WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, May 17, 2008

“ประชา”จวก “จำลอง”ยุปฏิวัติ! ทำบ้านเมืองแตกแยก

แกนนำกลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย สวน “จำลอง” ยุทหารปฎิวัติทำชาติแตกแยก จี้ให้ดูบทเรียนปี 2535 ตอกคนปชป.ปล่อยข่าว “ทักษิณ” ทาบ “บิ๊กจิ๋ว” นั่งหัวหน้า พปช.กลัวแพ้การเลือกตั้งสมัยหน้า

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน แกนนำกลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า เงื่อนไขในสถานการณ์ปัจจุบันเพียงพอที่จะทำการปฏิวัติได้แล้วนั้น ถือเป็นความพยายามสร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองอีกครั้ง

หลังจากที่ก่อความวุ่นวายไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2535 ซึ่งก็ยังไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนตัวเห็นว่า หากมีการปฏิวัตินั้นต้องการอะไร ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริงพล.ต.จำลอง จะได้ประโยชน์หรือไม่ วันนี้กลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย จะต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อขัดขวางไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลร้ายต่อบ้านเมือง

สำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเชิญพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน และมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ขอแนะนำว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลย เพราะว่าประกาศวางมือทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ควรเอาเวลาไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นดีกว่า เพราะยิ่งพูดเหมือนกับการแสดงความกลัวที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือว่ากลัวจะแพ้การเลือกตั้งอีกครั้ง จึงอยากแนะนำให้เอาเวลาไปเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าดีกว่า



“จตุพร” ย้ำแก้รธน.ใช้สิทธิ์ตามระบอบปชต.ไม่หวั่นพันธมิตรฯป่วนเมือง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ลั่นจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้สิทธิ์ตามกระบอบประชาธิปไตย และไม่หวั่นกลุ่มพันธมิตรฯจะออกมาเคลื่อนไหว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ยืนยันว่า จะมีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์ตามกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนวิธีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมี 2 วิธีคือ 1.ส.ส.ในจำนวน 1 ใน 5 เข้าชื่อนำร่างฯของประชาชนมาเสนอ 2.นำร่างฯที่ ส.ส.เห็นว่าควรพิจารณาแก้ไขเข้าชื่อยื่นญัตติ ส่วนจะเสนอในการเปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัญนี้หรือไม่นั้นคงต้องหารือกันอีกครั้ง

นายจตุพร กล่าวไม่กังวลต่อกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะออกมาเคลื่อนไหว โดยขอให้ต่อสู้เพียงประเด็นรัฐธรรมนูญ อย่านำไปโยงกับเรื่องสถาบันเบื้องสูง



“จักรภพ” ย้ำไม่เคยคิดหมิ่นเบื้องสูง ลั่นขอพิสูจน์ความจริงให้สังคมรู้

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่ลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่เคยมีความคิดหมิ่นเบื้องสูง และข้อพิสูจน์ความจริง

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ยกเลิกภารกิจที่ต้องเดินทางไปจังหวัดนครพนม เพื่อจะใช้เวลาในการแปลบทบรรยายที่ตนไปกล่าวด้วยตนเองให้เสร็จในวันอาทิตย์นี้ เพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ อีกทั้งต้องการให้สังคมและสาธารณชนได้เข้าใจว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมที่ไม่จงรักภักดี และยืนยันปัญหาที่เกิดมาจากการแปลที่มาจากการตีความไม่ใช่มาจากคำพูดของตนอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามหลังแปลบทความเสร็จจะให้มีการตีพิมพ์ ทั้งภาคภาษาไทยและอังกฤษ รวมทั้งบทวิเคราะห์ช่วงท้ายว่าจุดใดที่ทำให้เกิดการยุยงปลุกปั่น จนนำไปสู่การกล่าวหาว่าตนไม่จงรักภักดี และจะขอให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาด้วยเพื่อให้สังคมทราบว่ามีการเล่นการเมืองที่ดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า ไม่เคยวิ่งเต้นกับบุคคลระดับสูงเพื่อให้คดีนี้จบ และไม่กดดันกับกระแสข่าวที่เกิดกับตนทั้งเรื่องดังกล่าวและเรื่องที่กล่าวหาว่าแทรกแซงสื่อ



