WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 23, 2008

“จตุพร” เย้ย “พันธมาร”ยังมีหน้าปลุกมวลชนนัดชุมนุมใหญ่อีกหรือ?

ชี้เสียเวลาเปล่า แนะให้เอาเวลาไปรณรงค์ ปชช. ค้านแก้ รธน. ดีกว่า สอนหัดฟังผู้นำประเทศเสียบ้าง เผยช่องทางให้รัฐบาลออกพระราชกำหนดทำประชามติ ฟังเสียงประชาชน หลัง กกต. - นักกฎหมายดาหน้าค้านทำประชามติ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส สัดส่วน พรรคพลังประชาชน และอดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) กล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐรรมนูญ ว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ยังมีหน้าไปชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกหรือ กลุ่มพันธมิตรฯ ควรฟังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เสียก่อน เพราะนายกฯ เสนอทางออกที่ดีที่สุดแล้ว คือให้ทำประชามติรับฟังความเห็นประชาชน แม้ว่าจะมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนักกฎหมายบางคนบอกว่ายังไม่มีกฎหมายรองรับให้ทำประชามติ แต่รัฐบาลสามารถออกเป็นพระราชกำหนดให้จัดทำประชามติได้ ซึ่งต้องประสานไปยัง นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ว่าขออย่าเพิ่งบรรจุญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระการประชุม

นายจตุพร กล่าวอีกว่า หากผลประชามติออกมาว่าประชาชนไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ 2550 ก็ถอนญัตติดังกล่าวออกมา แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้แก้ไข ก็ต้องแก้ตามเจตนารมณ์ของประชาชน ดังนั้น ในระหว่างนี้กลุ่มพันธมิตรฯ ควรใช้เวลาไปรณรงค์ให้ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญดีกว่า พวกตนในฐานะ ส.ส.ก็จะออกไปรณรงค์เช่นเดียวกัน

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าร่างแก้ไข มาตรา 14 ที่ยกเลิกประกาศ คำสั่ง และองค์กรที่เกิดจาก คปค.เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ยืนยันไม่เป็นความจริง แต่จะให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะให้องค์กรที่มาจากรัฐประหารอยู่ได้อย่างไร เพราะจะกลายเป็นว่ามี 1 ประเทศ 2 ระบบ



ผบ.ทอ. ไม่ห่วงพันธมิตรฯชุมนุม หนุนนายกฯทำประชามติลดขัดแย้ง

พล.อ.ชลิต เชื่อการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่นำมาซึ่งความรุนแรง แต่เป็นห่วงประชาชน วิตกปฏิวัติเกินเหตุ ยอมรับกองทัพไปชอบยึดอำนาจ หนุน “สมัคร” ใช้งบทำประชามติแก้ไขร่าง รธน.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และอดีตรักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช.กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จะมีขึ้น ซึ่งยังไม่มีมูลเหตุนำไปสู่ความรุนแรง หรือนำไปสู่การปฏิวัติ เพราะการปฏิวัตินั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ซึ่งทหารเองก็ไม่ชอบการปฏิวัติ ขณะเดียวกัน ปัญหาที่เกิดขึ้น การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง พร้อมทั้งขอให้ทุกฝ่ายลดทิฐิและมาแก้ไขปัญหา

อย่างไรก็ตาม รู้สึกเป็นห่วงกับผลสำรวจที่ออกมาว่า จะมีการปฏิวัติ ซึ่งเห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้มากเกินไป ขณะเดียวกัน การของบประมาณ จำนวน 2,000 ล้านบาท เพื่อทำประชามติในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหากเป็นสิ่งที่ช่วยยุติปัญหาของบ้านเมืองได้ก็เป็นสิ่งน่าจะทำ

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวด้วยว่า ได้อ่านคำปาฐกถาของ นายจักรพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีความผิดหรือไม่ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย รวมถึงผู้ที่ได้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเอง

ด้าน พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 25 พ.ค. เพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมมาตรการ แผนกรกฎ ในการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น และมั่นใจว่า การชุมนุมในครั้งนี้ จะเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย



“ชัย” โชวกึ๋น เดินหน้า ญัตติแก้ไขรธน. ยันเป็นสิทธิปชช.ไม่เกี่ยวลงประชามติ

ประธานสภา “ชัย ชิดชอบ” เชื่อ ทหารไม่ทำปฏิวัติ ชี้ให้ใช้ สภาเป็นเวทีขจัดความขัดแย้ง ยืนยัน ญัตติแก้ไข รธน.ที่ยื่นเข้ามา เดินหน้าต่อ เพราะเป็นสิทธิของ ปชช. ไม่เกี่ยวกับการลงประชามติ

ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้า (22 พ.ค.) ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (คปพร.) เดินทางแสดงความยินดีมอบกระเช้าดอกไม้ให้กำลังใจ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เป็นประธานสภาฯ

โดย นายจรัล และ นพ.เหวง ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550
ขณะที่ ประธานสภาคนใหม่ กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงสถานการณ์ เชื่อว่าไม่มีการทำรัฐประหารแน่นอน เพราะทหารคงไม่ออกมาปฏิวัติอีกแล้ว โดยทหารส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการแสวงหาอำนาจ และเชื่อว่าผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันคงไม่ยอมให้มีการปฏิวัติ

“องค์พระประมุขของเราจะใช้บารมีคุ้มครองเราให้รอดพ้นจากปัญหาต่างๆ ได้ ถ้าเกิดเหตุเช่นวันที่ 19 ก.ย.อีก บ้านเมืองจะไปไม่รอด ผมเชื่อว่าพระสยามเทวาธิราชจะคุ้มครอง ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ปัญหาต่างๆ แก้ด้วยสนามการเมืองคือรัฐสภา สภาเท่านั้นจะเป็นสนามระหว่างฝ่ายค้าน และฝ่ายสนับสนุน พันธมิตรฯ ก็ต้องมาเล่นตรงนี้ คปพร.ก็ต้องมาเล่นตรงนี้ เอาสนามนี้เป็นหลัก” นายชัย กล่าว

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเสนอให้ทำประชามติ ขอความเห็นจากประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของที่มีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้แล้วจะต้องถอนญัตติก่อนหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า การดำเนินการจะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2544 โดยจะต้องบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมภายใน 15 วัน ส่วนการทำประชามติเป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาลที่ต้องการให้บ้านเมืองมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และต้องการฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะการทำประชามติที่ผ่านมามีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

“ส.ส.และภาคประชาชนไม่จำเป็นต้องถอนญัตติ ขณะนี้มีความเข้าใจไขว้เขวกันมาก หากดูข้อบังคับการประชุมรัฐสภาปี 44 จะเห็นว่า ต้องบรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุมภายใน 15 วัน เมื่อมีการเปิดสมัยประชุมสภา ไม่ใช่นับจากวันยื่นญัตติ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องถอนญัตติ” นายชัย กล่าว

นอกจากนี้ การทำประชามติก่อนการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ จะไม่มีปัญหากับญัตติใที่เสนอเข้ามาด้วย เพราะยังไม่ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ถึงบรรจุแล้วก็ยังอยู่ กฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการเสนอญัตติซ้อนญัตติ
ส่วนจำเป็นต้องเร่งรีบบรรจุวาระหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ เพราะขณะนี้ยังไม่ได้เปิดสมัยประชุม และยังไม่รู้ว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเมื่อใด ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปิดประชุมเราบอกไม่ได้ เมื่อเปิดแล้วก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการ ไม่จำเป็นต้องรอให้ทำประชามติก่อน การแก้ไขกฎหมายต้องใช้เวลา ส่วนหากประชาชนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส.ก็ต้องฟังเสียงประชาชน และคงไม่ยกมือผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่

