WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 1, 2008

รองโฆษก สตช. ยืนยันนายกฯ ไม่ได้กำหนดเวลารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

กรุงเทพฯ 1 มิ.ย. - รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน นายกรัฐมนตรีไม่ได้กำหนดเงื่อนเวลาให้กลุ่มพันธมิตรรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

พล.ต.ต..สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังประชุมประเมินสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า เมื่อวานนี้ มียอดผู้ชุมนุมสูงสุดที่สะพานมัฆวาน 9,000 คน ขณะที่ผู้ชุมนุมต่อต้านบริเวณท้องสนามหลวง มีประมาณ 800 คน และเจ้าหน้าที่ได้สกัดกั้นจักรยานยนต์ประมาณ 100 คัน ที่เข้ามาก่อกวนในบริเวณกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ได้

ในวันนี้ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมการไว้เหมือนเมื่อวาน และได้ขอร้องผู้ชุมนุมไม่ให้ถือไม้ หรือท่อนเหล็ก เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ส่วนการนำคำสั่งอย่างเป็นทางการให้ผู้ชุมนุมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากถนนราชดำเนินนั้น อาจสร้างความไม่พอใจ และเป็นชนวนบานปลายได้ เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ได้ดำเนินการ รองโฆษก สตช. ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีเงื่อนเวลาว่าจะต้องให้ผู้ชุมนุมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเมื่อไร.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 17:05:57


พล.ต.จำลอง ระบุพร้อมเจรจากับรัฐบาล

กรุงเทพฯ 1 มิ.ย. – กลุ่มพันธมิตรฯ ยังคงชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 “พล.ต.จำลอง” ประกาศจะไม่ย้ายไปไหน แต่พร้อมเจรจารัฐบาลหากติดต่อมา

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ยืนยันว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ชุมนุมตามความต้องการของรัฐบาล ส่วนที่มีการนำผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นข้ออ้างให้สลายการชุมนุม พล.ต.จำลอง กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำ กลุ่มพันธมิตรฯ เห็นว่าไม่ได้เกิดจากการชุมนุม และเคยบอกให้เร่งแก้ไขแล้ว แต่รัฐบาลให้ความสนใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลจะขอเจรจาก็พร้อม แต่ไม่ใช่ลักษณะที่ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ไปเชิญรัฐบาลมาเจรจา.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 16:03:39


นพ.เหวง ชี้การชุมนุม พันธมิตรฯ เข้าข่ายผิด กม.


กรุงเทพฯ 1 มิ.ย. - ที่หอประชุมคุรุสภา นพ.เหวง โตจิราการ ประธานคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า การชุมนุมเพื่อคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิที่ทำได้ ภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่หลังจากที่แกนนำพันธมิตรฯ ได้ประกาศยกระดับการต่อสู้เป็นการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เข้าข่ายกบฏมีโทษตั้งแต่จำคุกหรือประหารชีวิต ตามความผิด ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และ 68 รวมถึงเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญามาตรา 113 ทั้งนี้ เห็นว่ารัฐบาลและตำรวจควรใช้วิธีการละมุนละม่อม เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมสลายตัว

นอกจากนี้ นพ.เหวง ยังเห็นว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงประชามติ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ ซึ่งเมื่อผลการลงประชามติของประชาชนออกมา ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-01 15:57:56


"คนอุดร" กว่า 5 พันคน ชุมนุมต่อต้านพันธมิตรฯ ที่สนามทุ่งศรีเมือง

คนอุดร กว่า 5 พันคน แสดงพลังต่อต้านพันธมิตรฯ จัดเวทีปราศรัยครั้งใหญ่ ที่ทุ่งศรีเมือง พร้อมถ่ายทอดสดผ่านวิทยุและเว็บไซต์

ทั้งนี้ เมื่อช่วง 12.00 น. ที่ผ่านมมา บรรยากาศที่สนามทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เริ่มคราคร่ำไปด้วยประชาชนที่ต่างก็ทยอยกันเดินทางเข้าร่วมฟังการปราศรัย ต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่จัดขึ้นโดยสมาชิกชมรมคนรักอุดร อย่างต่อเนื่อง โดยนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร กล่าวว่า การจัดชุนนุมครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวภาคประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับการออกมาข่มขู่ของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 5 พันคน

นอกจากนั้น ในการจัดเวทีปราศรัยครั้งนี้ ยังมีนักสู้ผู้กล้าเพื่อประชาธิปไตย อาทิ นายชินวัตร หาบุญพาด นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท หนึ่งในคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) ขึ้นร่วมเวทีด้วย ซึ่งจะมีทั้งการถ่ายทอดเสียงผ่านวิทยุคลื่น เอฟเอ็ม 97.50 เมกะเฮิรตซ์ และทางสถานีวิทยุออนไลน์ www.weloveudon.net



"ประชา"สุดทน เตรียมระดมคนนับแสนปิดถนนเร่งรัฐจัดการพันธมิตรฯ

เผย มีหัวโจกใช้โรงแรมสุมหัววางแผน ขอรอดูถึงวันที่ 4 มิ.ย. หากรัฐยังนิ่งเฉย ปลุกคนนับแสนปิดถนน เรียกร้องรัฐบาลจัดการพันธมิตรฯ

นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะกลุ่มมหาประชาชนเพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า กลุ่มมหาประชาชนฯทราบข้อมูลมาว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีการตั้งหน่วยบัญชาการที่โรงแรมรอยัล ปรินซ์เซส เพื่อโค่นล้มรัฐบาลตามคำประกาศของกลุ่มพันธมิตรฯ

โดยเกณฑ์คนมาร่วมชุมนุม ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นบุคคลที่อยู่นอกรัฐธรรมนูญและการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯก็เรียกได้ว่า เป็นม็อบธุรกิจ ที่เรี่ยไรเงินให้คนมาบริจาคสนับสนุนการเคลื่อนไหว

นายประชา กล่าวว่า กลุ่มมหาประชาชนฯจะติดตามสถานการณ์จนถึงวันที่ 2 มิ.ย.นี้ หากรัฐบาลยังไม่ใช้มาตราการทางกฎหมายจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่เกินวันที่ 4 มิ.ย.นี้ กลุ่มมหาประชาชนและเครือข่ายทั่วประเทศกว่าแสนคน จะมาชุมนุมปิดถนนตั้งแต่โรงแรมรัตนโกสินทร์จนถึงอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย อย่างแน่นอน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ กลุ่มมหาประชาชนได้เรียกประชุมแกนนำทุกภาคเป็นการด่วน เพื่อหารือถึงสถานการณ์ ซึ่งขณะนี้ได้รับการตอบรับจากเครือข่ายทั่วประเทศว่ามีความพร้อมที่จะมุ่งหน้าสู่กทม.เพื่อชุมนุมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน พระภิกษุสงฆ์ จะมาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับกลุ่มพันธมิตรฯ วันนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้ว

“กุเทพ” ตอกกลับพันธมิตรฯจ้องโค่นล้มรัฐบาลเพื่ออะไร

โฆษก พปช.ย้อนถามม๊อบพันธมิตรฯ ตั้งธงโค่นล้มรัฐบาล เพื่อให้พรรคพวกของตนเอง-ปชป.เข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะไม่ใช้ความรุนแรงในการสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่จะใช้วิธีพูดคุยถึงเหตุผลที่จะให้กลุ่มพันธมิตรย้ายสถานที่ชุมนุมให้เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากกว่า และไม่ทำให้เกิดเป็นเงื่อนไขซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรง หรือทำให้ผู้นำพันธมิตรนำเหตุของความรุนแรงไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้

ร.ท.กุเทพ กล่าวถึงการนัดหารือของพรรคร่วมรัฐบาล ในการไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า พรรคร่วมรัฐบาลควรคิดว่ากลุ่มพันธมิตรฯ มีความชอบธรรมหรือไม่ที่จะโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และควรหันมาร่วมมือกันในการหาทางคลี่คลายสถานการณ์มากกว่า พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ ตอบคำถามสังคมว่าต้องการโค่นล้มรัฐบาลเพื่อจุดประสงค์ใด ต้องการให้ตัวเองหรือพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาลแทนหรือไม่


