WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, May 13, 2008

แจ้งความ“กำนันชัยวัฒน์”เบิกความเท็จ เชื่อมโยง กกต.รับใบสั่งยุบพปช.

รองหน.พปช.พบ กกต.รับรองเอง กำนันชัยวัฒน์ ยังเป็นสมาชิก ปชป. บุกกองปราบแจ้งความ “โกหกศาล” ระบุชี้ให้เห็นแจกใบแดง “ยงยุทธ” มีใบสั่ง

พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) พร้อมด้วยทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ ให้มีการดำเนินคดีกับนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย พยานในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบแดงกับนายยงยุทธ ในข้อหาเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกา

แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีให้การว่า ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่ทาง กกต.รับรองว่า นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกปชป. ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2547 และขณะนี้ยังไม่พ้นจากสมาชิกภาพ และนายชัยวัฒน์ ยังโกหกต่อเจ้าหน้าที่ กกต.และต่อศาลฎีกา เพื่อให้เข้าองค์ประกอบการดำเนินคดีอาญากับนายยงยุทธ กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า การที่ กกต.เชื่อคำให้การของนายชัยวัฒน์ ทำให้สังคมเชื่อว่า นายยงยุทธ กระทำผิดจริง ซึ่งไม่เป็นธรรมกับนายยงยุทธ เป็นการกลั่นแกล้งกัน และแสดงให้เห็นว่า มีใบสั่ง มีขบวนการที่จะนำไปสู่การยุบ พปช.อย่างแท้จริง

“นายชัยวัฒน์ โกหกตัวเอง โกหกศาล เป็นสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อคดีของนายยงยุทธ เพราะคนโกหก ย่อมพูดโกหกในสำนวนคดีได้อย่างแนบเนียน และขอท้าให้นายชัยวัฒน์ มาแจ้งความดำเนินคดีกับนายยงยุทธ ในคดีนี้โดยด่วน” พ.ต.ท.กานต์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า การโกหกของนายชัยวัฒน์ แสดงให้เห็นว่ามีขบวนการของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเสกสรรปั้นแต่ง จัดฉาก พูดเท็จเพื่อให้เข้าองค์ประกอบของข้อกฎหมาย และเสนอ กกต.ให้ยุบพรรคฝ่ายตรงข้ามได้ จึงมีความชอบธรรมที่จะต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 และมาตรา 68 เพื่อมิให้บุคคลบางกลุ่ม หรือสมาชิกพรรคการเมืองบางพรรค ใช้คนโกหกมาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพราะกรณีนายชัยวัฒน์ มีผลต่อกระบวนการยุติธรรม



ขรก.ต่ำกว่าซี 5 ได้เฮ ครม.อนุมัติ 340 ล.ช่วยค่าครองชีพ มีผล 1 พ.ค.

ถั่วเฉลี่ยบวกเพิ่ม 6% ครอบคลุมทุกกลุ่มกว่า 3 แสนคน ทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร ครู ลูกจ้างประจำ มั่นใจไม่เกี่ยวเงินเฟ้อ แต่ได้อนิสงค์เงินหมุนเวียนเพิ่มหลายรอบ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (13 พ.ค.) มีมติให้เงินเพิ่มค่าครองชีพให้แก่ข้าราชการ ต่ำกว่า ซี 5 ลงมา โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 พ.ค. 51 โดยจะใช้งบประมาณในปี 51 ประมาณ 340 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมข้าราชการพลเรือน ทหหาร ตำรวจ ครู ลูกจ้างประจำ รวม 3 แสนคน

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยได้รับเงินเดือนและค่าครองชีพขั้นต่ำที่ไม่เกิน 7,700 บาท/เดือน ให้เพิ่มอีก 500 บาท/เดือน เป็น 8,200 บาท/เดือน โดยแต่ละระดับจะบวกเพิ่มขึ้นประมาณ 6% จนถึงเพดานที่ปรับใหม่เป็น 11,700 บาท/เดือน จากเดิมอยู่ที่ 11,000 บาท/เดือน

