WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 8, 2008

ผู้ใหญ่ทำลายชาติ



ภาษาจีนว่าไว้..

แก ฮั่ว บ่วง สื่อ เช้ง แก หลวง บ่วง สื่อ เก๊ง
แปลว่า..
บ้านใดมีความสามัคคี ทำการใดก็ประสบผล
บ้านใดแตกแยกวุ่นวาย ทำการใดก็อับจน
แก อู่ เจ็ก ซิม อู่ จี้ โบย กิม แก อู่ หน่อ ซิม บ่อ จี้ โบย จำ
แปลว่า
บ้านใดน้ำหนึ่งใจเดียว บ้านนั้นมีเงินซื้อทอง
บ้านใดใจแตกเป็นสอง ซื้อเข็มสักเล่มก็หมดปัญญา
กับผลึกแห่งภูมิปัญญา ที่ สุภาณี ปิยพสุนทรา..แปลมาจากภาษา
แต้จิ๋ว..คงจะอธิบายแทนได้ ทำไมประเทศไทยของเราๆ ท่านๆ วันนี้..ถึงแร้นแค้นยากจน..

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว..รัฐบาลไทยรักไทย..นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่า..เราคนไทยจะปลูกพืชน้ำมันขึ้นมาใช้ และพร้อมจะส่งออกไปขาย..
ถ้าวันนั้น..พืชพันธุ์ธัญญาหารของไทย..กลายเป็นพืชเชื้อเพลิงโดยพร้อมเพรียงกัน..เราก็จะมีน้ำมันราคาถูกไว้ใช้..ไม่ต้องมาจ่ายค่าน้ำมันลิตรละ 40 บาท อย่างวันนี้..วันที่ ทักษิณ ชินวัตร กับคณะรัฐมนตรีของเขาประกาศ..ราคาน้ำมันยังไม่ถึงลิตรละ 25 บาท..บ้านแตกแยกใจแตกเป็นสอง..ยังปรากฏตัวอยู่จนถึงวันนี้..และมีทีท่าว่าจะพัฒนาต่อไปไร้วันจบสิ้น..ขื่นแปที่ร่างที่เขียนกันไว้..ใครจะเถ่มใส่ถุยใส่อย่างไรก็ได้..จอดรถข้างถนนผิดกฎหมาย..แต่ปิดถนนทั้งสายกลายเป็นเรื่องสรรเสริญยินดี

2 คนวิวาทชกต่อย..เป็นเรื่องวิวาทผิดกฎหมาย..แต่คน 2 ฝ่ายไล่ฆ่ากันบนท้องถนนต่อหน้าสายตาตำรวจนับพัน กลับอิสระเหมือนไม่มีอะไรประเทศไทยของเราเดินมาไกลแล้วจนไร้ทางกลับ..เรากำลังจะลืมกันไปแล้วว่า..ความสงบและสันติสุขคืออะไร..ทั้งๆ ที่รู้ว่าสงครามกลางเมืองยืนอยู่ข้างหน้า แต่เราก็เดินเข้าไปหาอย่างไร้หนทางป้องกันเราด่าทอว่าประชาธิปไตยเป็นเผด็จการ แล้วก็ไปเชื่อกันว่าเผด็จการคือประชาธิปไตย..เรากำลังจะเอากงจักรมาบูชาพระ..แล้วเอาดอกบัวไปทิ้งถังขยะผู้ใหญ่ทั้งสิ้นบนแผ่นดินวันนี้..คือ ตัวอย่างที่เลวของลูกหลานไทยเบื้องหน้า หากว่าชาติยังอยู่

พญาไม้


นายกฯ เผย "นายมิ่งขวัญ" ติดภารกิจที่ต่างประเทศ จึงไม่ได้เชิญร่วมประชุมแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือก


นายกรัฐมนตรี แจง การแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกเป็นเหตุฉุกเฉิน พร้อมระบุการที่ไม่ได้เชิญ "นายมิ่งขวัญ" เข้าร่วมประชุมด้วยเนื่องจากติดภารกิจที่ต่างประเทศ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส. เข้ามารับหน้าที่ดูแลเรื่องการรับจำนำข้าวแทนกระทรวงพาณิชย์ ว่า สาเหตุที่ไม่ได้เชิญ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน เพราะชาวนามีการเรียกร้องเข้ามามากว่าราคาข้าวเปลือกตกต่ำ จากที่เคยขายข้าวเปลือกได้ราคา 14,000 บาทต่อเกวียน แต่เหลือเพียง 9,000 บาทต่อเกวียน ประกอบกับในเวลานั้น นายมิ่งขวัญ ติดภารกิจที่ต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งตัดสินใจแก้ปัญหาโดยด่วน โดยให้ ธกส. ซึ่งเป็นผู้ใกล้ชิดเกษตรกรเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นายกฯ เผย ทำงานครบ 4 เดือนมีผลงาน พร้อมระบุ การแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ต้องเป็นหน้าที่ของ ครม.ในรัฐบาลปัจจุบัน


นายกรัฐมนตรี เผย ทำงานครบ 4 เดือนมีผลงาน พร้อมระบุการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต้องเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประสานสมัคร" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที ถึงกรณีที่มีโหรทำนายว่า รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้เพียง 3 เดือน แต่เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ทำงานมาแล้ว 4 เดือน ซึ่งโหรคนดังกล่าวก็มาเปลี่ยนคำทำนายว่าจะอยู่ได้แค่ 1 ปี และหากรัฐบาลอยู่ครบ 1 ปีก็จะรอดูอีกครั้งว่าโหรคนดังกล่าวจะออกมาพูดว่าอย่างไร ส่วนการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก็มีความคืบหน้าตามขั้นตอน ส่วนที่มีคนแนะให้นำอดีต 4 นายกรัฐมนตรี มานั่งพูดคุยหารือเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การเมืองขณะนี้นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เมื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันย่อมเป็นคนตัดสินใจในการแก้ปัญหา โดยยืนยันว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ทำงานกันเป็นทีมในฐานะคณะรัฐมนตรี และพิจารณากันอย่างเหมาะสมตามความรับผิดชอบ
ส่วนการแก้ไขปัญหาขณะนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง อาทิ โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน พัฒนาชลประทานทั้งระบบ การศึกษา และสาธารณสุข


นายกรัฐมนตรียืนยันเดินหน้าโครงการขนส่งมวลชน


กรุงเทพฯ 8 มิ.ย. - นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ถึงโครงการขนส่งมวลชนในใจกลางมหานครและเมืองบริวาร หรือเมกะโปรเจกต์ว่า จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะปัจจุบันเรามีระบบขนส่งมวลชนเล็กๆ เพียงแค่ในเมือง จึงจำเป็นต้องมีระบบขนส่งมวลชนจากนอกเมืองเข้ามาในเมือง และควรทำด้านนอกบริเวณชานเมืองก่อน เพราะสามารถทำได้ง่ายและเร็ว แต่เรากลับทำข้างในเมืองก่อน ดังนั้น หากตนนั่งบริหารงานถึง 4 ปี โครงการดังกล่าวจะเกิดขึ้นแน่นอน เพื่อให้การใช้รถยนต์ส่วนตัวน้อยลง โรงงานต่าง ๆ ที่แออัดในเมืองกว่า 30,000 แห่งจะกระจายไปอยู่รอบนอก สลัมที่อยู่ในเมืองก็สามารถย้ายออกไปได้ นำพื้นที่มาทำสวนสาธารณะ หรือกรีนสปอต ซึ่งตอนนี้ตนเริ่มลงมือทำโครงการแล้ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาการขนส่งทางรถไฟด้วย โดยมีนักลงทุนพร้อมที่จะทำเรื่องนี้ และจะทำพร้อมกันทั้ง 2 โครงการ. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-08 12:22:30


สมัคร เดินหน้าใช้ 4 แสนล้านพัฒนาแหล่งน้ำในอีสาน


กรุงเทพฯ 8 มิ.ย.- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าใช้งบประมาณในการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยปีแรกจะใช้งบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาทเพื่อขุดลอกคู คลอง หนอง บึง และระบบชลประทาน เพื่อให้สามารถเก็บน้ำฝนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังจะใช้ประมาณอีก 4 แสนล้านบาทในการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคอีสาน เพราะเป็นภาคที่ปลูกข้าวเปลือกได้ถึง 10 ล้านตัน แต่ปลูกได้หนเดียว ดังนั้น จะทำให้ภาคอีสานปลูกข้าวได้ 2 หน โดยจะไม่ผันน้ำมาจากแม่น้ำโขง แต่จะผันจากแม่น้ำเลยลงอุโมงค์และมาลงที่เขื่อนอุบลรัตน์ สำหรับแม่น้ำเลยจะมีการตกแต่งความลึกให้แม่น้ำโขงไหลเข้ามา ตอนนี้ตกลงในหลักการแล้วและสามารถทำได้แน่นอน นอกจากนี้ ยังจะมีสร้างฝายกั้นแม่น้ำโขงอีก 2–3 แห่ง รวมทั้งจะนำแม่น้ำงึมของลาวลอดอุโมงค์ใต้แม่น้ำโขงมาใช้ในฝั่งไทยด้วย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-08 12:19:37


พุทธศาสนิกชนชาวไทย พร้อมใจกันสวดมนต์เพื่อให้เกิดความสามัคคี

8 มิ.ย. - พุทธศาสนิกชนชาวไทย พร้อมใจกันสวดพระปริตรอธิษฐานจิต เพื่อขอให้แผ่นดินร่มเย็น เกิดความสามัคคี

โดยมีพระอาจารย์อารยะวังโส ฝ่ายวิปัสนาสายอรัญวาสี ธรรมยุตนิกาย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพุทธศาสนิกชนชาวไทยสวมชุดขาวจำนวน 200 คน ร่วมสวดพระปริตรอธิษฐานจิต เพื่อแผ่นดินร่มเย็น ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ส่วนที่วัดราชาธิวาสวิหาร พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย นำพุทธศาสนิกชนกว่า 100 คน สวดพระพุทธมนต์สาราณียธัมมสูตร มีใจความเกี่ยวกับการระลึกถึงกันและกันด้วยความเมตตา ทั้งกายกรรม ,วจีกรรม , มโนกรรม ไม่มีการโกรธหรืออาฆาต ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้สังคมมีความปรารถนาดีต่อกัน ยึดสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นตัวประสานให้สังคมเกิดความสามัคคี

ที่จังหวัดขอนแก่น ได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสามเณรกว่า 2 พันรูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอุทิศพระกุศลถวายแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ท่ามกลางชาวขอนแก่นร่วมงานนับหมื่นคน ทั้งนี้ จะนำเครื่องอุปโภค บริโภคบางส่วน ถวายเป็นกำลังใจแด่พระสงฆ์ 266 วัด ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพระสงฆ์ที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีสในประเทศพม่า.

ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-06-08 12:14:51



สมัครปัดข้อเสนอดึง 4 อดีตนายกฯแก้ม๊อบพันธมาร


“สมัคร” เย้ย โหรทายผิด ลั่นทำงานเกิน 3 เดือนแล้ว ปัดข้อเสนอ ดึง 4 อดีตนายกฯ หารือแก้วิกฤติบ้านเมือง ระบุแก้ไขอะไรไมได้ ยืนยัน 4 เดือนมีผลงานมาก เหน็บศาลปกครองกลาง ที่คุ้มครองชั่วคราวเอเอสทีวี.กว่า 2 ปี แล้ว

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ว่า เมื่อศุกร์ที่ 6 มิถุนายน รัฐบาลทำงานดูแลบ้านเมืองมาครบ 4 เดือน โหรที่เคยทำนายไว้ว่า รัฐบาลนี้อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน ไม่เกินปลายเดือนพฤษภาคม แปลว่า โหรทายผิด เวลานี้เปลี่ยนคำทำนายว่า อยู่ได้ปีก็เก่งแล้ว หากอยู่ครบปี ตนจะถามโหรว่า จะทำนายอย่างไรต่อไปอีก

