WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, May 26, 2008

ชาวนากับโอกาส

เสาร์ที่ผ่านมา ผมชวนคุยเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงมุมมอง ซึ่งหัวใจสำคัญของการ เปลี่ยนแปลง ก็คือการเปิดใจยอมรับในความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นให้ได้เสียก่อน ถ้ายังทำใจ ไม่ได้หรือมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ก็ไม่สามารถที่จะก้าวข้าม ไปสู่มุมมองใหม่ๆ ได้

ก็พอดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พาเพื่อนชาวต่างชาติไปหมู่บ้านควาย ของ คุณประภัตร โพธสุธน ที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อดูสาธิตการทำนา แล้วปรากฏข่าวตามมาว่าจะมีการชักชวนเพื่อน ชาวซาอุดีอาระเบียมาลงทุนทำนา เท่านั้นแหละ กลายเป็นเรื่องทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที

ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด

คนที่ออกมาด่าไล่ไปตั้งแต่สมาคมชาวนา เอ็นจีโอ ยันไปจนถึง รมว.เกษตรฯ ด้วยประเด็น เดียวก็คือกลัวจะสูญเสียความเป็นคนไทยกลัวจะถูกฮุบอาชีพดั่งเดิม ก็สุดแล้วแต่จะคิดกันไป

ผมเลยนึกย้อนไปถึงชีวิตชาวนาตัวจริงที่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอยู่ทุกวันนี้ เอาขั้นพื้นฐานก่อน เป็นไทจริงหรือไม่ แม้แต่จะคิดจะพูด ก็มีคนช่วยพูดแทนหมด ความเป็นอิสระในอาชีพก็ไม่มี ทุกอย่างอยู่ในกำมือของนายทุนทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่ที่ดินทำนา เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง กลไกการกำหนดราคาตั้งแต่ต้นจนจบ

ไม่มีโอกาสแม้แต่จะต่อรอง

ยกตัวอย่าง เรื่องของปุ๋ย ทุกยุคทุกสมัยไม่ว่าข้าวจะแพงหรือถูก แต่

คนขายปุ๋ยไม่เคยขาดทุน มีแต่กำไรน้อยกับกำไรมาก จากปุ๋ยตันละไม่กี่พันบาท ปัจจุบันราคา ข้าวดีก็จริง แต่ปุ๋ยราคาพุ่งไปถึงตันละ 2 หมื่นบาทแล้ว ถามว่าต้นทุนจริงๆที่สั่งเข้ามาจากต่าง ประเทศเท่าไหร่ ไม่ถึงหมื่นบาทด้วยซ้ำ

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมว่าเป็นโจทย์ง่ายๆที่รัฐบาลหรือกระทรวงเกษตรฯและกระทรวง พาณิชย์ต้องคิดออก สมมติถ้ารัฐบาลรักชาวนา

จริงอย่างที่ปากพูด ก็ทำไมไม่สั่งปุ๋ยจากต่างประเทศตันละ 9 พัน

กว่าบาทมาขายตรงให้ชาวนาเลย จะบวกค่าขนส่งอีกตันละ 2-3 พันบาทก็ไม่น่าเกลียด

หรือมีอะไรค้ำคออยู่

ผมเฉลยก็ได้ เพราะบ้านเรา มี 4-5 บริษัทการเกษตรยักษ์ใหญ่ คอยกุมความเป็นความ ตายของพี่น้องเกษตรกรอยู่ ผมถึงได้ตั้งคำถามไว้ว่า ชาวนาไทยเป็นไทจริงหรือ ถ้าเป็นไทจริง อาชีพชาวนาที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น เหตุใดจึงไม่มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น หลังยังสู้ฟ้าหน้า ยังสู้ดินทั้งปีทั้งชาติ

พูดไปแล้วเดี๋ยวจะเจอข้อหาว่าไม่รักชาติไปกับเขาด้วย แต่

วันนี้ผมอยากให้ชาวนาได้ลุกขึ้นมาประกาศความเป็นอิสระเลือกอนาคตของตัวเอง นำไปสู่สิ่ง ที่ดีขึ้นที่เรียกว่า การพัฒนา คิดเอง ทำเอง

ไม่ใช่ยอมถูกจูงจมูกอยู่ร่ำไป.