"รัฐบาลประเมินแล้วอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับค่าครองชีพที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นเฉพาะในส่วนของลูกจ้างประจำและข้าราชการระดับล่าง มั่นใจว่าจะกระทบกับอัตราเงินเฟ้อ การปรับขึ้นครั้งนี้น่าจะทำให้มีเงินเข้ามาหมุนเวียน 300 ล้านบาทหลายรอบ" นพ.สุรพงษ์ กล่าว


กกต.แฉ! ผลพิสูจน์ พฐ. ชี้ชัดลายเซ็นต์ “สิทธิชัย โควสุรัตน์” ของจริง

กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ! กกต. ระบุ ขอยึดผลตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานเป็นหลัก หลังพบลายมือชื่อ "สิทธิชัย โค้วสุรัตน์" บนในสมัครสมาชิกพรรคพลังประชาชนเป็นของจริง

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพรรคพลังประชาชนปลอมลายมือชื่อ นายสิทธิชัย โค้วสุรัตน์ รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ล่าสุดมีรายงานข่าวว่ากองพิสูจน์หลักฐานและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. ตรวจสอบพบว่าเป็นลายมือชื่อของ นายสิทธิชัย จริง ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาก่อนหน้านี้ โดย นางสดศรี กล่าวว่าได้หารือระหว่าง กกต.ว่าคำวินิจฉัยของศาลฎีกาอาจขัดต่อข้อเท็จจริงที่ได้ ซึ่ง กกต.จะยึดผลของการตรวจสอบของทาง สตช.เป็นหลักเพราะถือว่าได้รับการยอมรับตามหลักวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ นางสดศรี ยังกล่าวถึงการโยกย้าย นายเกษม วัฒนธรรม รองผู้ว่าฯ จ.บุรีรัมย์ และประธาน กกต. จ.บุรีรัมย์ ไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ จ.นครนายก ว่าหาก นายเกษม เห็นว่าการโยกย้ายดังกล่าวไม่ชอบธรรมก็ต้องร้องไปยังกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงซึ่ง กกต.ไม่มีอำนาจในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งคืนสิทธิผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วนให้กับ นายสิทธิชัย เมื่อวันที่ 4 ธีนวามคมปีที่แล้วหลัง นายสิทธิชัย ร้องเรียนว่า เป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินเพียงพรรคเดียวและลายมือชื่อบนใบสมัครสมาชิกพรรคพลังประชาชนเป็นของปลอม



"สดศรี" เล็งกลับศาล หลังแก้รัฐธรรมนูญลดวาระการทำงาน กกต. เผย “สุชาติ” ก็กลับด้วย

“สดศรี” รับกำลังหาช่องทางกลับไปเป็นผู้พิพากษา หลังจากที่รัฐบาลมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและทำให้ กกต.มีระการทำงานลดลง รวมท้งเปิดเผยว่าประธาน กกต. ก็มีแนวคิดที่จะกลับไปทำงานที่ศาลเช่นเดียวกัน

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวปฏิเสธถึงการเดินทางไปยังศาลฎีกาวานนี้ว่า ไม่ได้ไปเป็นพยานในคดีการให้ใบแดงของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากไม่ได้มีหมายเรียกจากศาล แต่การเดินทางดังกล่าวเพื่อหาช่องทางว่าจะกลับเข้าไปทำงานเป็นผู้พิพากษาตามเดิมได้หรือไม่ หลังจากที่รัฐบาลเตรียมแก้รัฐธรรมนูญ

โดยลดวาระการทำงานของ กกต.ส่วนจะปรับรายได้เลยหรือไม่นั้น จะต้องรอให้มีพระราชบัญญัติของศาลออกมารับรองก่อน เนื่องจากตนไม่ได้เป็นผู้พิพากษาอาวุโส

นอกจากนี้ นางสดศรี ยังเปิดเผยอีกว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ก็มีแนวคิดที่จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลเช่นเดียวกัน



ไม่หวั่น“กับดัก”เผด็จการ! “จักรภพ” เดินหน้าแก้ รธน. ฉะอีแอบ อยากเห็นหน้าคนชอบรถถัง

