เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” กรณีที่คนกลุ่มหนึ่งจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจัดรายการ ชิมไปบ่นไป โดยระบุว่า ผิดกฎหมาย นั้น จากการตรวจสอบในแง่กฎหมาย เป็นการรับจ้างไม่ใช่ลูกจ้าง
“สมัคร” ถอย ยุติออกรายการ “ชิมไปบ่นไป” เพื่อความสบายใจ พร้อมส่งเรื่องให้ กกต.วินิจฉัย ว่าควรทำอย่างไร คาด 15 วันรู้ผล ส่วนเรื่องช่วยเหลือพม่า ให้ ผบ.สส.รับไปดำเนินการแทนหลังมีพวกออกมาจ้องหาเรื่องไม่เลิก ขณะที่ลูกพรรคพลังประชาชน ยังเชื่อมั่นฝีมือคุยทหารรู้เรื่อง
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความสบายใจจึงสั่งหยุดบันทึกเทปรายการวานนี้ และวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) นอกจากนั้น จะทำหนังสือถึง กกต.ให้วินิฉัยด้วยว่า ควรทำอย่างไร โดยหาก กกต.วินิจฉัยช้าอาจทำให้ออกอากาศรายการไม่ได้ โดยหากต้องลงจากตำแหน่งนายกฯ เพราะรายการดังกล่าว คงถือว่าตายน้ำตื้น นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร ยังกล่าวด้วยว่า รายการวันนี้จะเหลือแค่ 45 นาที เพื่อให้เวลาที่เหลืออีก 15 นาทีกับรายการรับบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กิสในสหภาพพม่า ซึ่งตนได้ขอให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) มาเป็นผู้รับมอบสิ่งของบริจาคแทน เนื่องจากตนต้องถอยห่างออกไป เพราะแค่เดินทางไปประเทศพม่าเพียงวันเดียวตามคำขอร้องก็โดนสับ โดนโขกเสียไม่มีชิ้นดี ถูกหาว่าในประเทศน้ำท่วมไม่ยอมไปดู ไปดูแต่พม่า ดังนั้น ต่อไปนี้ตนจะไปมายุ่งกับเรื่องนี้แล้ว
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกกรณี ที่นายกรัฐมนตรี จะส่งเอกสารให้ กกต. เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง ในกรณีที่มีผู้ร้องว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจาก รับจ้างจัดรายการชิมไปบ่นไปว่า เรื่องดังกล่าว มีผู้ร้องเรียนเข้ามาอยู่แล้ว และตอนนี้ กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว
โดยให้เวลาคณะอนุกรรมการทำงานเป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ กกต. ได้ให้อิสระกับคณะอนุกรรมการในการพิจารณา และกกต.ก็มีนโยบายที่จะเร่งทำเรื่องทุกเรื่องอยู่แล้วเพื่อไม่ให้เกิดการดองงานเอาไว้ เรื่องนี้คงเป็นไปตามกระบวนการ คิดว่าคงไม่ล่าช้า
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, May 19, 2008
‘สมัคร’หนีจองเวรหยุด‘ชิมไปบ่นไป’ส่งให้กกต.ตีความ
เวที “รำลึก16 ปี พค.ทมิฬ ลุมจวก “จำลอง” คนทรราชย์ นิยมเผด็จการ
วันนี้ (18 พ.ค.) ในเวทีสัมมนา “รำลึก 16 ปี พฤษภาทมิฬ 35 ต่อต้านเผด็จการสร้างสานประชาธิปไตย” จัดโดยมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับสมาพันธ์ประชาธิปไตย ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ โดย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวตอบโต้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาพูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ “สุกงอม” พร้อมทั้งระบุ การแก้รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จะทำให้เกิดรัฐประหารได้อีกครั้งนั้น
“นพ.เหวง” จวก “มหาจำลอง” เป็น “โมฆะบุรุษ” ในระบอบประชาธิปไตย รวมหัว “พันธมิตร”เป็นพวกอันธพาลการเมือง ต้นเหตุปลุกปั่นรัฐประหาร ซัดกลับอย่าทำตัวเป็น “ดาวสยาม” เหมือนบางสื่อ ปลุกสำนึกปชช. อย่ายอมก้มหัวให้เด็ดขาด ยันจุดยืนภารกิจ คพปร. แก้ รธน.50 เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ด้าน “ครูประทีป” จวกกลับ “คนหลงยุค” จี้หยุดพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน
โดย นพ.เหวง ระบุว่า การที่ พล.ต.จำลอง ออกมากล่าวเช่นนี้แสดงว่าเป็นคนทรราชย์ นิยมเผด็จการ รัฐประหาร จิตวิณญาณไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นโมฆะบุรุษในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายจำลองหยุดปลุกปั่น สร้างกระแสที่จะเกิดการรัฐประหาร เพราะประชาชนจะไม่ยอมก้มหัว และจะต่อต้านให้ถึงที่สุดเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
พร้อมทั้งย้อนถามกลับนายจำลอง เคยเข้าไปศึกษาและทราบหรือไม่ว่า รธน.50 ได้บรรจุมาตรา 291 ที่อนุญาตให้ประชาชน 5 หมื่นชื่อกำหนดให้แก้ รธน.ได้ ส่วนการกล่าวอ้างที่ว่าการแก้รธน. จะทำให้เกิดรัฐประหารนั้น เป็นข้ออ้างของ “หมาป่ากับลูกแกะ” การแก้ รธน. ที่เกิดขึ้นเป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรม ทางกลุ่ม คพปร. ไม่มีเจตนาหรือฉีก รธน. เพราะว่าได้คง หมวด 1 และหมวด 2 ไว้ แล้วมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขในหมวด 3 - 15 เพราะเล็งเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งการแก้ไขในครั้งนี้ เป็นไปตามครรลองของรัฐสภา และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะกฎหมาย รธน. เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศจะต้องสนับสนุนให้เป็นประชาธิปไตย
นพ.เหวง กล่าวต่อว่า การออกมาขัดขวางการแก้ รธน. เป็นเพียงเหตุผลของพวกอันธพาลทางการเมืองที่จ้องจะหาเรื่องใช้ความรุนแรง เป็นขบวนการปลุกปั่นให้เกิดรัฐประหาร โดยมีการโยงเรื่องของนายโชติศักดิ์ (อ่อนสูง ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี) และนายชาญวิทย์ (จริยานุกูล ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้จัดทำเอกสารโจมตี พล.อ.เปรม ติณลสูลานนท์ ประธานองคมนตรี) ที่ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ก็ยังนำมาปลุกปั่น สร้างกระแสทำลายผู้อื่น จงใจทำร้ายประชาชน จงใจให้เกิดรัฐประหารเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่ตอนนี้มีบางสื่อพยายามทำตัวเป็น “ดาวสยาม” และมีสถานีวิทยุบางคลื่นทำตัวเป็นสถานีวิทยุยานเกราะ
“ที่นายจำลองออกมาอ้างว่า ประชาชนไม่เข้มแข็ง จึงต้องใช้รัฐประหารไปเรื่อยๆ เป็นดูถูกประชาชน อยากให้พี่น้องประชาชนออกมาตักเตือน และบอกกับนายจำลองว่า ตอนนี้ประชาชนมีความก้าวหน้า มีความรู้ มีแต่นายจำลองและกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีจำนวนเพียงหยิบมือ ที่กำลังดำดิ่งลงสู่การรัฐประหาร อย่าได้ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้พันธมิตร อย่าตัวเป็น “ดาวสยาม” การมุ่งเน้นแก้ รธน.50 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบัน หยุดกล่าวอ้างเช่นนี้เสียที” นพ.เหวง กล่าว
ด้าน นางประทีป อึ๊งทรงธรรม ฮาตะ กล่าวเช่นกันว่า การที่นายจำลองออกมาพูดในลักษณะนี้ เพราะตัวเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการร่าง รธน. 50 ที่มาจากเผด็จการ ต้องการทำลายประชาธิปไตยอ่อนแอลง แกคงอยากให้ประชาชนเป็นเหมือนแก ที่วันนี้กินข้าวมื้อเดียว อาบน้ำ 5 ขัน ซึ่งการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายมากเพียงใด คุณภาพชีวิตของประชาชนได้รับผลกระทบ นายจำลองคงไม่ต้องการให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า
