WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, May 12, 2008

นพดล เผย สมัคร เยือนญี่ปุ่นเป็นทางการช่วง ก.ค.-ก.ย. นี้

พรรคพลังประชาชน 11 พ.ค.- นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 8-10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า หลังจากได้พบกับ นายมาซาฮิโกะ โคมุระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นขานรับการที่ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตย โดยทั้งสองประเทศได้หารือในเรื่องการขอเสียงสนับสนุนของแต่ละประเทศ เพื่อที่จะได้มีที่นั่งในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยพร้อมจะออกเสียงสนับสนุนญี่ปุ่น ใน ค.ศ. 2008-2009 และประเทศญี่ปุ่นจะออกเสียงให้ประเทศไทย ในช่วง ค.ศ. 2017-2018

นายนพดล กล่าวว่า ได้หารือเรื่องธุรกิจเทคโนโลยีและอาหาร ซึ่งไทยขอให้ญี่ปุ่นถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อแก้วิกฤติเกี่ยวกับอาหาร ซึ่งญี่ปุ่นตอบรับเป็นอย่างดี ส่วนการดำเนินการตามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะทำให้การส่งออกและการลงทุนเป็นไปด้วยดี คาดว่าจะทำให้นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นขยายเขตการค้าและการลงทุนมาประเทศไทยจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการได้ ภายในเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-11 17:48:40




ประธานภาค กทม. ระบุ ผลสอบ การุณ ไม่ชัดว่าผิด

พรรคพลังประชาชน 11 พ.ค.- ปธ.ภาค กทม.พปช.อุ้ม เก่ง-การุณ กรณีทำร้าย ส.ส.ปชป. ระบุผลสรุปของคณะกรรมการ ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าทำผิดจริง ไม่สนกระแสสังคม อ้างให้น้ำหนักกับความถูกต้องมากกว่า พร้อมโบ้ยให้เป็นหน้าที่ตำรวจ

นายสุวัฒน์ วรรณศิริกุล ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานภาค กทม. ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรสรุปว่า นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. มีความผิดจริง กรณีการทำร้ายร่างกาย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ยังไม่ทราบ จึงยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะยังไม่เห็นผลสอบ เพียงแต่รู้คร่าว ๆ ว่า คณะกรรมการสอบสวนฯ มีมติทำนองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อได้ แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน

เมื่อถามว่า ทางพรรคจะดำเนินการอย่างไร หากมติของกรรมการสอบ ระบุว่า นายการุณ ผิดจริง นายสุวัฒน์ ย้อนถามกลับว่า คำว่าผิดจริงหมายถึงอะไร มีพยานยืนยัน หรือไม่ว่า นายการุณ ทำจริง วันนี้ยังพูดหรือตอบอะไรไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นข้อเท็จจริง คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการ

ต่อข้อถามว่า ไม่กลัวกระแสสังคมหรือ หากไม่ยอมรับผลการสอบสวน นายสุวัฒน์ กล่าวว่า เราไม่กลัวกระแสสังคม เรากลัวความถูกต้องมากกว่า อะไรถ้าถูกต้องมีข้อเท็จจริง มีพยานยืนยันว่าทำจริงเห็นจริงนั่นต่างหากจะเป็นข้อที่พิสูจน์ได้ แต่เท่าที่ได้ฟังมาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่รู้ เพียงแต่คณะกรรมการลงความเห็นว่า น่าเชื่อว่า

ด้าน นายการุณ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า ยังไม่มีใครมาแจ้งผลสรุปของคณะกรรมการฯให้ทราบ จึงยังไม่ทราบอะไรเลย.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-11 17:14:28




ขอบคุณทุกฝ่าย...ช่วยเหลือพม่า

รายการ “สนทนาประสาสมัคร” โดย นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 เวลา 08.30-09.30 น.

เริ่มต้นรายการด้วยสารคดีเรื่องพายุและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา “พายุนาร์กีส” ที่เกิดในประเทศพม่า ความตอนหนึ่งว่า วันนี้ต้องประกาศขอบคุณท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด (พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์) เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม เกิดเหตุตีสอง วันที่ 3 พฤษภาคม ผมก็ไปเฝ้าฯ ระหว่างรอรับเสด็จ ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย บังเอิญนั่งติดกันกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ขออนุญาตรายงานเลยว่า ท่านได้ทำอะไรไปบ้าง ทันทีเลยครับที่ประเทศไทยได้หน้าที่สุด เอาเครื่องบินติดต่อลำแรกลงไป ท่านบอกว่า พอเขากวาดสนามบินเสร็จ ลำของเราลงเลย พม่าไม่ว่า ถ้าเป็นพี่ไทยไม่เป็นไร ทหารอากาศก็เอาเครื่องมา C130 บินเอาของส่งไปช่วยเหลือ

พระราชทานเครื่องปั่นไฟ
ทีนี้อเมริกาทำอย่างไร World Food Program คำนวณคนต้องเดือดร้อนเป็นแสน ต้องเอาคนเอาทีมเข้าไปดูแล 600,000 คน ให้มีอาหาร เป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน เขาทำส่งมา ปรากฏขอวีซ่า พม่าบอกไม่ให้ เขาก็มาหาผม ทูตอังกฤษก็เจอ ทูตอเมริกาก็มาขอร้อง ผมก็ตกลงจะลองติดต่อดู ถ้าผมพูดได้ผมจะพูด พูดไม่ได้ผมจะไปเอง คือไม่น่าจะมีปัญหา ปรากฏพม่าแจ้งประกาศนโยบายส่งของมา แต่ไม่รับคน

จากนั้นผมก็ร่างจดหมายส่งกระทรวงการต่างประเทศให้ พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด เป็นคนประสานงานชายแดน โดยใจความระบุขอร้องไว้ว่า มี World Food Program มาขอวีซ่า ก็ขอให้ท่าน พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่าพิจารณาด้วย เท่านั้นละครับ ไม่มีอะไรอื่นเลย

เช้านี้พาดหัวเลย เหมือนกับว่าพม่าไม่รับสมัคร แต่รับอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านไปของท่าน ทางผู้ว่าราชการจังหวัดตากท่านก็ดี ทำหนังสือมาบอกจะเอาของไปช่วย ขนจากตากไปแม่สอด 80 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำเมยไปเมียวดี แล้วพม่าเอารถทหารมาขน 420 กิโลเมตร ถึงย่างกุ้ง