ต่อข้อถามว่า เมื่อไม่ชะลอนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม แสดงให้เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารมีความเห็นขัดกันหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ไม่มี นายกรัฐมนตรีเคยบอกว่า สถาบันทั้ง 3 แยกกันทำหน้าที่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยการเสนอให้ทำประชามติของนายกรัฐมนตรีไม่ใช่การคิดนอกลู่นอกทาง แต่เป็นการเสนอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเป็นคนกลางคงให้ความเห็นในเรื่องนี้ไม่ได้

ด้าน นพ.เหวง กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการทำประชามติเพราะจะทำให้ยุติความรุนแรง ทั้งนี้ หากมีการทำประชามติ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยควรยุติการเคลื่อนไหว หยุดความรุนแรง หยุดดึงฟ้าต่ำ หยุดเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ หากความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญกลุ่มตนก็พร้อมจะหยุดการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่นกัน เพราะเราเคารพการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่



“พันธมิตร” ชักหนักข้อ โยง 3 สถาบันหลัก ป้ายสี “สภา-รัฐบาล” ร่วมมือล้มล้าง

ชัดเจนแล้ว พันธมิตรฯ ตั้งเป้าก่อจราจล แม้นายกฯจะยอมถอยมาหนึ่งก้าว ตามคำเรียกร้องเดิมให้ทำประชามติ แต่ท้ายสุดยังดึงดันออกแถลงการณ์ หนักข้อ โยง สภา-รัฐบาล ร่วมมือล้มล้างชาติ ศาสน์ กษัตรย์ หวังปลุกมวลชนให้บ้าคลั่ง

ภายหลังการหารือของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเสร็จสิ้นลง ได้ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 25 พ.ค. ที่จะถึงนี้ โดยระบุไว้ในแถลงการณ์ฉบับที่ 9/2551 เรื่อง ชุมนุมใหญ่ต่อต้านการล้มล้างรัฐบาล โดยอ้างสารพัดเรื่อง ที่หนัก กล่าวหา สภาร่วมมือรัฐบาล วางแผนล

โดยแถลงการณ์ฉบับที่ 9 ของพันธมิตร เริ่มต้นด้วยการกล่าวหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ประกอบด้วย พรรคพลังประชาชน 117 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 5 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 4 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 2 คน พรรคประชาราช 1 คน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อีก 21 คน รวม150 คน ที่ร่วมลงชื่อยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปเพื่อการล้มล้างรัฐธรรมนูญ 2550 ทั้งฉบับ ซึ่งได้นำเสียงที่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 จำนวน14 ล้านเสียง ในยุคที่เผด็จการทหารครองเมืองจัดให้ลงประชามติ มากล้างอ้างตามเคยด้วย

โดยเหตุผลข้างต้น พันธมิตรฯ โยนกองระบุเป็นหลักฐานชัดเจนว่า ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ได้ดำเนินการเป็นอันตรายต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมแยกแยะเป็นหัวข้อต่อไปอีกว่า

อันตรายที่มีต่อสถาบันชาตินั้น เกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อต้องการลบล้างความผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวกพ้องไม่ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และช่วยเหลือนักการเมืองให้หลบหนีคดียุบพรรคการเมืองจากกรณีกรรมการบริหารพรรคได้กระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง

“สะท้อนให้เห็นว่า อำนาจตุลาการกำลังถูกทำลายด้วยฝ่ายนิติบัญญัติที่ไร้จริยธรรมสมคบกับฝ่ายบริหาร ตลอดจนดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อทำให้กระบวนการตรวจสอบนักการเมืองอ่อนแอลง องค์กรตรวจสอบอิสระตามรัฐธรรมนูญอยู่ภายใต้การคัดสรรจากอิทธิพลทางการเมืองจนไม่สามารถตรวจสอบฝ่ายการเมืองได้ และจะนำไปสู่ความล่มจมของชาติดังที่เคยได้เกิดขึ้นมาแล้วในระบอบทักษิณจากการใช้รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2540” แถลงการณ์ ระบุ