“นายจำลองเป็นคนหลงยุค เพราะอายุมากเกินไป คอยแต่จะต้องการให้ประเทศล้าหลัง เหมือนกับประเทศพม่าที่ทำให้ประชาชนอดอยาก ขาดการศึกษา ขบวนการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้โดยการดึงสถาบันมาเป็นเครื่องมือ เพื่อต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ และให้คนของกลุ่มตัวเองได้เข้ามามีบทบาทและอำนาจทางการเมือง ต้องการปกป้องผลประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มให้ได้เสวยสุข” นางประทีป กล่าว
'ณัฐวุฒิ' อัดยับ 'จำลอง' แค่โมฆะบุรุษปชต.คิดทำลายศัตรูไม่คำนึงถึง บ้านเมือง
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาระบุว่า อย่าเพิ่งเชื่อว่าจะไม่มีปฏิวัติเพราะขณะนี้มีหลายสถานการณ์ที่รัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะพูดในสถานที่สวนสันติพร
รองโฆษกรัฐบาล สุดทนพฤติกรรมแกนนำพันธมิตรเคลื่อนไหวไม่หยุด หวังจุดชนวนให้เกิดการรัฐประหารซ้ำ อัดยับ "มหาจำลอง" โมฆบุรุษทำลายฝั่งตรงข้ามทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของชาติบ้านเมือง
ขณะที่มีการทำบุญให้ญาติวีรชน นอกจากนี้พล.ต.จำลอง ยังเคยเป็นแกนนำในการต่อสู้เผด็จการมาแล้ว และการที่พูดเรื่องการปฏิวัติทำให้สามารถสะท้อนได้ว่า พล.ต.จำลองเป็นแค่ โมฆะบุรุษของระบอบประชาธิปไตย ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ในประเทศคิดแต่จะทำลายฝั่งตรงข้ามแบบไม่เลือกวิธี แม้กระทั่งการเปิดประตูให้มีการรัฐประหาร
ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขอาจนำมาสู่การรัฐประหาร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ประเทศไทยที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คำว่า ยึดอำนาจไม่สามารถทำได้ และสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขที่ยึดอำนาจได้อีก และประชาชนเองก็ไม่เห็นว่าการปฏิวัติจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้
เมื่อถามว่ารัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับการรัฐประหารหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ข้อมูลเป็นชิ้นเป็นอันไม่มี แต่สัญญาณที่ส่อเค้าเคลื่อนไหวไปสู่การรัฐประหารเห็นได้ชัดจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ พยายามทำให้เหตุการณ์เหมือน 19 กันยา
ถามว่าพล.อ.ชวลิต ออกมาเปิดโปงกระบวนการสาธารณรัฐ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า รัฐบาลไม่ห่วงในประเด็นที่พล.อ.ชวลิต มาพูดเพราะเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่อ้างทฤษฎีเท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพล.อ.ชวลิต เป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์การเมืองเลยออกมาวิเคราะห์
ถามถึงกรณีนายจักรภพ ออกมาพูดเรื่องสถาบัน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า โดยส่วนตัวจากที่เคยต่อสู้ร่วมกันมาในฐานะนปก.ตนเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของจักรภพ และไม่คิดว่าจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้นายจักรภพพยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสถาบัน ทั้งนี้การจุดประเด็นดังกล่าวเป็นเพราะมีกลุ่มที่ต้องการให้นายจักรภพเป็นเหยื่อ โดยสร้างจากประเด็นละเอียดอ่อน และขอท้าให้พรรคประชาธิปัตย์หากเห็นว่าผิดก็ควรไปยื่นถอดถอนและไปแจ้งความ ซึ่งศาลจะเป็นคนตัดสินเองว่าผิดหรือไม่ หากผิดก็ต้องออกตำแหน่งและถูกดำเนินคดี
นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีที่รท.กุเทพ ออกมาเสนอแนะนายจักรภพ ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นความเห็นของรท.กุเทพ เพียงคนเดียว และเป็นเพียงสมาชิกพรรคคนหนึ่ง แต่สำหรับตนนั้นเชื่อมั่นเต็มร้อยว่านายจักรภพ บริสุทธิ์ หากมีการตัดสินว่าผิดก็ต้องออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าหากไม่ผิดคนที่กล่าวหาจะว่าอย่างไร

“สุนัย” แฉซ้ำมือที่มองไม่เห็นโผลอีก หนุน"พันธมิตร-ฝ่ายค้าน-จิ๋ว" ล้มรัฐบาล
วันนี้ (18 พ.ค.) นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมกำลังเข้าใจผิดว่าจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ความจริงเป้าหมายหลักของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯคือการพิจารณางบประมาณปี2552 และมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่จะต้องออกให้ครบตามที่รัฐธรรมนูญปี50กำหนดไว้ เมื่อมีเวลาเหลือเราจึงจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญปี50พ่วงเข้าไปเท่านั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเทียบเคียงกับร่างที่ประชาชนเสนอมาให้มากที่สุด และเวลาก็ไกลเกินกว่าจะแก้ไขให้ทันเรื่องของการยุบพรรคและช่วยพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว จึงพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเชื่อว่าอย่างไรเสียการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงไม่สามารถทำให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วเพราะมีตัวแปรอีกมาก
ประธานประชาสัมพันธ์แก้ไขรธน. เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ไม่เกี่ยวแก้ร่างรธน. แฉอีกมือที่มองไม่เห็นหนุน “พันธมิตร-ฝ่ายค้าน-บิ๊กจิ๋ว” จ้องล้มรัฐบาล
เมื่อถามว่ากรณีคำให้สัมภาษณ์ของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถาบันจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอุปสรรคหรือไม่ นายสุนัยกล่าวว่า เป็นเพียงการนำเรื่องของบุคคลมาอ้างเพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นสะพานไปถึงรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ตั้งใจจะล้มรัฐบาลนี้ทุกวิถีทางอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือขณะนี้กระบวนการที่พันธมิตรฯเคลื่อน กระบวนการที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์กำลังเคลื่อนไหวมันคล้ายกันเหมือนนัดกันไว้ล่วงหน้า
“คนที่ออกมาแหลมมากช่วงหลังคือพล.อ.ชวลิต อยากให้ไปดูว่าพล.อ.ชวลิตกับพล.ต.จำลอง ศรีเมืองนั้นเคยเป็นมือไม้ให้ใคร ตอนนี้มือที่มองไม่เห็นดูเหมือนทำงานอยู่และเหมือนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ตัวจริงเสียด้วย” นายสุนัย กล่าว
ถามว่าดูเหมือนพรรคพลังประชาชนจะโดดเดี่ยวนายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัยกล่าวว่า วันนี้ส.ส.ในพรรครู้สึกอึดอัดกับการวางตัวของร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชนอย่างมาก เพราะร.ท.กุเทพเป็นบุคคลที่มีลักษณะพิเศษทางการเมือง ดังนั้นคำพูดของร.ท.กุเทพจึงไม่ใช่ความเห็นของพรรคและไม่ใช่ตัวแทนของพรรคพลังประชาชน เพราะส.ส.ในพรรคไม่ได้เป็นห่วงอย่างที่ร.ท.กุเทพวิตก เนื่องจากรู้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นแผนทางการเมืองพยายามโจมตีทุกวิถีทาง คนที่อ้างว่าจงรักภักดีกำลังทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ดึงสถาบันมาแอบอ้างเพื่อทำลายศัตรูทางการเมืองของตัวเอง
“เวลานี้ทุกคนเห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำงานประสานกันทั้งในและนอกสภาฯ อยากขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำได้ เพราะพรรคพลังประชาชนมีภาระที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ช่วงเลือกตั้งว่าจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนยึดถือสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุด จะไม่มีการแตะต้องอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนพิจารณาเองว่าใครกันแน่ที่กำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายสุนัย กล่าว