ก็ขอบคุณผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่คนไทยหน้าบานนี่ละครับ ท่านนี้เป็นคนจัดการจุดชนวนเริ่มต้น น้ำก็ไม่มี ไฟก็ไม่มี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเครื่องปั่นไฟ 3 เครื่อง ขนไปแล้วครับ รับสั่งว่าให้เอาไปใช้ที่โรงพยาบาล นั่นแปลว่า คนไข้ที่จะต้องใช้ไฟฟ้านั้นจะได้รอดตายได้ นี่เจ้านายของเรานะครับ เพื่อนบ้านนี่ครับ ทีนี้ก็ดูน้ำใจกัน

ขึ้น ฮ. ตรวจจังหวัดชายแดนใต้
ผมเป็นประธาน กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน) รองประธานคือผู้บัญชาการทหารบก ผมเข้ามาบริหารบ้านเมือง 3 เดือนนี้บอกมีโอกาสผมจะไป ใครจะตำหนิอะไรก็สุดแท้แต่ บินไปลงหาดใหญ่ เขาก็เอาเฮลิคอปเตอร์มารับ ไปดูเส้นทาง โรงไฟฟ้า โรงแยกก๊าซที่ยังมีปัญหา ถนนที่กำลังทำจากหาดใหญ่ไปถึงนราธิวาส เลี้ยวเข้ายะลาต้องทำ 4 เลน จ้างบริษัทรับเหมาเสร็จแล้ว ทิ้งงานไม่ยอมก่อสร้าง ทางฝ่ายทหาร กองทัพภาคที่ 2 กองทัพภาคที่ 4 เอาทหารช่างมาแบ่งกันทำ 29 กิโลเมตรนั้นทุ่นไป 15 กิโลเมตร เป็นทาง 4 ช่อง

แล้วก็บินเข้าไปที่ อ.ธารโต ไปเขื่อนบางลาง ไปดูที่เขาเกิดเหตุกันที่หมู่บ้านคน 200 คน 40 ครอบครัวมาโจมตีฆ่ากัน ต้องหนีเข้าไปอยู่ใน อ.เมือง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ว่าไม่ได้ ไม่ให้คนไทยทิ้งถิ่น ไม่ว่าพุทธ ไม่ว่าอิสลาม พระราชทานว่าจะต้องทำทางนี้ให้อยู่ให้ได้ คือต้องเอาชนะว่าเราต้องอยู่ในแผ่นดินของเราให้ได้ จะเอาคน 40 ครอบครับกลับไปอยู่ที่เดิมให้ได้

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ก็รับรับสั่งสมเด็จแม่ ก็จัดการเข้าไป ท่านมีลายพระหัตถ์เลยครับ ทรงเป็นทหาร ก็จัดการเลยว่าตรงนี้ บ้านสร้างตรงนี้ สุขศาลาอยู่ตรงนี้ มัสยิดอยู่ตรงนี้ ทำเสร็จเรียบร้อยหมด แล้วก็มีการคุ้มครองดูแลที่หมู่บ้านสันติ 2 คือทำให้เห็นให้มีความปลอดภัย เรื่องอดอยากไม่มี ขาดน้ำไม่มี

สถานการณ์ความรุนแรงลดลง
วันพุธนี้ผมจะไปประชุมเป็นครั้งที่ 2 ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กระทรวงมหาดไทยจะไป บอกว่าอยากให้มหาดไทยลงเข้าไปถึงราษฎรใกล้ชิด เท่าที่ฟังสถานการณ์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมี 4 อำเภอของ จ.สงขลา ค่อยยังชั่วขึ้น แต่ก่อนเดือนหนึ่งก่อกัน 4 อำเภอ 20-30 ราย เดือนนี้เดือนที่แล้วเหลือ 2 ราย และผมก็ไม่ได้ไปพูดจาดูหมิ่นดูแคลน ไม่ได้ไปท้าทาย ผมบอกว่าถ้าเผื่อเลิกกันได้ก็อยากจะขอว่าถอยเข้ามา มีวิธีการรองรับ กลับเข้ามาอยู่ด้วยกันอย่างสงบ และมามอบตัว คือเห็นแล้วนี่ครับว่ายังไงๆ ก็พอเอาอยู่ ผมก็บอกว่าเดี๋ยวถ้าพูดจาเดี๋ยวจะมาล่ออะไรผมเข้าอีกว่าเป็นต้นเหตุ

ตรวจดีเอ็นเอหาผู้กระทำผิด
ผมเจอคุณหมอพรทิพย์ด้วย (พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์) เจอทหาร ตำรวจ เขาทำให้ดูวิทยาศาสตร์เข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย แสดงให้เห็นว่าเธอเก่งครับ อธิบายความเสร็จเรียบร้อยแล้ว พิสูจน์แล้วเสนอศาล แล้วสั่งลงโทษประหารชีวิตแล้วครับ เขาไม่ทำเอิกเกริก มีการตรวจสอบ มีการจับกุมย้อนหลัง 1 ปี 2 ปี 3 ปี เพราะศาลเชื่อเรื่องดีเอ็นเอพิสูจน์ แล้วเมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมาเขาจับใหญ่บนเทือกเขา ตั้งแต่คราวปล้นปืนวันที่ 4 มกราคม 2547 เขาย้อนพิสูจน์ให้เห็นว่า ปืน ลูกปืนต่างๆ ดินระเบิดอย่างสั้นอย่างยาวผลิตจากที่ไหน อย่างไร เครื่องป้องกันเครื่องตัดสัญญาณต่างๆ และใช้วิธีนุ่มนวลในการดำเนินการ ดูแล้วก็น่าจะคลายใจ

ผมบอกอยากให้พี่น้องอีก 73 จังหวัดได้รู้ว่าค่อยดีขึ้น ค่อยบรรเทาขึ้น ผมบอกว่าทุกคนร่วมงานกันทุกฝ่าย เวลานี้มหาดไทยปรับปรุงแผนงานใหม่ ที่จะให้เข้าไปพัฒนา เข้าไปใกล้ชิดยิ่งกว่า และมีหลายอย่างที่ต้องทำ เสร็จเรียบร้อยก็บังเอิญได้พบท่านประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น คณะกรรมการทั้งหมด ได้คุยกันครับ เรายืนยันได้ว่าไมตรีของเราที่ผูกพันและ...ขอไมตรีว่าเกิดที่แผ่นดินเขารักแผ่นดินนั้น

ฟ้องสื่อ 2 ฉบับยัดข้อกล่าวหา
หนังสือพิมพ์สองฉบับลงข่าวว่า นายกรัฐมนตรีจะไปหากินกับเรื่องขุดน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนในกัมพูชา โดยจะเอาเขาพระวิหารไปแลก อย่างนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ (12 พ.ค.) ทนายความผมมีงานทำแน่นอน ให้รวบรวมหลักฐานเสร็จแล้วต้องไปศาลอย่างเดียวเท่านั้น ทางฝ่ายทหาร กระทรวงการต่างประเทศเป็นคนดูแลอย่างใกล้ชิด และการไปเจรจาความก็พูดกันถึงเรื่องที่ว่าพื้นที่ทับซ้อน จะได้พิจารณากันเสียที ทำไมอะไรกันนักหนา ถึงได้แต่งเรื่องอะไรกันได้ขนาดนี้