“จักรภพ เพ็ญแข” ไม่หวั่นไหวยื่นถอดถอน-พรรคร่วมเสียงหาย เชื่อแก้ รธน.หนทางขจัดปัญหา ตอกหน้าอีแอบเชียร์เผด็จการ อยากเห็นหน้าคนหนุนใช้กำลังยึดอำนาจ

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ไม่มีปัญหา ฝ่ายค้านมีหน้าที่ถอดก็ถอด ตนเองมีหน้าที่ใส่ก็ใส่ ต่างคนต่างทำหน้าที่ตามระบบรัฐสภา ซึ่งตนยอมรับได้ และยินดีที่จะไปชี้แจง หรือหากฝ่ายค้านอยากเรียกบุคคลใดที่เชื่อว่า เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา ก็ยินดีสนับสนุนให้ทุกฝ่ายไปให้ข้อมูล หากเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย

นายจักรภพ ยังกล่าวถึงการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เสียงพรรคร่วมรัฐบาลขาดหายไป 2 เสียง อาจมีปัญหาหรือไม่นั้น ว่า ตอนนี้ถืออยู่ในระยะจับทางกันใหม่ในเรื่องของประชาธิปไตย เนื่องจากที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองที่ยังมีจุดยืนไม่แน่นอนนักในการสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างชัดเจน โดยอิทธิพลของแนวความคิดอย่างนี้ ยังมีผลกระทบ

โดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชาชนคงต้องทำหน้าที่ในการที่จะรักษาประชาธิปไตยกันต่อไป โดยต้องรักษาระบบกันไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมาสังคายนาที่ตัวบุคคลในภายหลัง เพราะยังมีเวลา

ส่วนที่พรรคชาติไทยงดออกเสียง นายจักรภพ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ เพราะถูกจำกัดทางไว้หมด รวมถึงลุมพรางอีกมากมาย ดังนั้น การจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง คงไม่มีตัวบุคคลที่สมบูรณ์พร้อม ในการที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองในระยะนี้ แต่จะอาศัยระบบเข้ามาช่วยเหลือให้การทำงานเป็นไปด้วยดี นั่นก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ไปได้

นายจักรภพ ยังกล่าวถึงสาเหตุที่ต้องห้ามสื่อรัฐเสนอข่าวสนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหารทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยว่า ตนเพียงอยากจะรู้ในบ้านเมืองนี้ จะมีใครที่จะออกมายืนยันว่าสื่อมวลชนสามารถที่จะเรียกหาการรัฐประหารได้ รวมทั้งอยากจะรู้ว่า ยังมีใครในบ้านเมืองนี้ที่คิดว่า การรัฐประหารด้วยการยึดอำนาจโดยใช้อาวุธปืนและรถถังเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และสามารถแก้ปัญหาได้ แต่สำหรับสื่อภาครัฐมีหน้าที่ในการรักษาระบอบประชาธิปไตยโดยไม่เรียกเอาคนมาทำลายระบอบประชาธิปไตยโดยตรง ส่วนสื่อเอกชน ไปยุ่งไม่ได้ เป็นจุดยืนโดยอิสระเสรีภาพ แต่คงไม่ใช่หมายความว่า เสรีภาพนั้นจะไม่มีขอบเขตจำกัด เสรีภาพที่ทำให้คนส่วนใหญ่ถูกลดค่าในความเป็นมนุษย์ ตรงนี้ต้องถามตัวเองว่า ยังเป็นเสรีภาพที่เอามาเชิดชูกันได้จริงหรือไม่



ประสานเสียงไม่มีปฏิวัติ ฉะพวกที่พูดเรื่อยเปื่อย

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกระแสข่าวทหารเตรียมที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหาร โดยยืนยันว่า ไม่มีการปฏิวัติแน่นอน และไม่รู้สึกหนักใจกับกระแสข่าวที่ออกมา ทั้งนี้ ยังได้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น กรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามสื่อของกรมประชาสัมพันธ์และสื่อเครือข่ายของรัฐ นำเสนอข่าวทหารเตรียมทำการปฏิวัติรัฐประหาร

