WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, May 19, 2008

รุมยำ‘จำลอง’ยุทหารปฏิวัติ

* ส่อผิดกฎหมายอาญา ม.114-116
รุมยำ “จำลอง ศรีเมือง” ลืมอุดมการณ์ประชาธิปไตย เปิดเผยตัวตนที่แท้ฝักใฝ่เผด็จการ ชี้เป็น “โมฆบุรุษ” เพราะเกียรติภูมิที่เคยต่อสู้ในอดีตกลายเป็นความสูญเปล่า ระบุออกมาปูดประเด็นรัฐประหารเหมือนเป็นการดูถูกประชาชน เหยียบย่ำกองกระดูกวีรชนเดือนพฤษภา นักวิชาการ-นักกฎหมาย ระบุการออกมาขวางแก้ รธน. และการออกมาปูดข่าวปฏิวัติสร้างความสับสนในบ้านเมือง ส่อเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาตั้งแต่มาตรา 114-116 มีสิทธิ์ติดคุกหัวโต

ท่ามกลางกระแสความสับสนทางการเมือง อันเนื่องจากมีคนบางกลุ่มพยายามดึงฟ้าต่ำ และพยายามปล่อยข่าวปฏิวัติอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งที่ล่าสุด พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกมาระบุสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ว่าการปฏิวัติยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอด รวมถึงมีการตีความกันว่าส่อเป็นการยั่วยุให้เกิดการยึดอำนาจ นั้น

กรณีดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงความเหมาะสม และเจตนาที่อาจจะส่งผลถึงความวุ่นวายในบ้านเมือง ไปจนถึงประเด็นที่ส่อว่าการกระทำในลักษณะดังว่านั้น อาจจะมีความผิดเกี่ยวข้องกับกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคง

เมื่อบ่ายวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนเปิดเวทีสัมมนา “รำลึก 16 ปี พฤษภาทมิฬ” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ นพ.เหวง โตจิราการ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย ได้ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้ พ.ต.จำลอง ที่อออกมาพูดดังกล่าว

ชี้ธาตุแท้ “จำลอง” ใฝ่เผด็จการ
นพ.สันต์ กล่าวว่าในฐานะอดีตประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยคนแรก ต้องบอกว่าสมาพนัธ์ประชาธิปไตยก่อตั้งขึ้นในช่วงเหตุการณ์ พฤษภามิฬ 2535 เพื่อต่อต้านเผด็จการทหารในยุคนั้น ร่วมกับประชาชนมือเปล่าๆ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ปัจจุบันกรรมการของสมาพันธ์ฯ มีเหลือยู่เพียง 4 คน ที่ยังยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ ขณะที่อีก 3 คน ได้เปลี่ยนสี ลอกคราบตัวเองในช่วงก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ออกมาให้เห็นแล้วว่า แท้จริงคือเผ็จการ และขณะนี้ก็ยังพยายามยั่วยุให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง ซึ่งประชาชนทุกคนจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ รวมทั้งจะไม่ยอมให้ วีรชนพฤษภาทมิฬ ที่ยอมเสียสละชีวิตต่อสู้กับเผด็จการต้องสูญเปล่า

ด้านครูประทีป กล่าวว่า 16 ปี หลังเกิด พฤษภาทมิฬ การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนได้ทำให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาของคนยากคนจนได้ แต่การที่ พล.ต.จำลอง ออกมายั่วยุให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง เป็นการเปิดเผยธาตุแท้และตัวตนออกมาแล้วว่า เป็นเผด็จการ ที่กำลังปกปกป้อง รธน. 2550 ที่เต็มไปด้วยกับดักมากมาย อาทิเช่น การจัดตั้งองค์กรอิสระที่ไม่ชอบมาพากล หรือแม้กระทั่งการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่มาจากการลากตั้ง

ติงหยุดเหยียบย่ำกระดูกวีรชน
ขณะที่ นพ.เหวง เสริมว่า การออกมาพูดให้เกิดการรัฐประหารของ พล.ต.จำลอง ถือเป็นทรราชย์อำมาตยาธิปไตย ซึ่งอยากจะถามกลับว่า
1. การที่ พล.ต.จำลอง ออกมาบอกว่า ประชาชนคนไทยยังไม่เข้มแข็ง แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่ไม่เข้มแข็ง ซึ่งน่าจะเป็นตัวของ พล.ต.จำลอง มากกว่า เพราะปัจจุบันประชาชนทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกให้เห็นแล้ว ด้วยการอออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมให้ยกเลิก รธน. 50 และนำเอา รธน.40 กลับมาใช้ใหม่
2. การออกมากล่าว พล.ต.จำลอง ในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการเหยียบย่ำประชาชนคนไทย
3. ยิ่งหนักขึ้นไปอีกคือ พล.ต.จำลอง กำลังเหยียบย่ำซากศพของวีรชน พฤษภาทิมฬ ที่เสียสละชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย และ
4. อยากบอก พ.ต.จำลอง ว่า ประเด็นการเมืองในขณะนี้ มีเพียงประเด็นเดียวคือ รธน.2550 ของทรราชเผด็จการ ต้องยกเลิกไป และเอา รธน. 40 ของประชาชนกลับมาใช้

จี้ “จำลอง”หยุดสร้างกระแสปฏิวัติ
ขณะเดียวกันในเวทีสัมมนา “รำลึก 16 ปี พฤษภาทมิฬ 35 ต่อต้านเผด็จการสร้างสานประชาธิปไตย” ที่จัดต่อเนื่องกันที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็ยังคงมีการพูดจากันในประเด็นดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

โดย นพ.เหวง ระบุว่า การที่ พล.ต.จำลอง ออกมากล่าวเช่นนี้แสดงว่าเป็นคนทรราชย์ นิยมเผด็จการ รัฐประหาร จิตวิณญาณไม่เป็นประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังกระทำการดูหมิ่นประชาชนและประเทศชาติ โดยการกล่าวหาว่า ประเทศไทยมีชุมชนที่ไม่เข้มแข็ง รวมถึงยังเป็นกรเหยียบย่ำวีรชนของคนเดือนพฤษภาทมิฬ จนหมดสิ้น จึงอยากจะเรียกร้องให้ พล.ต.จำลอง หยุดปลุกปั่นสร้างกระแส ให้เกิดการรัฐประหาร และหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจริงๆ ตนเชื่อว่าประชาชนต้องออกมาต่อต้านเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ 2535

โมฆบุรุษในระบอบประชาธิปไตย
“พล.ต.จำลองเป็นโมฆบุรุษในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการเหยียบย่ำซากศพ และทำลายวีรกรรม และคุณงามความดีของวีรชนที่เสียเลือดเนื้อในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬจนหมดสิ้น โดยทำการหนุนให้เกิดการรัฐประหาร ทั้งที่ความจริงแล้วเกมทางการต่อสู่ทางการเมืองอย่างถูกต้องก็มีอยู่ ไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม ผมอยากเตือนว่า ให้คุณจำลองหยุดปลุกปั่น สร้างกระแสที่จะเกิดการรัฐประหาร เพราะประชาชนจะไม่ยอมก้มหัว และจะต่อต้านให้ถึงที่สุดเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ” นพ.เหวงกล่าว

พร้อมทั้งย้อนถามกลับ พล.ต.จำลอง เคยเข้าไปศึกษาและทราบหรือไม่ว่า รธน.50 ได้บรรจุมาตรา 291 ที่อนุญาตให้ประชาชน 5 หมื่นชื่อกำหนดให้แก้ รธน.ได้ ส่วนการกล่าวอ้างที่ว่าการแก้รธน. จะทำให้เกิดรัฐประหารนั้น เป็นข้ออ้างของ “หมาป่ากับลูกแกะ” การแก้ รธน. ที่เกิดขึ้นเป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรม ทางกลุ่ม คพปร. ไม่มีเจตนาหรือฉีก รธน. เพราะว่าได้คง หมวด 1 และหมวด 2 ไว้ แล้วมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขในหมวด 3 - 15 เพราะเล็งเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งการแก้ไขในครั้งนี้ เป็นไปตามครรลองของ

