93,000 ไร่ จากการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่นของราษฎรชาวเขาในพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพปกติ รวมทั้งแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพอนามัย และการปลูกพืชเสพติด โดยเฉพาะฝิ่น ซึ่งจากการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มุ่งมั่นทำงานสนองพระราชดำริ โดยการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ การจัดให้การศึกษา และสาธารณสุข ปรากฏผลเป็นรูปธรรมระดับหนึ่ง โดยทำให้ราษฎรในพื้นที่จำนวน 27 กลุ่มบ้าน 1,602 ครัวเรือน มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น และสภาพป่ากลับคืนความสมบูรณ์มากขึ้น ในการนี้ นายกรัฐมนตรีพม่า ได้ขอให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ให้ความช่วยเหลือ พร้อมให้เจ้าหน้าที่จากจังหวัดเชียงตุง สหภาพพม่า มาศึกษาดูงาน เพราะสภาพป่าในจังหวัดเชียงตุงขณะนี้มีการบุกรุกทำลายเหมือนกับดอยตุงในอดีตเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว. ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
เชียงราย 1 พ.ค.- นายกรัฐมนตรีแห่งสหภาพพม่า เยี่ยมชมโครงการพัฒนาดอยตุง จ.เชียงราย ในวันสุดท้ายของการมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล
อัพเดตเมื่อ 2008-05-01 21:05:27

สำนักงานอัยการสูงสุด 1 พ.ค. - นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงขั้นตอนการสอบสวนการกระทำผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร โดยเฉพาะกรณีมีการนำธงชาติไทยไปปักชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินัวตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า การกระทำใดที่เป็นความผิดต่อแผ่นดิน ไม่ต้องมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ เจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจสอบสวนได้ทันที แต่ถ้าการกระทำนั้นเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทย พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวนก็ต้องแจ้งให้อัยการทราบ เพื่อเสนออัยการสูงสุดแต่งตั้งพนักงานสอบสวน ซึ่งตามปกติอัยการสูงสุดก็จะแต่งตั้งและมอบหมายให้พนักงานสอบสวนนั้นเป็นผู้ทำการสอบสวน. - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-05-01 18:35:18

นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดวิพากษ์การเมืองไทย วันนี้ (1 พ.ค.) ที่ห้องประภาศน์ อวยชัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตือนรัฐบาลอย่าหมกมุ่นกับการแก้ปัญหาของตัวเอง เศรษฐกิจไทยต้องปรับโครงสร้าง เพื่อฉวยประโยชน์ให้มากที่สุด รัฐบาลพรรคพลังประชาชนมีความชอบธรรมเต็มที่ที่จะจัดตั้งรัฐบาล และอยู่ไปได้ 4 ปี แต่คนจะยอมรับฝีมือในการบริหารหรือไม่ เป็นอีกปัญหาหนึ่ง โดยคาดว่าภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี จะมีผู้คนลุกขึ้นมาต่อต้านมากขึ้น แต่รัฐบาลน่าจะอยู่ได้ยาวกว่าที่มีการคาดการณ์ เพราะมีความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง ส่วนจุดอ่อนของพรรคพลังประชาชนอยู่ตรงนโยบายประชานิยม คือการเอาตัวแทนจากท้องถิ่นมาเป็นรัฐบาลมากขึ้น ทำให้ขัดแย้งกับชนชั้นกลางใน กทม. และจังหวัดใหญ่ๆ ที่คาดหวังการตั้งรัฐบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญ หรือมืออาชีพเป็นหลัก นายธีรยุทธ ชี้ว่าประเทศมี 10 ปัจจัยเอื้อความรุนแรงที่อยู่ในความเสี่ยงสูงมาก อาทิ การมองปัญหาอย่างแยกส่วนตัดตอน วัฒนธรรมไทยไม่เอื้อต่อการแก้วิกฤติ นอกจากนี้ ประชาชนไม่ศรัทธาในกระบวนการแก้ปัญหาของรัฐสภาที่ปกป้องคนโกง กลไกข้าราชการ มีส่วนซ้ำเติมปัญหาให้เป็นวิกฤติรุนแรงขึ้น ส่งผลให้คนไทยเบื่อหน่ายการเมือง และมีขีดความอดทนลดต่ำลง ดังนั้น รัฐบาลต้องหาทางแก้ไขทั้ง 10 ปัจจัยความรุนแรง ที่สำคัญเฉพาะหน้าคือ ต้องแยกม็อบระหว่างฝ่ายพันธมิตรฯ กับฝ่ายรักทักษิณออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันความรุนแรงที่พร้อมจะขยายตัว” นายธีรยุทธ กล่าว สำหรับทางออกของปัญหา นายธีรยุทธ เห็นว่าจะต้องมีประชาธิปไตยสมดุล ภาคสังคมและประชาชน ต้องเข้มแข็งในการตรวจสอบวิจารณ์รัฐบาลมากขึ้น รัฐบาลต้องทำตามหน้าที่ของตัวเอง บริหารประเทศให้ได้ดี ไม่ควรรีบร้อนแก้รัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และจะต้องสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองให้พ้นผิด ส่วนมาตรา 237 ที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรค ควรได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวาง ในนักวิชาการสายนิติศาสตร์ เพราะกฎหมายนี้ได้มีบทบัญญัติลงโทษกลุ่ม เมื่อบุคคลทำผิด จะเป็นการย้อนยุคหรือไม่ และคตส. - ป.