WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, May 5, 2008

เจอเกมนี้ กกต.อึดอัด!

ผิดฟอร์ม ไม่คึกคักอย่างที่คาดการณ์กันไว้ กับการตัดริบบิ้นเปิดตัวมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย

แน่นอนเหตุผลหนึ่งก็เพราะพระเอกอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขี้เกียจเจอกับคำถามร้อนๆ กรณีปรากฏภาพธงชาติไทยเขียนตัวอักษร “THAKSIN” ไปกางหราอยู่บนอัฒจันทร์เชียร์ของสนามซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์ สเตเดียม ประเทศอังกฤษ

เลื่อนตั๋วกลับเมืองไทยกะทันหัน ไม่ทันมาร่วมงานตามที่กำหนดโปรแกรมไว้

เท่าที่ไล่เรียงดูหน้าตาก็เลยมีแค่ตัวประกอบฉากไม่โดดเด่นอะไร อีกทั้งสังเกตว่า รายการนี้อดีตแกนนำไทยรักไทยระดับบิ๊กเนมที่กระจัดกระจายไปอยู่ค่ายอื่น ทั้งนายพินิจ จารุสมบัติ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ นายสนธยา คุณปลื้ม ฯลฯ

ไม่ปรากฏโฉมแต่อย่างใด

นั่นก็เพราะบรรดาเซียนเลือกตั้งประเมินตรงกันว่า สถานการณ์ยังไม่เหมาะแทงหวย

พลาดพลั้งไปจากแค่โทษดองเค็ม 5 ปี อาจจะไม่มีเวทีให้เล่นกันเลย

ประกอบกับนาทีนี้บรรดาบิ๊กเนมทั้งหลายก็เพิ่งจะตั้งหลักกันได้ หลังจากถอยร่นไม่เป็นขบวนกับผลการเลือกตั้งสนามใหญ่ เจอสงคราม “ทักษิณ” ถล่มราบเป็นหน้ากลอง

เสียดินแดนยึดครองไปตามๆกัน

แต่จากผลการเลือกตั้งเวทีท้องถิ่นที่ผ่านมาหยกๆ ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดชลบุรีที่ตระกูลคุณปลื้มกลับมายึดเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เช่นเดียวกับที่จังหวัดอุบลราชธานีเครือข่ายของ “ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ” ก็เบียดชนะทีมของพรรคพลังประชาชนที่แท็กทีมกับทีม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์แบบขาดลอย และที่จังหวัดหนองคายสายตรงของนายพินิจ จารุสมบัติ ก็เบียดเข้าป้าย

พิสูจน์บารมียังเชื่อขนมกินได้

หมดกระแสเมื่อไหร่ กลับไปลุยกันในสนามถนัดของแต่ละคน เหล่าขุนศึกอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยยังคงเป็นตัวยืนแชมป์ที่โค่นยาก

และนี่คือเหตุผลที่ “ทักษิณ” ต้องตั้งมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ขึ้นมาเป็นค่ายระดมพล

ล็อกขุนศึกไว้เป็นแนวร่วม

แต่เมื่อแผนระดมเซียนเลือกตั้งเข้ามาปักหลักในมูลนิธิ 111 ไทยรักไทยยังไม่เป็นไปตามเป้า เหล่าขุนศึกแตกค่ายยังประคองเกมรอดูสถานการณ์

ไม่แทงหวยเต็ง

ก็ต้องจับตากระบวนท่าต่อไปของ “ทักษิณ” จะพลิกเกม ปูทางกลับมาลงสนามอย่างไรให้เนียนๆ

แต่ที่เล่นกันแบบไม่เนียน ปูทางให้ล่อกันเห็นๆเลย

เริ่มตั้งแต่คนของพรรคพลังประชาชนออกมาปูดข้อมูลร้อนๆ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดอุบลราชธานี ได้ลงมติแจกใบแดงให้กับทีมของนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.ระบบสัดส่วน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดียวกับ กกต.กทม.ก็ชงใบแดงให้คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ส.ส.กทม. กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