ด้านพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงที่นายจักรภพ สั่งห้ามไม่ให้สื่อมวลชนของรัฐเสนอข่าวการปฏิวัติว่า ยังไม่เคยได้ยิน แต่การปล่อยข่าวเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารมีมูลมากน้อยแค่ไหนต้องพิจารณาคนที่พูด อาจจะพูดไปเรื่อยเปื่อย ทั้งๆ ที่ยังไม่มี อะไรเกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไร ใครจะมาจุดชนวนกองทัพได้อยากให้ทุกฝ่ายทำงานกันด้วยความระมัดระวัง อยู่บนพื้นฐานความซื่อสัตย์สุจริตแล้วประเทศชาติจะเรียบร้อย

เมื่อถามว่า กองทัพเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ เพราะเกรงจะกลับไปเหมือนเหตุการณ์ 19 ก.ย. 2549 พล.อ. บุญสร้าง กล่าวว่า เราทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุ่มเททำงานกันอย่างจริงจัง บ้านเมืองก็จะเกิดความเรียบร้อย ทุกคนต้องอยู่บนพื้นฐานและบทบาทของตัวเอง ประเทศชาติจะไม่มีปัญหา

และเมื่อถามว่ากองทัพทำอย่างไรไม่ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงไม่สบายพระทัย พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า พระองค์ท่านทรงสดับรับฟังสถานการณ์บ้านเมืองทุกเรื่อง ทุกคนต้องทำให้ดีที่สุด เราควรจะรู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุด ที่พระองค์ท่านอยากเห็นว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไร ฝากทุกคนทุ่มเททำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ก้าวก่ายงานของคนอื่น มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นมาตรฐานที่ทุกคนควรยึดเหนี่ยว เมื่อทุกคนปฏิบัติตาม ประเทศชาติก็จะเกิดความรุ่งเรือง

ขณะที่นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นักวิเคราะห์หลักทรัพย์กว่า 40 คน จากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ได้เข้ามาสอบถามถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะต่อจากนี้ โดยได้มีการสอบถามในหลายเรื่อง รวมทั้งข่าวลือเรื่องการเกิดรัฐประหาร โดยตนได้ชี้แจงว่า ไม่เชื่อว่าจะเกิดรัฐประหารขึ้นอีก เพราะหากมีใครคิดทำรัฐประหารในช่วงนี้ ตนเชื่อว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนที่จะกังวลในเรื่องเศรษฐกิจมากกว่าในปัจจุบัน



“อนุพงษ์” ยันไม่มีปฏิวัติแน่นอน

วันที่ 12 พ.ค. ที่กองบัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวความหวาดระแวงว่าทหารจะทำการปฏิวัติอีกครั้งเพราะสถานการณ์ การเมืองไม่แน่นอนว่า “ผมยืนยันได้ว่าไม่มีปฏิวัติแน่นอน และไม่ได้หนักใจต่อกระแสข่าวนี้” เมื่อถามถึงกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ห้ามสื่อของรัฐเสนอข่าวปฏิวัติ พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่าไม่มี ความเห็นเรื่องนี้