ป.ช.เร่งทำคดีอย่างเต็มที่ และถ้าศาลได้พิจารณาคดีความต่างๆ อย่างเที่ยงตรง ยุติธรรม และรวดเร็วทันกาล ก็จะคลี่คลายปัญหาลงไปได้ อย่างไรก็ตาม นายธีรยุทธ เกรงว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้ประเทศเข้าสู่วิกฤตรอบ 2 จะมีการประท้วงเกิดความขัดแย้ง แม้ไม่เข้มข้น แต่จะยืดเยื้อ และเสี่ยงต่อความรุนแรง “ผมเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรง และมีสิทธิเกิดรัฐประหารย่อยๆ (mini coup d'etat) ชนิดที่มีการขัดแย้งกันเองในหมู่ทหาร แม้ผู้บัญชาการทหารบกจะยืนยันว่าจะไม่มีการปฏิวัติ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่หากมีการชุมนุมประท้วงคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นจุดเริ่มต้นให้กองทัพอ้างสถานการณ์เข้ามาแทรกแทรก แต่ผมก็ยังมองว่ายังเป็นเรื่องที่ไกล อีกหลายปีข้างหน้าจึงจะเกิดขึ้น” นายธีรยุทธ กล่าว นายธีรยุทธ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากเป็นประเด็นที่ดี คนอาจจะรับฟัง ส่วนคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะตัดสินออกมาอย่างไร ย่อมมีคนบางกลุ่มไม่พอใจ แต่สังคมก็พยายามแก้วิกฤติทุกวิธีแล้ว ต้องถือว่าองค์กรอิสระที่ถูกตั้ง คือ คตส. และ ป.ป.ช. ได้ค้นหาความจริงแล้ว ดังนั้น หากศาลตัดสินออกมา ทุกฝ่ายควรรับฟัง และหมดข้อยุติ ถ้าหากไม่จบ ก็ไม่มีกลไกสถาบันใดคลี่คลายได้ . - สำนักข่าวไทย
ธรรมศาสตร์ 1 พ.ค. - “ธีรยุทธ บุญมี” เชื่อรัฐบาลจะอยู่ได้ยาวนานกว่าที่มีการคาดการณ์ เพราะความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง เตือนไม่ควรรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ห่วงเกิดความร่วมแรง ชนวนรัฐประหารย่อยๆ
อัพเดตเมื่อ 2008-05-01 18:20:25

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)พิจารณาข้อยุติคดีพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย ซึ่งผลสรุปของคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2ชุด ได้เสนอความเห็นตรงกันให้ยกคำร้องในสำนวนดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีข้อกฎหมายในการเอาผิดได้
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่าที่ประชุม กกต. บ่ายวันนี้ (1พ.ค.) ได้พิจารณาเรื่องพรรคพลังประชาชนถูกกล่าวหาว่า เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย โดยกกต.เสียงข้างมากมีมติยกคำร้องทั้งสองคำร้อง ประกอบด้วย คำร้องของ นายประสิทธิ์ ดอนโพธิ์งาม ที่ขอให้ดำเนินคดีกับ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และยุบพรรคพลังประชาชนที่เป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย “กกต.เสียงข้างมาก 4 ต่อ 1 เสียง เห็นควรยกคำร้อง เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการเป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ทั้งนี้ 1 เสียงเสนอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 94 อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของ กกต.ในคำร้องดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ ที่เห็นควรให้ยกคำร้อง เพราะไม่มีหลักฐาน” นายสุทธิพลกล่าว ส่วนคำร้องของนายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) ที่ร้องว่าพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีอดีตพรรคไทยรักไทย และได้นำหลักฐานการปราศัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาประกอบคำร้องด้วยนั้น ที่ประชุม กกต.เสียงข้างมาก 3 ต่อ 1 ต่อ 1 เห็นว่าการกระทำของนายสมัครมีลักษณะเป็นนอมินี แต่ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.พรรคการเมือง ขณะที่อีก 1 เสียงเห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน และอีก 1 เสียงเสนอให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองมาตรา 94 ซึ่งในคำร้องนี้ กกต.ก็เห็นตามคณะอนุกรรมการฯ ที่เห็นว่า มีหลักฐานเพียงพอ แต่ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.พรรคการเมือง. - สำนักข่าวไทย
กรุงเทพฯ 1 พ.ค. - กกต.ยกคำร้องกรณีพรรคพลังประชาชนถูกกล่าวหาเป็นนอมินีพรรคไทยรักไทย แม้จะพบหลักฐาน “สมัคร” เป็นนอมินี “พ.ต.ท.ทักษิณ” ตามหลักฐานของ “วีระ สมความคิด” แต่ไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.พรรคการเมือง
อัพเดตเมื่อ 2008-05-01 18:08:10

ชงไอเดียจับมือกำหนดราคาข้าว สำหรับผลการหารือระหว่างนายกฯไทยกับนายกฯพม่านั้น นายสมัครให้สัมภาษณ์ว่า ได้หารือถึงความร่วมมือการพัฒนาของ 2 ประเทศ ต่อไปนี้ไทยจะลงทุนร่วมกับพม่า จีน ลาว ในโครงการพัฒนาต่างๆ เช่น โครงการท่าเรือ น้ำลึกทวาย โดยวันที่ 15 พ.ค. จะเดินทางไปพบกับนายหู จิ่น เทา ประธานาธิบดีจีน เพื่อหารือเรื่องการเชื่อมเส้นทางรถไฟจากคุนหมิงมาที่หลวงพระบาง เวียงจันทน์ ต่อไปยัง จ.กาญจนบุรี สิ้นสุดที่ท่าเรือน้ำลึกทวาย และพม่ายังมีโครงการเปิดนิคมอุตสาหกรรม โครงการปลูกพืชเมืองหนาว ทดแทนการปลูกแทนฝิ่น และได้หารือเรื่องการปลูกข้าว โดยเสนอให้เวียดนาม ไทย ลาว กัมพูชา และพม่า ตกลงจับมือกันในการตั้งราคาร่วมกัน แต่คงไม่ไปรวมกลุ่มแบบประเทศโอเปค เพราะจะน่าเกลียดเกินไป หนุนพม่าจัดการเลือกตั้ง ประชาธิปไตย แม้ประชาธิปไตยจะไม่เต็มใบ แต่จะมีการลงประชามติ ซึ่งคนที่เกลียดก็จะไม่รับประชามติ โดยจะใช้เวลา 2 ปีถึงจัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะต้องใช้เวลาในการตั้งพรรคการเมือง ต่อไปทหารจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ทั้งนี้ในเดือน ธ.ค.จะนำเรื่องนี้มาหารืออีกครั้งในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อถามว่า พม่ายืนยันหรือไม่ว่าจะปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี นายสมัครตอบว่า พม่าไม่ได้ปล่อย แต่บอกว่าจะเอาไว้บนหิ้ง เพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไร ต่างชาติไม่ยอมรับเรื่องนี้ แต่เราเห็นว่าถ้าจะเอาไว้บนหิ้งก็ไม่เห็นจะเป็นไร รัฐธรรมนูญพม่าก็ได้เขียนกันไว้แล้วว่า ห้ามคนที่มีสามีต่างชาติลงสมัครรับเลือกตั้ง นี่คือประชาธิปไตยแบบครึ่งใบ น้อยใจถูกด่า-ยกเลิกนัดพบสื่อ ภายหลังเปิดเผยผลการหารือระหว่างนายกฯสองประเทศแล้ว นายสมัครกล่าวว่า จะงดให้สัมภาษณ์สื่อในวันอังคารและวันศุกร์แล้ว เพราะโดนต่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย พูดจาไม่สุภาพ จึงเห็นว่าวิธีที่จะไม่มีคำเหล่านี้คือไม่พูด แล้วให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนแถลง แต่ก็จะให้ข่าวหรือให้สัมภาษณ์เป็นเรื่องๆไป เช่น กรณีการหารือข้อราชการกับนายกฯพม่าก็จะให้ข่าวเอง “คนใหญ่ๆเขาว่ารุนแรงเลยว่าเกิดมาไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรีคนไหนพูดจาหยาบคาย ส่วนรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ยังมีอยู่ แต่เขาก็บอกว่าให้ค่อยๆพูด” ผู้สื่อข่าวถามว่า อย่างนี้จะยุ่งหรือไม่ เพราะต้องตามไปสัมภาษณ์ นายสมัครกล่าวว่า ก็คงยุ่งเหมือนกัน วันนี้ตนปรารภและลองโยนหินถามทางดูก่อนว่าจะว่ากันอย่างไร เขาต่อว่า 2 วันที่ให้สัมภาษณ์สื่อ พูดพร่ำทำเพลง พูดจาหยาบคาย ตนเลยถามว่า เช่นคำว่าอะไรบ้าง เขาบอกว่าเช่น เฮงซวย ทำหอกอะไร และกระเหี้ยนกระหือรือ ดังนั้นจะไปหารือกับราชบัณฑิตยสถาน เพราะคำว่า กระเหี้ยนกระหือรือ ไม่ใช่คำหยาบ
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ทำพิธีต้อนรับ พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า และคณะ เนื่องในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐบาลไทย โดยนายสมัครนำ พล.อ.เต็ง เส่ง ตรวจแถว ทหารกองเกียรติยศ จากนั้นได้ร่วมหารือข้อราชการแบบทวิภาคี และร่วมหารือแบบเต็มคณะ ต่อมาเวลา 17.30 น. นายสมัครนำ พล.อ.เต็ง เส่ง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และเวลา 19.00 น. นายสมัครเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำแก่ พล.อ.เต็ง เส่ง และคณะ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51