เปิดเกมดักคอ กกต.ชุดใหญ่

ไม่ให้เกิดรายการสองมาตรฐาน

และก็เป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รีบออกมาดักทางกระบวนการกดดันให้ กกต.แจกใบแดงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

ลากเข้าเงื่อนไขคดียุบพรรค

โยงกันไปถึงขั้นที่ว่าเป็นเกมต่อรองของขั้วอำนาจเก่า หวังล็อกพรรคประชาธิปัตย์ให้เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญหนีคดียุบพรรค

รับมุกจากที่ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกมาโวยใส่พรรคประชาธิปัตย์ที่ขวางลำแก้รัฐธรรมนูญเพื่อหนีคดียุบพรรค

ไม่โดนบ้างไม่รู้สึก

พลังประชาชนกับประชาธิปัตย์ ต่างฝ่ายต่างเปิดเกมดักคอ ดักทาง

แต่ที่อึดอัดกลายเป็น 5 เสือ กกต.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน


หนังหน้าไฟ

มือวางอันดับที่หนึ่งที่จะนั่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่แทน "ยงยุทธ ติยะไพรัช" ที่ชิงจังหวะ ลาออกไปใครคือเขา? เขาคือใคร? ภายใน 48 ชั่วโมงจากนี้จะมีคำตอบ ชัดเจน!!

ถ้าดูจากรายชื่อผู้เข้าประกวดชายงามที่ เปิดออกมาแล้ว 4-5 ราย แต่ละรายก็มีจุดเด่นจุดด้อย ไม่เหมือนกัน

แต่ที่แน่ๆ “เขาคนนี้” จะต้องรับบทหนัก ที่สุดในการคุมเกมแก้รัฐธรรมนูญที่มีอนาคต รัฐบาลเป็นเดิมพัน

เป็นเกมมหาโหดที่ไม่มีใครยอมใคร

เรียกว่าใหญ่ปะทะใหญ่ แรงปะทะแรง แข็งปะทะแข็ง ยิ่งกว่า“เฉินหลง” ปะทะ “เจ็ท ลี”

“แม่ลูกจันทร์” ไม่กล้าคาดเดาว่าศึก แก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะจบอย่างไร??

แต่ดูแนวโน้มแล้วน่าจะดุเดือดเลือด ท่วมจอ

ฉะนั้น ใครที่ได้นั่งเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติคนใหม่ ต้องถือว่าเป็นทุกขลาภอย่างแรง!!

แต่ก็แปลกที่ยังมีผู้ประสงค์นั่งเก้าอี้ ตัวนี้กันหลายคน

คนที่เหมาะสมมากที่สุดที่มีเหลืออยู่ใน ปัจจุบันคือ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” รมว.ยุติธรรม

แต่แกก็ปฏิเสธเด็ดขาด ไม่ยอมข้ามห้วย กลับไปเป็นประธานสภาฯ

เพราะรู้ว่าเกมหนักอย่างนี้มีแต่ เปลืองตัว

สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รมว.ศึกษาฯ ถึงจะ เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง แต่พรรษาการ เมือง และประสบการณ์งานสภาฯยังน้อยมาก

ถือว่ายังไม่เข้ามาตรฐานไอเอสโอ

สรุปว่า...ประธานสภาฯคนใหม่ที่จะเป็น หนังหน้าไฟคุมเกมแก้รัฐธรรมนูญคงต้องเลือกจาก ส.ส.พรรคพลังประชาชนที่มีอยู่ใน ปัจจุบัน

แต่จะหาคนที่มีคุณสมบัติตรงตามสเปกก็ยากจริงๆ

ในมุมมองของ “แม่ลูกจันทร์” มีตัวเลือกอยู่ไม่กี่คน

ตัวเลือกแรก คือ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เจ้าของฉายา “ขุนค้อน” “สมศักดิ์ เกียรติ- สุรนนท์”

