
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ

สำหรับการบันทึกเทปรายการ “ถามจริง ตอบตรง” ของนายกรัฐมนตรี จะออกอากาศในวันที่ 6-7 พฤษภาคม เวลา 20.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที.-สำนักข่าวไทย
กรุงเทพฯ 5 พ.ค.- ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ภายหลังประกาศยกเลิกการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทุกวันอังคารและวันศุกร์ เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งกับสื่อ โดยเมื่อเวลา 14.30 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางไปบันทึกเทปรายการ “ถามจริง ตอบตรง” ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถนนวิภาวดี ซึ่งเมื่อเห็นสื่อมวลชนมารอสัมภาษณ์จำนวนมาก ได้แสดงอาการตกใจ และสอบถามคนใกล้ชิด กับเจ้าหน้าที่ที่มารอต้อนรับว่า สื่อมวลชนทราบได้อย่างไรว่าจะมาบันทึกเทปรายการในช่วงนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรียังมีสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
อัพเดตเมื่อ 2008-05-05 16:45:31

นายถวิล กล่าวว่า ส่วนนายยงยุทธนั้น ได้อ้างพยานหลายปาก ซึ่งประเด็นที่นายยงยุทธตั้งขึ้นมา ก็น่ารับฟัง เช่น ประเด็นที่ว่า ต้องการให้ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนายยงยุทธ มาเบิกความ เพราะอาจจะถูกกลั่นแกล้งจาก พล.ต.ต.ชัยยะ และเป็นปฏิปักษ์กันมาก่อน ศาลก็ได้อนุญาต ให้มาเบิกความต่อศาลเช่นกันโดยไม่ทราบว่าศาลอนุญาตให้มาเบิกความจำนวนกี่ปาก ทราบแต่เพียงว่าศาลนัดไต่สวน 3 วัน คือในวันที่ 13-15 พ.ค. ดังนั้น คดีดังกล่าวนี้คิดว่าประมาณกลางเดือนนี้น่าจะจบได้และน่าจะทราบผลโดยเร็วประมาณวันที่ 20 พ.ค.หรือไม่ก็ประมาณสิ้นเดือนนี้ ก็น่าจะทราบผลว่า ศาลฎีกาจะพิจารณาออกมาอย่างไร.-สำนักข่าวไทย
6 พ.ค.- นายถวิล อินทรักษา ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นผู้ดำเนินการในชั้นศาลในคดีนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ทุจริตเลือกตั้ง ที่ จ.เชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา กกต.ได้นำคำวินิจฉัยส่วนตนของ กกต.ทั้ง 5 คน และวีซีดี 8 แผ่นไปมอบให้ศาลฎีกาแล้ว และศาลได้เปิดดูทั้งวีซีดีที่ กกต.นำไปมอบให้แล้ว ซึ่งประเด็นวีซีดี น่าจะจบแล้ว และ กกต.ได้ขอสืบพยานอีก 3 ปาก โดยจะเป็นนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย และผู้สอบสวนอีก 2 คน เข้าเบิกความต่อศาล ซึ่งทั้ง 3 ปากนี้ศาลได้นัดไต่สวนเพียงวันเดียว แต่ไม่แน่ใจว่า เป็นวันที่ 7 พ.ค. หรือ 8 พ.ค. ซึ่งถือว่าจบในส่วนของ กกต.
อัพเดตเมื่อ 2008-05-05 16:35:25