แถลงการณ์ฉบับดังกล่าวนี้ ยังคงนำการกล่าวหารัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นรัฐบาลหุ่นเชิด พร้อมข่าวโคมลอยกรณีเขาพระวิหาร การโยกย้ายข้าราชการ และสถานการณ์ชายแดนใต้ มาประติดประต่อกันให้เห็นภาพเป็นการบริหารบ้านเมืองที่สุ่มเสี่ยงต่อการเสียอธิปไตยของชาติด้วย

สำหรับอันตรายต่อสถาบันศาสนา แถลงการณ์พันธมิตร กล่าวหา กลุ่มที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ประสงค์จะให้บัญญัติพุทธศานาเป็นศานาประจำชาติ จงใจใช้วิธีสกปรก และจะทำให้เกิดความแตกแยกของศาสนิกชนของคนในชาติอย่างกว้างขวาง

ขณะที่อันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น แถลงการณ์พันธมิตรฯ นำประเด็นที่หมิ่นเหม่ต่อสถาบันเบื้องสูง ที่ถูกโหมกระพือป้ายสีออกมาเป็นระยะๆ เช่น กรณี กล่าวหามั่วตีขลุมมีเว็บไซต์จำนวนมากมีข้อความหมิ่นสถาบัน หรือแม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์ ซีดี แผ่นปลิว รวมทั้งกรณีการกล่าวหารัฐมนตรีในรัฐบาล ปาฐกถา เป็นภาษาอังกฤษ มีทัศนะคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบัน ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ความจริง มาจุดประเด็นให้สังคมเห็นเป็นการละเลยของรัฐบาล

พร้อมระบุข้อความตอนหนึ่งว่า “การล้มล้างรัฐธรรมนูญอย่างฉ้อฉลครั้งนี้สำเร็จเมื่อใด ก็ย่อมเป็นการพิสูจน์ว่า ฝ่ายการเมืองได้แสดงแสนยานุภาพของระบอบเผด็จการรัฐสภาที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเมื่อใดก็ได้”

สำหรับอันตรายต่อประชาชน แถลงการณ์ นำปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น เป็นความล้มเหลวของรัฐบาล จนทำให้เกิดการชุมนุมของเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย ที่เดือดร้อนไปอย่างกว้างขวาง ถือเป็นการล้มล้างแนวนโนยายพื้นฐานแห่งรัฐ ลบล้างปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และลดอำนาจประชาชนในการตรวจสอบฝ่ายการเมือง
สำหรับประเด็น การลงประชามติต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ก่อนหน้านี้ พันธมิตรฯนำมาเป็นประเด็นกล่าวอ้างให้รัฐบาลจัดทำก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั้น แถลงการณ์ ระบุพลิกหน้ามือเป็นหลังมืออย่างสิ้นเชิง โดยกลับลำมาเป็นการโจมตี นายสมัคร สุนทรเวช ที่แม้จะผ่อนคลายความตรึงเครียดให้ประธานรัฐสภาชะลอการบรรจุวาระญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยื่นไปแล้วออกไปก่อน พร้อมเปิดให้มีการลงประชามติ ภายใน 45 วัน แล้วก็ตาม

กลายเป็นนายสมัคร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ไม่สั่งให้ลูกพรรคพลังประชาชนถอนญัตติการแก้เไขรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่า นี่คือเล่ห์เพทุบายของฝ่ายบริหารที่ยังสมคบกับฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นพวกเดียวกันเล่นละครสองหน้าตบตาหลอกลวงประชาชน

แถลงการณ์ยังนำมาตรา 68 มาตรา 69 และ มาตรา 70 ของรัฐธรรมนูญ 2550 มากล่าวอ้าง เป็นสิทธิของพันธมิตรฯ ที่จะทำการต้อต้านรัฐบาล โดยกำหนดเป็น

1. จัด “ชุมนุมใหญ่” เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2550 และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2550 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 15.00 น.

2. ดำเนินการถอดถอนนักการเมือง ที่มีพฤติกรรมขัดกันแห่งผลประโยชน์ และอาศัยมาตรา 68 วรรสอง ยื่นต่ออัยการสูงสุดเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้เลิกการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือยุบพรรคการเมืองดังกล่าว และมีมติใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 164 รวบรวมรายชื่อประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 2 หมื่นคน ยื่นต่อประธานวุฒิสภาให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ถอดถอนสมาชิกรัฐสภาที่ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกคน

3. ขอให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง พร้อมทั้งเตรียมสำเนาบัตรประชาชนเพื่อถอดถอนนักการเมืองที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วย

ท้ายสุด พันธมิตรฯ ยังกล่าวอ้าง การก่อหวอดครั้งนี้เป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ และทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันพระมหากษัตริย์ มาปลุกระดมด้วย



“จักรภพ”นัดแถลงเคลียร์ปมหมิ่นสถาบัน 26 พ.ค.นี้

ยันไม่มีลาออก ปัดไม่มี “ผู้ใหญ่” กดดัน พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจและตอบทุกประเด็น เตรียมนำเอกสารคำแปลเผยแพร่หลังขัดเกลาเรียบร้อย ย้ำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

วันนี้ (22 พ.ค.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวที่ทำเนียบรัฐฐาล ว่า นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ฝากบอกมาว่าในวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคมนี้ จะจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมจะนำเอกสารคำแปลการบรรยายที่ได้นำไปพูดในที่ต่างๆ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าพาดพิงสถาบันมาแสดง และพร้อมตอบทุกคำถามของสื่อมวลชน ขณะนี้อยู่ระหว่างเกลาเอกสาร เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

นายณัฐวุฒิ กล่าวยืนยันด้วยว่า นายจักรภพจะยังไม่มีการลาออก รวมทั้งไม่มีผู้ใหญ่คนใดในรัฐบาลไปกดดันให้ลาออกตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ยังไม่พบการเดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลของนายจักรภพ ขณะเดียวกันได้ยกเลิกกำหนดร่วมกับคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์เมื่อช่วงเช้าวันนี้ด้วย



Thursday, May 22, 2008

พันธมิตรเคลื่อนไหว 25 พ.ค. มท.1 ไม่ห้ามชี้สีสันปชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.) แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันแถลงท่าทีของกลุ่ม หลังมีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ของสมาชิกรัฐสภา โดยมีมติ 3 ข้อ คือ จัดชุมนุมใหญ่เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ในเวลา 15.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมทั้งจะยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือสั่งให้ยุบพรรคการเมือง และประการสุดท้าย จะรวบรวมรายชื่อประชาชนไม่น้อยกว่า 20,000 คน ยื่นถอดถอนสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ลงชื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวคิดของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะให้ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ถือเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง เพื่อลดความขัดแย้ง ความบาดหมาง และไม่เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมเรียกร้อง ที่จะเกิดผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ ที่ผ่านมาพรรคพลังประชานก็ได้ทำประชามติมาแล้วในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และได้รับเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ

"ถึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถช่วยฟอก หรือยกเลิกคดีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ แต่ผมยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการทำประชามติ ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า และเมื่อถึงเวลาผมจะอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อกรณีมีการวิจารณ์การใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อทำประชามติ ว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ ว่า เมื่อไม่ทำก็ถูกตำหนิว่ารวบหัวรวบหาง แต่เมื่อทำก็กล่าวหาว่าสิ้นเปลือง จะให้ทำอย่างไร ถึงจะทำให้บ้านเมืองสงบ หรืออยู่ในความพอดี อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธให้ความเห็นกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางคนระบุว่า ไม่สามารถทำประชามติได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะเรื่องดังกล่าวถือเป็นปัญหาของสังคมไทย เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก ต้องรอให้ กกต.ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เสร็จก่อนหรือไม่

"เรื่องนี้ต้องฟังความเห็นของ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมทั้ง ส.ว.ก่อน และที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวคัดค้าน ก็ไม่มีปัญหา ผมมองว่าเป็นสีสันในระบอบประชาธิปไตย ที่มีความเห็นแตกต่าง และหากทำประชามติแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ จะยังคงชุมนุมอยู่ ก็คงไม่สามารถห้ามได้" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว




พันธมิตรฯ กลับกลอก ลงประชามติ นัดชุมนุมใหญ่ 25 พ.ค.

