WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 18, 2008

อภิสิทธิ์ ย้ำจุดยืนแก้รัฐธรรมนูญทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม

17 พ.ค.- หน.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้นายกฯ ปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีที่เป็นสาเหตุในความขัดแย้งออกจากตำแหน่ง เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานของรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าการปรับคณะรัฐมนตรี ที่กำลังจะเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีควรปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่เป็นชนวนก่อให้เกิดความขัดแย้งออกไป เพื่อทำให้การบริหารงานดีขึ้น โดยไม่จำกัดว่าจะเป็น 1 ตำแหน่ง หรือ 3 ตำแหน่ง

ส่วนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้า ส.ส. รัฐบาล ร่วมลงชื่อในญัตติเสนอเข้ามาในการเปิดสภาสมัยวิสามัญ ฝ่ายค้านยังคงยืนยันจุดเดิม คือ ต้องการตั้งคณะกรรมการศึกษาร่วมของทุกฝ่ายเพื่อให้รู้ถึงผลดีผลเสีย โดยการเสนอญัตติต้องมีเหตุผลเพียงพอ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชาชน ยืนยันว่า ถ้ามีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ก็จะมีการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที

ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง 1 ใน แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ย้ำท่าทีของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ถ้ามีการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ก็จะดำเนินการยื่นถอดถอน ส.ส. ที่ลงชื่อสนับสนุนญัตติ รวมทั้งขอมติจากประชาชนในการเคลื่อนไหวใหญ่ต่อไป.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-17 12:27:36




พล.ต.จำลอง เตือนอย่าสร้างเงื่อนไขปฏิวัติ

สวนสันติพร 17 พ.ค.- “พล.ต.จำลอง” ให้รัฐบาลระบุว่าการขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ นอกจากพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ แล้ว จะพิจารณากฎหมายใดบ้าง ย้ำหาก ส.ส.ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวันใด จะยื่นถอดถอนทันที ไม่เชื่อไม่มีปฏิวัติ เพราะการเมืองและชุมชนยังไม่เข้มแข็ง

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ที่อาจจะมีการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องดูว่ามีความเหมาะสม เพราะยังมีปัญหาปากท้องเรื่องอื่น เร่งด่วนมากกว่า หากจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 เพียงฉบับเดียว ต้องระบุให้ชัด หากเติมเรื่องอื่นไปด้วย คงไม่เหมาะ

“ขณะนี้แม้ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีปัญหาอยู่แล้ว และหลายฝ่ายก็ไม่เห็นด้วย ถ้าจะแก้ต้องถามประชามติจากประชาชน อย่าให้คนเพียงไม่กี่คนไปตัดสินปัญหาแทนคนทั้งประเทศ คนที่คัดค้านไม่ได้หมายความว่าปิดประตูตาย แต่อยากให้ทำตามระบอบประชาธิปไตย” พล.ต.จำลอง กล่าว

พล.ต.จำลอง กล่าวว่า หากส.ส.ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญวันใด วันนั้นจะยื่นถอดถอน ส.ส.ที่เข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมกับพิจารณาถึงวันชุมนุมใหญ่ ตามที่เคยประกาศไว้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการรวบรวมรายชื่อเพราะเรื่องยังไม่เกิดขึ้น

ส่วนสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันจะนำไปสู่การปฏิวัติได้อีกหรือไม่นั้น พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ที่ผ่านมามักมีผู้สอบถามตลอดว่าจะมีปฏิวัติหรือไม่ ซึ่งตนบอกว่าเมืองไทยการเมืองยังไม่มั่นคง ชุมชน ประชาชน ยังไม่เข้มแข็ง ลือกันเมื่อใด ก็มีคนเชื่อ เป็นไปได้ทั้งนั้น และทหารเป็นกลุ่มบุคคลที่ถืออาวุธได้ตามกฎหมาย มีหน้าที่เหมือนประชาชน คือรักษาไว้ซึ่งสามสถาบัน และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งแบกภาระยิ่งกว่าประชาชน

“เมื่อใดที่ใครออกมาพูดว่าปฏิวัติไม่มี ผมไม่เชื่อ เมื่อชุมชนไม่เข้มแข็ง การเลือกตั้งเป็นอย่างนี้มันมีได้ตลอดเวลา อย่าไปเชื่อใคร ขอให้หยุดสร้างเงื่อนไขในการปฏิวัติ ซึ่งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่เป็นประเด็นใหญ่ รวมถึงเรื่องสถาบันด้วย” พล.ต.จำลอง กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-17 11:37:03


ไชยา เผยส่งหนังสือชี้แจงเรื่องหุ้น ต่อศาลรัฐธรรมนูญ 20 พ.ค.

