WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 4, 2008

เด็ก ปชป.โต้ข้อหาหนุนปฏิวัติ-เล็งเอาผิดคนพูด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าววันนี้ (4 พ.ค.) กรณีที่ นายชาญวิทย์ จริยานุกูล กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติ ว่า พรรคฯ มีจุดยืนชัดเจนว่า สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่เคยสนับสนุนการปฏิวัติทั้งในอดีตและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มเห็นด้วยกับรัฐบาล หรือ คัดค้านรัฐบาล

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์พยายามจับมือกับทุกฝ่ายเพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเห็นว่า รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องเพื่อหนีคดียุบพรรคและเลี่ยงคดีทุจริต

นายองอาจ กล่าวถึงคำแถลงของนายชาญวิทย์ ว่า ขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองตรวจสอบว่า เป็นการสร้างความแตกแยกให้ กับสังคมหรือไม่ เพราะมีหลายตอนหมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง นอกจากนี้ พรรคฯ จะพิจารณาดูว่า คำแถลงดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ที่หากเข้าข่ายหมิ่นประมาทจะใช้ขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของพรรคฯ และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป


เลขาฯ ครป. เผย กลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เผย ธงชาติไทยที่มีชื่อ พันตำรวจโททักษิณ สามารถเอาผิดได้ พร้อมระบุ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเตรียมชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ในฐานะผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่แฟนฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขียนชื่อพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงบนธงชาติไทย ว่า หากเปรียบเทียบระหว่างภาพดังกล่าวกับภาพธงชาติของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะธงในกรณีของ พันตำรวจโททักษิณ เป็นธงชาติหรือธงไตรรงค์ ที่มีขนาดสัดส่วน เท่ากับธงไตรรงค์ของจริง สามารถดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ. 2522 ได้อย่างชัดเจน และการที่มี สส.ของพรรคพลังประชาชนออกมาปกป้อง ตนเองเห็นว่ากลับจะยิ่งทำให้ พันตำรวจโททักษิณ แย่ลง
เลขาธิการ ครป. ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องการให้รัฐบาลนี้แก้รัฐธรรมนูญใหม่ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม ว่า จุดยืนของพันธมิตรฯ ยังคงยืนยันคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้เตรียมพร้อมที่จะชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของ การที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ และสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องเสรีภาพของสื่อสารมวลชน ตนเองเห็นว่าเป็นบทบาทสำคัญที่สื่อมวลชนควรร่วมกันตระหนักว่า เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพของประชาชนที่ผู้ใดไม่สามารถคุกคามได้


กรุงเทพโพลล์ เผย ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพในช่วงการทำงาน 3 เดือนแรกของรัฐบาล

กรุงเทพโพลล์ เผย ผลสำรวจความคิดเห็นต่อผลงาน 3 เดือนของรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช พบ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพ
ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ประเมินผลงาน 3 เดือนรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,228 คน เมื่อวันที่ 25-29 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า รัฐมนตรีที่ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่มากที่สุด จากคะแนนเต็ม 10 ได้แก่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ 4.96 คะแนน รองลงมาคือ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ 4.93 คะแนน และ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ 4.91 คะแนน โดยกระทรวงที่มีผลงานเด่นชัดที่สุด ร้อยละ 14.3 ระบุ กระทรวงพาณิชย์
เมื่อถามถึงข้อดีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนชอบมากที่สุด ปรากฏว่า ร้อยละ 38.9 ระบุ เป็นคนตรงไปตรงมา กล้าพูด อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงข้อเสียของนายกรัฐมนตรี ที่ควรปรับปรุงแก้ไขมากที่สุด ร้อยละ 59.9 ระบุ พูดขวานผ่าซาก ที่น่าสนใจคือเมื่อสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการทำงานของรัฐบาลในเรื่องต่างๆ พบว่าประชาชนร้อยละ 77.7 ระบุ ไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพ รองลงมาร้อยละ 75.2 ระบุ การแก้ปัญหาความสงบในภาคใต้ และร้อยละ 71.8 ระบุ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ขณะที่เรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนมากที่สุด ร้อยละ 69.5 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพและราคาสินค้า และเมื่อถามถึงความรู้สึกต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ร้อยละ 38 ระบุ รู้สึกวิตกกังวล , ร้อยละ 29.7 ระบุ รู้สึกสับสนไม่แน่ใจ และ ร้อยละ 21.1 ระบุ รู้สึกหดหู่เศร้าหมอง


พม่าประกาศให้หลายพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติหลังถูกไซโคลนนาร์กีสพัดถล่ม