พรรคประชาธิปัตย์ 5 พ.ค. - หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าข้อเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้มี ส.ส.ร. เป็นแนวทางดี เรียกร้องรัฐบาลฟังเสียงสังคมที่ตอนนี้เห็นพ้องตั้งกรรมการศึกษารัฐธรรมนูญ หรือมี ส.ส.ร. ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ส.ว.นครศรีธรรมราช ที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นแนวทางที่ดีแนวทางหนึ่ง และพรรคจะปรึกษาหารือกันในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) ว่าจะพิจารณาแนวทางนี้หรือไม่ เพราะอย่างน้อยแนวทางนี้จะเปิดให้มีการแสดงความเห็นเป็นวงกว้าง และน่าจะทำให้การปรับปรุงแก้ไขเป็นระบบมากขึ้น
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากฝากบอกไปยังหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลที่จะหารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ว่า ขณะนี้ใกล้จะหมดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว รัฐบาลควรเลือกว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาร่วมกัน หรือจะมาตกลงแนวทางที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ทุกฝ่ายในสังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ซึ่งถ้าเป็นไปในแนวทางนี้ ฝ่ายค้านพร้อมที่จะสนับสนุน และคิดว่ารัฐบาลควรฟังเสียงของสังคมที่ปรับท่าทีมาโดยลำดับ และมีความคิดใกล้เคียงกัน คือ ใช้วิธีการในการมีองค์กรขึ้นมาศึกษา หรือมีกระบวนการในลักษณะของ ส.ส.ร.
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากการติดตามร่างแก้ไขของรัฐบาล เห็นว่าไม่ได้คิดอะไร นอกจากเป้าหมายในเรื่องของเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะใช้วิธีการตัดแปะเอาบทบัญญัติของหมวด 1 และ 2 ของปัจจุบัน แล้วต่อท้ายด้วยรัฐธรรมนูญปี 2540 และส่วนที่เขียนใหม่จริง ๆ คือ บทเฉพาะกาล โดยมีเป้าหมายให้องค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) พ้นจากตำแหน่ง เพื่อให้เลือกกันใหม่ หากเป็นอย่างนี้ก็เหมือนว่ารัฐบาลไม่ได้ตั้งใจที่จะปรับปรุงรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 มีบทบัญญัติที่ใช้แล้วและพิสูจน์แล้วว่ามีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการแทรกแซงองค์กรอิสระ ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ การที่บอกว่าเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปก่อน และอยู่ในกระบวนการของคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่เหมือนกับการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา เพราะเมื่อถึงเวลาเข้าสู่กรรมาธิการฯ แล้ว จะมีแนวโน้มที่จะพิจารณาไปตามมาตรา ซึ่งจะไม่ได้เห็นภาพรวม และการอ้างว่าแปรญัตติได้นั้น หากปล่อยให้แปรญัตติกันอย่างเสรี โดยไม่มีการมาพูดคุยกรอบกันก่อน ตนเกรงว่าแทนที่จะไม่ยืดก็จะยืดเยื้อมาก และจะแปรญัตติโดยที่ไม่ได้ดูว่าโยงใยในมาตราอื่นอย่างไร หมวดอื่นอย่างไร จะเป็นปัญหา
สำหรับกรณีที่อดีต ส.ส.ร. เตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลใช้กระบวนการที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมก็จะไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมีท่าทีอย่างไร ส่วนกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่า คนที่คัดค้านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีแต่สนับสนุน แต่ไม่เห็นด้วยกับการที่นำประชาธิปไตยมาอ้าง แล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ซึ่งคิดว่า นายจาตุรนต์น่าจะมองเรื่องออก และนายจาตุรนต์ตอบได้หรือไม่ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน เป็นการแก้ปัญหาทางการเมืองอย่างไร โดยเฉพาะที่เสนอแก้มาตรา 237 และ 309. - สำนักข่าวไทย

กรุงเทพฯ 6 พ.ค.- นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงใบปลิวโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ประเทศอังกฤษ ว่า บ้านเมืองเราต้องการความปรองดองมากขึ้น พร้อมเปรียบบ้านเมืองเหมือนไก่ที่จะถูกเชือด แต่ยังจิกตีกันเอง อย่างไรก็ตาม ไม่เห็นด้วยกับการโจมตีดังกล่าว ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม โดยเฉพาะคนที่มีสถานะในบ้านเมือง เราต้องให้ความเคารพ ไม่อยากให้มีปัญหาการเมืองมาให้รัฐบาลต้องแก้ไข แต่อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนมากกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า คงต้องให้สถานทูตไปดู โดยช่วยไปดูว่า เป็นกระบวนการอย่างไร จริงหรือไม่ ถ้ารู้ตัวก็อยากให้ยุติ ส่วนเรื่องนี้จะทำให้ถูกมองว่า มีความเชื่อมโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบเรื่องนี้จริงหรือไม่ อาจเป็นความพยายามที่จะหวังผลทางการเมือง และไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการจุดประเด็นการเมือง เพื่อสร้างให้เกิดปัญหา เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปทำเช่นนี้.-สำนักข่าวไทย