“มหาจำลอง” โผล่จุดไฟปฏิวัติ! อ้างเงื่อนไขพอทำได้

แกนนำพันธมิตรฯ "พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" ระบุ ไม่เชื่อจะไม่เกิดการปฏิบัติขึ้นอีก อ้าง มีสถานการณ์หมิ่นเบื้องสูง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาล จะนำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาบรรจุในวาระของการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2552 โดยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ขณะที่ ปัญหาปากท้องของประชาชน ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่า หากมีการเสนอญัติแก้รัฐธรรมนูญทางกลุ่มพันธมิตร-ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มายื่นถอดถอน ส.ส. และออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทันที

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวปฏิวัติว่า อย่าเชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติ เนื่องจาก สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ยังมีเงื่อนไขที่พร้อมจะทำให้เกิดการปฏิวัติได้ ทั้งการหมิ่นเบื้องสูง และการแก้รัฐธรรมนูญ

ขณะที่ บรรยากาศของงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ปีพฤษภาประชาธรรม 2551 ได้มีญาติวีรชนและนักการเมือง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทินายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน นางรสนา โตสิกตระกูล สมาชิกวุฒิสภา นายโคทม อารียา ประมูลนิธิ-พฤษภาประชาธรรม และน ยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล



“ท่านชัย”หัวใจแกร่ง! พร้อมทำงานเต็มที่ - ปัดตั้งธงแก้ รธน.

ถือฤกษ 11.00 น. เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดใจระบุพร้อมนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ วอนทุกฝ่ายประนีประนอม เดินหน้าแก้ รธน. ให้ดีที่สุด เปิดหัวใจฟังเสียง “สื่อมวลชน” เปรียบเป็น “พี่ชาย-พี่สาว” ประเดิมงานแรกจัดระเบียบสื่อสภา

วันนี้ (16 พ.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือฤกษ์ 11.00 น. เข้าสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และศาลพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง และพระทรงเมือง และศาลพระภูมิเจ้าที่เดิม บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา 2 ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

นายชัย กล่าวว่า ขณะนี้สภาแตกแยกวุ่นวาย เพราะไม่มีใครรู้ว่าศาลพระภูมิเจ้าที่เดิมอยู่ตรงไหน และธรรมเนียมปฏิบัติของตนเองคือ หลังการเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.จะต้องมาไหว้ทุกครั้งไม่เคยขาด

จากนั้น ประธานสภาฯ ได้เปิดใจแถลงข่าวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่า มีสุขภาพแข็งแรง และหัวใจที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และไม่ได้มีธง หรือเป้าหมายในการแก้ไข รธน.ตามที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งแนวทางการทำงานอยากให้เกิดความประนีประนอมระหว่างรัฐบาล รัฐสภา และประสานงานระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลให้ดีที่สุด ที่สำคัญจะฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากสื่อมวลชนเป็นหลักมากกว่าเสียงของ ส.ส. และ ส.ว. เพราะถือว่าสื่อมวลชนเป็นเสมือนพี่ชาย พี่สาว ที่มีความสำคัญในการทำให้บ้านเมือง และสังคมเดินไปในทางที่ดี

นอกจากนี้ จะมีการจัดระเบียบสื่อมวลชนประจำรัฐสภาด้วย ส่วนสิ่งที่จะทำเป็นอันดับแรก เมื่อมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเดือนหน้านี้ คือ จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ

เมื่อถามถึงมีการเตรียมตัวเพื่อมารับศึกแก้ไข รธน. นั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษตนก็ทานข้าวได้ตามปกติ โรคภัยไข้เจ็บก็เป็นปกติ ส่วนข้อทักท้วงในญัตติคำร้องของภาคประชาชนที่จะยื่นแก้ไข รธน. ซึ่งอาจไม่มีกฎหมายรองรับนั้น ตนยังไม่เห็นเอกสารคำร้อง ต้องให้ตนได้พิจารณาคำร้องต่างๆ ของประชาชนก่อน ซึ่งจะพิจารณาอย่างระเอียดรอบคอบอ่านทุกตัวอักษรก่อนว่ามันถูกมันผิดตรงไหน และพร้อมที่จะดำเนินการตามนั้น จะมาฟังแค่เสียงนกเสียงกาแล้วมาตอบคำถามเลยคงไม่ได้

ทั้งนี้ ตามกฎหมายบัญญัติไว้ว่า เมื่อประธานรัฐสภารับเอกสารญัตติการแก้ไข รธน. แล้วต้องบรรจุระเบียบวาระภายใน 15 วัน อีกทั้งต้องดูกลุ่มต่างๆ ทั้งฝ่ายสนับสนุนฝ่ายค้านก็ต้องฟังเหตุฟังผล เราเป็นตัวแทนประชาชนตรวจสอบได้



โฆษกพปช.ปัด“ทักษิณ”ทาบ“บิ๊กจิ๋ว”เป็นนายกฯ คนต่อไป

“กุเทพ” ดับกระแสข่าวทาบ “พล.อ.ชวลิต” นั่งเก้าอี้นายกฯ แทน “สมัคร” หวังยุติความขัดแย้งในพรรค ชี้ไม่ได้เป็นแม้แต่ ส.ส. ยืนยันพรรคมีเอกภาพเหนียวแน่นกันดี ติง ปชป. จุดประเด็นเล่นเกมการเมืองเกินเหตุ

วันนี้ (16 พ.ค.) ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทาบทามให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาความแตกแยกในพรรคพลังประชาชน ว่า ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชาชน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาตามที่เป็นข่าว สมาชิกในพรรคก็มีความเป็นเอกภาพ มีความเหนียวแน่กันดี และข่าวดังกล่าวก็ไม่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นจริง เพราะนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. แต่ พล.อ.ชวลิต ไม่ได้เป็น ส.ส.

ส่วนที่นายสมัคร ไม่ค่อยได้เข้าร่วมการประชุมพรรคนั้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีภารกิจมาก แต่มีการประสานกันเป็นการภายในกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคอยู่ตลอดเวลา

ร.ท.กุเทพ ยังกล่าวถึงกรณีที่ไม่มีการอ่านพระบรมราชโองการต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาจะขึ้นปฎิบัติหน้าที่บนบังลังก์ ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดพลาด เพราะนายชัย ถือว่าได้รับพระบรมราชโองการเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พอรับพระบรมราชโองการเสร็จก็สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ทันที แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสภากันมากเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องนี้มาเป็นเกมทางการเมืองเกินเหตุ



“พงษ์เทพ” ปัดข่าว “ทักษิณ” ลงทุนเกาะกง - แลกเขาวิหารกับน้ำมัน

โฆษกส่วนตัว ออกโรงแจง “พ.ต.ท.ทักษิณ” ไม่ได้อยู่เบื้องหลังเจรจายกเขาพระวิหารแลกผลประโยชน์น้ำมัน-ก๊าซ ระบุเป็นเรื่องผลประโยชน์ของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ เผยเจ้าตัวเตรียมปาฐกถาพิเศษเรื่องเศรษฐกิจร่วมกับประธานกลุ่มดูไบ เวิลด์ (Dubai World) 22 พ.ค.นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์ฯ

วันนี้ (16 พ.ค.) นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลังการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหารเพื่อขอแลกน้ำมัน รวมถึงข่าวเตรียมลงทุนในเกาะกง ประเทศกัมพูชา ว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะทำแบบนั้น กรณีเขาพระวิหารและเขตพัฒนาที่ทับซ้อนอยู่เป็นปัญหาไม่ลงตัวมานาน และรัฐบาลไทยต้องรักษาประโยชน์ของประเทศ ส่วนในช่วงนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีโครงการลงทุนธุรกิจหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ

“ที่ผ่านมาไทยและกัมพูชามีเขตพัฒนาร่วมระหว่างสองประเทศ มีการเจรจากันมานานแล้ว ตั้งสมัยที่ผมเป็นรมว.พลังงาน ก็ได้มีการเจรจาหลายเรื่อง ซึ่งก็เป็นลักษณะเหมือนกันเขตพัฒนาร่วมไทยมาเลเซียที่จะต้องมีการตกลงกันให้ได้ว่าจะจัดการอย่างไร เพราะเขตพื้นที่เหล่านี้อาจจะมีน้ำมันหรือธรรมชาติ ซึ่งหากเจรจาตกลงกันระหว่างสองประเทศได้ก็อาจเป็นประโยชน์มาก โดยทราบว่าการเจรจามีความคืบหน้าเรื่อยๆ” โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยอีกว่า ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ เวลา 16.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปปาฐกถาพิเศษร่วมกับ สุลต่าน อาเหม็ด บินซัลลาเยม (Mr.Sultan Ahmed Bin Sulayem) ประธานกลุ่มดูไบ เวิลด์ (Dubai World) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมทั้งหารือเรื่องเศรษฐกิจด้วย และหลังจากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปต่างประเทศ



เหตุที่มันยุ่ง

ดูเหมือนกระบวนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับคดี “หวยบนดิน” ที่ คตส.สอบสวนและทำสำนวนเสร็จสรรพเพื่อส่งฟ้องผู้ร่วมกระทำผิดจำนวน 47 คน เรียกร้องโดนกันทั้ง ครม. และมีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวกับกองสลากฯทั้งหมด

พูดง่ายๆเริ่มจากหัวก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกฯในสมัยนั้น รัฐมนตรีอีกหลายคนและมาโผล่ในรัฐบาลชุดนี้ 3 คือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นางอุไรวรรณ เทียนทอง และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ

หากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯรับฟ้อง 3 รัฐมนตรีก็ต้องถูก “พักงาน” ตามระเบียบ แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้แต่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญฯ ตีความใน 2 ประเด็นก่อน

คือที่มาของ คตส. และการต่ออายุ คตส.ว่าถูกต้องหรือไม่?

ว่าที่จริงแล้วคดีหวยบนดินนั้นมีการสอบสวนกันจนเป็นเรื่องเอิกเกริก เพราะมีบุคคลที่จะต้องถูกดำเนินคดีจำนวนมาก โดยเฉพาะ ครม.ชุดนั้นทั้งคณะ และเจ้าหน้าที่อีกระนาว การพิจารณาเรื่องนี้มีประเด็นถกเถียงกันพอสมควร

โดยเฉพาะที่ว่า ครม.ทั้งคณะและเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่ควรต้องรับผิดด้วย แต่เมื่อการพิจารณากันในรายละเอียด ปรากฏว่า คตส.มีมติเห็นพ้องให้ส่งฟ้องทั้ง 47 คน

แต่เมื่อยื่นเรื่องไปที่อัยการซึ่งจะต้องพิจารณาสำนวนฟ้อง ปรากฏว่า อัยการส่งเรื่องกลับให้สอบสวนเพิ่มเติมก็เลยเกิดปัญหา เพราะ คตส.ยืนยันว่าสำนวนสอบสมบูรณ์พร้อม ไม่มีข้อบกพร่องแล้วและอัยการก็ไม่ได้ชี้ช่องว่ามันไม่สมบูรณ์ตรงไหน

ก็เลยยืนยันกลับไปอีก ปรากฏว่า อัยการก็ยังไม่ส่งฟ้องระบุว่ายังไม่มีการสอบเพิ่มเติม เรียกว่า 2 หน่วยงานเปิดศึกกันเลยทีเดียว และสำนวนฟ้องคดีอื่นๆก็เกิดปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่การเลือกตั้งเสร็จมีรัฐบาลใหม่

