WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, May 31, 2008

สมาพันธ์ปชต. จี้พันธมิตรฯ หยุดเคลื่อนไหวป่วนเมือง

“สมาพันธ์” ออกแถลงการณ์จี้พันธมิตรฯ หยุดการเคลื่อนไหว ยั่วยุประชาชน หวังให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงอีกครั้งในบ้านเมือง ระบุส่อผิด ม.63,68 และ 113 โทษถึงประหาร

บ่ายวันนี้ สมาพันธ์ประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้พันธมิตรฯเคารพรัฐธรรมนูญ 2550 และหยุดสร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหาร โดยระบุว่าในเมื่อพันธมิตรฯ ยืนยันมีท่าทีเห็นด้วยกับ รธน. 50 อย่างเต็มเปี่ยมจึงต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรา 63,68 และ 113

มาตรา63ในรัฐธรรมนูญ2550ได้รับรองเสรีภาพในการชุนนุมไว้ แต่ต้องเป็นการชุนนุม โดยปราศจากอาวุธ การที่พันธมิตรฯไปบังคับเอาไม้เบสบอลจำนวนมากคืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ต้องการให้มีสิ่งที่เป็นอาวุธในที่ชุนนุมแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพันธมิตรฯมีเจตนาที่นำมาไว้ใช้เป็นอาวุธ เป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง และยิ่งมีการทำร้ายคนเมาสุราในที่ชุนนุมอย่างรุนแรง รวมทั้งการประกาศกร้าวว่าจะทำร้ายผู้ที่มาต่อต้านให้ถึงขั้นเข้าไอซียู (หอบริบารผู้ป่วยอาการสาหัส) ด้วยแล้ว ยิ่งแสดงชัดเจนว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯไม่ได้การรับรองจากรัฐธรรมนูญแม้แต่น้อย

มาตรา68ในรัฐธรรมนูญ2550ได้ระบุชัดเจนว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ “เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้........มิได้ ดังนั้นการที่พันธมิตรฯประกาศโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามรัฐธรรมนูญนี้ เท่ากับพันธมิตรฯได้กระทำการอันขัดต่อมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญนี้แล้ว

และย่อมเข้าข่ายมีความผิดตามมาตรา113ของประมวลกฎหมายอาญาที่กล่าวไว้ว่า “ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ยว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อ (1)........................(2) ล้มล้างอำนาจ........อำนาจบริหาร หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้.(3)..................................ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

นอกจากนี้ จุดมุ่งหมายที่พันธมิตรฯ ชุมนุมเดินขบวนก็เพื่อ “ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยื่นถอดถอนสส.สว.ที่เข้าชื่อยื่นญัตติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ในขณะนี้ ญัตติของสส.สว.ดังกล่าวได้ตกไปแล้วเพราะจำนวนผู้เข้าชื่อยื่นญัตติมีไม่ถึง 126 เสียง เป้าหมายของพันธมิตรฯจึงบรรลุแล้ว

การยกระดับไปเป็นการ “ขับไล่รัฐบาลโดยข้อกล่าวหาร้ายแรงและเป็นเท็จที่ว่า มีขบวนการสร้างระบอบสาธารณรัฐขึ้นในประเทศไทยล้มล้างสถาบันกษัตริย์เพื่อเปลี่ยนให้เป็นประธานาธิบดี”ที่ไม่มีหลักฐานและเหตุผลเพียงพอ นั้นมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อสร้างความวุ่นวายยุ่งเหยิงให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมืองอันอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดการยึดอำนาจรัฐประหารขึ้น ซ้ำรอยกับเหตุการณ์สองปีที่แล้วเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

จึงเป็นสิ่งที่เปิดเผยให้เห็นธาตุแท้ของพันธมิตรฯที่มุ่งสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารยึดอำนาจ เป็นการทำลายล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เลวร้ายที่สุดสร้างความพินาศวอดวายให้กับประเทศที่ยับเยินอยู่แล้วให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

พันธมิตรฯ หยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างได้แล้ว ท่านหมดความชอบธรรมในการเคลื่อนไหวแล้ว