ประธานสภาคนที่ 2 แปลกใจ กลุ่มพันธมิตรฯ กลับคำ “ลงประชามติ” ทั้งที่เคยหนุน ล่าสุด หาเรื่องก่อหวอด นัดชุมนุมใหญ่ 25 พ.ค. อ้างต่อต้านล้มล้างรัฐธรรมนูญ

พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 กล่าวถึง ท่าทีกลับไปกลับมาของของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ต้องถือว่าข้อเสนอของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในเรื่องการทำประชามติเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้ กลุ่มพันธมิตรฯเองก็ออกเรียกร้องให้ทำประชามติ แต่พอรัฐบาลจะทำกลับไม่เห็นด้วย จึงไม่รู้ว่ากลุ่มพันธมิตรฯต้องการอะไรแน่

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าจะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ หรือจะเปิดเพื่อพิจารณาร่างพระชาบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 อาจจะเปิดเพียง 3 วัน เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการฯก็ได้ ซึ่งตนก็ยังไม่ทราบ เพราะขึ้นอยู่กับรัฐบาล

“ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลจะทำประชามติลักษณะไหน แต่ผมคิดว่า ควรจะตั้งเป็นหัวข้อ จะได้ชัดเจนขึ้น เช่น ส.ว.ควรจะมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือเปล่า ยกมาเป็นประเด็นเลย และถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการแก้ไขหรือไม่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นถ้าถามแค่ว่า ควรแก้หรือไม่ควรแก้ จะเหมือนกับมัดมือชก” พ.อ.อภิวันท์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนฯเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ว่า พันธมิตรจะชุมนุมใหญ่แน่นอน แต่รายละเอียดของการชุมนุมจะหารือในที่ประชุมวันนี้ (22 พ.ค.) ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกที่ทิศทางของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายรัฐบาลไปคนละทาง เพราะสมาชิกพรรคพลังประชาชนยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา ขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เสนอทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 45 วัน ดังนั้น รัฐบาลจะต้องทำตรงนี้ให้เกิดความชัดเจน ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์จะลุกลามไป

“การที่รัฐบาลพยายามนำการแก้ไขรัฐธรรมนูญพิจารณาให้ได้ในการประชุมสภาสมัยวิสามัญ ทั้งที่ต้องประชุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วิธีแบบนี้เข้าข่ายท้าทายประชาชน ต้องไม่ลืมว่าประชาชนจำนวนมากที่รับร่างฯ ก็จะไม่สบายใจ เราจึงเสนอให้ลงประชามติ แต่ถ้าสมมุติการเมืองเดินไปโดยไม่มีเงื่อนไข หรือวิกฤตการณ์ทางการเมือง จะเป็นการเมืองอีกแบบ บรรยากาศความขัดแย้ง ความตึงเครียดจะหายไปทันที อย่างวันนี้เราก็ติงว่าเงิน 2,000 ล้านบาท มาซื้อความรำคาญ ซื้อความสงบสุขจริงหรือไม่” นายสุริยะใส กล่าว

ล่าสุด แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ มีมติจัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ เวลา 15.00 น.เพื่อคัดค้านการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้น จะเคลื่อนไหวให้มีการถอดถอนนักการเมืองที่มีพฤติกรรมขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามกระบวนการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญปี 50 ตามที่กลุ่มพันธมิตรฯ เคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยออกแถลงการณ์ฉบับที่ 9/2551 ระบุหัวข้อ ชุมนุมใหญ่ต่อต้านการล้มล้างรัฐธรรมนนูญ