“ใครที่ชอบดูหนังสงครามโลก มีหนังสือชื่อ D-Day the Sixth of June แปลว่าวันยกพลขึ้นบก อันนั้นวันเดียว แต่ผม 4 เดือน ใจจริงอยากพิมพ์ให้ดูว่า วันหนึ่งๆทำอะไร นสพ.คงไม่ยอมให้ใช้เนื้อที่ โทรทัศน์นำมาออกก็เกินเหตุ ลองนับดูวันทำงานเยอะ งานที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีทำ ไม่ใช่งานแบกหาม แต่เป็นงานด้านนโยบาย หยิบจับไม่ได้ วันๆ อยู่แต่ในที่ประชุม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นอกจากนี้ นายสมัคร ยังแสดงความไม่เห็นด้วยต่อข้อเสนอของ น.พ.ประเวศ วะสี ที่อเสนอให้ 4 อดีตนายกรัฐมนตรี มานั่งพูดคุยหารือเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์การเมืองขณะนี้นั้น เห็นว่า ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ เมื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันย่อมเป็นคนตัดสินใจในการแก้ปัญหา โดยยืนยันว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ทำงานกันเป็นทีมในฐานะคณะรัฐมนตรี และพิจารณากันอย่างเหมาะสมตามความรับผิดชอบ

"รัฐบาลไม่ได้ทำงานด้วยคนๆ เดียว ทำงานเป็นทีม ครม.มี 35 คน บางอย่างผมต้องคิดคนเดียว แต่ครม.ทำคนเดียวไม่ได้ ย้ำว่าไม่ได้นั่งคุดคู้ ทำอะไรไม่เป็น ทำอะไรไม่ได้ ทำงานตัวเป็นเกลียว ไปมาแล้ว 8 ประเทศ " นายสมัคร กล่าว

นายสมัคร กล่าวว่า ทั้งนี้ ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา ตนจะต้องเดินสายนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมตลอดสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายจะผลักดันโครงการขนาดยักษ์ให้แล้วภายใน 4 ปี เช่นโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ โดยตนจะใช้ประสบการณ์ที่ผ่านการดูงานเมืองใหญ่ทั่วโลกมาพัฒนาโครงการรถไฟรางคู่ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับประเทศลาวกับแหลมฉบังเพื่อขนส่งสินค้า โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคอีสาน โครงการการศึกษาและสาธารณสุขเหล่านี้ ซึ่งล้วนแต่ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว โดยมีนักลงทุนชาวต่างชาติยินดีเข้ามาดำเนินการ

ในช่วงสุดท้ายนายสมัคร กล่าวตอบจดหมายจากประชาชนผ่านรายการ "สนทนาประสาสมัคร" จำนวนหลายฉบับที่เขียนเข้ามาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยว่า เป็นเรื่องที่ตนไม่อยากจะเอ่ยถึงเกรงว่า จะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตขึ้นมาอีก ขนาดตอนที่ตนออกมาขอร้องให้กลุ่มดังกล่าวอยู่ในที่ๆ จำกัด ก็ยังมีหลายคนออกมาตีความไปต่างๆนานาจนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่ความจริงแล้วตนยังไม่ได้พูดอะไรเลย

นายสมัคร กล่าวว่า ส่วนการขอร้องให้จัดการกับสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ที่ปลุกระดม ว่ากล่าวรัฐบาลสาดเสียเทเสีย แต่ยังมีการปล่อยให้ออกอากาศอยู่ได้นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ศาลปกครองกลางให้ความคุ้มครอง เอเอสทีวีอยู่ จึงไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ แม้ว่ารัฐบาลจะถูกโจมตีอย่างหนักตาม โดยแสดงให้เห็นว่า พันธมิตรฯ ได้รับการยกย่อง แต่กลับเป็นรัฐบาลเสียอีกที่ไม่ได้รับการยกย่อง



นศ.ภาคอีสาน จี้พันธมิตรฯ หยุดชุมนุมหวั่นเกิดปฏิวัติซ้ำ

สนนอ.เครือข่ายนิสิตนักศึกษาภาคอีสาน ออกแถลงการณ์ ให้พันธมิตรฯ สลายการชุมนุม อันเนื่องจากหวั่นเกรงจะเป็นเงื่อนไขในการการเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร พร้อมกับจี้ให้ สุริยะใส ยุติบทบาทใน ครป.โดยด่วน และ ยุบ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เพราะทำลายหลักการประชาธิปไตย