ซัด “ไอ้หัวเถิก” บงการปล่อยข่าว
เสร็จแล้วไปๆ มาๆ ก็ระหว่างนี้มีข่าวชนิดที่ว่าไม่เป็นมงคล ผมไปกินข้าวกันระหว่าง 6 พรรคที่ภัตตาคารไพซาโน่ (Paesano Italian Restaurant) ผมบอกตกลงกันเสียว่า แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา นิติบัญญัติ เราอยู่ฝ่ายบริหารก็จะบริหารบ้านเมืองต่อไป ก็เห็นพ้องต้องกันตกลง แยกกันเสร็จ คืนวันนั้นปล่อยข่าว แม่ทัพนายกองเข้าไปอยู่บ้านสี่เสาฯ ตี 1 ยังไม่ออกมา ทำข่าวจะเป็นจะตาย ปลุกระดมกัน นี่มันอะไรกันนักหนา

รุ่งขึ้นผมก็กราบบังคมทูลฯ ขอเฝ้าฯ รายงานทุก 3 เดือน ผมก็รับโปรดเกล้าฯ ให้เฝ้าฯ ออกข่าวไปแล้วตั้งแต่ตอนบ่าย จะโปรดเกล้าฯ ให้เฝ้าฯ ให้นายสมัครลาออก จะจัดการเรื่องจักรภพ ทั้งหลายทั้งปวง มีคนปลุกปั่น ถามว่าใคร ไอ้หัวเถิกที่ผมบอกไว้นั่นละครับ ไอ้คนนี้ละครับ เอาข่าวออกมาแล้วปลุกปั่น เรียกคนโน้นไปพบ เรียกคนนี้ไปพบ ตำรวจยังโดนเรียก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งให้พบ ไอ้หัวเถิกเป็นคนจัดการ แส่หมดเลยครับ นี่ละครับผมออกชื่อไว้ถ้าใครจะเดือดร้อนว่าใครจะหัวเถิกก็เอากันเถอะ ที่ใครบอกว่าอย่าดึงฟ้าต่ำ ไอ้นี่ละครับดึงละครับ ปั่นป่วนไปหมด

ผมต้องพูดเอาไว้เลยให้มันรู้ว่าเป็นอะไร อย่างไร มันอะไรกันนักหนา คนรู้จักกันมายังกล่าวหาว่าจะเป็นตะพาน ไปกล่าวหาคนโน้นคนนี้ ผลประโยชน์ไปขัดกัน ฟัดทันทีเลยครับ จักรภพ เพ็ญแข (รมต.ประจำสำนักนายรัฐมนตรี) โดนเลย ผมจะให้ตำรวจสอบให้จบเสียรู้แล้วรู้รอด กล่าวหาเลยครับ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่งอัยการว่าอย่างไร โดนเผากันหมดเลยครับ ต้องให้รู้เลยว่าคนอย่างนี้ทำลายสถาบัน

ตอบคำถามประชาชน ให้คุณสมัคร ดูแลเรื่องยาฆ่าแมลง ประเทศไทยใช้เยอะมาก - เรากำลังทำโครงการใช้เงิน 4,100 ล้าน เรียกว่าเกษตรอินทรีย์ ไม่ต้องใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ถ้าทำอย่างนั้นฝรั่งยินดีซื้อติดป้ายเรียกตัว Q กำลังทำครับ เรามีอินทรีย์วัตถุ ราคาถูกกว่า ได้ผลมากกว่า และดินก็ดีกว่า ต้องเริ่มรณรงค์ รับประกันได้เลยว่างานนี้ต้องเอาให้สำเร็จ

รัฐบาลออกข่าวว่าจะมีการให้เช่าที่เกษตรพืชไร่ 20 บาทนั้น อยากทราบรายละเอียดว่าที่พอหรือไม่ – พอครับ คุณผู้หญิงที่ใครชอบหัวเราะเยาะเธอว่าเป็นพยาบาลแล้วเธอมาทำงานผู้ช่วย สั่งปั๊บรุ่งขึ้นเอกสารมาเลย ที่ดินมีเท่าไร ใครครอบครองอยู่อย่างไร ผมให้ดำเนินการแล้วว่าตรงไหนถ้าเป็นที่พื้นราบแล้วน้ำถึง ให้เช่า เธอบอกราคาให้เสร็จเลยครับ ธรรมดาเช่าปลูกเขาเอา 15 ถังต่อไร่ สมมติว่าเราทำได้ 400 ถังต่อไร่ ต้องให้เขา 15 ถังต่อไร่ ปรากฏว่าข้าวราคาดี ถ้าปลูก 2 หนเอา 30 ถัง ก็ปรากฏว่าเธอบอกว่า 20 บาทต่อไร่ ราคายังไม่ถึงถังเลยครับ 20 บาทก็ทำได้เป็นจริง แต่ก็จะทำเรื่องการเพิ่มผลผลิตในที่เดิมของตัวเองด้วย

เงินเรื่องเกษียณก่อนของทหาร ยังไม่ได้รับ - ดำเนินการดูให้แล้วครับ เรื่องมันไปติดขัดตรงที่ว่า เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ต้องยืนยัน เพราะอยู่กฤษฎีกาต้องยืนยันว่าเอาไหม เขายืนยันกลับไปแล้วครับ ไม่ช้าไม่นานได้

โครงการ Early Retire (เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด) ตำรวจมีหรือเปล่า - คือถ้าสถานะการเงินพอใช้ได้ ดำเนินการแน่นอนครับเรื่องนี้ กำลังดูอยู่ คุณหมอสุรพงษ์ (นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง) กลับมาแล้วครับ