ห่วงความแตกแยกของคนไทย

ทางด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งห้ามไม่ให้สื่อมวลชนของรัฐเสนอข่าวการปฏิวัติว่า ยังไม่เคยได้ยิน แต่การปล่อยข่าวเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารมีมูลมากน้อยแค่ไหนต้องพิจารณา คนที่พูดอาจจะพูดไปเรื่อยเปื˜อย ทั้งๆที่ยังไม่มี อะไรเกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีอะไร ใครจะมาจุดชนวนกองทัพได้อยากให้ทุกฝ่ายทำงานกันด้วยความระมัดระวัง อยู่บนพื้นฐานความซื่อสัตย์สุจริตแล้วประเทศชาติจะเรียบร้อย เมื่อถามว่ากองทัพเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ เพราะเกรงจะกลับไปเหมือนเหตุการณ์ 19 ก.ย. 2549 พล.อ. บุญสร้างตอบว่า เราทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุ่มเททำงานกันอย่างจริงจัง บ้านเมืองก็จะเกิดความเรียบร้อย ทุกคนต้องอยู่บนพื้นฐานและบทบาทของตัวเอง ประเทศชาติจะไม่มีปัญหา เมื่อถามว่ากองทัพทำอย่างไรไม่ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงไม่สบายพระทัย พล.อ.บุญสร้าง ตอบว่า พระองค์ท่านทรงสดับรับฟังสถานการณ์บ้านเมืองทุกเรื่อง ทุกคนต้องทำให้ดีที่สุด เราควรจะรู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุด ที่พระองค์ท่านอยากเห็นว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไร “ฝากทุกคนทุ่มเททำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ก้าวก่ายงานของคนอื่น มีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นมาตรฐานที่ทุกคนควรยึดเหนี่ยว เมื่อทุกคนปฏิบัติตาม ประเทศชาติก็จะเกิดความรุ่งเรือง

ขณะนี้ ความสามัคคีของบ้านเมืองมีปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะ ความแตกแยกของกลุ่มต่างๆ ดังนั้น ทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากันและทำให้เกิดเป็นปึกแผ่น อย่าให้เขาว่าคนไทยไม่มีความสามารถในการทำงานร่วมกับเป็นทีมเวิร์ก” พล.อ.บุญสร้าง กล่าว

ย้ำชัดทหารไม่วอกแวกกับการเมือง

เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพ หารือถึงสถานการณ์การ เมืองอย่างไร พล.อ.บุญสร้างตอบว่าทุกคนคิดเหมือนกัน เราทำตัวให้ดี ผบ.เหล่าทัพจะคุยกันในแง่ดี ทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ต้องไปวอกแวกกับการเมือง ต้องปล่อย ให้การเมืองว่ากันไป หากเราไปวอกแวกกับการเมืองก็ไม่ต้องทำงาน รัฐบาลยุคไหนก็มีปัญหา ถ้าเข้าไปวอกแวก “ผบ.เหล่าทัพ ทำงานร่วมกันได้ ไม่มีปัญหา เพราะเรารู้หน้าที่ว่าควรทำอะไร กองทัพสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทหารรู้ว่าอะไรดีไม่ดี เรียนมาเหมือนกับรัฐบาล ไม่มีปัญหาสามารถทำงานร่วมกันหน้าที่ใครก็ทำหน้าที่ของตน” ผบ.ทหารสูงสุดกล่าว

“สุรยุทธ์” เผย “ป๋า” ยังไม่หายป่วย

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในโอกาสที่เดินทางมาเป็นประธานปิดโครงการ “สานใจไทยสู่ใจใต้” รุ่นที่ 9 แทน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า พล.อ.เปรม ฝากความปรารถนาดีให้กับเยาวชนทุกคน ขณะนี้ พล.อ.เปรมยังป่วย และมีอาการอักเสบที่กล่องเสียง ซึ่งไม่สามารถพูดได้มากนักและต้องใช้เวลาในการรักษาตัว จึงได้มอบหมายให้ตนมาเป็นประธานในการปิดโครงการ โดย พล.อ.สุรยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ป่วยมีอาการกล่องเสียงอักเสบว่า แพทย์ให้ พล.อ.เปรมพักเพราะการใช้เสียงมากๆจะทำให้หายช้า แต่ไม่ทราบว่าแพทย์ให้ พล.อ.เปรมพักงานกี่วัน เมื่อถามว่า สาเหตุที่หายป่วยช้าเพราะห่วงเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่ใช่สาเหตุจากทางการเมือง แต่เป็นเพราะหลอดเสียงของท่าน เมื่อถามถึงกรณีที่สถานการณ์การเมืองพยายามดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ไม่ทราบ สื่อต้องหาคำตอบให้ ทั้งนี้ ไม่อยากฝากอะไรถึงฝ่ายการเมือง เพราะ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องความแตกแยกทางการเมือง ไม่ต้องเป็นห่วง คิดว่าต้องช่วยกันแก้ได้