หมัดเหล็ก


จุดหักเห

มองกันว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามแนวทางของนายกฯสมัคร นั่นคือการทำ ประชามติ ฟังความเห็นของชาวบ้านว่าต้องการให้มีการแก้ไขหรือไม่ หากไม่เห็น ด้วยก็จบ หากเห็นด้วยก็เดินหน้าต่อไป

น่าจะทำให้สถานการณ์การเมืองคลี่คลายไปในทางที่ดีได้

แม้ยังมีความเห็นว่าเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำมากกว่า เพราะไม่มีประโยชน์อันใด เนื่องจาก ผลออกมาอย่างไร รัฐบาลก็ต้องแก้อยู่แล้ว เสียเงินเปล่าๆ ยิ่งภาวะข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพ สูง ปัญหาปากท้องสำคัญกว่า ยิ่งเม็ดเงิน 2,000 ล้านนั้นไม่ใช่น้อย

หรือบางความเห็นก็บอกว่ายังไม่ควรจะแก้ เพราะเพิ่งใช้มาไม่ทันไร รอใช้ไปสัก 1 ปี แล้วค่อยมา ว่ากัน หรือเสนอว่าหากจะทำประชามติสู้ทำประชาพิจารณ์ดีกว่า

แม้กระทั่งในพรรคพลังประชาชนเองก็ยังหาจุดลงตัวไม่ได้ แม้จะมีลีลาทำนองว่าเป็นเรื่อง ของสภาไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

และที่บอกว่าเป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล มันกำลังหันกลับมาย้อนศรเข้าแล้ว หลังจาก มีการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไปเรียบร้อย กลับปรากฏนายกฯได้เสนอไอเดียใหม่และบรรเจิด หลังจากที่เคยปฏิเสธหัวชนฝามาก่อน

แต่วันนี้กลืนน้ำลายแล้วด้วยการเสนอว่าจะให้ ครม.มีมติให้จัดทำประชามติก่อนแก้ไข รัฐธรรมนูญ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ใน 45 วัน ทั้งนี้ ได้ขอให้ประธานรัฐสภาอย่าเพิ่งบรรจุญัตติเข้าวาระรอให้การทำประชามต ิเรียบร้อยรู้ผลเสียก่อน

ขอเงิน ครม. 2,000 ล้านเพื่อการนี้

และกฎหมายว่าด้วยเรื่องประชามตินั้น ก็จะให้ กกต.ดำเนินการหรือหากล่าช้าก็ออก พ.ร.ก.ไม่มี ปัญหาแน่ ซึ่งแนวคิดได้ยอมรับว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขัดแย้ง เมื่อประชาชนว่ายังไงก็เอา อย่างนั้น

ที่ว่าย้อนเกล็ดก็เพราะว่า แม้นายกฯจะขอให้นายชัยอย่าเพิ่งบรรจุญัตติ แต่ปรากฏเสียง ตอบกลับว่าเป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล อยากทำประชามติก็ทำไป

อย่างไรก็ดี หากทำคู่ขนานกันไปเชื่อว่ามีเสียงคัดค้านแน่ เนื่องจากจะทำให้เสียเงินเปล่าๆ และไม่มีประโยชน์อันใด เพราะแม้จะเป็นเรื่องของสภา แต่มันก็เป็นเรื่องของรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลกับสภาเสียงส่วนใหญ่ก็คือพวกเดียวกัน

ต้องการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

เมื่อภาพที่ออกมาไม่ชัด ไม่ตรงไปตรงมา ซึ่งก็คือความไม่ชัดเจนของพลังประชาชนต่อเรื่องนี้ว่า จะเอายังไงแน่ ขนาดหัวหน้าพรรคให้เดินไปทางนี้ แต่ลูกพรรคกลับเดินไปอีกทาง มันย่อมเกิด ความสับสนและข้อสำคัญ

ความไม่เชื่อใจว่า รัฐบาลและพลังประชาชนจะมาไม้ไหน จะเล่นอะไรกันแน่ และนั่นยิ่งทำให้เกิด ความรู้สึกไม่ไว้วางใจ ต่างๆเหล่านี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล และพลังประชาชนอย่างไม่ต้อง สงสัย

ซึ่งนั่นยิ่งจะทำให้สถานภาพของนายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนดำดิ่งลงไปอีก เพราะฐานะทุกวันนี้ก็รู้กันดีว่าแค่นายกฯนอมินี ไม่มีอำนาจสิทธิ์ขาดในพรรค ไม่ได้รับการยอม รับอย่างที่ควรจะเป็น ที่สำคัญก็คือไม่มีอำนาจการตัดสินใจ

เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นนั้น แรกๆนายกฯคงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ปล่อยให้เดิน หน้าท้าทาย เพราะเชื่อมั่นในอำนาจที่เต็มมือ

แต่พอเจอกระแสคัดค้าน เจอกระบวนท่าเหิมเกริมของทีมแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่การ หักเหลี่ยมในเรื่องประธานสภาผู้แทนฯหรืออะไรอีกหลายเรื่องที่นายกฯและ หัวหน้าพรรค รู้ทีหลังลูกพรรค ต่างๆเหล่านี้คงทำให้คนชื่อ “สมัคร” ชักรับไม่ไหว

หากไม่ยอมให้ทำประชามติ...ก็ต้องคิดถึงเรื่อง “ยุบสภา” ได้เหมือนกัน.

"สายล่อฟ้า"


มองหลายมุม

ช่วงที่คดีทุจริตหวยบนดินยัดชักสะพานแหงนเถ่อ รอศาลรัฐธรรมนูญชุดใหม่วินิจฉัยสถานะของ คตส.ให้สิ้นกังขาคาใจ

กระทรวงการคลังของหมอเลี๊ยบ "สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี” ก็รีบชิงจังหวะเดินหน้าหวยบนดิน 2 ตัว และ 3 ตัว ที่ถูกยกเลิกไป 18 เดือน ให้กลับมาเปิดบริการอีกครั้งตามเสียงเรียกร้องของ บรรดา คอหวยและคนเดินโพย

คาดว่าจะเริ่มเปิดขายได้เดือนกันยายน!!

สรุปว่าหวยบนดินฆ่าไม่ตาย

แถมเกิดใหม่กลายเป็นหวยบนดินออนไลน์ทันสมัยยิ่งกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม การคืนชีพของหวยบนดินครั้งนี้ มีกฎหมายรับรองถูกต้องตามระเบียบราชการ

คือเปลี่ยนโครงจากหวยกินรวบแบบเก่าที่เอารายได้ไปใช้เป็นทุนการศึกษานักเรียนยากจน ไม่ต้องส่งเป็นรายได้เข้าคลัง

แต่ ก.ม.สลากกินแบ่งฯฉบับใหม่ กำหนดสัดส่วนรายได้ชัดเจน

คือจ่ายเป็นเงินรางวัล 60 เปอร์เซ็นต์ 12 เปอร์เซ็นต์หักเป็นค่าจัดการ

เหลืออีก 28 เปอร์เซ็นต์เป็นรายได้ ส่งเข้าคลัง

สำหรับเงินรางวัล 3 ตัวบน บาทละ 500 บาท 3 ตัวโต๊ด บาทละ 100 บาท และ 2 ตัวบน-ล่าง บาทละ 65 บาทเหมือนเดิม!!

การกำหนดเพดานเงินรางวัลไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของยอดแทง ทำให้การจ่ายเงินราง วัลผันแปร ขึ้นอยู่ที่งวดไหนคนแทงถูกน้อยก็ได้มาก ถ้างวดไหนคนแทงถูกมากก็ได้น้อยลง

โดยใช้ระบบหวยออนไลน์เป็นตัวควบคุม

“หมอเลี้ยบ” อ้างว่าการรื้อฟื้นหวยบนดิน เพื่อแก้ปัญหาลอตเตอรี่ขายเกินราคา

เพื่อดึงเงินใต้ดินจากเจ้ามือหวยเถื่อนเป็นรายได้ของแผ่นดิน

เพื่อคืนอาชีพให้คนเดินโพยสองแสนคนที่ขาดรายได้มาเกือบ 2 ปี

และเพื่อแก้ปัญหาที่สำนักงานสลากฯเซ็นสัญญากับบริษัทล็อกซเล่ย์ประมูลติดตั้งเครื่อง ขายหวยออนไลน์ 12,000 เครื่อง ซึ่งยัง เป็นคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินก้อนโต

“แม่ลูกจันทร์” ฟันธงว่าการคืนชีพของหวยบนดินจะเป็นประเด็นร้อนๆที่รัฐบาลต้องถูกโจมตี

เพราะมุมมองด้านศีลธรรม การรื้อฟื้นหวยบนดินคือการเพิ่มอบายมุขให้ประชาชนตกเป็น “ทาสการพนัน”

ถ้ามองแง่ความเป็นจริง หวยบนดิน หวยใต้ดิน และสลากลอตเตอรี่ ก็มอมเมาจริงๆ อย่างที่เขาโจมตี

ถ้าจะแก้ปัญหานี้ก็ต้องเลิกออกสลากลอตเตอรี่ ซึ่งเป็นมารดาของหวยใต้ดินและหวยบนดิน

แต่ในแง่การเมือง หวยบนดินถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายประชานิยม เพื่อตอบสนองคนไทย ส่วนใหญ่ที่ชอบการพนัน

โดยเฉพาะรากหญ้าที่หวังรวยจากหวยอย่างเดียว!!

ตั้งแต่หวยบนดินถูกยกเลิกไป หวยใต้ดินก็กลับมาแพร่ระบาดอย่างมโหฬาร ทั้งๆที่เจ้ามือเอา เปรียบคนแทงหวยทุกประตู

เมื่อรัฐบาลเป็นเจ้ามือหวยเอง ลูกค้าก็สบายใจ แทงถูกก็ได้เงินครบถ้วนตามกติกา

คือมันมีทั้งบวกทั้งลบ ต้องชั่งน้ำ-หนักดู

แต่... “แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าการที่รัฐบาลจะรื้อฟื้นหวยบนดิน เจ้ามือหวยใต้ดินก็ต้องสู้ สุดฤทธิ์เพื่อรักษาหม้อข้าวตัวเอง

เจ้ามือหวยใต้ดินจะต้องเพิ่มรางวัลให้ สูงกว่าหวยบนดิน เพิ่มส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าขาประจำ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ให้คนเดินโพย เพิ่มเครดิตลูกค้าให้แทงก่อนไม่ต้องจ่ายเงิน ฯลฯ

แล้วอย่างนี้หวยบนดินหมอเลี้ยบจะสู้เค้าไหวเรอะโยม??

ฉะนั้น การจะปราบหวยเถื่อนใต้ดินให้สูญพันธุ์ต้องมีรางวัลแจ็กพอตตามกติกาเดิม

ถ้าไม่มีรางวัลแจ็กพอต ก็ไม่มีทางชนะหวยใต้ดิน.

แม่ลูกจันทร์


สานต่อโครงการผันน้ำช่วยเกษตรกร

วานนี้ (25 พ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NBT ว่า จะประชุมเรื่องโครงการผันน้ำจากแม่น้ำโขงที่ได้เริ่มทำกันไปแล้วหลายเรื่อง และส่งต่อไปยังหน่วยงานต่างๆได้ร่วมออกความเห็นกัน ก่อนหน้านี้มี ผศ.คนหนึ่งเขียนลงหนังสือพิมพ์ว่า การผันน้ำมาใช้ในการเกษตรในภาคอีสานใครคิดก็โง่แล้ว ได้จำคำนี้ไว้ แต่ก็ยอมโง่ เพราะเราอยากได้น้ำมาใช้ในการเกษตรในภาคอีสาน ทั้งนี้ เมื่อดูจากภูมิศาสตร์ก็จะเห็นว่า เรามีเขื่อนใหญ่อยู่ทางตะวันตกคือเขื่อนอุบลรัตน์ ส่วนทางตะวันออกมีแม่น้ำใหญ่ 2 สายคือ แม่น้ำชีและมูล ขณะที่เส้นทางที่แม่น้ำโขงสัมผัสกับไทยมีประมาณ 700 กม. ดังนั้น จึงต้องเอาน้ำจากภาคเหนือ จ.เลย ที่เชียงคาน เข้ามาในไทยเพื่อเข้าอุโมงค์ที่จะสร้างมาเชื่อมเขื่อนอุบลรัตน์ ถ้าเปิดออกก็จะไหลลงลำน้ำพอง ส่งไปลำน้ำชี และส่งลงลำตะคองเพื่อเลี้ยงภาคอีสาน

นายสมัครกล่าวต่อว่า ส่วนอีกโครงการหนึ่งคือประตูน้ำ ที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย หากแม่น้ำโขงลึก 12 เมตร ระดับน้ำจะสูงพอดี ไม่ท่วมล้น แต่หากมีระดับน้ำ 13 เมตร จะท่วมที่หนองคาย 1 เมตร ดังนั้น จึงมีการทำประตูน้ำไว้ไม่ได้เปิดใช้ เนื่องจากบริเวณนั้นยังมีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน แม้ว่าที่บริเวณนี้จะยังไม่เคยขึ้นมาถึง 6 เมตรที่ระดับสูงสุด เพราะมีเขื่อนคอยเฉลี่ยน้ำ ให้ระดับน้ำต่ำกว่าธรรมดา ดังนั้น รัฐก็จะเข้าไปดูแลและตกลงกันเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวนั้น แม่น้ำ โขงนี้สามารถส่งไปถึงลำปาว แต่เนื่องจากจีนได้สร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า 3 แห่ง อยู่ทางตอนเหนือ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่มาก ดังนั้น จึงตกลงกันว่าถ้าจะทำง่ายที่สุดคือปิดประตูน้ำ แล้วสูบน้ำมาถึงลำปาวมาใช้ แต่ที่น่าสนใจคือเขื่อนไฟฟ้าของจีน ที่ต้องปล่อยน้ำตลอด เมื่อปล่อยลงมาก็เข้าแม่น้ำโขงที่จะติดฝั่งลาว 1,400 กม. และฝั่งไทย 700 กม. อีกทั้งไทยและลาวได้ลงนามทำความตกลงร่วมมือในการทำฝายแม้วสูง 18 เมตร 3 จุด กั้นแม่น้ำโขง ร่วมกับลาวไปแล้ว เพื่อต้องการให้น้ำจากสันเขื่อนถอยหลังไปยาวเต็มลำน้ำโขง ก็จะทำให้เราเปิดประตูน้ำ ส่งมาใช้ในการเกษตรได้ อีกอันที่กำลังคำนวณอยู่คือที่ลำน้ำงึมที่มีน้ำมาก หากลาวปล่อยน้ำจากน้ำงึม เข้าแม่น้ำโขง เราก็จะขอน้ำที่มาจากน้ำงึม ส่งเข้าอุโมงค์ฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง ตามกฎหมายทั้งของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งการหาแหล่งเงินทุนและวิธีการ



แฉ!สมุนนักการเมืองค่ายเก่าแก่ ขนคนร่วมม็อบพันธมารป่วนเมือง!

“สภาสนามหลวงฯ” เปิดเวทีคู่ขนาน ค้านพันธมิตรฯ เคลื่อนไหวป่วนเมือง อัดยับอ้างค้านแก้รธน. ชุมนุมสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง ปิดถนนราชดำเนินบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยทำประชาชนเดือดร้อน

ตัวแทนกลุ่มสภาสนามหลวงต่อต้านพันธมิตรฯ เผด็จการ และความไม่เป็นธรรม นำโดยนายสุชาติ นาคบางไทร เปิดเวทีเวทีปราศรัยโจมตีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ออกมาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการกล่าวโจมตีแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้ง 5 คน และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาปกป้องรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ร่างขึ้นในยุคของคมช.เรืองอำนาจ

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้การชุมนุมของกลุ่มต่อต้านพันธมิตรฯ ที่ท้องสนามหลวง ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อยู่ในพื้นที่ท้องสนามหลวง ไม่มีการชุมนุมบนพื้นผิวจราจร ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งเจ้าหน้าที่เทศกิจจำนวนกว่า 200 นาย

ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า มีหัวคะแนนของนักการเมือง ระดับกรรมการพรรคของพรรคการเมืองเก่าแก่ ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยการขนคนจากต่างจังหวัดประมาณ 500 คน เข้ามาร่วมม็อบพันธมิตร โดยมีการจัดรถบัสโดยสารรับส่งเข้ามายังบริเวณสถานที่ชุมนุมดังกล่าวด้วย

ด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปิดถนนราชดำเนินรวมตัวชุมนุมคัดค้านการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว พร้อมใช้รถบรรทุก 6 ล้อ 2 คัน ตั้งเป็นเวทีปราศรัยขนาดใหญ่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณ เพื่อป้องกันเหตุปะทะกันกับกลุ่มต่อต้าน โดยมีชุดรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรวางกำลังอยู่ตลอดแนวกั้น ทั้งนี้ เนื่องจากการจราจรบริเวณดังกล่าวเป็นไปอย่างติดขัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจากจราจรกลาง สน.นางเลิ้ง และ สน.ชนะสงคราม รวมกว่า 50 นาย ได้อำนวยความสะดวก โดยเปิดการจราจรบริเวณถนนดินสอ ให้สามารถเคลื่อนตัวระบายรถออกจากบริเวณพื้นที่ชุมนุม

ขณะที่บรรยากาศการชุมนุมเริ่มมีการปราศรัยผ่านทางเครื่องขยายเสียง โจมตีรัฐบาล โดยกลุ่มผู้ชุมนุม ยืนจับกลุ่มบริเวณถนนและริมฟุตบาทกันประปราย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด




Sunday, May 25, 2008

กลุ่มพันธมิตรประกาศชุมนุมยืดเยื้อถึง 10.00 น.พรุ่งนี้

กรุงเทพฯ 25 พ.ค. - พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศชุมนุมยืดเยื้อถึง 10.00 น.พรุ่งนี้ เพื่อยื่นถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. ที่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

บรรยากาศการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตามนัดหมายจะเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ประชาชนที่เดินทางมาถึงได้เคลื่อนตัวจากฟุตบาท ลงไปปิดถนนราชดำเนินฝั่งขาเข้า พร้อมนำแผงเหล็กมากั้น เพื่อเตรียมเปิดเวทีใหญ่บริเวณหน้าสภาทนายความ ทำให้รถยนต์ที่มาจากท้องสนามหลวงต้องเลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินสอ โดยระหว่างรอการเปิดเวที กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปราศรัยชี้แจงจุดประสงค์การชุมนุม และยังเดินหน้าล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน ส.ส. และ ส.ว.

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยผลการหารือของแกนนำพันธมิตร ว่า จะปักหลักชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนถึงเวลา 20.00 น.วันนี้ ส่วนการเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ต้องรอมติของแกนนำอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะชุมนุมค้างคืน และยืดเยื้ออย่างน้อยไปจนถึงเวลา 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ เพื่อยื่นหนังสือถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. ที่ร่วมลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อประธานวุฒิสภา.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 15:12:45




ปชป.ยกเรื่องคัดค้านแก้ รธน.เป็นภารกิจต่อสู้ครั้งสำคัญ

พรรคประชาธิปัตย์ 25 พ.ค. - “เทพไท” ยืนยันจุดยืนคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ยกระดับเป็นภารกิจการต่อสู้ครั้งสำคัญเหมือนสมัยคว่ำบาตรการเลือกตั้งและสู้คดียุบพรรค สั่งยกเลิกการลงพื้นที่เชียงใหม่ พร้อมตั้ง”สุเทพ-บัญญัติ”กำหนดยุทธศาสตร์และหาข้อมูลต่อสู้

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นตอบโต้การเคลื่อนไหวคัดค้านการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ว่าพรรคมีท่าทีที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้มานาน โดยขอยืนยันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประเทศอาจเกิดวิกฤติจากความพยามยามแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า พรรคเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ โดยได้ประชุม ส.ส.เพื่อกำหนดจุดยืนการต่อสู้ในเรื่องนี้เทียบเท่ากับการต่อสู้ครั้งสำคัญของพรรคในอดีต คือ การคว่ำบาตรการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2549 และการสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์” นายเทพไท กล่าว

ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมพรรคได้เลือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เป็นประธานยุทธศาสตร์กำหนดการต่อสู้ และเลือกนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานคณะทำงานด้านข้อมูล โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะผนึกกำลังต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้ยกเลิกกำหนดการลงพื้นที่และประชุมพรรคที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20-23 มิ.ย.นี้แล้ว . – สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 12:33:34



ปชป.ติง มท.1 เป็นโฆษกอดีตนายกฯ ไม่แหมาะสม

พรรคประชาธิปัตย์ 25 พ.ค. - รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ติง รมว.มหาดไทย ประกาศเป็นโฆษกส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เหมาะสม เรียกร้องให้หันมาแก้ปัญหาให้ประชาชนและประเทศชาติ

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเป็นโฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้เป็นเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้ รมว.มหาดไทย หันมาทำงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชน

ส่วนการพูดถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันนี้ ของ รมว.มหาดไทย ว่ามีการจ้างให้มาชุมนุมนั้น นายสาธิต มองว่า เหมือนเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในสถานการณ์ ซึ่งหน้าที่หลักคือควรไปดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม . - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 12:08:23


สมัคร ประกาศเดินหน้าโครงการผันแม่น้ำโขง

กรุงเทพฯ 25 พ.ค. - นายกรัฐมนตรี ยืนยันเดินหน้าโครงการผันแม่น้ำโขงมาใช้ทำการเกษตรในภาคอีสาน ล่าสุด ทำสัญญากับลาว สร้างฝายแม้วที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้ว 1 แห่ง เตรียมเดินหน้าอีก 2 แห่ง ที่ หนองคาย และเลย เชื่อตลอดปีมีน้ำโขงเต็มตลิ่ง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ว่า จะเดินหน้าโครงการผันแม่น้ำโขงมาใช้เพื่อการเกษตรในภาคอีสาน โดยสามารถนำน้ำจากแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ผันมาลงที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร นอกจากนี้ ไทยกับลาวยังได้จับมือกัน เพื่อจะก่อสร้างฝายแม้ว (เช็คแดม) อีก 3 แห่ง คือ 1. บ้านกุ่ม จังหวัดอุบลราชธานี 2. อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย และ 3. บริเวณก่อนถึงจังหวัดเลย

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่จังหวัดอุบลราชธานีได้เซ็นสัญญากับทางการลาวแล้ว ความสูงของเช็คแดม ประมาณ 18 เมตร จะช่วยทำให้น้ำโขงเต็มตลิ่งยาวถึง 110 กิโลเมตร แม้จะทำให้ท่วมหมู่บ้านของลาว 7 หมู่บ้าน ไทย 2 หมู่บ้าน แต่จะทำให้เรามีน้ำใช้แน่นอน และหากทำทั้ง 3 จุด จะทำให้แม่น้ำโขงมีน้ำเต็มลำน้ำตลอดทั้งปี

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้จะมีนักวิชาการเขียนบทความโจมตีการผันน้ำโขง มาใช้เพื่อการเกษตรในภาคอีสานว่า “เพียงแค่คิดก็โง่แล้ว” ซึ่งตนได้จำคำนี้มาตลอดและต้องยอมโง่ เพราะอยากได้น้ำมาทำการเกษตรในภาคอีสาน เรื่องเช่นนี้หากไม่กล้าตัดสินใจ ก็ไม่มีวันได้ทำ และขอยืนยันว่า ทั้งหมดจะทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องพิสดารจนทำไม่ได้

นายสมัคร กล่าวด้วยว่า ยังมีแนวคิดขอน้ำจากแม่น้ำงึมของลาว เข้ามาใช้ในประเทศไทย โดยทำเป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถทำได้ เพราะแม่น้ำงึมอยู่สูงกว่าไทย.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 11:16:09



พันธมิตรฯ โอ่ชุมนุมเกิน 3 หมื่น ตร. ลั่นห้ามยืดเยื้อ

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า วันนี้ (25 พ.ค.) ได้นัดรวมตัวชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มพันธมิตรในเวลา 16.00 น. นอกจากนี้ เตรียมยื่นหนังสือถอนถอนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมส่อว่าจะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใน 3 มาตรา คือ 122 291 และ 68 ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.) เวลา 10.00 น.

ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า เชื่อว่า การชุมนุมนี้ จะมีแนวร่วมไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน และอาจจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ โดยจะผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ส่อเจตนาทำเพื่อตนเองของพรรคพลังประชาชน (พปช.)

ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังประชุมเตรียมความพร้อมการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมชุมของกลุ่มพันธมิตรฯ รวมกับตัวแทนจากกองทัพภาคที่ 1 และกรุงเทพฯ ว่า จะไม่อนุญาตให้กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมยืดเยื้อ รวมทั้งเคลื่อนขบวน หรือ ปิดการจราจร โดยตำรวจจะเจรจากับแกนนำเพื่อขอความร่วมมือให้ชุมนุมอย่างสงบ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ระหว่างการชุมนุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะตั้งวอร์รูมอยู่ที่โรงเรียนสตรีวิทยาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ กับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน อย่างไรก็ตาม เตรียมกำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และหน่วยปราบจราจลรวม 600 นาย ไว้ดูแลการชุมนุม และหากพบผู้ก่อความวุ่นวายจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ดังนั้น จึงฝากทุกกลุ่มที่ชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตย