WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 9, 2008

ร.ต.อ.เฉลิม เชื่อไม่มีปัญหาแย่งตำแหน่ง รมว.พม.แทน สุธา

สนามหลวง 9 พ.ค. - “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ปัดแสดงความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทน “สุธา ชันแสง” ชี้การพิจารณาเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรค เชื่อไม่มีปัญหาแย่งตำแหน่งกัน ขณะเดียวกัน เชื่อพรรคร่วมจะได้ข้อยุติการสรรหาประธานสภาฯ คนใหม่

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาบุคคลเข้ามาทำหน้าที่แทนนายสุธา ชันแสง ที่ลาออกออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่าการพิจารณาตัวบุคคลมาทำหน้าที่แทนนั้น เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน

“ผมคงไม่กล้าแสดงความเห็นว่า ผู้ที่มาทำหน้าที่จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร หรือต้องเป็นสัดส่วนโควตาของภาคไหน เพราะไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคและไม่มีตำแหน่งใด ๆ ในภาค กทม. ส่วนที่มีชื่อนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. จะได้รับการสนับสนุนมาดำรงตำแหน่งแทนนั้น หากผู้บริหารพรรคเห็นว่า ใครมีความเหมาะสมก็คงยุติตรงนั้น คงไม่มีการแก่งแย่งกันอย่างที่เป็นข่าว” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคชาติไทยไม่เห็นด้วยที่จะสนับสนุนนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใครแสดงความคิดเห็น ต้องไปถามคนนั้น ตนแสดงความคิดเห็นไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏ แต่เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ สุดท้ายพรรคร่วมจะหาข้อยุติได้ ทั้งนี้ระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเช่นนี้ เป็นเรื่องปกติ. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-09 12:13:15




ร.ต.อ.เฉลิม ไม่หวั่น ปชป.ยื่นถอดถอน สมพงษ์

9 พ.ค. - ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นถอดถอนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าการวิจารณ์ของฝ่ายค้านเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไร และพรรคฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ตนยินดีให้ตรวจสอบ และช่องทางการอภิปรายเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว เพราะหากพรรคฝ่ายค้านเห็นผิดปกติก็ตรวจสอบ แต่เมื่อรัฐบาลอธิบายแล้วมีเหตุผล ฝ่ายค้านจะเสียคะแนน หากมีการทุจริตจริง รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็อยู่ไม่ได้

เมื่อถามว่าขณะนี้มีเว็ปไซต์ชื่อคนเกลียดทักษิณ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ธรรมดา คนรักกันก็มีเยอะ คนเกลียดกันก็มี ไม่ได้มองเป็นเรื่องแปลกประหลาด เล่นการเมืองก็ต้องทำใจได้ ไม่มีนัยแอบแฝง”. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-09 12:01:28




แบเบอร์

ขอต้อนรับประธานสภาผู้แทนราษฎร ควบประธานรัฐสภาคนใหม่ ที่จะรับหน้าเสื่อคุมเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เกมร้อนระทึกที่มีอนาคตรัฐบาลเป็นเดิมพัน!!

เกมที่ล่อแหลมต่อการเผชิญหน้าของคนไทยด้วยกันเอง

ผลปรากฏว่า “ปู่ชัย ชิดชอบ” นอนมาแบเบอร์

ไม่มีผู้เสนอชื่อคนอื่นเข้าแข่งขันแม้แต่ คนเดียว

ที่ประชุม กก.บริหารพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีหัวหน้าพรรค “สมัคร สุนทรเวช” เป็นประธาน ได้ลงมติเอกฉันท์ยกเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติคนใหม่ให้แก่ “ปู่ชัย” ด้วยเหตุผล 3 ประการ

คือเป็นผู้มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญกติกาการประชุม

เป็นผู้มีอาวุโสสูงสุดทั้งอายุจริงและพรรษาการเมือง

เนื่องจาก “ปู่ชัย” อายุ 83 ปี เป็น ส.ส.อายุมากที่สุดของสภาฯ

พรรษาการเมืองก็สูงมากเพราะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ตั้งแต่ พ.ศ.2512 หรือเล่นการเมืองสนามใหญ่มาแล้ว 39 ปี

เป็นผู้แทนฯรุ่นเดียวกับ “ท่านชวน หลีกภัย”

ซึ่งในสภาฯชุดปัจจุบันมีเหลือค้างสต๊อกอยู่แค่ 2 คน

ฉะนั้น เรื่องประสบการณ์และความเก๋าเกม ปู่ชัยย่อมไม่ธรรมดา

แถมการเป็นบิดาของ “เนวิน ชิดชอบ” ย่อมการันตีความชัวร์!!

สรุปว่า เมื่อ “ท่านชวน” ยังเคยเป็นประธานสภาฯมาแล้ว “กำนันชัย” ก็ต้องเป็นประธานสภาฯได้เหมือนกัน

นี่...มันเป็นซะอย่างนี้แหละโยม

ก็เป็นอันว่า “ปู่ชัย” จะเสียบแทน“ยงยุทธ ติยะไพรัช” ประธานสภาฯคนเก่าที่โดนพิษใบแดง

โดยสภาผู้แทนราษฎรจะบรรจุระเบียบ วาระเลือกประธานสภาฯคนใหม่ในการประชุมนัดหน้า วันพุธที่ 14 พฤษภาคม

มองข้ามช็อตได้เลยว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมาก จะโหวตเลือก “ชัย ชิดชอบ” อย่างสะดวกโยธิน

ถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวจะส่งคนลงประกบชิงเก้าอี้ประธานสภาฯ

แต่เมื่อฝ่ายค้านมีเสียงน้อยกว่าก็ต้องแพ้อยู่ดี

สำหรับ “ขุนค้อน” สมศักดิ์ เกียรติ-สุรนนท์ รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ซึ่ง “แม่ ลูกจันทร์” เห็นว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งประธานสภาฯมากกว่าใครในซีกรัฐบาล

แต่ในเมื่อหวยล็อกออกมาเป็น “ปู่ชัย” ขุนค้อน “สมศักดิ์” ก็ไม่ได้อาละวาดฟาดงวงฟาดงา

ยอมนั่งเก้าอี้ตัวเก่าเป็นรองประธานสภาฯคนที่ 1 อย่างเดิม

ส่วนตำแหน่งประธานวิปรัฐบาลที่ว่างลง ก็จะมีการแต่งตั้ง ส.ส.อาวุโส ในพรรคพลังประชาชนคนใดคนหนึ่งเป็นประธานวิปแทน “ปู่ชัย” โดยเร็ว

คาดว่าจะเป็น ส.ส.ภาคเหนือ เพื่อให้เกิดความสมดุล

ใครจะเป็นประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ โปรดติดตาม

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าการที่รัฐบาลวางตัว “ปู่ชัย” ให้เป็นผู้คุมเกมแก้รัฐธรรมนูญในสภาฯ

เพราะมั่นใจว่า “ปู่ชัย” มีความเก๋าที่จะรับมือกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว.สรรหาที่ผนึกกำลังกันต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญ

ข้อสำคัญ...การเลือก “ปู่ชัย” ให้เป็นตัวชน ก็เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าลุยเต็มสตีม

ไม่มีการยืดหยุ่น ไม่มีการยืดเยื้อ ไม่มีการซื้อเวลา

เพราะมีความมั่นใจในเสียง ส.ส. 6 พรรคร่วมรัฐบาล??

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ก็สุดที่จะคาดเดา

แต่ดูแนวโน้มแล้ว...ยุ่งแน่นอน!!

แม่ลูกจันทร์

จาก ไทยรัฐ

คตส.หน้าแหกอีก!อสส.ไม่สั่งฟ้องทักษิณคดีปล่อยกู้พม่า


คตส.เตรียมถก จันทร์นี้ หลัง อัยการสูงสุด ตีกลับสำนวน คดีเอ็กซิมแบงค์ปล่อยกู้พม่า 4 พันล้าน เตรียมตั้งกรรมการร่วมฯ ขู่ฟ้องเองหากเห็นแย้ง

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการไต่สวนกรณีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) กล่าวว่า อัยการสูงสุดได้ส่งหนังสือถึง คตส. วานนี้เพื่อแจ้งถึงข้อไม่สมบูรณ์ของสำนวนการไต่สวนเอ็กซิมแบงก์ ปล่อยเงินกู้ให้กับรัฐบาลสหภาพพม่า 4,000 ล้านบาท โดยอัยการสูงสุดต้องการให้สอบพยานเพิ่มเติมอีกจำนวน 3 ปาก ซึ่งเป็นบุคคลในระดับอดีตรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตามจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ คตส. ชุดใหญ่ในวันจันทร์ที่ 12 พ.ค. นี้และจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาภายใน 14 วัน แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติที่ตรงกันได้ คตส.ก็มีอำนาจส่งฟ้องเอง ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ อัยการสูงสุด เคยมีความเห็นแย้งกับคตส.มาแล้ว 2 คดี คือ คดีหวยบนดิน และคดีกล้ายาง ทำให้คตส.ต้องส่งฟ้องเอง