ขอให้นายกฯ ชี้แจงเรื่องเขาพระวิหาร - เขาพระวิหาร ตัวเขาพระวิหารด้านที่งอกไปนี้เป็นส่วนของกัมพูชาเขา แล้วทางเขากำลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เดือนกรกฎาคมเขาจะเลือกตั้ง เขาก็เอ่ยกันว่าเขาจะเอาเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก เมื่อตอนไปพบคุณฮุนเซน (สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา) คุณฮุนเซนบอกไม่เป็นปัญหาหรอกถ้าเอาแต่ตัวอาคารไปขึ้น ปรากฏว่าเมื่อกลับมาแล้วทางฝ่ายมรดกโลกเขาบอก ต้องขึ้นบริเวณพื้นที่ด้วย ทางไทยเขาบอกเลยว่า ถ้าพื้นที่ด้วยไทยต้องขึ้นด้วย เพราะพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ทับซ้อน อาคารเป็นของกัมพูชาดูแลด้วยกัน แล้วนายซก อัน รัฐมนตรีต่างประเทศของเขาก็มาเจรจากับทางรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยว่า ตกลงถ้าจะขึ้นทะเบียนเขาไม่ขัดข้อง แต่ว่าพื้นที่ทับซ้อนไทยขึ้นด้วย เท่านั้นเองครับ ไม่มีปัญหาอื่นเลย

แต่คนที่จะทำให้เรื่องนี้เกิดเรื่องคือหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยเองครับ ปลุกปั่นและกล่าวหาว่าผมจะเอาเขาพระวิหารไปแลกกับการจะผลิตน้ำมัน น้ำมันก็ไม่ใช่เรื่องของผม เขาพระวิหารก็ไม่ใช่เรื่องของผม แต่ต้องการจะทำทุกวิถีทางให้รัฐบาลนี้พังลงไปให้ได้ ให้เสียหาย คุณต้องขึ้นศาลแน่นอนครับ ทีแรกฉบับเดียว ทีนี้ตั้ง 2 ฉบับ มันบ้ากันถึงขนาดเอากันขนาดนี้ ยังพยายามอยู่

ผมมีหน้าที่จะต้องรักษารัฐบาลชุดนี้ไว้ และดูสิว่าใครจะรักษาได้อย่างไร มันเห่อเหิมโจมตีกัน สถานี ASTV ด่าทุกวัน สถานีนี้ศาลคุ้มครองมา 2 ปีแล้ว แต่ทว่าศาลได้ตัดสินเอาไว้แล้วว่า คุณมาทำอะไรอย่างไรใครไม่ได้ บัดนี้คุณทำแล้วครับ ต่อไปนี้คุณต้องได้รู้ว่าส่วนบุคคลที่คดีหมิ่นประมาทที่คุณโดนจะโดนคุ้มครองหรือไม่ ต้องบอกให้รู้กันตรงนี้ และจะดำเนินการตามกฎหมาย...เวลาหมดแล้วครับ วันอาทิตย์หน้า 08.30 น. พบกันใหม่ สวัสดีครับ



บันทึกจาก ‘ย่างกุ้ง’ หลังมรสุม

5 พฤษภาคม 2551 ประมาณบ่ายโมง ฉันกับเพื่อนๆ เดินทางด้วยสายการบินท้องถิ่นจากเมืองมัณฑะเลย์มาถึงเมืองย่างกุ้ง เพื่อเดินทางต่อมายังประเทศไทย ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบิน TG 306 ที่กำหนดออกจากย่างกุ้งเวลา 19.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น วันนี้เป็นวันแรกที่ฟ้าเปิด สายการบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอาศัยโอกาสหลังพายุไซโคลนผ่านพ้น เร่งขนถ่ายผู้โดยสารที่ตกค้างเที่ยวบินมาหลายวัน

ก่อนมาถึงกรุงย่างกุ้ง ฉันทราบเรื่องพายุแต่เพียงเลาๆ ในคืนวันที่ 4 พฤษภาคม จากช่องสถานีโทรทัศน์ต่างประเทศซึ่งรายงานว่ามีพายุไซโคลนชื่อ “นาร์กีส” ขึ้นฝั่งที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีของพม่าตั้งแต่เช้าวันที่ 3 พฤษภาคม และฉันก็ไม่ทราบอะไรอีกเลย รู้แต่เพียงว่าโทรศัพท์ใช้การไม่ได้มาหลายวันแล้ว และระหว่างที่อยู่มัณฑะเลย์ก็ไม่มีฝนหรือลมพายุใดๆ เลย เพราะมีเทือกเขาอาระกันโยมาขวางเอาไว้ และห่างจากย่างกุ้งที่อยู่ทางทิศใต้ราว 650 กิโลเมตร

เมื่อเครื่องบินกำลังร่อนลงจอดในสนามบินนานาชาติมิงกะลาดงของย่างกุ้ง ฉันจึงเห็นความเสียหายจากพายุนี้กับตาตัวเอง บ้านเรือนล้มระเนระนาด โคลนเต็มถนน โคลนสีน้ำตาลขุ่นขังอยู่บริเวณแอ่ง และที่ลุ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนจากทางอากาศ ยิ่งเครื่องบินบินลงต่ำเท่าไร ภาพความเสียหายที่ปรากฏตรงหน้าก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

เวลา 14.00 น. สายการบินท้องถิ่นที่ฉันโดยสารมาถึงสนามบิน ฉันกับคณะออกเดินสำรวจรอบๆ สนามบิน โชคดีที่อาคารผู้โดยสารสนามบินจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ต้นไม้รอบๆ ก็ล้มชนิดถอนรากออกมาทั้งต้น โครงเหล็กที่ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่ป้ายโฆษณาหักโค่นลงมา และพบเศษสังกะสี เศษกระเบื้องกระจายอยู่ทั่วไป

เพื่อให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ที่สำคัญเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอเที่ยวบินไปกรุงเทพฯ เพื่อนของฉันชวนเข้าไปดูสภาพกลางเมืองย่างกุ้ง ซึ่งไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากชวนจนจบ ฉันก็ตอบรับในทันที เราเหมาแท็กซี่คันหนึ่งขับจากสนามบินไปทางทิศใต้ เพื่อเข้าไปในเมือง เราผ่านถนนแปร ถนนโบจกอองซาน และถนนสุเลพยา เพื่อเดินดูร้านรวงใกล้กับพระเจดีย์สุเล ศาลาว่าการเมืองย่างกุ้ง และแถบจัตุรัสเอกราช ก่อนขับกลับมายังสนามบิน

ภาพที่ฉันเห็นก็คือ สองข้างทางของถนนในเมืองย่างกุ้งที่เคยร่มรื่นไปด้วยต้นสะเดา ต้นราชพฤกษ์ ต้นทองกวาว ต้นปาล์ม ฯลฯ บัดนี้มีจำนวนมากที่ล้มระเนระนาดเต็มไปหมด บางต้นล้มชนิดถอนรากถอนโคนแทบจะพลิกฟุตบาธขึ้นขวางลำกลางถนน

และต้นไม้ประเภทที่ล้มทั้งต้นแล้วโค่นเสาไฟฟ้าพ่วงด้วย หรือรากของต้นไม้ขุดท่อประปาขึ้นมากลางถนนนี่เอง คงเป็นสาเหตุทำให้ทั้งเมืองไม่มีกระแสไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา และสายโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ตถูกตัดขาดมาตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม และขณะที่ฉันเขียนบันทึกอยู่นี้ (7 พ.ค.) ข่าวที่ฉันทราบก็คือ ชาวเมืองย่างกุ้งก็ยังต้องทนอยู่แต่ในความมืด ขาดน้ำสะอาด และยังคงขาดจากการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก

รถแท็กซี่ขับผ่านถนนแปร พาพวกเราผ่านสวนสาธารณะประชาชน ที่ครั้งหนึ่งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง แลเห็นพระมหาเจดีย์ชเวดากองทางทิศตะวันออก บัดนี้ต้นไม้ในสวนสาธารณะล้มระเนระนาดไปหมด สภาพดูยุ่งเหยิงราวกับสวนร้างมานานปี

เมื่อรถเข้าถนนโบจกอองซาน ผ่านโรงพยาบาลกลางกรุงย่างกุ้ง ที่นั่นต้นไม้ใหญ่หักโค่นเต็มไปหมด ถนนคงเพิ่งใช้สัญจรได้ไม่นาน เจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่าคงไม่มีปัญญาจะเก็บกวาดบรรดาต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดในจำนวนมหึมา พวกเขาทำได้เพียงจัดการบรรดาต้นที่ขวางถนนเท่านั้น ลากมันไปข้างทาง ตัดกิ่งไม้ที่เกะกะ แล้วทิ้งมันไว้แบบนั้น ภาพต้นไม้นอนเรียงรายตามแนวบาทวิถีพบเห็นได้ทั่วไปในกรุงย่างกุ้ง ชาวบ้าน พระสงฆ์ ที่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ไหวต่างพากันออกมาแผ้วถางเศษซากที่เกลื่อนถนนและบริเวณบ้านเรือนของตน

ที่ย่านถนนสุเลพยา ใกล้กับพระเจดีย์สุเล ฉันพบว่าแถบนี้ตัวอาคารไม่เป็นอะไรมาก หนักหน่อยก็เป็นต้นไม้ที่ล้มทับเสาไฟฟ้า ย่านการค้าสำคัญของเมืองแห่งนี้ โดยมากยังปิดทำการ มีเพียงแผงลอยเล็กๆ ไม่กี่สิบร้านที่ออกมาขายของ

ฉันเดินเขามาในถนนเล็กๆ ข้างถนนสุเลพยา และมีโอกาสสนทนากับเจ้าของตึกแถวบางห้องที่เปิดบ้านแง้มไว้ ลูกหลานพวกเขาออกมาวิ่งเล่นกลางถนน หลังจากที่ต้องหลบภัยพายุในอาคารหลายวัน พวกเขาบอกว่าต้องดูแลตัวเอง จุดเทียนในเวลากลางคืน และซื้อน้ำกิน บ้างก็ไปขอแบ่งน้ำจากโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงกันนั้น บางบ้านที่พอมีฐานะก็ซื้อน้ำมันเพื่อเติมให้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

ออกจากถนนสุเลพยาเพื่อกลับสนามบินมิงกะลาดง ระหว่างทางย่านถนนกะบะอะเยพยา รถยนต์จอดเลนขวาชิดข้างทางยาวเหยียดเป็นกิโลเพื่อรอเติมน้ำมัน คนขับรถเล่าให้ฟังว่า มีการจำกัดโควตาให้แต่ละคันเติมน้ำมันได้วันละ 3 ลิตรเท่านั้น เนื่องจากการขนส่งถูกตัดขาดทำให้น้ำมันขาดแคลน ขณะนี้ราคาน้ำมันในพม่ายังคงสูงลิ่ว แค่น้ำมันดีเซลก็ตกลิตรละ 1,500 จ๊าด หรือ 45 บาท และหากน้ำมันยังมีจำหน่ายจำกัดจำเขี่ยแบบนี้ ราคาคงยิ่งสูงลิ่วไปอีกแน่นอน

ระหว่างทางกลับ เราผ่านทางแยกไปสู่ถนนมหาวิทยาลัย คนขับรถแท็กซี่ชี้ให้เราดู เขาพูดเสียงเบาว่า “นี่บ้านของเลดี้” เขาหมายถึงสถานที่กักบริเวณนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่า “เลดี้” ที่เขาเรียกนั้นแทนตัวนางออง ซาน ซูจี อันเป็นการเรียกอย่างให้เกียรติของชาวพม่า ที่นั่นต้นไม้ล้มระเนระนาดไปหมด แต่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยคือ มีตำรวจเฝ้าหน้าบ้านเธอเหมือนเดิม!

ไม่นานเรากลับมาถึงสนามบินเพื่อรอเดินทางต่อ ที่นี่ยังมีไฟฟ้า มีน้ำประปาใช้ เหมือนโรงแรมใหญ่ๆ หรือบ้านนายพลบางหลังในเมือง ในขณะที่ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเอง และถูกทอดทิ้งให้อยู่กับความมืด ขาดแคลนน้ำสะอาด และตัดขาดจากโลกภายนอก

ไม่รู้ว่าความช่วยเหลือจากนานาชาติจะมาถึงเมื่อไร และตัวเลขความสูญเสียจะพุ่งไปถึงหลักไหน ในขณะที่รัฐบาลทหารก็ยังเล่นแง่ ไม่อนุมัติวีซ่าให้กับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์จากต่างประเทศง่ายๆ และไม่รู้ว่าจะมีใครได้เข้ามาตรวจสอบบ้างหรือไม่ว่า ทรัพย์สินข้าวของที่ประเทศข้างเคียงส่งมาช่วยเหลือจะตกถึงปากท้องประชาชนแค่ไหน

นี่คือย่างกุ้งที่ฉันเห็น

โก่ เหว่ จ่อ



“สมัคร”ฉุนสื่อ! ฟ้อง 2 ฉบับลงข่าวพระวิหารมั่ว

นายกฯ สุดทน ถูกสื่อกล่าวหา รัฐบาลนำเขาพระวิหารไปแลกผลประโยชน์กับกัมพูชา สั่งทนายฟ้องดำเนินคดีพรุ่งนี้ทันที ระบุมีคนจ้องทำลายรัฐบาลให้พังพินาศ โอดครวญมันอะไรกันนักหนา ถึงแต่งเรื่องกันแบบนี้ ประชาชนส่งซิกให้ปิด เอเอสทีวีไปเลย เพื่อตัดปัญหา

วันนี้ (11 พ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ตอนหนึ่งถึงข้อกล่าวหามีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ตอนหลังมีอีกหนึ่งฉบับ กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีจะไปหากินกับเรื่องขุดน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนในกัมพูชาโดยจะเอาเขาพระวิหารไปแลก อย่างนี้ตนยอมไม่ได้ แต่วันนี้มีอีกฉบับเอาด้วย เป็นสารคดีว่าจะเอาเขาพระวิหารไปแลกกับผลประโยชน์ คือไปหากินกับการขุด ดังนั้น พรุ่งนี้ (12 พ.ค.) ทนายความของตนมีงานทำแน่นอน ตอนนี้ให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเสร็จแล้ว ตนจะไม่ชี้แจงอะไรต้องไปศาลอย่างเดียว

“ทำไมถึงเอากันขนาดนี้ คนอย่างผมนะหรือจะเอาเขาพระวิหารไปแลกผลประโยชน์เพื่อที่จะไปขุด ไปยุ่งอะไรกับเขาก็ไม่ได้ยุ่ง เรื่องเขาพระวิหารตอนนี้เป็นเรื่องภายในของเขา เพราะกัมพูชาจะเอาเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก ของเราฝ่ายทหารและกระทรวงการต่างประเทศก็ดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด ถึงวันนี้ก็ไม่รู้อะไรกันนักหนาถึงได้แต่งเรื่องขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ เช้าขึ้นมาก็มีข่าวที่ไม่เป็นมงคล” นายสมัคร กล่าว

นายสมัคร ยังชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เขาพระวิหารที่งอกออกไปนั้นเป็นส่วนของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ทางกัมพูชากำลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการเลือกกันในเดือนกรกฎาคมนี้ ก็มีพูดว่าจะนำเขาพระวิหารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งตอนที่ตนได้ไปพบกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เขาก็บอกว่าไม่มีปัญหา เพราะเขาจะเอาแต่ตัวอาคารไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ถ้าแค่นั้นก็ไม่มีปัญหา แต่ทางฝ่ายมรดกโลกกลับบอกว่าจะต้องขึ้นทะเบียนบริเวณพื้นที่ด้วย ไทยก็เลยบอกไปว่าถ้าเอาพื้นที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกไทยก็ต้องขึ้นด้วย เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทับซ้อนของสองประเทศ ถ้าหากจะขึ้นทะเบียนก็ต้องขึ้นด้วยกัน จากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา นายซกอัน ก็มาเจรจากับ รมว.ต่างประเทศของเรา ก็ไม่มีปัญหาอื่นเลย

“แต่ไอ้คนที่จะทำให้เรื่องนี้เกิดเรื่องคือหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย ปลุกปั่นกล่าวหาว่าผมจะเอาเขาพระวิหารไปแลกกับการผลิตน้ำมัน น้ำมันก็ไม่ใช่เรื่องของผม เขาพระวิหารก็ไม่ใช่เรื่องของผม เขาตกลงกันได้เรียบร้อยทุกอย่างว่า เขาพระวิหารด้านบนนั้นศาลโลก เขาตัดสินแล้วว่าเป็นของกัมพูชา เพียงแต่เวลาจะเอาพื้นที่โดยรอบไปขึ้นทะเบียน ไทยบอกไม่ได้เราต้องขึ้นทะเบียนด้วยเพราะเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่ดูแลด้วยกัน เรื่องมีเท่านี้ แต่ต้องการทำทุกวิถีทางที่ต้องการทำให้รัฐบาลชุดนี้มันพังให้ได้ ให้เสียหาย อย่างนี้คุณต้องขึ้นศาลแน่นอน ตอนแรกฉบับเดียวคราวนี้ต้อง 2 ฉบับ ก็ลองดูกันต่อไปว่าจะไปถึงไหนอย่างไร”นายสมัครกล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายมีประชาชนเสนอให้รัฐบาลปิดสถานีเอเอสทีวีไปเลยเพื่อตัดปัญหา นายสมัคร กล่าวว่า “ไม่ได้ เพราะศาลให้การคุ้มครองอยู่ แต่ยอมรับว่าด่ารุนแรงมากด่าทุกวันด่าเสียหายเหมือนผมเป็นคนร้ายที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองอยู่ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอย่างไรถึงได้ทำอย่างนี้ได้”



Sunday, May 11, 2008

คนกรุง- ตจว. เห็นต่างผลงาน 3 เดือน รบ.สมัคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.) สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบคโพล เปิดเผยกรณีศึกษาวิจัยผลงานรัฐบาลในช่วง 3 เดือนผ่านมา ทางความคิดเห็นของหัวหน้าครัวเรือน ภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี นครพนม อุดรธานี ชลบุรี อยุธยา นนทบุรี นครปฐม ลพบุรี สุราษฎร์ธานีและภูเก็ต จำนวน 3,404 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 6-10 พ.ค. 2551

เมื่อถามความคิดเห็นของหัวหน้าครัวเรือนต่อผลงานรัฐบาลในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ตามนโยบายเร่งด่วนที่เคยแถลงต่อรัฐสภา คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า หัวหน้าครัวเรือนในต่างจังหวัดให้คะแนนเฉลี่ยโดยรวมสูงกว่ากลุ่มหัวหน้าครัวเรือนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ในทุกนโยบายเร่งด่วน

ทั้งนี้ นโยบายเร่งด่วนที่รัฐบ่ลได้คะแนน 3 อันดับแรก ได้แก่ การจัดสรรงบประมาณตามขนาดประชากร (SML) ให้ครบทุกหมู่บ้านและชุมชน คนต่างจังหวัดให้ 4.65 คะแนน คนกรุงเทพฯ ให้ 3.83 คะแนน ตามมาด้วยโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ คนต่างจังหวัดให้ 4.54 คนกรุงเทพฯ ให้ 3.97 มาตรการลดปัญหาโลกร้อนคนต่างจังหวัดให้ 4.42 คน คนกรุงเทพฯ ให้ 3.91 คะแนน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง คนต่างจังหวัดให้ 4.43 คะแนน คนกรุงเทพฯ ให้ 3.82 คะแนน

ส่วนนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้คะแนน 3 อันดับสุดท้าย พบว่า 1) การลดผลกระทบจากราคาพลังงาน ที่คนต่างจังหวัดให้ 3.91 คะแนน คนกรุงเทพฯ ให้ 3.54 คะแนน 2) การสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย คนต่างจังหวัดให้ 3.79 คะแนน คนกรุงเทพฯ ให้ 3.16 คะแนน และ 3) การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนต่างจังหวัดให้ 3.50 คะแนน ส่วนคนกรุงเทพฯ ให้ 2.85 คะแนน