รัฐบาลทหารพม่าประกาศให้หลายพื้นที่ใน 5 รัฐเป็นเขตภัยพิบัติในวันนี้หลังจากไซโคลนนาร์กีสพัดกระหน่ำบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนในเมืองย่างกุ้ง หนังสือพิมพ์ของทางการพม่ารายงานว่าไซโคลนนาร์กีส มีความเร็วลมสูงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อพัดถล่มพม่าเมื่อวานนี้ ทำให้ถนนหนทางในกรุงย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและต้นไม้ที่โค่นล้ม ถึงแม้ว่าเมื่อเช้านี้อากาศแจ่มใส แต่ในเมืองย่างกุ้งยังไม่มีทั้งน้ำและไฟฟ้าใช้ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะ เข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด ส่วนยอดผู้เสียชีวิตนั้นคาดว่าจะสูงกว่านี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ค่อย ๆเข้าถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลตามแนวชายฝั่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีคลื่นในทะเล สูงถึง 3 เมตรครึ่ง



ชูศักดิ์ชี้เลือกประธานสภาฯ ไม่ควรมีโควตา

สำนักข่าวไทย 4 พ.ค. - “ชูศักดิ์” ยืนยันไม่มีความขัดแย้งในพรรคเกี่ยวกับการสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ เชื่อเมื่อคณะผู้บริหารพรรคเลือกใคร ทุกอย่างจะยุติ ระบุไม่จำเป็นต้องเคยเป็นประธานในสภามาก่อน แต่ต้องเข้าใจระเบียบกติกา ปัดไม่ใช่หาคนคุมเกมแก้ รธน.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชน มีความขัดแย้งในการเสนอชื่อบุคคลเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เป็นธรรมชาติของการเมือง โดยเฉพาะในพรรคพลังประชาชนมาจากกลุ่มต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในพรรคไทยรักไทยมารวมตัวกัน แต่ที่สุดแล้วเมื่อคณะผู้บริหารพรรคชี้ขาดออกมาอย่างไร ทุกอย่างก็น่าจะจบ ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า คนที่จะมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรต้องมีความเหมาะสมทั้งความอาวุโส ประสบการณ์ทางการเมือง ความสามารถในการทำหน้าที่ในวันข้างหน้า และไม่ควรจะเป็นโควตาของภาคไหน

“ผมคงไม่ชี้ว่าต้องเคยเป็นประธานในสภามาหรือไม่ แต่ต้องมองคน ๆ นั้นว่า จะสามารถทำหน้าที่ประธานได้หรือไม่ มีประสิทธิภาพหรือไม่ ต้องดูหลายเรื่อง ดูประสบการณ์ ความสัมพันธ์กับ ส.ส. ความรู้จักมักคุ้น ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ความเข้าใจในกฎระเบียบกติกาทั้งหลายทั้งปวง จะต้องดูหมด แต่แน่นอนที่สุดทุกคนก็มีคนรักคนชอบ คนนั้นอยากให้คนโน้นเป็นคนนี้เป็นก็พูดกันไป ผมเข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติ อย่าไปคิดว่าทะเลาะกัน เมื่อเขาตัดสินใจอะไรกันออกมาแล้วก็น่าจะจบ”นายชูศักดิ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า ที่จะเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนี้ เพื่อคุมเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นจังหวะเวลาที่พอดี ซึ่งตนยังให้เครดิตกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ตัดสินใจลาออกเพราะไม่อยากให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปยืนกลางศาล เพียงแต่อาจจะมาคล้องจองกับเงื่อนไขเวลานี้พอดี แต่ไม่ใช่เพื่อตั้งคนใหม่มาคุมเกม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาจะต้องเป็นไปตามกฎข้อบังคับการประชุม ซึ่ง ส.ส. และส.ว.มีสิทธิที่จะอภิปราย ต้องว่ากันไปตามครรลอง. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-04 17:37:52




รัฐบาลยืนยันใช้ช่องทางสภาแก้ รธน.

