WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, June 2, 2008

สภาตั้งกมธ.ยุติความขัดแย้ง พันธมิตรฯเหิมคิดตั้งเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การหารือระหว่างนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กับฝ่ายการเมือง เกี่ยวกับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ซึ่งมีการหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ด้วย ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ผลการหารือที่ประชุมเห็นชอบตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย ผู้แทนจากพรรคการเมืองและบุคคลภายนอก เพื่อให้สภามีบทบาทยุติความขัดแย้งทางการเมือง

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ชุมนุมตื่นมาทำความสะอาดสถานที่ ขณะที่บนเวทียังคงมีการสลับปรับเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หนึ่งใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ ปราศรัยว่า กำลังจะมีการตั้งเวทีใหม่ ซึ่งเป็นเวทีถาวร และเตรียมเปลี่ยนจากการชุมนุมให้เป็นเมืองพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ขึ้นกับรัฐบาล และอยู่กันด้วยจิตประชาธิปไตย ที่เสมอภาค และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เมืองแห่งนี้จะไม่มีนักการเมืองที่เอาแต่ทุจริต หลังจากนั้นได้มีการเปิดเวที จัดรายการเล่าสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นรอบวันที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการชุมนุม และกระแสข่าวการสลายการชุมนุม

ขณะเดียวกันวันนี้ถือเป็นวันเปิดเรียนวันแรก หลังจากปิดชั่วคราวในวันศุกร์ของโรงเรียนวัดโสมนัดวรวิหาร และโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริยาราม นักเรียนต่างทยอยเดินทางมาเรียนหนังสือโดยใช้เส้นทางผ่านหลังเวทีกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

นางเนตรนภา ดาวเรือง ผู้ปกครองนักเรียน ยอมรับว่าการเดินทางค่อนข้างลำบาก แต่ก็ต้องยอมรับหากทำเพื่อคนส่วนใหญ่ แม้จะไม่สะดวกบ้าง และเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดควรย้ายการชุมนุมไปอยู่ที่ที่เหมาะสม ไม่รบกวนหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ไม่เห็นด้วยหากจะมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม

ส่วนการรักษาความปลอดภัย ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ตลอดแนว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด

ที่ประชุมร่วมวิป-ประธานสภา เห็นพ้องตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขร่าง รธน.

กรุงเทพฯ 2 มิ.ย. - ที่ประชุมร่วมระหว่างวิปรัฐบาล และฝ่ายค้าน กับประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นพ้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 60 คน ศึกษาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ

การหารือใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ จะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดรูปแบบเบื้องต้นไว้ 60 คน จะมีทั้ง ส.ส. และ บุคคลภายนอกเข้าร่วม ขณะเดียวกันจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญให้เสร็จในสมัยประชุมนี้ รวมทั้งจะผลักดันกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เสร็จในวาระเดียวกัน

นายวิทยา บุรณศิริ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า จะนำผลการหารือในวันนี้ไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง รวมทั้งพรรคพลังประชาชน ส่วนการถอนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส. ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ทำได้ตามกฎหมาย

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงผลการหารือในวันนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่สภาจะมีบทบาทในการทำหน้าที่นิติบัญญัติอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 13:16:45






กกต.เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ประชามติต่อสภาฯในช่วงเย็นวันนี้

กกต.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติเสร็จแล้ว เตรียมส่งสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเย็นวันนี้ พร้อมเร่งร่าง พ.ร.บ.หากเกิดการยุบสภาฯ

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 2551 เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าสามารถส่งให้สภาผู้แทนราษฎรได้ในเย็นวันนี้ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ของร่าง พ.ร.บ.ฯดังกล่าว จะยึดของ ปี 2541 โดยได้ปรับปรุงเนื้อหาบางส่วน เช่น การให้สิทธิ์คนไทยในต่างประเทศมีสิทธิ์ออกเสียงประชามติ และผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติจะต้องเป็นผู้ที่มีสิทธิ์การเลือกตั้ง รวมทั้งการกำหนดไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริต เพื่อมิให้การลงประชามติเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

นอกจากนี้ กกต.ได้เตรียมจัดทำร่าง พ.ร.บ.หากเกิดการยุบสภาฯ โดยมีนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานคณะทำงานดังกล่าว และร่างดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่า จะนำเข้าที่ประชุม กกต.ได้ในสัปดาห์หน้า

ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าส่งได้วันนี้หรือพรุ่งนี้ (3มิ.ย.51) โดยส่วนตัว เห็นว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวอาจแก้ไขในหลักการในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรได้ และเชื่อว่า สภาผู้แทนราษฎร คงไม่สามารถพิจารณาร่างดังกล่าวได้ใน 3 วาระรวด เนื่องจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ว่า เมื่อผ่านวาระที่ 2 และ 3 แล้ว จะต้องมีเวลาไม่น้อยว่า 15 วัน ดังนั้น ร่างดังกล่าวจะผ่านขั้นตอนสภาฯ อย่างน้อย 1 เดือน

ส่วนการจัดทำประชามติที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณ 2,000 ล้านบาท นั้น กกต.ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ
นายสุเมธ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม ระหว่าง กกต.อัยการสูงสุด ในการพิจารณาคดียุบพรรคชาติและมัชฌิมาธิปไตย ว่า กกต.ได้ตั้งตัวแทนขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงตัวแทนจากอัยการสูงสุดเท่านั้น

พปช.เดินหน้าแก้ไขรธน.รอบ 2 เปิดทางส.ส.ลงชื่อเต็มพิกัด

ส.ส. พปช.เดินหน้าแก้ รธน.รอบ 2 คราวนี้ตั้งเป้าให้ได้ชื่อมากที่สุด ล่าสุดตัวเลข 103 คน อยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว คาด 9 มิ.ย. หารืออีกครั้งก่อนยื่น

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองโฆษกพรรคพลังประชาชน (พปช.) ในฐานะฝ่ายยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 กล่าวถึงการยื่นญัตติรอบ 2 เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยระบุว่า ขณะนี้ตนยังไม่ทราบจำนวนตัวเลขรายชื่อ ส.ส.ที่ชัดเจน ซึ่งคงต้องรอคำยืนยันจากนายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กลุ่มอีสานใต้ ยืนยันจำนวนรายชื่อมาอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายที่บัญญัติ

นอกจากนี้ หากมีการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ครบ 1 ใน 5 ของสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรหรือประมาณ 96 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นสมาชิกพรรคจะทำการประชุมหารืออีกครั้งในวันที่ 9 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญวันแรก เวลาประมาณ 14.00 น. ณ ที่ทำการพรรคพลังประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางการยื่นญัตติดังกล่าวต่อไป
อย่างไรก็ตาม มติเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกพรรคคือ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในการยื่นญัตติดังกล่าว และจะรอฟังผลประชามติจากประชาชนเสียก่อนว่า มีทิศทางเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยที่จะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ขณะที่นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ระบุว่า ตัวเลขลายมือชื่อของส.ส.เพื่อเสนอญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงอยู่ที่จำนวนเดิมคือ 103 รายชื่อ โดยในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ จะทำการประชุมหารือและประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง

โดยจะมีการประสานงานไปยังตัวแทนของพรรคต่างๆ ซึ่งการเปิดโอกาสให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงรายมือชื่อขณะนี้ได้โทรศัพท์ติต่อ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลแล้วบางส่วน และก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยจะดำเนินการล่ารายมือชื่อให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนปัญหาความเห็นแตกต่างของสมาชิกพรรคเกี่ยวกับการเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายนิสิต กล่าวว่า ตอนนี้มีความเห็นของสมาชิกพรรคที่คิดต่างกันเป็น 2 ฝ่าย โดย ส.ส.บางส่วนต้องการให้เร่งดำเนินการล่ารายชื่อ และนำยื่นเข้าที่ประชุมสมัยวิสามัญที่จะถึงนี้ กับส.ส.บางส่วนต้องการให้รอฟังเสียงประชามติของพี่น้องประชาชน ก่อนขอให้บรรจุเป็นระเบียบวาระต่อไป ซึ่งปัญหาดังกล่าวคงต้องนำเข้าประชุมหารือกับคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง

ทนายดังชี้ “นายกฯ”มัสิทธิ์พ.ร.กฉุกเฉิน กำราบพันธมิตรฯ

ทนายดังชี้ รัฐบาลต้องเดินหน้าสู้พันธมิตรฯ เพื่อลดม๊อบชนม๊อบในอนาคต แนะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินปราบ ก่อนชาติเสียหาย

นายคารม พลทะกลาง ทนายความ ชมรมนักกฎหมายเพื่อประชาชน กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยืนหยัดจะเดินหน้าชุมนุมต่อไป ว่า การกระทำของกลุ่มพันธมิตรฯจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย

โดยเฉพาะไม่คำนึงว่าประเทศชาติกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ชี้ให้เห็นว่าบ้านเมืองทำการปกครองด้วยกฎหมายฉบับใดกันแน่ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้เคารพกฎหมาย รวมทั้งยังนำคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่คุ้มครองชั่วคราวมาแอบอ้างอย่างไม่เกรงกลัวด้วย นอกจากนี้ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯยังจะเป็นการจุดชนวนให้เกิดกระแสของกลุ่มผู้เห็นต่างจนอาจเกิดเหตุการณ์ม๊อบชนม๊อบ และกลายเป็นความสูญเสียที่รัฐบาลไม่สามารถคาดเดาได้

นายคารม ระบุด้วยว่า ตนเห็นใจรัฐบาล ซึ่งได้ยอมมาหลายก้าวแล้วเพื่อลดความรุนแรง แต่กลุ่มพันธมิตรฯก็ยังไม่ยอมยุติการชุมนุม ฉะนั้นทางออกคือ การนำพระราชบัญญัติในภาวัการณ์ฉุกเฉินมาใช้

โดยนายกรัฐมนตรี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มีความชอบธรรมที่จะประกาศสั่งการเพื่อป้องความเสียหายที่กลุ่มพันธมิตรฯจะทำต่อประเทศและต่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งหากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการ จะหมายความว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจที่แท้จริงโดยไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งต่อจากนั้นประชาชน อย่างน้อยก็ตนเองจะไม่ยอมกลุ่มพันธมิตรฯกระทำเช่นนี้อีกต่อไป


พันธมิตรฯ ชุมนุมด้วยความสงบ ขณะที่ รร.ย่านราชดำเนินเปิดเรียนวันแรก

สะพานมัฆวานฯ 2 มิ.ย. - กลุ่มพันธมิตรฯ ยังคงปักหลักชุมนุมด้วยความสงบ ขณะที่โรงเรียนในย่านถนนราชดำเนิน วันนี้เปิดเรียนเป็นวันแรก

แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณสะพานมัฆวานฯ พร้อมระบุวันนี้จะจัดตั้งเวทีใหม่ ซึ่งอยู่หลังเวทีเดิม และจะสร้างเมืองใหม่เป็นเมืองพันธมิตรที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาล การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังตลอดสะพานมัฆวานฯ

สำหรับวันนี้ ยังเป็นวันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนวัดโสมนัส และโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริยาราม หลังจากปิดชั่วคราวเนื่องจากมีการชุมนุมของกลุ่มพันธิมิตร โดยนักเรียนเดินทางไปโรงเรียนโดยผ่านหลังเวทีของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนี้ ผู้ปกครองและนักเรียน ต่างเห็นตรงกันว่า ควรเปลี่ยนสถานที่ไปชุมนุมบริเวณอื่นคงจะดีกว่านี้.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 09:27:00




นักวิชาการแนะปัญหาการเมืองต้องแก้ รธน.ให้ทุกฝ่ายยอมรับ

สำนักข่าวไทย 2 มิ.ย. - นักวิชาการมองสถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่คลี่คลาย แม้ยังไม่แก้ไข รธน. แนะการแก้ปัญหาต้องสร้างกติกาให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่ให้มีใครได้เปรียบ-เสียเปรียบ และหากจะแก้ รธน.ต้องให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

“สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวใน “ข่าวเช้าโมเดิร์นไนน์” มองว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่คลี่คลาย แม้จะยังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นเพียงการยุติชั่วคราว หรือซื้อเวลาเท่านั้น ดังนั้น การแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อสร้างกติกาให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่ให้มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน และหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาอีกสักระยะ ซึ่งเนื้อหาต้องป้องกันไม่ให้มีข้อที่จะก่อให้เกิดปัญหาทางการเมืองอีก โดยทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการทำ

ต่อข้อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ มองว่าทำให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจลาออกได้หรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า คงตอบแทนใครไม่ได้ แต่ถ้ามองในมุมประชาชน ต้องดูสาเหตุว่าทำไมเกิดการชุมนุมบ่อยครั้ง เพราะสิ่งที่ผ่านมากติกาไม่เป็นกติกา และต้องดูถึงความชอบธรรมของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และการบริหารงานจะเป็นตัวอธิบายได้

ส่วนการชุมนุมมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร นายสมชาย มองว่า ถ้ากติกาทางการเมืองยังไม่เป็นที่ยอมรับ ภาคเอกชนจะต้องแบกรับภาระความไม่แน่นอนไปอีกหลายปี. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 08:02:13


มิถุนาทมิฬ

ต้องยอมรับความจริงว่าติดตามข่าวสารบ้านเมืองด้วยอาการ ว้าเหว่ ทั้งๆที่เบื่อแสนเบื่อ แต่เมื่อเป็นหน้าที่ในฐานะสื่อมวลชน ก็ต้อง ใกล้ชิดข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อรายงานให้ประชาชน ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยปราศจากความหวาดกลัวหรือลำเอียง ไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือทำเกินหน้าที่ชี้นำ ปลุกระดมให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวายในสังคม

ความกลัวมักทำให้เสื่อม

การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ในที่สุดก็ประกาศเจตนาที่แท้จริง คือการตามล้างตามเช็ดระบอบทักษิณ โดยการไล่รัฐบาลสมัครที่ถูกเหมาเอาว่าเป็นนอมินีตัว แทน

โดยอาศัยพื้นฐานของปัญหามาจาก กรณีการเตรียมแก้รัฐธรรมนูญ ที่ไม่ถูกจังหวะและเวลา ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ มีจุดอ่อนให้โจมตีว่า ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อฟอกตัวให้บุคคล บางคนพ้นผิด

โดยอาศัย จุดอ่อนของ รมต.ในรัฐบาลบางคน ที่มีต้นทุนต่ำอยู่แล้ว โยงเข้ากับเรื่องของการ ละเมิดสถาบัน ในยามที่สถานการณ์อ่อนไหว แค่เสี้ยมนิดเดียว ก็ได้เรื่อง

ดูเผินๆอาจจะมีการตะโกนด่ากันโหวกเหวกโวยวาย ใช้ถ้อยคำหยาบคายจนเป็นเรื่องธรรมดา มีการปลุกระดมให้ล้มล้างรัฐบาล หรืออาจจะเกินเลยไปจนถึงตะโกนเรียกให้ทหารกลับมาอีกครั้ง

ดูเผินๆอาจจะไม่รุนแรงเพราะไม่ได้เป็นการขับไล่รัฐบาลเผด็จการทหารเหมือนในอดีต แต่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้นเรื่องก็คล้ายๆกับปรากฏ พฤษภาทมิฬ มีการออกมาขับไล่รัฐบาล พล.อ.สุจินดา คราประยูร ทั้งๆที่เพิ่งจะเข้ามารับตำแหน่งไม่ถึงเดือน โดยรัฐบาล พล.อ.สุจินดาที่ได้รับการสนับสนุน จากบรรดาพรรคการเมืองและมีกองทัพหนุนหลังก็ตกอย ู่ในความประมาท

มีกระบวนการปลุกระดมจากประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่อ้างว่ายังเป็นรัฐบาล ในคราบเผด็จการทหาร นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และคณะ มีคนมาชุมนุมจำนวนหนึ่งบริเวณถนนราชดำเนิน

ผมจำได้ว่า พล.อ.สุจินดา กำลังอยู่ในระหว่างออกเยี่ยมประชาชนในต่างจังหวัด วันเกิดเหตุอยู่ที่ จ.น่าน ซักประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ คุณอนันต์ อนันตกูล ปลัดมหาดไทยในขณะนั้น ได้เข้าไปปลุก พล.อ.สุจินดา บอกว่า การชุมนุมมีความรุนแรง มีการเผาสถานที่ราชการ

พล.อ.สุจินดา นั่งรับทราบสถานการณ์จนกระทั่งประมาณตีหนึ่ง ท่าทางจะบานปลาย ขึ้นเรื่อยๆ จึงนั่งเครื่องบินกลับ กทม. และมีการนัดประชุม ครม.ฉุกเฉินในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

ที่ประชุม ครม.ตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกเข้าสลายการชุมนุมในบ่ายวันเดียวกันนั้น มีการเข้าจับกุมแกนนำและ พล.ต.จำลอง แทนที่เรื่องจะยุติ กลับมีการชุมนุมหนักขึ้น มีการใช้กำลังเข้าปราบปรามการชุมนุม กลายเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว คนไทยฆ่ากันเองอีกกระทอก..

หมัดเหล็ก


ยึดหลักกฎหมาย

ที่ใดไม่มีกฎหมาย ที่นั่นจะไม่มีเสรีภาพ เนื่องจากเสรีภาพคือการเป็นอิสระจากการถูกจำกัด ถูกกำหนดและถูกใช้ความรุนแรงโดยผู้อื่น หากปราศจากเสียซึ่งกฎหมายแล้วความเป็นอิสระ เช่นว่านี้ก็จะไม่มีอยู่ เสรีภาพไม่ใช่สิ่งที่แต่ละคนจะทำสิ่งใดๆทั้งหมดอย่างที่ตนต้องการได้ แต่เป็นเสรีภาพที่แต่ละคนจะทำ...ภายใต้การอนุญาตของกฎหมายทั้งมวลในสังคม อันเป็นเสรีภาพที่ไม่ขึ้นต่อความประสงค์ตามอำเภอใจของผู้อื่น...”

ผมเชื่อว่า หากเมืองไทยนำแนวคิดเรื่องนี้ ของจอห์น ล็อค นักปรัชญาชาวอังกฤษ มาเป็นหลักปกครองบ้านเมือง สังคมไทยก็จะเกิดความสงบสุข ไม่สับสนวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ การดำเนินการของนายกฯสมัคร ที่สั่งให้มีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัดจัดการกับกลุ่มบุคคลที่ยึดถนนสาธารณะ เป็นเวทีปราศรัย จึงถือเป็นคำสั่งที่ชอบแล้ว แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะอ้างว่า เป็นสิทธิในการชุมนุม โดยสงบปราศจากอาวุธตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

แต่รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้อนุญาตให้ไปชุมนุมกันบนท้องถนนที่เป็นเส้นทางสัญจรของ ประชาชนนับแสนนับล้านคน เพราะถ้าการชุมนุมอย่างสงบสามารถกระทำที่ใดก็ได้ ต่อไปก็จะมีคนไปชุมนุมอย่างสงบตามสี่แยกไฟแดงทั่วเมืองไทย โดยอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

ถ้าเป็นเช่นนั้น บ้านเมืองจะไม่วุ่นวายโกลาหลไม่รู้จบรู้สิ้นหรอกหรือ

ที่ผ่านมา เมืองไทยต้องประสบกับเคราะห์กรรมจากการไปยึดถือกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย เพียงใด ทุกคนคงรู้แก่ใจตัวเองแล้วนับจากนี้ต่อไป หากยังมีใครไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมืองอีก รัฐบาลก็ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด เพื่อรักษาบ้านเมืองอันเป็นของส่วนรวมเอาไว้

โดยเฉพาะหากมีความพยายามจากใครก็ตามที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมเอ็ดตะโรข้างถนน เพื่อมาข่มขู่ตัวแทนประชาชนในสภาฯ อ้างการเมืองภาคประชาชนข้างถนน แทนที่จะเป็นการเมืองภาคประชาชนในคูหาเลือกตั้ง

รัฐบาลจะต้องไม่เกรงกลัวและไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆทั้งสิ้น

โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของเสียงข้างมาก ต้องถือเป็นความชอบธรรมตามกฎหมายสูงสุดของบ้านเมือง ใครจะเอาอารมณ์ความรู้สึก ส่วนตัวมาคัดค้านอย่างไร แม้จะมีสิทธิคัดค้านได้ แต่ไม่มีสิทธิขัดขวาง เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเอาไว้ว่า ห้ามแก้ไข เมื่อกฎหมายว่าไว้อย่างไร ก็ต้องว่าไปตามนั้น

ผมถือว่า กฎหมายก็คือ เสรีภาพที่ถูกต้องตามหลักการประชาธิปไตย

ข้อสำคัญ การมีความเห็นแตกต่างกันในทางการเมือง ต้องถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิด แต่ปรากฏว่า เสียงข้างน้อยกลับใช้ความเห็นที่แตกต่างของตัวเองไปตัดสินคนอื่นว่า เป็นคนผิด เป็นโจร เป็นคนขายชาติ

ในทางกลับกัน หากอีกฝ่ายกล่าวหาเสียงข้างน้อยว่า เป็นพวกเถื่อน ถ่อย นอกรีต ต้องการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยบ้างจะว่าอย่างไร ต่างฝ่ายต่างก็กล่าวหากันได้ทั้งนั้น แล้วจะเอาอะไรมาตัดสินชี้ขาด ถ้าไม่ใช่กฎหมาย

ส่วนเหตุผลสำคัญที่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว อย่าปล่อยให้เป็นอนุสรณ์ ประจานการกระทำผิดต่อหลักนิติธรรมของเมืองไทย พรุ่งนี้ผมจะอธิบายให้ฟัง.

“เห่าดง”


ไม่เคยมีใบสั่งสลายชุมนุม ผบช.น.ชี้ไม่นานมีข่าวดี

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (2 มิ.ย.) ถึงความคืบหน้าการเจรจากับแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า มีการเจรจากันตลอด มีการบอกว่าขอให้อยู่กับที่ อย่าได้เคลื่อนไปไหน แม้จะทำผิดกฎหมายการจราจร ทั้งนี้ตำรวจกำลังพยายามแก้ไขอยู่ ส่วนสถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าจะมีอะไร

"ยืนยันไม่มีการสลายการชุมนุม คำว่า สลายไม่เคยออกจากปากผม และไม่เคยได้รับคำสั่งจากผู้หนึ่งผู้ใด" ผบช.น. กล่าว และว่า ขอวิงวอนกลุ่มผู้ชุมนุม และแกนนำว่า เป็นไปได้อยากให้ขยับที่ เพื่อเปิดการจราจรไปอยู่บริเวณอื่น บริเวณไหนก็ได้ที่อยากจะไป โดยจะไปส่งถึงที่ด้วยความปลอดภัย ขอยืนยันด้วยเกียรติ ขอให้ช่วยกันคนละนิดละหน่อย เพราะความเดือดร้อนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กนักเรียนที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวด้วยว่า ฝ่ายพันธมิตรฯ เริ่มเข้าใจกำลังพูดคุยกันในกลุ่มอยู่ คิดว่าประมาณ 1-2 วันจะประสบความสำเร็จในการพูดจากัน