สำหรับหัวข้อคาดการณ์อนาคตประเทศไทยใน 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ร้อยละ 87.8 คิดว่า จะเกิดสภาวะข้าวยากหมากแพง ตามมาด้วยร้อยละ 80.1 คิดว่า จะเกิดปัญหาอาชญากรรมรุนแรงมากขึ้น ร้อยละคิดว่า 55.6 อาจเกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร ร้อยละ 54.9 คิดว่า ยังจะรู้สึกอบอุ่นใจที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ร้อยละ 54.6 คิดว่า จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงไม่คาดฝันขึ้นในกรุงเทพฯ และร้อยละ 53.6 คิดว่า จะยังมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายสมัคร สุนทรเวช

ส่วนการประเมินการทำงาน 3 เดือนแรกของนายสมัคร สุนทรเวช พบว่า คนต่างจังหวัดร้อยละ 55.8 ให้สอบผ่าน ส่วนคนกรุงเทพฯ ร้อยละ 58.2 ให้สอบไม่ผ่าน

จาก ไทยรัฐ

'บรรหาร' ยัวะถูกข้ามหัว ขู่ไม่ร่วมโหวตเลือก 'ชัย'


นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย (ชท.) กล่าววันนี้ (11 พ.ค.) ก่อนเป็นประธานการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคชาติไทย เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ที่ผ่านมา ว่า เป็นการหารือถึงการเลือกประธานสภาผู้แทน ราษฎรวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.) อย่างไรก็ตาม เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ วันนี้ เวลา 17.00 น. แต่ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย แจ้งว่า มีแฟกซ์เรียกประชุมสภาฯ ด่วน

หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวต่อว่า สงสัยว่า ทำไมต้องเร่งด่วนรอประชุมวันพุธที่ 14 พ.ค.นี้ ไม่ได้ เพราะตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญและการจะสนับสนุนใครขึ้นเป็นประธานสภาฯ ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชาชนควรจะได้มีการประสานมายังพรรคชาติไทย ไม่ใช่มีเพียงนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่คนใกล้ชิดนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นคนแจ้งมาว่า ให้สนับสนุนนายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน จึงอยากถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ไปไหนถึงไม่มาประสาน ดังนั้น พรรคชาติไทยจะต้องมีการหารือและยืนยันว่าพรรค ชาติไทยเป็นตัวของตัวเอง

“ธรรมดาเขาไม่ทำกันอย่างนี้ ต้องถามว่า ในพรรคพลังประชาชนใครควบคุมกันแน่ เลขาธิการพรรคเป็นใคร หรือ บุคคลอื่นควบคุม ตนก็ไม่ทราบ เพราะขั้นตอนอย่างนี้ ไม่มีหรอก เรียนตรงๆ ว่า พรุ่งนี้ ไม่อยู่ทั้งวัน มีประชุมด่วนทั้งวัน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ยกเลิกไม่ได้ และบ่ายโมงต้องไปสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่ได้วอล์คเอาท์ แต่เป็นตัวของตัวเอง ตอนที่จะให้เข้าร่วมรัฐบาลมากันเยอะแยะ นี่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติต้องให้เกียรติกัน ผู้ใหญ่ต้องมาเจรจาว่า มติพรรคเป็นอย่างนี้ หรือหัวหน้าพรรคขออย่างนี้” นายบรรหาร กล่าว

นายบรรหาร กล่าวอีกว่า จะไม่ขอพูดเรื่องตัวบุคคล แต่ประธานสภาฯ ต้องเป็นคนมีความรอบรู้ มีความสามารถ เป็นที่ยอม รับทั้ง ส.ส. และบุคคลทั่วไป ไม่ใช่จะหยิบยกใครขึ้นมาเป็นกันได้ง่ายๆ และที่ผ่านมา ธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยเป็นเช่นนี้ มาก่อน จึงไม่ทราบว่า มีอะไรหรือไม่จึงเร่งรีบ


“นพดล” ยันไม่มี “เกี๊ยะเซี๊ยะ” เขาพระวิหารแลกสัมปทาน


เจ้ากระทรวงบัวแก้ว ลั่นไม่ยอมเสียงแผ่นดินแลกกับแก๊ส - น้ำมัน ระบุเป็นการเจรจาแบบรัฐต่อรัฐ เอกชนไม่มีเอี่ยว ชี้ต้องวิน-วินทั้งสองฝ่าย ปฏิเสธ “ทักษิณ”บงการอยู่เบื้องหลัง เตรียมจับมือแถลงข่าวร่วมสองประเทศเร็วๆ นี้

วันนี้ (11 พ.ค.) นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ แถลงที่ทำการพรรคพลังประชาชน ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะผ่อนปรนเรื่องเขาพระวิหาร เพื่อแลกกับผลประโยชน์ในเรื่องแก๊สและน้ำมันในอ่าวไทย ว่า กระทรวงต่างประเทศ กองทัพบก กองทัพอากาศ กระทรวงกลาโหม จะไม่ยอมเสียแผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ที่จะมาแลกกับแผ่นดินไทยได้ ตนในฐานะรมว.ต่างประเทศ จะดูแลเรื่องนี้อย่างดีที่สุด ส่วนถ้อยคำในสัญญาต่างๆ นั้น ตนเป็นนักกฎหมาย ย่อมรู้ดีว่าอะไรที่จะผูกมัดประเทศไทยมากเกินไปหรือไม่ อย่างไรก็ดี เรามีช่องทางที่จะยุติเรื่องนี้ได้แต่ต้องใช้วิธีที่เข้มข้น

“รู้สึกเห็นใจประเทศกัมพูชาที่จะมีการเลือกตั้งในเดือนกรกฎาคม และคณะกรรมการมรดกโลกเตรียมที่จะขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกในเดือนกรกฎาคมเช่นกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนระหว่างสองประเทศ ขอยืนยันว่าวันนี้กัมพูชาและไทยยังเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ซึ่งการเจรจาในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนนั้น ต้องบริหารจัดการร่วมกัน ตรงนี้เป็นเรื่องที่เราต้องดูว่าจะสามารถรับได้มากน้อยแค่ไหน

ผมพยายามติดต่อนายซก อาน รองนายกรัฐมนตรี กัมพูชา เพื่อเจรจาในเรื่องนี้ด้วยเพื่อให้ได้ข้อยุติ ขอให้สบายใจได้ เรื่องเขาพระวิหารจะไม่เป็นไปตามที่หนังสือพิมพ์บางฉบับเสนออย่างแน่นอน และหากมีการตั้งกระทู้ถามผม ผมก็จะขอให้ประชุมลับ และจะชี้แจงอย่างเต็มที่ ไม่มีการเกี๊ยะเซียะหรือเอาแผ่นดินไปแลกอะไรอย่างเด็ดขาด” รมว.ต่างประเทศ กล่าว