ลอกคาบ ”จำลอง” ธาตุแท้คือ ทรราชย์ เหยียบย่ำศพ “วีรชน พฤษภาทมิฬ”
3 แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย ออกโรง ซัดกลับ “จำลอง ศรีเมือง” พูดหน้าตาเฉย เงื่อนไขสุกงอมให้ ”รัฐประหารใหม่อีกรอบ” เหยียบย่ำประชาชน และ“วีรชน พฤษภาทมิฬ”
ทั้งนี้ ก่อนเปิดเวทีการสัมมนา “รำลึก 16 ปี พฤษภาทมิฬ” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ในช่วง 13.00 น. นพ.เหวง โตจิราการ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวตอบโต้ พ.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่อออกมากล่าวว่า มีเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะต้องทำการรัฐปะหาร
โดย นพ.สันต์ กล่าวเป็นคนแรกว่า ในฐานะอดีตประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยคนแรก ต้องบอกว่าสมาพนัธ์ประชาธิปไตยก่อตั้งขึ้นในช่วงเหตุการณ์ พฤษภามิฬ 2535 เพื่อต่อต้านเผด็จการทหารในยุคนั้น ร่วมกับประชาชนมือเปล่าๆ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ปัจจุบันกรรมการของสมาพันธ์ฯมีเหลือยู่เพียง 4 คน ที่ยังยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ ขณะที่เหลืออีก 3 คน ได้เปลี่ยนสี ลอกคาบตัวเองในช่วงก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ออกมาให้เห็นแล้วว่า แท้จริงคือเผ็จการ และขณะนี้ก็ยังพยายามยั่วยุให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง ซึ่งประชาชนทุกคนจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ รวมทั้งจะไม่ยอมให้ วีรชน พฤษภาทมิฬ ที่ยอมเสียสละชีวิตต่อสู้กับเผด็จการต้องสูญเปล่า
ด้านครูประทีป ประธานสมาพันธ์ฯคนปัจจุบัน กล่าวเป็นคนต่อมา ว่า 16 ปี หลังเกิด พฤษภาทมิฬ การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนได้ทำให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาของคนยากคนจนได้ แต่การที่ พล.ต.จำลอง ออกมายั่วยุให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง เป็นการเปิดเผยธาตุแท้และตัวตนออกมาแล้วว่า เป็นเผด็จการ ที่กำลังปกปกป้อง รธน. 2550 ที่เต็มไปด้วยกับดักมากมาย อาทิเช่น การจัดตั้งองค์กรอิสระที่ไม่ชอบมาพากล หรือแม้กระทั่งการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่มาจากการลากตั้ง
ขณะที่ นพ.เหวง อดีตประธานสมาพันธ์ฯ กล่าวเสริมว่า การออกมาพูดให้เกิดการรัฐประหารของ พล.ต.จำลอง ถือเป็นทรราชย์อำมาตยาธิปไตย ซึ่งอยากจะถามกลับว่า
1. การที่ พล.ต.จำลอง ออกมาบอกว่า ประชาชนคนไทยยังไม่เข้มแข็ง แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่ไม่เข้มแข็ง ซึ่งน่าจะเป็นตัวของ พล.ต.จำลองมากกว่า เพราะปัจจุบันประชาชนทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกให้เห็นแล้ว ด้วยการอออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมให้ยกเลิก รธน. 50 และนำเอา รธน.40 กลับมาใช้ใหม่
2. การออกมากล่าว พล.ต.จำลอง ในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการเหยียบย่ำประชาชนคนไทย
3. ยิ่งหนักขึ้นไปอีกคือ พล.ต.จำลองกำลังเหยียบย่ำซากศพของวีรชน พฤษภาทิมฬ ที่เสียสละชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย และ
4. อยากบอก พ.ต.จำลอง ว่า ประเด็นการเมืองในขณะนี้ มีเพียงประเด็นเดียวคือ รธน.2550 ของทรราชเผด็จการ ต้องยกเลิกไป และเอา รธน. 40 ของประชาชนกลับมาใช้
“ทักษิณ” เปิด “ยูธ ฟุตบอล คลีนิก” สานฝันเด็กไทย!