กรุงเทพฯ 4 พ.ค. - ชูศักดิ์ ศิรินิล ระบุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเสนอสภา ต้องผ่านความเห็นชอบของพรรคการเมืองก่อน ยืนยันใช้ช่องทางของสภาแก้ไข เชื่อหากใช้เหตุผลจะไม่มีเหตุรุนแรง ย้ำถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ลำบาก

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาล ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวไทย ถึงกรณีที่หลายฝ่ายประกาศเคลื่อนไหวคัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน ว่า ตนเพียงแค่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วให้พรรคการเมืองไปหารือกัน ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้จัดทำขึ้น เป็นร่างที่เป็นกลางที่สุด เนื่องจากนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นตัวตั้ง และหากอยากจะปรับปรุงแก้ไขเรื่องใดสามารถแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการวิสามัญของสภาได้ และกรรมาธิการฯ อาจจะมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น สามารถทำได้

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 291 บัญญัติให้ ส.ส.และ ส.ว. แก้รัฐธรรมนูญได้ ทางพรรคจึงดำเนินการตามช่องทางที่ให้อำนาจไว้ เชื่อมั่นว่า หากการแก้ไขทำอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช้เกมนอกกติกา หรือตั้งเป้าว่าแก้ไม่ได้ คิดว่าน่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ดังนั้น รัฐบาลจึงได้พยายามอธิบายด้วยเหตุด้วยผลว่า เพราะเหตุใดจึงต้องแก้ไข และถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว จะเกิดผลอย่างไร ซึ่งตนขอย้ำว่าหากไม่แก้ไข ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ยาก

“ผมสังเกตดูคนที่บอกว่าแก้ไม่ได้ เป็นคนที่มีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นคนยกร่างมาบ้าง ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่าง ๆ บ้าง แต่ผมคิดว่า คงไม่มีกระบวนการอะไรรุนแรง ไม่อยากมองว่ากระแสปลุกขึ้นหรือไม่ เราน่าจะมองด้วยเหตุด้วยผล” นายชูศักดิ์ กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายค้านยังมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เป็นการทำเพื่อตัวเอง หนีคดียุบพรรค โดยเฉพาะการกำหนดอายุของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบันให้เหลือเพียง 180 วันนั้น นั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตอนร่างไม่ได้คิดว่า ป.ป.ช. หรือ กกต. เป็นศัตรูหรือคู่อาฆาต แต่หากดูตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งมี ส.ว. แต่งตั้ง ก็ยังให้อยู่ครึ่งวาระ เพราะเมื่อมีกฎหมายใหม่ จะต้องมีกระบวนการในการจัดทำองค์กรขึ้นใหม่ ทั้ง กกต. และ ป.ป.ช. ชุดนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่ได้มาตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ แต่ถูกแต่งตั้งโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แล้วให้ดำรงตำแหน่ง 7 ปี หรือ 9 ปี ดังนั้น ควรต้องมีการสรรหาใหม่ ส่วนองค์กรอื่น เมื่อมาตามกระบวนการตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-04 16:50:41


พ.ต.ท.ทักษิณ แจงแฟนคลับเป็นคนทำธง

สนามบินสุวรรณภูมิ 4 พ.ค.- “พ.ต.ท.ทักษิณ” เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ชี้แจงปัญหาธงชาติไทยที่ปักคำว่า “THAKSIN” แฟนคลับเป็นคนทำ และนำมาติดขณะกำลังแข่งขัน แต่เมื่อเห็น ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปบอก และเอาลงทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว โดยมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย อาทิ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายเนวิน ชิดชอบ และนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาต้อนรับ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่แฟนบอลอังกฤษนำธงชาติไทยปักชื่อ “THAKSIN” ไปติดที่สนามฟุตบอลซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดียม ประเทศอังกฤษ ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อแฟนคลับ เรื่องราวทั้งหมด แฟนคลับที่เป็นชาวอังกฤษ ทำธงดังกล่าวขึ้นมา ด้วยความรักประเทศไทย และความรักสโมสร แต่พอรู้ว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ก็รู้สึกเสียใจ และฝากแสดงความเสียใจมาด้วย เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ที่ทางประเทศอังกฤษไม่ถือ จึงไม่รู้ และทำไปด้วยความปรารถนาดี แต่เมื่อให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้ง แฟนคลับเหล่านั้น ก็เสียใจและเอาธงชาติออกทันที

ต่อข้อถามว่าจะชี้แจงเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คงต้องอธิบายให้ฟัง ต่อข้อถามว่าตอนที่แฟนบอลเอาธงชาติมาติด เห็นหรือไม่ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่บอลกำลังแข่ง และเมื่อให้เจ้าหน้าที่ไปบอกถึงเหตุผล ทางแฟนคลับก็เข้าใจ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-04 16:33:05




ส่อยุบพรรคปชป.หลักฐานวิดีโอมัดรองหัวหน้า‘วิฑูรย์’

“ประชา” เผย กกต.อุบลฯ มีมติแจกใบแดง 2 ส.ส.ประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย “วิฑูรย์ นามบุตร” รองหัวหน้าพรรค ฐานติดสินบนหัวคะแนน คาด กกต.กลางเรียกแจงเร็วๆ นี้ เชื่อ ปชป.โดนยุบพรรคแน่ เย้ย “ชวน”โดนกับตัวเองรู้สึกอย่างไร