“จักรภพ” โวยถูกบิดเบือนพาดพิงเบื้องสูง

วันที่ 12 พ.ค. เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีกล่าวผ่านในรายการสนทนาประสาสมัครถึงเรื่องที่มีคนนำเอาสถาบันมาเป็นเงื่อนไขมาโจมตีนายจักรภพว่า ถือเป็นความกรุณาให้ความเป็นธรรมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งจะจัดทำคำแปลที่ถูกต้องของคำบรรยายที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในเร็ววันนี้ เพื่อใช้ยืนยัน เพราะตามเว็บต่างๆ มีการนำมาเผยแพร่แปลผิด แปลถูก บางเรื่องก็ใส่ความ เมื่อจัดทำเอกสารเสร็จจะนำไปมอบให้พนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง เพราะอยากให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุด เพราะเป็นการใส่ความ เชื่อว่ามี 2 กลุ่ม คือจงใจหาเรื่องเพื่อให้รัฐบาลมีปัญหา ส่วนกลุ่มที่ 2 คือคนที่เชื่อว่าตนเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ขอยืนยันว่าไม่มีใครในรัฐบาลชุดนี้ที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ขอร้องให้กลุ่มคนดังกล่าวคิดถึงบ้านเมืองเป็นหลัก อย่าเห็นแต่ความแค้น คนที่ทำเจตนาต้องการให้เกิดเรื่อง และคิดว่าจะได้ผลทางการเมือง แต่อยากจะบอกว่าคนที่คิดจะหาเรื่องเดี๋ยวก็รู้ว่าของจริงออกมา นำปาฐกถาของตนไปแปลผิด หยาบคาย ล้วนแต่เป็นความเท็จ และจงใจบิดเบือน

ย้ำมีกลุ่มจงใจสร้างเหตุนำสู่ปฏิวัติ

เมื่อถามว่า นายกฯระบุว่ามีคนหัวเถิกอยู่ในกระบวนการจ้องล้มรัฐบาลด้วย นายจักรภพตอบเลี่ยงว่า คงเกี่ยวกันหลายคน ระบุไม่ได้ และไม่ทราบว่าหัวเถิกเป็นใคร รัฐบาลจะไม่ไปเล่นเกมการเมืองกับใคร แต่หากดึงเบื้องสูงลงมาก็ต้องชี้แจง เพราะถือเป็นความเสียหาย และจะกลายเป็นปัญหาลุกลามต่อไป กระบวนการโค่นล้มและจะนำไปสู่การรัฐประหารก็เหมือนเดิม ย้อนไปดูช่วงก่อนเหตุการณ์ 6 ต.ค. 19 ที่นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ ระหว่าง เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ก็โดนกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี กับเหตุการณ์ก่อน 19 ก.ย. 49 แต่คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้พัฒนาความคิด ตลอด 30 ปียังใช้วิธีการเหมือนเดิม ส่วนการห้ามสื่อของรัฐเสนอข่าวเชียร์การทำปฏิวัตินั้น ที่ผ่านมาหลายสื่อพยายามจะชูทหารเข้ามาเกี่ยวข้องกับการปฏิวัติ จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเก่า สื่อสามารถวิจารณ์รัฐบาลได้ แต่ไม่ควรเชียร์ให้เกิดการยึดอำนาจสนับสนุนรัฐประหาร เพราะล้ำเส้นเกินไปและเกินเลยไปมาก ควรมีการจัดระเบียบ มิฉะนั้น จะละเมิดรัฐธรรมนูญผิดกฎหมายบ้านเมือง และใครที่กล่าวหาว่าตนไปแทรกแซงสื่อ ก็อยากให้ออกมาแสดงตัวเลยว่าเห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร ใครที่เห็นว่ามีสิทธิที่สนับสนุนรัฐประหาร ก็แสดงตัวออกมาได้ เพื่อให้สังคมรับทราบว่าสื่อรายใดที่เห็นว่ามีสิทธิเรียกทหารมายึดอำนาจก็ให้แสดงตัว