ตรึงกำลังเข้มบ้านนายกฯ หลังม็อบถ่อยขู่บุก

เพิ่มกำลังตำรวจคุมเข้มบ้าน “สมัคร” หลังม็อบถ่อยขู่นำกำลังบุก แถมใช้วิชามารแจกเบอร์บ้านนายกฯ กลางเวทีชุมนุม ทำเอาโทรศัพท์ดังไม่หยุดหย่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านพักนายสมัคร หมู่บ้านโอฬาร 2 ถนนนวมินทร์ 81 ได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังจากที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศจะนำม็อบบุกบ้านนายสมัคร

พ.ต.อ.(พิเศษ)มันทาร อภัยวงศ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยว่า ได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จาก 8 ส.น. พร้อมเหล็กกั้น คือ หัวหมาก , ลาดพร้าว , วังทองหลาง, โชคชัย , บึงกุ่ม , บางชัน , ประเวศ และ อุดมสุข เป็นตำรวจในเครื่องแบบจำนวน 50 นาย และ นอกเครื่องแบบอีก จำนวนหนึ่งโดยถือว่าเป็นการดูแลความเรียบร้อยตามปกติ และยังไม่มีคำสั่งจากหน่วยเหนือให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งหากม็อบพันธมิตรฯ มากจริงก็จะสามารถดูแลได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตั้งด่านสกัดการเดินทางของม็อบที่จะมาบ้านนายกฯ และนายกฯ ก็ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เวทีพันธมิตรฯ ประกาศให้เบอร์โทรศัพท์ ที่บ้านนายสมัคร ปรากฎว่า เสียงโทรศัพท์ ดังไม่ขาดสาย โดยคนใกล้ชิดนายสมัคร ได้โทรศัพท์มาสอบถามแม่บ้านถึงความเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วย



.บชน.สั่งกำลังพลเตรียมพร้อม – คุมเข้ม จยย.ป่วน

“อัศวิน ขวัญเมือง” สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สน. เตรียมตัว พร้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาทันที เพื่อสกัดและป้องกันการรวมตัวก่อความวุ่นวาย

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สน.เตรียมกำลังพลให้พร้อมปฏิบัติงานในพื้นที่ตัวเองอย่างเต็มที่ พร้อมกับเตรียมรับการประสานงานจากผู้บังคับบัญชาตลอดเวลาเพื่อนำกำลังพลเข้าสนับสนุนในจุดต่างๆ ได้ทันที ในกรณีมีคำสั่งรวมพลของผู้บังคับบัญชาระดับสูง

ทั้งนี้ ยังให้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง และจุดต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อป้องกันการรวมตัวเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ตั้งด่านตรวจยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ที่มุ่งหน้าสะพานมัฆวานรังสรรค์ ด้วย

“ปริญญา” แนะพันธมิตสลายการชุมนุม เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน

อ.ปริญญา เทวนฤมิตกุล ระบุประชาธิปไตยไม่มีใครได้เต็มร้อย แนะพันธมิตรฯ ควรสลายการชุมนุม พร้อมจี้ “จำลอง” ทบทวนบทเรียนจาก 17 พฤษภาคม 2535

นายปริญญา เทวานฤมิตกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าประชาธิปไตยไม่มีใครได้ 100 เปอร์เซนต์ ในเมื่อนายจักรภพ เพ็ญแข ก็ลาออกแล้ว ร่างรธน. ก็ตกไปแล้ว พันธมิตรฯ ก็ควรจะถอยบ้าง ไม่ควรจะยึดติด และควรจะสลายการชุมนุม เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน

แม้ว่าโทษของพันธมิตรฯ ในขณะนี้จะมีเพียงแค่กีดขวางการจราจร แต่ในทางการเมืองก็ดูไม่เหมาะสม และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็น่าจะได้สรุปบทเรียน 17 พฤษภาคม 2535 มากๆ ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่า 16 ปีที่ผ่านมา พล.ต.จำลอง จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะเกิดความสูญเสียโดยที่ไม่จำเป็น ทั้งๆ ที่ยังมีทางออก



เจ้าหน้าที่ตำรวจ สแตนบายพร้อมสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ วันนี้

ตำรวจกองกำลังควบคุมฝูงชน เตรียมตัวพร้อมลงมือปฏิบัติการสลายม็อบทันทีที่ได้รับคำสั่ง เผยนายกรัฐมนตรี เน้นให้มีการเจรจาด้วยสันติวิธีก่อน

ท่ามกลางกระแสข่าวสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ มีรายงานว่ากองกำลังควบคมฝูงชนจากฉะเชิงเทรา 150 นายถึง กทม.แล้ว รอเพียงคำสั่งปฏิบัติการสลายการชุมนุมร่วมกับกำลังหนุน ตชด.และตำรวจภูธรภาค 1,2 และ 7 เท่านั้น
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวอ้างว่า นครบาล และกองกำลังตำรวจทั้งจากหน่วย ตชด. 3 กองร้อยได้เดินทางมาถึงตั้งแต่วานนี้ และมีการวางแผนเตรียมความพร้อมเป็นที่เรียบร้อย โดยนายกรัฐมนตรี เน้นให้มีการเจรจาก้อน หากไม่สำเร็จจึงจะใช้วิธีการอื่นต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า กองกำลังควบคุมฝูงชนจากฉะเชิงเทรา มี พ.ต.อ.พรพจน์ สมิตตินันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เป็นหัวหน้าชุดในการควบคุมการปฏิบัติ ซึ่งมีกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุกสถานี ภายใต้สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 18 ท้องที่




พปช.ยืนยันปล่อยให้ญัตติแก้ รธน.ตก รอประชามติ

การประชุมพรรคพลังประชาชนขณะนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ ส.ส.ไปถอนชื่อออกจากญัตติแก้ รธน. เพื่อให้ญัตติตกไป และจะไม่มีการยื่นญัตติซ้ำ โดยจะรอฟังผลการทำประชามติ ว่าประชาชนส่วนใหญ่อยากให้มีการแก้ไข รธน.หรือไม่

การประชุม ส.ส.พรรคพลังประชาชนในวันนี้ มี น.พ.ประสงค์ บูรณพงศ์ รองหัวหน้าพรรคทำหน้าที่ประธานชั่วคราว โดยมีการหยิบยกญัตติด่วนที่ ส.ส.และ ส.ว.เสนอให้มีการแก้ไข รธน.ฉบับปี 2550 ขึ้นมาพิจารณา ซึ่งทางพรรคยังไม่แน่ใจว่าญัตติดังกล่าวจะตกไปแล้วหรือไม่ หลัง ส.ว.ที่ร่วมลงชื่อได้ขอถอนชื่อออกไป อย่างไรก็ตามในที่ประชุมเห็นว่า หากมีการถอนชื่อจนทำให้ญัตติตกไป พรรคก็เตรียมเสนอญัตติซ้ำ แต่จะยังไม่ใช่ในช่วงนี้ โดยจะขอรอดูสถานการณ์ทางการเมืองก่อน เพราะรัฐบาลได้เตรียมที่จะทำประชามติในเรื่องนี้อยู่แล้ว

สำหรับญัตติแก้ รธน.ขณะนี้ยังคงมีรายชื่อผู้เสนอญัตติอยู่ทั้งหมด 124 คน เป็น ส.ว. 2 คน นอกนั้นเป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน 113 คน , เพื่อแผ่นดิน 4 คน , รวมใจไทยชาติพัฒนา 4 คน และมัชฌิมาธิปไตย 1 คน ซึ่งพอดีกับเกณฑ์ 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้ง 2 สภาเท่าที่มีอยู่ คือ 620 คน หาก ส.ส.หรือ ส.ว.แค่เพียงคนเดียวไปขอถอนชื่อก็จะทำให้ญัตติดังกล่าวตกไปทันที

นอกจากการหารือเพื่อกำหนดท่าทีของพรรคพลังประชาชนแล้ว คาดว่าที่ประชุมจะหารือกันถึงการสลับตำแหน่งรัฐมนตรี หลังนายจักรภพ เพ็ญแข ประกาศลาออก ซึ่งมีรายงานว่า ที่ประชุมจะให้นายพงศกร อรรณพร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ ไปเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทนตำแหน่งที่ว่างลง แล้วให้ นายธีระชัย แสนแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาฯ แทน แล้วดึงนายเจริญ จรรโกมล หนึ่งในแกนนำ ส.ส.อิสาน เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ แทนนายธีระ



แกนนำ พปช.หารือ ไม่มีการประเมินสถานการณ์ชุมนุม

กรุงเทพฯ 31 พ.ค.-การหารือของแกนนำพรรคพลังประชาชนไม่มีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

การหารือและรับประธานอาหารร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชนใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงยุติธรรม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้ไม่ได้ประเมินการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้วิตกกังวล แต่เป็นการพูดถึงปัญาการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา และไม่ได้หารือการปรับคณะรัฐมนตรี โดยส่วนตัวเห็นว่าควรปรับเล็กเฉพาะตำแหน่งเท่านั้น

ขณะที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ แต่จะไปชี้แจงเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เช้าวันนี้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-31 01:10:24

ตำรวจเพิ่มกำลังคุมเข้มการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ

สะพานมัฆวานฯ 31 พ.ค.-ตำรวจสั่งเพิ่มกำลังคุมเข้มการชุมนุม ขณะที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศพร้อมเคลื่อนขบวนไปชุมนุมทำเนียบรัฐบาล

หลังแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศยกระดับการชุมนุมจากต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นขับไล่รัฐบาล แกนนำยังคงผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ชี้แจงเหตุผลการชุมนุม พร้อมทั้งประกาศว่า จะชุมนุมยืดเยื้อต่อไป หากมีความพร้อมก็จะเคลื่อนการชุมนุมไปทำเนียบรัฐบาล

ส่วนบรรยากาศโดยรอบ กลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นอาสาสมัครพันธมิตรประมาณ 40 คน พยายามเดินอ้อมเข้าไปทำเนียบรัฐบาล และไปลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ถูกกำลังตำรวจสกัดไว้ได้

ขณะที่ตำรวจนครบาลประสานขอกำลังไปยังหน่วยงานข้างเคียง เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยเพิ่มจากกำลังปกติกว่า 450 นาย พร้อมทั้งสั่งตรึงกำลังคุมเข้มรอบทำเนียบรัฐบาลตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกอย่างเด็ดขาด

ด้านการชุมนุมของกลุ่มซึ่งอ้างตัวว่า กลุ่มสภาสนามหลวงต่อต้านเผด็จการ มีการปราศรัยโจมตีกลุ่มพันธมิตรและพรรคฝ่ายค้าน พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ระบุว่า กลุ่มพันธมิตรเปลี่ยนวัตถุประสงค์การชุมนุม เพราะต้องการสร้างความวุ่นวายทางการเมือง โดยแกนนำประกาศจุดยืนจะชุมนุมที่สนามหลวงทุกวันเวลา 17.00-24.00 น. ก่อนสลายตัวไปเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-31 01:08:45

ส.ว.แห่ถอนชื่อ จนส่งผลให้ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป

รัฐสภา 30 พ.ค. - ส.ว.แห่ถอนชื่อจากการลงชื่อสนับสนุนญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เหลือผู้สนับสนุนญัตติเพียง 123 คน ทำให้มีเสียงไม่ถึง 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาฯ คือ 124 เสียง ส่งผลให้ญัตติตกไป

นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรัมย์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือขอถอนชื่อจากการลงชื่อสนับสนุน ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2250 ที่รัฐสภา และเปิดเผยว่า การขอถอนชื่อครั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเงื่อนไขทางสังคม ประกอบกับรัฐบาลเตรียมจะทำประชามติในเรื่องนี้แล้ว ดังนั้น ทุกฝ่ายควรสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น จึงถอนชื่อเพื่อให้ญัตติตกไป แม้เรื่องนี้จะขัดกับหลักการของตน ที่ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะไม่ถอนรายชื่อ แต่เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่เงื่อนไขที่จะทำให้การชุมนุมยืดเยื้อ จึงต้องถอนเพื่อให้หมดเรื่อง

“ความจริงถ้าเอาปัญหานี้เข้ามาพิจารณาในสภาฯ จะเป็นเรื่องดี แทนที่จะไปคุยกันข้างนอก ที่ผมมาวันนี้ก็ยังฝืนความรู้สึกอยู่ แต่ก็ต้องมาเพราะ ส.ว.ที่เหลือพากันถอนชื่อกันเกือบหมดแล้ว ก็ต้องว่าตามกัน ส่วนที่ติดต่อผมไม่ได้ก่อนหน้านี้ เพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด ไม่ได้คิดหนีอะไร ส่วนตอนนี้เหลือคุณสมพร จูมั่น ส.ว.เพชรบูรณ์ เพียงคนเดียวซี่งยังไม่ได้ถอนชื่อ” นายทวีศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่ญัตติดังกล่าวตกไปแล้ว แต่ส.ส.พรรคพลังประชาชนจะยื่นญัตติเข้ามาใหม่อีก นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยืนยันจะมีการชุมนุมยืดเยื้อต่อไปนั้น ก็แล้วแต่ว่า ใครจะเล่นบทอะไร แต่วันนี้ตนเห็นว่าเงื่อนไขจบไปแล้ว เพราะนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศลาออกแล้ว และญัตติเสนอแก้รัฐธรรมนูญก็ตกไป

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ได้ระบุไว้ว่า ต้องใช้เสียง ส.ส.และ ส.ว.ในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ สองสภาฯ รวมกัน มีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาฯ ซึ่งล่าสุดขณะนี้มี ส.ส.470 คน ส.ว. 150 คน รวม 620 คน เสียง 1 ใน 5 คือ 124 เสียง ดังนั้น การถอนชื่อของนายทวีศักดิ์ ทำให้เหลือผู้สนับสนุนญัตติเพียง 123 คน ส่งผลให้ญัตติเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีอันตกไปในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.และ ส.ว.ที่เข้าชื่อยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2550 มีจำนวนทั้งสิ้น 150 คน คือ พรรคพลังประชาชน 117 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 5 คน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 4 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 2 คน พรรคประชาราช 1 คน และ ส.ว. 29 คน แต่ก่อนที่จะยื่นญัตติมี ส.ว.ขอถอนชื่อ 8 คน. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-30 18:47:03


ศาลฎีกามีมติไม่แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระคดี สุเทพ ร้อง มท.1

กรุงเทพฯ 30 พ.ค. - ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีมติไม่แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ในคดีที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ร้อง “ร.ต.อ.เฉลิม” สั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ “ศรีสุบรรณฟาร์ม” เหตุยังไม่มีกฎหมายกำหนดคุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ และวิธีการไต่สวน เห็นควรให้ส่ง ป.ป.ช. ดำเนินการ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกา เพื่อพิจารณาคำร้องขอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ในคดีหมายเลขดำที่ อม.2/2551 ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยบริษัทศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ผู้ร้อง กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ถูกร้อง เรื่อง เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฎิบัติ หรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีสั่งการให้ นายบุญเชิด คิดเห็น รักษาการอธิบดีกรมที่ดิน ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดิน บริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัดและสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินของบริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำนวน 1,338 ไร่ 59 แปลง บริเวณ ต.น้ำหัก อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

โดยผลการลงมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เห็นควรส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามรัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 250 (2) แทนการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 276 วรรค 2 กำหนดว่า คุณสมบัติ อำนาจหน้าที่ วิธีการไต่สวน และการดำเนินการอื่นที่จะเป็นของผู้ไต่สวนอิสระ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ จึงเห็นสมควรส่งคำร้องขอดังกล่าวให้ ป.ป.ช. ดำเนินการแทน. – สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-30 18:33:18