พวกอันธพาลขวางแก้รัฐธรรมนูญ
นพ.เหวง กล่าวต่อว่า การออกมาสนับสนุนรัฐประหารนั้นทำให้ประเทศล้าหลัง เพราะในรธน. 50 มาตรา 309 ระบุไว้ชัดเจนว่าการเกิดรัฐประหารเป็นสิ่งที่ชอบธรรม ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งที่กระทำได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น เพื่อรักษาเกียรติยศของประเทศชาติบ้านเมือง ทาง คพปร.จึงอยากให้มีการเร่งพิจารณาในเรื่องนี้

นพ.เหวง กล่าวอีกว่า การออกมาขัดขวางการแก้ รธน. เป็นเพียงเหตุผลของพวกอันธพาลทางการเมืองที่จ้องจะหาเรื่องใช้ความรุนแรง เป็นขบวนการปลุกปั่นให้เกิดรัฐประหาร โดยมีการโยงเรื่องของนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี และนายชาญวิทย์ จริยานุกูล ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้จัดทำเอกสารโจมตี พล.อ.เปรม ติณลสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ก็ยังนำมาปลุกปั่น สร้างกระแสทำลายผู้อื่น จงใจทำร้ายประชาชน จงใจให้เกิดรัฐประหารเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่ตอนนี้มีบางสื่อพยายามทำตัวเป็น “ดาวสยาม” และมีสถานีวิทยุบางคลื่นทำตัวเป็นสถานีวิทยุยานเกราะ

เฝ้าจับตาพฤติกรรม “จำลอง”
“ที่ พล.ต.จำลองออกมาอ้างว่า ประชาชนไม่เข้มแข็ง จึงต้องใช้รัฐประหารไปเรื่อยๆ เป็นดูถูกประชาชน อยากให้พี่น้องประชาชนออกมาตักเตือน และบอกกับพล.ต.จำลองว่า ตอนนี้ประชาชนมีความก้าวหน้า มีความรู้ มีแต่นายจำลองและกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีจำนวนเพียงหยิบมือ ที่กำลังดำดิ่งลงสู่การรัฐประหาร อย่าได้ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้พันธมิตร อย่าตัวเป็นดาวสยาม การมุ่งเน้นแก้ รธน.50 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบัน หยุดกล่าวอ้างเช่นนี้เสียที
การดึงสถาบันมาเป็นข้ออ้าง เพราะหมดหางที่ที่จะดึงแนวร่วมประชาชน เป็นการ “เข้าตาจน” จึงพยายามดึงฟ้าลงมาต่ำ และอยากเรียกร้องให้คนกลุ่มนี้อย่านำสถาบันมาเป็นเครื่องมือ การวิพากษ์วิจารณ์ต้องใช้สติปัญญา ไม่ใช่เอากระบอกปืนมาข่มเหงรังแกประชาชน อย่างไรก็ดี ทาง คพปร.จะใช้วิธีการโต้แย้งทางเหตุผลและความคิด และจะติดตามพฤติกรรมของ พล.ต.จำลองอย่างต่อเนื่องว่าจะออกมากระทำการซ้ำๆ ซากๆ เช่นนี้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ภารกิจของ คพปร. เป็นสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรม

“ครูประทีป”ซัด “จำลอง” คนหลงยุค
ด้าน นางประทีป อึ๊งทรงธรรม ฮาตะ กล่าวเช่นกันว่า การที่พล.ต.จำลองออกมาพูดในลักษณะนี้ เพราะตัวเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการร่าง รธน. 50 ที่มาจากเผด็จการ ต้องการทำลายประชาธิปไตยอ่อนแอลง แกคงอยากให้ประชาชนเป็นเหมือนแก ที่วันนี้กินข้าวมื้อเดียว อาบน้ำ 5 ขัน ซึ่งการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายมากเพียงใด คุณภาพชีวิตของประชาชนได้รับผลกระทบ นายจำลองคงไม่ต้องการให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า

“จำลองเป็นคนหลงยุค เพราะอายุมากเกินไป คอยแต่จะต้องการให้ประเทศล้าหลัง เหมือนกับประเทศพม่าที่ทำให้ประชาชนอดอยาก ขาดการศึกษา ขบวนการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้โดยการดึงสถาบันมาเป็นเครื่องมือ เพื่อต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ และให้คนของกลุ่มตัวเองได้เข้ามามีบทบาทและอำนาจทางการเมือง ต้องการปกป้องผลประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มให้ได้เสวยสุข”

รธน.40 คือจิตวิญญาณ ปชต.
นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และนักวิชาการอิสระ กล่าวในเวทีเดียวกันว่ารัฐประหารครั้งที่แล้ว พล.ต.จำลองก็อยู่ในฐานะแนวร่วมด้วย ทั้งยังเป็นคนที่ผลักดัน รธน. 50 แล้วบอกให้ประชาชนรับไปก่อนแล้วมาแก้ไขทีหลัง ขณะที่อาจารย์นักวิชาการด้านกฎหมายก็แบ่งพรรคแบ่งพวก คนที่เคยออกมาต่อต้านรัฐประหารก็เปลี่ยนไปเป็นแนวร่วมรัฐประหาร ความพยายามทั้งหมดกำลังจะก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน

ส่วนการกล่าวอ้างถึงสถาบันไม่ได้เกิดผลดีกับใคร คุณไม่มีสิทธิมาพูดว่าประชาชนทุกคน ไม่เคารพสถาบันเบื้องสูง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ประชาชนทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สถานการณ์ปัจจุบันนี้เป็นความพยายามของคนเพียงแค่ไม่กี่หยิบมือ ที่พยายามยุยง ให้คนเกิดความแตกแยกกัน การกระทำดังกล่าว เพียงเพื่อต้องการปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

พร้อมระบุถึงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ (รธน.) 50 ว่า ถือได้ว่า รธน. 40 เป็นจิตวิญญาณประชาธิปไตย มีเป้าหมายเพื่อปฎิรูปการเมือง และที่สำคัญได้สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะ รธน.40 ได้ส่งเสริมให้รัฐบาลมีเสถียรภาพที่เข้มแข็ง

ฉะทหารอำนาจนิยมขวางแก้รธน.
ด้าน ดร.วรพล พรหมมิกบุตร อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกลุ่มที่สนับสนุนให้มีรัฐประหาร และเป็นเครื่องมือของกลุ่มเผด็จการที่ใช้ทำลายระบอบประชาธิปไตยมีอยู่ 3 พวก คือ หนึ่งกลุ่มทหารที่มีอุดมการณ์ฝักใฝ่อำนาจนิยม สองนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่มีความชัดเจนในสายประชาชนว่าเป็นใคร ที่พยายามสร้างภาพให้กับตัวเองว่าเป็นพวกรักประชาธิปไตย แต่พอเกิดรัฐประหารก็ไม่เห็นจะแสดงตน แต่กลับให้การยอมรับและสนับสนุนคนกลุ่มนี้ และสามกลุ่มนักวิชาการ โดยเฉพาะพวกนักกฎหมายที่เขียนกฎหมายขึ้นมาเพื่ออำนาจของตัวเอง คนกลุ่มนี้จะกระจัดกระจายอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นสภาทนายความหรือศาลรัฐธรรมนูญ ล้วนแล้วแต่มีเครือข่ายอำนาจคณาธิปไตยทั้งสิ้น