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ กกต.จ.อุบลราชธานี ได้ส่งหนังสือถึง กกต.กลาง แจ้งว่ามีมติแจกใบแดงให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 จำนวน 2 คนคือ นายวุฒิชัย นามบุตร นายศุภชัย ศรีหล้า รวมทั้ง นายวิฑูรย์ นามบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ระบบสัดส่วนแล้ว

โดย กกต.จ.อุบลราชธานี ลงมติให้ใบแดง 4 คน งดออกเสียง 1 คน หลังจากได้รับหลักฐานเป็นบันทึกเทปวิดีโอ ที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์พาหัวคะแนนเข้าไปทำทีดูหนังในโรงภาพยนตร์เนวาด้า แล้วก็มีการสัญญาว่าจะให้ รวมทั้งแจกเงิน แจกสิ่งของ อย่างชัดเจน โดย กกต.จ.อุบลราชธานี ส่งเรื่องถึง กกต.กลางเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา และเข้าใจว่า กกต.กลางอยู่ระหว่างเรียก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชี้แจง ทั้งนี้ตนจะนำชาร์ต นำข้อมูลมาเสนอต่อสาธารณะอีกครั้ง

นายประชา กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อมั่นในความเที่ยงธรรมของ กกต. กรณีนี้มีหลักฐานชัดเจนก็น่าจะตัดสินยืนตามความเห็นของ กกต.จังหวัด หวังว่า จะไม่ใช่แค่ใบเหลืองเหมือนที่ จ.เพชรบูรณ์

ก่อนหน้านี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวหาว่า แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง จน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชาชน โต้ตอบว่า นายชวนไม่โดนกับตัวเองจึงไม่รู้สึก อยากถามว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกอย่างไร โดนเหมือนๆ กันแล้ว รองหัวหน้าพรรค กำลังจะถูกใบแดงจะต้องโดนยุบพรรคจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองหรือไม่

ขณะเดียวกันแหล่งข่าวระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพยายามที่จะปรับลดจำนวนกรรมการบริหารพรรค ที่ส่อว่าอาจจะทำไปเพื่อหลบหนีกรณีดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม มติในการปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคจากเดิม 49 คน เหลือ 19 คน จากการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 เมื่อปลายเดือนมีนาคม 2551 ที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการรับรองจาก กกต. ในขณะนี้ นายวิฑูรย์ นามบุตร จึงยังคงเป็นรองหัวหน้าพรรคอยู่



‘เหวง’ซัดกกต.ตะแบงจี้แจงบัตรเกิน44ล.

* ‘ดีเอสไอ’จ่อออกหมายเตือนหากไม่ร่วมมือ
“หมอเหวง” ซัด กกต.ตะแบงหาเหตุไม่ให้ข้อมูลทุจริตพิมพ์บัตรเลือกตั้ง อ้างมั่วดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบ ระบุส่อพิรุธชัดเจน พร้อมจี้ให้เร่งออกมาชี้แจงรายละเอียดพิมพ์บัตรที่เกินจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึง 44 ล้านใบ และต้องยืนยันให้ชัดว่าบัตรยังอยู่ครบเพราะส่อเกี่ยวโยงถึงทุริตเลือกตั้ง ด้าน “ธาริต” สุดทน เปิดแถลงข่าวพร้อมแฉหลักฐาน ชี้ที่ผ่านมา กกต.ไม่เคยให้ความร่วมมือแต่กลับอกมาให้ข่าวสร้างความสับสน ตอกกลับการแยกพิมพ์บัตรตามที่ กกต.อ้าง ยิ่งทำให้น่าสงสัย

หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเล่นแง่ ไม่ให้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีมีผู้ร้องเรียนส่อทุจริตพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยพยายามเบี่ยงเบนประเด็นว่าดีเอสไอ ไม่มีอำนาจในการสอบสวนเรื่อวดังกล่าว และยังระบุว่าเป็นเรื่องมีความพยายามดิสเครดิต กกต. นั้น

ในวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ได้เปิดแถลงข่าวยืนยันอำนาจการนสอบสวน โดยระบุด้วยว่า ภายหลังดีเอสไอเข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตพิมพ์บัตรเลือกตั้ง การพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินเป็นจำนวนมาก และการจัดการเลือกตั้งโดยทุจริต ดีเอสไอได้ขอความร่วมมือจาก กกต.ให้ช่วยจัดส่งเอกสารต่างๆมาให้ดีเอสไอตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าผู้บริหารระดับสูงของ กกต.กลับให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจสอบสวนคดี เพราะวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างในการพิมพ์บัตรเลือกตั้งต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งการให้ข่าวดังกล่าวทำให้สาธารณชนเกิดความสับสน และส่งผลเสียหายต่อการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ จึงจำเป็นต้องแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

นายธาริต กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้ร้องเรียนให้ดีเอสไอตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.หลายเรื่อง ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่า มีพยานหลักฐานเพียงพอให้น่าเชื่อว่ามีการจัดซื้อจัดจ้าง โดยให้โรงพิมพ์ของเอกชนพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ กกต.นั้น เป็นการดำเนินการในคราวเดียว มีการใช้งบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาท แต่ได้มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง แยกทำสัญญาให้วงเงินต่ำกว่า 100 ล้านบาท เป็นผลให้อำนาจการสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นความผิด ดีเอสไอต้องถือเอาวงเงินรวมที่เจตนาจัดซื้อจัดจ้างในคราวเดียวเป็นหลัก ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับการฮั้วประมูลอื่นๆ ที่ดีเอสไอรับผิดชอบอยู่เป็นจำนวนมาก จึงขอยืนยันว่ากรณีการกล่าวหาว่ามีการฮั้วประมูลพิมพ์บัตรเลือกตั้งเป็นคดีพิเศษที่ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนตามพ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ

ทั้งนี้อยากขอความร่วมมือจาก กกต.ให้ยุติการโต้แย้งเรื่องอำนาจหน้าที่ และหันมาร่วมมือกับดีเอสไอ ด้วยการจัดส่งเอกสารหลักฐาน และเข้าให้ข้อมูลตามที่ดีเอสไอร้องขอ เพื่อพิสูจน์ความจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ อย่างไรก็ตาม หาก กกต.ไม่ให้ความร่วมมือตามคำร้องขอของดีเอสไอ ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ออกหมายเตือนให้ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานสอบสวน

“กกต.เป็นองค์กรอิสระและมีเกียรติ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นอิสระจากการตรวจสอบ อยากให้เข้าใจด้วยว่า ดีเอสไอมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบด้านการตรวจสอบ ผมจึงอยากขอร้องให้ผู้ใหญ่ของ กกต.ให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ เพื่อพิสูจน์ความจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ และขอยืนยันอีกครั้งว่าดีเอสไอไม่ได้เป็นเครื่องมือของฝ่ายใดเพื่อการกลั่นแกล้ง”

นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการสอบสวนคดีทุจริตการเลือกตั้งจากการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเป็นจำนวนมากนั้น ดีเอสไอได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องบางส่วนแล้ว เช่น โรงพิมพ์ของเอกชน บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) และพยานบุคคลอีกหลายปาก เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินถูกนำออกไปนอกหน่วยเลือกตั้งได้อย่างไร

นอกจากนี้ในการประชุมร่วมระหว่างพนักงานสอบสวนกับ นายยุวรัตน์ กมลเวชช และนายโคทม อารียา อดีต กกต. ในฐานะที่ปรึกษาคดีพิเศษ ได้ให้คำแนะนำว่า ก่อหน้านี้ กกต.เคยพิมพ์บัตรพอดีกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และพิมพ์เกินเล็กน้อย กรณีที่การพิมพ์บัตรเกินจำนวนมากควรรับฟังเหตุผลของ กกต.ชุดปัจจุบันว่า มีเจตนา เหตุผลอย่างไร โดยพยานแวดล้อมจะมีความสำคัญมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รองอธิบดีดีเอสไอได้นำประกาศสำนักงาน กกต. เรื่องการประกวดราคาจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2550 ซึ่งลงนามโดย นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. มาประกอบการแถลงข่าวด้วย โดยเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารชิ้นหนึ่งที่ดีเอสไอขอให้ กกต.จัดส่งมาให้ตรวจสอบ แต่ กกต.ไม่ยินยอมส่งเอกสารตามคำร้องขอ

ซึ่งเนื้อหาของประกาศดังกล่าวระบุว่า กกต. มีความประสงค์จะประกวดราคาพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 4 รายการ ได้แก่ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต จำนวน 50,270,000 ฉบับ บัตรเลือกตั้งแบบสัดส่วน จำนวน 55,170,000 ฉบับ ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งจำนวน 5 ล้านฉบับ และบัตรทาบบัตรเลือกตั้งสำหรับผู้พิการทางสายตา จำนวน 177,000 แผ่น รวมวงเงินทั้งสิ้น 130,736,000 บาท