รมว.ต่างประเทศ กล่าวในด้านการเจรจาทางการฑูตจะต้องวินวินทั้งสองฝ่าย จะวินลูสไม่ได้ เชื่อว่าเรื่องนี้ยังสามารถที่จะเจรจากันได้ ส่วนพื้นที่ทับซ้อนหรือ เจดีเอ นั้น มีการประเมินทั้งหมด 2.6 หมื่นตารางกิโลเมตร ตรงนี้ต้องตกลงให้ชัดเจนเด็ดขาด ทั้งสองประเทศต้องบริหารจัดการร่วมกัน แบบพบกันครึ่งทาง เนื่องจากมีแก๊สธรรมชาติและน้ำมันอยู่ในพื้นที่ถึง 5 ล้านล้านบาท

ดังนั้น เรื่องการแบ่งเขตพื้นที่ที่ทับซ้อนกันอยู่จึงอยู่ที่เปอร์เซ็นต์การแบ่งเขตว่าแต่ละชาติจะได้เท่าไหร่ ยืนยันว่าการเจรจาจะเป็นแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ไม่มีเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อเจรจาเสร็จแล้ว กัมพูชาอยากจะให้ ปตท. หรือบริษัทเอกชนเข้าไปสำรวจนั้นก็เป็นเรื่องที่เขาสามารถจะทำได้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังกรณีดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้เคยไปพบกับนายฮุน เซน นากยรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ประเทศกัมพูชานั้น รมว.ต่างประเทศปฎิเสธไม่พูดเรื่องนี้ เพราะจะเป็นการแก้ตัวให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีวันเอาเขาพระวิหารไปแลกกับแก๊สและน้ำมันอย่างที่มีกระแสข่าวอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ทางไทยและกัมพูชากำลังจะออกแถลงการร่วมกันในเร็วๆ นี้ เพียงแต่ขณะนี้ยังมีบางถ้อยคำที่ยังตกลงกันไม่ได้ ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อผลประโยชน์ทางการฑูตของทั้งสองฝ่าย


ผบ.ทอ.ย้ำนายกฯ-ทหารยังปึ๊ก! ซัดคนสร้างข่าวปฎิวัติหวังให้สับสน

ผู้บัญชาการทหารอากาศ ยอมรับขณะนี้มีการสร้างข่าวผู้นำเหล่าทัพเข้าพบ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หวังให้เกิดความสับสน ย้ำ ทหารกับนายกรัฐมนตรีเข้าใจกันดี

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวปฎิเสธข่าวการเดินทางเข้าพบพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ บ้านพักสี่เสาเทเวศน์ เมื่อคืนวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยชี้แจงว่าในวันดังกล่าว ตนได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่จ.เชียงใหม่

ส่วนกระแสข่าวที่ออกมานั้นเชื่อว่าจะเป็นการสร้างข่าว และพยายามทำให้เกิดความสับสน พร้อมยืนยันว่าทหารกับนายกรัฐมนตรีเข้าใจกันดี แต่ขณะนี้การเมืองมีความอ่อนไหวจริง และตนเองได้วิเคราะห์ข่าวที่ระบุว่าขณะนี้มีความเคลื่อนไหวทางทหารและข่าวปฏิวัติ แต่ไม่ขอบอกตนได้ว่าไว้วิเคราะห์อย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามสื่อรัฐเสนอข่าวหนุนปฏิวัติทั้งทางตรงและทางอ้อม ว่าสื่อมีหน้าที่นำเสนอข่าว ไม่มีใครสามารถบังคับได้ โดยสิ่งที่สื่อที่จะนำเสนอไปให้ประชาชน ซึ่งเชื่อว่าคงจะเป็นข้อเท็จจริง และสื่อคงจะพิจารณาเองได้



แฉอีก!“ไอ้หัวเถิก” ดึงฟ้าต่ำ หมิ่นสถาบัน ปั่นข่าวปฏิวัติหวังโค่นรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี ลากใส้ " ไอ้หัวเถิก " อยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นข่าวปฏิวัติ และหมิ่นสถาบัน เพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาล เตรียมฟ้อง 2 นสพ.กุข่าวยกเขาพระวิหารแลกบ่อน้ำมัน

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" เมื่อช่วงเช้าตอนหนึ่งว่า มีคนพยายามโค่นล้มรัฐบาลด้วยการปล่อยข่าวต่างๆนานา โดยระบุว่า "ไอ้หัวเถิก" คือคนที่พยายามปลุกปั่นสร้างข่าวให้เกิดความเสียหาย ดึงฟ้าลงต่ำ และทำลายสถาบัน เป็นคนปล่อยข่าวว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศน์ ในคืนวันที่ 6 หลัง 6 พรรคร่วมรัฐบาลนัดรับประทานอาหารมื้อค่ำ

โดย ยังปล่อยข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เรียกตนให้เข้าเฝ้าฯ เพื่อสั่งให้จัดการกับนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และยังมีการใส่ร้ายตนกับเจ้าอาวาสวัดยานนาวา ว่าจะมีการทำให้เจ้าอาวาสวัดยานนาวาต้องเสียหาย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ หนังสือพิมพ์รายวัน 2 ฉบับ ลงข้อความโดยกล่าวหาถึงการนำพื้นที่เขาพระวิหารที่อยู่ในเขตพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา แลกกับการขุดน้ำมันว่า มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้วตนไม่เคยคิดถึงประเด็นดังกล่าวแต่อย่างใด และขณะนี้ได้ให้ทนายความทำการเตรียมเอกสารฟ้องร้องกับไปยังหนังสือพิมพ์แล้ว ซึ่งตนจะไม่ทำการชี้แจงใดๆ นอกจากจะเข้าชี้แจงต่อศาลเท่านั้น

อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้ชึ้แจงในประเด็นการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ว่าการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารของประเทศกัมพูชา เป็นเรื่องของการเมืองภายในประเทศที่ต้องการสร้างคะแนนความนิยมเพื่อหวังผลในการเลือกตั้ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเสริมว่า จากการเข้าพบสมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรี ประเทศกัมพูชานั้น รัฐบาลไทยได้ยืนยันกับรัฐบาลกัมพูชาแล้วว่าหากทางฝ่ายมรดกโลกมีข้อกำหนดต้องนำพื้นที่ทับซ้อนทางประเทศไทยไปด้วย ถึงจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ รัฐบาลกัมพูชาก็จะต้องนำชื่อประเทศไทยอยู่ในการจดทะเบียนมรดกโลกร่วมกันด้วย