บน. 6 17 พ.ค. - รมว.สาธารณสุข เผยส่งหนังสือชี้แจงภรรยาถือหุ้นเกิน 5% ต่อศาลรัฐธรรมนูญ 20 พ.ค.นี้ เชื่อใช้เวลาไม่นานในการวินิจฉัย คาดนายกรัฐมนตรี ปรับ ครม.หลังศาลรัฐธรรมนูญตีความ กกต.ไม่ติดใจภรรยาถือหุ้นเกิน

นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คงจะปรับคณะรัฐมนตรีภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติของตน เรื่องที่ภรรยาถือหุ้นเกิน 5% เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งศาลคงใช้เวลาไม่นาน เพราะสำนวนที่เกี่ยวข้องมีไม่กี่มาตราที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องพิจารณา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก.ก.ต.) ได้เรียกตนไปสอบแล้ว ไม่ติดใจประเด็นใด ระบุว่าตนไม่มีเจตนาที่จะปกปิดการถือหุ้น

“ผมให้ตรวจสอบอย่างเปิดเผย แต่คำว่า 5 เปอร์เซ็นต์ บังคับใช้กับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี แต่กฎหมายไม่มีบัญญัติว่าภรรยาผมต้องถือหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์ หากภรรยาผมถือหุ้นอยู่ 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วต้องลดลงมาเหลือ 85 คนอื่นมาบริหารแทนแล้วธุรกิจเสียหายจะทำอย่างไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และผมก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของภรรยา เรื่องนี้อย่าไปคิดว่าเป็นเป้าที่ผมจะถูกโจมตี การทำงานในประเทศไทย เขาชอบจับผิดกัน ไม่ค่อยจับถูก ถามว่าผมไปโกง ไปทุจริต ทำให้ประเทศชาติเสียหาย หรือเป็นเรื่องผมถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ผมก็พร้อมจะออก” นายไชยากล่าว

รมว.สาธารณสุข กล่าวว่าหากเป็นความผิดของตน คงไม่ดื้อรั้น แต่ครั้งนี้ต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย และขณะนี้ตุลาการรัฐธรรมนูญ ทำหนังสือให้ไปชี้แจงแล้วภายใน 15 วัน ดังนั้น ตนจะยื่นเรื่องชี้แจงไปยัง ตุลาการรัฐธรรมนูญ ในวันอังคารที่ 20 พ.ค.นี้ เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีควรจะปรับคณะรัฐมนตรีก่อนหรือไม่ นายไชยา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคงจะสอบถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า การวินิจฉัยจะจบเมื่อใด ซึ่งนายกรัฐมนตรี เคยถามตนว่าขั้นตอนของศาลจะนานหรือไม่ ได้ชี้แจงว่าคงจะเสร็จเร็ว ๆ นี้ เพราะไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทย์ และนายกรัฐมนตรี ไม่ได้คาดคั้นให้ลาออกก่อนการวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-17 10:10:39


Saturday, May 17, 2008

เมินจำลองต้านแก้รธน. จตุพรยันเป็นสิทธิทำได้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววันนี้ (17 พ.ค.) กรณีรัฐบาลอาจเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ช่วงเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณา ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ช่วงปลายเดือน มิ.ย. ว่า ต้องติดตามดูต่อไปว่ารัฐบาลจะเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า หากจะแก้ไขต้องผ่านกระบวนการศึกษาและการมีส่วนร่วมจากฝ่ายต่าง ๆ ของสังคม หากการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ตัวเอง ไม่ว่าจะการประชุมสภาสมัยใด ก็คงไม่เหมาะ แต่ถ้าแก้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมก็ทำได้ แต่ถามว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ตอบได้ว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชน กล่าวกรณีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยหากมี ส.ส.ยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ ว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยรายชื่อประชาชน ถือว่าเริ่มกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ในส่วนของนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลแถลงชัดแล้วว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร

"ขณะนี้กำลังหารือกันว่า เมื่อได้ดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนแล้ว เห็นตรงกันว่าจะเสียเวลาตรวจสอบรายชื่อ จึงมีแนวทางว่า ส.ส.จำนวน 1 ใน 5 เข้าชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนำร่างของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง ส่วนอีกแนวทางคือนำร่างที่จะมีการพิจารณาแก้ไขของ ส.ส. เมื่อเป็นเช่นนี้อย่างไรก็ต้องยื่น แต่จะทันการประชุมสภาฯ สมัยวิสามัญหรือไม่ ต้องหารือกันอีกครั้ง" คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชน กล่าว

คณะกรรมการประชาสัมพันธ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชน กล่าวต่อกรณี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวคัดค้าน ว่า ถือเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ขอยืนยันว่า ส.ส.ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการแก้รัฐธรรมนูญ เพียงแต่ขอให้ต่อสู้ในประเด็นรัฐธรรมนูญ

“ประชา”จวก “จำลอง”ยุปฏิวัติ! ทำบ้านเมืองแตกแยก

แกนนำกลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย สวน “จำลอง” ยุทหารปฎิวัติทำชาติแตกแยก จี้ให้ดูบทเรียนปี 2535 ตอกคนปชป.ปล่อยข่าว “ทักษิณ” ทาบ “บิ๊กจิ๋ว” นั่งหัวหน้า พปช.กลัวแพ้การเลือกตั้งสมัยหน้า

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน แกนนำกลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ระบุว่า เงื่อนไขในสถานการณ์ปัจจุบันเพียงพอที่จะทำการปฏิวัติได้แล้วนั้น ถือเป็นความพยายามสร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองอีกครั้ง

หลังจากที่ก่อความวุ่นวายไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2535 ซึ่งก็ยังไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนตัวเห็นว่า หากมีการปฏิวัตินั้นต้องการอะไร ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริงพล.ต.จำลอง จะได้ประโยชน์หรือไม่ วันนี้กลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย จะต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อขัดขวางไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลร้ายต่อบ้านเมือง

สำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเชิญพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน และมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ขอแนะนำว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลย เพราะว่าประกาศวางมือทางการเมืองเรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ควรเอาเวลาไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นดีกว่า เพราะยิ่งพูดเหมือนกับการแสดงความกลัวที่มีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือว่ากลัวจะแพ้การเลือกตั้งอีกครั้ง จึงอยากแนะนำให้เอาเวลาไปเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าดีกว่า



“จตุพร” ย้ำแก้รธน.ใช้สิทธิ์ตามระบอบปชต.ไม่หวั่นพันธมิตรฯป่วนเมือง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ลั่นจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้สิทธิ์ตามกระบอบประชาธิปไตย และไม่หวั่นกลุ่มพันธมิตรฯจะออกมาเคลื่อนไหว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ยืนยันว่า จะมีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์ตามกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนวิธีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมี 2 วิธีคือ 1.ส.ส.ในจำนวน 1 ใน 5 เข้าชื่อนำร่างฯของประชาชนมาเสนอ 2.นำร่างฯที่ ส.ส.เห็นว่าควรพิจารณาแก้ไขเข้าชื่อยื่นญัตติ ส่วนจะเสนอในการเปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัญนี้หรือไม่นั้นคงต้องหารือกันอีกครั้ง

นายจตุพร กล่าวไม่กังวลต่อกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะออกมาเคลื่อนไหว โดยขอให้ต่อสู้เพียงประเด็นรัฐธรรมนูญ อย่านำไปโยงกับเรื่องสถาบันเบื้องสูง



“จักรภพ” ย้ำไม่เคยคิดหมิ่นเบื้องสูง ลั่นขอพิสูจน์ความจริงให้สังคมรู้

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยัน ไม่ลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่เคยมีความคิดหมิ่นเบื้องสูง และข้อพิสูจน์ความจริง

นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ยกเลิกภารกิจที่ต้องเดินทางไปจังหวัดนครพนม เพื่อจะใช้เวลาในการแปลบทบรรยายที่ตนไปกล่าวด้วยตนเองให้เสร็จในวันอาทิตย์นี้ เพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ อีกทั้งต้องการให้สังคมและสาธารณชนได้เข้าใจว่าตนไม่ได้มีพฤติกรรมที่ไม่จงรักภักดี และยืนยันปัญหาที่เกิดมาจากการแปลที่มาจากการตีความไม่ใช่มาจากคำพูดของตนอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามหลังแปลบทความเสร็จจะให้มีการตีพิมพ์ ทั้งภาคภาษาไทยและอังกฤษ รวมทั้งบทวิเคราะห์ช่วงท้ายว่าจุดใดที่ทำให้เกิดการยุยงปลุกปั่น จนนำไปสู่การกล่าวหาว่าตนไม่จงรักภักดี และจะขอให้เรื่องนี้เป็นกรณีศึกษาด้วยเพื่อให้สังคมทราบว่ามีการเล่นการเมืองที่ดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันด้วยว่า ไม่เคยวิ่งเต้นกับบุคคลระดับสูงเพื่อให้คดีนี้จบ และไม่กดดันกับกระแสข่าวที่เกิดกับตนทั้งเรื่องดังกล่าวและเรื่องที่กล่าวหาว่าแทรกแซงสื่อ



“มหาจำลอง” โผล่จุดไฟปฏิวัติ! อ้างเงื่อนไขพอทำได้

แกนนำพันธมิตรฯ "พล.ต.จำลอง ศรีเมือง" ระบุ ไม่เชื่อจะไม่เกิดการปฏิบัติขึ้นอีก อ้าง มีสถานการณ์หมิ่นเบื้องสูง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาล จะนำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาบรรจุในวาระของการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพื่อพิจารณางบประมาณประจำปี 2552 โดยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ขณะที่ ปัญหาปากท้องของประชาชน ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่า หากมีการเสนอญัติแก้รัฐธรรมนูญทางกลุ่มพันธมิตร-ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มายื่นถอดถอน ส.ส. และออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวทันที

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวปฏิวัติว่า อย่าเชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติ เนื่องจาก สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ยังมีเงื่อนไขที่พร้อมจะทำให้เกิดการปฏิวัติได้ ทั้งการหมิ่นเบื้องสูง และการแก้รัฐธรรมนูญ

ขณะที่ บรรยากาศของงานรำลึกเหตุการณ์ 6 ปีพฤษภาประชาธรรม 2551 ได้มีญาติวีรชนและนักการเมือง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทินายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน นางรสนา โตสิกตระกูล สมาชิกวุฒิสภา นายโคทม อารียา ประมูลนิธิ-พฤษภาประชาธรรม และน ยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล



“ท่านชัย”หัวใจแกร่ง! พร้อมทำงานเต็มที่ - ปัดตั้งธงแก้ รธน.

ถือฤกษ 11.00 น. เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดใจระบุพร้อมนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ วอนทุกฝ่ายประนีประนอม เดินหน้าแก้ รธน. ให้ดีที่สุด เปิดหัวใจฟังเสียง “สื่อมวลชน” เปรียบเป็น “พี่ชาย-พี่สาว” ประเดิมงานแรกจัดระเบียบสื่อสภา

วันนี้ (16 พ.ค.) นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ถือฤกษ์ 11.00 น. เข้าสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และศาลพระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง และพระทรงเมือง และศาลพระภูมิเจ้าที่เดิม บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา 2 ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่

นายชัย กล่าวว่า ขณะนี้สภาแตกแยกวุ่นวาย เพราะไม่มีใครรู้ว่าศาลพระภูมิเจ้าที่เดิมอยู่ตรงไหน และธรรมเนียมปฏิบัติของตนเองคือ หลังการเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.จะต้องมาไหว้ทุกครั้งไม่เคยขาด