เพราะ “สมศักดิ์” เป็น ส.ส.อาวุโส เคยเป็นรองประธานสภาฯมา 2 ครั้ง ผลงานที่ผ่านมาถือว่า “โอเค”

ข้อดีของ “สมศักดิ์” คือเป็นคนอ่อนนอกแข็งใน เล่นได้ทั้งบทบู๊และบทบุ๋น แบบทูอินวัน

สำหรับตัวเลือกที่ 2 คือ “ปู่ชัย ชิดชอบ” ประธานวิปรัฐบาล ที่มีอาวุโสพรรษาการเมืองสูง ที่สุดในสภาฯ

จุดแข็งของ “ปู่ชัย” คือเก๋าเกม ไม่ว่า ฝ่ายค้านจะเล่นไม้ไหน “ปู่ชัย” จะดักทาง ได้ทัน

แต่จุดอ่อนของปู่คือ...อายุมากเกินไป

ถ้าต้องควบคุมเกมใหญ่ๆ อาจยืนระยะไม่ได้ยาว??

สรุปว่าถ้าเลือกระหว่าง 2 คนแรก “แม่ลูกจันทร์” ทิ้งน้ำหนักให้ “ขุนค้อน” เหมาะกว่า “ปู่ชัย”

แต่ก็ยังมีตัวเลือกอื่นที่น่าสนใจอีก 6 คน

รองประธานคนที่ 2 พันเอก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ก็ฟอร์มไม่เลว

ถ้าจะเอาแบบเสี่ยสั่งลุย ก็ต้อง “ศรีเมือง เจริญศิริ” อดีต ส.ว.คนดัง

ถ้าจะเอาคนที่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญมาคุมเกม ก็ต้อง “สุขุมพงศ์ โง่นคำ” มือกฎหมายที่ยกร่าง พิมพ์เขียวแก้รัฐธรรมนูญมากับมือ

ถ้าชอบแนวประนีประนอม มีความยืดหยุ่น ในการคุมเกม ก็ต้อง “พีรพันธุ์ พาลุสุข” ส.ส. นักกฎหมายผู้ที่ยึดแนวทางสายกลาง

ถ้าจะให้ฮือฮา...“มหากุเทพ ใสกระจ่าง” ก็ไม่ขี้ริ้วเหมือนกัน

แต่ถ้าจะให้ตื่นเต้น

ต้อง “ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ” นี่แหละใช่เลย.

แม่ลูกจันทร์


ตอเรสยิงประตูชัยลิเวอร์พูลเอาชนะแมนฯซิตี้ 1-0

ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2007/08 คืนนี้ (4 พ.ค.) เป็นโปรแกรมซุปเปอร์ซันเดย์ คู่ที่สอง หงส์แดงลิเวอร์พูล เปิดสังเวียนแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ เรือใบสีฟ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งกำลังมีข่าวจะปลด สเวน โกรัน อีริกสัน พ้นจากตำแหน่งกุนซือหลังจบฤดูกาลนี้

เกมนี้ หงส์แดงมาในชุดแข่งสำหรับฤดูกาล 2008/2009 15 นาทีผ่านไป เจ้าถิ่นมีโอกาสบุกมากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ ยังลุ้นทำประตูไม่ได้ จากนั้นมามีจังหวะที่ สตีเวน เจอร์ราด ยิงได้ลุ้น แต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสา เกือบเป็นประตูขึ้นนำให้เจ้าถิ่น และเจอร์ราดคนเดิม ก็ได้ยิงในระยะ 16 หลา ปั่นโค้ง โจ ฮาร์ท ปัดทิ้งออกไป ลิเวอร์พูล มาได้ลูกแตะมุม เดิร์กเคาท์โหม่งแบบไม่ได้ลุ้น หมดครึ่งเวลา ลิเวอร์พูลเจาะแนวรับของแมนฯซิตี้ไม่ได้ เสมอกันไป 0-0

เกมในครึ่งหลัง รูปเกมเจ้าถิ่นลิเวอร์พูล เล่นดีกว่า จนกระทั่งผู้เล่นกองหลังของ แมนฯ ซิตี้ จ่ายพลาด บอลไปติดเดิร์กเคาท์ และบอลกระดอนมาเข้าทาง เฟอร์นานโด ตอเรส หลุดเข้ากรอบเขตโทษ ตอเรส ยิงลอดขาโจ ฮาร์ท บอลพุ่งเสียบเสา ทำให้ลิเวอร์พูล ออกนำ แมนฯซิตี้ ไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 58 จากนั้นลิเวอร์พูลมาเป็นชุดใหญ่ เกือบได้ประตูทิ้งห่างอีกหลายครั้ง

นาทีที่ 80 แมนฯซิตี้ ได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา เบนจานี ซัดเต็มๆ บอลตรงกรอบ จบ 90 นาที ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนฯซิตี้ 1-0 เก็บ 3 แต้มได้ เป็นอันดับ 4 มี 73 คะแนน ส่วนแมนฯซิตี้ อยู่อันดับที่ 9 มี 55 คะแนน



พิษน้ำตาล “สมัคร” แช่งคอลัมนิสต์

เมื่อเวลา 08.30 น. วันเดียวกัน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวผ่านรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ตอนหนึ่งถึงกรณีที่คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์การขึ้นราคาน้ำตาลของรัฐบาล โดยระบุว่านายสมัครรับเงินจากการขึ้นราคาน้ำตาล 500 ล้านบาทว่า มีการว่ากล่าวว่ามีส่วนได้เสีย หาว่าเป็นคนไม่เต็มบาท เพราะเกิดรู้ดีว่าการขึ้นราคาต้องขึ้นตอนเข้าโรงหีบ ขึ้นตามฤดูการผลิตอ้อย แต่มาขึ้นตอนน้ำตาลตกอยู่ในมือพ่อค้า กำไรก็จะอยู่ในมือพ่อค้า สมองเกินบาท หากินกับพ่อค้าน้ำตาล ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย เพราะน้ำตาลจะอยู่ที่โรงงาน คุมโดยโรงงาน เมื่อขายกำไรจะอยู่ที่โรงงาน และโรงงานต้องนำเงินไปใช้หนี้เงินกู้ 17,000 ล้านบาท หนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่ารายการนี้ล่อไป 500 ล้าน ตำหนิว่าหากินกับน้ำตาล ใครจะว่าอย่างไรก็สุดแล้วแต่ บอกได้ เลยว่าถ้าหากหากินกับน้ำตาล ไปยุ่งเกี่ยวได้มาสักบาทเดียว ต้องให้มีอันเป็นบรรลัยวายวอดทั้งวงศ์ตระกูล อย่าได้มีความเจริญในบ้านเมืองนี้อีกต่อไปเลย แต่ถ้าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่ได้ไปแตะต้องสักบาทเดียว ทำเพื่อบ้านเมืองเพื่อคนที่ปลูกอ้อย ก็ขอให้คนเขียนคอลัมน์มีอันเป็นไป ขอให้บรรลัยวายวอดกันทันตาเห็นไปเลย

โต้ “ธีรยุทธ” ทำขนมเบื้องด้วยปาก

“ผมทำให้ไม่ได้ทำเอา ถ้าไม่ตัดสินใจตอนนี้จะไปทำตอนไหน ผมไม่นั่งรอเพราะรู้ว่าวงจรเขาควบคุมถึงไม่ว่าจะขึ้นราคาเวลาไหน เงินจะอยู่ที่โรงงานน้ำตาลที่คุมสต๊อกกันอยู่ ถ้ารอถึงฤดูหีบอ้อยในเดือน พ.ย. นายกฯอาจจะไม่ได้ชื่อนายสมัครก็ได้” นายสมัครกล่าวและว่า กรณีที่นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนั้น ไม่กล้าว่านายธีรยุทธเป็นโรคจิตหรืออะไร แต่จะพูดแบบสำนวนไทยสบายๆธรรมดา คือคนที่พูดจาว่ากล่าวเขาข้างเดียวอย่างนี้ สำนวนโบราณเขาเรียกว่า เป็นคนประเภทละเลงขนมเบื้องด้วยปาก ไปดูที่หน้าวัดมหรรณพฯก็ได้ ลองไปยืนจะเห็นว่าไม่เห็นจะยากเย็นเลย แต่แม่ค้าที่ทำเขาละเลงมาตลอดครึ่งค่อนชีวิต ถึงมีสำนวนไทยที่ไอ้คนสักแต่พูดๆอย่างนั้น เขาเรียกว่าละเลงขนมด้วยปาก นายธีรยุทธก็ประเภทนี้ ส่วนบรรดาสื่อสารมวลชนที่วิจารณ์กันเอิกเกริกกันใหญ่ ขอประทาน โทษ ไม่ลงไปเล่นด้วยหรอก เชิญกันตามสบายเถอะ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีความเก่งกาจ เป็นนายกฯคนแรกที่แสดงความเก่งกาจ เล่นเอาวงการสื่อสารมวลชนต้องทำกิจกรรมอะไรต่างๆเอาไปโขกไปว่ากล่าวเสียหาย ว่าคนพวกนี้ไม่ย้อนดูตัวเอง

ยันไม่มียุบ “สนทนาประสาสมัคร”

นายสมัครกล่าวต่อว่า มาเป็นนายกฯ 3 เดือน คนพวกนี้เขียนดุด่าว่ากล่าว กระทบกระแทกแดกดันเท่าไหร่ มีการออกเสื้อสีขาวติดเสื้อสีขาว ติดป้ายยืนเกาะรั้วทำเนียบรัฐบาล ถ่ายรูปเหมือนกับเข้าทำเนียบฯไม่ได้ บอกว่าคุกคามสื่อเท่ากับคุกคามประชาชน และกล่าวหาเลยว่าไม่เคยมียุคไหนเลยที่นายกฯ และรัฐบาลคุกคามสื่อได้ ขนาดนี้ ทำไมปากคนปากเดียวถึงเก่งได้ขนาดนี้ ทำให้ วงการสื่อสารมวลชนตื่นเต้นกันขนาดนี้ การคุกคามนั้นต้องสั่งปิด นสพ.ตำรวจจับเอาไปขังโดยไม่มีเหตุผล สั่งไม่ให้เขียนบทความ แต่ตอบคำถามตามแบบของตนเท่านั้นเป็นเรื่อง ชุมนุมกันฟังดูแล้วน่าขำ เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ไม่เคยคิดเลยว่าไอ้คนธรรมดาคนหนึ่ง วันหนึ่งมาเป็นนายกฯก็พูดจาอย่างเคยเป็น คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ก็ไม่เห็นว่าจะเสียหาย ออกข่าวไปทั่วโลกคุกคามสื่อ ก็นั่งดูและประกาศยุติการพูดเอง คิดว่าไม่พูดก็ไม่มีเรื่องยิ่งดีใหญ่ ต่างคนต่างอยู่ ก็มีรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ใครจะกระแนะกระแหนอย่างไรรายการนี้ก็ไม่เลิก คนทั้งบ้านทั้งเมืองอยากฟัง ใครไม่อยากฟังก็ไปอยู่ที่อื่นก็ไม่ต้องฟัง เพราะต้องพูดให้ราษฎรเข้าใจเรื่องต่างๆ

อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ


Sunday, May 4, 2008

เด็ก ปชป.โต้ข้อหาหนุนปฏิวัติ-เล็งเอาผิดคนพูด

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าววันนี้ (4 พ.ค.) กรณีที่ นายชาญวิทย์ จริยานุกูล กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนให้เกิดการปฏิวัติ ว่า พรรคฯ มีจุดยืนชัดเจนว่า สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่เคยสนับสนุนการปฏิวัติทั้งในอดีตและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มเห็นด้วยกับรัฐบาล หรือ คัดค้านรัฐบาล

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์พยายามจับมือกับทุกฝ่ายเพื่อไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเห็นว่า รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ แต่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องเพื่อหนีคดียุบพรรคและเลี่ยงคดีทุจริต

นายองอาจ กล่าวถึงคำแถลงของนายชาญวิทย์ ว่า ขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองตรวจสอบว่า เป็นการสร้างความแตกแยกให้ กับสังคมหรือไม่ เพราะมีหลายตอนหมิ่นเหม่จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง นอกจากนี้ พรรคฯ จะพิจารณาดูว่า คำแถลงดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ ที่หากเข้าข่ายหมิ่นประมาทจะใช้ขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของพรรคฯ และไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป


เลขาฯ ครป. เผย กลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เผย ธงชาติไทยที่มีชื่อ พันตำรวจโททักษิณ สามารถเอาผิดได้ พร้อมระบุ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเตรียมชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ในฐานะผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่แฟนฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขียนชื่อพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงบนธงชาติไทย ว่า หากเปรียบเทียบระหว่างภาพดังกล่าวกับภาพธงชาติของกลุ่มพันธมิตรฯ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะธงในกรณีของ พันตำรวจโททักษิณ เป็นธงชาติหรือธงไตรรงค์ ที่มีขนาดสัดส่วน เท่ากับธงไตรรงค์ของจริง สามารถดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.ธง พ.ศ. 2522 ได้อย่างชัดเจน และการที่มี สส.ของพรรคพลังประชาชนออกมาปกป้อง ตนเองเห็นว่ากลับจะยิ่งทำให้ พันตำรวจโททักษิณ แย่ลง
เลขาธิการ ครป. ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ต้องการให้รัฐบาลนี้แก้รัฐธรรมนูญใหม่ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม ว่า จุดยืนของพันธมิตรฯ ยังคงยืนยันคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้เตรียมพร้อมที่จะชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของ การที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ และสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องเสรีภาพของสื่อสารมวลชน ตนเองเห็นว่าเป็นบทบาทสำคัญที่สื่อมวลชนควรร่วมกันตระหนักว่า เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพของประชาชนที่ผู้ใดไม่สามารถคุกคามได้


กรุงเทพโพลล์ เผย ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพในช่วงการทำงาน 3 เดือนแรกของรัฐบาล

กรุงเทพโพลล์ เผย ผลสำรวจความคิดเห็นต่อผลงาน 3 เดือนของรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช พบ ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพ
ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ประเมินผลงาน 3 เดือนรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,228 คน เมื่อวันที่ 25-29 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า รัฐมนตรีที่ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่มากที่สุด จากคะแนนเต็ม 10 ได้แก่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ 4.96 คะแนน รองลงมาคือ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ 4.93 คะแนน และ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ 4.91 คะแนน โดยกระทรวงที่มีผลงานเด่นชัดที่สุด ร้อยละ 14.3 ระบุ กระทรวงพาณิชย์
เมื่อถามถึงข้อดีของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ประชาชนชอบมากที่สุด ปรากฏว่า ร้อยละ 38.9 ระบุ เป็นคนตรงไปตรงมา กล้าพูด อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงข้อเสียของนายกรัฐมนตรี ที่ควรปรับปรุงแก้ไขมากที่สุด ร้อยละ 59.9 ระบุ พูดขวานผ่าซาก ที่น่าสนใจคือเมื่อสอบถามเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการทำงานของรัฐบาลในเรื่องต่างๆ พบว่าประชาชนร้อยละ 77.7 ระบุ ไม่พอใจการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาค่าครองชีพ รองลงมาร้อยละ 75.2 ระบุ การแก้ปัญหาความสงบในภาคใต้ และร้อยละ 71.8 ระบุ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ขณะที่เรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนมากที่สุด ร้อยละ 69.5 ระบุ ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพและราคาสินค้า และเมื่อถามถึงความรู้สึกต่อสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ร้อยละ 38 ระบุ รู้สึกวิตกกังวล , ร้อยละ 29.7 ระบุ รู้สึกสับสนไม่แน่ใจ และ ร้อยละ 21.1 ระบุ รู้สึกหดหู่เศร้าหมอง