ปชป.จี้นายกฯสอบพฤติกรรม “จักรภพ”

ทางด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการประชุมหารือแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำคำบรรยายของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระหว่างบรรยายต่อที่ประชุมชมรมนักข่าวต่างประเทศ เมื่อเดือน กันยายน ปี 2550 โดยแกนนำพรรคเห็นว่าคำบรรยายดังกล่าวเป็นเรื่องอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพรรคที่จะต้องนำข้อมูลทั้งหมดส่งให้กับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เตรียมทำหนังสือถึงนายก-รัฐมนตรี เกี่ยวกับข้อกังวลดังกล่าว พร้อมแนบซีดี 1 แผ่นและคำถอดเทปภาษาไทยอย่างละเอียดรวม 8 หน้ากระดาษเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ รวมถึงพฤติกรรมของนายจักรภพที่สะท้อนให้เห็นในหลายอย่างว่าไม่ศรัทธาต่อระบอบพระมหากษัตริย์ เช่น การนำเอาสารคดีการล่มสลายของราชวงศ์เนปาลมานำเสนอผ่านทางสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาประกอบการตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรีที่กำลังจะมีขึ้นด้วย รวมทั้งเสนอให้นายก-รัฐมนตรีให้ความสำคัญตรวจสอบเรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน ว่าพฤติกรรมของนายจักรภพเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในเชิงลบ และสมควรที่จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยหรือไม่ โดยหนังสือที่จะส่งถึงนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด

“สาทิตย์” คุ้ยหลักฐานถอด “สมพงษ์”

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธานคณะกรรมการวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการยื่นถอดถอนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม กรณีการสรรหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ล่าช้าเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะพิจารณาต่อไปคือ ช่วงวันที่ 19-24 มี.ค.2551 ที่ปลัด กระทรวงยุติธรรมทำหนังสือถึง รมว.ยุติธรรมนั้น รมว.ยุติ-ธรรมมีเจตนาใดไม่ทำการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวให้จบภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งมีข้อพิสูจน์ว่า รมว.ยุติธรรมน่า จะมีเจตนาฝ่าฝืน เพราะกรณีการสั่งย้ายนายสุนัย มโนมัย-อุดม จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปเป็นเลขาธิการ ป.ป.ท.นั้น นายสมพงษ์อ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะต้องเข้ามาจัดการตามโครงสร้างของ ป.ป.ท.ให้เสร็จทันตามกฎหมาย ดังนั้น ฝ่ายค้านจะขอพิจารณาข้อมูลอีก 1-2 วัน เพื่อดูว่า 5 วัน ที่นายสมพงษ์ได้รับหนังสือจากปลัดกระ-ทรวงนั้น นายสมพงษ์ติดปัญหาใดจึงไม่สามารถดำเนินการได้ หรือมีเจตนาที่เข้าข่ายฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ส่วนการยื่นถอดถอนนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น ฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจร่างคำถอดถอน

ปชป.จี้ พปช.จัดการ “การุณ”

นายสาทิตย์กล่าวว่า ในวันที่ 14 พ.ค. จะทวงถามในที่ประชุมสภาฯถึงการผลการสอบสวนของคณะกรรม-การสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการทะเลาะวิวาทระหว่างนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน กับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผลสอบมีการระบุว่ามีการทำร้ายร่างกาย และด่าทอกันจริง ดังนั้น พรรคพลังประชาชนจะมีมาตรการจัดการกับนายการุณหรือไม่ เนื่องจากนายการุณเคยพูดว่าหากมีการทำร้ายร่างกายจะยอมลาออกจากการเป็น ส.ส. หวังว่านายการุณจะยอมรับผิดกล่าวขอโทษกลางที่ประชุมสภา เรื่องนี้จะเป็นการพิสูจน์สำนึกและยางอายของพรรคพลังประชาชน หากนายการุณไม่ยอมรับผลสอบ พรรคก็จะไม่ เรียกร้องจิตสำนึกทางศีลธรรมกับนายการุณ แต่การกระทำที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการคุกคามการทำหน้าที่ ส.ส.