เมื่อถามถึงกรณีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ระบุว่านายกรัฐมนตรีใช้ถ้อยคำหยาบคาย และคุกคามสื่อนั้น นายนพดล กล่าวว่า คิดว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้คุกคาม แต่เป็นคนพูดตรงและเสียงดัง และพูดคำภาษาไทยโบราณ สื่ออาจมองว่าเป็นคำหยาบคาย แต่จริง ๆ ไม่มีอะไร ต่างชาติทราบดีว่าสื่อในประเทศไทย ถือเป็นเสาหลักในประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลนี้จะไม่ยอมให้เสรีภาพสื่อกระทบกระเทือน แต่สื่อก็ต้องเสนอข่าวตามความเป็นจริง.-สำนักข่าวไทย
พรรคพลังประชาชน 5 พ.ค.- นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่เอแบคโพลล์ระบุนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี มีผลงานต่ำสุด ว่า โพลที่ออกมา ก็ต้องรับฟัง ไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์ แต่ควรนำไปปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น และรัฐมนตรีก็ไม่ควรเสียกำลังใจกับผลโพลที่ออกมา แต่ตนสงสัยอยู่ว่าทำไมไม่มีชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีผลงานเด่นสุด และทำงานเยอะ
อัพเดตเมื่อ 2008-05-05 14:59:53
นายกรัฐมนตรี เตรียมถก ก.ตร. วันพุธที่ 7 พ.ค.นี้ ส่างปัญหา 26 คำสั่งยุค พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำป่วน 364 ตำแหน่ง
ทั้งนี้ มีรายงานข่าว เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 พ.ค. เวลา 14.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 5/2551 ที่ห้องประชุม 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยมีวาระสำคัญคือ การพิจารณาการแก้ปัญหา 26 คำสั่ง ที่มีผลกระทบกับผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งสมัย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. จำนวน 364 นาย ตั้งแต่ระดับ ผกก. ถึง สว. ตามที่คณะอนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฎหมายและระเบียบได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่า
โดยที่ประชุมจะพิจารณาว่า ในเรื่องนี้จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งมติของอนุกรรมการ ก.ตร.ด้านกฏหมายและระเบียบได้เสนอแนวทางไว้ คือ การขออนุมัติเปิดตำแหน่งประจำกองบังคับการไว้รองรับทั้ง 364 ตำแหน่ง หาก ก.ตร.เห็นชอบตามเสนอที่ให้ ผบ.ตร.มีอำนาจการแต่งตั้งตำรวจลงในตำแหน่งเหล่านั้น สตช.จะมีการตั้งกรรมการขึ้นพิจารณาการแต่งตั้งครั้งนี้ ซึ่งจะมีทั้งผบ.ตร. ผบช.ก. ผบช.ส.และผบช.ของหน่วยงนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในการแต่งตั้งครั้งนี้อาจกระทบในหลายตำแหน่ง เนื่องจากการแต่งตั้งที่ผ่านมามีการล็อกเกี่ยวพันกันหลายตำแหน่ง และหลายหน่วยงาน ซึ่งอาจจะต้องมีมากกว่า 364 ตำแหน่งอย่างแน่นอน
พร้อมกันนี้ในที่ประชุม ก.ตร. อาจมีการพิจารณาการปรับโครงสร้างใหม่ของ สตช. ที่ผ่านสำนักงานกฤษฏีกาแล้ว และนายกรัฐมนตรีได้ลงนามเห็นชอบแล้วด้วย ซึ่งถ้าหากคณะทำงานของสตช. พิจารณาเสร็จทันก่อนวันประชุมโครงสร้างที่มีการปรับปรุงใหม่นี้ ต้องการให้มีการปรับสภาพหน่วยงานให้เล็กลลง แต่จะมีความกระชับในการปฏิบัติงานมากขึ้น ซึ่งจะเป็นเรื่องที่สวนทางกับสมัยของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ที่ต้องการให้มีการปรับโครงสร้างหน่วยงานให้ใหญ่ขึ้น

