WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, June 3, 2008

คตส.มีมติส่ง อสส.ฟ้อง สุริยะ กรณีโครงการท่อร้อยสาย

คตส. 2 มิ.ย.- คตส.มีมติส่งอัยการสูงสุดฟ้อง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” จากโครงการระบบจ่ายไฟฟ้าและท่อร้อยสาย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ฐานความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขณะที่ “ศรีสุข จันทรางศุ” เจอความผิดฐานล็อกสเปก-ฮั้วประมูล

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แถลงภายหลังการประชุม คตส.ชุดใหญ่ วันนี้ (2 มิ.ย.) มีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาสำนวนไต่สวนเรื่องโครงการระบบจ่ายไฟฟ้าและท่อร้อยสาย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่มีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กรรมการ คตส. เป็นประธานอนุกรรมการ และมีมติส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด สั่งฟ้องนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการคมนาคม ในฐานความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากไม่ได้มีคำสั่งดำเนินการใด หลังจากที่ สตง.ได้ออกหนังสือถึงความผิดปกติการประกวดราคา

“นอกจากนี้ยังมีนายศรีสุข จันทรางศุ ในฐานะปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) รวมถึงผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นคณะกรรมการตรวจการจ้างออกแบบ คณะกรรมการกำหนดราคากลาง กลุ่มบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายท่อ ผู้ทำการแทน และกลุ่มผู้ออกแบบ จำนวน 20 ราย มีความผิดกรณีล็อกสเปกโครงการก่อสร้างระบบวางท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 5, 7, 10 และ 11 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157, 341 และ 83” นายสัก กล่าว

นายสัก กล่าวว่า คตส. จะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ คตส.มีมติ และยืนยันว่า คตส. จะประชุมเพื่อสรุปคดีที่เหลือทั้งหมด ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาส่งฟ้องให้ทัน ก่อนที่ คตส.จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ และในวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 13.00 น. คตส.จะประชุมคณะกรรมการร่วม คตส. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อสรุปแนวทางการทำงานของคดี หากอัยการสูงสุดไม่พิจารณาส่งฟ้อง.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 19:24:49

คตส.ส่งอัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ

สตง. 2 มิ.ย.- คตส.สรุปส่งอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ผิดฐานร่วมกันสนับสนุนให้กระทำความผิด จากกรณี ธ.กรุงไทย อนุมัติเงินกู้ให้บริษัทในเครือกฤษฎามหานคร ส่วน “พานทองแท้ ชินวัตร” เจอข้อกล่าวหารับของโจร ขณะที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร รอด

นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แถลงภายหลังการประชุม คตส.ชุดใหญ่ วันนี้ (2 มิ.ย.) มีนายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติส่งสำนวนกรณีการไต่สวนอนุมัติเงินกู้ของผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ให้แก่บริษัทในเครือกฤษฎามหานคร ที่มีนางเสาวณีย์ อัศวโรจน์ กรรมการ คตส. เป็นประธานอนุกรรมการ ให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการสินเชื่อ คณะกรรมการบริหารของธนาคารกรุงไทย กลุ่มนิติบุคคล ผู้แทนนิติบุคคล นักการเมือง และพวกพ้องที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ในครั้งนี้ รวม 31 ราย ฐานเป็นตัวการในการร่วมกันทำผิดในการอนุมัติสินเชื่อเงินกู้ธนาคารกรุงไทย ให้กับบริษัทในเครือกฤษฎามหานคร วงเงิน 11,585 ล้านบาท

“บริษัทในเครือดังกล่าว มีสถานะเป็นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารกรุงไทย และมีการเปลี่ยนแปลงเอกสารเพื่อปรับสถานะทางการเงินให้ดีขึ้น ซึ่งผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 8 และ 11 พ.ร.บ. ธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 มาตรา 46 นว พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 307, 308, 311, 313 และ 315 พ.ร.บ.บริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 85 และ 91 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152, 157, 352, 353, 354 ประกอบ มาตรา 83, 84 และ 86” นายสัก กล่าว

นายสัก กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมว่านำเงินที่ปล่อยกู้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เพราะปกติการขอรีไฟแนนซ์ ต้องได้เช็คเพียงฉบับเดียว แต่การปล่อยกู้ดังกล่าว แยกเช็คออกเป็น 11 ฉบับ โดยจ่ายผ่านไปยังบุคคลภายนอก ดังนั้นในส่วนของนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ นางกาญจนาภา หงส์เหิน นายวันชัย หงส์เหิน และนายมานพ ทิวารี แม้ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่ได้รับเงินที่ได้จากการกระทำความผิดฐานยักยอก จึงให้ดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ฐานรับของโจร โดยต้องชดใช้เงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ภายหลังจากศาลอาญาพิจารณาความผิดแล้ว

“ส่วนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้ถูกกล่าวหาในชั้นตรวจสอบ ข้อกล่าวหาตกไป เนื่องจากเห็นว่าไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด” นายสัก กล่าวและว่า คตส.จะส่งสำนวนคดีให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ คตส.มีมติ. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 19:17:29


ใช้สีขาวเป็นสัญญลักษณ์ยุติความรุนแรง

2 มิ.ย.-ขณะที่สังคมไทย กำลังเผชิญหน้ากับความแตกแยก เครือข่ายประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง โดยใช้สีขาวเป็นสัญลักษณ์ติดตามบ้าน รถ เชื่อว่าจะเป็นพลังเงียบช่วยคลี่คลายสถานการณ์.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย

อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 19:07:49









“ชินวัตร”ฉะ “สนธิบัง” พ่นน้ำลายหนุนพันธมิตรฯแค่โกหกคำโตตอบแทนบุญคุณ

นายกแท็กซี่ “ชินวัตร หาบุญพาด”สุดทน “สนธิบัง” ออกโรงพูดหนุนพันธมิตรชุมนุม ซัดกลับ แค่ตอบแทนบุญคุณ ช่วยให้ยึดอำนาจ ไม่พ้นชอบโกหก ไม่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ เมื่อช่วงหัวค่ำ (2 มิ.ย.) ที่เวที สภาสนามหลวง นายชินวัตร หาบุญพาด นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ ได้กล่าวตอบโต้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นมีเหตุผล ที่รัฐบาลต้องรับฟังว่า พล.อ.สนธิ แค่ออกมาโกหกอีกครั้ง เพื่อตอบแทนบุญคุณกลุ่มพันธมิตรฯที่ช่วยสร้างกระแสความปั่นป่วน ที่ พล.อ.สนธิ ได้นำมาเป็นข้ออ้าง ในการใช้กำลังทางทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองของประเทศเมื่อ 19 กันยายน 2549

นายชินวัตร กล่าวต่อไปว่า อยากให้พี่น้องประชาชนย้อนกับไปทบทวนคำกล่าวอ้าง 4 ข้อ ของ คมช.ในการเข้ายึดอำนาจมาจากรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้งว่า มาถึงปัจจุบันนี้ ได้กลายเป็นการโกหกคำโตของ พล.อ.สนธิ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาหมิ่นสถาบัน อัยการก็ไม่สั่งฟ้อง การโกงกิน ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ พิพากษาแม้สักคดีว่ามีความผิดจริง หรือแม้แต่การกล่าวหาว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ แต่เมื่อเทียบกับหลังที่ พล.อ.สนธิ ยึดอำนาจได้แล้ว ก็แต่งตั้งกลุ่มพวกพ้องตัวเองเข้าไปนั่งเก้าอี้องค์กรเหล่านี้กันอย่างถ้วนหน้าอย่างไม่อาย ขณะที่องค์กรอิสระในสมัยรัฐบาลนายกฯพ.ต.ท.ทักษิณ มาจากการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ 2540 ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ฯลฯ การกล่าวอ้างว่าคนไทยจะปะทะกัน ก็เป็นเรื่องโกหก จึงอยากย้อนถาม พล.อ.สนธิ ว่า นับแต่ประเทศไทยมีวิกฤติการเมืองถึงขั้นนองเลือดไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ ทุกครั้งเป็นการกระทำของทหารเผด็จการกับประชาชนทั้งสิ้น “พล.อ.สนธิ ยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ยึดอำนาจแค่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการปล้นอำนาจไปจากประชาชนทั่วประเทศ ที่ขณะนั้นอีกไม่กี่วันประชาชนจะได้ไปใช้อำนาจของพวกเขา ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นแล้วในวันที่ 15 ต.ค. 2549 ดังนั้น การออกมาพูดสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯของ พล.อ.สนธิ จึงไม่มีอะไรนอกจากใช้ความถนัดคือ โกหก และไม่รับผิดชอบใดๆ อีกเช่นเคย” นายชินวัตร กล่าว นายก ส.แท็กซี่ “ชินวัตร หาบุญพาด”สุดทน “สนธิบัง” ออกโรงพูดหนุนพันธมิตรชุมนุม ซัดกลับ แค่ตอบแทนบุญคุณ ช่วยให้ยึดอำนาจ ไม่พ้นชอบโกหก ไม่รับผิดชอบ ทั้งนี้ เมื่อช่วงหัวค่ำ (2 มิ.ย.) ที่เวที สภาสนามหลวง นายชินวัตร หาบุญพาด นายกสมาคมพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ ได้กล่าวตอบโต้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้นมีเหตุผล ที่รัฐบาลต้องรับฟังว่า พล.อ.สนธิ แค่ออกมาโกหกอีกครั้ง เพื่อตอบแทนบุญคุณกลุ่มพันธมิตรฯที่ช่วยสร้างกระแสความปั่นป่วน ที่ พล.อ.สนธิ ได้นำมาเป็นข้ออ้าง ในการใช้กำลังทางทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองของประเทศเมื่อ 19 กันยายน 2549 นายชินวัตร กล่าวต่อไปว่า อยากให้พี่น้องประชาชนย้อนกับไปทบทวนคำกล่าวอ้าง 4 ข้อ ของ คมช.ในการเข้ายึดอำนาจมาจากรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้งว่า มาถึงปัจจุบันนี้ ได้กลายเป็นการโกหกคำโตของ พล.อ.สนธิ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวหาหมิ่นสถาบัน อัยการก็ไม่สั่งฟ้อง การโกงกิน ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ พิพากษาแม้สักคดีว่ามีความผิดจริง หรือแม้แต่การกล่าวหาว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ ที่เมื่อเทียบกับหลังที่ พล.อ.สนธิ ยึดอำนาจได้แล้ว ก็แต่งตั้งกลุ่มพวกพ้องตัวเองเข้าไปนั่งเก้าอี้องค์กรเหล่านี้กันอย่างถ้วนหน้าอย่างไม่อาย ขณะที่องค์กรอิสระในสมัยรัฐบาลนายกฯพ.ต.ท.ทักษิณ มาจากการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ 2540 ของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ฯลฯ

การกล่าวอ้างว่าคนไทยจะปะทะกัน ก็เป็นเรื่องโกหก จึงอยากย้อนถาม พล.อ.สนธิ ว่า นับแต่ประเทศไทยมีวิกฤติการเมืองถึงขั้นนองเลือดไม่ว่าจะเป็น 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬ ทุกครั้งเป็นการกระทำของทหารเผด็จการกับประชาชนทั้งสิ้น

“พล.อ.สนธิ ยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ยึดอำนาจแค่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นการปล้นอำนาจไปจากประชาชนทั่วประเทศ ที่ขณะนั้นอีกไม่กี่วันประชาชนจะได้ไปใช้อำนาจของพวกเขา ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นแล้วในวันที่ 15 ต.ค. 2549 ดังนั้น การออกมาพูดสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯของ พล.อ.สนธิ จึงไม่มีอะไรนอกจากใช้ความถนัดคือ โกหก และไม่รับผิดชอบใดๆ อีกเช่นเคย” นายชินวัตร กล่าว



นายกฯส่ง ผบตร.-ผบ.ทบ กล่อมพันธมิตรฯย้ายที่ก่อกวน

นายกรัฐมนตรี เรียก ผบ.ตร.-ผบ.ทร.- เลขาฯกฤษฎีกาเข้าพบ หารือแผนเคลื่อนย้ายม็อบพันธมิตรฯ โฆษกรัฐ เผย ขั้นแรกคุยกันก่อน หากยังดื้อ เตรียมกฎหมายอาญา – จราจร เล่นงาน

เมื่อเวลา 15.00 น. (2 มิ.ย.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.และ นายพรทิพย์ จาละ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เดินทางเข้าพบนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตามวาระงานของทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร จะมีการประชุมเรื่องการขนส่งระบบราง ในเวลา 15.30 น. ทั้งนี้ คาดการณ์กันว่า นายกฯเรียกบุคคลทั้ง 3 คน มาหารือเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง และการเตรียมใช้กฎหมายที่จะนำมาใช้กับกลุ่มพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ตาม ต่อมา พล.ต.อ.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการเข้าพบว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ผบ.ตร. และ ผบ.ทบ. ไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯให้เคลื่อนย้ายไปชุมนุมยังสถานที่อื่น และยืนยันทุกอย่างจะทำอย่างโปร่งใส และทำตามกฏหมาย ขั้นแรกจะพูดคุยเจรจาก่อน หากไม่ได้ผล จะให้กฏหมายที่มีอยู่ อาทิ กฏหมายอาญา กฏหมายจราจร

"ส่วนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ก็สามารถนำมาใช้ได้ เพียงแต่ต้องดูว่าจะใช้เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้อยากขอเจรจาให้ถอยกันคนละก้าว เนื่องจากประชาชนเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง หากจะย้ายไปจุดอื่น ตำรวจพร้อมอำนวยความสะดวกในการขนย้าย" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว



Monday, June 2, 2008

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 120 นายพลตำรวจ 'เพรียวพันธ์'เป็นรองผบ.ตร.- 'พัชรวาท'นั่งผบ.ตร.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีผลตั้งแต่ 8 เมษายนเป็นต้นไป โดยกำหนดเตรียมทำพิธีรับมอบตำแหน่งและมอบนโยบายในวันที่ 3 มิถุนายน เวลา 08.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เปิดโผโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพลตำรวจ 120 นาย

มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 8 ราย ดังนี้

1.พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
2.พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่หัวหน้างานด้านอำนวยการ) ดำรงตำแหน่ง ผู้
ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
3.พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวง
มหาดไทย) ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำหน้าที่หัวหน้างานด้านอำนวยการ)
4.พล.ต.ต.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รองผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 9 ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ทำ
หน้าที่ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย)
5.พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผู้บังคับการ กองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8 ดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9
6.พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 8
7.พล.ต.ต.อภิรักษ์ หงษ์ทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต
8.พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผู้บังคับการกองบังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9 ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2551 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 2 มิถุนานร พ.ศ.2551
ผู้สนองพระบรมราชโองการ
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ มีพระบรมราชโอการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และแต่ตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน ประกาศ ณ วันที่ 2 มิ.ย. พ.ศ.2551 ผู้รับสนองพระบรมราชโอการ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พ้นตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านความมั่นคง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผบ.ตร. พล.ต.ท.ชลอ ชูวงษ์ พ้นตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านความมั่นคง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ตร. และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายพลตำรวจดำรงตำแหน่งต่างๆ อีก 109 นาย ดังนี้

พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ ผบช.ภ.2 เป็น จเรตำรวจ (สบ8) พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ภ.1 พล.ต.ท.ธนู ชัยนุกูลศิลา จเรตำรวจ (สบ8) เป็น ผบ.ช.ภ.6 พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ จเรตำรวจ (สบ8) เป็น ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ชูกิจคุณ ผบช.ภ.5 เป็น จเรตำรวจ (สบ8) พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง จเรตำรวจ (สบ8) เป็น ผบช.ส. พล.ต.ท.บุญชอบ คงน้อย ผบช.ภ.4 เป็น จเรตำรวจ (สบ8) พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบช.ตร. พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผบช.ส. เป็น จเรตำรวจ (สบ8) พล.ต.ท.วสันต์ วัสสานนท์ ผบช.ภ.6 เป็น ผบช.ศ.

พล.ต.ท.วุฒิ วิทิตานนท์ จเรตำรวจ (สบ8) เป็นผบช.ภ.4 พล.ต.ท.สถาพร ดวงแก้ว ผบช.ศ. เป็น ผบช.ภ. 5 พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จเรตำรวจ (สบ8) เป็น ผบช.ก. พล.ต.ท.อดิศร นนทรีย์ ผบช.ก. เป็น จเรตำรวจ (สบ8) พล.ต.ท.คัคคพงศ์ ศรีพาณิชย์ รอง ผบช.ภ.5 เป็น รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ชัยณรงค์ วงษ์สุนทร รอง ผบช.ภ.6 เป็น รองจเรตำรวจ (สบ7) พล.ต.ต.ชัยยศ บัวทรัพย์ รองจเรตำรวจ (สบ7) เป็น รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รอง ผบช.ส. เป็น รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.เชิด ชูเวช รอง ผบช.ภ.4 เป็น รองจเรตำรวจ (สบ7) พล.ต.ต.จำนง แก้วศิริ รอง ผบช. ประจำ สง. ผบ.ตร. เป็น รองผบช.ก. พล.ต.ต.จุตติ ธรรมโนวานิช รอง ผบช.น. เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ดิเรก มโนลีหกุล รอง ผบช.สตม. เป็น รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย รอง ผบช.ส. เป็น รอง ผบช.สตม.

พล.ต.ต.ธีระศักดิ์ กลิ่นพงษา รอง ผบช.ภ.4 เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบช.สตม. เป็น รองจเรตำรวจ (สบ7) พล.ต.ต.พรหมธร ภาคอัต รอง ผบช.สนง.ก.ตร. เป็น รอง ผบช.ศ. พล.ต.ต.หม่อมหลวง พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รอง ผบช.ส. เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิชาญ ทองประชาญ รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.สนง.ก.ตร. พล.ต.ต.สมบัติ ระวังสำโรง รอง ผบช.ภ.7 เป็น รอง ผบช.กมส. พล.ต.ต.สหัสชัย อินทรสุขศรี รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.ก. เป็น รอง ผบช.น.

พล.ต.ต.สุทิน เขียวรัตน์ รองจเรตำรวจ (สบ7) เป็น รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สุวิระ ทรงเมตตา รอง ผบช.ศ. เป็น รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.สันติ วิจักขณา รองจเรตำรวจ (สบ7) เป็น รอง ผบช.ภ.6 พล.ต.ต.อวยพร จินตกานนท์ รอง ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.อาจิณ โชติวงศ์ รอง ผบช.กมส. เป็น รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบก.สส. เป็น รอง ผบช.ส. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผบก.รฟ. เป็น ผบก.ปศท. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช ผบก.อก.บช.ก. เป็น ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พล.ต.ต.ชูชาติ สุวรรณาคม ผบก.ทท. เป็น ผบก. กองตรวจราชการ 2 จเรตำรวจ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.น.4 เป็น ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐวิทย์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.รฟ. พล.ต.ต.ธณัท วงศ์สุวรรณ ผบก. กองตรวจราชการ 2 จเรตำรวจ เป็น ผบก.สบพ. พล.ต.ต.จตุรงค์ กุมรินทร์ ผบก.สท. เป็น ผบก.ท.

พล.ต.ต.จรัญ ชิตะปัญญา ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.ปค. เป็น ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ณธนนต์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบก.ภ.จว.ลำปาง เป็น ผบก.ภ.จว.ลำพูน พล.ต.ต.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ภ.จว.เชียงราย พล.ต.ต.ติณภัทร กุมรินทร์ ผบก.กองตรวจราชการ 5 จเรตำรวจ เป็น ผบก.ตม.กทม. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สอาดพรรค ผบก.อก.ภ.6 เป็น ผบก.ภ.จว.สุโขทัย พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ผบก.ตม.ทอช. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ ผบก.ภ.จว.ตาก เป็น ผบก.อก.ภ.6 พล.ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด เป็น ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พล.ต.ต.บรรฑป สุคนธมาน ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็น ผบก.ภ.จว.ลำปาง พล.ต.ต.ประพัฒน์ ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ชุมพร เป็น ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี ผบก.ภ.จว.นครพนม เป็น ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ ผกบ.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เป็น ผบก.น.9 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็น ผบก.สส. พล.ต.ต.ปัญญา เอ่งฉ้วน ผบก.กองตรวจราชการ 4 จเรตำรวจ เป็น ผบก.วน.

พล.ต.ต.พงศ์เดชน์ ไชยประวัจน์ ผบก. ประจำสง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.ตม.ทอช. พล.ต.ต.พนมพร อิทธิประเสริฐ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี เป็น ผบก.ภ.จว.นครพนม พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร เป็น ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด ผบก.ท. เป็น ผบก.น.7 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร ผบก.น.9 เป็น ผบก.จร. พล.ต.ต.มนตรี ศรีนพคุณ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี เป็น ผบก.ประจำจเรตำรวจ พล.ต.ต.รังสิต พิริยายน ผบก.ปส.2 เป็น ผบก.สก. พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เป็น ผบก.ประจำสง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิชัย พงษ์ศิริ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร เป็น ผบก.ปค. พล.ต.ต.วิฑูรย์ คลังพลอย ผบก.ภ.จว.พิจิตร เป็น ผบก.ภ.จว.ตาก พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.7 เป็น ผบก.น.6

พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.ปดส. เป็นผบก.น.4 พล.ต.ต.วิวัฒน์ชัย ถนัดหนังสือ ผบก.ประจำจเรตำรวจ เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิศณุ ม่วงแพรสี ผบก.จร. เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ปศท. เป็น ผบก.ปดส. พล.ต.ต.วิโรจน์ สัตถาวร ผบก.วน. เป็น ผบก.กองตรวจราชการ 4 จเรตำรวจ พล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย เป็น ผบก.ภ.จว.พิจิตร พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เป็น ผบก.กองตรวจราชการ 5 จเรตำรวจ พล.ต.ต.สมพิศ ชนะมี ผบก.อก.ภ.3 เป็น ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี

พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ เป็น ผบก.อก.ภ.3 พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.สำเริง สุวรรณพงษ์ ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.อก.บช.ก. พล.ต.ต.สุกิจ โคอินทรางกูร ผบก.อก.รพ. เป็น ผบก.อก.สตม. พล.ต.ต.สุพรรณ ประเสริฐสม ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เป็น ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พล.ต.ต.สุรพงษ์ กายตะวัน ผบก. กองอุทธรณ์ เป็น ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา

พล.ต.ต.สุรพงษ์ พงษ์อร่าม ผบก.อก.สตม. เป็น ผบก.อก.รพ. พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผบก.ภ.จว.ลำพูน เป็น ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พล.ต.ต.สัญชัย สุนทรบุระ ผบก.ตม.กทม. เป็น ผบก.สท. พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผบก.สก. เป็น ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบก.ประจำ จเรตำรวจ เป็น ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พล.ต.ต.อนันต์ โตสงวน ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.กองอุทธรณ์ พล.ต.ต.อภิชาติ เชื้อเทศ ผบก.น.6 เป็น ผบก.ภ.จว.ชุมพร พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผบก.สบพ. เป็น ผบก.ทท. พล.ต.ต.อุดมชัย อมาตยกุล ผบก.ส.3 เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.เอกรัตน์ มีปรีชา รองผบช.ประจำสง.ผบ.ตร. เป็นรองผบช.น. พล.ต.ต.วราวุธ พุกประยูร ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร เป็น รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อลงกรณ์ หทัยยุทธ์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี เป็น ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบก.ภ.จว.นครนายก เป็น ผบก.ภ.จว.สระบุรี พล.ต.ต.บุญมี สมุสุข ผบก.ปทส. เป็น ผบก.ภ.จว.นครนายก พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบก.สส. เป็น ผบก.ปทส. พล.ต.ต.ประยุทธ ชวนะวงศ์ ผบก.ประจำ จเรตำรวจ เป็น ผบก.สส. พล.ต.ต.สมบัติ ศุภชีวะ ผบก.อก.บช.ส. เป็น ผบก.ประจำ สนง.จเรตำรวจ พล.ต.ต.พิชิตพล แจ่มโสภณ ผบก.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง เป็น ผบก.อก.บช.ส. พล.ต.ต.หญิง จิรารักษ์ สิทธิพันธุ์ ผบก.งป. เป็น ผบก.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศกลาง

พล.ต.ต.เสมา สถีระนาวิน ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. เป็น ผบก.งป. พล.ต.ต.สมุทร เลิศทวีสินธุ์ ผบก.พธ. เป็น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ภูวดล วุฑฒกนก ผบก.ภ.จว.กระบี่ เป็น ผบก.พธ. พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ทล. เป็น ผบก.ภ.จว.กระบี่ พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผช.ผบ.ตร. เป็น รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. เป็น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. เป็น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร.

พล.ต.ต.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบช.ภ.9 เป็น ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผบก.อก.ภ.8 เป็น รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต เป็น ผบก.อก.ภ.8 พล.ต.ต.อภิรักษ์ หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.ระนอง เป็น ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พล.ต.ต.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ผบก.อก.ภ.9 เป็น ผบก.ภ.จว.ระนอง

โปรดเกล้าฯ 'พล.ต.อ.เพรียวพันธ์' เป็นรองผบ.ตร.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไปบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ดังนี้

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ด้านความมั่นคง ไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2551 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

โปรดเกล้าฯ 'พัชรวาท' ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

มีพระบรมราชโอการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และแต่ตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาต ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2551

ประกาศ ณ วันที่ 2 มิ.ย. พ.ศ.2551
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวที่สำนักงานกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า ขอบคุณสื่อมวลชนและยอมรับว่า ได้รับการโปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.แล้ว

สืบเนื่องมากจาก เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เซ็นคำสั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ไปช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยให้ พล.ต.อ.พัชรวาท มาเป็นรักษาการ ผบ.ตร.แทน และภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่ทำเนียบรัฐบาลเสร็จสิ้นว่า ที่ประชุม ก.ต.ช.ซึ่งมี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม มีมติเป็นเอกฉันท์ แต่งตั้ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการ ผบ.ตร.เป็นผบ.ตร.คนใหม่ แทนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยจะขึ้นดำรงตำแหน่งได้เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากตำแหน่ง

ต่อมา เมื่อ วันที่ 23 พฤษาภาคม 2551 นายสมัครได้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ พร้อมได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ข้าราชการตำรวจพ้นจากตำแหน่ง โดยสาระสำคัญระบุว่า

ด้วยสำนักนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 73/2551 ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ข้าราชการตำรวจตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากราชการไว้ก่อนตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบนำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่งให้ออกจากตำแหน่ง และได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งต่อไปแล้ว

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551 ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2551 นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

สำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ถูกนายสมัครมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง โดยให้นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด เป็นประธานสอบสวน กรณีถูกกล่าวหากรณีเช่ารถบรรทุกและรถตู้โดยสาร ซึ่งใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 9.8 พันล้านบาท ส่อไปในทางมิชอบ 2.กรณีถูกกล่าวหาใช้ถ้อยคำมิบังควร ''ควายหรือเปล่า'' ในการขอให้งดแข่งขันกีฬาภายใน ตร.และกรณีออกคำสั่งแต่งตั้งนายตำรวจระดับ พ.ต.อ.ตำแหน่ง ผกก.ฝ่ายปฏิบัติการที่ 1-10 ในสังกัดกองบัญชาการการตำรวจสอบสวนกลาง โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และล่าสุดกรณีถูกกล่าวหามีการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกอันไม่เหมาะสมและมิบังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์หลายเรื่อง

ส่วนประวัติของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ นั้น เกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2492 ปัจจุบัน อายุ 59 ปี เป็นน้องชายสายเลือดเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับคณะมนตรีความมั่งคงแห่งชาติเกือบทั้งคณะ

ประวัติ การรับราชการ
รอง สว. กองกำกับการสนับสุนนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
รอง สว. กองทะเบียน แล้วย้ายมาดูงานกำลังพลที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.)
สว. ธุรการ กองกำกับการกำลังพล กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการสอบสวนกลาง
ผกก.5 และ ผกก. 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง
ผู้บังคับการกองพลาธิการ กรมตำรวจ
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3
ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ทนท.ประสานงานกระทรวงมหาดไทย)
ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

จนกระทั่ง วันที่ 2 มิถุนายน นี้ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ


นพดลแจงคนไทยในอังกฤษไม่ต้องห่วงการเมืองไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แจงเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปและชาวไทยในสหราชอาณาจักรไม่ต้องห่วงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย

การเดินทางเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ของนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 1-10 มิ.ย.2551 เพื่อกระชับความสัมพันธ์หลังจากมีการระงับไปตั้งแต่มีการปฏิรูปการปกครองเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรเป็นประเทศแรก โดยนายนพดล และคณะได้เดินทางมาที่วัดไทยพุทธปทีป ณ.กรุงลอนดอน เพื่อกราบนมัสการพระราชภาวนาวิมล เจ้าอาวาสฯ เมื่อเวลา 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมเข้าเยี่ยมชมโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่วัดจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความรู้กับบุตร หลานของชาวไทยตั้งแต่ชั้นอนุบาล
ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เกิดในสหราชอาณาจักร และชาวต่างประเทศที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยมีการสอนให้อ่านและเขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง จากนั้น นายนพดล พร้อมด้วยนายกิตติ วะสีนนท์ เอกอัครราชฑูต ณ.กรุงลอนลอนได้เข้าหารือและพบปะกับเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป และในสหราชอาณาจักรประมาณ 30 คน นำโดยนางชุมศรี อาร์โนลด์ ประธานชมรมฯ ในโอกาสที่ได้มีการจัดประชุมเครือข่ายหญิงไทยซึ่งจัดการประชุมขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้มาจัดที่ กรุงลอนดอน สหรราชอาณาจักร

อย่างไรก็ตาม นายนพดล ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า อยากบอกไปถึงชาวต่างชาติว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแล้ว เราอยากเห็นความปรองดองของชาติ ซึ่งประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ แต่ก็ยังมีกลุ่มพันธมิตร 5 คน ที่ออกมาชุมนุมเคลื่อนขบวนเข้าล้อมทำเนียบรัฐบาล แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อคเอาไว้ จึงยึดถนนราชดำเนิน ซึ่งพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร อ้างว่าที่ต้องปิดถนนราชดำเนินเพราะถูกเจ้าหน้าที่ล็อคเอาไว้ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีเองก็บอกว่าอยากให้ไปชุมนุมที่อื่น ไม่ได้ต้องการสลายการชุมนุม เพราะขนาดเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังต้องเสด็จเลี่ยงเส้นทางไปใช้เส้นทางอื่น ดังนั้นผู้ชุมนุมอยากจะชุมนุมก็ไม่ว่าแต่ขอให้ไปชุมนุมที่อื่น เพราะไม่อยากให้ขวางเส้นทางจราจร เนื่องจากขณะนี้มีหลายประเทศกำลังลังเลที่จะเข้ามาลงทุนในไทย

นายนพดล ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้รัฐบาลกำลังจะทำประชามติ หากประชาชนต้องการให้แก้ก็จะแก้ไข แต่หากไม่ต้องการก็จะไม่แก้ไข อีกทั้งพ,ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พบกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีแล้ว ในงานศพของมารดาผบ.ทบ. ซึ่งทำให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมีความเข้าใจกันมากขึ้น อีกทั้งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แม้จะอายุถึง 72 ปีแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรง ทำกับข้าวกินเอง ไปจ่ายตลาดที่อตก.เหมือนเดิม เป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ ดังนั้นท่านไม่ต้องเป็นห่วง บ้านเมืองเราไม่มีปัญหา ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานส่งเงินกลับประเทศ และขอให้มั่นใจว่าพวกเราจะดูแลบ้านเมืองอย่างดีให้มีความสงบเรียบร้อย

นายนพดล ยังกล่าวด้วยว่า การเดินทางมาเยือนกลุ่มประเทศยุโรปครั้งนี้ เพื่อต้องการสื่อให้คนไทยนำไปบอกคนต่างประเทศว่า ปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลไทยไม่มีความรุนแรง ยังหาความปรองดองได้ เพื่อที่จะเรียกความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยรัฐบาลเคารพความเห็นที่แตกต่าง แต่ต้องแยกความเห็นต่างทางด้านการเมืองออกจากเสถียรภาพการเมือง ถ้าการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบปราศจากอาวุธจะชุมนุมอีก 10 ปี ก็ไม่เป็นไร แต่กลับมีการปิดถนนประท้วงซึ่งการที่บอกว่ารักประชาธิปไตยก็ต้องปฏิบัติให้เป็นประชาธิปไตยด้วย

ทั้งนี้จากการสอบถามความเห็นของเครือข่ายหญิงไทยที่เข้าพบปะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพบว่าส่วนใหญ่แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองไทย โดยนางจันทร พันธา เจ้าของร้านอาหารอีสานเขียวลอนดอน ประเทศอังกฤษ ระบุว่า ในฐานะคนไทยคนหนึ่งรู้สึกเป็นห่วงประเทศชาติ และสงสารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงอยากให้ทุกฝ่ายยุติความขัดแย้ง และอยากให้มีความสามัคคีกัน อย่าทำร้ายประเทศ

ด้านนายอดิศร พิมมาตร คนไทยที่มาทำงานในสหราชอาณาจักร ระบุว่า ควรเปิดให้รัฐบาลทำงานก่อน เพราะขณะนี้ประเทศถอยหลังไปมากแล้ว ขนาดประเทศเวียดนามก็จะแซงเราไปแล้ว จึงอยากใหคนไทยช่วยกันประคับประคองเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้ โดยพร้อมที่จะเอาใจช่วย



กต.เตรียมเปิดสมาคมราชไมตรีดูแลคนไทยในยุโรป

กระทรวงการต่างประเทศเตรียมเปิดสมาคมราชไมตรีในเยอรมัน เพื่อส่งเสริมการทำงานของคนไทยในสหภาพยุโรป ไม่ให้ถูกหลอกเข้ามาทำงาน

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการพบปะกับเครือข่ายหญิงไทยในยุโรปและสหราชอาณาจักรว่าที่ผ่านมาหญิงไทยในต่างแดน โดยเฉพาะที่อังกฤษถูกหลอกมาค้าบริการ ซึ่งมีการจับได้กว่า 30 คน โดยส่วนหนึ่งได้มีการส่งกลับประเทศไทย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาล ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงเตรียมเปิดสมาคมราชไมตรีแห่งแรกที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เพื่อส่งเสริมการทำงานของหญิงไทยในต่างแดน ทั้งในเรื่องปัญหาด้านวัฒนธรรม ข้อกฎหมาย ปัญหาครอบครัว การช่วยให้คนไทยอยู่ในต่างประเทศอย่างมีความสุข และจะส่งเสริมให้ลูกหลานของคนไทยที่อยู่ในต่างแดน ได้มีโอกาสเรียนรู้ภาษาไทยด้วย นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ ยังจะเตรียมเปิดศูนย์ประชาไมตรี ที่ย่านสะพานควาย ในกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความรู้รอบด้านกับผู้ที่จะเดินทางมาทำงานในต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคนไทยถูกหลอกอีกต่อไปด้วย

สภาตั้งกมธ.ยุติความขัดแย้ง พันธมิตรฯเหิมคิดตั้งเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า การหารือระหว่างนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา กับฝ่ายการเมือง เกี่ยวกับการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ซึ่งมีการหารือถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ด้วย ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า ผลการหารือที่ประชุมเห็นชอบตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ ประกอบด้วย ผู้แทนจากพรรคการเมืองและบุคคลภายนอก เพื่อให้สภามีบทบาทยุติความขัดแย้งทางการเมือง

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้ชุมนุมตื่นมาทำความสะอาดสถานที่ ขณะที่บนเวทียังคงมีการสลับปรับเปลี่ยนขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หนึ่งใน 5 แกนนำพันธมิตรฯ ปราศรัยว่า กำลังจะมีการตั้งเวทีใหม่ ซึ่งเป็นเวทีถาวร และเตรียมเปลี่ยนจากการชุมนุมให้เป็นเมืองพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ขึ้นกับรัฐบาล และอยู่กันด้วยจิตประชาธิปไตย ที่เสมอภาค และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เมืองแห่งนี้จะไม่มีนักการเมืองที่เอาแต่ทุจริต หลังจากนั้นได้มีการเปิดเวที จัดรายการเล่าสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นรอบวันที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการชุมนุม และกระแสข่าวการสลายการชุมนุม

ขณะเดียวกันวันนี้ถือเป็นวันเปิดเรียนวันแรก หลังจากปิดชั่วคราวในวันศุกร์ของโรงเรียนวัดโสมนัดวรวิหาร และโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริยาราม นักเรียนต่างทยอยเดินทางมาเรียนหนังสือโดยใช้เส้นทางผ่านหลังเวทีกลุ่มพันธมิตรฯ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์

นางเนตรนภา ดาวเรือง ผู้ปกครองนักเรียน ยอมรับว่าการเดินทางค่อนข้างลำบาก แต่ก็ต้องยอมรับหากทำเพื่อคนส่วนใหญ่ แม้จะไม่สะดวกบ้าง และเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุดควรย้ายการชุมนุมไปอยู่ที่ที่เหมาะสม ไม่รบกวนหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ไม่เห็นด้วยหากจะมีการใช้กำลังสลายการชุมนุม

ส่วนการรักษาความปลอดภัย ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ตลอดแนว ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด

ที่ประชุมร่วมวิป-ประธานสภา เห็นพ้องตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขร่าง รธน.

กรุงเทพฯ 2 มิ.ย. - ที่ประชุมร่วมระหว่างวิปรัฐบาล และฝ่ายค้าน กับประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นพ้องให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 60 คน ศึกษาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ

การหารือใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ จะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดรูปแบบเบื้องต้นไว้ 60 คน จะมีทั้ง ส.ส. และ บุคคลภายนอกเข้าร่วม ขณะเดียวกันจะตั้งคณะกรรมาธิการสามัญให้เสร็จในสมัยประชุมนี้ รวมทั้งจะผลักดันกฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เสร็จในวาระเดียวกัน

นายวิทยา บุรณศิริ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า จะนำผลการหารือในวันนี้ไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง รวมทั้งพรรคพลังประชาชน ส่วนการถอนญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญของ ส.ส. ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ทำได้ตามกฎหมาย

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงผลการหารือในวันนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่สภาจะมีบทบาทในการทำหน้าที่นิติบัญญัติอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมือง โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-02 13:16:45