"วรัญชัย" บุกสน.ดุสิตแจ้งจับพันธมิตรฯ ล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตยเข้าข่ายกบฏ

“วรัญชัย โชคชนะ” สุดทนพฤติกรรมพันธมิตรฯชุมนุมสร้างความเดือดร้อนทั่วบ้านทั่วเมือง ขึ้นสน.ดุสิต แจ้งจับฐานกบฎล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ลั่นไม่หยุดชุมนุมเตรียมบุกพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

นายวรัญชัย โชคชนะ แกนนำกลุ่มต่อต้านพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ให้ดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มพันธมิตร 5 คน และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ

โดยระบุว่า การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ประกาศจะล้มล้าง และขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถือเป็นการทำผิดกฎหมายที่สำเร็จแล้ว และยังมีการชุมนุมกีดขวางการจราจรที่ถนนราชดำเนินนอก จึงต้องการให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแกนนำกลุ่ม ข้อหา กีดขวางการจราจร ล้มล้างรัฐบาลในลักษณะที่เป็นกบฏ สร้างความไม่สงบสุขในบ้านเมือง ยุยงส่งเสริม สมคบกันก่อกบฏ และสร้างความปั่นป่วน

นายวรัญชัย ระบุว่า หากกลุ่มพันธมิตรฯ ยังไม่สลายการชุมนุม วันพรุ่งนี้ตนจะไปพบผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบถามถึงแนวทางการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ ต่อไป



“สมัคร” ย้อนถามม็อบ คนไทยรึเปล่า! ชุมนุมกีดขาวงเส้นทางเสด็จฯ

นายกฯ ย้ำไม่ใช้ความรุนแรงสลายม็อบ ชี้บ้านเมืองมีกฏหมาย ใครผิดต้องลงโทษ ย้ำจุดยืนจะขวางถนนไม่ได้ ย้อนถาม “เป็นคนไทยหรือเปล่า” ที่ต้องให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จหลบการชุมนุม

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ทางสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ NBT ว่า “ตอนแรก ผมไม่ได้คิดว่าเอาเรื่องที่พูดเมื่อวาน มาต่อในวันนี้ ผมพูดอธิบายความชัดเจน ขอยืนยันว่าที่พูดไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ที่ผมพูดไปเมื่อวาน สถานีโทรทัศน์ 1-2 ช่อง ที่ไม่ชอบหน้ารัฐบาลก็ออกข่าว อย่างไปอ.ต.ก. นักข่าวไปกันพรวนเลย ไม่รู้จะตามไปทำไม พอมารู้ว่าจะตามไปสุพรรณฯ ด้วย พ่อค้า-แม่ค้าดูโทรทัศน์เอาดอกไม้มาให้

จากนั้นผมก็ไปเยี่ยมลูกสาวผม กลายเป็นว่า เหตุการณ์เครียดหนัก ลูกสาวเข้าโรงพยาบาล เป็นหลานคนที่ 3 ผู้ชาย ผมซื้อของก็ถามลูกว่าจะกินอะไร ก็ตามเฮโลไปโรงพยาบาลกันอีก “โห...นายสมัครป่วยหรือ-ลูกสาวป่วยหรือ” ผมก็หลบไปเขียนหนังสือให้ต่วยตูน ก็เล่าให้ฟังว่าทำหน้าที่ปกติธรรมดา ไม่มีอะไรแปลกประหลาดพิสดาร ยืนยันในสิ่งที่ผมพูดทุกประการ”

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า “นั่งดูโทรทัศน์กลายเป็นเรื่องว่า จุดชนวนให้บ้านเมืองร้าวฉาน เหมือนที่เค้าชุมนุมกันมันถูกต้อง และนายกฯไปจุดชนวน ก็คิดว่าแปลก พอบ่ายโทรทัศน์ช่องหนึ่งที่ไม่ชอบรัฐบาล ไปออกข่าวว่า ตำรวจขีดเส้นตาย สลายม็อบ 17.00 น. นักวิชาการออกมา ผมกลายเป็นคนร้ายโดยฉับพลัน ผมโทรหาตำรวจว่า ไปกำหนดเวลาสลายม็อบเลยหรือ เค้าบอกเปล่าครับ อ้าวผมก็รำคาญเต็มที ออกข่าวกันรุนแรงเหลือเกิน ข่าวออกไปทั่วโลก นายกฯสลายม็อบ ผมรำคาญใจ ก็นึกถึงเฉลิม (อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย) ช่วยบอกให้ด้วย

ขอยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ประกาศสลายม็อบ 5 โมงเย็น ให้ช่วยบอกที คุณเฉลิมแกก็มีแบบฉบับของแก ก็เป็นความปรารถนาดี แต่กลายเป็นว่า ท่านหลุดออกมาว่า “เชิญชุมนุมกันตามสบาย” แป๊บเดียวได้เรื่องเลย ว่าตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ นสพ.ไทยรัฐ พาดหัว “รัฐกลับลำไม่สลายการชุมนุม” มติชน พาดหัว “คนแห่ร่วมพันธมิตร หลังสมัครขู่ลุย เฉลิมแจ้นแก้แทน”…ผมไม่ได้แสดงการขู่ แต่พูดตามหลักเกณฑ์ และยืนยันว่าหมายความตามที่พูดทุกประการ ว่าสิ่งที่คุณพูดที่สะพานมัฆวานฯ มันผิดกฎหมาย มันไม่ถูกต้อง ฝ่ายเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ วิธีการเค้าตกลงกันไว้แล้ว คำว่า “สลายม็อบ” ไม่ได้พูดถึง บอกเพียงว่า คุณทำแบบนี้ไม่ได้ ก็บอกให้เค้าจัดการ มีวิธีการ เค้าซักซ้อมเสร็จเรียบร้อย

อย่าลืมว่า เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินต้องเสด็จหลีก นักเรียนก็ได้รับความเดือดร้อน จะบอกให้ว่า ไม่ได้ใช้คำว่า “สลาย” ตำรวจต้องไปเจรจาความ ต้องการบอกว่า คุณทำตรงนี้ไม่ได้ ต้องรื้อถอนออกไป ต้องเปิดเส้นทางตามปกติ ยังพูดเลยจะไปชุมนุมที่ไหนไม่มีใครว่า ก็พูดจาชัดเจน”

นายสมัคร กล่าวอีกว่า “เค้าจะใช้โทรทัศน์ทุกช่อง ตอนที่จะสลายจะถ่ายโทรทัศน์ทุกช่องไปทั่วโลกให้รู้เลย ว่ามันผิดกฎหมาย ถ้าจะทำก็ต้องทำอย่างนี้ ไม่ได้ตั้งเวลา จะเลือกเวลาที่เจรจากัน จะขยายเสียงด้วย ให้คนทั้งโลกได้ฟัง ไปถ่ายทอดดูว่าการเจรจาความ คุณขวางทางตรงนี้ไม่ได้ เพราะมันผิดกฎหมาย ต้องถอนออกไป หากไม่รื้อ ตำรวจจะจัดการรื้อแทน จะเรียกว่าสลายไม่ได้ ไม่มีการไปคิดตบตี เรื่องรายละเอียดก็มอบหมายไปแล้ว แต่ทำกันเอง ปลุกระดมกันเอง อ้างตำรวจดีเดย์ 5 โมงเย็น เป็นทำนองว่า ถ้าทำแบบนั้น รัฐบาลก็แพ้”

“วันที่เค้าฟัดกันเองวันนั้น มีคนอดรนทนไม่ได้ ข่าวออกมาวิ่งไล่ตีกันเอง นั่นแหล่ะเป็นเหตุ เราจะทำอะไร นั่งประคับประคองสถานการณ์ ไม่ได้เลย หน้าตารัฐบาลไทย ไม่มีเหลือหลอเลย ผมยืนยันว่า บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป ใครจะมาทำอะไรตามอำเภอใจ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินจะหลีกเลี่ยง ไม่ได้ครับ คนที่ไปร่วม ท่านต้องอายนะครับ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินต้องเสด็จหลีก ถนนนี้ชื่อว่า “ราชดำเนิน” แล้วไปนั่งขวางแบบนั้น จงรักภักดีต่อเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ไม่อายคนทั้งบ้านทั้งเมืองหรือครับ คนเพียงหยิบมือจะเทียบกับคน 63 ล้านคนหรือ ผมดูแลบ้านเมืองนี้ ไม่มีหรอกครับไปข่มขู่เข่นฆ่า แต่จะถ่ายโทรทัศน์ออกไปทั่วโลกว่า คนดื้อด้านเป็นอย่างไร และใช้เหตุผลอะไร กระบองก็ไม่ใช่ ปืนก็ไม่ใช่ ตำรวจจะดูเวลาที่เหมาะสม ทำอย่างนี้นักวิชาการทั้งหลายพอใจมั้ยครับ”นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายสมัคร กล่าวอีกว่า “คุณมาชุมนุมขวางทางแบบนี้ไม่ได้ ตำรวจต้องดำเนินการ คุณไปต่อกันเองว่า สลายม็อบ ไปกำหนดเวลากันเอง และปลุกระดมเร่งเร้า ทำไมผมจะไม่รู้ว่าอยากให้บุกเข้าไปตอนคนเยอะๆ จะได้ออกข่าว ไม่มีหรอกครับ ใครปลุกระดม พี่น้องทั่วประเทศจะต้องได้เห็น 7 วันก็พอเพียงแล้ว ผมต้องดำเนินการ ด่าผม “ไอ้-อี” ถอยไปนั่งกลางวง กลัวใครจะจับกุม ไม่มีหรอกครับ พี่น้องประชาชนที่ไปนั่งตรงนั้น

ถ้าคุณจงรักภักดี นั่งต่อไปสิครับ ที่ต้องให้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จไปทางอื่น คนไทยหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้มีอะไรแอบแฝง เป็นหน้าที่ของคนเป็นนายกรัฐมนตรี ให้นักวิชาการประกาศเลยว่า การไปนั่งขวางถนน เค้าเดือดร้อนกันหมด ช่วยออกมายืนยันว่า ถูกต้อง...โทรทัศน์ปลุกระดมเอง เร่งเร้าให้คนเยอะ อยากให้ตำรวจเค้าเร่งรัดในเวลานั้น เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผมยังยืนยันเหมือนเดิม คนทำผิดกฎหมาย ตำรวจต้องดำเนินการ จะถ่ายทอดออกไปให้รู้ทั่วโลกให้รับรู้”



หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ สับสนไร้หลักการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ สับสนไร้หลักการ ฉบับนี้ประจำวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2551............

ฝ่ายเสียงข้างมาก ภายใต้ การตัดสินใจของ คณะผู้บริหารในปัจจุบัน ได้ประกาศยอมถอยหลายก้าวให้แก่ ฝ่ายชุมนุมประท้วง และ แนวร่วมทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น โดยเฉพาะการเสียสละ จักรภพ เพ็ญแข จากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รวมถึงการ ถอนชื่อ เพื่อล้มญัตติขอแก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นการส่ง บรรณาการระลอกแรก!!!............

และหากคณะผู้บริหารยังทำตัวหน่อมแน้ม ยอมทำตามข้อเสนอของ เสียงข้างน้อย ตลอดเวลา สุดท้ายประชาชนก็จะพากันไปเลือก เสียงข้างน้อย ให้กลายเป็น เสียงข้างมาก เพราะไม่รู้จะเลือก รัฐบาลเสียงข้างมาก ที่ทำตัวเป็น หุ่นเชิด ให้เสียงข้างน้อยไปทำไมเหมือนกัน สู้ไปเลือก เสียงข้างน้อยตัวจริงเสียงจริง เลยไม่ดีกว่าหรือ!!!............

“เห่าไฟ” ขอยืนยันอีกครั้งว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นการปกครองที่ดีที่สุดในโลก แต่เพื่อให้ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เป็นที่ยอมรับของ นานาชาติ จะต้องดำเนินการทุกอย่างไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัด เพราะกฎหมายจะเป็น หลักประกันที่ดีที่สุด ให้แก่มนุษย์ทุกคน ส่วน อารมณ์ ของคนนั้น มีขึ้นมีลง เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ แถมยังมี กิเลสตัณหา เป็นตัวบ่อนทำลาย ทำให้เกิด ความยุ่งเหยิงสับสน ขึ้นในบ้านเมือง!!! ............