จาก ประชาทรรศน์

ส.ส.-ส.ว. กว่า 120 คน ชักแถวให้การต้อนรับ คปพร.ยื่นแก้ไข รธน. 50

ตัวแทน ส.ส.-ส.ว. กว่า 120 คน ยิ้มต้อนรับ คปพร.ยื่น 150,000 รายชื่อ ขอแก้ไข รธน. 50 พร้อมยันรีบดำเนินการให้ทันที เพราะถือเป็นร่างของประชาชน

ทั้งนี้ ในการชุมนุมเพื่อยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ที่หน้ารัฐสภาเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ออกมาต้อนรับและเป็นสักขีพยานอย่างอบอุ่นรวมแล้วกว่า 120 คน ประกอบด้วย ส.ส.102 คน และ ส.ว. อีกประมาณ 20 คน อาทิ ด้าน ส.ส.มีนายวิเชียร ขาวขำ นางดวงแข อรรพรณพ นายประเสริฐ บุญเรือง นายวิเชียร อุดมศักดิ์ นายจตุพร พรหมพันธ์ นายประชา ประสพดี นายสุนัย จุลพงษธร นพ.วิชัย ไชยจิราวินิจกุล ด้าน ส.ว.เลือกตั้ง มี พ.ต.ท.จิตต์ มุกดาธนพงศ์ นายทวีศักดิ์ ดิษฐ์บรรจง นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ฯลฯ

โดยนายนิสิต สินธุไพร ส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน (พปช.) เป็นตัวแทนขึ้นกล่าวให้สัญญาว่า จะนำรัฐธรรมนูญ 2540 คืนมา แล้วเอารัฐธรรมนูญ 2550 ของเผด็จการคืนไป ซึ่งตนและพี่น้องประชาชนมีใจตรงกัน ส่วนร่างแก้ไขที่ยื่นในวันนี้ ที่เรียกว่า พ.ร.บ.40 ก นี้ จะรับร่างเอาไว้ทั้งหมด เพราะเป็นร่างของประชาชน ซึ่งจะรีบดำเนินการในทันที เพราะช่วงรณรงค์หาเสียงได้ประกาศชัดเจนว่า จะเอาประชาธิปไตยกลับคืนมาให้พี่น้องประชาชน

“ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ตอนนี้เรียกประชาธิปไตยกลับคืนมาได้แล้ว เมื่อมีการเลือกประธานสภาเสร็จสิ้น ทุกมาตราต้องนำเข้าสภาอย่างรวดเร็ว และขอสัญญาว่า จะทำตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และเราต้องรักษาสถาบันเบื้องสูง จะล่วงละเมิดไม่ได้ ประชาธิปไตยต้องกลับคืนมาโดยเร็วในรัฐบาลชุดนี้อย่างแน่นอน ผมขอสัญญา” นายนิสิต กล่าว

นายจตุรพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า “สิ่งที่ท่านมายื่นหนังสือให้เราในวันนี้ จะเป็นภาระที่เราจะต้องสานต่อให้เสร็จที่จะเอารัฐธรรมนูญ 2540 กลับคืนมาสู่พี่น้องประชาชน ขออเรียกร้องกลุ่มที่ออกมาต่อต้านว่า พวกคุณไม่ได้น่ากลัวเลย และใช้วิธีการที่สกปรกและเลวที่สุด ในการที่กล่าวอ้างถึงสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือทำลายผู้อื่น ผมอยากให้พวกคุณเหล่านั้นหยุดการกระทำเหล่านี้ได้แล้ว”

ขณะที่ตัวแทน ส.ว.เลือกตั้ง นำโดย พ.ต.ท.จิตต์ มุกดาธนพงศ์ กล่าวว่า เมื่อพี่น้องประชาชนมีความต้องการจะให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนในฐานะ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง คงจะนิ่งเฉยไม่ได้ โดยจะรีบนำ พ.ร.บ.40 ก ไปพิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไปอย่างเร็วที่สุด



“หมอเลี๊ยบ” ประกาศดันเศรษฐกิจไทยโต 6%ทุกไตรมาส

รมว.คลัง ประกาศดูแลเศรษฐกิจไทยให้โต 6% ทุกไตรมาส หลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ผล ประชาชนมั่นใจการใช้จ่าย และเอกชนขยายการลงทุน