ต่อมา นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขต 8 พรรคพลังประชาชน ได้เข้าพบรองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตรวจสอบการทำงานของ กกต. กรณีที่นายวัฒนาเข้าร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา เนื่องจากพบหลักฐานการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งของผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ การติดป้ายหาเสียงก่อน กกต.ประกาศพื้นที่สำหรับติดป้ายหาเสียง การติดป้ายหาเสียงในหมู่บ้านจัดสรรซึ่งเป็นสถานที่ของเอกชน และการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์มีเนื้อหาใส่ความไม่ให้ประชาชนลงคะแนนเลือกผู้สมัครพรรคพลังประชาชน ซึ่งขณะนี้เวลาผ่านมานาน 4 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งที่กฎหมายเลือกตั้งเป็นกฎหมายพิเศษ ซึ่งจะต้องตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเร่งด่วน

ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย ที่เคยยื่นหนังสือต่อ กกต. ให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว ได้กล่าวถึงกรณีที่ กกต. ให้ฝ่ายกฏหมายตรวจสอบอำนาจของดีเอสไอ ในการสอบสวนเรื่องการจัดจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ว่าประการแรกเรื่องนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่า กกต.มีสิ่งอะไรเป็นพิรุธหรือไม่ ซึ่งถ้า กกต.บริสุทธิ์ใจจริง ก็ไม่ควรที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานอื่น

ส่วนประการที่สอง ส่วนตัวจากที่ได้มีการพิจารณาจากกฎหมายแล้ว ดีเอสไอมีอำนาจที่พิจารณาตรวจสอบเรื่องนี้ได้ ฉะนั้นการที่ กกต.ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่สุจริตใจ คือหากว่าเรื่องนี้ กกต.ไม่เกี่ยวข้องก็ไม่ควรที่จะมาแสดงพฤติกรรมที่เกรงกลัวการตรวจสอบ

ในเมื่อ กกต.เคยทำหน้าที่ตรวจสอบพรรคการเมือง ตรวจสอบ ส.ส.มาเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่มีผู้มาร้องเรียนขอตรวจสอบ กกต.บ้างกลับออกมาโวยวายแบบนี้มันแปลก ทำให้ทุกฝ่ายคิดว่ามีเจตนาอะไรซ่อนเร้นหรือเปล่า

นพ.เหวง กล่าวต่ออีกว่า เรื่องที่หลายฝ่ายคลางแคลงใจอีกเรื่องคือ อยากจะท้วงถามถึงเรื่องบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เหลืออีก 44 ล้านใบ จากการคำนวณการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง คือ 55 บวก 53 เป็นตัวเลขที่ต้องพิมพ์บัตร 108 ล้านใบ แต่มีการใช้ไป 64 ล้านใบ ยังเหลืออีก 44 ล้านใบ

ฉนั้น กกต.ควรจะนำเอาบัตรที่เหลือออกมาแสดงให้สาธารณะชนได้ทราบ ซึ่งม่ควรปล่อยให้เนินนานขนาดนี้ เพราะห่างจากวันเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 เดือนกว่าแล้ว ตรงนี้ถึงคราวที่จะนำมาแก้ข้อกล่าวหาว่าบัตรเลือกตั้งที่เหลือยังอยู่ครบถ้วน แต่ถ้ามีอยู่ไม่ครบ 44 ล้านใบต้องแถลงให้ชัดเจนว่าหายไปไหนเอาไปทำอะไร ซึ่ง กกต.ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง ถ้าตอบไม่เรื่องไม่ได้ก็จะก่อให้เกิดความน่าสงสัยว่า กกต.ทำอะไรบัตรเลือกตั้งที่เหลือ

ในส่วนของเรื่องการพิมพ์เลือกตั้งล่วงหน้า ที่มีการพิมพ์มากเกินความจำเป็น ก็เป็นข้อสัเกตอีกอย่างว่าทำไมต้องพิมพ์มากขนาดนั้น ซึ่งตนยังมีข้องกังขาอยู่อีกมากถึงแม้ว่า กกต.ได้ออกมาชี้แจงให้ทราบแล้ว ซึ่ง ดร.โคทม อารียา และ นายยุวรัตน์ กมลเวชช อดีต กกต. ก็ยังออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า โดยทั่วไปนั้นจะมีการพิมพ์แค่พอดีจำนวน