พรรคพลังประชาชน เตรียมเรียกประชุมพรรควันพรุ่งนี้ เพื่อหาข้อยุติ ตำแหน่งประธานสภา “สามารถ แก้วมีชัย” เผย ถูกทาบนั่งเก้อี้ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 จริง
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ภาคอีสาน พรรคพลังประชาชน (พปช.) ยืนยันว่า ความคิดเห็นที่แตกต่างในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ไม่ใช่ความขัดแย้งและความแตกแยก เพราะเรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมพรรค ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ผู้ที่จะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกทั้งสภาฯ ไม่เฉพาะผู้ที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น และเมื่อได้พูดคุยกับสมาชิกพรรคฝ่ายค้านบางคน ก็มีความเห็นตรงกันว่า นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ มีความเหมาะสม อีกทั้งยังเห็นว่า นายชัย อยู่ในสภาฯมานาน และไม่มีความด่างพร้อยอะไร
ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือ ยอมรับว่า ถูกทาบทามจากสมาชิกให้รับตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 2 เพื่อให้สัดส่วนผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติคงประกอบด้วยตัวแทนจากภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง ดังนั้น ในการประชุม ส.ส.ภาคเหนือในวันพรุ่งนี้ จะมีการหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติ ส่วนผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ จะผลักดันให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาคนที่ 1 เลื่อนขึ้น หรือให้นายชัย ชิดชอบ ประธานวิปรัฐบาล เข้ามาทำหน้าที่ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค ช่วงบ่ายวันเดียวกัน

ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ยืนยัน กว่า 300 เสียง ส.ส. ลงชื่อญัตติแก้ไข รธน. คาดหลังหน.พรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรค หารือเสร็จ ยื่นร่างแก้ไข รธน.เข้าสภาได้ทันก่อนปิดสมัยประชุม 19 พ.ค.
นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาล จัดทำเรียบร้อยแล้ว และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคร่วมรัฐบาล ลงชื่อในญัตติเพื่อเสนอแก้ไขแล้ว กว่า 300 คน รวมทั้ง พรรคชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองระดับรองลงไปและพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ไม่มีปัญหาอะไร
ดังนั้น จึงเชื่อว่า หลังจากการหารือของ 6 หัวหน้าพรรค ในวันที่ 7 พฤษภาคม นี้ จะสามารถยื่นญัตติได้ และเห็นว่า ประธานวุฒิสภา จะสามารถบรรจุเป็นวาระการประชุม เพื่อลงมติในวาระแรก คือ ขั้นรับหลักการได้ทันในสมัยปิดประชุม ในวันที่ 19 พฤษภาคม นี้
นอกจากนั้น นายสุนัย ยังกล่าวถึงการที่ นางรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)กรุงเทพมหานคร เตรียมรวบรวมรายนชื่อ ส.ว. เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร. 3) นั้น ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่แสดงให้เห็นว่า ส.ว.กรุงเทพฯ เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน

อดีตนายกฯ ทักษิณ ถึงเมืองไทย บอกแฟนบอลเมืองผู้ดี ฝากความเสียใจมายังคนไทย กรณี ธงชาติ ทำไปเพราะรักเมืองไทย คนอังกฤษไม่ถือจึงไม่รู้วัฒนธรรมบ้านเรา
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 15.40 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับจากกรุงลอนดอนถึงประเทศไทยแล้ว พร้อมด้วย นายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว โดยมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย อาทิ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายเนวิน ชิดชอบ และนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มาคอยต้อนรับ
โดยในฐานะประธานสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวชี้แจงกรณีที่ชื่อของตนปรากฏบนธงชาติไทย ที่สนามซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ ว่า เป็นการกระทำของกลุ่มแฟนคลับชาวอังกฤษ ทำขึ้นมาด้วยความรักประเทศไทยและรักสโมสร แต่พอเขารู้ว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ได้ฝากแสดงความเสียใจมาด้วย
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่าเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ทางประเทศอังกฤษไม่ถือ จึงไม่รู้ และทำไปด้วยความปรารถนาดี แต่เมื่อให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้ง แฟนคลับเหล่านั้น ก็เสียใจและเอาธงชาติออกทันที ส่วนจะชี้แจงเรื่องนี้ให้นายกรัฐมนตรีทราบหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คงต้องอธิบายให้ฟัง

ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51