สมชาย หนุน ขรก.ทำงานที่บ้านลดการใช้พลังงาน


กรุงเทพฯ 22 พ.ค.-นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอให้ข้าราชการทำงานที่บ้านเพื่อประหยัดพลังงาน ว่า เรื่องนี้มีความเป็นไปได้และเป็นเรื่องที่ดี เพราะงานบางอย่างไม่จำเป็นต้องทำข้างนอกสามารถทำที่บ้านแล้วนำผลงานมาส่งได้ ซึ่งในอดีตเคยมีแนวคิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่ขณะนี้น้ำมันแพงอะไรที่ดำเนินการแล้วไม่เสียหายและเหมาะกับงานที่ทำที่บ้านก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งจะหารือกับคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) ในทิศทางความเป็นไปได้ และดูในส่วนของงานที่ไม่ต้องมานั่งทำงาน เช่น ไม่ใช่งานประเภททำวันต่อวัน แต่จะเป็นในส่วนความสำเร็จของงาน เช่น การทำรายงาน การวิจัย การวิเคราะห์งาน เป็นต้น และเมื่อทำในส่วนราชการประสบผลสำเร็จ จะขยายไปสู่ภาคเอกชนต่อไป.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-22 15:13:15

รองประธานสภาฯ แนะควรตั้งหัวข้อในการทำประชามติ


กรุงเทพฯ 22 พ.ค.-พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เสนอแนวคิดให้ทำประชามติเพื่อขอความเห็นประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะทำในลักษณะไหน แต่ส่วนตัวเห็นว่า ควรจะมีการตั้งเป็นหัวข้อ จะได้มีความชัดเจน เช่น ถามประชาชนเลยว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ควรยกเป็นประเด็นมาเลย ไม่เช่นนั้นจะเหมือนกับมัดมือชก

ส่วนการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า จะมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ หากจะเปิดประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2552 ก็สามารถทำได้ โดยอาจเปิดประชุมเพียง 3 วัน เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการฯ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับความเห็นของรัฐบบาล.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-22 14:46:49

เฉลิม หนุนทำประชามติแก้ รธน.

มหาดไทย 22 พ.ค.- “เฉลิม อยู่บำรุง” สนับสนุน “สมัคร สุนทรเวช” ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตัดเงื่อนไขชุมนุมเรียกร้อง สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี แต่ปัดให้ความเห็นเรื่อง กกต.บอกทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนแนวคิดของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะให้ทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อลดความขัดแย้ง ความบาดหมาง และไม่เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมเรียกร้อง ที่จะเกิดผลกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาพรรคพลังประชานก็ได้ทำประชามติมาแล้วในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และได้รับเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ

“ถึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่สามารถช่วยฟอก หรือยกเลิกคดีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ แต่ผมยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการทำประชามติ ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า และเมื่อถึงเวลาผมจะอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ส่วนที่มีการวิจารณ์การใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อทำประชามติ ว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อไม่ทำก็ถูกตำหนิว่ารวบหัวรวบหาง แต่เมื่อทำก็กล่าวหาว่าสิ้นเปลือง จะให้ทำอย่างไร ถึงจะทำให้บ้านเมืองสงบ หรืออยู่ในความพอดี

ต่อกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ไม่สามารถทำประชามติได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นปัญหาของสังคมไทย แต่เชื่อว่าทุกปัญหามีทางออก อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่า จำเป็นต้องรอให้ กกต.ร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เสร็จก่อนหรือไม่

“เรื่องนี้ต้องฟังความเห็นของ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมทั้ง ส.ว.ก่อน และที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวคัดค้าน ก็ไม่มีปัญหา ผมมองว่าเป็นสีสันในระบอบประชาธิปไตย ที่มีความเห็นแตกต่าง และหากทำประชามติแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ จะยังคงชุมนุมอยู่ ก็คงไม่สามารถห้ามได้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-22 14:39:59