วันนี้ (18 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางมาเปิด “ยูธ ฟุตบอล คลีนิก” ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยนำ 2 นักเตะในทีมชุดใหญ่อย่าง ฮาเวียร์ การ์ริโด และ เฟลิเป ไคเซโด พร้อมทั้งนักเตะดาวรุ่งในถิ่นเรือใบสีฟ้าอีก 5 คน รวมถึง “คาร์” เกียรติประวุฒิ สายแวว และ “เปรม” สุรีย์ สุขะ 2 ดาวเตะทีมชาติไทย ร่วมสอนเทคนิกเชิงลูกหนังให้กับเยาวชนไทยจากหลากหลายองค์กร อาทิ นักเตะทีมไทคัพ นราธิวาส เยาวชนจากมูลนิธิไทยคม เยาวชนจากโครงการวันทูคอล ประมาณ 150 คน รวมทั้ง 2 ดาราวัยรุ่นอย่าง “แจ๊ค แฟนฉัน” และ “แน็ค แฟนฉัน” ก็เข้าร่วมการอบรมด้วย
ประธานสโมสรทีม “เรือใบสีฟ้า” ตัดริบบิ้นเปิดคลีนิกสอนบอลเยาวชนกว่า 150 คน หลังจากไปนั่งเชียร์ลูกทีมดวลแข้งกับทีมออลสตาร์เมื่อวานนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
แม้จะไม่มีดาวเตะดังของทีม รวมทั้ง สเวน โกรัน อีริกส์สัน ผู้จัดการทีมชาวสวีเดน ร่วมกิจกรรมนี้ แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 150 คน ต่างก็สนุกสนานกับการโครงการดังกล่าวเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาร่วมงานด้วยเพียง 10 นาที จากนั้นจึงเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณืแต่อย่างใด
จากนั้นเวลา 13.30 น. ของวันนี้ (18 พ.ค.) ดาวเตะทีมเรือใบสีฟ้าได้เดินทางไปพักผ่อนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยเข้าพักที่โรงแรมรอยัล คลิฟฟ์ บีช รีสอร์ท และในวันอังคารที่ 20 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น. จึงจะเดินทางต่อไปยังฮ่องกง เพื่อแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องในการทัวร์เอเชียต่อไป

นายกฯ ขอให้ประชาชนนำศีล 5 มาเป็นหลักปฎิบัติในการดำเนินชีวิต
นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนนำศีล 5 มาเป็นหลักปฎิบัติในการดำเนินชีวิต ระบุรัฐบาลพร้อมสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรศาสนาของไทยจัดกิจกรรมทางศาสนา เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา
วันนี้ (18 พ.ค.51) ที่ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ พระธรรมโกศาจารย์ อธิบการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของสหประชาชาติ กล่าวต้อนรับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานฝ่ายคฤหัส
โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาส วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2551 ว่า รู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้มาเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา และในนามประชาชนชาวไทย ขอกล่าวต้อนรับพระเถระจากทุกประเทศ ที่ได้มาร่วมในโอกาสนี้
ซึ่งในปีนี้รัฐบาลเวียดนามได้จัดงานวิสาขบูชาโลก ขึ้นในระหว่างวันที่ 13 - 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ กรุงฮานอย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ได้มีการสานต่อเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้า เพื่อเผยแผ่ศาสนาต่อไป ซึ่งสิ่งสำคัญคือการนำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฎิบัติได้อย่างไร และศีล 5 เป็นหลักธรรมที่ควรยึดปฎิบัติในชีวิตประจำวัน ควรยึดปฎิบัติในครอบครัวทำให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม เดินทางสายกลาง รู้จักความเป็นเหตุเป็นผล ความสมดุลกับทุกภาคส่วน นำมาสู่คุณค่าทางจริยธรรม จะทำให้ทุกคนพบกับความสงบสุขได้
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ส่งสารแสดงความยินดี เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยมีใจความสำคัญ ว่า รัฐบาลไทยได้สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรศาสนาของไทยจัดกิจกรรมทางศาสนาขึ้น เพื่อให้ประชาชนเพิ่มความสนใจนำคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยหวังว่ากิจกรรมต่างๆ จะส่งเสริมความรู้ความสนใจ ความเข้าใจ และหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขในชีวิต

Sunday, May 18, 2008
"สุรยุทธ์"ลั่นไม่อยากเห็นปฎิวัติ วอนทุกฝ่ายเลิกอ้างสถาบัน!
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มบุคคลนำสถาบันเบื้องสูงไปกล่าวอ้างในการสร้างความชอบธรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่าตนคงไม่ตอบในแง่ของการเมือง แต่เรื่องใดที่กระทบกับสถาบัน เป็นเรื่องที่องคมนตรีทุกคนต้องติดตามตลอดอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการอ้างอิงถึงสถาบัน เพราะไม่ใช่เรื่องทำให้เกิดความสามัคคี หรือช่วยให้เกิดการแก้ปัญหาของบ้านเมืองได้ เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารญาณของแต่ละคน แต่อยากให้ทุกฝ่าย ไม่นำสถาบันไปอ้างอิง ส่วนการติดตาม เรื่องเอาสถาบันไปอ้างอิง ได้มีการติดตามในหลายทาง ตามความสามารถที่มีอยู่ เช่นผ่านทางสื่อ เว็ปไซต์ อย่างไรก็ดี เห็นว่าข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล
พล.อ.สุรยุทธ์" ย้ำไม่อยากเห็นการปฎิวัติอีก วอนทุกฝ่ายอย่างดึงสถาบันเบื้องสูงไปเกี่ยวข้องกับการเมือง หวั่นอาจเกิดความแตกแยกได้ พร้อมยันทักษิณไม่ใช่ศัตรู
ส่วนกระแสเรื่องการปฏิวัติ มองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก การเมืองควรแก้ปัญหาโดยใช้สันติวิธี ไม่ควรทำให้เกิดความแตกแยก หรือใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา
"ผมไม่ได้มีทัศนคติใดๆ ผมอยากเห็นการแก้ไขปัญหาการเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่อยากให้สู่ความรุนแรง การอ้างสถาบันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา"พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าว หลังให้โอวาทกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย
พล.อ.สุรยุทธ์ ได้พูดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาว่า ตนกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน โดยเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องโรงเรียน เตรียมทหารมาก่อน ตนเป็นรุ่น 1 พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นรุ่น 10 พ.ต.ท. ทักษิณ เรียกตนว่าพี่ทุกคำ และไม่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน แต่อาจมีความเห็นแตกต่างกันบ้าง ขอย้ำว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ควรใช้ความรุนแรง แต่ควรใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบในวันข้างหน้า
โจรเหิมวางบึมหน้าโรงพักปัตตานี ตร.ดับ 1 เจ็บ 5
เมื่อกลางดึกวานนี้ (17 พ.ค.) ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณริมถนน ตรงข้ามกองกำกับการ สภ.เมืองปัตตานี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตทันที 1 นาย คือ ด.ต.อานนท์ สุวรรณมณี และแรงระเบิดยังทำให้ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี และตำรวจ ตชด. ที่เพิ่งกลับมาจากการลาดตระเวน บาดเจ็บอีก 5 นาย โดยในจำนวนนี้ จ.ส.ต.มิ่ง สุทธิโพธิ์ จ.ส.ต.มัด เหมืองสอน และ จ.ส.ต.แดนชัย จินุสร ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานที่จัดงานกาชาดเพียง 100 เมตร โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายตั้งใจจะก่อเหตุในงานกาชาดมากกว่า แต่เนื่องจากมีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ทำให้มีการเปลี่ยนแผน และนำรถจักรยานยนต์ซุกซ่อนระเบิดมาไว้ที่บริเวณ สภ.เมืองปัตตานี แทน

รัฐบาลทุ่ม 5 พันล.รับซื้อข้าวราคาประกัน 2 แสนตัน
วันนี้ (18 พ.ค.) นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงการเตรียมเปิดรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกร ว่า รัฐบาลได้เตรียมวงเงินช่วยเหลือแล้ว โดยองค์การคลังสินค้า (อคส.) เป็นผู้กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เบื้องต้น 5,000 ล้านบาท เพื่อเข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกเหนียว 200,000 ตัน และข้าวเปลือกเจ้า 200,000 ตัน ซึ่งหากมีปริมาณมากกว่านี้ก็พร้อมขยายปริมาณรับซื้อต่อไปเช่นกัน โดยจะเปิดรับซื้อจากเกษตรกรได้ปลายสัปดาห์หน้า
อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวต่อว่า สำหรับการหารือกับโรงสีข้าวทั่วประเทศกว่า 40 ราย ที่มีขึ้นเมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) เพื่อทำความเข้าใจและเชิญชวนโรงสีเข้าร่วมโครงการ โดยหลักเกณฑ์เบื้องต้นต้องเป็นโรงสีที่สามารถรับข้าวเปลือกได้ 200 ตันขึ้นไป มีเครื่องอบความชื้น มีลานตากข้าว คาดว่าจะทำให้ราคาข้าวของเกษตรกรอยู่ในเกณฑ์สูงต่อไป
"ขณะนี้ มีโรงสีแสดงความจำนงที่เข้าร่วมโครงการ 20 แห่ง ทั้งภาคเหนือ และภาคกลาง และหลังจากรัฐบาลได้ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาขายให้โรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีคณะทำงานตรวจสอบแต่ละพื้นที่ โดยร่วมกับพาณิชย์จังหวัด เจ้าหน้าที่ อคส. ตรวจสอบคุณสมบัติของเกษตรกรด้วย เพราะไม่ต้องการให้เกิดการสวมสิทธิ์" นายยรรยง กล่าว