ก่อนหน้านี้ คณะปฏิวัติเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็เคยทำทุกอย่างไปตาม อารมณ์ ของเสียงข้างน้อย เพราะคิดว่า เสียงข้างน้อยที่ส่งเสียงดังเอ็ดตะโร คือ เสียงข้างมาก แต่ปรากฏว่า พอผลเลือกตั้งออกมาก็ หงายหลังกันตึง เพราะเสียงข้างมากตัวจริง ไม่เคยออกไป ประท้วงแหกปากโหวกเหวกโวยวายข้างถนน เนื่องจากมีความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยดีว่า ต้องไปใช้สิทธิในคูหาเลือกตั้งเพื่อแสดงความต้องการอย่าง อารยชนที่เจริญแล้ว และให้เห็นผลเป็น รูปธรรมที่ยั่งยืนเท่านั้น!!!............

ล่าสุด รัฐบาลสมัคร คงอยากเลียนแบบ คณะปฏิวัติ ด้วยการยอมรับ ข้อเสนอ ของเสียงข้างน้อย เพื่อตัดรำคาญเสียงเอ็ดตะโรเอะอะโวยวาย แต่สุดท้ายก็จะพบได้เอง ว่า ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพราะเป้าหมายสำคัญของเสียงข้างน้อยก็คือ ขับไล่ตัวแทนเสียงข้างมากเพื่อ ช่วงชิง อำนาจการบริหารประเทศไปให้ พรรคนอมินี ของฝ่ายตนเช่นกัน!!!............

และทั้งหมดนี้ก็คือ ความจริงของการเมืองไทย “เห่าไฟ” เห็นใจทุกฝ่ายที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการ จัดสรรอำนาจทางการเมือง เพื่อปกครองประเทศ เพราะทุกอย่างเต็มไปด้วย ความไม่แน่นอน ไม่มีอะไรลงตัว แม้แต่คนเก่งๆที่เคยบริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จสูงสุดอย่าง อดีตนายกฯทักษิณ ยังโดนเล่นงานจนสะบักสะบอม แทบเอาชีวิตไม่รอด!!!............

ที่สำคัญ ตอนนี้ทุกคนก็เล่นการเมืองกันแบบ หงายไพ่เป็นหงายไพ่ตายกันแล้ว เอาจริงเอาจังยิ่งกว่าในหนังเสียอีก สู้กันแบบต้อง ติดคุกติดตะราง ไปข้างหนึ่ง ทั้งที่ทุกฝ่ายก็เป็น บุคลากรที่มีค่า ของบ้านเมืองด้วยกันทั้งนั้น แต่กลับต้องมา ห้ำหั่น กันเอง แทนที่จะ รวมหัวกันคิด เอาชนะประเทศคู่แข่ง กลับต้องสิ้นเปลือง พลังคิด เพื่อเอาชนะคะคานกันเอง น่าเวทนาประเทศไทยจริงๆ!!!............

ยิ่งไปกว่านั้น “เห่าไฟ” เห็นพฤติกรรมของบางคนแล้วยิ่งทำให้สังเวชใจหนักขึ้น คือ เอะอะอะไร ก็จะ ประกาศสงครามยันเต ทำท่าขึงขัง ตะโกนเสียงดัง ปลุกระดม คุณลุงคุณป้า ที่นั่งฟังให้โกรธแค้นชิงชังคนไทยด้วยกันเอง ถ้าเป็นสมัยอยุธยาจะไปรบทัพจับศึกกับพม่าก็ว่าไปอย่าง แต่นี่คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ฆ่ากันเกลียดกันแล้วได้อะไรหรือ!!!............

“เห่าไฟ” ยืนยันว่า บ้านเมืองจะมั่นคงถาวรได้ ต้องยึด กฎหมายเป็นหลัก ไม่ใช่ปกครองไป ตามใจตามอารมณ์ ของคนบางคน เคยเห็นไหมในต่างประเทศ ฝรั่งในประเทศที่เจริญแล้วประท้วง เขาออกมาแสดงพลัง เป็นแสนเป็นล้านคน เต็มถนนไปหมด เสร็จแล้วก็ กลับไปทำงานต่อ ไม่มีการปักหลักอยู่ยาวสร้าง ความเดือดร้อนรำคาญ ให้คนอื่นเหมือนบ้านเรา แต่รัฐบาลในประเทศนั้นก็หนาวไปถึงกระดูก เพราะรู้ดีว่าเลือกตั้งสมัยหน้า ม่องเท่งแน่ ส่วนเมืองไทย ต้องยึดกฎหมู่เป็นหลัก ไม่งั้นไม่ใช่ฮีโร่ ฮ่วย!!!............

“เห่าไฟ”

ทุกฝ่ายประสานเสียงให้แก็งค์พันธมิตร “ถอย” แต่เชื่อว่า“ไม่ถอย” เพราะ “ความถ่อย”

โดย คุณจำปีเขียว
ที่มา เวบบอร์ด
พันทิปราชดำเนิน
1 มิถุนายน 2551

เท่าที่ประมวลความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ แม้แต่นักวิชาการ ที่เคยสนับสนุนแก็งค์พันธมิตร ยังลงความเห็นว่าแก็งค์พันธมิตรควร “ถอย” และยับยั้ง “รัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรง”

แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่า แก็งค์พันธมิตร จะ “ไม่ถอย” เพราะเท่าที่ดูทิฐิความดื้อรั้น และพฤติกรรมที่ผ่านมา ของคนพวกนี้แล้ว ไม่เคยเห็นจะยอมรับฟังเหตุผลอะไรเลย

ตั้งชื่อแก็งค์ว่าพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจากนรกที่ไหนไม่ยอมรับความคิดเห็นของคนอื่นเลย

รัฐบาลที่พวกแก็งค์พันธมิตรไปกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการ ยังใจกว้าง เมื่อหลายฝ่ายออกมาขอร้อง ให้รัฐบาลอย่าพึ่งใช้มาตรการุนแรง รัฐบาลก็ดูมีทีท่ารับฟัง และให้เวลากับแก็งค์พันธมิตร

แต่คิดว่ารัฐบาลคงรอเก้อ เพราะนายสนธิประกาศไว้แล้วว่า “นี่คือสงครามครั้งสุดท้าย” ได้ยินแล้ว ตำรวจน่าจับเข้าตะราง

ที่นี่เมืองไทย เคยอยู่กันอย่างสันติมาช้านาน มาประกาศสงครามอะไรกัน สัปดาห์ก่อน ทำพี่น้องประชาชนบาดเจ็บกันไปก็มาก บาดเจ็บสาหัสก็หลายราย จากผลของการปลุกระดม ไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไง?

คนเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองว่า นายสนธิทำเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของตนเองทั้งสิ้น

พล.ต.จำลอง ก็อีกคน ๑๖ ปีก่อน “พาคนไปตาย” เห็นคนเจ็บคนตายมาต่อหน้าต่อตา เห็นบ้านเมืองอยู่บนซากปรักหักพังอยู่ต่อหน้า จนล้นเกล้าล้นกระหม่อมต้องทรงเตือนสติว่า “ไม่มีใครชนะ มีแต่ประชาชนคนไทยทุกคน ที่พ่ายแพ้”

แต่กมลสันดานของคนเปลี่ยนยาก เคยเป็นทหารในป่า ฆ่าคนตายมาก็มาก คิดอะไรก็เป็นยุทธวิธีไปหมด มุ่งแต่จะเอาชนะคะคาน กะให้พี่น้องคนไทยเจ็บตายอีกเท่าไหร่ในคราวนี้ ถือศีลไปทำไม เมื่อใจกระหายเลือด

แก้อย่างไรก็ไม่หาย เริ่มรู้สึกขึ้นมาแล้ว“ความถ่อย” ของคนพวกนี้ มีแต่จะทำให้ประเทศประชาธิปไตยพินาศ เพราะจะทำแต่ตามใจตัวเองเท่านั้น !!!


จาก Thai E-news