พม่าประกาศให้หลายพื้นที่เป็นเขตภัยพิบัติหลังถูกไซโคลนนาร์กีสพัดถล่ม

รัฐบาลทหารพม่าประกาศให้หลายพื้นที่ใน 5 รัฐเป็นเขตภัยพิบัติในวันนี้หลังจากไซโคลนนาร์กีสพัดกระหน่ำบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนในเมืองย่างกุ้ง หนังสือพิมพ์ของทางการพม่ารายงานว่าไซโคลนนาร์กีส มีความเร็วลมสูงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อพัดถล่มพม่าเมื่อวานนี้ ทำให้ถนนหนทางในกรุงย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าเต็มไปด้วยซากปรักหักพังและต้นไม้ที่โค่นล้ม ถึงแม้ว่าเมื่อเช้านี้อากาศแจ่มใส แต่ในเมืองย่างกุ้งยังไม่มีทั้งน้ำและไฟฟ้าใช้ และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะ เข้าสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด ส่วนยอดผู้เสียชีวิตนั้นคาดว่าจะสูงกว่านี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ค่อย ๆเข้าถึงพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลตามแนวชายฝั่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีคลื่นในทะเล สูงถึง 3 เมตรครึ่ง



ชูศักดิ์ชี้เลือกประธานสภาฯ ไม่ควรมีโควตา

สำนักข่าวไทย 4 พ.ค. - “ชูศักดิ์” ยืนยันไม่มีความขัดแย้งในพรรคเกี่ยวกับการสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ เชื่อเมื่อคณะผู้บริหารพรรคเลือกใคร ทุกอย่างจะยุติ ระบุไม่จำเป็นต้องเคยเป็นประธานในสภามาก่อน แต่ต้องเข้าใจระเบียบกติกา ปัดไม่ใช่หาคนคุมเกมแก้ รธน.

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชน มีความขัดแย้งในการเสนอชื่อบุคคลเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เป็นธรรมชาติของการเมือง โดยเฉพาะในพรรคพลังประชาชนมาจากกลุ่มต่าง ๆ ที่เคยอยู่ในพรรคไทยรักไทยมารวมตัวกัน แต่ที่สุดแล้วเมื่อคณะผู้บริหารพรรคชี้ขาดออกมาอย่างไร ทุกอย่างก็น่าจะจบ ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่า คนที่จะมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ควรต้องมีความเหมาะสมทั้งความอาวุโส ประสบการณ์ทางการเมือง ความสามารถในการทำหน้าที่ในวันข้างหน้า และไม่ควรจะเป็นโควตาของภาคไหน

“ผมคงไม่ชี้ว่าต้องเคยเป็นประธานในสภามาหรือไม่ แต่ต้องมองคน ๆ นั้นว่า จะสามารถทำหน้าที่ประธานได้หรือไม่ มีประสิทธิภาพหรือไม่ ต้องดูหลายเรื่อง ดูประสบการณ์ ความสัมพันธ์กับ ส.ส. ความรู้จักมักคุ้น ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ความเข้าใจในกฎระเบียบกติกาทั้งหลายทั้งปวง จะต้องดูหมด แต่แน่นอนที่สุดทุกคนก็มีคนรักคนชอบ คนนั้นอยากให้คนโน้นเป็นคนนี้เป็นก็พูดกันไป ผมเข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติ อย่าไปคิดว่าทะเลาะกัน เมื่อเขาตัดสินใจอะไรกันออกมาแล้วก็น่าจะจบ”นายชูศักดิ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า ที่จะเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในช่วงนี้ เพื่อคุมเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นจังหวะเวลาที่พอดี ซึ่งตนยังให้เครดิตกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ตัดสินใจลาออกเพราะไม่อยากให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปยืนกลางศาล เพียงแต่อาจจะมาคล้องจองกับเงื่อนไขเวลานี้พอดี แต่ไม่ใช่เพื่อตั้งคนใหม่มาคุมเกม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาจะต้องเป็นไปตามกฎข้อบังคับการประชุม ซึ่ง ส.ส. และส.ว.มีสิทธิที่จะอภิปราย ต้องว่ากันไปตามครรลอง. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-04 17:37:52