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่าจะพยายามรักษาอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้มีอัตราการขยายตัว 6% ในทุกไตรมาส หลังจากที่มั่นใจว่าไตรมาส 1/51 เติบโตได้สูงถึง 6% เป็นผลจากที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ประชาชนมั่นใจในการใช้จ่าย ขณะที่ภาคเอกชนขยายการลงทุนมากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นไม่มากด้วย

ส่วนในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น รัฐบาลก็จะออกมาตรการมาดูแล แต่ยืนยันว่าจะไม่ควบคุมราคาและบิดเบือนกลไกสินค้า

รมว.คลัง ยังกล่าวถึงความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นว่า ขณะนี้ได้มีการหารือเบื้องต้นกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บ้างแล้ว และยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่เป็นปัญหามากในขณะนี้



สมัชชาชาวพุทธ!ร่วมหนุนแก้รธน.เรียกร้องบรรจุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

สมัชชาชาวพุทธแห่งประเทศไทย นำรายชื่อกว่าแสนรายชื่อร่วมสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เรียกร้องให้มีการบรรจุพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ชาวพุทธจากหลายองค์กรรวมตัวชุมนุมร่วมกับ คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ คปพร.พร้อมมอบรายชื่อผู้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยื่นกับประธานรัฐสภา ส.ส. และ ส.ว. เพื่อเร่งเสนอญัตติเข้าที่ประชุมรัฐสภา ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีก 1 แสนรายชื่อ พร้อมเรียกร้องให้มีการบรรจุพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้มีรายชื่อผู้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วกว่า 2 แสนรายชื่อ

ขณะที่กลุ่มคนรักอุดร ได้แดินทางเข้าร่วมชุมนุมอีกจำนวนกว่า 5 คันรถ ทำให้ขณะนี้มีผู้ชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาจำนวนกว่าหมื่นคน และได้มีการนิมนต์พระสงฆ์เข้าร่วมสวดมนต์ ตามพิธีทางพระพุทธศาสนา ขณะที่ ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล จำนวน 50 คน จะเดินทางเข้ารับน้ำพระพุทธมนต์ ก่อนรับหนังสือตามข้อเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมรัฐสภา เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป



คปพร.บุกสภาฯยื่นฉันทามติปชช.คว่ำรธน.เผด็จการ ย้ำนำฉบับ 40 มาปรับใช้

คปพร. นำขบวนคนรักประชาธิปไตยกว่าหมื่นคนร่วมชุมนุมอย่างสงบที่หน้ารัฐสภา เตรียมยื่นร่าง รธน.ที่ได้รับฉันทามติจากประชาชนทั่วประเทศให้กับประธานรัฐสภา เพื่อนำไปเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการให้เป็นประชาธิปไตย

คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ คปพร. นำโดยนพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย พร้อมประชาชนผู้รักประชาธิปไตยกว่าหมื่นคนเดินทางมารวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา และยังคงทยอยเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงฉันทามติ ยื่นรายชื่อประชาชน จำนวน 150,000 รายชื่อ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับ 2540 ก. ฉบับประชาชน แก่ประธานรัฐสภา โดยต้องการเรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 และนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาปรับใช้แทน

ด้าน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข หนึ่งในคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ คปพร. และแกนนำ นปช. ยืนยันเจตนารมณ์การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันนี้เพื่อต้องการเรียกร้องให้นำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 กลับมาใช้ เนื่องจากฉบับ 2550 ไม่ใช้รัฐธรรมนูญแต่เป็นกฎหมายที่กลุ่มปฏิวัติร่างขึ้นมาด้วยความไม่ชอบธรรมและถือเป็นกฎหมายของเผด็จการ โดยในวันนี้นอกจากจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ที่ร่วมกันร่างขึ้นโดย คปพร. และประชาชนทั่วประเทศ ต่อประธานรัฐสภาแล้วยังจะยื่นต่อ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วยเพื่อนำเข้าเสนอญัตติต่อที่ประชุมรัฐสภาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ได้มีการนำรถติดเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ จำนวน 4 คัน มาจอดไว้ด้านหน้ารัฐสภาเพื่อใช้ในการปราศรัย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังชุดปฏิบัติการณ์พิเศษติดโล่กำบัง และกระบองจำนวนหลายสิบนายคอยดูแลความสงบเรียบร้อย ตั้งแต่บริเวณลานพระราชวังดุสิต ขณะที่รัฐสภาก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเช่นกัน