แต่ถ้าหากว่าจะมีส่วนที่เกินก็จะมีเพียงแค่ 5% เท่านั้น แต่หากลองคำนวณดู เอาจำนวนประชากรผู้มีสิทธิ 45 ล้านคน และมีการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 53 ล้านใบ ซึ่งจะเกินมาตั้ง 8 ล้านใบ คิดเป็น 10% ซึ่งมันเกินความจำเป็น เรื่องนี้ถึงมีการอธิบายมาก็คงฟังไม่ขึ้น

หรือหากว่านับการพิมพ์บัตร ส.ส.สัดส่วน 53 ล้านใบ พิมพ์เกิน 10 ล้านใบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็อยู่ที่ 15 % เรื่องนี้มันแย้งกับที่ดร.โคทมและนายยุวรัตน์กล่าวไว้ แลัวทำไมทั้ง 2 ท่านถึงทำได้

แต่ถ้าหากจะอ้างว่า มีการเลือกตั้งล่วงหน้า เลือกตั้งในเขตและนอกเขตหรือจะที่เป็นเลือกตั้งต่างประเทศจำนวนจริงก็ประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้น แต่กลับมีการพิมพ์เพิ่มมาตั้ง 8 ล้านใบ

เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาคงต้องทำให้หลายฝ่ายเข้าใจด้วย

ส่วนเรื่องที่ด้าน กกต.มีการแบ่งให้มีการจัดจ้างสถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งออกเป็นหลายแห่ง เรื่องนี้อาจพอฟังได้ถ้ามองในแง่ที่ว่าต้องการความรวดเร็วในการพิมพ์ แต่ถ้าหากว่ามีการบริหารจัดการดีๆ ก็สามารถมีการพิมพ์ให้เสร็จได้ภายในสถานที่พิมพ์แห่งเดียว เพราะฉะนั้นการไปแยกออกไปพิมพ์ในหลายส่วนทำให้ดูแล้วเกิดข้อพิรุธได้ จากที่มีการอธิบายจาก กกต.มาว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ว่าโดยดูจากประสิทธิภาพของโรงพิมพ์แล้วเชื่อได้ว่าน่าจะสามารถทำให้เสร็จได้ภายในที่แห่งเดียว

นพ.เหวง กล่าวงด้วยว่า อยากเรียกร้องให้ กกต.ออกมาชี้แจงเรื่องบัตรเลือกตั้งที่มีการพิมพ์เหลือ 44 ล้านใบว่าอยู่ที่ไหนและอยากให้นำออกมาเพื่อแก้ข้อกังขาเพื่อให้เกิดความสบายใจของทุกฝ่าย ซึ่งถ้าหากว่าไม่สามารถชี้แจงเรื่องนี้ได้ ก็คงอาจเกิดคำถามต่อว่าบัตรเลือกตั้งที่เหลือหายไปไหน และนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับใครบ้างหรือเปล่า
อีกทั้งอยากเรียกร้องให้ทาง กกต. ให้อำนวยความสะดวกกับทาง DSI ไม่ใช่ว่าจะมาตั้งป้อมทะเลาะเบาะแว้งผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ ตรงนี้มันส่อให้เห็นว่ามีอะไรที่ปกปิดอยู่



หมอชี้"หมัก" สุขภาพจิตมีปัญหา

"ชาญวิทย์" มือใบปลิวโจมตี "ป๋า" แถลงเปิดตัว รับใบปลิวที่เมืองนนท์ ทำเองแจกเองเผยมีหนังสือโจมตีพล.อ.เปรม อีก 5 เล่ม บอกทั้งเอกสาร-หนังสือ อ่านแล้วเห็นว่าประเทศเดือดร้อนจากผู้ครองอำนาจจึงนำออกเผยแพร่ เจ็บปวด "ชวน-เทพไท" โยง "จาตุรนต์" มีเอี่ยว ยอมรับรู้จักแต่ไม่เคยร่วมงานการเมือง "เทพไท" โต้รู้แล้วไม่ใช่ตัวการใหญ่ เปิดชื่อเพื่อเป็นจิ๊กซอว์สาวถึงกระ บวนการ ปูดแหล่งทำใบปลิว ตึกแถวบนถนนเอกชัย เขตบางบอน 3 สมาคมข่าวจัดอภิปราย "วิวาทกรรม สมัครกับสื่อ" จิตแพทย์ระบุนายกฯสมัคร มีปัญหาด้านสุขภาพจิต เปิดผลวิจัยคำพูด-นายกฯ ข่มขู่ เบี่ยงเบน ตีรวน ชวนทะเลาะ ไม่สร้างเสริมประชาธิปไตย "เหลิม" ออกตัวนายกฯเสียงดังใจดี ชาติไทยยังไม่เห็นด้วยม.309 "กัญจนา" กรี๊ดใส่ปชป. ซื้อเสียงโยงยุบพรรค เรื่องไก่เห็นตีนงู แต่ไม่ถูกไฟส่อง



"ชาญวิทย์"มือใบปลิวถล่ม"ป๋า"เปิดตัว


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่อนุสรณ์สถานฯ นายชาญวิทย์ จริยานุกูล เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีนายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุนายชาญวิทย์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังและจัดทำเอกสารโจมตีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายชาญวิทย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงทั้งหมด แต่มีความจริงบางส่วน หนังสือก้อนกรวดในรองพระบาทตนทราบจากข่าวที่หนังสือ พิมพ์นำมาลง ตนพยายามตรวจสอบก็พบว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) นำมาติดไว้ที่บอร์ดทุกวันเสาร์ แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดทำ

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า การแจกใบปลิวที่ท่าน้ำจังหวัดนนทบุรี ยอมรับว่าตนเป็นผู้ดำเนินการจริง และเรื่องดังกล่าวทำให้ตนถูกจับกุมคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล สำหรับสมุดปกม่วงเป็นคำแถลงการณ์ของกลุ่มฅนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ที่เรียกร้องให้พล.อ.เปรม ลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีและประธานองคมนตรี ตนก็ยอมรับว่าได้นำสมุดปกม่วงไปเผยแพร่จำนวนหนึ่ง ด้วยเหตุผลต้องการให้ประชาชนแสดงเจต จำนงเกี่ยวกับการทำรัฐประหาร และฉีกรัฐธรรม นูญล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

"ใบปลิวที่จังหวัดนนท์ผมเป็นคนทำและนำไปแจก ส่วนสมุกปกม่วงผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำแต่ผมได้นำไปแจกตามสถานที่ต่างๆ ตามแต่ละโอกาส อีกทั้งผมกับกลุ่มนปก. ได้นำสมุดปกม่วงดังกล่าวนี้ไปยื่นให้กับคมช.ด้วย" นายชาญวิทย์กล่าว



เปิดชื่อหนังสือวิจารณ์พล.อ.เปรม

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ส่วนซีดีเพลงที่นายเทพไท อ้างว่าเป็นการโจมตีพล.อ.เปรม ตนยืนยันว่าไม่เคยได้ฟังมาก่อน ก็เมื่อมาทราบว่ามีวีซีดีเพลงในลักษณะดังกล่าวก็พยายามตรวจสอบ พบว่ามีการแปลงเพลงหมีแพนด้าเป็น 2 เพลง โดย 2 เพลงนี้เคยมีการนำมาเปิดทุกวันเสาร์ในการชุมนุมของ นปก. ที่ท้องสนามหลวง

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า เอกสารทั้งหลายที่ตนเห็นและปรากฏในที่ชุมนุมต่อต้านคมช. นอกจากใบปลิวและซีดีเพลงแล้ว มีหนังสืออีกจำนวน 5 เล่ม คือ 1. พล.อ.เปรมก้อนกรวดในรองพระบาท ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์กลุ่มฅนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จ การ กล่าวหาพล.อ.เปรม เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการ เมืองโดยมีทั้งพยานเอกสาร บุคคลและพยานแวดล้อม รวมถึงข้อสงสัยว่าร่วมในการก่อรัฐ ประหาร และเรียกร้องให้รวบรวมพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเสนอต่อสาธารณะ 2. ตีเสมอเจ้า สมุดภาพเกี่ยวกับพล.อ.เปรม เนื้อหาส่วนหนึ่งอ้างถึงคอลัมน์ซอยสวนพลู ที่พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปรา โมช อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนวิจารณ์ไว้ในหนัง สือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ประจำวันที่ 7 มี.ค. 30

3. เปรมไม่ใช่ฟ้า ป๋าก็แค่คน ผู้มีบารมีนอกรัฐ ธรรมนูญ ผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย. พาชาติลงคลอง ข้อเขียนของนายอาคม ซิดนีย์ หลานของพล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา ผู้นำรัฐประหารในอดีต ซึ่งเป็นบทความจากเว็บออสเตรเลีย 4. สมุดปกม่วง คำแถลงการณ์ของกลุ่มฅนวันเสาร์ฯ เรียกร้องให้พล.อ.เปรม ลาออก และ 5. เปิดหน้ากากผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ความจริงวิกฤติการเมือง โดยนายวิจัย ใจภักดี มีเนื้อหา
เกี่ยวกับระบอบอมาตยาธิปไตยครอบงำประชาธิปไตย

อ่านรายละเอียดต่อ ข่าวสด