จากนั้น ประธานสภาฯ ได้เปิดใจแถลงข่าวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่า มีสุขภาพแข็งแรง และหัวใจที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และไม่ได้มีธง หรือเป้าหมายในการแก้ไข รธน.ตามที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งแนวทางการทำงานอยากให้เกิดความประนีประนอมระหว่างรัฐบาล รัฐสภา และประสานงานระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลให้ดีที่สุด ที่สำคัญจะฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากสื่อมวลชนเป็นหลักมากกว่าเสียงของ ส.ส. และ ส.ว. เพราะถือว่าสื่อมวลชนเป็นเสมือนพี่ชาย พี่สาว ที่มีความสำคัญในการทำให้บ้านเมือง และสังคมเดินไปในทางที่ดี

นอกจากนี้ จะมีการจัดระเบียบสื่อมวลชนประจำรัฐสภาด้วย ส่วนสิ่งที่จะทำเป็นอันดับแรก เมื่อมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเดือนหน้านี้ คือ จะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 35 คณะ

เมื่อถามถึงมีการเตรียมตัวเพื่อมารับศึกแก้ไข รธน. นั้น ประธานสภาฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษตนก็ทานข้าวได้ตามปกติ โรคภัยไข้เจ็บก็เป็นปกติ ส่วนข้อทักท้วงในญัตติคำร้องของภาคประชาชนที่จะยื่นแก้ไข รธน. ซึ่งอาจไม่มีกฎหมายรองรับนั้น ตนยังไม่เห็นเอกสารคำร้อง ต้องให้ตนได้พิจารณาคำร้องต่างๆ ของประชาชนก่อน ซึ่งจะพิจารณาอย่างระเอียดรอบคอบอ่านทุกตัวอักษรก่อนว่ามันถูกมันผิดตรงไหน และพร้อมที่จะดำเนินการตามนั้น จะมาฟังแค่เสียงนกเสียงกาแล้วมาตอบคำถามเลยคงไม่ได้

ทั้งนี้ ตามกฎหมายบัญญัติไว้ว่า เมื่อประธานรัฐสภารับเอกสารญัตติการแก้ไข รธน. แล้วต้องบรรจุระเบียบวาระภายใน 15 วัน อีกทั้งต้องดูกลุ่มต่างๆ ทั้งฝ่ายสนับสนุนฝ่ายค้านก็ต้องฟังเหตุฟังผล เราเป็นตัวแทนประชาชนตรวจสอบได้



โฆษกพปช.ปัด“ทักษิณ”ทาบ“บิ๊กจิ๋ว”เป็นนายกฯ คนต่อไป

“กุเทพ” ดับกระแสข่าวทาบ “พล.อ.ชวลิต” นั่งเก้าอี้นายกฯ แทน “สมัคร” หวังยุติความขัดแย้งในพรรค ชี้ไม่ได้เป็นแม้แต่ ส.ส. ยืนยันพรรคมีเอกภาพเหนียวแน่นกันดี ติง ปชป. จุดประเด็นเล่นเกมการเมืองเกินเหตุ

วันนี้ (16 พ.ค.) ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงรายงานข่าวว่า พ.ต.ท.ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทาบทามให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อยุติปัญหาความแตกแยกในพรรคพลังประชาชน ว่า ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชาชน ยืนยันว่าไม่มีปัญหาตามที่เป็นข่าว สมาชิกในพรรคก็มีความเป็นเอกภาพ มีความเหนียวแน่กันดี และข่าวดังกล่าวก็ไม่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นจริง เพราะนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส. แต่ พล.อ.ชวลิต ไม่ได้เป็น ส.ส.

ส่วนที่นายสมัคร ไม่ค่อยได้เข้าร่วมการประชุมพรรคนั้น เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีภารกิจมาก แต่มีการประสานกันเป็นการภายในกับ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคอยู่ตลอดเวลา

ร.ท.กุเทพ ยังกล่าวถึงกรณีที่ไม่มีการอ่านพระบรมราชโองการต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาจะขึ้นปฎิบัติหน้าที่บนบังลังก์ ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดพลาด เพราะนายชัย ถือว่าได้รับพระบรมราชโองการเรียบร้อยแล้ว เช่นเดียวกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พอรับพระบรมราชโองการเสร็จก็สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ทันที แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสภากันมากเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องนี้มาเป็นเกมทางการเมืองเกินเหตุ