คตส.พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อัยการเปลี่ยนไป”

เมื่ออัยการไม่ยอมส่งฟ้อง คตส. จึงดำเนินการฟ้องร้องเองตามอำนาจที่มีอยู่ มีการตั้งทีมทนายเอง ซึ่งอัยการแย้งทำนองว่าไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ คตส.ยืนยันว่ามีอำนาจ

เมื่อ คตส.ฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯเอง ปรากฏว่า ศาลฯยังไม่รับฟ้อง แต่ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความใน 2 ประเด็นก่อนฃ

1. ที่มาของ คตส.นั้นถูกต้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

2. การต่ออายุ คตส.ออกไปนั้นถูกต้องหรือไม่

ซึ่งการพิจารณาใน 2 ประเด็นนี้มีความหมายต่อ คตส. และคดีที่มีการดำเนินการอยู่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคดีหวยบนดิน ซีทีเอ็กซ์ กล้ายาง ที่ดินรัชดา หรือคดีทั้งหมดที่ คตส.ดำเนินการมา ไม่ใช่แค่คดีหวยบนดินเท่านั้น

หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ออกมาว่าทั้ง 2 ประเด็นที่ให้ตีความนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จบกันเลยครับ...ทุกคดีที่ คตส.พิจารณาเพราะเท่ากับว่า คตส.เป็นองค์กรเถื่อน ไม่มีกฎหมายรองรับและไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปดำเนินคดีได้

ดีไม่ดี คตส.เองจะถูกเล่นงานกลับได้

และทุกคดีที่มีการพิจารณาถือ “หลุดหมด” และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.309 แต่อย่างใด เพราะหากผลออกมาอย่างนี้ทุกคดีก็จบกันไปแล้ว ทรัพย์สิน 73,000 ล้านต้องคืนเจ้าของ

ก็คงจะอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความออกมาอย่างไร ทั้งนี้ คงขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่ 9 ท่าน ที่เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งใหม่สดๆซิงๆ

ซึ่งหลังจากดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆแล้ว คงจะเข้าปฏิบัติหน้าที่และประเดิมเรื่องแรกที่จะทำให้ชี้ถึงอนาคตของประเทศนี้ได้

เพราะนี่คือเหตุจริงๆที่ทำให้เมืองไทยยุ่งอยู่ทุกวันนี้.

"สายล่อฟ้า"



ปชป.เตรียมยื่นถอดถอนจักรภพ พุธหน้า 21 พ.ค.

ฝ่ายค้านเตรียมยื่นถอดถอนนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักฯ ต่อประธานวุฒิสภาวันพุธหน้า (21 พ.ค.51)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน.พรรค ปชป.กล่าวถึงประเด็นในการยื่นถอดถอนครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของนายจักรภพ ซึ่งกระทำการขัดต่อ รธน.ทั้งในเรื่องวิทยุชุมชน และการแทรกแซงสื่อ โดยขณะนี้เอกสารคำร้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ประสานไปยังประธานวุฒิสภาเรียบร้อย

ขณะเดียวกันในวันนี้พรรคปชป.ก็ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการพรรคนำข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับการไปบรรยายพิเศษของนายจักรภพ ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศเมื่อปี 2550 ให้แก่นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยพรรค ปชป.ได้นำเทปการบรรยายมาเปิดฟัง และรวบรวมข้อมูลส่งให้นายกฯไปพิจารณาถึงพฤติกรรมของคน ๆ หนึ่ง ซึ่งไม่เหมาะสม

อยากให้นายกฯ เปิดใจให้กว้างรับฟังและพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะสาระสำคัญไม่ใช่ประโยคใดประโยคหนึ่ง หรือคำแปลแค่คำเดียว แต่อยู่ที่หัวข้อ,เป้าหมาย,เนื้อหา และสาระสำคัญของการบรรยายครั้งนั้น ขอให้นายกฯ ตัดสินใจเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง และเพื่อรักษาสถาบันหลักของชาติ หากตัดสินใจผิดพลาดอาจบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