“การุณ” สาบานให้แม่ตายถ้าทำผิด

ทางด้านนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงผลสอบของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ระบุว่า เป็นผู้มีความผิดในการทะเลาะกับนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากผู้ใหญ่ตีกรอบไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะเกรงจะเป็นประเด็นก่อให้เกิดความเสียหายแก่พรรค เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของ พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย ประธานการตรวจสอบเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ แทน และผลสอบดังกล่าวเพียงระบุว่า “เชื่อได้ว่า” เท่านั้น ไม่ระบุชัดว่า ตนกระทำผิดจริง ไม่อยากให้โฟกัสความผิดมาที่ตนคนเดียว เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าตนถีบนายสมเกียรติจริง ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากตำรวจสอบสวนแล้ว พบความผิดจะลาออกจาก ส.ส.หรือไม่ นายการุณตอบว่า “ผมไม่ออก เพราะผมไม่มีความผิด ที่ผ่านมาผมก็ท้าให้นายสมเกียรติสาบาน แต่เขาไม่ยอมสาบานเลย ถ้าจะสาบานก็ขอให้แม่ผมตายก็ได้ เพราะผมรักแม่ของผม สมมติถ้าตำรวจตัดสินว่าผมผิดจริง ก็แค่โดนปรับเท่านั้น แต่ผมคงไม่ลาออกเพราะผมไม่ได้ทำผิด” นายการุณกล่าว


คตส.ตั้งคณะทำงานร่วม ป.ป.ช. ส่งมอบสำนวนหลัง คตส.หมดวาระแล้ว

คตส. 12 พ.ค.-นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แถลงภายหลังการประชุมที่มีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. เป็นประธาน ว่า ได้รับหนังสือแจ้งจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่เป็นคณะทำงานร่วมเพื่อส่งมอบสำนวนของ คตส.ที่จะหมดวาระในเดือนมิถุนายน จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. นายใจเด็ด พรไชยา กรรมการ ป.ป.ช. นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. นายสมชิต สตภูมินทร์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. นายชัยรัตน์ ขนิษฐบุตร นิติกร ป.ป.ช.9 นายอุทิศ บัวศรี นักกฎหมาย ป.ป.ช. 8 และนางณัชชา เกิดศรี นักบริหารงานคลังและพัสดุ 8

นายสัก กล่าวต่อว่า คตส.มีมติตั้งกรรมการร่วมคณะทำงานชุดดังกล่าว 7 คน เช่นกัน ประกอบด้วย นายแก้วสรร อติโพธิ กรรมการ คตส. นายสัก กอแสงเรือง กรรมการ คตส. คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กรรมการ คตส. นายพิศิษฐ ลีลาวชิโรภาศ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายไพฑูรย์ ทิพยทัศน์ ผู้ตรวจเงินแผ่นดิน นายมณเฑียร เจริญผล ผู้อำนวยการกลุ่มร่างกฎหมาย และนายทรงวุฒิ ด่านปรีชาวุฒิ รักษาการผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้คณะทำงานดังกล่าวจะประชุมเมื่อใด จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง หากมีการประสานงานเรียบร้อยแล้ว.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-12 20:13:38



ไชยา ขอเวลาพิสูจน์ผลงานประธานสภาฯ คนใหม่

กทม. 12 พ.ค. - นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (12 พ.ค.) มีมติเลือกนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาคนใหม่ แทนนายยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ลาออกไปว่า ส่วนตัวไม่สบประมาทใคร ถือว่าผู้ที่ผ่านการเลือกจากประชาชนได้เป็น ส.ส. เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ ประธานวุฒิสภาต้องเป็นคนที่แม่นในข้อกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับการประชุม ก็ถือว่าสง่างามแล้ว อย่ามองที่รูปสมบัติ มองว่าแก่แล้ว แม้นายชัยจะอายุมากแล้วก็ควรให้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง. -สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-05-12 18:59:51