ศูนย์ประสานงานสหพันธ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ในนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสานฉบับที่ 1 / 2551 เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยุติการชุมนุมเนื่องจากเป็นการสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ การทำรัฐประหาร

โดยระบุในแถลงการณ์เรื่อง“พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยหยุดนำพาสังคมก้าวไปสู่ห้วงเหว" ระบุว่า สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสานหรือสนนอ. ไม่เห็นด้วยกับทุกเครือข่ายที่เสนอให้หยุดความรุนแรงโดยเอามวลชนไปเคลื่อนไหวกับพันธมิตรฯ เพราะนอกจากจะไม่แก้ปัญหาแล้วยังเป็นการสุมไฟเพื่อให้เกิดความรุนแรงอันจะนำไปสู่วิกฤตประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงที่สุด จึงขอประกาศหยุดความรุนแรง

"เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป้าหมายที่แท้จริงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวในรอบที่ 2 นี้ คือการล้มรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งระบุว่า เมื่อกลุ่มพันธมิตรบรรลุข้อเรียกร้องแล้วก็ควรจะถอยเพื่อลดความรุนแรงการเมืองลง และปัญหาเศรษฐกิจ แต่กลุ่มพันธมิตรกลับกลับใช้ข้ออ้างที่ไม่มีเนื้อหาสาระในการชุมนุมต่อ คือ การอ้างถึงคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ว่าจะสลายการชุมนุมม็อบพันธมิตรฯ

แม้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีมหาดไทย แก้ข่าวแล้วว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุมในวันเดียวกัน แต่กลุ่มพันธมิตรฯยังดื้อดึงประกาศชุมนุมต่อไปอีกด้วยการเสนอยุทธศาสตร์ดาวกระจาย โดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในระดับปัจเจกบุคคล" แถลงการณ์ระบุ

พร้อมกันนี้ได้สนับสนุนข้อเสนอของ สนนท.ให้ยุบ ครป. ที่เป็นองค์กรสมาชิกของพันธมิตร และให้นายสุริยะใส กตะศิลา ลาออกจากเลขาธิการ ซึ่งการกระทำไม่สอดคล้องกับชื่อ ทำให้หลักการประชาธิปไตยบิดเบือน และขอประณามองค์กรภาคประชาชนพวกที่อ้างว่าเป็น NGO ในภาคอีสาน ที่เข้าร่วมและสนับสนุนพันธมิตรฯ ให้ทบทวนจุดยืนของตัวเอง อย่าอ้างว่าทำเพื่อประชาชน เพราะประชาชนไม่ได้อะไร

ทั้งนี้หากมีการรัฐประหารก็ขอให้รวมพลังกันลุกขึ้นมาต่อต้าน เพื่อปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตย อย่าให้พันธมิตรมาชี้นำ หลักประชาธิปไตยแบบเผด็จการในสังคมไทย



สมชาย หวัง ฟุตบอลยูโรผ่อนคลายการเมือง


รัฐบาลยืนยันไม่เกี่ยวการชุมนุมกลุ่มต้านพันธมิตรฯที่ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมหวังกระแสฟุตบอลยูโร จะช่วยผ่อนคลายกระแสการเมือง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงการที่กลุ่มพันธมิตรฯปรับรูปแบบการชุมนุมแบบดาวกระจายว่า

รัฐบาลไม่มีความกดันใดๆเพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อประชาชนมอบหมายให้ทำหน้าที่ก็จะมุ่งมั่นทำหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง แต่ขอร้องว่าอย่าผิดกฎหมายและทำให้ประชาชนเดือดร้อน รวมทั้งควรเคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่นด้วย ส่วนที่มีการจัดเวทีต้านการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่นั้น รัฐบาลยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ ว่า ไม่ได้สนับสนุน หรือเกี่ยวข้องที่จะให้เกิดเหตุรุนแรง

เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกันแต่ความคิดของคนนั้นจะแทรกแซงไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงว่าการชุมนุมครั้งนี้จะช่วยรัฐบาลนั้นมันเป็นไปไม่ได้-นายสมชายยังด้วยว่าการที่มีฟุตบอลยูโรในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้คนกลับไปดูมันจะผ่อนคลายและรีแลกซ์ดี บ้านเมืองนั้นควรคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนให้มาก และรัฐบาลก็ไม่มีปัญหาเลย หากทำไม่ดีประชาชนก็ไม่เอาไว้


“เลี้ยบ” เต้นสาวลึกกองทุนฟื้นฟูฯ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานข้อมูลย้อนหลังเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานต่างๆของธนาคารไทยธนาคารแล้ว ส่วนกระแสข่าวที่ว่าจะตั้งกรรมการสอบผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้นยังไม่ทราบ และขอเวลาตรวจสอบในรายละเอียดก่อนโดยจะขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ธปท.เพราะข้อมูลที่ได้รับมาเป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งเท่านั้น และข้อมูลที่ได้ก็ไม่ได้มาจาก ธปท.จะต้องสืบค้นและหาข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ เท่าที่ดูข้อมูลเบื้องต้นธนาคารไม่ได้มีปัญหาถึงขนาดที่ต้องล้ม ผมได้ฟังเพียงข้อมูลเบื้องต้นจะต้องขอข้อมูลรายละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเท่าที่ได้รับรายงานยังไม่มีการสรุปว่าใครผิดหรือถูก และก็ไม่ได้ไปไกลถึงขนาดเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร หรือผู้ว่าการแบงก์ ชาติ ข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ได้มาจากผม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การรับฟังข้อมูลการดำเนินงานของไทยธนาคารแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีการรับรู้ข้อมูลหรือปัญหาของธนาคารแล้ว นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องของไทยธนาคารนั้นเป็นปัญหาที่สืบเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งก็เป็นที่รู้กันทั่วไปซึ่งนายกรัฐมนตรีเองก็คงรับรู้ข้อมูลในภาพรวมเช่นเดียวกัน ส่วนสถานการณ์ของธนาคารนั้นคงไม่ถึงกับต้องล้มลงอย่างแน่นอน เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องเข้าไปดูข้อเท็จจริง

แฉกองทุนฟื้นฟูฯสูญทันที 2 พันล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องหลังความพยายามของกองทุนฟื้นฟูฯในการขายหุ้นที่ถืออยู่ในไทยธนาคารออกไปล่าสุดนั้น ก็เพื่อปกปิดและปัดความรับผิดชอบของผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูฯที่ปกปิดข้อมูลในช่วงการเพิ่มทุนไทยธนาคารก่อนหน้านี้ เพราะมีการนำเงินกองทุนเข้าไปเพิ่มทุนด้วยทั้งที่รู้สถานะแบงก์ดีว่าจะต้องมีการลดทุนเพื่อล้างขาดทุนสะสมก่อน จนทำให้กองทุนฟื้นฟูฯประสบกับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 2,200 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในช่วงสิ้นปี 2549 ไทยธนาคารมีการขาดทุนสะสมอยู่ถึง 8,524 ล้านบาท และมีแนวโน้มว่าอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงจะลดต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด จำเป็นต้องเพิ่มทุน กองทุนฟื้นฟูฯจึงกำหนดแผนแก้ไขสถานะของธนาคาร โดยให้มีการลดทุนจดทะเบียนเพื่อล้างขาดทุนสะสมให้หมดก่อน จึงจะเพิ่มทุนใหม่เข้าไปและมีการเจรจาดึงกองทุนทีพีจี นิวบริดจ์เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนฝ่ายเดียว 3,030 ล้าน เป็น 16,860 ล้าน จากนั้นจะลดทุน 8,517 ล้านบาท เพื่อล้างขาดทุนสะสมให้หมด ก่อนจะเพิ่มทุนครั้งที่ 2 โดยขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมแบบ right offering เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในการเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ในเดือน ม.ค. 51 ซึ่งกำหนดขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 4,145 ล้านบาทนั้น กองทุนฟื้นฟูฯได้ใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนด้วย 1,363 ล้านบาท และยังได้ร่วมกองทุนนิวบริดจ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนแทนผู้ถือหุ้นเดิมที่ปฏิเสธซื้อหุ้นเพิ่มทุนด้วย 1,934 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ 852 ล้านบาท รวมเม็ดเงินที่กองทุนฟื้นฟูฯใส่เข้าไปในช่วงปี 2550-51 จำนวน 2,215 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดน่าจะเพียงพอต่อการประคับประคองฐานะของแบงก์

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าเงินเพิ่มทุนที่ลงไปดังกล่าวกลับหายวับไปทั้งหมด เนื่องจากแบงก์ประสบปัญหาขาดทุนใหม่ขึ้นมา 3,795 ล้านในสิ้นไตรมาส 4 ของปี 50 และเพิ่มเป็น 9,800 ล้าน ในสิ้นไตรมาสแรกของปี 51 จากการลงทุนตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ต่างประเทศหนุนหลัง (ซีดีโอ) กว่า 13,000 ล้านบาท และเกิดวิกฤติซับไพร์ม

แฉรู้เต็มอกใส่เงินลงไปต้องสูญ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.51 ในราคาหุ้นละ 1.36 บาท และ 1.38 บาท ในวันที่ 29 ม.ค.51 นั้น ผู้บริหาร ธปท.และกองทุนฟื้นฟูฯต่างก็ทราบดีว่าราคาหุ้นตามบัญชีที่แท้จริงของไทยธนาคารหรือบีทีนั้นอยู่ที่ 0.31 บาท/หุ้นเท่านั้น เนื่องจากมีการขาดทุนสะสมใหม่สูงกว่า 9,800 ล้านบาท และจำเป็นจะต้องเพิ่มทุนรอบใหม่ตามมา แต่การจะขายหุ้นใหม่ได้จะต้องมีการลดทุน เพื่อล้างขาดทุนสะสมก่อน ซึ่งกองทุนฟื้นฟูฯต่างรู้อยู่เต็มอกว่าหากลดทุนจดทะเบียนย่อมกระทบกับเม็ดเงินที่กองทุนจะใส่ลงไปจำนวน 2,215 ล้านบาทนี้ด้วยแต่ก็ยังตัดสินใจซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งที่ 2 นี้ทำให้ กองทุนเสียหายทันที

การที่กองทุนฟื้นฟูฯให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นไทยธนาคารลงมติให้เพิ่มทุนจำหน่ายกับผู้ถือหุ้นเดิมในราคา 1.36-1.38 บาทต่อหุ้นนั้น แม้จะอ้างว่าไม่ทราบราคาหุ้นตามบัญชีที่แท้จริง แต่ผู้ว่า ธปท.ในเวลานั้นย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าสถานะของธนาคารจะมียอดขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเพราะฝ่ายตรวจสอบของ ธปท.ได้ติดตามปัญหาซับไพร์มมาตลอดแต่กลับปกปิดไม่แจ้งปัญหาความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนี้ต่อกองทุนฟื้นฟูฯจนทำให้กองทุนเกิดความเสียหายขึ้นมาในที่สุด

ธปท.อ้างจูงใจดึงพันธมิตรใหม่

นายพงศ์อดุลย์ กฤษณะราช ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์และติดตามฐานะ ธปท.กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นการมองกันต่างมุมหรือมองกันละช่วงเวลา การที่กองทุนเลือกใช้วิธีการเพิ่มทุนนั้นเพราะเห็นว่าผู้ถือหุ้นรายเดิมต้องเข้ามารับผิดชอบหากมีความเสียหายเกิดขึ้นก่อนที่จะให้ผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา เพราะผู้ถือหุ้นรายใหม่ไม่จำเป็นต้องมารับรู้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันความเสียหายที่เกิดขึ้นจากตราสารหนี้ซีดีโอไทยธนาคารก็ได้มีการกันสำรองตามที่ ธปท.กำหนดไว้เรียบร้อยแล้วจึงไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนกรณีราคาหุ้นไม่น่าจะสูงถึง 1.36-1.38 บาทต่อหุ้นนั้น นายพงศ์อดุลย์กล่าวว่า ราคาหุ้นที่กำหนดเป็นช่วงที่มีการเจรจาตกลงซื้อขายร่วมกัน แต่ราคาหุ้นในช่วงปลายปีกลับตกลงมาเหลือ 0.30 บาทนั้น เป็นราคาตลาดที่สะท้อนความเป็นจริงซึ่งเป็นเรื่องของอนาคตที่คาดเดาได้ยาก.