ส่วนที่นายจักรภพมีแนวคิดที่จะแปลคำบรรยายของตัวเองใหม่ แล้วเผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น หน.พรรค ปชป.เห็นว่า หากแปลตรงตามใจความแล้ว นายจักรภพเห็นว่า เรื่องนี้ไม่ควรเผยแพร่อย่างยิ่ง



ไม่ยกเลิก 309 ก็ต่อสู้ได้

มีคำถามว่า การที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และการออกกฎหมายต่ออายุให้ คตส.อีก 9 เดือน ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่? จะมีผลกระทบต่อสถานภาพของ คตส. และต่อบรรดาคดีทั้งหลายที่ คตส.รับผิดชอบอยู่หรือไม่?

เรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากคดีหวยบนดิน ซึ่ง คตส.ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา โดยมีจำเลยทั้งหมด 47 คน รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยบางส่วนได้ร้องต่อศาลโต้แย้งว่า ประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 ที่แต่งตั้ง คตส.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะจัดตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเฉพาะการดำเนินงาน ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งไป เนื่องจาก การยึดอำนาจหรือรัฐประหาร

จำเลยโต้แย้งด้วยว่า พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คปค.ฉบับที่ 30 ที่ให้ยืดอายุ คตส. ออกไปอีก จนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ก็ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็น พ.ร.บ.ที่ประกาศใช้หลังการมีรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งให้มีองค์กรตรวจ สอบต่างๆ เช่น ป.ป.ช.ทำหน้าที่อยู่แล้ว ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของจำเลย คตส.ก็จะต้องสิ้นสภาพไป แต่คดีต่างๆก็ยังอาจดำเนินต่อไปได้

แต่มีปัญหาว่า ในขณะที่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ คตส.จะยังปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับคดีอีก 13 คดี ได้หรือไม่? ศาลรัฐ-ธรรมนูญจะใช้เวลานานเท่าใด? และถ้ารัฐบาลพรรคพลังประชาชนแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จ ป.ป.ช. ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลคดีต่างๆสืบทอดจาก คตส. ก็อาจถูกตัดตอน ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 180 วัน หรือ 6 เดือน จึงไม่มั่นใจว่าจะมีเวลาพอที่จะสะสางคดีต่างๆได้หรือไม่?

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลพรรคพลังประชาชน ยังอาจตามไล่บี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วย โดยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มตุลาการศาล รัฐธรรมนูญอีก 6 คน รวมเป็น 15 คน เปิดช่องทางให้รัฐบาลมีส่วนร่วมในกระบวนการสรรหาตุลาการรัฐธรรมนูญอีก 6 คน และอาจจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในวันข้างหน้า อย่าลืมว่าองค์กรอิสระเคยถูกแทรกแซงในอดีต

ส่วนคำถามที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องที่เกี่ยวกับคดีหวยบนดินอย่างไร เป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้ เพราะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะตุลาการ แต่ในอดีต ศาลไทยยอมรับว่า บรรดาคำสั่งหรือประกาศ ของคณะปฏิวัติหรือรัฐประหาร มีฐานะเป็นกฎ-หมายเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ จึงสามารถใช้บังคับได้ แม้แต่ในปัจจุบัน คำสั่งของคณะรัฐประหารบางอย่าง ก็ยังใช้บังคับอยู่

การที่ศาลฎีกาส่งเรื่องคดีหวยบนดิน ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ พิสูจน์ให้เห็นว่าถึงแม้จะไม่แก้ไขหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 แต่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ก็ยังสามารถยกปัญหาการขัดรัฐธรรมนูญ ของคำสั่งคณะรัฐประหาร ขึ้นมาต่อสู้ในศาลได้ ขัดกับผู้ริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อ้างว่าต้องยกเลิกมาตรา 309 มิฉะนั้น จำเลยจะใช้สิทธิต่อสู้ทางศาลมิได้