Wednesday, May 7, 2008

ครม.ชงพระราชกฤษฎีกาปิดสภา


พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติให้จัดทำร่างพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญทั่วไป พ.ศ.2551 เนื่องจากได้มีการประชุมครบ 120 วัน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.นี้ และให้สำนักเลขาธิการ ครม.นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อไป

“ทักษิณ” แจงกรณีมีชื่อบนธงชาติ

วันเดียวกัน เว็บไซต์เดลี่ เทเลกราฟ ของอังกฤษได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ปรากฏชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่บนธงชาติที่สนามซิตี้ ออฟ สเตเดียม ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ว่า ได้สังเกตเห็นธงชาติไทยที่มีชื่อของตนในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมแมนฯซิตี้กับทีมฟูแลม แล้ว แต่ไม่สามารถสั่งให้ทีมงานปลดธงดังกล่าวลง เนื่องจากกำลังดูการแข่งขันอยู่ อย่างไรก็ตาม แฟนฟุตบอลทราบดีว่าคนในประเทศไทยไม่พอใจกับพฤติกรรมดังกล่าว และเรียกร้องให้ตนออกมาแสดงความเสียใจ

นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนอังกฤษโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สั่งให้นักเตะแมนฯซิตี้ต้องไหว้ทักทาย พ.ต.ท.ทักษิณ และไหว้แฟนบอลก่อนลงแข่งขันว่า ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีจริงหรือไม่ แต่การโค้งให้ความเคารพเป็นเรื่องปกติ และหากสังคมตะวันตกรู้จักแสดงความเคารพผู้ใหญ่เหมือนสังคมตะวันออกบ้างก็ดี แต่ก็คงไม่มีอะไร เพราะเป็นเรื่องเล็กน้อย

อ่านรายละเอียด ไทยรัฐ

พปช.ให้กรรมการบริหารพรรคชี้ขาดตำแหน่งประธานสภาฯ

พรรค พปช. 6 พ.ค. - “อารีเพ็ญ” ระบุการคัดเลือกบุคคลมาทำหน้าที่ประธานสภาฯ ควรเป็นไปตามสัดส่วนของแต่ละภาค ชี้ขึ้นกับการพิจารณาของ กก.บห.พรรค คาดสัปดาห์หน้าได้ข้อยุติ “สมพงษ์” ยืนยันการพิจารณาไม่มีใบสั่งจากผู้ใหญ่ ย้ำเป็นไปตามความเห็นของ กก.บห.พรรค

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ แกนนำกลุ่มวาดะห์ พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการพิจารณาคัดเลือกบุคคลมาทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องการให้เป็นไปตามสัดส่วนของแต่ละภาค ถ้าเป็นโควตาของภาคไหน ตัวแทนของภาคนั้นควรได้รับการคัดเลือก เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง ทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยหากจะดูเรื่องความเหมาะสมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูเรื่องความชอบธรรมด้วย เพราะแม้ว่านายยงยุทธ ติยะไพรัช จะเข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ครั้งแรกและไม่ใช้โควตาพรรคก็ตาม แต่เมื่อเข้ามาทำหน้าที่แล้วลาออกไป ก็ควรให้คนภาคนั้นเข้ามาทำหน้าที่แทน เพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่น และชี้แจงกับทุกฝ่ายได้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ไม่ว่าจะเป็นนายชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) หรือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความเหมาะสมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานสภาฯ

นายอารีเพ็ญ กล่าวว่า ส่วนมติพรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้ อยากให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ตัดสิน จะอาศัยการโหวตของ ส.ส.คงไม่ได้ เพราะถ้าผู้ใหญ่ในพรรคตัดสินใจออกมาอย่างไร เชื่อว่าทุกฝ่ายคงยุติ และหมดปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวคงจะเรียบร้อย และหัวหน้าพรรคจะร่วมพิจารณาด้วย

ขณะที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และประธานภาคเหนือ กล่าวยืนยันว่า ตำแหน่งประธานสภาฯ อย่าไปมองว่าจะเป็นเรื่องของโควตา และไม่มีใบสั่งมาจากผู้ใหญ่คนใด เพราะต้องพิจารณาไปตามความเห็นจากคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งต้องพิจารณาในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงเรื่องของกระแสสังคม อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า ปัญหาในการพิจารณาดังกล่าวคงจะได้ข้อยุติในสัปดาห์หน้า

“การเข้ามาดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ คนที่เข้ามาต้องเหมาะสมทุกอย่าง ดังนั้น ผู้ใหญ่ในพรรคคงต้องคัดสรรคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน” นายสมพงษ์ กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-06 18:34:07