รัฐบาลยืนยันใช้ช่องทางสภาแก้ รธน.

กรุงเทพฯ 4 พ.ค. - ชูศักดิ์ ศิรินิล ระบุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเสนอสภา ต้องผ่านความเห็นชอบของพรรคการเมืองก่อน ยืนยันใช้ช่องทางของสภาแก้ไข เชื่อหากใช้เหตุผลจะไม่มีเหตุรุนแรง ย้ำถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ลำบาก

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการประสานงาน (วิป) รัฐบาล ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวไทย ถึงกรณีที่หลายฝ่ายประกาศเคลื่อนไหวคัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน ว่า ตนเพียงแค่ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วให้พรรคการเมืองไปหารือกัน ซึ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้จัดทำขึ้น เป็นร่างที่เป็นกลางที่สุด เนื่องจากนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาเป็นตัวตั้ง และหากอยากจะปรับปรุงแก้ไขเรื่องใดสามารถแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการวิสามัญของสภาได้ และกรรมาธิการฯ อาจจะมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น สามารถทำได้

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 291 บัญญัติให้ ส.ส.และ ส.ว. แก้รัฐธรรมนูญได้ ทางพรรคจึงดำเนินการตามช่องทางที่ให้อำนาจไว้ เชื่อมั่นว่า หากการแก้ไขทำอย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช้เกมนอกกติกา หรือตั้งเป้าว่าแก้ไม่ได้ คิดว่าน่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง ดังนั้น รัฐบาลจึงได้พยายามอธิบายด้วยเหตุด้วยผลว่า เพราะเหตุใดจึงต้องแก้ไข และถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว จะเกิดผลอย่างไร ซึ่งตนขอย้ำว่าหากไม่แก้ไข ใครมาเป็นรัฐบาลก็อยู่ยาก

“ผมสังเกตดูคนที่บอกว่าแก้ไม่ได้ เป็นคนที่มีส่วนได้เสียกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นคนยกร่างมาบ้าง ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่าง ๆ บ้าง แต่ผมคิดว่า คงไม่มีกระบวนการอะไรรุนแรง ไม่อยากมองว่ากระแสปลุกขึ้นหรือไม่ เราน่าจะมองด้วยเหตุด้วยผล” นายชูศักดิ์ กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายค้านยังมองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล เป็นการทำเพื่อตัวเอง หนีคดียุบพรรค โดยเฉพาะการกำหนดอายุของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดปัจจุบันให้เหลือเพียง 180 วันนั้น นั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตอนร่างไม่ได้คิดว่า ป.ป.ช. หรือ กกต. เป็นศัตรูหรือคู่อาฆาต แต่หากดูตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งมี ส.ว. แต่งตั้ง ก็ยังให้อยู่ครึ่งวาระ เพราะเมื่อมีกฎหมายใหม่ จะต้องมีกระบวนการในการจัดทำองค์กรขึ้นใหม่ ทั้ง กกต. และ ป.ป.ช. ชุดนี้ ต้องยอมรับความจริงว่า ไม่ได้มาตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ แต่ถูกแต่งตั้งโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ แล้วให้ดำรงตำแหน่ง 7 ปี หรือ 9 ปี ดังนั้น ควรต้องมีการสรรหาใหม่ ส่วนองค์กรอื่น เมื่อมาตามกระบวนการตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-04 16:50:41