ขณะที่ นายวีระ มุสิกพงษ์ กล่าวถึง พล.ต.จำลอง โดยระบุว่า เป็นเรื่องของคนขาดสารอาหารหรือขาดโปรตีนหรือเปล่า เมื่อถึงเวลาไม่อยากได้ รธน.40 ก็ออกมาคัดค้านไม่เอา ทั้งๆ ที่ รธน.50 พล.ต.จำลองยกมือรับเป็นคนแรก

ส่อผิดกม.อาญามาตรา114-115
นอกจากนี้ประเด็นของ พล.ต.จำลอง ก็ยังเป็นเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตุว่าอาจจะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายอาญาหลายมาตราด้วย

นายประชา ประสพดี ส.ส.พรรคพลังประชาชน แกนนำกลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนควรหันมาจับตามองกลุ่มพันธมิตรฯ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาธิปัตย์ว่าทำไมถึงมีความคิดเดียวกัน ทำไมต้องมีการเชื่อมโยงไปสู่การปฏิวัติ ส่วนเจตนาของ พล.ต.จำลองขณะนี้ก็เพื่อล้มรัฐบาล

พร้อมกล่าวด้วยว่าต้นเหตุปัญหาทั้งหมดของบ้านเมืองเกิดจากกลุ่มพันธมิตรฯ จึงอยากให้สังคมเฝ้าจับตากลุ่มพันธมิตรฯที่กำลังจะแปลงร่าง ในฐานะเป็นแกนนำกลุ่มมหาประชาชนร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตย จะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์รัฐประหารขึ้นอีก ใครคิดจะแตะต้องระบอบประชาธิปไตยจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด กลุ่มทหารอย่าคิดทำปฏิวัติ เพราะไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมือง

เมื่อถามถึงกรณีที่พล.ต.จำลอง ออกมาพูดให้เกิดความสับสนดังกล่าว นายประชากล่าวว่า กรณีของ พล.ต.จำลองเข้าข่ายผิดกฏหมายอาญามาตรา 114 มาตรา 115 การยุยงส่งเสริมให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง แต่กรณีของพล.ต.จำลองเป็นพวกหน้าด้านไม่เคารพกฎหมาย และกฎหมายก็ใช้บังคับไม่ได้ หากเคารพในกฎหมายคงไม่ออกมาใส่ร้ายคนอื่น บ้านเมืองก็จะเกิดความสงบ หากรัฐบาลยังอ่อนแอกลุ่มพันธมิตรฯก็จะออกมาทำลายคนในสังคมและคนที่ได้รับผลร้ายคือประชาชน

ไล่ “มหา” กลับไปเลี้ยงหมาตามเดิม

อย่างไรก็ตามนายประชา ยังฝากไปถึง พล.ต.จำลองว่า พล.ต.จำลองควรลำลึกถึงวีรชนที่สูญเสียและมีการทุพลภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยขอสดุดี และอย่าได้นำประชาธิปไตยมาเป็นเครื่องมือเหยียบประวัติศาสตร์ อยาคิดเอาประชาชนมาเป็นเกราะกำบังเพื่อให้ตัวเองถึงจุดสูงสุด อย่ามุ่งที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ประชาธิปไตยในโลกเป็นของกลุ่มพันธมิตรฯเท่านั้นหรือ ประชาชนต้องเดินตามแผนที่วางไว้หรือ

พร้อมทั้งฝากให้พล.ต.จำลองกลับไปกินผักเลี้ยงหมาที่จังหวัดกาญจนบุรีอย่าให้หมาอดตาย ควรไปพัฒนาโรงเรียนให้ดี เพื่อกลับไปขอโทษประชาชนที่ได้เคยล่วงเกินเอาไว้ ควรสำนึกชาติกำเนิดของตัวเอง การเมืองในปัจจุบันควรปล่อยให้คนรุ่นใหม่บริหารบ้านเมือง

ทนายดังย้ำผิดอาญาม.116ด้วย
ทางด้านนายคารม พลทะกลาง ทนายความชมรมนักกฎหมายเพื่อประชาชน ระบุว่า การแสดงท่าทีดังกล่าวที่พล.ต.จำลอง หยิบยกการชุมนุมครั้งใหญ่ทันทีหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งถอดถอน รัฐมนตรี ส.ส-ส.ว.ที่เข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาเป็นข้อต่อรองทางความสงบ ถือเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เลยเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด

การกล่าวเช่นนี้จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เหมือนกับว่าทำผิดกฎหมายหมดทุกสิ่งอย่าง ซึ่งจะเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา 116 ในประมวลกฎหมายอาญา โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี เนื่องจากกระทำการข่มขืนใจต่อรัฐบาล ไม่ให้ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“ ม.116 ระบุว่าผู้ใดกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด ซึ่งอันมิได้เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแก่รัฐธรรมนูญหรือไม่แสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต(1) เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือ (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี” ทนายคารมกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายคารมกล่าวเสริมว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งจะต้องมีการหารือชมรมนักกฎหมายของตน และนักวิชาการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อกำหนดท่าทีและพิจารณาว่าจะดำเนินการเข้าแจ้งความต่อการกระทำของพล.ต.จำลอง กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้อย่างไรต่อไป


กองทัพย้ำความสามัคคี ยิงสปอต-ขึ้นป้ายทั่วกรุง

“กองทัพ” ย้ำคุณธรรม 3 ประการ “สามัคคี-ซื่อสัตย์-รู้คุณชาติ” ระดมยิงสปอต ขึ้นป้ายคัตเอาต์ทั่วกรุง พร้อมทำกิจกรรมในสถานศึกษา ระบุหากประเทศชาติความสามัคคีจะเกิดผลกระทบไปทุกหย่อมหญ้า ยันสานต่อโครงการเก่า คมช. เพราะเป็นเรื่องดี ไม่เกี่ยวกับขบวนการยึดอำนาจ

จากกรณีที่ปรากฏมีสปอตโฆษณาทางโทรทัศน์ ออกมาต่อเนื่องหลายครั้งในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา รวมทั้งมีป้ายคัตเอาต์ขนาดใหญ่หลายจุด เน้นย้ำเรื่องความสามัคคีของคนในชาติ โดยมีโลโก้ด้านล่างเป็นกองทัพบก และโครงการคุณธรรมนำไทย ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นั้น

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเรื่องดังกล่าวมีนัยอย่างไร หรือต้องการสื่อสารอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ได้สอบถามไปยัง พ.อ.ธเนศ กาลพฤกษ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการพิษวิทยา ในฐานะประชาสัมพันธ์โครงการคุณธรรมนำไทย ได้รับการเปิดเผยว่าโครงการคุณธรรมนำไทย ได้ร่วมมือกับกองทัพบกจัดทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อชูประเด็นในเรื่องความสามัคคี ความซื่อสัตย์ และความกตัญญูรู้คุณคนและคุณแผ่นดิน ซึ่งที่ 3 ประเด็นนี้ เป็นสิ่งที่สังคมไทยเรียกหาอยู่

อีกทั้งจริงๆ แล้วโครงการนี้ เป็นโครงที่ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ช่วง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้บัญชาการทหารบก และไม่อยากให้เอาเรื่องของ คมช. ไปผูกด้วย เพราะโครงการนี้ถือว่า สิ่งที่ดี แต่หากถามว่า คมช. ดีหรือไม่ดีเรื่องนั้นเป็นอีกกรณีหนึ่ง

ประเด็นแรกคือความสามัคคีซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการโจมตีใครและไม่ต้องการให้เป็นตุ๊กตาทำลายล้างใคร แต่ตั้งใจจะชูเรื่องนี้ว่าปัจจุบันความสามัคคีมันหายไปแล้วในทุกหมู่เหล่า ซึ่งทุกองค์กรและทุกภาคส่วนจะต้องหันหน้าเข้าหากัน อีกทั้งต้องการหาทางออกของความขัดแย้ง และหากิจกรรมที่ก่อให้เกิดความร่วมไม้ร่วมมือ เพื่อที่นำพาสังคมและนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้พัฒนาถาวร เพราะว่าขณะนี้ทุกคนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดรำคาญกับสถานการณ์ที่ไม่เอื้อกับความเป็นอยู่ซักเท่าไหร่ ฉะนั้นถือว่าความคิดแตกแยกหรือว่าการคิดต่างกันสามารถคิดได้ แต่ว่าการนำไปสู่ความแตกแยกไม่ควรอย่างยิ่ง อันนี้คือประเด็นหลัก

ในส่วนเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ได้เฉพาะเจาะจงอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งหรือเฉพาะเจาะจง แต่ถ้าหากว่าทุกคนไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตผลสุดท้ายความหายนะก็จะกลับมาสู่ทุกผู้ทุกตัวคนไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็นรากหญ้ารากแก้ว หรือว่าจะเป็นผู้อยู่บนหอคอยงาช้าง ต้องเดือดร้อน ซึ่งแม้ว่าจะรวยมาจากไหน หรือว่าจะจนสุดแดดิ้นก็ตาม ต้องได้รับผลกระทบจากความไม่ชอบมาพากลทั้งสิ้น อีกทั้งคนที่นำเงินไปใช้ในทางที่ผิดหรือไม่เหมาะสมก็จะถูกฟ้องร้อง ตรวจสอบถึงแม้ว่าจะมีวิธีการบดบังอย่างไรก็ตาม สุดท้ายมันก็ต้องปรากฏออกมาในยุคนี้หมด ซึ่งไม่ต้องรอให้ถึงชาติหน้า

ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ในระดับรากหญ้า ผลกระทบที่ได้คือไม่ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกของรัฐซึ่งจะไปไม่ถึง นี่คือผลพ่วงของความไม่ซื่อสัตย์สุจริตทั้งสิ้น

ในประเด็นสุดท้ายคือ ความกตัญญูรู้คุณคนรู้คุณแผ่น ซึ่งตนเชื่อคนไทยทุกคนมีอยู่ในใจอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการแสดงออกอาจมีน้อยไปนิดหนึ่ง หรือไม่การแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนคือมีอยู่ในใจ หรือแม้แต่ออกมาบอกว่า ตนได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ตนถือว่าเป็นกตัญญูต่อแผ่นดินแล้ว นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งแต่ว่าหากสามารถแสดงให้อย่างชัดเจน มันก็นำไปสู่การทำให้คนไทยและสังคมไทยมีความสงบสุข เป็นเรื่องที่ยังยืน

นอกจากนี้ทางโครงการมีการจัดกิจกรรมอื่นอีกมาก คงต้องขอบอกก่อนว่า เราไม่สามารถที่เข้าไปยื่นอยู่ในสภา เพราะว่ากองทัพบกเป็นองค์กรหนึ่งเท่านั้น จึงต้องใช้วิธีนำเสนอทางด้านสื่อต่าง ๆ เป็นหลักอย่างน้อยก็จะเกิดการบอกปากต่อปาก ทำให้การกระแทกใจ นั้นแสดงว่าถือว่าสังคมเกิดการรับรู้รับทราบ จนต้องนำไปขยายผลต่อ

ซึ่งตอนนี้มีการจัดกิจกรรมนอกจากที่มีการโฆษณาทางโทรทัศน์ซึ่งกำลังขอความร่วมมือให้มีการยิ่งสปอตออกฉายอยู่ในขณะนี้ ยังมีการติดป้ายบิลบอร์ดตามทางด่วนเพื่อให้เป็นการย้ำคิดย้ำทำเพราะว่าการประชาสัมพันธ์ในโทรทัศน์อาจจะเพียงพอหรือไม่รับทราบอย่างทั่วถึง

แต่ว่าบนป้ายทางด่วนอย่างน้อย ๆ ประชาชนที่ผ่านไปมาจะเกิดความรู้สึกที่สะท้อนใจในเชิงบวกและเป็นการกระตุ้นทางสังคม อีกทั้งยังโครงการอื่นควบคู่ไปอีกคือมีการจัดกิจกรรมเข้าสู่เยาวชนเพราะมีการตระหนักถึงว่าเยาวชนอาจจะมีการสับสนว่าในปัจจุบันควรที่จะเชื่อใครดี ไม่ว่าจะมีใครมาพูดอะไรก็ตาม ซึ่งทำให้เกิดการสับสน ตรงนี้เราก็เข้าไปนำเสนอในสิ่งได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ในเรื่องคุณธรรม 3 ประการ

อีกทั้งในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงของการรับน้องใหม่ ซึ่งจะได้นำกิจกรรมเหล่านี้เข้าไปร่วมสอดแทรกในเรื่องของการต้อนรับนองใหม่ด้วยหัวใจคุณธรรม ซึ่งตอนนี้เป้าหมายหลังมองไว้ว่าจะเป็น ตามสถาบันการศึกษาหลัก คือ มหาวิทยาลัยเกษตร และมหาลัยกรุงเทพ และในส่วนของสถาบันอาชีวะศึกษา ได้ร่วมกับสำนักงานการอาชีวะศึกษา จัดทำโครงการร่วมกันคือโครง อาชีวะไทยหัวใจคุณธรรม นี้ก็ส่วนหนึ่งที่ทางโครงการกำลังพยายามทำให้สังคมไทยทราบถึงเจตจำนงที่แท้จริงของโครงการคุณธรรมนำไทย

เมื่อถามถึงงบประมาณในการจัดทำโครงการต่าง ๆ พ.อ. ธเนศ กล่าวเพียงแต่ว่า ในส่วนของงบประมาณคงจะเกินหน้าที่รับผิดชอบ และในความเป็นจริงโครงการใช้ความร่วมไม้ร่วมของทุกฝ่าย อย่างเช่นมีการไปร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้มีค่าใช่จ่ายอะไรมากมาย ซึ่งมีการเสริมในเรื่องของป้ายโลโก้ โปสเตอร์ แผ่นพับเพียงเท่านั้น

ส่วนที่อาจจะมีคนสงสัยว่าโครงการนี้เกิดขึ้นในสมัย คมช. แต่ทำไมยังการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องนั้น พ.อ.ธเนศ กล่าวว่า คุณเห็นว่าโครงการมันไม่ดีหรือ เรื่องนี้ต้องแยกแยะให้ออกว่าทุกอย่างที่มากจากสมัยนั้นมันกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้สึกไม่ดีแม้กระทั้ง การจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่มีความเห็นว่าไม่ดี สรุปแล้วก็ไม่ต้องดำเนินการอะไร

ลื่อสนั่นเว็บ‘ป๋า’นัดถกรุ่นใหญ่กดดัน‘จักรภพ-สมัคร’ลาออก

กระบวนการจ้องล้ม “จักรภพ” ยังเล่นไม่เลิก อาศัยช่องว่างช่วงรอการแปลคำปาฐกถา ดาหน้าถล่มหนักรัฐบาล หวังกดดันให้ถึงขั้นถอดใจลาออกแถมต่อยอดไปถึงนายกรัฐมนตรี ขณะที่ข่าวลือกระหึ่มบนเวบไซต์ ระบุ “ผู้ใหญ่” ในบ้านเมือง ดอดถกขยายผลประเด็นหมิ่นเบื้องสูง

ตลอดช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาความพยายามในการสร้างกระแสข่าวโจมตี นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยข้อหามีทัศนคติที่ไม่ดีต่อสถาบันเบื้องสูง จากการนำคำปาฐกถาเรื่อง ระบบอุปถัมภ์ ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2550 ที่พูดเป็นภาษาอังกฤษมากล่าวอ้าง โดยพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขุดมาเปิดประเด็นโจมตีขึ้นมาใหม่ด้วยการทำหนังสือถึงนายสมัคร สุนทรเวช ให้พิจารณาปรับเปลี่ยนนายจักรภพ ออกจากรัฐบาล

ต่อกรณีดังกล่าว ได้มีผู้ออกมารับช่วงปลุกกระแสกดดันรัฐบาลเพิ่มขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป เลขาธิการมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และที่ขาดไม่ได้ก็คือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์

นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่าการอ้างเรื่องนายจักรภพ เป็นเพียงการนำเรื่องของบุคคลมาอ้างเพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นสะพานไปถึงรัฐบาล ซึ่งไม่ว่าอย่างไรกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ตั้งใจจะล้มรัฐบาลนี้ทุกวิถีทางอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ขณะนี้กระบวนการที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคลื่อน กระบวนการที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ กำลังเคลื่อนไหวคล้ายกันเหมือนนัดกันไว้ล่วงหน้า

“คนที่ออกมาแหลมมากช่วงหลัง คือ พล.อ.ชวลิต อยากให้ไปดูว่า พล.อ.ชวลิต กับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นั้น เคยเป็นมือไม้ให้ใคร ตอนนี้มือที่มองไม่เห็นดูเหมือนทำงานอยู่และเหมือนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ ตัวจริงเสียด้วย” นายสุนัย กล่าว

เวลานี้ทุกคนเห็นแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ และกลุมพันธมิตรฯทำงานประสานกันทั้งในและนอกสภา อยากขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำได้ เพราะพรรคพลังประชาชนมีภาระที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ในช่วงเลือกตั้งว่า จะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนยึดถือสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุด จะไม่มีการแตะต้องอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนพิจารณาเองว่า ใครกันแน่ที่กำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาของนายจักรภพ ว่า โดยส่วนตัวจากที่เคยต่อสู้ร่วมกันมาในฐานะแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ตนเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของจักรภพ และไม่คิดว่าจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ นายจักรภพ พยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสถาบัน การจุดประเด็นดังกล่าวเป็นเพราะมีกลุ่มที่ต้องการให้นายจักรภพ เป็นเหยื่อ โดยสร้างจากประเด็นละเอียดอ่อน และขอท้าพรรคประชาธิปัตย์หากเห็นว่าผิด ก็ควรไปยื่นถอดถอน และใครเห็นว่าทำผิดก็ไปแจ้งความ ซึ่งศาลจะตัดสินเองว่าผิดหรือไม่

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในกรณีเดียวกันว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดสิ่งที่นายจักรภพ ชี้แจงต่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งควรให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบ นายจักรภพ จะแปลเอกสารเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และตนคงให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวได้เพียงเท่านี้ เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องราวอะไรมากไปกว่านี้

ด้านพล.ต.ต.สมเดช ขาวขำ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีที่ พ.ต.ท.วัฒนศักดิ์ มุ่งกิจการดี พนักงานสอบสวน สน.บางมด ช่วยราชการพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าแจ้งความกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับ นายจักรภพ ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง จากกรณีที่นายจักรภพ ได้บรรยายให้สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศฟัง เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2550 กล่าวว่า กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังถอดคำแปลภาษาอังกฤษแบบคำต่อคำอย่างละเอียด จากดีวีดีที่บันทึกภาพและเสียงจากงานดังกล่าว โดยเมื่อได้รับคำแปลแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำเข้าที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่

ส่วนความเคลื่อนไหวของนายจักรภพ มีรายงานข่าว แจ้งว่า ในวันนี้ (18 พ.ค.) ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันที่วัดภูพานอุดมธรรม อ.นาแก เสร็จสิ้น นายจักรภพ และคณะได้ออกเดินทางไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม เพื่อสักการะองค์พระธาตุพนม และรับทราบถึงการเตรียมการปรับปรุงถนนสี่ช่องจราจร จาก อ.ธาตุพนม ไปยัง จ.สกลนครโดยมีผู้นำชุมชน พร้อมชาวบ้านกว่า 1,000 คน คอยให้การต้อนรับ

อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวบนเว็บไซต์
www.thaienews.blogspot.com อ้างว่าเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการนัดหมายประชุมของกลุ่มที่เรียกว่าระดับสูงกันอย่างครบชุด อันได้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ นายอานันท์ ปันยารชุน นายปีย์ มาลากุล และนายสุรเกียรติ เสถียรไทย เพื่อถึงการขยายผลกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สร้างแรงกดดันต่อนายจักรภพ และนายสมัคร นายกรัฐมนตรี ให้ลาออกจากตำแหน่ง

‘สมัคร’หนีจองเวรหยุด‘ชิมไปบ่นไป’ส่งให้กกต.ตีความ

“สมัคร” ถอย ยุติออกรายการ “ชิมไปบ่นไป” เพื่อความสบายใจ พร้อมส่งเรื่องให้ กกต.วินิจฉัย ว่าควรทำอย่างไร คาด 15 วันรู้ผล ส่วนเรื่องช่วยเหลือพม่า ให้ ผบ.สส.รับไปดำเนินการแทนหลังมีพวกออกมาจ้องหาเรื่องไม่เลิก ขณะที่ลูกพรรคพลังประชาชน ยังเชื่อมั่นฝีมือคุยทหารรู้เรื่อง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” กรณีที่คนกลุ่มหนึ่งจะยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจัดรายการ ชิมไปบ่นไป โดยระบุว่า ผิดกฎหมาย นั้น จากการตรวจสอบในแง่กฎหมาย เป็นการรับจ้างไม่ใช่ลูกจ้าง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความสบายใจจึงสั่งหยุดบันทึกเทปรายการวานนี้ และวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) นอกจากนั้น จะทำหนังสือถึง กกต.ให้วินิฉัยด้วยว่า ควรทำอย่างไร โดยหาก กกต.วินิจฉัยช้าอาจทำให้ออกอากาศรายการไม่ได้ โดยหากต้องลงจากตำแหน่งนายกฯ เพราะรายการดังกล่าว คงถือว่าตายน้ำตื้น นายสมัคร กล่าว

นายสมัคร ยังกล่าวด้วยว่า รายการวันนี้จะเหลือแค่ 45 นาที เพื่อให้เวลาที่เหลืออีก 15 นาทีกับรายการรับบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กิสในสหภาพพม่า ซึ่งตนได้ขอให้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) มาเป็นผู้รับมอบสิ่งของบริจาคแทน เนื่องจากตนต้องถอยห่างออกไป เพราะแค่เดินทางไปประเทศพม่าเพียงวันเดียวตามคำขอร้องก็โดนสับ โดนโขกเสียไม่มีชิ้นดี ถูกหาว่าในประเทศน้ำท่วมไม่ยอมไปดู ไปดูแต่พม่า ดังนั้น ต่อไปนี้ตนจะไปมายุ่งกับเรื่องนี้แล้ว

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกกรณี ที่นายกรัฐมนตรี จะส่งเอกสารให้ กกต. เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของตนเอง ในกรณีที่มีผู้ร้องว่าขาดคุณสมบัติเนื่องจาก รับจ้างจัดรายการชิมไปบ่นไปว่า เรื่องดังกล่าว มีผู้ร้องเรียนเข้ามาอยู่แล้ว และตอนนี้ กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว

โดยให้เวลาคณะอนุกรรมการทำงานเป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ กกต. ได้ให้อิสระกับคณะอนุกรรมการในการพิจารณา และกกต.ก็มีนโยบายที่จะเร่งทำเรื่องทุกเรื่องอยู่แล้วเพื่อไม่ให้เกิดการดองงานเอาไว้ เรื่องนี้คงเป็นไปตามกระบวนการ คิดว่าคงไม่ล่าช้า


เวที “รำลึก16 ปี พค.ทมิฬ ลุมจวก “จำลอง” คนทรราชย์ นิยมเผด็จการ

“นพ.เหวง” จวก “มหาจำลอง” เป็น “โมฆะบุรุษ” ในระบอบประชาธิปไตย รวมหัว “พันธมิตร”เป็นพวกอันธพาลการเมือง ต้นเหตุปลุกปั่นรัฐประหาร ซัดกลับอย่าทำตัวเป็น “ดาวสยาม” เหมือนบางสื่อ ปลุกสำนึกปชช. อย่ายอมก้มหัวให้เด็ดขาด ยันจุดยืนภารกิจ คพปร. แก้ รธน.50 เป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ด้าน “ครูประทีป” จวกกลับ “คนหลงยุค” จี้หยุดพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน

วันนี้ (18 พ.ค.) ในเวทีสัมมนา “รำลึก 16 ปี พฤษภาทมิฬ 35 ต่อต้านเผด็จการสร้างสานประชาธิปไตย” จัดโดยมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ร่วมกับสมาพันธ์ประชาธิปไตย ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ โดย นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวตอบโต้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาพูดถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ “สุกงอม” พร้อมทั้งระบุ การแก้รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จะทำให้เกิดรัฐประหารได้อีกครั้งนั้น

โดย นพ.เหวง ระบุว่า การที่ พล.ต.จำลอง ออกมากล่าวเช่นนี้แสดงว่าเป็นคนทรราชย์ นิยมเผด็จการ รัฐประหาร จิตวิณญาณไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นโมฆะบุรุษในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายจำลองหยุดปลุกปั่น สร้างกระแสที่จะเกิดการรัฐประหาร เพราะประชาชนจะไม่ยอมก้มหัว และจะต่อต้านให้ถึงที่สุดเหมือนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

พร้อมทั้งย้อนถามกลับนายจำลอง เคยเข้าไปศึกษาและทราบหรือไม่ว่า รธน.50 ได้บรรจุมาตรา 291 ที่อนุญาตให้ประชาชน 5 หมื่นชื่อกำหนดให้แก้ รธน.ได้ ส่วนการกล่าวอ้างที่ว่าการแก้รธน. จะทำให้เกิดรัฐประหารนั้น เป็นข้ออ้างของ “หมาป่ากับลูกแกะ” การแก้ รธน. ที่เกิดขึ้นเป็นการใช้สิทธิโดยชอบธรรม ทางกลุ่ม คพปร. ไม่มีเจตนาหรือฉีก รธน. เพราะว่าได้คง หมวด 1 และหมวด 2 ไว้ แล้วมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขในหมวด 3 - 15 เพราะเล็งเห็นว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งการแก้ไขในครั้งนี้ เป็นไปตามครรลองของรัฐสภา และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะกฎหมาย รธน. เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศจะต้องสนับสนุนให้เป็นประชาธิปไตย

นพ.เหวง กล่าวต่อว่า การออกมาขัดขวางการแก้ รธน. เป็นเพียงเหตุผลของพวกอันธพาลทางการเมืองที่จ้องจะหาเรื่องใช้ความรุนแรง เป็นขบวนการปลุกปั่นให้เกิดรัฐประหาร โดยมีการโยงเรื่องของนายโชติศักดิ์ (อ่อนสูง ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี) และนายชาญวิทย์ (จริยานุกูล ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้จัดทำเอกสารโจมตี พล.อ.เปรม ติณลสูลานนท์ ประธานองคมนตรี) ที่ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่ก็ยังนำมาปลุกปั่น สร้างกระแสทำลายผู้อื่น จงใจทำร้ายประชาชน จงใจให้เกิดรัฐประหารเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่ตอนนี้มีบางสื่อพยายามทำตัวเป็น “ดาวสยาม” และมีสถานีวิทยุบางคลื่นทำตัวเป็นสถานีวิทยุยานเกราะ

“ที่นายจำลองออกมาอ้างว่า ประชาชนไม่เข้มแข็ง จึงต้องใช้รัฐประหารไปเรื่อยๆ เป็นดูถูกประชาชน อยากให้พี่น้องประชาชนออกมาตักเตือน และบอกกับนายจำลองว่า ตอนนี้ประชาชนมีความก้าวหน้า มีความรู้ มีแต่นายจำลองและกลุ่มพันธมิตรฯ ที่มีจำนวนเพียงหยิบมือ ที่กำลังดำดิ่งลงสู่การรัฐประหาร อย่าได้ดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้พันธมิตร อย่าตัวเป็น “ดาวสยาม” การมุ่งเน้นแก้ รธน.50 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบัน หยุดกล่าวอ้างเช่นนี้เสียที” นพ.เหวง กล่าว

ด้าน นางประทีป อึ๊งทรงธรรม ฮาตะ กล่าวเช่นกันว่า การที่นายจำลองออกมาพูดในลักษณะนี้ เพราะตัวเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการร่าง รธน. 50 ที่มาจากเผด็จการ ต้องการทำลายประชาธิปไตยอ่อนแอลง แกคงอยากให้ประชาชนเป็นเหมือนแก ที่วันนี้กินข้าวมื้อเดียว อาบน้ำ 5 ขัน ซึ่งการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าระบบเศรษฐกิจและประเทศชาติบ้านเมืองเสียหายมากเพียงใด คุณภาพชีวิตของประชาชนได้รับผลกระทบ นายจำลองคงไม่ต้องการให้ประเทศมีความเจริญก้าวหน้า

“นายจำลองเป็นคนหลงยุค เพราะอายุมากเกินไป คอยแต่จะต้องการให้ประเทศล้าหลัง เหมือนกับประเทศพม่าที่ทำให้ประชาชนอดอยาก ขาดการศึกษา ขบวนการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้โดยการดึงสถาบันมาเป็นเครื่องมือ เพื่อต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ และให้คนของกลุ่มตัวเองได้เข้ามามีบทบาทและอำนาจทางการเมือง ต้องการปกป้องผลประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มให้ได้เสวยสุข” นางประทีป กล่าว


'ณัฐวุฒิ' อัดยับ 'จำลอง' แค่โมฆะบุรุษปชต.คิดทำลายศัตรูไม่คำนึงถึง บ้านเมือง

รองโฆษกรัฐบาล สุดทนพฤติกรรมแกนนำพันธมิตรเคลื่อนไหวไม่หยุด หวังจุดชนวนให้เกิดการรัฐประหารซ้ำ อัดยับ "มหาจำลอง" โมฆบุรุษทำลายฝั่งตรงข้ามทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายของชาติบ้านเมือง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาระบุว่า อย่าเพิ่งเชื่อว่าจะไม่มีปฏิวัติเพราะขณะนี้มีหลายสถานการณ์ที่รัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะพูดในสถานที่สวนสันติพร

ขณะที่มีการทำบุญให้ญาติวีรชน นอกจากนี้พล.ต.จำลอง ยังเคยเป็นแกนนำในการต่อสู้เผด็จการมาแล้ว และการที่พูดเรื่องการปฏิวัติทำให้สามารถสะท้อนได้ว่า พล.ต.จำลองเป็นแค่ โมฆะบุรุษของระบอบประชาธิปไตย ไม่คำนึงถึงสถานการณ์ในประเทศคิดแต่จะทำลายฝั่งตรงข้ามแบบไม่เลือกวิธี แม้กระทั่งการเปิดประตูให้มีการรัฐประหาร

ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขอาจนำมาสู่การรัฐประหาร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ประเทศไทยที่อยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คำว่า ยึดอำนาจไม่สามารถทำได้ และสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขที่ยึดอำนาจได้อีก และประชาชนเองก็ไม่เห็นว่าการปฏิวัติจะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้

เมื่อถามว่ารัฐบาลมีข้อมูลเกี่ยวกับการรัฐประหารหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ข้อมูลเป็นชิ้นเป็นอันไม่มี แต่สัญญาณที่ส่อเค้าเคลื่อนไหวไปสู่การรัฐประหารเห็นได้ชัดจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ พยายามทำให้เหตุการณ์เหมือน 19 กันยา

ถามว่าพล.อ.ชวลิต ออกมาเปิดโปงกระบวนการสาธารณรัฐ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า รัฐบาลไม่ห่วงในประเด็นที่พล.อ.ชวลิต มาพูดเพราะเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ที่อ้างทฤษฎีเท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพล.อ.ชวลิต เป็นผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์การเมืองเลยออกมาวิเคราะห์

ถามถึงกรณีนายจักรภพ ออกมาพูดเรื่องสถาบัน นายณัฐวุฒิกล่าวว่า โดยส่วนตัวจากที่เคยต่อสู้ร่วมกันมาในฐานะนปก.ตนเชื่อในความบริสุทธิ์ใจของจักรภพ และไม่คิดว่าจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้นายจักรภพพยายามต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสถาบัน ทั้งนี้การจุดประเด็นดังกล่าวเป็นเพราะมีกลุ่มที่ต้องการให้นายจักรภพเป็นเหยื่อ โดยสร้างจากประเด็นละเอียดอ่อน และขอท้าให้พรรคประชาธิปัตย์หากเห็นว่าผิดก็ควรไปยื่นถอดถอนและไปแจ้งความ ซึ่งศาลจะเป็นคนตัดสินเองว่าผิดหรือไม่ หากผิดก็ต้องออกตำแหน่งและถูกดำเนินคดี

นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีที่รท.กุเทพ ออกมาเสนอแนะนายจักรภพ ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นความเห็นของรท.กุเทพ เพียงคนเดียว และเป็นเพียงสมาชิกพรรคคนหนึ่ง แต่สำหรับตนนั้นเชื่อมั่นเต็มร้อยว่านายจักรภพ บริสุทธิ์ หากมีการตัดสินว่าผิดก็ต้องออกจากตำแหน่ง แต่ถ้าหากไม่ผิดคนที่กล่าวหาจะว่าอย่างไร

“สุนัย” แฉซ้ำมือที่มองไม่เห็นโผลอีก หนุน"พันธมิตร-ฝ่ายค้าน-จิ๋ว" ล้มรัฐบาล

ประธานประชาสัมพันธ์แก้ไขรธน. เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ไม่เกี่ยวแก้ร่างรธน. แฉอีกมือที่มองไม่เห็นหนุน “พันธมิตร-ฝ่ายค้าน-บิ๊กจิ๋ว” จ้องล้มรัฐบาล

วันนี้ (18 พ.ค.) นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมกำลังเข้าใจผิดว่าจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ความจริงเป้าหมายหลักของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯคือการพิจารณางบประมาณปี2552 และมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่จะต้องออกให้ครบตามที่รัฐธรรมนูญปี50กำหนดไว้ เมื่อมีเวลาเหลือเราจึงจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญปี50พ่วงเข้าไปเท่านั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเทียบเคียงกับร่างที่ประชาชนเสนอมาให้มากที่สุด และเวลาก็ไกลเกินกว่าจะแก้ไขให้ทันเรื่องของการยุบพรรคและช่วยพ.ต.ท.ทักษิณแล้ว จึงพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเชื่อว่าอย่างไรเสียการแก้ไขรัฐธรรมนูญคงไม่สามารถทำให้เสร็จได้อย่างรวดเร็วเพราะมีตัวแปรอีกมาก

เมื่อถามว่ากรณีคำให้สัมภาษณ์ของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถาบันจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีอุปสรรคหรือไม่ นายสุนัยกล่าวว่า เป็นเพียงการนำเรื่องของบุคคลมาอ้างเพื่อต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นสะพานไปถึงรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ตั้งใจจะล้มรัฐบาลนี้ทุกวิถีทางอยู่แล้ว แต่ที่น่าแปลกใจคือขณะนี้กระบวนการที่พันธมิตรฯเคลื่อน กระบวนการที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคประชาธิปัตย์กำลังเคลื่อนไหวมันคล้ายกันเหมือนนัดกันไว้ล่วงหน้า

“คนที่ออกมาแหลมมากช่วงหลังคือพล.อ.ชวลิต อยากให้ไปดูว่าพล.อ.ชวลิตกับพล.ต.จำลอง ศรีเมืองนั้นเคยเป็นมือไม้ให้ใคร ตอนนี้มือที่มองไม่เห็นดูเหมือนทำงานอยู่และเหมือนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปตย์ตัวจริงเสียด้วย” นายสุนัย กล่าว

ถามว่าดูเหมือนพรรคพลังประชาชนจะโดดเดี่ยวนายจักรภพ เพ็ญแข นายสุนัยกล่าวว่า วันนี้ส.ส.ในพรรครู้สึกอึดอัดกับการวางตัวของร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชนอย่างมาก เพราะร.ท.กุเทพเป็นบุคคลที่มีลักษณะพิเศษทางการเมือง ดังนั้นคำพูดของร.ท.กุเทพจึงไม่ใช่ความเห็นของพรรคและไม่ใช่ตัวแทนของพรรคพลังประชาชน เพราะส.ส.ในพรรคไม่ได้เป็นห่วงอย่างที่ร.ท.กุเทพวิตก เนื่องจากรู้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นแผนทางการเมืองพยายามโจมตีทุกวิถีทาง คนที่อ้างว่าจงรักภักดีกำลังทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ดึงสถาบันมาแอบอ้างเพื่อทำลายศัตรูทางการเมืองของตัวเอง

“เวลานี้ทุกคนเห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยทำงานประสานกันทั้งในและนอกสภาฯ อยากขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะทำได้ เพราะพรรคพลังประชาชนมีภาระที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ช่วงเลือกตั้งว่าจะเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพลังประชาชนยึดถือสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันสูงสุด จะไม่มีการแตะต้องอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนพิจารณาเองว่าใครกันแน่ที่กำลังทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง” นายสุนัย กล่าว



ลอกคาบ ”จำลอง” ธาตุแท้คือ ทรราชย์ เหยียบย่ำศพ “วีรชน พฤษภาทมิฬ”

3 แกนนำสมาพันธ์ประชาธิปไตย ออกโรง ซัดกลับ “จำลอง ศรีเมือง” พูดหน้าตาเฉย เงื่อนไขสุกงอมให้ ”รัฐประหารใหม่อีกรอบ” เหยียบย่ำประชาชน และ“วีรชน พฤษภาทมิฬ”

ทั้งนี้ ก่อนเปิดเวทีการสัมมนา “รำลึก 16 ปี พฤษภาทมิฬ” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ในช่วง 13.00 น. นพ.เหวง โตจิราการ นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวตอบโต้ พ.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่อออกมากล่าวว่า มีเหตุผลเพียงพอแล้วที่จะต้องทำการรัฐปะหาร

โดย นพ.สันต์ กล่าวเป็นคนแรกว่า ในฐานะอดีตประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตยคนแรก ต้องบอกว่าสมาพนัธ์ประชาธิปไตยก่อตั้งขึ้นในช่วงเหตุการณ์ พฤษภามิฬ 2535 เพื่อต่อต้านเผด็จการทหารในยุคนั้น ร่วมกับประชาชนมือเปล่าๆ ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่ปัจจุบันกรรมการของสมาพันธ์ฯมีเหลือยู่เพียง 4 คน ที่ยังยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการ ขณะที่เหลืออีก 3 คน ได้เปลี่ยนสี ลอกคาบตัวเองในช่วงก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ออกมาให้เห็นแล้วว่า แท้จริงคือเผ็จการ และขณะนี้ก็ยังพยายามยั่วยุให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง ซึ่งประชาชนทุกคนจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ รวมทั้งจะไม่ยอมให้ วีรชน พฤษภาทมิฬ ที่ยอมเสียสละชีวิตต่อสู้กับเผด็จการต้องสูญเปล่า

ด้านครูประทีป ประธานสมาพันธ์ฯคนปัจจุบัน กล่าวเป็นคนต่อมา ว่า 16 ปี หลังเกิด พฤษภาทมิฬ การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนได้ทำให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาของคนยากคนจนได้ แต่การที่ พล.ต.จำลอง ออกมายั่วยุให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง เป็นการเปิดเผยธาตุแท้และตัวตนออกมาแล้วว่า เป็นเผด็จการ ที่กำลังปกปกป้อง รธน. 2550 ที่เต็มไปด้วยกับดักมากมาย อาทิเช่น การจัดตั้งองค์กรอิสระที่ไม่ชอบมาพากล หรือแม้กระทั่งการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่มาจากการลากตั้ง

ขณะที่ นพ.เหวง อดีตประธานสมาพันธ์ฯ กล่าวเสริมว่า การออกมาพูดให้เกิดการรัฐประหารของ พล.ต.จำลอง ถือเป็นทรราชย์อำมาตยาธิปไตย ซึ่งอยากจะถามกลับว่า

1. การที่ พล.ต.จำลอง ออกมาบอกว่า ประชาชนคนไทยยังไม่เข้มแข็ง แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่ไม่เข้มแข็ง ซึ่งน่าจะเป็นตัวของ พล.ต.จำลองมากกว่า เพราะปัจจุบันประชาชนทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกให้เห็นแล้ว ด้วยการอออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมให้ยกเลิก รธน. 50 และนำเอา รธน.40 กลับมาใช้ใหม่

2. การออกมากล่าว พล.ต.จำลอง ในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการเหยียบย่ำประชาชนคนไทย


3. ยิ่งหนักขึ้นไปอีกคือ พล.ต.จำลองกำลังเหยียบย่ำซากศพของวีรชน พฤษภาทิมฬ ที่เสียสละชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย และ

4. อยากบอก พ.ต.จำลอง ว่า ประเด็นการเมืองในขณะนี้ มีเพียงประเด็นเดียวคือ รธน.2550 ของทรราชเผด็จการ ต้องยกเลิกไป และเอา รธน. 40 ของประชาชนกลับมาใช้


“ทักษิณ” เปิด “ยูธ ฟุตบอล คลีนิก” สานฝันเด็กไทย!

ประธานสโมสรทีม “เรือใบสีฟ้า” ตัดริบบิ้นเปิดคลีนิกสอนบอลเยาวชนกว่า 150 คน หลังจากไปนั่งเชียร์ลูกทีมดวลแข้งกับทีมออลสตาร์เมื่อวานนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

วันนี้ (18 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางมาเปิด “ยูธ ฟุตบอล คลีนิก” ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยนำ 2 นักเตะในทีมชุดใหญ่อย่าง ฮาเวียร์ การ์ริโด และ เฟลิเป ไคเซโด พร้อมทั้งนักเตะดาวรุ่งในถิ่นเรือใบสีฟ้าอีก 5 คน รวมถึง “คาร์” เกียรติประวุฒิ สายแวว และ “เปรม” สุรีย์ สุขะ 2 ดาวเตะทีมชาติไทย ร่วมสอนเทคนิกเชิงลูกหนังให้กับเยาวชนไทยจากหลากหลายองค์กร อาทิ นักเตะทีมไทคัพ นราธิวาส เยาวชนจากมูลนิธิไทยคม เยาวชนจากโครงการวันทูคอล ประมาณ 150 คน รวมทั้ง 2 ดาราวัยรุ่นอย่าง “แจ๊ค แฟนฉัน” และ “แน็ค แฟนฉัน” ก็เข้าร่วมการอบรมด้วย

แม้จะไม่มีดาวเตะดังของทีม รวมทั้ง สเวน โกรัน อีริกส์สัน ผู้จัดการทีมชาวสวีเดน ร่วมกิจกรรมนี้ แต่บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยผู้เข้ารับการอบรมทั้ง 150 คน ต่างก็สนุกสนานกับการโครงการดังกล่าวเป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาร่วมงานด้วยเพียง 10 นาที จากนั้นจึงเดินทางกลับ โดยไม่ให้สัมภาษณืแต่อย่างใด

จากนั้นเวลา 13.30 น. ของวันนี้ (18 พ.ค.) ดาวเตะทีมเรือใบสีฟ้าได้เดินทางไปพักผ่อนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยเข้าพักที่โรงแรมรอยัล คลิฟฟ์ บีช รีสอร์ท และในวันอังคารที่ 20 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 น. จึงจะเดินทางต่อไปยังฮ่องกง เพื่อแข่งขันฟุตบอลนัดอุ่นเครื่องในการทัวร์เอเชียต่อไป



นายกฯ ขอให้ประชาชนนำศีล 5 มาเป็นหลักปฎิบัติในการดำเนินชีวิต

นายกรัฐมนตรี ขอให้ประชาชนนำศีล 5 มาเป็นหลักปฎิบัติในการดำเนินชีวิต ระบุรัฐบาลพร้อมสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรศาสนาของไทยจัดกิจกรรมทางศาสนา เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

วันนี้ (18 พ.ค.51) ที่ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ พระธรรมโกศาจารย์ อธิบการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัย ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดกิจกรรมนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของสหประชาชาติ กล่าวต้อนรับ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานฝ่ายคฤหัส

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาส วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2551 ว่า รู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้มาเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชา และในนามประชาชนชาวไทย ขอกล่าวต้อนรับพระเถระจากทุกประเทศ ที่ได้มาร่วมในโอกาสนี้

ซึ่งในปีนี้รัฐบาลเวียดนามได้จัดงานวิสาขบูชาโลก ขึ้นในระหว่างวันที่ 13 - 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ กรุงฮานอย ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ได้มีการสานต่อเจตนารมณ์ของพระพุทธเจ้า เพื่อเผยแผ่ศาสนาต่อไป ซึ่งสิ่งสำคัญคือการนำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฎิบัติได้อย่างไร และศีล 5 เป็นหลักธรรมที่ควรยึดปฎิบัติในชีวิตประจำวัน ควรยึดปฎิบัติในครอบครัวทำให้ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม เดินทางสายกลาง รู้จักความเป็นเหตุเป็นผล ความสมดุลกับทุกภาคส่วน นำมาสู่คุณค่าทางจริยธรรม จะทำให้ทุกคนพบกับความสงบสุขได้

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ส่งสารแสดงความยินดี เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยมีใจความสำคัญ ว่า รัฐบาลไทยได้สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรศาสนาของไทยจัดกิจกรรมทางศาสนาขึ้น เพื่อให้ประชาชนเพิ่มความสนใจนำคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยหวังว่ากิจกรรมต่างๆ จะส่งเสริมความรู้ความสนใจ ความเข้าใจ และหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขในชีวิต