WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 1, 2008

วงกลมแห่งความฉิบหาย

ประเทศกำลังตกอยู่ในวังวนของหลุมดำแห่งการเมืองที่ไม่รู้ทางออกย้อนหลังกันไป 2 ถึง 3 ปี..ประเทศนี้ไม่มีรัฐบาล..เพราะแทบจะไม่มีการบริหารราชการแผ่นดิน อันเนื่องมาจากรัฐบาลสูญเสียอำนาจปกครอง

เริ่มตั้งแต่..เริ่มต้นสมัยที่สองของรัฐบาลไทยรักไทย..นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับเครือข่ายพันธมิตรฯ ของ สนธิ ลิ้มทองกุล เริ่มเผชิญหน้ากันจนในที่สุด รัฐบาลไทยรักไทยก็โดนรัฐประหาร โดยทหารที่เรียกขานตัวเองว่า..คณะปฏิรูปการปกครองรัฐบาลแต่งตั้ง..ได้ถูกจัดตั้งขึ้น..และแทบจะทันที..กลุ่มคนในรัฐบาลเก่าก็ไม่เปิดโอกาสให้รัฐบาลใหม่ได้ทำงาน..ขบวนการต่างๆได้เกิดขึ้นมาอย่างมากมาย.. และมีบทบาทในการปราศรัยขัดขวางรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จนไม่เป็นอันทำงาน

เรื่องไม่เป็นเรื่องถูกขุดคุ้ยกันขึ้นมาให้เป็นเรื่องที่เป็นเรื่องเจอเข้าไป 2 เด้ง..รัฐนาวาทำท่าจะแล่นไม่ไหว.. เป็นมาแล้วทุกตำแหน่ง ทั้งผู้บัญชาการทหารบก องคมนตรี...แต่เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศนี้..เหมือนตกนรกทั้งเป็นแม้แต่ คมช. ทีมปฏิวัติที่ว่าน่าเกรงขาม ก็โดนม็อบยกไปปิดล้อมถึงหน้ากองบัญชาการทหารบก ท้าทายให้ใช้อำนาจปราบปรามกระทั่ง ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์..ก็ต้องนับว่าตกอยู่ในวิบากกรรม ต้องละบ้านเปลี่ยนที่นอนเลือกตั้งเสร็จสรรพไทยรักไทยในชื่อใหม่ได้อำนาจรัฐคืนมา..แต่เรื่องราวก็ย้อนกลับไปเริ่มต้นกันใหม่..พันธมิตรฯ กลุ่มเก่าเริ่มนับเดินเครื่องล้มรัฐบาลกันใหม่

ทั้งประเทศทายกันว่า รัฐบาลจะล้มลงเมื่อไหร่..ไม่มีใครเชื่อในอำนาจของการเป็นรัฐบาลหากรัฐบาลพลังประชาชนล้มกันอีกครั้ง..ใครมาเป็นรัฐบาล ก็จะต้องไปพบกับเรื่องแบบเก่า..มีผู้ก่อม็อบเข้ามาย่ำยีท้าทาย..ผลัดกันมาผลัดกันไปอยู่อย่างนี้ ไม่มีวันสิ้นสุด แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินของม็อบ..ไม่ใช่ของรัฐบาล ไม่ใช่ของประเทศจนกว่าประเทศจะวอดวาย แผ่นดินฉิบหายกันจนสิ้นที่น่าสงสารคือ ลูกหลานไทยเบื้องหน้า

พญาไม้


ออกทีวีช่อง11-9 ' สมัคร' ฟัด ตอบโต้พันธมิตร


หลังจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมผู้ชุมนุมจำนวนมากยังยึดพื้นที่ถนนราชดำเนินนอก บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์มาตลอดสัปดาห์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลถอนมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 และปรับแผนเป็นขับไล่รัฐบาล สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ต้องผ่านไปในบริเวณดังกล่าว ทำให้เกิดข่าวสะพัดตลอดคืนวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเข้าสลายการชุมนุม จนกลุ่มพันธมิตรฯต้องตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งคืนเช่นกันนั้น

ลุ้นระทึกตลอดคืนระวัง ตร.บุก


ต่อมาเมื่อล่วงเข้าสู่วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่าทีมงานรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้มีการดัดแปลงสถานที่ชุมนุมบริเวณจุดทางเข้าให้เป็นป้อมค่ายเพื่อป้องกันการบุกสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะบริเวณถนนราชดำเนินนอก ขาออกหน้า บก.ทบ. ได้มีการนำลวดสลิงมาขึงกั้นขวางถนนราชดำเนินถึง 2 ชั้น และยังมีการจัดตั้งกองกำลังพิเศษขึ้นอีก 2 ชุด โดยชุดแรกนำชายฉกรรจ์ประมาณ 30 คน สวมหมวกกันน็อกสีแดง ถือไม้และโล่ ทำหน้าที่เป็นหน่วยปะทะ คอยตีสกัดหน่วยปราบจลาจลของตำรวจ ขณะที่ชุดที่สอง เป็นชายฉกรรจ์ ประมาณ 40 คน สวมหมวกกันน็อกสีดำ ถือโล่ พร้อมชุดเครื่องยิงหนังสติ๊กและลูกแก้ว จะคอยทำหน้าที่ยิงสกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตัดลวดสลิงได้ง่าย

หมอผีเขมรขึ้นเวทีทำพิธีสาปแช่ง

กระทั่งเวลา 03.00 น. บรรยากาศความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลายลง หลังจากอยู่ในสภาพตึงเครียดและตากสายฝนมาตลอดทั้งคืน เนื่องจากฝนหยุดตกและไม่มีการเคลื่อนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุมตามที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง คาดการณ์ไว้ จากนั้นตัวแทนกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรฯ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 5 คน ได้ขึ้นเวทีปราศรัยทำพิธีสาปแช่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน ตามตำราไสยศาสตร์แบบเขมร ในข้อหาร่วมกันคิดคดเป็นกบฏต่อชาติ ซึ่งสร้างความครึกครื้นให้กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก

สั่งระดมอึใส่ถุงไว้ปาป้องกันตัว

ด้านนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ได้ขึ้นเวทีกล่าวโจมตีการบริหารงานกระทรวงศึกษาธิการของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า บริหารงานไม่มีวิสัยทัศน์ ปล่อยให้ผู้ปกครองและนักเรียนเดือดร้อน เพราะไม่สามารถควบคุมให้โรงเรียนในสังกัดจัดการศึกษาฟรี 12 ปี ได้ตามกฎหมาย รวมทั้งยังปล่อยให้มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบลูกเสือและเนตรนารี สร้างภาระซ้ำเติมประชาชนในภาวะค่าครองชีพสูงแต่ค่าแรงต่ำอีก นอกจากนี้ นายสมเกียรติยังบอกกับกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ทุกคนว่าอย่าเพิ่งวางใจว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยขอให้พี่น้องทุกคนเตรียมหาอุจจาระและปัสสาวะใส่ถุงเตรียมพร้อมไว้เพื่อเป็นการป้องกันตัวในจุดสุดท้าย

ปรับชุด รปภ.ม็อบอาวุธครบมือ

จากนั้น ในช่วงเช้าตรู่วันที่ 30 พ.ค. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ได้เรียกหน่วยรักษาความ ปลอดภัยของกลุ่มมาประชุม และมีคำสั่งให้ตรวจเข้มการเข้าออกให้มีการอยู่เวรยามตลอด 24 ชม. และกำหนดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มต้องแต่งชุดของพันธมิตรฯ คือสวมหมวกกันน็อก มีอาวุธครบมือ อาทิ โล่ ท่อนไม้ ฯลฯ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ยังให้สื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าวภายในกลุ่ม ต้องให้แขวนบัตรพนักงานของแต่ละสำนักข่าว เพื่อแยกแยะคนด้วย

ปัดเป็นเหตุทำรถติด-เศรษฐกิจพัง

ในเวลา 11.00 น. พล.ต.จำลองได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงเรื่องการที่จราจรติดขัด สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยยืนยันว่าไม่ใช่ความผิดของกลุ่มพันธมิตร ถ้าตำรวจให้เข้าทำเนียบฯก็จะไม่เกิดปัญหานี้ เช่นเดียวกับเรื่องเศรษฐกิจ พล.ต.จำลองกล่าวว่า ก็ไม่ใช่ปัญหาของเราอีก แต่เป็นปัญหาของรัฐบาล ซึ่งทางพันธมิตรได้ออกแถลง การณ์มานานแล้วขอให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ดีกว่าเอาเวลาไปมุ่งเน้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีแต่เกิดความเสียหาย ฉะนั้น เศรษฐกิจจะพังลง เรื่อยๆ ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่แก้ไขเศรษฐกิจอย่างจริงจัง จะมาอ้างไม่ถึงเวลา เพราะทางรัฐบาลต้องพร้อมตั้งแต่มารับตำแหน่งแล้ว เนื่องจากไม่มีใครบังคับมาเป็นนายกฯ

อ่านรายละเอียดต่อ ไทยรัฐ

ตร.คุมสถานการณ์เริ่มล้า ฟากพันธมิตรฯไม่เลิกลา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นางรสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และกลุ่มเยาวชนรักไทย ประมาณ 20 คน ได้นำดอกไม้มามอบให้กับตำรวจ พร้อมแสดงความขอบคุณที่ไม่มีการใช้กำลังสลายการชุมนุม

ขณะที่เวทีพันธมิตรฯ ตลอดทั้งคืน มีการผลัดเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัย สลับกับการแสดงดนตรี ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ มาตลอดทั้งวัน และต่อเนื่องมาหลายวัน เริ่มนอนเอาแรง หลายคนมีอาการอ่อนล้า

ก่อนหน้านี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศชุมนุมยืดเยื้อและไม่ยอมสลายว่า ไม่ห่วงสถานการณ์การชุมนุม และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลและควบคุมสถานการณ์ ได้

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะใช้กำลังทหารเพื่อสลายการชุมนุมนั้น ผบ.ทบ. กล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูแลสถานการณ์ได้ และขณะนี้ทหารยังไม่ได้มีการเตรียมกำลังใดๆ เพื่อจะออกมาช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสิ้น

พรรคร่วมรัฐบาลพอใจหลังนายกฯ ยืนยันไม่สลายการชุมนุม

กรุงเทพฯ 31 พ.ค.-พรรคร่วมรัฐบาลแสดงความพอใจหลังนายกรัฐมนตรียืนยันจะไม่ใช้กำลังสลายการชุมนุม

ในการรับประทานอาหารร่วมกันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ประกอบด้วย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช รวมถึงแกนนำพรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้หยิบยกสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นมาหารือ โดยทุกคนแสดงความเป็นห่วงว่าเหตุการณ์จะบานปลายหากมีการใช้กำลังสลายการชุมนุมตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ แต่เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย ออกมาระบุว่า จะไม่มีการใช้กำลังใด ๆ ทั้งสิ้น แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนก็สบายใจขึ้น

นายเสนาะ กล่าวว่า ขอให้คำพูดของ มท.1 เป็นความจริง เพราะหากกลับไปใช้กำลังแล้วเกิดความสูญเสียตามมา พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดจะไม่ขอรับผิดชอบด้วย แต่เหตุการณ์ช่วงนี้ยังบอกไม่ได้ว่าถึงขั้นต้องถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาลหรือไม่

ขณะที่ นายบรรหาร ยืนยันการนัดหารือนอกรอบครั้งนี้ ไม่ใช่การกดดันเพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ทุกคนรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์จริง ๆ.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 01:06:34

ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันไม่มีการสลายการชุมนุม

กรุงเทพฯ 31 พ.ค.-กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังคงชุมนุมกดดันเรียกร้องขับไล่รัฐบาล ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ออกมาแถลงยืนยันไม่มีการสลายการชุมนุม

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ยังคงเนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ออกมาชุมนุม โดยมีแกนนำสลับขึ้นปราศรัย โดยยังคงโจมตีการทำงานของรัฐบาล และอดีตนายกรัฐมนตรีในเรื่องต่าง ๆ

นายสุริยะใส กตะศิลา ยืนยันการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นไปตามกฎหมาย โดยปราศจากอาวุธ ดังนั้น จึงไม่เป็นเงื่อนไขให้รัฐบาลใช้ตำรวจและทหารมาสลายการชุมนุม.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 00:13:03




นายกฯ ไม่สลายการชุมนุม ระบุสกัดมือป่วนได้แล้ว

กทม. 31 พ.ค.- นายกฯ มอบ มท1. ชี้แจง ยืนยันไม่สลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง แจงกรณีคำพูดเช้าวันนี้ เพราะห่วงใย หลังได้รับรายงานจะมีมือที่ 3 ก่อความวุ่นวาย ซึ่ง จนท.สกัดกั้นแผนดังกล่าวได้แล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มาชี้แจง โดยนายกฯ ไม่มีความคิดที่จะสลายการชุมนุม แต่เนื่องจากได้รับทราบข่าวว่ามีผู้จะก่อเหตุร้าย หากปล่อยให้การชุมนุมดำเนินต่อไป ผู้เข้าชุมนุมจะได้รับอันตราย จึงอาจจะต้องสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ได้สกัดกั้นการก่อเหตุร้ายได้แล้ว ทั้งนี้ ตนเองจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่บ้านในค่ำวันนี้.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-05-31 19:37:44




สงสัย! พันธมิตรอ้างสงครามศักดิ์สิทธิ์ โยงสันติอโศกขัดแย้งพุทธศาสนา?

ฉะ! พันธมิตรฯ อ้างทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องน่าเกลียด เอาความขัดแย้งทางศาสนาในอดีตมาพูดถึง ตั้งข้อสงสัยหรือจะเกี่ยวกับแนวคิดสันติอโศก

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ในฐานะคนเดือนตุลาฯ กล่าวถึงความพยายามอ้างสงครามศักดิ์สิทธิ์ เพื่อปลุกระดมประชาชน ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ว่าการอ้างเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าเกลียดมาก เพราะสงครามศักดิ์สิทธิ์ คือการต่อสู้ระหว่างมุสลิมกับศาสนาคริสต์ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน

การที่หยิบประเด็นนี้มาอ้าง เป็นเพราะ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นำคนจากสันติอโศกมาร่วมต่อสู้และต้องการปลุกระดมในเชิงความขัดแย้งทางศาสนาอย่างนั้นหรือเปล่า แสดงว่าสันติอโศกกำลังทำสงครามกับศาสนาพุทธ อย่างนั้นหรือไม่ เพราะการพูดเช่นนี้อาจทำให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โต และกลายเป็นเรื่องที่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญอีกต่อไปแล้ว

พร้อมกล่าวด้วยว่าขณะนี้มีการต้งสภาสนามหลวงต่อต้านเผด็จการ ขอยืนยันว่าต่อให้มีการปฏิวัติ มีการนำรถถังออกมาวิ่ง ก็จะไม่หนีไปไหน จะจับก็จับ จะยิงก็ตามสบายเลย


Saturday, May 31, 2008

พันธมิตรไม่หวั่นจับ 5 แกนนำ เชื่อมีรุ่นใหม่สานต่อ





















นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าววันนี้ (31 พ.ค.) กรณี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศแตกหักกับผู้ชุมนุม หากยังไม่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว ว่า ไม่เกรงกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม ยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีสิทธิชุมนุมได้ตามกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม กลุ่มก็จำเป็นต้องป้องกันสตัวในทางสันติวิธี

ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวต่อว่า หากแกนนำทั้ง 5 คนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกจับกุม ก็พร้อมมอบตัวและจะประกันตัวออกมาต่อสู้ใหม่ ระหว่างนั้นเชื่อจะมีแกนนำรุ่นใหม่ขึ้นมาต่อสู้หรือปฏิบัติหน้าที่แทนอย่างแน่นอน

เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 12 เนื้อหาระบุว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีสิทธิในการปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดเวลาที่มีการชุมนุมก็ได้ทำอย่างสงบ อหิงสา และไร้อาวุธ การชุมนุมถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 การสลายการชุมนุมโดยไร้กฎหมายและสภาวการณ์รองรับ ไม่สามารถทำได้ตามที่ศาลจังหวัดสงขลา เคยพิพากษาไว้

นายพิภพ กล่าวต่อว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐจะสลายการชุมนุม ก็ต้องมีกฎหมายรองรับ ไม่เช่นนั้นจะไม่ยอมให้มีการใช้อำนาจในการสลายการชุมนุม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบครบถ้วนสามารถเข้ามาตรวจตราการชุมนุมได้ แต่จะไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายผู้ชุมนุม และทำลายหรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินสิ่งของของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินหรือประกาศกฎอัยการศึก จะขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนอยู่ในความสงบ

แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวด้วยว่า หากมีการสลายการชุมนุมโดยมิชอบ ขอให้ประชาชนร่วมกันต่อสู่กับความไม่ถูกต้องและร่วมกันขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดจนกว่าจะสำเร็จ และหากมีการจับกุมตัวแกนนำ ก็จะมีแกนนำรุ่นใหม่เพื่อสานต่องานต่อไป

งัดพรบ.จราจรจัดการชุมนุม ไม่เคลื่อนย้าย-ใช้กำลังตร.ช่วย

พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในรายการ "เรื่องเด่นเย็นนี้" ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 อสมท วันนี้ (31 พ.ค.) กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนย้ายสถานที่ชุมนุมออกจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี สั่งการเพื่อไม่ต้องการให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน ไม่มีคำพูดใดที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม

"การปราบปรามใช้กับอาชญากรรม ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นพี่น้องประชาชนชาวไทยที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันไปในการดำเนินการบางเรื่องของรัฐบาล กระทั่งมีการชุมนุมกันตามกฎหมายให้สิทธิไว้ เพียงแต่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนด้านการจราจร และมีการนำสิ่งของบางอย่างที่ใช้แทนอาวุธเข้าไปในการชุมนุม ถือว่าเกินกว่าขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพยายามจะใช้วิธีการพูดคุยหารือกัน ว่า ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด" นายกรัฐมนตรี และว่า การดำเนินการจะเน้นการพูดคุยประสานการกับแกนนำในการที่จะให้ย้ายพื้นที่การชุมนุมออกไป จากบริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศจะไม่ย้ายการชุมนุมอกจากพื้นที่สะพานมัฆวาน ตำรวจจะสลายจะเข้าไปสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเวลาใด รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คาดว่าจะมีคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนย้ายการชุมนุม เมื่อมีคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรแล้ว ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายการชุมนุม เจ้าพนักงานตำรวจอาจเข้าไปช่วยเหลือในการขนย้าย สำหรับบุคคลที่ไม่เข้าใจต่อต้าน ถือเป็นเรื่องแต่ละบุคคล

"บ้านเมืองเคยเผชิญกับสิ่งต่างๆที่มีการใช้ความรุนแรง ต่อต้านความรุนแรง สุดท้ายทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง ระหว่างนี้คงพยายามจะพูดคุยกัน ให้ชุมนุมโดยที่ประชาชนไม่เดือดร้อน เนื่องจาก ขณะนี้ ประเด็นการชุมนุม ได้รับการสนองตอบ จากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายส่วน ส่วนประเด็นที่ยังค้างคาใจอยู่ผู้ชุมนุมสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการใช้รถใช้ถนนในบริเวณนั้น เป็นเรื่องต่อรอง" รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบนโยบายชัดเจนในการดำเนินการเรื่องนี้ ว่า ให้ดำเนินการด้วยความอดทน อดกลั้น และจะใช้ความละมุนละม่อมที่สุด ส่วนผู้ที่ใช้กำลังต่อต้านถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จะถือว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ตำรวจไม่เหมารวมว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมชุมนุม อีกทั้ง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ให้แนวทางให้ผู้ชุมนุมนิ่งสงบ ถือเป็นแนวทางตรงกัน ถึงเวลาแล้วที่สังคมได้หันหน้ามาพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้

ต่อข้อถามว่า เตรียมการป้องกันมือที่สามไม่ให้ก่อเหตุอย่างไร รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจระมัดระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษ และพยายามควบคุมกลุ่มที่คิดเห็นตรงกันข้ามไม่ให้เคลื่อนไหว พร้อมประสานกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เคลื่อนย้ายไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากการชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากอาจทำประสิทธิภาพการควบคุมการชุมนุมลดลงไป

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่ากลุ่มผู้ชุมนุมทำไมยังรวมตัวจับกลุ่มกันอยู่ เพราะถึงวันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ก็ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี การเสนอญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ถอนออกไปแล้ว ถือว่าได้ปลดล็อกทุกอย่างเพื่อคลายชนวนเหตุความขัดแย้งไปหมดแล้ว การชุมนุมก็น่าจะยุติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป

จุดเปลี่ยนที่พลิกกันได้


“ผมได้ตัดสินใจถอดตนเองออกจากเกมอำนาจ เพื่อรักษาเรือใหญ่ ผมจึงตัดสินใจลาออกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้ โดยจะยื่นใบลาออกในวันนี้ เพื่อให้มีผลในสัปดาห์หน้า”

บทสรุปสุดท้ายของนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกฯ แถลงเปิดหมวกลา

โดยเหตุผลที่เคลียร์กันตรงๆเลยว่า จำเป็นต้อง “สละเบี้ยเพื่อรักษาขุน” เพราะทุกอย่างไหลไปตกหนักอยู่ที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะขบวนการโค่นล้มรัฐบาล มีเสียงร่ำลือการยึดอำนาจรัฐประหาร

จำเป็นต้องรักษาขุนให้รอด และประคองเรือให้ลอยลำต่อไป

“จักรภพ” ปลดล็อกตัวเอง ถอดไปได้ชนวนหนึ่ง


และเท่าที่ประเมินความเคลื่อนไหว โดยความอึดอัดของทหารที่ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล เขาขอกันแค่ปมเดียว “จักรภพ” ต้องลาออก

เพื่อเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันตามที่ได้ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

นอกนั้นกองทัพไม่ยุ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือม็อบยึดถนนราชดำเนิน ปล่อยให้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง

เมื่อ “จักรภพ” ถอย ตัดปมหมิ่นสถาบันออกไป ก็ผ่อนเงื่อนไข “ทหารฮึ่ม” ไม่มีกลใดจะดึงรถถังออกจากกรมกอง

ยั่วยังไงก็ไม่ขึ้น

และก็เหมือนนัดกันไว้ ล่าสุดสมาชิกวุฒิสภา 7 คน ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ส.ว.ราชบุรี นายบวรศักดิ์ คณาเสน ส.ว.อำนาจเจริญ นายรักษ์พงษ์ ณ อุบล ส.ว.หนองบัวลำภู นายมงคล ศรีคำแหง ส.ว.จันทบุรี และนายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร ประกาศถอนรายชื่อจากญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้ลงชื่อก่อนหน้า

ซึ่งผลจากการถอนชื่อของ 7 ส.ว. ทำให้เสียงที่สนับสนุนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหลือแค่ 124 เสียง ไม่ครบ 1 ใน 5 ทำให้ญัตติตกไป

เกมรื้อรัฐธรรมนูญชะลอชั่วคราว

และเหนืออื่นใด กับภาพข่าวที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งหนังสือ พิมพ์แทบทุกฉบับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยกมือไหว้ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ยิ้มยกมือรับไหว้

ทักทายพูดคุยอย่างเป็นกันเองนานเกือบ 5 นาที

เป็นครั้งแรกหลังโดนปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยา- ยน 2549 ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2551

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในงานสวดพระอภิธรรมศพนางบุญเรือน เผ่าจินดา มารดาของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก

ตัวเอกของท้องเรื่องเจอกันซึ่งๆหน้า

ศาลา 5 วัดโสมนัสวิหาร กลายเป็นที่รวมศูนย์อำนาจชั่วคราว ไล่ตั้งแต่ “ป๋าเปรม”-พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี-อดีตนายกฯ ทักษิณ-“บิ๊กป๊อก”

แม้จะเพียงห้วงนาทีสั้นๆ

แต่โดยนัยกินความลึก

อย่างน้อยสังคมเห็นภาพนี้แล้วก็ลดบรรยากาศอึดอัดลงไปเยอะ

และก็เป็นนายแพทย์ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส และประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ที่ออกมาเรียกร้องให้อดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ถอดชนวนความรุนแรง

ด้วยการปรับรูปลักษณ์ของรัฐบาล และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคณะรัฐมนตรี เพื่อลดการจุดชนวนทางสังคม โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติ

หาก พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถถอดชนวนได้ ก็จะเป็นรัฐบุรุษ

จุดเปลี่ยนมันพลิกกันได้.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน